- การระบุว่าเป็นโฆษณาในสัญญาอินฟลูเอนเซอร์ (Ad Disclosure Clause): พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 ห้ามใช้ข้อความโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เช่น ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หรือข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ส่วนมาตรา 26 ให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนดให้การโฆษณาทางสื่อใดต้องมีถ้อยคำชี้แจงว่าเป็นการโฆษณา สัญญาจึงควรกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์ระบุอย่างเด่นชัดตั้งแต่ต้นโพสต์ว่าเป็นโฆษณา เช่น #โฆษณา #Ad หรือ #Sponsored และไม่ควรวางไว้ท้ายโพสต์ ส่วนรูปแบบของแฮชแท็กและตำแหน่งการแสดงผลเป็นข้อตกลงของคู่สัญญาหรือแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- การคัดกรองเนื้อหาก่อนเผยแพร่และข้อห้ามโฆษณาเกินจริง (Pre-approval & Regulatory Compliance): การโฆษณาอาหารรวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต้องนำเสียง ภาพ หรือข้อความที่จะโฆษณาไปให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน และจะโฆษณาได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ส่วนการโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความต้องห้ามตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 และผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 84 โดยกฎหมายเฉพาะทั้งสองฉบับนี้ใช้บังคับก่อนตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แบรนด์ A จึงควรกำหนดในสัญญาให้ตรวจข้อความทุกชิ้นก่อนเผยแพร่ และให้อินฟลูเอนเซอร์ B ชดใช้ความเสียหายที่ A ได้รับอันเกิดจากการที่ B พูดหรือโพสต์ข้อความนอกเหนือจากที่ A อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกำหนดวงเงินและเงื่อนไขให้ชัดเจน และไม่ควรเขียนให้ครอบคลุมโทษปรับอาญาที่เกิดจากการกระทำหรือการอนุมัติของ A เอง
- ข้อสัญญาคุ้มครองภาพลักษณ์แบรนด์ (Morals Clause & Immediate Termination): หากอินฟลูเอนเซอร์เข้าไปพัวพันกับพฤติกรรมผิดกฎหมาย เสพสารเสพติด การพนันออนไลน์ การใช้ความรุนแรง หรือการแสดงความคิดเห็นที่กระทบต่อศีลธรรมอันดี สัญญาควรให้สิทธิแบรนด์ในการสั่งลบคอนเทนต์และบอกเลิกสัญญาด้วยหนังสือ โดยนิยามพฤติกรรมที่ทำให้ใช้สิทธิดังกล่าวให้ชัดเจน แยกค่าตอบแทนส่วนงานที่ส่งมอบและเผยแพร่แล้วออกจากส่วนที่ยังไม่ส่งมอบ และกำหนดเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายด้วยจำนวนที่สมเหตุสมผล เพราะศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: แบรนด์เครื่องสำอางรายหนึ่ง (A) ว่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับผู้ติดตาม 2 ล้านคน (B) ให้ทำคลิปรีวิวครีมบำรุงผิวซึ่งเป็นเครื่องสำอาง มูลค่าสัญญา 350,000 บาท ระหว่างการไลฟ์สด อินฟลูเอนเซอร์พูดเคลมว่า "ทาแล้วฝ้าหายขาดใน 3 วัน หน้าขาวถาวร" และไม่ได้ติดแฮชแท็ก #โฆษณา ต่อมา อย. และ สคบ. สั่งระงับโฆษณาและดำเนินคดีอาญาปรับแบรนด์ 100,000 บาท ซ้ำร้ายต่อมาอินฟลูเอนเซอร์รายนี้ถูกจับกุมในคดีฟอกเงินเว็บพนันออนไลน์
- ความเข้าใจผิด: แบรนด์เข้าใจว่าคลิปรีวิวเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของอินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดนอกสคริปต์ และเข้าใจว่าสามารถเลิกสัญญาและเรียกเงินค่าจ้างคืนได้ทั้งจำนวนตามกฎหมายทั่วไป
- จุดพลิก: สาระสำคัญทางกฎหมายคือ สำหรับครีมบำรุงผิวซึ่งเป็นเครื่องสำอาง A ในฐานะผู้โฆษณาสินค้าของตนอาจต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 84 หากข้อความโฆษณาไม่เป็นไปตามมาตรา 41 เช่น ข้อความที่แสดงสรรพคุณเป็นการรักษาโรค ส่วนบทบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณาของพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ใช้บังคับได้เพียงเท่าที่ไม่ซ้ำหรือขัดกับกฎหมายเฉพาะนั้นตามมาตรา 21 ทั้งนี้ ความผิดตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องเป็นกรณีที่ A โดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ A รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นนั้น ความรับผิดทางอาญาของ A จึงมิใช่ความรับผิดร่วมโดยอัตโนมัติ แต่ความเสี่ยงสูงขึ้นมากหาก A อนุมัติสคริปต์หรือมีส่วนกำหนดข้อความ สำหรับความรับผิดทางแพ่งของ A ต่อบุคคลภายนอกจากการกระทำของ B ให้พิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ซึ่งผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง ส่วนเงินค่าจ้าง 350,000 บาท หากสัญญาจ้างไม่มีข้อกำหนดเรื่องพฤติกรรมของ B ที่กระทบภาพลักษณ์ของ A (Morals Clause) A มีเพียงสิทธิตามกฎหมายทั่วไป เช่น เลิกสัญญาเมื่อ B ผิดสัญญาหลังกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้ปฏิบัติตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 หรือบอกเลิกสัญญาจ้างทำของพร้อมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 605 ซึ่งต่างจากการมี Morals Clause ที่ให้สิทธิเลิกสัญญาและกำหนดผลต่อค่าตอบแทนไว้ล่วงหน้า ส่วนการที่ B ถูกจับกุมในคดีอื่นจะเป็นเหตุให้ A ใช้สิทธิเลิกสัญญาได้หรือไม่ และจะมีผลต่อการเรียกเงินค่าจ้างคืนเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับถ้อยคำในสัญญา
- สิ่งที่ได้จากบทความ: Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจ้าง Influencer Marketing, ประเด็นที่ควรกำหนดในข้อสัญญา Morals Clause & Script Pre-approval, ตารางเปรียบเทียบสิทธิในลิขสิทธิ์คอนเทนต์ (หัวข้อที่ 2), และประเด็นที่ต้องตรวจก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
หลักกฎหมายทั่วไปของการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ได้แก่ ลิขสิทธิ์ในงานจ้าง การระบุว่าเป็นโฆษณา ความรับผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และสัญญาจ้างทำของ อธิบายไว้อย่างละเอียดในบทความเรื่อง สัญญาธุรกิจการตลาด (องค์ประกอบสัญญาอินฟลูเอนเซอร์ 8 ข้อ) กฎหมาย Social Media Marketing ไทย กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและการตลาด และ ทรัพย์สินทางปัญญา: คู่มือกฎหมาย IP สำหรับนักธุรกิจและนักการตลาด บทความนี้จึงสรุปหลักดังกล่าวไว้ในตารางต่อไปนี้เท่าที่จำเป็นต่อการตรวจสัญญา และวิเคราะห์เฉพาะประเด็นของสัญญาอินฟลูเอนเซอร์ ได้แก่ การนำคอนเทนต์ไปโฆษณาต่อ (Whitelisting / Boosting) การรับรองว่าไม่มีผู้ติดตามปลอม (Anti-Bot Warranty) ข้อสัญญารักษาภาพลักษณ์ (Morals Clause) การห้ามรับงานแบรนด์คู่แข่ง และการเรียกเงินค่าจ้างคืน
| รหัสอ้างอิง | ข้อกฎหมาย / สาระสำคัญ | ฐานทางกฎหมาย | สถานะการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| C-CC-42-01 | การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เช่น ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หรือที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจกำหนดให้มีถ้อยคำชี้แจงว่าเป็นการโฆษณา และสินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับการโฆษณาให้บังคับตามกฎหมายเฉพาะนั้นก่อน | พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 21 มาตรา 22 และมาตรา 26 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-CC-42-02 | ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร (โทษตามมาตรา 70) และผู้ประสงค์จะโฆษณาอาหารต้องนำข้อความที่จะโฆษณาไปให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน และจะโฆษณาได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว | พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 70 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-CC-42-03 | ผู้ที่โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องพิสูจน์เจตนาทุจริตหรือหลอกลวงประกอบกัน และมิใช่ว่าการโฆษณาเกินจริงทุกกรณีจะเป็นความผิดตามมาตรานี้ | พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-CC-42-04 | งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น โดยมาตรา 10 มิได้กำหนดให้ตกลงเป็นหนังสือ (รายละเอียดอยู่ในตารางเปรียบเทียบสิทธิในลิขสิทธิ์คอนเทนต์ด้านล่าง) | พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 และมาตรา 15 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-CC-42-05 | อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรในการสั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ซึ่งไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง และหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทันทีทุกครั้งที่หักภาษีในกรณีนี้ ส่วนอัตราที่ใช้กับค่าตอบแทนของอินฟลูเอนเซอร์ต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 ทวิ และคำสั่งของกรมสรรพากรว่าด้วยอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-CC-42-06 | การโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่งรวมข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ และข้อความที่แสดงสรรพคุณเป็นการรักษาโรค ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามมาตรา 84 พระราชบัญญัติเครื่องสำอางมิได้กำหนดระบบใบอนุญาตโฆษณา แต่ผู้โฆษณาอาจขอให้คณะกรรมการให้ความเห็นก่อนทำการโฆษณาได้ตามมาตรา 46 | พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 มาตรา 46 และมาตรา 84 | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-CC-42-07 | ผู้โฆษณาอาจรับผิดทางอาญาตามมาตรา 47 เมื่อได้โฆษณาโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นนั้น ส่วนความรับผิดทางแพ่งต่อบุคคลภายนอก ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้น เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่ง หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง | พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 47; ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-CC-42-08 | เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้ชำระหนี้ได้ หากไม่ชำระภายในระยะเวลานั้นจึงเลิกสัญญาได้ ผู้ว่าจ้างทำของบอกเลิกสัญญาก่อนงานแล้วเสร็จได้โดยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ผลของการเลิกสัญญาคือให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยงานที่ทำให้แล้วชดใช้ด้วยเงินตามควรค่าหรือตามที่สัญญากำหนด และศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 มาตรา 387 มาตรา 391 และมาตรา 605 | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-CC-42-09 | ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยพิจารณาขอบเขตด้านพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัด ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด และทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| สถานการณ์ | ผู้มีลิขสิทธิ์ | สิ่งที่สัญญาควรกำหนด | ฐานทางกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| B สร้างสรรค์คอนเทนต์ตามที่ A ว่าจ้าง และสัญญาไม่กล่าวถึงลิขสิทธิ์ | A เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ โดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือหรือทำสัญญาโอน | บันทึกหลักนี้ไว้ในสัญญาเพื่อป้องกันข้อพิพาท และตกลงเรื่องสิทธิตัดต่อให้ชัดเจน | พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 |
| สัญญากำหนดให้ B คงลิขสิทธิ์ไว้ | B เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ | กำหนดสิทธิของ A ในการนำคอนเทนต์ไปใช้และโฆษณาต่อ (Whitelisting / Boosting) เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ โดยระบุขอบเขต ช่องทาง และระยะเวลาให้ชัดเจน | พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 และมาตรา 15 (5) |
| งานที่ B สร้างสรรค์ไว้ก่อนหรือนอกขอบเขตการจ้าง และ A ต้องการเป็นเจ้าของ | B เป็นผู้มีลิขสิทธิ์จนกว่าจะมีการโอน | ทำเป็นหนังสือโอนลิขสิทธิ์ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย และกำหนดระยะเวลาโอนให้ชัดเจน มิฉะนั้นถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดสิบปี | พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17 |
| ทุกกรณีข้างต้น | B ยังคงมีสิทธิของผู้สร้างสรรค์ | B มีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงงานจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของ B เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาจึงควรตกลงเรื่องสิทธิตัดต่อไว้ให้ชัดเจน | พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18 |
มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ว่าด้วยงานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ซึ่งเป็นคนละกรณีกับงานจ้างทำของตามมาตรา 10
Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจ้าง Influencer Marketing
- ขอบเขตของผลงานและช่องทางการเผยแพร่ (Scope of Deliverables): ระบุจำนวนโพสต์, สตอรี่, คลิปสั้น (Reels/TikTok/Shorts), ความยาวขั้นต่ำ, ช่องทางแพลตฟอร์ม, และระยะเวลาที่ต้องคงโพสต์ไว้บนฟีด (Keep Post Active) ไม่น้อยกว่า 6-12 เดือน
- การส่งมอบดราฟต์และการอนุมัติล่วงหน้า (Pre-Approval Workflow): อินฟลูเอนเซอร์ต้องส่งมอบดราฟต์วิดีโอและแคปชันให้แบรนด์ตรวจอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วันทำการก่อนเผยแพร่จริง ห้ามโพสต์ก่อนได้รับอนุมัติเด็ดขาด สำหรับอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผู้ประสงค์จะโฆษณาต้องนำข้อความที่จะโฆษณาไปให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน และจะโฆษณาได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ส่วนเครื่องสำอางนั้น ผู้โฆษณาอาจขอให้คณะกรรมการให้ความเห็นก่อนทำการโฆษณาได้ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 46
- การระบุข้อความเปิดเผยการโฆษณา (Mandatory Ad Tagging): กำหนดให้ B ระบุอย่างเด่นชัดตั้งแต่ต้นโพสต์ว่าเป็นโฆษณา เช่น ใช้แฮชแท็ก #โฆษณา #Ad หรือฟังก์ชัน Paid Partnership Tag ของแพลตฟอร์ม ฐานทางกฎหมายคือมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่ห้ามใช้ข้อความโฆษณาที่เป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมาตรา 26 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนดให้มีถ้อยคำชี้แจงว่าเป็นการโฆษณา ส่วนข้อกำหนดเรื่องแฮชแท็กและตำแหน่งการแสดงผลเป็นข้อตกลงของคู่สัญญาหรือแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ข้อห้ามการรับงานแบรนด์คู่แข่ง (Exclusivity & Non-Compete): กำหนดระยะเวลาห้ามรับงานโปรโมตสินค้าในหมวดหมู่เดียวกันกับแบรนด์ (Category Exclusivity) ทั้งในระหว่างสัญญาและต่อเนื่องไปอีกช่วงหนึ่งหลังโพสต์ (ตัวเลข 30 ถึง 90 วันเป็นเพียงแนวปฏิบัติ มิใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย) ข้อห้ามรับงานแบรนด์คู่แข่งควรจำกัดเฉพาะหมวดสินค้าเดียวกัน ระยะเวลา และช่องทางที่สมเหตุสมผล เพราะข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงานซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 และควรพิจารณากำหนดค่าตอบแทนชดเชยแก่ B ประกอบด้วย
- สิทธิในลิขสิทธิ์คอนเทนต์และการยิงแอด (IP Rights & Whitelisting): ระบุให้แบรนด์มีสิทธินำคอนเทนต์ไปโปรโมตต่อ (Whitelisting / Boosting) และสิทธิตัดต่อเผยแพร่ในช่องทางของแบรนด์ (Commercial Usage Rights) ตลอดระยะเวลาที่ตกลงกัน โดยต้องระบุด้วยว่าลิขสิทธิ์อยู่กับฝ่ายใด งานที่ B สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างเป็นของ A ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น หากให้ B คงลิขสิทธิ์ไว้ สิทธิของ A เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิตามมาตรา 15 (5) ซึ่งต้องระบุขอบเขต ช่องทาง และระยะเวลาให้ชัดเจน และ B ยังมีสิทธิตามมาตรา 18 จึงควรตกลงเรื่องสิทธิตัดต่อไว้ให้ชัดเจน (ดูตารางเปรียบเทียบสิทธิในลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในหัวข้อที่ 2)
- ข้อสัญญาควบคุมภาพลักษณ์และพฤติกรรม (Morals Clause): หากอินฟลูเอนเซอร์ก่อคดีอาญา พัวพันสิ่งผิดกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมที่สังคมประณาม แบรนด์มีสิทธิสั่งลบคอนเทนต์และบอกเลิกสัญญาด้วยหนังสือ สัญญาควรนิยามพฤติกรรมต้องห้ามให้ชัดเจน แยกค่าตอบแทนส่วนงานที่ส่งมอบและเผยแพร่แล้วออกจากส่วนที่ยังไม่ส่งมอบ และกำหนดเบี้ยปรับหรือค่าเสียหายด้วยจำนวนที่สมเหตุสมผล เพราะศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 และผลของการเลิกสัญญาคือให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 391 โดยงานที่ทำให้แล้วชดใช้ด้วยเงินตามควรค่าแห่งการนั้นหรือตามที่สัญญากำหนด
- การันตีความแท้จริงของผู้ติดตามและการดู (Engagement & Anti-Bot Warranty): อินฟลูเอนเซอร์ต้องรับประกันว่ายอดผู้ติดตาม ยอดไลก์ และการมีส่วนร่วมเป็นของจริง ไม่ได้เกิดจากการปั๊มยอดหรือใช้โปรแกรมบอท
- การจัดสรรความรับผิดต่อข้อพิพาทและค่าปรับ (Indemnification): หากอินฟลูเอนเซอร์ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงหรือรูปภาพ หรือพูดหรือโพสต์ข้อความนอกเหนือจากที่ A อนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร B ต้องชดใช้ความเสียหายที่ A ได้รับอันเกิดจากการนั้น โดยกำหนดวงเงินและเงื่อนไขให้ชัดเจน และไม่ควรเขียนให้ครอบคลุมโทษปรับอาญาที่เกิดจากการกระทำหรือการอนุมัติของ A เอง เพราะความผิดตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ต้องเป็นกรณีที่ผู้กระทำโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจความสมเหตุสมผลของข้อสัญญาก่อนใช้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- หน้าที่ทางภาษีอากรและการหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): ผู้จ่ายค่าตอบแทนควรตรวจประเภทเงินได้ของ B (ค่าโฆษณา ค่าจ้างทำของ หรือค่าบริการ) และสถานะของผู้รับเงินก่อนกำหนดอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยอัตราและคำสั่งของกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] สัญญาควรระบุว่าค่าตอบแทนเป็นจำนวนก่อนหักหรือหลังหักภาษี และให้ A ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากรทุกครั้งที่หัก
- เงื่อนไขการเก็บรักษาความลับทางธุรกิจ (Confidentiality): ห้ามเปิดเผยข้อมูลสินค้าใหม่ แคมเปญการตลาดก่อนเปิดตัว และห้ามเปิดเผยอัตราค่าจ้างในสัญญาให้บุคคลภายนอกทราบโดยเด็ดขาด
ตารางเปรียบเทียบ: สัญญาจ้างโพสต์ทั่วไปกับสัญญาบริหารจัดการครีเอเตอร์ที่คุ้มครองสิทธิ
| ประเด็นทางสัญญา | ข้อตกลงทั่วไป (Informal Agreement) | สัญญามาตรฐานคุ้มครองสิทธิ (Professional Agreement) |
|---|---|---|
| การคัดกรองเนื้อหา (Review) | โพสต์ได้ทันที แบรนด์ตรวจดูภายหลัง | ต้องผ่านการอนุมัติล่วงหน้า (Pre-Approval) อย่างน้อย 3 ถึง 5 วันทำการก่อนเผยแพร่ |
| สิทธิการนำไปยิงแอดต่อ (Whitelisting) | ไม่มีระบุ มักเกิดข้อพิพาทเรียกเงินเพิ่ม | กำหนดสิทธิ Digital Ad Boosting ชัดเจนในสัญญา |
| ความคุ้มครองเมื่อเสียชื่อเสียง | ไม่มี Morals Clause มีเพียงสิทธิเลิกสัญญาตามกฎหมายทั่วไป | มี Morals Clause ที่นิยามพฤติกรรมต้องห้าม สิทธิเลิกสัญญา และผลต่อค่าตอบแทนไว้ล่วงหน้าอย่างสมเหตุสมผล |
| การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการโฆษณา (คุ้มครองผู้บริโภค อาหาร และเครื่องสำอาง) | ผู้ว่าจ้างต้องรับความเสี่ยงค่าปรับเอง | มีข้อกำหนดให้ B ชดใช้ความเสียหาย (Indemnity) จากการโพสต์นอกเหนือสคริปต์ที่ A อนุมัติ โดยกำหนดวงเงินและเงื่อนไขชัดเจน |
อ้างอิง — References
- พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 26 และมาตรา 47 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
- พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 70
- พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 มาตรา 46 และมาตรา 84 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 15 มาตรา 17 และมาตรา 18
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 383 มาตรา 387 มาตรา 391 มาตรา 428 และมาตรา 605)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส และมาตรา 50 ทวิ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) และคำสั่งของกรมสรรพากรว่าด้วยอัตราหักภาษี ณ ที่จ่าย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- สัญญาธุรกิจการตลาด
- กฎหมาย Social Media Marketing ไทย
- กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและการตลาด
- ทรัพย์สินทางปัญญา: คู่มือกฎหมาย IP สำหรับนักธุรกิจและนักการตลาด
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)