Labour Law & Employment Contract
LAS

สัญญาจ้างแรงงานในไทย:
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำการแก้ไขจากการตรวจขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

จ้างแรงงานกับจ้างทำของ สิทธิขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 + ที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 (2568) — ข้อห้ามสัญญา การเลิกจ้าง ค่าชดเชย Non-Compete และ Checklist นายจ้าง

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | 4 เมษายน 2569 | Academic Article
⚠️ หมายเหตุวิธีการอ้างอิง: กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ ได้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้ว 8 ครั้ง (ฉบับที่ 2 ถึงฉบับที่ 9) ระหว่างปี พ.ศ. 2551 – 2568 การอ้างอิงที่ถูกต้องในทางวิชาการและทางปฏิบัติคือ "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ X) พ.ศ. YYYY มาตรา Z" ดู บทวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 + การแก้ไข 8 ครั้งถึงฉบับที่ 9 สำหรับไทม์ไลน์ครบถ้วน

Table of Contents / สารบัญ

  1. บทนำ — สัญญาจ้างแรงงานตามกฎหมายไทย
  2. จ้างแรงงาน จ้างทำของ และจ้างเหมาบริการ
  3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาจ้าง
  4. สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 แก้ไขถึงฉบับที่ 9)
  5. ข้อห้ามในสัญญาจ้าง
  6. การเลิกจ้าง + ค่าชดเชย (ตาราง)
  7. Non-Compete / Non-Solicitation
  8. Checklist สำหรับนายจ้าง
  9. FAQ & บทสรุป

1. บทนำ — สัญญาจ้างแรงงานตามกฎหมายไทย Introduction — Employment Contract under Thai Law

สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Contract) ถือเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ในฐานะที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความคาดหวังของทั้งสองฝ่าย ในประเทศไทย ความสัมพันธ์การจ้างงานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเพิ่งได้รับการแก้ไขครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2568

ระบบกฎหมายแรงงานไทยมีลักษณะพิเศษคือเป็น "ระบบสิทธิขั้นต่ำ" (Minimum Rights System) กล่าวคือ กฎหมายกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้าง แต่นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันให้ดีกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดได้ ข้อตกลงใดที่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ และกฎหมายบังคับใช้แทน

⚠️ LPA Alert — ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (บังคับใช้แล้ว)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ได้มีการแก้ไขประเด็นสำคัญหลายประการ:

  • • มาตรา 41: ลาคลอดบุตร เพิ่มเป็น 120 วัน (จาก 98 วัน)
  • • มาตรา 41/1: ลูกจ้างชายมีสิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ใหม่)
  • • มาตรา 59: นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอด ไม่เกิน 60 วัน
  • • มาตรา 4/1: คุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการภาครัฐ
  • • มาตรา 59/1: ค่าจ้างระหว่างลาเลี้ยงดูบุตรกรณีพิเศษ (ตามมาตรา 41 วรรคสี่) ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 15 วัน (ใหม่)

หมายเหตุ: บทความนี้อ้างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ตามตัวบทฉบับรวมที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ทุกแห่ง ซึ่งรวมบทบัญญัติที่แก้ไขโดยฉบับก่อนหน้าไว้แล้ว

บทความนี้วิเคราะห์กฎหมายสัญญาจ้างแรงงานไทยอย่างครบถ้วน โดยเน้นการอัปเดตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่นายจ้างและลูกจ้างทุกรายต้องทราบ

2. จ้างแรงงาน จ้างทำของ และจ้างเหมาบริการ Employment, Hire of Work and Service Agreement

หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดในกฎหมายแรงงานไทยคือการแยกแยะระหว่างสัญญา 3 ประเภทที่มีผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การจัดประเภทที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความรับผิดที่ไม่คาดคิด

จ้างแรงงาน (Employment)

นิยาม: นายจ้างกำกับบังคับบัญชา กำหนดวิธีการ เวลา สถานที่ทำงาน

ความสัมพันธ์: นายจ้าง-ลูกจ้าง

ได้รับ LPA: ใช่

ตัวอย่าง: พนักงานประจำ ลูกจ้างรายวัน

ป.พ.พ. มาตรา 575 | LPA 2541

จ้างทำของ (Hire of Work)

นิยาม: ผู้รับจ้างทำงานให้เสร็จตามที่ตกลง โดยอิสระ ไม่ถูกบังคับบัญชา

ความสัมพันธ์: ว่าจ้าง-รับจ้าง

ได้รับ LPA: ไม่ (โดยอัตโนมัติ)

ตัวอย่าง: รับเหมาก่อสร้าง ว่าจ้างออกแบบ

ป.พ.พ. มาตรา 587

จ้างเหมาบริการ (Service Agreement)

นิยาม: จ้างบุคคลหรือบริษัทให้บริการต่อเนื่อง เช่น รปภ. แม่บ้าน ไอที

ความสัมพันธ์: ผู้ว่าจ้าง-ผู้รับจ้าง

ได้รับ LPA: มาตรา 4/1 (ภาครัฐ) / ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ตัวอย่าง: Outsource IT รปภ. แม่บ้าน

LPA มาตรา 4/1 (ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568)

2.1 เกณฑ์วินิจฉัย: จ้างแรงงานกับจ้างทำของ

ศาลไทยวินิจฉัยประเภทสัญญาจากข้อเท็จจริงจริง ๆ ไม่ใช่จากชื่อที่ตั้งให้สัญญา ปัจจัยที่ใช้พิจารณา ได้แก่:

ปัจจัย จ้างแรงงาน จ้างทำของ
การบังคับบัญชา นายจ้างควบคุมวิธีการ ผู้รับจ้างอิสระ
การกำหนดเวลา นายจ้างกำหนดเวลา ผู้รับจ้างกำหนดเอง
เครื่องมือ/อุปกรณ์ นายจ้างจัดให้ ผู้รับจ้างจัดเอง
รายได้จากแหล่งอื่น ห้ามหรือจำกัด ได้รับอนุญาต
สิ่งที่มุ่งหมาย การปฏิบัติงาน (Process) ผลสำเร็จของงาน (Result)
ความเสี่ยง นายจ้างรับความเสี่ยง ผู้รับจ้างรับความเสี่ยง
⚠️ ข้อควรระวัง: การจัดประเภทผิด

หากนายจ้างจัดประเภทลูกจ้างเป็น "ผู้รับจ้าง" เพื่อหลีกเลี่ยง LPA แต่ข้อเท็จจริงแสดงว่าเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ศาลจะวินิจฉัยตามสาระไม่ใช่รูปแบบ และนายจ้างจะต้องรับผิดในค่าชดเชยและสิทธิทั้งหมดตาม LPA ย้อนหลัง ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินมหาศาล

3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาจ้าง Key Elements of an Employment Contract

แม้กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้สัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือเสมอไป (ยกเว้นกรณีพิเศษ) แต่การจัดทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันข้อพิพาทและสร้างความชัดเจนให้ทั้งสองฝ่าย สัญญาจ้างที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้:

3.1 ข้อมูลพื้นฐานของคู่สัญญา

  1. ข้อมูลนายจ้าง: ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่ตั้ง และผู้มีอำนาจลงนาม
  2. ข้อมูลลูกจ้าง: ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และตำแหน่งงาน
  3. วันที่เริ่มงาน: วันที่เริ่มนับอายุงาน ซึ่งมีผลต่อการคำนวณสิทธิต่าง ๆ

3.2 ค่าจ้างและสวัสดิการ

  1. อัตราค่าจ้าง: ระบุจำนวนและงวดการจ่าย (รายวัน/รายเดือน) ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 90)
  2. โบนัสและผลตอบแทนผันแปร: ระบุเงื่อนไขและเกณฑ์การจ่าย หากเป็นตามดุลยพินิจของนายจ้างต้องระบุให้ชัด
  3. สวัสดิการ: ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าที่พัก เป็นต้น
  4. ชั่วโมงทำงาน: ชั่วโมงทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 23

3.3 ระยะเวลาทดลองงาน (Probation Period)

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานขั้นสูงสุดไว้โดยเฉพาะ แต่ในทางปฏิบัติมักกำหนดไว้ที่ 119 วัน (ก่อนครบ 120 วัน ซึ่งเป็นขีดอายุงานที่เริ่มมีสิทธิค่าชดเชย) ในระหว่างทดลองงาน นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกำหนด เว้นแต่เป็นการเลิกจ้างโดยเหตุอันสมควร

3.4 วันหยุดและวันลา

สัญญาจ้างต้องระบุวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันลาต่าง ๆ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 กำหนด โดยเฉพาะสิทธิลาพักร้อน (Annual Leave) ที่ลูกจ้างมีสิทธิหลังทำงานครบ 1 ปี ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

4. สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย (LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) Minimum Statutory Rights — Labour Protection Act No. 9 (2025)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ได้แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิขั้นต่ำหลายประการที่นายจ้างทุกรายต้องปฏิบัติตาม ดังนี้:

สิทธิ กำหนดตาม LPA (ฉบับ 9) มาตรา
ลาคลอดบุตร (ลูกจ้างหญิง) ครรภ์หนึ่ง ไม่เกิน 120 วัน มาตรา 41
ค่าจ้างระหว่างลาคลอด นายจ้างจ่ายเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ ไม่เกิน 60 วัน ส่วนลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากกองทุนประกันสังคมอีกทางหนึ่ง ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน (พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 67) มาตรา 59
ลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ใหม่ ฉบับ 9) มาตรา 41/1
ลาป่วย ปีหนึ่งเท่าที่ป่วยจริง ไม่จำกัด; รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน มาตรา 32
ลากิจธุระอันจำเป็น ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 วัน (ได้รับค่าจ้าง) มาตรา 34
ลาพักร้อน (Annual Leave) ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน (หลังทำงาน 1 ปี) มาตรา 30
ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (OT) ไม่เกิน 36 ชั่วโมง/สัปดาห์; OT rate อย่างน้อย 1.5x มาตรา 24 และมาตรา 61
วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 1 วัน/สัปดาห์ มาตรา 28
วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี (รวมวันแรงงาน) มาตรา 29
Important — LPA Alert

สิทธิขั้นต่ำทั้งหมดข้างต้นเป็น "สิทธิที่ไม่อาจตัดได้" ข้อตกลงใดในสัญญาจ้างที่ให้สิทธิน้อยกว่านี้ถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ นายจ้างต้องใช้สิทธิที่กฎหมายกำหนดแทน นายจ้างสามารถให้สิทธิ "มากกว่า" แต่ไม่สามารถให้ "น้อยกว่า" กฎหมาย

5. ข้อห้ามในสัญญาจ้าง Prohibited Clauses in Employment Contracts

กฎหมายแรงงานไทยห้ามมิให้มีข้อตกลงในสัญญาจ้างที่ลิดรอนสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้าง รวมถึงข้อกำหนดที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ตัวอย่างข้อห้ามที่พบบ่อย ได้แก่:

  1. ข้อตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิค่าชดเชย: โมฆะ — ลูกจ้างไม่สามารถสละสิทธิค่าชดเชยล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ถึงมาตรา 122 (หมวดค่าชดเชย)
  2. ข้อตกลงที่ให้ค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำ: โมฆะ — ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่รัฐกำหนด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 90 และประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ
  3. ข้อตกลงให้ทำงานเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนดโดยไม่จ่าย OT: โมฆะ
  4. ข้อตกลงให้นายจ้างหักค่าจ้างเป็นค่าประกันโดยพลการ: ผิดกฎหมาย — การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด
  5. ข้อตกลงให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย: โมฆะ
  6. Non-Compete ที่กว้างเกินสมควร: ศาลสั่งให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี — ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 (และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 กรณีปิดทางทำมาหาได้โดยเด็ดขาด)
  7. ข้อตกลงให้ลูกจ้างชำระค่าปรับหากลาออกก่อนกำหนด: ต้องระวัง — หากสูงเกินไปศาลอาจลดลงหรือยกเลิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

6. การเลิกจ้าง + ค่าชดเชย (ตาราง) Termination & Severance Pay

การเลิกจ้างและค่าชดเชยเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดในกฎหมายแรงงานไทย นายจ้างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจต้องรับผิดในค่าชดเชย ค่าเสียหาย และค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

6.1 ประเภทการเลิกจ้าง

  1. เลิกจ้างโดยสมัครใจของลูกจ้าง (Resignation): ลูกจ้างยื่นใบลาออก บอกกล่าวล่วงหน้าตามสัญญาหรือตามที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างไม่มีสิทธิค่าชดเชย (เว้นแต่สัญญาระบุไว้)
  2. เลิกจ้างโดยนายจ้าง (Employer Termination): นายจ้างบอกกล่าวล่วงหน้าและ/หรือจ่ายสินจ้างแทน ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน เว้นแต่มีเหตุตาม LPA มาตรา 119
  3. เลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (Summary Dismissal): ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 มาตรา 119 เช่น ทุจริต จงใจทำลายทรัพย์สิน ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังตักเตือนเป็นหนังสือ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ ต้องเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย)

6.2 อัตราค่าชดเชยตาม LPA (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 118

อายุงาน ค่าชดเชย (วันทำงาน)
120 วัน ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 1 ปี 30 วัน
1 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 3 ปี 90 วัน
3 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 6 ปี 180 วัน
6 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี 240 วัน
10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 20 ปี 300 วัน
20 ปีขึ้นไป (มาตรา 118 (6) ขั้นนี้เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เดิมสูงสุด 300 วัน ฉบับที่ 9 ไม่ได้แก้ไข) 400 วัน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๑๘  ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้
    
          (๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          (๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          (๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          (๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          (๕)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          (๖)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป
    
          ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
    
          การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง
    
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๒๐ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๒๐   นายจ้างซึ่งประสงค์จะย้ายสถานประกอบกิจการแห่งหนึ่งแห่งใดไปตั้ง ณ สถานที่ใหม่หรือย้ายไปยังสถานที่อื่นของนายจ้าง ให้นายจ้างปิดประกาศแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า โดยให้ปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานประกอบกิจการนั้นตั้งอยู่ที่ลูกจ้างสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ และประกาศนั้นอย่างน้อยต้องมีข้อความชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ว่าลูกจ้างคนใดจะต้องถูกย้ายไปสถานที่ใดและเมื่อใด
    
          ในกรณีที่นายจ้างไม่ปิดประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ลูกจ้างที่ไม่ประสงค์จะไปทำงาน ณ สถานประกอบกิจการแห่งใหม่เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้าง ซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
    
          หากลูกจ้างคนใดเห็นว่าการย้ายสถานประกอบกิจการดังกล่าวมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัวของลูกจ้างคนนั้น และไม่ประสงค์จะไปทำงาน ณ สถานประกอบกิจการแห่งใหม่ ต้องแจ้งให้นายจ้างทราบเป็นหนังสือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปิดประกาศ หรือนับแต่วันที่ย้ายสถานประกอบกิจการในกรณีที่นายจ้างมิได้ปิดประกาศตามวรรคหนึ่ง และให้ถือว่าสัญญาจ้างสิ้นสุดลงในวันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา ๑๑๘
    
          ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามวรรคสองหรือค่าชดเชยพิเศษตามวรรคสามให้แก่ลูกจ้างภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่สัญญาจ้างสิ้นสุด
    
          ในกรณีที่นายจ้างไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของลูกจ้างตามวรรคสาม ให้นายจ้างยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ
    

อ่านมาตรา ๑๑๘ ในกล่องด้านบนทั้งอนุมาตรา ไม่ใช้สูตรเฉลี่ยเก้าสิบวันเป็นหลักทั่วไป ค่าจ้างของการทำงานตามจำนวนวันในอนุมาตราใช้กับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

6.3 ค่าชดเชยพิเศษเมื่อย้ายสถานประกอบกิจการ

อ่านมาตรา ๑๒๐ ในกล่องด้านบน วรรคสามให้ค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าอัตราตามมาตรา ๑๑๘ ไม่ใช่ร้อยละห้าสิบของค่าชดเชยปกติ

7. Non-Compete / Non-Solicitation Non-Compete & Non-Solicitation Clauses

ข้อกำหนดห้ามแข่งขัน (Non-Compete Clause) และข้อกำหนดห้ามดึงพนักงาน/ลูกค้า (Non-Solicitation Clause) เป็นเครื่องมือที่นายจ้างนิยมใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ข้อกำหนดเหล่านี้ในประเทศไทยมีความซับซ้อน

7.1 หลักเกณฑ์ Non-Compete ที่บังคับใช้ได้

ศาลไทยจะบังคับใช้ Non-Compete หากข้อกำหนดนั้นมีลักษณะดังนี้:

  1. มีประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายในการคุ้มครอง: เช่น ความลับทางธุรกิจ ความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการลงทุนในการฝึกอบรม
  2. ระยะเวลาสมเหตุสมผล: โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1–2 ปีหลังสิ้นสุดสัญญา
  3. ขอบเขตทางภูมิศาสตร์สมเหตุสมผล: กำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ
  4. ประเภทธุรกิจที่จำกัดชัดเจน: ระบุว่าห้ามทำธุรกิจประเภทใด ไม่ควรครอบคลุมกว้างเกินไป
  5. มีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม: ลูกจ้างได้รับค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลสำหรับการยอมรับข้อจำกัด
⚠️ Non-Compete ที่กว้างเกินไป

ข้อตกลงจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพที่ทำให้ลูกจ้างต้องรับภาระมากกว่าที่พึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยศาลพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลาเป็นสำคัญ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 ส่วนข้อตกลงที่ห้ามประกอบอาชีพทุกประเภทในทุกพื้นที่ตลอดชีวิตอันเป็นการปิดทางทำมาหาได้โดยเด็ดขาด อาจถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ทั้งนี้ มาตรา 5 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ให้พิเคราะห์ความสามารถและโอกาสของผู้ถูกจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพการงานในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่น ประกอบกับทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญาด้วย ข้อตกลงที่จำกัดไว้เฉพาะการทำงานให้แก่คู่แข่งทางการค้าโดยตรงและยังเปิดโอกาสให้ลูกจ้างประกอบอาชีพในทางอื่นได้ จึงสอดคล้องกับเกณฑ์ดังกล่าวมากกว่าข้อตกลงที่ห้ามอย่างกว้าง แนวทางที่ดีที่สุดคือการร่าง Non-Compete ให้แคบ ชัดเจน และมีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม

7.2 Non-Solicitation Clause

ข้อกำหนดห้ามดึงพนักงานและลูกค้า (Non-Solicitation) มักได้รับการยอมรับจากศาลมากกว่า Non-Compete เนื่องจากมีขอบเขตจำกัดกว่า โดยทั่วไปกำหนด:

  1. ห้ามดึงพนักงาน: ไม่ชักชวนพนักงานคนอื่นของนายจ้างเดิมให้ลาออกไปร่วมงาน ระยะเวลา 1–2 ปี
  2. ห้ามดึงลูกค้า: ไม่ติดต่อลูกค้าของนายจ้างเดิมเพื่อชักชวนให้มาใช้บริการ ระยะเวลา 1–2 ปี
  3. ห้ามเปิดเผยความลับ: ไม่นำข้อมูลลับทางธุรกิจ รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลทางเทคนิคไปเปิดเผยหรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

8. Checklist สำหรับนายจ้าง Employer Compliance Checklist

เพื่อให้สัญญาจ้างและการบริหารแรงงานถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 นายจ้างควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้:

Checklist — สัญญาจ้างและการจ้างงาน

Post-LPA No. 9 — Action Required

นายจ้างที่มีสัญญาจ้างที่ทำก่อน LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ควรทบทวนและอัปเดตสัญญาให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะสิทธิลาคลอด 120 วัน และสิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน ซึ่งเป็นสิทธิใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

9. FAQ & บทสรุป Frequently Asked Questions & Conclusion

Q: จ้างแรงงานกับจ้างทำของ ต่างกันอย่างไร?

จ้างแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 575) นายจ้างควบคุมบังคับบัญชาและกำหนดวิธีการทำงาน ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองตาม LPA ส่วนจ้างทำของ (มาตรา 587) ผู้รับจ้างอิสระ นายจ้างสนใจแค่ผลลัพธ์ ไม่ได้รับ LPA โดยอัตโนมัติ ศาลวินิจฉัยจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชื่อสัญญา

Q: LPA ฉบับที่ 9 เพิ่มสิทธิอะไรบ้าง?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 เพิ่มสิทธิสำคัญ ได้แก่ (1) ลาคลอดเพิ่มเป็น 120 วัน ตามมาตรา 41 (2) สิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน ตามมาตรา 41/1 (ใหม่) (3) คุ้มครองแรงงานจ้างเหมาภาครัฐ ตามมาตรา 4/1 (4) ค่าจ้างระหว่างลาเลี้ยงดูบุตรกรณีพิเศษ ร้อยละ 50 ไม่เกิน 15 วัน ตามมาตรา 59/1 และค่าจ้างระหว่างลาช่วยเหลือคู่สมรส ไม่เกิน 15 วัน ตามมาตรา 59/2 (ส่วนค่าชดเชยอายุงาน ≥20 ปี 400 วัน ตามมาตรา 118 (6) ใช้บังคับมาตั้งแต่ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ไม่ใช่ของใหม่ในฉบับที่ 9)

Q: ค่าชดเชยคำนวณอย่างไร?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 ฉบับปัจจุบัน: 120 วัน–1 ปี = 30 วัน; 1–3 ปี = 90 วัน; 3–6 ปี = 180 วัน; 6–10 ปี = 240 วัน; 10–20 ปี = 300 วัน; ≥20 ปี = 400 วัน (เพดานสี่ร้อยวันเพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ไม่ใช่ฉบับที่ 9) คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย

Q: Non-Compete ในสัญญาจ้างบังคับได้ไหม?

บังคับได้หากมีขอบเขตสมเหตุสมผลในด้านระยะเวลา พื้นที่ และประเภทธุรกิจ ศาลไทยพิจารณาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1 ซึ่งให้ศาลสั่งให้ข้อตกลงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1–2 ปี และควรมีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม หาก Non-Compete กว้างเกินไป ศาลจะลดขอบเขตให้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรม แต่ข้อตกลงที่ปิดทางทำมาหาได้ของลูกจ้างโดยเด็ดขาดอาจตกเป็นโมฆะเพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150)

Q: นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้เมื่อไหร่?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 มาตรา 119 ได้แก่: ทุจริตหรือกระทำความผิดทางอาญาต่อนายจ้าง, จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย, ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง, ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังถูกตักเตือนเป็นหนังสือ, ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่, ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ถ้าเป็นความผิดโดยประมาทหรือลหุโทษ ต้องเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย)

บทสรุป

ระบบกฎหมายแรงงานไทยมีโครงสร้างที่ชัดเจนและให้ความคุ้มครองลูกจ้างในระดับที่ค่อนข้างสูง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ได้ยกระดับสิทธิขั้นต่ำหลายประการ โดยเฉพาะสิทธิลาคลอดที่เพิ่มเป็น 120 วัน สิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ซึ่งเป็นสิทธิใหม่) ส่วนค่าชดเชยอายุงาน 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ตามมาตรา 118 (6) เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ไม่ใช่ของใหม่ในฉบับที่ 9

สำหรับนายจ้าง การจัดทำสัญญาจ้างที่ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะการละเลยสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้างอาจนำไปสู่คดีความที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าชดเชย ค่าเสียหาย และความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร ในขณะที่การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเป็นรากฐานของสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและความยั่งยืนขององค์กร

เอกสารอ้างอิง / References

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (Labour Protection Act, B.E. 2541 (1998) and amendments)
  2. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (Labour Protection Act No. 9, B.E. 2568 (2025))
  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้างแรงงาน มาตรา 575 ถึงมาตรา 586 (CCC Book III, Title VI — Employment)
  4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 7 ว่าด้วยจ้างทำของ มาตรา 587 ถึงมาตรา 607 (CCC Book III, Title VII — Hire of Work)
  5. พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 (Labour Relations Act, B.E. 2518 (1975))
  6. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน — www.labour.go.th
  7. สำนักงานประกันสังคม — www.sso.go.th
LEGAL REFERENCES
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง — คลิกเพื่อดูตัวบทจากแหล่งทางการ

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

Disclaimer / ข้อจำกัดความรับผิด

ภาษาไทย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อมูลอ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดย ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและตรวจสอบกฎหมายปัจจุบันก่อนนำข้อมูลไปใช้ ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

English: This article is prepared solely for academic and general informational purposes and does not constitute legal advice for any specific matter. References are based on the Labour Protection Act No. 9 (B.E. 2568). Laws and regulations may change. Readers should consult qualified legal counsel and verify current law before taking action. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. disclaim all liability for any loss or damage arising from reliance on the contents herein without professional consultation.

© 2026 Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) — All Rights Reserved.

Back to Knowledge Hub
ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →