ข้อสัญญาห้ามประกอบอาชีพหรือห้ามแข่งขันทางการค้า (Non-Compete Covenant) หลังสิ้นสุดสัญญาจ้างงานหรือหลังการขายหุ้นในดีล M&A สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายไทย แต่ ไม่ใช่ข้อสัญญาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด: ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ศาลพิเคราะห์ ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด และ ทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ตามมาตรา 5 วรรคสอง ขอบเขตของกิจการที่ห้ามเป็นข้อเท็จจริงที่นำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญา มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
ตัวอย่างสมมติ
- เหตุการณ์: บริษัทจ้างผู้อำนวยการฝ่ายขายด้วยเงินเดือน 150,000 บาท โดยในสัญญาระบุข้อสัญญา Non-compete ว่า "ห้ามลูกจ้างไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง หรือเปิดบริษัทประกอบกิจการค้าในลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันทั่วประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปีหลังสิ้นสุดสัญญาจ้าง หากฝ่าฝืนปรับ 5 ล้านบาท"
- ความเข้าใจผิด: ฝ่ายนายจ้างคิดว่าลูกจ้างลงนามยอมรับในสัญญาแล้ว ย่อมมีผลผูกพัน 100% ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา
- จุดพลิก: เมื่อลูกจ้างลาออกไปทำงานกับบริษัทอื่น นายจ้างฟ้องศาลเรียกค่าปรับ 5 ล้านบาท หากศาลเห็นว่าการห้ามเป็นเวลา 5 ปีทั่วประเทศทำให้ลูกจ้างต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ศาลอาจกำหนดให้ข้อสัญญามีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ทำให้นายจ้างอาจไม่สามารถยับยั้งการแข่งขันได้ตามที่ต้องการ
- สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการร่าง Non-Compete ให้สอดคล้องกับมาตรา 5, ความแตกต่างระหว่าง Non-Compete ในสัญญาแรงงานกับสัญญาซื้อขายหุ้น (M&A), การกำหนดค่าตอบแทนการงดแข่งขัน, และ Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาห้ามแข่งขัน
หลักการของข้อสัญญาห้ามแข่งขันในกฎหมายไทย
ตามกฎหมายไทย เสรีภาพในการประกอบอาชีพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย [ต้องยืนยันมาตรา] ดังนั้น ข้อสัญญาที่จำกัดการประกอบอาชีพจึงต้องถูกตีความโดยเคร่งครัด [ต้องยืนยันมาตรา] ทั้งนี้ หลักการตีความสัญญาตามตัวบทคือ สัญญาถูกตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 ส่วนสัญญาสำเร็จรูปที่มีข้อสงสัยให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เสรีภาพในการทำสัญญาเป็นหลักทั่วไป แต่ข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย พ้นวิสัย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ส่วนข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานที่ไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
การคุ้มครองความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6 และมาตรา 8 เป็นฐานแยกต่างหากจากข้อสัญญาห้ามแข่งขัน
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- Money (ค่าปรับถูกศาลปรับลด): หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน (เช่น 10 ล้านบาท) ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน และเมื่อได้ชำระเงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดเป็นอันขาดไป
- Control (การรั่วไหลของความลับทางการค้าและฐานลูกค้า): หากข้อสัญญาเขียนกว้างเกินไปจนศาลมองว่าไม่เป็นธรรม อาจทำให้ศาลปฏิเสธการออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (Injunction) ทำให้ไม่อาจยับยั้งความเสียหายได้ทันท่วงที ทั้งนี้การขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวขึ้นอยู่กับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 และมาตรา 255 และกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีของศาลที่มีอำนาจ [ต้องยืนยันมาตรา: วิธีการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแรงงานและกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ]
- Evidence/Timing: มาตรา 5 ให้ศาลพิเคราะห์ทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึ่งรวมถึงประโยชน์ของนายจ้างหรือผู้ซื้อกิจการที่ขอให้บังคับ เช่น ความลับทางการค้า ฐานลูกค้า หรือค่าความนิยม ผู้ที่อ้างข้อเท็จจริงใดควรเตรียมพยานหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริงนั้น ทั้งนี้ภาระการพิสูจน์เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 ซึ่งให้คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตนมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| Claim ID | ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | ตำแหน่งในแหล่ง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| C-SHIELD-11-01 | ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 | ราชกิจจานุเบกษา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-11-02 | ในการวินิจฉัยว่าข้อตกลงทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้หรือไม่ ให้พิเคราะห์ถึงขอบเขตในด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ รวมทั้งความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาด้วย | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 วรรคสอง | ราชกิจจานุเบกษา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-11-03 | ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ | ป.พ.พ. มาตรา 383 | ลักษณะ 2 กำหนดเบี้ยปรับ | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-SHIELD-11-04 | ข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นโมฆะ | ป.พ.พ. มาตรา 150 | ลักษณะ 4 นิติกรรม | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-11-05 | ข้อตกลงห้ามแข่งขันในการซื้อขายกิจการมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของคู่สัญญา ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองค่าความนิยม (Goodwill) ของกิจการที่ซื้อ | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 | ราชกิจจานุเบกษา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ปัจจัยในการประเมินความสมเหตุผลตามมาตรา 5 วรรคสอง Reasonableness Test
- 1. ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา (Territory and Duration): ศาลพิเคราะห์ขอบเขตในด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาสูงสุดหรือต่ำสุดไว้ตายตัว จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ในทางปฏิบัติควรจำกัดพื้นที่ให้สอดคล้องกับพื้นที่หรือจังหวัดที่บริษัทมีฐานลูกค้าหรือแข่งขันอยู่จริง การห้ามทั่วโลกหรือทั่วประเทศไทยโดยไม่มีเหตุผลรองรับมีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาว่าสร้างภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ระยะเวลาที่ยกในบทความเป็นเพียงตัวอย่างเชิงปฏิบัติ
- 2. ความสามารถและโอกาสของผู้ถูกจำกัด (Ability and Opportunity): ศาลพิเคราะห์ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ
- 3. ทางได้เสียของคู่สัญญา (Legitimate Interests): ศาลพิเคราะห์ทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ขอบเขตของกิจการที่ห้ามเป็นข้อเท็จจริงที่นำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญา ในทางปฏิบัติจึงควรระบุเจาะจงเฉพาะธุรกิจที่เป็นคู่แข่งโดยตรง การเขียนห้ามกว้าง เช่น ห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกประเภท มีความเสี่ยงที่จะถูกพิจารณาว่าสร้างภาระเกินสมควร
ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาแรงงานกับสัญญาซื้อขายกิจการ (M&A)
| มิติการพิจารณา | Non-Compete ในสัญญาแรงงาน | Non-Compete ในสัญญาซื้อขายหุ้น / กิจการ (M&A) |
|---|---|---|
| อำนาจต่อรองของคู่สัญญา | ลูกจ้างมีอำนาจต่อรองด้อยกว่านายจ้างโดยทั่วไป ศาลพิเคราะห์ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพของลูกจ้างประกอบกับทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 | ผู้ซื้อและผู้ขายเป็นนักธุรกิจซึ่งโดยทั่วไปมีอำนาจต่อรองใกล้เคียงกัน ศาลพิเคราะห์ทางได้เสียของคู่สัญญาเป็นรายกรณีตามมาตรา 5 |
| การพิจารณาระยะเวลา | มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว ศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลาเป็นรายกรณี | มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว ศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา ประกอบกับทางได้เสียของคู่สัญญาเป็นรายกรณี |
| วัตถุประสงค์ในการคุ้มครอง | คุ้มครองความลับทางการค้าและฐานลูกค้าของนายจ้าง | คุ้มครองค่าความนิยม (Goodwill) และการส่งมอบธุรกิจที่ซื้อ |
| ค่าตอบแทนการงดแข่งขัน | อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 แต่ตัวบทมิได้กำหนดให้ต้องจ่ายหรือกำหนดอัตราไว้ | รวมอยู่ในราคาซื้อขายหุ้น (Purchase Price) เรียบร้อยแล้ว |
ค่าตอบแทนการงดแข่งขันในช่วงห้ามแข่งขันหลังสิ้นสุดสัญญาจ้างอาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 แต่ตัวบทมิได้กำหนดให้ต้องจ่ายหรือกำหนดอัตราไว้ ในทางปฏิบัติ นายจ้างอาจพิจารณาใส่ข้อกำหนด "ค่าตอบแทนการงดแข่งขัน" ระบุว่า ในระหว่างระยะเวลาที่ห้ามลูกจ้างไปทำงานกับคู่แข่ง บริษัทตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ลูกจ้างเป็นรายเดือนในจำนวนที่คู่สัญญาตกลงกัน ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติของ LAS มิใช่อัตราที่กฎหมายกำหนด
ข้อต่อสู้ของลูกจ้างกับนายจ้างในศาล Devil's Advocate
| ข้ออ้างของลูกจ้าง / ผู้ขายหุ้น | ข้อต่อสู้ของนายจ้าง / ผู้ซื้อกิจการ | หลักฐานที่ชี้ขาด |
|---|---|---|
| ตนเป็นเพียงพนักงานระดับปฏิบัติการ ไม่มีผลต่อความลับทางการค้า | ตำแหน่งหน้าที่ของลูกจ้างสามารถเข้าถึงฐานลูกค้ารายใหญ่และสูตรราคาของบริษัทโดยตรง | Job Description และบันทึกประวัติการเข้าถึงข้อมูล CRM/ERP |
| ข้อสัญญาระบุห้าม 3 ปี นานเกินไป ทำให้ไม่สามารถหารายได้เลี้ยงชีพ | บริษัทจ่ายค่าตอบแทนการงดแข่งขันทุกเดือนตลอดระยะเวลาที่ห้ามแข่งขัน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอาจนำมาพิจารณาประกอบความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพของลูกจ้างและทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5 | หลักฐานการจ่ายค่าตอบแทนการงดแข่งขันทุกเดือน |
| บริษัทใหม่ที่ตนไปทำ ไม่ได้ประกอบธุรกิจเหมือนกันทุกประการ | กลุ่มลูกค้าเป้าหมายและผลิตภัณฑ์หลักเป็นประเภทเดียวกันและแย่งส่วนแบ่งตลาดโดยตรง | งบการเงินและเอกสารโฆษณาเปรียบเทียบสินค้าของบริษัทใหม่ |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A ว่าจ้างนาย B เป็น Country Head ในสัญญาระบุห้ามทำงานกับคู่แข่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลา 2 ปี นาย B ลาออกและไปรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทคู่แข่งในไทยทันที บริษัท A ฟ้องคดีต่อศาลที่มีอำนาจ [ต้องยืนยันมาตรา] ขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและเรียกเบี้ยปรับ 3 ล้านบาท
ผลที่อาจเกิดขึ้น (สมมติ): (1) ในชั้นขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ศาลพิจารณาว่ามีเหตุสมควรให้ใช้มาตรการชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการวินิจฉัยข้อสัญญาในคำพิพากษา (2) ในคำพิพากษา หากศาลเห็นว่าตำแหน่ง Country Head เป็นผู้บริหารสูงสุดที่กุมความลับเชิงกลยุทธ์ การห้ามเป็นเวลา 2 ปีในพื้นที่ประเทศไทยอาจถือเป็นธรรมตามมาตรา 5 แต่การห้ามครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสร้างภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ ศาลอาจกำหนดให้ข้อสัญญามีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี เช่น เฉพาะการแข่งขันในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี และหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรตามมาตรา 383 โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย
ขั้นตอนปฏิบัติในการบังคับใช้ข้อสัญญา Non-Compete Action Steps
| ขั้นตอน | การดำเนินงาน | ผู้รับผิดชอบ | เอกสารผลลัพธ์ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ตรวจทานข้อสัญญาเดิมและประเมินขอบเขตตามมาตรา 5 | ฝ่ายกฎหมาย | Legal Assessment Memo ประเมินความสมเหตุผล | ทันทีที่ลูกจ้างแจ้งลาออก |
| 2 | ทำ Exit Interview และส่งหนังสือเตือนพันธสัญญา (Notice of Obligations) | ฝ่าย HR และทนายความ | หนังสือแจ้งเตือนข้อสัญญา Non-compete และข้อห้ามใช้ความลับ | วันทำงานวันสุดท้าย |
| 3 | ส่งหนังสือเตือน (Cease & Desist Letter) ไปยังนายจ้างใหม่และลูกจ้าง | ทนายความผู้ดำเนินคดี | หนังสือแจ้งเตือนการละเมิดสัญญาและข้อกล่าวอ้างเรื่องละเมิดตามมาตรา 420 | เมื่อพบการละเมิด |
| 4 | ยื่นฟ้องศาลขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฉุกเฉินและเรียกค่าเสียหาย | ทีมทนายความ | คำฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจ ซึ่งให้ตรวจอำนาจศาลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ว่าข้อพิพาทเรื่องข้อสัญญาห้ามแข่งขันอยู่ในอำนาจศาลใด [ต้องยืนยันมาตรา] | ภายใน 14 วันหลังพ้นหนังสือเตือน (ข้อเสนอเชิงปฏิบัติ [ต้องยืนยันมาตรา]) |
Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาห้ามแข่งขันทางการค้า
- กำหนดระยะเวลาการห้ามแข่งขันให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี โดยพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลาตามมาตรา 5 วรรคสอง (มาตรา 5 มิได้กำหนดระยะเวลาไว้ตายตัว)
- กำหนดขอบเขตอาณาเขต (Territory) เฉพาะพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจจริง (หลีกเลี่ยงการเขียนห้ามทั่วโลก)
- ระบุกิจการและสินค้าที่ห้ามแข่งขันให้เฉพาะเจาะจง (ระบุคู่แข่งหลักหรือประเภทสินค้าแข่งขันโดยตรง)
- พิจารณาใส่กลไกค่าตอบแทนการงดแข่งขันระหว่างระยะเวลาที่ห้ามทำงาน ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอาจนำมาพิจารณาประกอบทางได้เสียของคู่สัญญาตามมาตรา 5
- มีข้อสัญญาย่อยเรื่องห้ามชักชวนลูกค้า (Non-Solicitation of Customers) แยกต่างหากจาก Non-Compete
- มีข้อสัญญาห้ามดึงบุคลากร (Non-Solicitation of Employees) ป้องกันการยกทีมลาออก
- กำหนดเบี้ยปรับ (Liquidated Damages) ในอัตราที่สมเหตุผลและสอดคล้องกับความเสียหายที่คาดหมายได้
- มีข้อสัญญาระบุว่าความสมบูรณ์ของข้อสัญญานี้ให้แยกต่างหากจากสัญญาหลัก (Severability Clause)
- จัดเก็บหลักฐานการเข้าถึงความลับทางการค้าและฐานข้อมูลลูกค้าของบุคคลนั้นไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- ส่งหนังสือแจ้งเตือนข้อผูกพัน Non-compete ในวัน Exit Interview และให้ลูกจ้างลงนามรับทราบ
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 5
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 มาตรา 368 มาตรา 383 และมาตรา 420
- พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6 และมาตรา 8
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย [ต้องยืนยันมาตรา]
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 มาตรา 254 และมาตรา 255
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน [ต้องยืนยันมาตรา]
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ [ต้องยืนยันมาตรา]
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)