ข้อสัญญาข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement / Merger Clause) และข้อสัญญาการแยกส่วนความสมบูรณ์ (Severability Clause) มักถูกมองข้ามว่าเป็นเพียง Boilerplate ทั่วไป แต่ในทางคดีแพ่งของไทย ข้อสัญญาทั้งสองนี้ทำหน้าที่เป็น "เกราะป้องกันการบิดเบือนสัญญา" 3 ประการสำคัญ: (1) การแทนที่ข้อตกลงเดิมและข้อห้ามสืบพยานบุคคล (Parol Evidence Rule): Entire Agreement Clause เป็นการตกลงโดยชัดแจ้งว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU), อีเมล, เอกสารนำเสนอ (Pitch Deck), หรือการเจรจาด้วยวาจาใด ๆ ก่อนหน้านี้ ให้สิ้นผลและถูกแทนที่ด้วยสัญญาฉบับนี้ทั้งหมด ซึ่งมีผลในทางสัญญา คือแทนที่ข้อตกลงเดิมและเป็นพยานหลักฐานว่าคู่สัญญาประสงค์เช่นนั้น ส่วนข้อห้ามนำพยานบุคคลมาสืบอ้างข้อตกลงนอกสัญญาเพื่อแก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอนข้อความในเอกสารเป็นผลของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ซึ่งใช้เมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง มิใช่ผลของข้อสัญญาโดยตรง (2) การจำกัดข้ออ้างเรื่องคำมั่นนอกสัญญา: ตัดข้ออ้างเรื่องการให้คำมั่นสัญญาปากเปล่า (Oral Representations) ของฝ่ายขายหรือนายหน้าที่มิได้บรรจุไว้ในสัญญา แต่ไม่ตัดสิทธิของผู้แสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉล ซึ่งการแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆียะตามมาตรา 159 (3) หลักการ Severability ตาม ป.พ.พ. มาตรา 173: ตาม ป.พ.พ. มาตรา 173 ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของนิติกรรมเป็นโมฆะ นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น เว้นแต่จะพึงสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่าคู่กรณีเจตนาจะให้ส่วนที่ไม่เป็นโมฆะนั้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้ การใส่ Severability Clause จึงเป็นพยานหลักฐานสำคัญของเจตนาให้แยกส่วนที่ไม่เป็นโมฆะออกจากส่วนที่เป็นโมฆะ หากข้อสัญญาข้อใดตกเป็นโมฆะ (เช่น ข้อสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 150) แต่ศาลยังพิจารณาพฤติการณ์แห่งกรณีตามมาตรา 173 ส่วนเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนไม่เป็นโมฆะ ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 และข้อห้ามแข่งขันที่ไม่เป็นโมฆะแต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: บริษัทผู้ซื้อตกลงซื้อเครื่องจักรโรงงานมูลค่า 40 ล้านบาท ในระหว่างการเจรจาทางไลน์และอีเมล ผู้ขายส่งแคตตาล็อกและพิมพ์ข้อความยืนยันว่า "เครื่องจักรนี้ผลิตได้ 10,000 ชิ้นต่อวันแน่นอน" แต่เมื่อถึงเวลาทำสัญญาซื้อขายฉบับจริง ทนายความของผู้ขายได้ใส่ข้อสัญญา Entire Agreement ไว้ในหน้าสุดท้าย และไม่ได้ระบุสเปก 10,000 ชิ้นต่อวันลงในสัญญาหลัก
- ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อคิดว่าตนมีหลักฐานแชตไลน์และอีเมลชัดเจน ย่อมฟ้องบังคับให้ผู้ขายรับผิดชอบได้ตามที่สัญญาไว้ก่อนหน้า
- จุดพลิก: เมื่อติดตั้งเครื่องจักร ปรากฏว่าผลิตได้เพียง 6,000 ชิ้นต่อวัน ผู้ซื้อฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายและขอเลิกสัญญา ศาลไม่รับฟังแชตไลน์และอีเมลของผู้ซื้อเป็นข้อตกลงเพิ่มเติมจากสัญญา เพราะสัญญาฉบับจริงมีข้อสัญญา Entire Agreement ระบุชัดเจนว่าคู่สัญญาตกลงยกเลิกการเจรจาและเอกสารทั้งหมดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีผลในทางสัญญาเป็นการแทนที่ข้อตกลงเดิม และข้อความในสัญญามิได้ระบุกำลังการผลิตไว้ ผู้ซื้อจึงแพ้คดีและต้องรับมอบเครื่องจักรที่ใช้งานไม่ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ หากผู้ซื้อจะนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อเพิ่มเติมข้อความในสัญญา ก็อาจต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) เพราะสัญญาซื้อขายเครื่องจักรนี้เป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีการวางประจำหรือชำระหนี้บางส่วน จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามมาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังการทำงานของ Entire Agreement ร่วมกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94, เทคนิคการร่างข้อยกเว้นการฉ้อฉล (Fraud Carve-out), โครงสร้าง Severability Clause ตาม ป.พ.พ. มาตรา 173, และ Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญาปิดผนึก
แกนหลักของ Entire Agreement Clause
ข้อสัญญาข้อตกลงทั้งหมด (Entire Agreement หรือ Merger Clause) เป็นข้อตกลงของคู่สัญญาว่าสัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดในเรื่องนั้น และให้แทนที่ข้อตกลง เอกสารร่าง บันทึกความเข้าใจ และคำเจรจาก่อนหน้า ข้อตกลงหรือคำมั่นก่อนหน้าที่มิได้บรรจุไว้ในสัญญาจึงสิ้นผลตามที่คู่สัญญาตกลงกัน มิใช่ตกเป็นโมฆะ อย่างไรก็ดี ข้อสัญญานี้มิได้ยกเว้นหลักการตีความของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลยังต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษรตามมาตรา 171 และตีความสัญญาตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีตามมาตรา 368 ทั้งไม่ตัดสิทธิของคู่สัญญาที่แสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉล ซึ่งการแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆียะตามเงื่อนไขของมาตรา 159
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- Money (การตัดสิทธิเรียกร้องผลประโยชน์นอกสัญญา): ผู้ซื้อที่ไม่รอบคอบอาจสูญเสียสิทธิในการได้รับบริการหลังการขาย ของแถม หรือการรับประกันสมรรถนะที่ผู้ขายเคยเสนอไว้ในการเจรจาแต่ไม่ได้ใส่ในสัญญา
- Control (ความแน่นอนของนิติสัมพันธ์ - Certainty): สำหรับผู้ประกอบการและผู้ลงทุน Entire Agreement ช่วยสร้างความแน่นอนว่า บริษัทจะไม่ถูกคู่สัญญาฟ้องร้องด้วยข้ออ้างลอย ๆ หรือแชตข้อความที่หลุดออกไปในอดีต
- Evidence/Timing: ในชั้นศาล ข้อสัญญานี้มีผลในทางสัญญาโดยแทนที่ข้อตกลงเดิมและเป็นพยานหลักฐานว่าคู่สัญญาประสงค์เช่นนั้น ส่วนข้อห้ามนำพยานบุคคลเข้าสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารเป็นผลของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ซึ่งอาจช่วยย่นระยะเวลาการดำเนินคดีและลดความไม่แน่นอนของคำพิพากษา
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| Claim ID | ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | ตำแหน่งในแหล่ง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| C-SHIELD-17-01 | ข้อห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบุคคลที่นำสืบเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอนข้อความในเอกสาร เป็นผลของบทบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเมื่อเข้าเงื่อนไข มิใช่ผลของข้อสัญญา Entire Agreement ทั้งนี้ต้องตรวจถ้อยคำและข้อยกเว้นจากตัวบทฉบับทางการ | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 | ภาค 1 บททั่วไป ลักษณะ 5 พยานหลักฐาน หมวด 1 หลักทั่วไป | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-17-02 | ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดของนิติกรรมเป็นโมฆะ นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น เว้นแต่จะพึงสันนิษฐานได้โดยพฤติการณ์แห่งกรณีว่าคู่กรณีเจตนาจะให้ส่วนที่ไม่เป็นโมฆะนั้นแยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้ | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 | ลักษณะ 4 นิติกรรม หมวด 3 โมฆะกรรมและโมฆียะกรรม | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-17-03 | ในการตีความการแสดงเจตนานั้น ให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 171 | ลักษณะ 4 นิติกรรม หมวด 2 การแสดงเจตนา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-17-03A | สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 | ลักษณะ 2 สัญญา หมวด 1 ก่อให้เกิดสัญญา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-17-04 | การนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญาหรือนิติกรรมอำพรางอาจไม่ต้องห้ามตามหลักของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทั้งนี้ต้องตรวจถ้อยคำของมาตราและข้อยกเว้นจากตัวบทฉบับทางการ | ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 | ภาค 1 บททั่วไป ลักษณะ 5 พยานหลักฐาน หมวด 1 หลักทั่วไป | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHIELD-17-05 | ข้อความในสัญญาที่ระบุว่าสัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดและยกเลิกข้อตกลงเดิม มีผลตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา ภายใต้ข้อจำกัดของมาตรา 150 (การที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัย หรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะ) มาตรา 373 (ความตกลงล่วงหน้ายกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นโมฆะ) และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เมื่อเป็นสัญญาสำเร็จรูปหรือสัญญาผู้บริโภค | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 และมาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 | ลักษณะ 4 นิติกรรม (มาตรา 150) และลักษณะ 2 สัญญา หมวด 2 ผลแห่งสัญญา (มาตรา 373) | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (Parol Evidence Rule) และข้อพึงระวัง
ข้อห้ามนำพยานบุคคลมาสืบเพื่อ "แก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอน" ข้อความในเอกสารเป็นผลของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ซึ่งห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีเช่นนั้นเมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แม้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะยินยอม ทั้งนี้ ในบรรดาสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ เช่น การเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 538 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปตามมาตรา 653 การค้ำประกันตามมาตรา 680 และการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีการวางประจำหรือชำระหนี้บางส่วน จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตามมาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่สัญญาที่ประสงค์จะอ้างข้อตกลงนอกสัญญาในสัญญาเหล่านี้อาจถูกห้ามตามหลักดังกล่าว ข้อสัญญา Entire Agreement มีผลในทางสัญญาโดยแทนที่ข้อตกลงเดิมและเป็นพยานหลักฐานว่าคู่สัญญาประสงค์เช่นนั้น แต่ข้อห้ามสืบพยานบุคคลมิได้เกิดจากข้อสัญญา และมิได้ทำให้ศาลยึดถือข้อความในสัญญาเป็นที่สุดเสมอไป เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เองบัญญัติมิให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าพยานเอกสารนั้นปลอมหรือไม่ถูกต้องทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ หรือคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด ตัวอย่างกรณีดังกล่าวมีดังนี้:
- การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรมเป็นโมฆะตามมาตรา 156 ส่วนการแสดงเจตนาโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติ ถูกกลฉ้อฉล หรือถูกข่มขู่เป็นโมฆียะตามมาตรา 157 มาตรา 159 และมาตรา 164 ตามลำดับ และเมื่อบอกล้างแล้วให้ถือว่าเป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรกตามมาตรา 176
- การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ และถ้าทำเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่นให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 การนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของสัญญาหรือนิติกรรมอำพรางอาจไม่ต้องห้าม เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 มิให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์
- ข้อความในสัญญากำกวม ไม่ชัดเจน จึงต้องนำสืบพยานเพื่อแปลความเจตนาที่แท้จริงตามมาตรา 171
ตารางเปรียบเทียบ: มี Entire Agreement กับไม่มี Entire Agreement
| มิติการพิจารณา | สัญญาที่มี Entire Agreement Clause | สัญญาที่ไม่มี Entire Agreement Clause |
|---|---|---|
| สถานะของ MOU และการเจรจาเดิม | สิ้นผลตามที่คู่สัญญาตกลงกัน ถูกแทนที่ด้วยสัญญาฉบับนี้ | อาจถูกนำมาใช้อ้างอิงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาได้ |
| การสืบพยานบุคคลหักล้างสัญญา | เมื่อเข้าเงื่อนไขของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ศาลอาจไม่รับฟังพยานบุคคลที่นำสืบเพื่อแก้ไข เพิ่มเติม หรือตัดทอนข้อความในสัญญา | เปิดช่องให้อีกฝ่ายอ้างพยานบุคคลเพื่อขยายความสัญญา |
| การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาในอนาคต | ข้อสัญญาข้อตกลงทั้งหมดเพียงอย่างเดียวระบุว่าสัญญาฉบับนี้แทนที่ข้อตกลงก่อนหน้า มิได้กำหนดแบบของการแก้ไขสัญญาในอนาคต หากต้องการให้การแก้ไขสัญญาต้องทำเป็นหนังสือ ให้ใส่ข้อสัญญา No Oral Modification เพิ่มจากข้อสัญญาข้อตกลงทั้งหมด | อาจถูกอ้างว่ามีการผ่อนปรนหรือแก้ไขโดยปริยายผ่านแชต |
| ผลเมื่อข้อสัญญาบางข้อตกเป็นโมฆะ | Severability Clause เป็นพยานหลักฐานสำคัญของเจตนาให้แยกส่วนที่ไม่เป็นโมฆะออกได้ ศาลยังพิจารณาพฤติการณ์แห่งกรณีตามมาตรา 173 | ต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งกรณีเพื่อแสดงว่าคู่กรณีเจตนาให้แยกส่วนได้ มิฉะนั้นนิติกรรมย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้นตามมาตรา 173 |
เพื่อไม่ให้ Entire Agreement กลายเป็นกับดักย้อนกลับมาทำร้ายผู้ว่าจ้าง: (1) ต้องระบุเอกสารแนบท้ายทั้งหมดไว้ในสัญญา: ให้เขียนชัดเจนว่า "เอกสารแนบท้ายสัญญา (Schedules, Annexes, Exhibits) ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งอันไม่อาจแยกต่างหากจากสัญญานี้" และ (2) กำหนดลำดับการบังคับใช้ (Order of Precedence): ระบุว่าหากข้อความในสัญญาหลักขัดแย้งกับเอกสารแนบท้าย ให้ข้อความในสัญญาหลักมีผลบังคับเหนือกว่าเสมอ
ข้อต่อสู้ของฝ่ายอ้างคำมั่นวาจากับฝ่ายอ้างข้อสัญญา Devil's Advocate
| ข้ออ้างของฝ่ายที่ต้องการนำสืบพยานนอกสัญญา | ข้อต่อสู้ของฝ่ายที่ถือสัญญาตามกฎหมายไทย | หลักฐานที่ชี้ขาด |
|---|---|---|
| ผู้ขายได้ให้คำรับรองในอีเมลก่อนลงนามว่าจะดูแลระบบฟรี 1 ปี | ข้อสัญญา Entire Agreement ระบุชัดเจนว่าข้อตกลงก่อนหน้านี้สิ้นผลไปแล้วทั้งหมด | ข้อสัญญา Entire Agreement และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 |
| สัญญาตกเป็นโมฆะทั้งฉบับเพราะข้อสัญญาข้อหนึ่งมีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตามมาตรา 150 | มีข้อสัญญา Severability Clause เป็นพยานหลักฐานว่าคู่สัญญาเจตนาให้ตัดเฉพาะข้อที่เป็นโมฆะ ส่วนอื่นยังคงสมบูรณ์ ซึ่งศาลยังพิจารณาพฤติการณ์แห่งกรณีตามมาตรา 173 | ข้อสัญญา Severability Clause และ ป.พ.พ. มาตรา 173 |
| ผู้ขายมีเจตนาฉ้อฉลหลอกลวงตั้งแต่แรก จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะเป็นการนำสืบว่าสัญญาที่ระบุไว้ในเอกสารไม่สมบูรณ์ | ข้อความในสัญญาไม่ได้ระบุการรับประกันดังกล่าว และผู้ซื้อมีที่ปรึกษากฎหมายร่วมตรวจร่าง ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่ศาลอาจนำมาประกอบการวินิจฉัยว่าผู้ขายมีกลฉ้อฉลถึงขนาดตามมาตรา 159 หรือไม่ | บันทึกการตรวจร่างสัญญา (Redline Versions) และข้อความในสัญญา |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
ข้อเท็จจริงสมมติ: ในการซื้อขายกิจการโรงแรม บริษัทผู้ซื้อลงนามในสัญญา SPA มูลค่า 150 ล้านบาท โดยในสัญญาข้อ 18 มี Entire Agreement Clause และ Severability Clause ต่อมาผู้ซื้อพบว่าข้อสัญญาห้ามแข่งขัน (Non-compete) ของผู้ขายกำหนดไว้ 10 ปี ซึ่งผู้ขายอาจอ้างว่าทำให้ตนต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ
ผลแห่งการบังคับใช้: ข้อห้ามแข่งขันนี้ไม่เป็นโมฆะ ศาลอาจให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เช่น ให้มีผลเพียง 2 ปี โดยพิเคราะห์ขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลา และทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา ส่วนการซื้อขายหุ้นมูลค่า 150 ล้านบาทยังคงมีผลสมบูรณ์ กรณีนี้จึงไม่ต้องอาศัยข้อสัญญา Severability หรือมาตรา 173 ซึ่งใช้เมื่อส่วนหนึ่งของนิติกรรมเป็นโมฆะ
ขั้นตอนการตรวจสอบและร่าง Entire Agreement Action Steps
| ขั้นตอน | การดำเนินงาน | ผู้รับผิดชอบ | เอกสารผลลัพธ์ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|---|---|
| 1 | รวบรวมคำมั่น สเปก และข้อตกลงทั้งหมดที่เคยคุยในอีเมล/แชต | ทีมจัดซื้อ / ผู้บริหาร | Commercial Terms Summary Sheet | ก่อนตรวจร่างสัญญาขั้นสุดท้าย |
| 2 | นำข้อความสำคัญทั้งหมดมาบรรจุไว้ในตัวสัญญาหลักหรือเอกสารแนบท้าย | ฝ่ายกฎหมาย LAS | Contract Schedules & Annexes | ขั้นตอนตรวจร่างสัญญา |
| 3 | ตรวจสอบการมีอยู่ของข้อสัญญา Entire Agreement และข้อยกเว้นการฉ้อฉล | ทนายความผู้ตรวจสัญญา | Entire Agreement Clause with Fraud Exception | ก่อนลงนามสัญญา |
| 4 | ใส่ข้อสัญญา Severability Clause สอดคล้องกับ ป.พ.พ. มาตรา 173 | ฝ่ายกฎหมาย LAS | Severability & Survival Clause | ก่อนลงนามสัญญา |
Checklist 10 จุดตรวจข้อสัญญา Entire Agreement & Severability
- มีข้อสัญญา Entire Agreement ระบุชัดเจนว่าสัญญาฉบับนี้เป็นข้อตกลงทั้งหมดและยกเลิกข้อตกลงเดิมทั้งหมด
- มีการระบุยกเลิกทั้งข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรและวาจา (Prior Oral & Written Agreements)
- มีข้อความระบุว่าเอกสารแนบท้าย (Schedules, Exhibits, Annexes) ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
- มีข้อสัญญากำหนดลำดับการบังคับใช้ (Order of Precedence) หากข้อความในสัญญาขัดกับเอกสารแนบท้าย
- มีข้อสัญญาระบุว่าการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อทำเป็น หนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย (No Oral Modification)
- มีข้อสัญญาข้อยกเว้นสำหรับการฉ้อฉล (Fraud or Fraudulent Misrepresentation Carve-out)
- มีข้อสัญญา Severability Clause ระบุว่าหากข้อสัญญาใดตกเป็นโมฆะ ให้ข้อสัญญาที่เหลือยังคงมีผลสมบูรณ์
- มีข้อสัญญากำหนดหน้าที่ของคู่สัญญาในการเจรจาแทนที่ข้อสัญญาที่เป็นโมฆะด้วยข้อสัญญาใหม่ที่ชอบด้วยกฎหมาย
- ตรวจสอบว่าไม่มีคำรับรองสำคัญทางการค้า (Commercial Warranties) ตกหล่นอยู่นอกสัญญา
- มีข้อสัญญาการสละสิทธิ (No Waiver Clause) ระบุว่าการผ่อนผันหนี้ไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการเรียกร้องตามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 มาตรา 155 มาตรา 156 มาตรา 157 มาตรา 159 มาตรา 164 มาตรา 171 มาตรา 173 มาตรา 176 มาตรา 368 มาตรา 373 มาตรา 383 มาตรา 456 มาตรา 538 มาตรา 653 และมาตรา 680
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และ 5
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 และมาตรา 9
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)