คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

ข้อสัญญาห้ามประกอบอาชีพหรือห้ามแข่งขันทางการค้า (Non-Compete Covenant) หลังสิ้นสุดสัญญาจ้างงานหรือหลังการขายหุ้นในดีล M&A สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายไทย แต่ ไม่ใช่ข้อสัญญาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด: ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ศาลพิเคราะห์ ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด และ ทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ตามมาตรา 5 วรรคสอง ขอบเขตของกิจการที่ห้ามเป็นข้อเท็จจริงที่นำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญา มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

ตัวอย่างสมมติ

  1. เหตุการณ์: บริษัทจ้างผู้อำนวยการฝ่ายขายด้วยเงินเดือน 150,000 บาท โดยในสัญญาระบุข้อสัญญา Non-compete ว่า "ห้ามลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง หรือเปิดบริษัทประกอบกิจการค้าในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันทั่วประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปีหลังสิ้นสุดสัญญาจ้าง หากฝ่าฝืนปรับ 5 ล้านบาท"
  2. ความเข้าใจผิด: ฝ่ายนายจ้างคิดว่าลูกจ้างลงนามยอมรับในสัญญาแล้ว ย่อมมีผลผูกพัน 100% ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา
  3. จุดพลิก: เมื่อลูกจ้างลาออกไปทำงานกับบริษัทอื่น นายจ้างฟ้องศาลเรียกค่าปรับ 5 ล้านบาท หากศาลเห็นว่าการห้ามเป็นเวลา 5 ปีทั่วประเทศทำให้ลูกจ้างต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ศาลอาจกำหนดให้ข้อสัญญามีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ทำให้นายจ้างอาจไม่สามารถยับยั้งการแข่งขันได้ตามที่ต้องการ
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการร่าง Non-Compete ให้สอดคล้องกับมาตรา 5, ความแตกต่างระหว่าง Non-Compete ในสัญญาแรงงานกับสัญญาซื้อขายหุ้น (M&A), การกำหนดค่าตอบแทนการงดแข่งขัน, และ Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาห้ามแข่งขัน

หลักการของข้อสัญญาห้ามแข่งขันในกฎหมายไทย

ตามกฎหมายไทย เสรีภาพในการประกอบอาชีพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย [ต้องยืนยันมาตรา] ดังนั้น ข้อสัญญาที่จำกัดการประกอบอาชีพจึงต้องถูกตีความโดยเคร่งครัด [ต้องยืนยันมาตรา] ทั้งนี้ หลักการตีความสัญญาตามตัวบทคือ สัญญาถูกตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ส่วนสัญญาสำเร็จรูปที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เสรีภาพในการทำสัญญาเป็นหลักทั่วไป แต่ข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย พ้นวิสัย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ส่วนข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานที่ไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

การคุ้มครองความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6 และมาตรา 8 เป็นฐานแยกต่างหากจากข้อสัญญาห้ามแข่งขัน

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-SHIELD-11-01ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้นพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5ราชกิจจานุเบกษาแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-11-02ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ให้พิเคราะห์ถึงขอบเขตในด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ รวมทั้งความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาด้วยพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 วรรคสองราชกิจจานุเบกษาแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-11-03ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ป.พ.พ. มาตรา 383ลักษณะ 2 กำหนดเบี้ยปรับตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHIELD-11-04ข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะป.พ.พ. มาตรา 150ลักษณะ 4 นิติกรรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-11-05ข้อตกลงห้ามแข่งขันในการซื้อขายกิจการมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของคู่สัญญา ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองค่าความนิยม (Goodwill) ของกิจการที่ซื้อพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5ราชกิจจานุเบกษาแก้ไขแล้ว — LAS Audit

ปัจจัยในการประเมินความสมเหตุผลตามมาตรา 5 วรรคสอง Reasonableness Test

  1. 1. ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา (Territory and Duration): ศาลพิเคราะห์ขอบเขตในด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาสูงสุดหรือต่ำสุดไว้ตายตัว จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ในทางปฏิบัติควรจำกัดพื้นที่ให้สอดคล้องกับพื้นที่หรือจังหวัดที่บริษัทมีฐานลูกค้าหรือแข่งขันอยู่จริง การห้ามทั่วโลกหรือทั่วประเทศไทยโดยไม่มีเหตุผลรองรับมีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาว่าสร้างภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ระยะเวลาที่ยกในบทความเป็นเพียงตัวอย่างเชิงปฏิบัติ
  2. 2. ความสามารถและโอกาสของผู้ถูกจำกัด (Ability and Opportunity): ศาลพิเคราะห์ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ
  3. 3. ทางได้เสียของคู่สัญญา (Legitimate Interests): ศาลพิเคราะห์ทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ขอบเขตของกิจการที่ห้ามเป็นข้อเท็จจริงที่นำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญา ในทางปฏิบัติจึงควรระบุเจาะจงเฉพาะธุรกิจที่เป็นคู่แข่งโดยตรง การเขียนห้ามกว้าง เช่น ห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกประเภท มีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาว่าสร้างภาระเกินสมควร

ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาแรงงานกับสัญญาซื้อขายกิจการ (M&A)

มิติการพิจารณาNon-Compete ในสัญญาแรงงานNon-Compete ในสัญญาซื้อขายหุ้น / กิจการ (M&A)
อำนาจต่อรองของคู่สัญญาลูกจ้างมีอำนาจต่อรองด้อยกว่านายจ้างโดยทั่วไป ศาลพิเคราะห์ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพของลูกจ้างประกอบกับทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นนักธุรกิจซึ่งโดยทั่วไปมีอำนาจต่อรองใกล้เคียงกัน ศาลพิเคราะห์ทางได้เสียของคู่สัญญาเป็นรายกรณีตามมาตรา 5
การพิจารณาระยะเวลามาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว ศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลาเป็นรายกรณีมาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว ศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา ประกอบกับทางได้เสียของคู่สัญญาเป็นรายกรณี
วัตถุประสงค์ในการคุ้มครองคุ้มครองความลับทางการค้าและฐานลูกค้าของนายจ้างคุ้มครองค่าความนิยม (Goodwill) และการส่งมอบธุรกิจที่ซื้อ
ค่าตอบแทนการงดแข่งขันอาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 แต่ตัวบทมิได้กำหนดให้ต้องจ่ายหรือกำหนดอัตราไว้รวมอยู่ในราคาซื้อขายหุ้น (Purchase Price) เรียบร้อยแล้ว
LAS Practice Note — ค่าตอบแทนการงดแข่งขัน

ค่าตอบแทนการงดแข่งขันในช่วงห้ามแข่งขันหลังสิ้นสุดสัญญาจ้างอาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 แต่ตัวบทมิได้กำหนดให้ต้องจ่ายหรือกำหนดอัตราไว้ ในทางปฏิบัติ นายจ้างอาจพิจารณาใส่ข้อกำหนด "ค่าตอบแทนการงดแข่งขัน" ระบุว่า ในระหว่างระยะเวลาที่ห้ามลูกจ้างไปทำงานกับคู่แข่ง บริษัทตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ลูกจ้างเป็นรายเดือนในจำนวนที่คู่สัญญาตกลงกัน ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของ LAS มิใช่อัตราที่กฎหมายกำหนด

ข้อต่อสู้ของลูกจ้างกับนายจ้างในศาล Devil's Advocate

ข้ออ้างของลูกจ้าง / ผู้ขายหุ้นข้อต่อสู้ของนายจ้าง / ผู้ซื้อกิจการหลักฐานที่ชี้ขาด
ตนเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ ไม่มีผลต่อความลับทางการค้าตำแหน่งหน้าที่ของลูกจ้างสามารถเข้าถึงฐานลูกค้ารายใหญ่และสูตรราคาของบริษัทโดยตรงJob Description และบันทึกประวัติการเข้าถึงข้อมูล CRM/ERP
ข้อสัญญาระบุห้าม 3 ปี นานเกินไป ทำให้ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพบริษัทจ่ายค่าตอบแทนการงดแข่งขันทุกเดือนตลอดระยะเวลาที่ห้ามแข่งขัน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอาจนำมาพิจารณาประกอบความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพของลูกจ้างและทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5หลักฐานการจ่ายค่าตอบแทนการงดแข่งขันทุกเดือน
บริษัทใหม่ที่ตนไปทำ ไม่ได้ประกอบธุรกิจเหมือนกันทุกประการกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผลิตภัณฑ์หลักเป็นประเภทเดียวกันและแย่งส่วนแบ่งตลาดโดยตรงงบการเงินและเอกสารโฆษณาเปรียบเทียบสินค้าของบริษัทใหม่

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A ว่าจ้างนาย B เป็น Country Head ในสัญญาระบุห้ามทำงานกับคู่แข่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลา 2 ปี นาย B ลาออกและไปรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทคู่แข่งในไทยทันที บริษัท A ฟ้องคดีต่อศาลที่มีอำนาจ [ต้องยืนยันมาตรา] ขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและเรียกเบี้ยปรับ 3 ล้านบาท

ผลที่อาจเกิดขึ้น (สมมติ): (1) ในชั้นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ศาลพิจารณาว่ามีเหตุสมควรให้ใช้มาตรการชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการวินิจฉัยข้อสัญญาในคำพิพากษา (2) ในคำพิพากษา หากศาลเห็นว่าตำแหน่ง Country Head เป็นผู้บริหารสูงสุดที่กุมความลับเชิงกลยุทธ์ การห้ามเป็นเวลา 2 ปีในพื้นที่ประเทศไทยอาจถือเป็นธรรมตามมาตรา 5 แต่การห้ามครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสร้างภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ ศาลอาจกำหนดให้ข้อสัญญามีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี เช่น เฉพาะการแข่งขันในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี และหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรตามมาตรา 383 โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย

ขั้นตอนปฏิบัติในการบังคับใช้ข้อสัญญา Non-Compete Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1ตรวจทานข้อสัญญาเดิมและประเมินขอบเขตตามมาตรา 5ฝ่ายกฎหมายLegal Assessment Memo ประเมินความสมเหตุผลทันทีที่ลูกจ้างแจ้งลาออก
2ทำ Exit Interview และส่งหนังสือเตือนพันธสัญญา (Notice of Obligations)ฝ่าย HR และทนายความหนังสือแจ้งเตือนข้อสัญญา Non-compete และข้อห้ามใช้ความลับวันทำงานวันสุดท้าย
3ส่งหนังสือเตือน (Cease & Desist Letter) ไปยังนายจ้างใหม่และลูกจ้างทนายความผู้ดำเนินคดีหนังสือแจ้งเตือนการละเมิดสัญญาและข้อกล่าวอ้างเรื่องละเมิดตามมาตรา 420เมื่อพบการละเมิด
4ยื่นฟ้องศาลขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินและเรียกค่าเสียหายทีมทนายความคำฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ ซึ่งให้ตรวจอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ว่าข้อพิพาทเรื่องข้อสัญญาห้ามแข่งขันอยู่ในอำนาจศาลใด [ต้องยืนยันมาตรา]ภายใน 14 วันหลังพ้นหนังสือเตือน (ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ [ต้องยืนยันมาตรา])

Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาห้ามแข่งขันทางการค้า

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากในสัญญาจ้างไม่ได้กำหนดค่าตอบแทนการงดแข่งขัน ข้อสัญญา Non-Compete จะยังใช้บังคับได้หรือไม่?
มาตรา 5 มิได้กำหนดให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนการงดแข่งขันหรือกำหนดอัตราไว้ ข้อสัญญาที่ไม่เป็นโมฆะจึงยังมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ส่วนการมีค่าตอบแทนเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอาจนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญา และศาลอาจพิจารณาให้ข้อสัญญามีผลบังคับได้มากขึ้น
บริษัทสามารถฟ้อง "นายจ้างใหม่" ที่ดึงตัวลูกจ้างไปร่วมงานได้หรือไม่?
บริษัทอาจฟ้องนายจ้างใหม่ฐานละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้หากพิสูจน์ได้ว่านายจ้างใหม่จงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบริษัทโดยผิดกฎหมาย ทำให้บริษัทเสียหายถึงสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่าการชักจูงให้ลูกจ้างผิดสัญญาเป็นการกระทำโดยผิดกฎหมายหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
ศาลไทยเคยสั่ง "ห้ามทำงาน" ชั่วคราว (Injunction) ในคดี Non-compete หรือไม่?
การที่ศาลจะออกคำสั่งห้ามทำงานชั่วคราวหรือไม่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ขึ้นอยู่กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 และมาตรา 255 และกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลที่มีอำนาจ [ต้องยืนยันมาตรา: วิธีการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานและกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ] จึงควรตรวจอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ว่าข้อพิพาทเรื่องข้อสัญญาห้ามแข่งขันอยู่ในอำนาจศาลใด [ต้องยืนยันมาตรา] ส่วนแนวปฏิบัติของศาลในการออกคำสั่งดังกล่าวต้องตรวจสอบจากแหล่งที่มาเพิ่มเติม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
ข้อสัญญา Non-compete ในสัญญาซื้อขายหุ้น (M&A) กำหนดระยะเวลาห้ามแข่งขันได้นานเพียงใด?
มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว ข้อตกลงห้ามแข่งขันในการซื้อขายกิจการมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา รวมทั้งความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด ประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองค่าความนิยม (Goodwill) ของกิจการที่ซื้อ จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณีว่าระยะเวลาที่กำหนดเกินสมควรหรือไม่ ระยะเวลาที่ยกในบทความเป็นเพียงตัวอย่างเชิงปฏิบัติ

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ