TH | EN
Labour Law & Employment Contract

สัญญาจ้างแรงงานในไทย:
LPA ฉบับที่ 9 สิทธิขั้นต่ำ และค่าชดเชย

จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ สิทธิขั้นต่ำตาม LPA ฉบับที่ 9 (2568) ข้อห้ามสัญญา การเลิกจ้าง ค่าชดเชย Non-Compete และ Checklist นายจ้าง

Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. | 4 เมษายน 2569 | Academic Article

Table of Contents / สารบัญ

  1. บทนำ — สัญญาจ้างแรงงานตามกฎหมายไทย
  2. จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ vs จ้างเหมาบริการ
  3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาจ้าง
  4. สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย (LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568)
  5. ข้อห้ามในสัญญาจ้าง
  6. การเลิกจ้าง + ค่าชดเชย (ตาราง)
  7. Non-Compete / Non-Solicitation
  8. Checklist สำหรับนายจ้าง
  9. FAQ & บทสรุป

1. บทนำ — สัญญาจ้างแรงงานตามกฎหมายไทย Introduction — Employment Contract under Thai Law

สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Contract) ถือเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ในฐานะที่กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความคาดหวังของทั้งสองฝ่าย ในประเทศไทย ความสัมพันธ์การจ้างงานอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่สำคัญหลายฉบับ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเพิ่งได้รับการแก้ไขครั้งสำคัญในปี พ.ศ. 2568

ระบบกฎหมายแรงงานไทยมีลักษณะพิเศษคือเป็น "ระบบสิทธิขั้นต่ำ" (Minimum Rights System) กล่าวคือ กฎหมายกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้าง แต่นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันให้ดีกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดได้ ข้อตกลงใดที่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ และกฎหมายบังคับใช้แทน

⚠️ LPA Alert — ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 (บังคับใช้แล้ว)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ได้มีการแก้ไขประเด็นสำคัญหลายประการ:

  • มาตรา 41: ลาคลอดบุตร เพิ่มเป็น 120 วัน (จาก 98 วัน)
  • มาตรา 41/1: ลูกจ้างชายมีสิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ใหม่)
  • มาตรา 59: นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอด 60 วัน
  • มาตรา 4/1: คุ้มครองแรงงานจ้างเหมาบริการภาครัฐ
  • มาตรา 118: ค่าชดเชยอายุงาน ≥20 ปี = 400 วัน (ใหม่)

ห้ามอ้าง LPA ฉบับที่ 7 (2562) โดยเด็ดขาด ต้องใช้ฉบับที่ 9 (2568) เท่านั้น

บทความนี้วิเคราะห์กฎหมายสัญญาจ้างแรงงานไทยอย่างครบถ้วน โดยเน้นการอัปเดตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่นายจ้างและลูกจ้างทุกรายต้องทราบ

2. จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ vs จ้างเหมาบริการ Employment vs Hire of Work vs Service Agreement

หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดในกฎหมายแรงงานไทยคือการแยกแยะระหว่างสัญญา 3 ประเภทที่มีผลทางกฎหมายแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การจัดประเภทที่ผิดพลาดอาจนำไปสู่ความรับผิดที่ไม่คาดคิด

จ้างแรงงาน (Employment)

นิยาม: นายจ้างกำกับบังคับบัญชา กำหนดวิธีการ เวลา สถานที่ทำงาน

ความสัมพันธ์: นายจ้าง-ลูกจ้าง

ได้รับ LPA: ใช่

ตัวอย่าง: พนักงานประจำ ลูกจ้างรายวัน

ปพพ. มาตรา 575 | LPA 2541

จ้างทำของ (Hire of Work)

นิยาม: ผู้รับจ้างทำงานให้เสร็จตามที่ตกลง โดยอิสระ ไม่ถูกบังคับบัญชา

ความสัมพันธ์: ว่าจ้าง-รับจ้าง

ได้รับ LPA: ไม่ (โดยอัตโนมัติ)

ตัวอย่าง: รับเหมาก่อสร้าง ว่าจ้างออกแบบ

ปพพ. มาตรา 587

จ้างเหมาบริการ (Service Agreement)

นิยาม: จ้างบุคคลหรือบริษัทให้บริการต่อเนื่อง เช่น รปภ. แม่บ้าน ไอที

ความสัมพันธ์: ผู้ว่าจ้าง-ผู้รับจ้าง

ได้รับ LPA: ม.4/1 (ภาครัฐ) / ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง

ตัวอย่าง: Outsource IT รปภ. แม่บ้าน

LPA ม.4/1 (ฉบับ 9)

2.1 เกณฑ์วินิจฉัย: จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ

ศาลไทยวินิจฉัยประเภทสัญญาจากข้อเท็จจริงจริงๆ ไม่ใช่จากชื่อที่ตั้งให้สัญญา ปัจจัยที่ใช้พิจารณา ได้แก่:

ปัจจัย จ้างแรงงาน จ้างทำของ
การบังคับบัญชา นายจ้างควบคุมวิธีการ ผู้รับจ้างอิสระ
การกำหนดเวลา นายจ้างกำหนดเวลา ผู้รับจ้างกำหนดเอง
เครื่องมือ/อุปกรณ์ นายจ้างจัดให้ ผู้รับจ้างจัดเอง
รายได้จากแหล่งอื่น ห้ามหรือจำกัด ได้รับอนุญาต
สิ่งที่มุ่งหมาย การปฏิบัติงาน (Process) ผลสำเร็จของงาน (Result)
ความเสี่ยง นายจ้างรับความเสี่ยง ผู้รับจ้างรับความเสี่ยง
⚠️ ข้อควรระวัง: การจัดประเภทผิด

หากนายจ้างจัดประเภทลูกจ้างเป็น "ผู้รับจ้าง" เพื่อหลีกเลี่ยง LPA แต่ข้อเท็จจริงแสดงว่าเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ศาลจะวินิจฉัยตามสาระไม่ใช่รูปแบบ และนายจ้างจะต้องรับผิดในค่าชดเชยและสิทธิทั้งหมดตาม LPA ย้อนหลัง ซึ่งอาจเป็นจำนวนเงินมหาศาล

3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาจ้าง Key Elements of an Employment Contract

แม้กฎหมายไทยไม่ได้บังคับให้สัญญาจ้างแรงงานต้องทำเป็นหนังสือเสมอไป (ยกเว้นกรณีพิเศษ) แต่การจัดทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันข้อพิพาทและสร้างความชัดเจนให้ทั้งสองฝ่าย สัญญาจ้างที่ดีควรมีองค์ประกอบดังนี้:

3.1 ข้อมูลพื้นฐานของคู่สัญญา

  1. ข้อมูลนายจ้าง: ชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล ที่ตั้ง และผู้มีอำนาจลงนาม
  2. ข้อมูลลูกจ้าง: ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ และตำแหน่งงาน
  3. วันที่เริ่มงาน: วันที่เริ่มนับอายุงาน ซึ่งมีผลต่อการคำนวณสิทธิต่างๆ

3.2 ค่าจ้างและสวัสดิการ

  1. อัตราค่าจ้าง: ระบุจำนวนและงวดการจ่าย (รายวัน/รายเดือน) ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำที่กระทรวงแรงงานประกาศ
  2. โบนัสและผลตอบแทนผันแปร: ระบุเงื่อนไขและเกณฑ์การจ่าย หากเป็นตามดุลยพินิจของนายจ้างต้องระบุให้ชัด
  3. สวัสดิการ: ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าที่พัก ฯลฯ
  4. ชั่วโมงทำงาน: ชั่วโมงทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 23

3.3 ระยะเวลาทดลองงาน (Probation Period)

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานขั้นสูงสุดไว้โดยเฉพาะ แต่ในทางปฏิบัติมักกำหนดไว้ที่ 119 วัน (ก่อนครบ 120 วัน ซึ่งเป็นขีดอายุงานที่เริ่มมีสิทธิค่าชดเชย) ในระหว่างทดลองงาน นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามกำหนด เว้นแต่เป็นการเลิกจ้างโดยเหตุอันสมควร

3.4 วันหยุดและวันลา

สัญญาจ้างต้องระบุวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันลาต่างๆ ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 กำหนด โดยเฉพาะสิทธิลาพักร้อน (Annual Leave) ที่ลูกจ้างมีสิทธิหลังทำงานครบ 1 ปี ตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

4. สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย (LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) Minimum Statutory Rights — Labour Protection Act No. 9 (2025)

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ได้แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิขั้นต่ำหลายประการที่นายจ้างทุกรายต้องปฏิบัติตาม ดังนี้:

สิทธิ กำหนดตาม LPA (ฉบับ 9) มาตรา
ลาคลอดบุตร (ลูกจ้างหญิง) ครรภ์หนึ่ง ไม่เกิน 120 วัน มาตรา 41
ค่าจ้างระหว่างลาคลอด นายจ้างจ่าย 60 วัน (ส่วนที่เหลือจากประกันสังคม) มาตรา 59
ลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ใหม่ ฉบับ 9) มาตรา 41/1
ลาป่วย ปีหนึ่งเท่าที่ป่วยจริง ไม่จำกัด; รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วัน มาตรา 32
ลากิจธุระอันจำเป็น ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 3 วัน (ได้รับค่าจ้าง) มาตรา 34
ลาพักร้อน (Annual Leave) ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน (หลังทำงาน 1 ปี) มาตรา 30
ชั่วโมงทำงานล่วงเวลา (OT) ไม่เกิน 36 ชั่วโมง/สัปดาห์; OT rate อย่างน้อย 1.5x มาตรา 24, 61
วันหยุดประจำสัปดาห์ ไม่น้อยกว่า 1 วัน/สัปดาห์ มาตรา 28
วันหยุดตามประเพณี ไม่น้อยกว่า 13 วัน/ปี (รวมวันแรงงาน) มาตรา 29
Important — LPA Alert

สิทธิขั้นต่ำทั้งหมดข้างต้นเป็น "สิทธิที่ไม่อาจตัดได้" ข้อตกลงใดในสัญญาจ้างที่ให้สิทธิน้อยกว่านี้ถือเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ นายจ้างต้องใช้สิทธิที่กฎหมายกำหนดแทน นายจ้างสามารถให้สิทธิ "มากกว่า" แต่ไม่สามารถให้ "น้อยกว่า" กฎหมาย

5. ข้อห้ามในสัญญาจ้าง Prohibited Clauses in Employment Contracts

กฎหมายแรงงานไทยห้ามมิให้มีข้อตกลงในสัญญาจ้างที่ลิดรอนสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้าง รวมถึงข้อกำหนดที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ตัวอย่างข้อห้ามที่พบบ่อย ได้แก่:

  1. ข้อตกลงให้ลูกจ้างสละสิทธิค่าชดเชย: โมฆะ — ลูกจ้างไม่สามารถสละสิทธิค่าชดเชยล่วงหน้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 [ต้องยืนยันมาตรา]
  2. ข้อตกลงที่ให้ค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำ: โมฆะ — ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่รัฐกำหนด
  3. ข้อตกลงให้ทำงานเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนดโดยไม่จ่าย OT: โมฆะ
  4. ข้อตกลงให้นายจ้างหักค่าจ้างเป็นค่าประกันโดยพลการ: ผิดกฎหมาย — การหักค่าจ้างทำได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด
  5. ข้อตกลงให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย: โมฆะ
  6. Non-Compete ที่กว้างเกินสมควร: ศาลอาจลดหรือยกเลิก — ศาลไทยพิจารณาตามความสมเหตุสมผล
  7. ข้อตกลงให้ลูกจ้างชำระค่าปรับหากลาออกก่อนกำหนด: ต้องระวัง — หากสูงเกินไปศาลอาจลดลงหรือยกเลิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

6. การเลิกจ้าง + ค่าชดเชย (ตาราง) Termination & Severance Pay

การเลิกจ้างและค่าชดเชยเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนที่สุดในกฎหมายแรงงานไทย นายจ้างต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นอาจต้องรับผิดในค่าชดเชย ค่าเสียหาย และค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

6.1 ประเภทการเลิกจ้าง

  1. เลิกจ้างโดยสมัครใจของลูกจ้าง (Resignation): ลูกจ้างยื่นใบลาออก บอกกล่าวล่วงหน้าตามสัญญาหรือตามที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างไม่มีสิทธิค่าชดเชย (เว้นแต่สัญญาระบุไว้)
  2. เลิกจ้างโดยนายจ้าง (Employer Termination): นายจ้างบอกกล่าวล่วงหน้าและ/หรือจ่ายสินจ้างแทน ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน เว้นแต่มีเหตุตาม LPA มาตรา 119
  3. เลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (Summary Dismissal): ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 119 เช่น ทุจริต จงใจทำลายทรัพย์สิน ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังตักเตือนเป็นหนังสือ ละทิ้งงานเกิน 3 วันทำงานติดต่อกัน ถูกจำคุกตามคำพิพากษา

6.2 อัตราค่าชดเชยตาม LPA (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 118

อายุงาน ค่าชดเชย (วันทำงาน)
120 วัน ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 1 ปี 30 วัน
1 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 3 ปี 90 วัน
3 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 6 ปี 180 วัน
6 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 10 ปี 240 วัน
10 ปีขึ้นไป แต่ไม่ถึง 20 ปี 300 วัน
20 ปีขึ้นไป (ใหม่ LPA ฉบับ 9) 400 วัน
สิ่งสำคัญ: "ค่าจ้าง" ที่ใช้คำนวณค่าชดเชยหมายถึงค่าจ้างอัตราสุดท้าย หรือค่าจ้างเฉลี่ย 90 วันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างตามผลงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 118

6.3 ค่าชดเชยพิเศษเมื่อย้ายสถานประกอบกิจการ

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 120 หากนายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการและลูกจ้างไม่ยินยอมตามไป ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างและได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่า 50% ของค่าชดเชยปกติตามอายุงาน ทั้งนี้นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนย้าย

7. Non-Compete / Non-Solicitation Non-Compete & Non-Solicitation Clauses

ข้อกำหนดห้ามแข่งขัน (Non-Compete Clause) และข้อกำหนดห้ามดึงพนักงาน/ลูกค้า (Non-Solicitation Clause) เป็นเครื่องมือที่นายจ้างนิยมใช้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้ข้อกำหนดเหล่านี้ในประเทศไทยมีความซับซ้อน

7.1 หลักเกณฑ์ Non-Compete ที่บังคับใช้ได้

ศาลไทยจะบังคับใช้ Non-Compete หากข้อกำหนดนั้นมีลักษณะดังนี้:

  1. มีประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายในการคุ้มครอง: เช่น ความลับทางธุรกิจ ความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือการลงทุนในการฝึกอบรม
  2. ระยะเวลาสมเหตุสมผล: โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1–2 ปีหลังสิ้นสุดสัญญา
  3. ขอบเขตทางภูมิศาสตร์สมเหตุสมผล: กำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนและสอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ
  4. ประเภทธุรกิจที่จำกัดชัดเจน: ระบุว่าห้ามทำธุรกิจประเภทใด ไม่ควรครอบคลุมกว้างเกินไป
  5. มีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม: ลูกจ้างได้รับค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลสำหรับการยอมรับข้อจำกัด
⚠️ Non-Compete ที่กว้างเกินไป

หาก Non-Compete ครอบคลุมธุรกิจทุกประเภทในทุกพื้นที่ไปตลอดชีพ ศาลไทยจะถือว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและอาจยกเลิกทั้งหมด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 แนวทางที่ดีที่สุดคือการร่าง Non-Compete ให้แคบ ชัดเจน และมีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม

7.2 Non-Solicitation Clause

ข้อกำหนดห้ามดึงพนักงานและลูกค้า (Non-Solicitation) มักได้รับการยอมรับจากศาลมากกว่า Non-Compete เนื่องจากมีขอบเขตจำกัดกว่า โดยทั่วไปกำหนด:

  1. ห้ามดึงพนักงาน: ไม่ชักชวนพนักงานคนอื่นของนายจ้างเดิมให้ลาออกไปร่วมงาน ระยะเวลา 1–2 ปี
  2. ห้ามดึงลูกค้า: ไม่ติดต่อลูกค้าของนายจ้างเดิมเพื่อชักชวนให้มาใช้บริการ ระยะเวลา 1–2 ปี
  3. ห้ามเปิดเผยความลับ: ไม่นำข้อมูลลับทางธุรกิจ รายชื่อลูกค้า หรือข้อมูลทางเทคนิคไปเปิดเผยหรือใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

8. Checklist สำหรับนายจ้าง Employer Compliance Checklist

เพื่อให้สัญญาจ้างและการบริหารแรงงานถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 นายจ้างควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้:

Checklist — สัญญาจ้างและการจ้างงาน

Post-LPA No. 9 — Action Required

นายจ้างที่มีสัญญาจ้างที่ทำก่อน LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ ควรทบทวนและอัปเดตสัญญาให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะสิทธิลาคลอด 120 วัน และสิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน ซึ่งเป็นสิทธิใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

9. FAQ & บทสรุป Frequently Asked Questions & Conclusion

Q: จ้างแรงงาน vs จ้างทำของ ต่างกันอย่างไร?

จ้างแรงงาน (ปพพ. มาตรา 575) นายจ้างควบคุมบังคับบัญชาและกำหนดวิธีการทำงาน ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองตาม LPA ส่วนจ้างทำของ (มาตรา 587) ผู้รับจ้างอิสระ นายจ้างสนใจแค่ผลลัพธ์ ไม่ได้รับ LPA โดยอัตโนมัติ ศาลวินิจฉัยจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่ชื่อสัญญา

Q: LPA ฉบับที่ 9 เพิ่มสิทธิอะไรบ้าง?

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 เพิ่มสิทธิสำคัญ ได้แก่ (1) ลาคลอดเพิ่มเป็น 120 วัน ตามมาตรา 41 (2) สิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน ตามมาตรา 41/1 (ใหม่) (3) ค่าชดเชยสำหรับอายุงาน ≥20 ปี = 400 วัน ตามมาตรา 118 (4) คุ้มครองแรงงานจ้างเหมาภาครัฐ ตามมาตรา 4/1

Q: ค่าชดเชยคำนวณอย่างไร?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 118: 120 วัน–1 ปี = 30 วัน; 1–3 ปี = 90 วัน; 3–6 ปี = 180 วัน; 6–10 ปี = 240 วัน; 10–20 ปี = 300 วัน; ≥20 ปี = 400 วัน คำนวณจากค่าจ้างอัตราสุดท้าย

Q: Non-Compete ในสัญญาจ้างบังคับได้ไหม?

บังคับได้หากมีขอบเขตสมเหตุสมผลในด้านระยะเวลา พื้นที่ และประเภทธุรกิจ ศาลไทยพิจารณาตามข้อเท็จจริงว่าสมเหตุสมผลและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือไม่ โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 2 ปี และต้องมีสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม

Q: นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้เมื่อไหร่?

ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 มาตรา 119 ได้แก่: ทุจริตหรือกระทำความผิดทางอาญาต่อนายจ้าง, จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย, ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง, ฝ่าฝืนข้อบังคับหลังถูกตักเตือนเป็นหนังสือ, ละทิ้งงานเกิน 3 วันทำงานติดต่อกัน, ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด

บทสรุป

ระบบกฎหมายแรงงานไทยมีโครงสร้างที่ชัดเจนและให้ความคุ้มครองลูกจ้างในระดับที่ค่อนข้างสูง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ได้ยกระดับสิทธิขั้นต่ำหลายประการ โดยเฉพาะสิทธิลาคลอดที่เพิ่มเป็น 120 วัน สิทธิลาช่วยคู่สมรสคลอดบุตร 15 วัน (ซึ่งเป็นสิทธิใหม่) และค่าชดเชยสำหรับพนักงานอายุงานยาวนาน

สำหรับนายจ้าง การจัดทำสัญญาจ้างที่ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะการละเลยสิทธิขั้นต่ำของลูกจ้างอาจนำไปสู่คดีความที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าชดเชย ค่าเสียหาย และความเสียหายต่อภาพลักษณ์องค์กร ในขณะที่การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเป็นรากฐานของสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีและความยั่งยืนขององค์กร

เอกสารอ้างอิง / References

  1. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (Labour Protection Act, B.E. 2541 (1998) and amendments)
  2. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 (Labour Protection Act No. 9, B.E. 2568 (2025))
  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 6 ว่าด้วยจ้างแรงงาน มาตรา 575–586 (CCC Book III, Title VI — Employment)
  4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 7 ว่าด้วยจ้างทำของ มาตรา 587–607 (CCC Book III, Title VII — Hire of Work)
  5. พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 (Labour Relations Act, B.E. 2518 (1975))
  6. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน — www.labour.go.th
  7. สำนักงานประกันสังคม — www.sso.go.th
LEGAL REFERENCES
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง — คลิกเพื่อดูตัวบทจากแหล่งทางการ

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

Disclaimer / ข้อจำกัดความรับผิด

ภาษาไทย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อมูลอ้างอิงพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและตรวจสอบกฎหมายปัจจุบันก่อนนำข้อมูลไปใช้ ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

English: This article is prepared solely for academic and general informational purposes and does not constitute legal advice for any specific matter. References are based on the Labour Protection Act No. 9 (B.E. 2568). Laws and regulations may change. Readers should consult qualified legal counsel and verify current law before taking action. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. disclaim all liability for any loss or damage arising from reliance on the contents herein without professional consultation.

© 2026 Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) — All Rights Reserved.

Back to Knowledge Hub
ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →