LAS

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและการตลาด
คู่มือเชิงลึกสำหรับนักกฎหมายและนักการตลาด ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำฉบับที่ตรวจแล้วขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

Consumer Protection & Marketing Law — Practitioner Depth Guide
Thundthornthep Yamoutai, Ph.D.  |  Legal Advance Solution Co., Ltd.  |  อัปเดต มิถุนายน 2569

1. กรอบกฎหมายและลำดับชั้น Legal Framework & Hierarchy

งานด้านการตลาดและการโฆษณาในประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งมีลำดับชั้นบังคับใช้ที่ต้องพิจารณาร่วมกัน หลักกฎหมาย lex specialis กำหนดว่ากฎหมายเฉพาะ (เช่น พ.ร.บ.อาหาร, พ.ร.บ.ยา) ใช้บังคับก่อน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ภายในขอบเขตเรื่องนั้น

กฎหมายปี พ.ศ.ขอบเขตหลักหน่วยงานบังคับใช้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562)โฆษณา ฉลาก สัญญา ความปลอดภัยสคบ. (คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค)
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัย2551ความรับผิดทางแพ่งแบบ Strict Liabilityศาล (ผู้เสียหายยื่นฟ้อง)
พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง2545 (แก้ไข 2550, 2560)MLM ขายตรง ตลาดแบบตรงสคบ.
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม2540ข้อสัญญาสำเร็จรูป B2Cศาล (ผู้บริโภคยื่นขอ)
พ.ร.บ.อาหาร2522โฆษณาอาหาร ฉลากอาหารอย. (กระทรวงสาธารณสุข)
พ.ร.บ.ยา2510โฆษณายา การขออนุมัติข้อความโฆษณาอย.
พ.ร.บ.เครื่องสำอาง2558โฆษณาเครื่องสำอาง อ้างสรรพคุณอย.
พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์2551โฆษณาเครื่องมือแพทย์อย.
§
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
OCS: www.ocs.go.th
§
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
ตรวจสอบกับตัวบทกฎหมายฉบับเป็นปัจจุบัน
§
พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 (แก้ไขฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560)
ประกอบกฎกระทรวง พ.ศ. 2561 ว่าด้วยการซื้อขายโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง และการวางหลักประกัน
§
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ตรวจสอบกับตัวบทกฎหมายฉบับเป็นปัจจุบัน

2. สิทธิผู้บริโภค 5 ประการ Five Fundamental Consumer Rights

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 มาตรา 4 รับรองสิทธิพื้นฐาน 5 ประการแก่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการวิเคราะห์ความชอบด้วยกฎหมายของกิจกรรมทางการตลาด

#สิทธิขอบเขตกฎหมายหลัก
1สิทธิรับข้อมูลข้อมูลที่ถูกต้อง เพียงพอ ไม่บิดเบือน เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการมาตรา 4 (1) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
2สิทธิเสรีภาพในการเลือกเลือกสินค้าหรือบริการได้โดยปราศจากการบังคับหรือจูงใจที่ไม่เหมาะสมมาตรา 4 (2)
3สิทธิความปลอดภัยได้รับสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินมาตรา 4 (3); พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5
4สิทธิสัญญาที่เป็นธรรมไม่ถูกบังคับด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เปรียบเกินสมควรมาตรา 4 (3 ทวิ) (เพิ่มโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2541); พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
5สิทธิได้รับการพิจารณาและชดใช้ร้องเรียนได้ และได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหายมาตรา 4 (4); มาตรา 11 พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย 2551
หมายเหตุภาคปฏิบัติ นักกฎหมายควรใช้ "สิทธิ 5 ประการ" เป็นกรอบตรวจสอบ campaign ทางการตลาดก่อนเผยแพร่ — หาก campaign ใดกระทบสิทธิข้อใดข้อหนึ่ง ให้ประเมินความเสี่ยงและปรับแก้ก่อนเปิดตัว

3. กฎหมายโฆษณา — มาตรา 22 ถึงมาตรา 26 Advertising Law — Sections 22–26

พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 หมวดว่าด้วยการโฆษณากำหนดหน้าที่เชิงลบ (ข้อห้าม) ไว้หลายประการ โดยมีคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเป็นผู้กำกับดูแล

มาตราบทบัญญัติ (สาระสำคัญ)ระดับความเสี่ยง
มาตรา 22 โฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรืออาจก่อผลเสียต่อสังคม ข้อความต้องห้ามตามวรรคสอง ได้แก่ (1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง (2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะอ้างอิงรายงานทางวิชาการหรือสถิติที่ไม่เป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม (3) ข้อความที่สนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม (4) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน (5) ข้อความอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สูง
มาตรา 23 โฆษณาต้องไม่กระทำด้วยวิธีการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ หรืออาจก่อความรำคาญแก่ผู้บริโภค (ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง) กลาง
มาตรา 24 เมื่อคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค และคณะกรรมการว่าด้วยฉลากได้กำหนดให้เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามมาตรา 30 แล้ว คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจสั่งให้ (1) โฆษณาพร้อมคำแนะนำหรือคำเตือนเกี่ยวกับวิธีใช้หรืออันตราย (2) จำกัดการใช้สื่อโฆษณาสำหรับสินค้านั้น หรือ (3) ห้ามการโฆษณาสินค้านั้น กลาง
มาตรา 25 กรณีผู้บริโภคต้องทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพ ฐานะ และรายละเอียดผู้ประกอบธุรกิจ คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในโฆษณา ต่ำ
มาตรา 26 เมื่อคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่าข้อความโฆษณาทางสื่อใดสมควรแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่าเป็นข้อความที่มุ่งหมายเพื่อการโฆษณา มีอำนาจกำหนดให้การโฆษณาทางสื่อนั้นต้องมีถ้อยคำที่ชัดเจนแสดงว่าเป็นโฆษณา (ฐานกฎหมายสำคัญของการกำกับ advertorial และ sponsored content) กลาง
มาตรา 27 เมื่อเห็นว่าการโฆษณาใดฝ่าฝืนมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 (1) หรือมาตรา 25 คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณามีอำนาจสั่ง: (1) ให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการโฆษณา (2) ห้ามใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฏในโฆษณา (3) ห้ามการโฆษณาหรือห้ามใช้วิธีการนั้น (4) ให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นแล้ว (corrective advertising) — ผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งมีโทษตามมาตรา 49 สูง
มาตรา 48 โทษ: ผู้ใดโฆษณาโดยใช้ข้อความตามมาตรา 22 (3)(4) หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 หรือมาตรา 26 — จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (อัตราโทษตามที่แก้ไขโดยฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562) สูง
หมายเหตุภาคปฏิบัติ มาตรา 28 กำหนดว่าเมื่อมีเหตุสงสัยว่าข้อความโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินจริง ผู้ทำโฆษณาต้องพิสูจน์ว่าข้อความนั้นเป็นจริง (Burden shift to advertiser) — หากพิสูจน์ไม่ได้ถือว่ารู้หรือควรรู้ว่าเป็นเท็จ

4. โฆษณาที่ทำได้กับต้องห้าม Permissible versus Prohibited Advertising

โฆษณาที่ทำได้ สถานะ โฆษณาต้องห้าม ฐานกฎหมาย
แสดงคุณสมบัติที่ผ่านการทดสอบและมีหลักฐานยืนยัน ทำได้ อ้างสรรพคุณที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น "รักษาหาย 100%" มาตรา 22 (1)
แสดงราคาและเงื่อนไขครบถ้วนชัดเจน ทำได้ ซ่อนเงื่อนไขราคา / ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในตัวพิมพ์เล็ก มาตรา 22 (1)(2)
ใช้ Presenter รับรองที่มีคุณสมบัติจริงและได้รับค่าตอบแทน ทำได้ อ้างว่า "แพทย์รับรอง" โดยไม่มีหลักฐาน หรือ Presenter ที่ไม่มีคุณสมบัติจริง มาตรา 22 (1) และมาตรา 28
โฆษณาเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมาบนข้อมูลที่พิสูจน์ได้ ทำได้ ลดคุณค่าคู่แข่งโดยใช้ข้อมูลเท็จ มาตรา 22 (2)
เปิดเผยชัดเจนว่าเป็นโฆษณาที่ได้รับค่าตอบแทน (#โฆษณา, #Ad) ทำได้ นำเสนอ Paid Content เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ระบุว่าเป็นโฆษณา มาตรา 22 วรรคสอง (2) หากทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ (พิจารณาเป็นรายกรณี)
โฆษณาอาหารโดยระบุประโยชน์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทำได้ โฆษณาอาหารอ้างสรรพคุณรักษาโรคโดยไม่ผ่าน อย. พ.ร.บ.อาหาร 2522
โฆษณายาโดยไม่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88 และได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพจากผู้อนุญาตเมื่อโฆษณาทางสื่อที่มาตรา 88 ทวิ ระบุ ทำได้ แสดงสรรพคุณยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในโฆษณาต่อประชาชนทั่วไป พ.ร.บ.ยา 2510
โฆษณาเครื่องสำอางโดยกล่าวถึงส่วนผสมตามที่จดแจ้งไว้ ทำได้ อ้างว่าเครื่องสำอางรักษาสิว กระ หรือเปลี่ยนโครงสร้างผิว พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2558

ตารางโทษสำหรับการโฆษณาผิดกฎหมาย

ประเภทการฝ่าฝืนโทษจำคุกโทษปรับฐานกฎหมาย
โฆษณาเท็จ/ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดโดยเจตนา (มาตรา 22 (1)(2))ไม่เกิน 6 เดือน (กระทำผิดซ้ำ: ไม่เกิน 1 ปี)ไม่เกิน 100,000 บาท (กระทำผิดซ้ำ: ไม่เกิน 200,000 บาท)มาตรา 47
โฆษณาต้องห้าม มาตรา 22 (3)(4) หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ถึงมาตรา 26ไม่เกิน 3 เดือนไม่เกิน 60,000 บาทมาตรา 48
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คกก.โฆษณา ที่สั่งตามมาตรา 27 หรือมาตรา 28 (สั่งแก้ไข/ระงับ/ให้พิสูจน์ความจริง)ไม่เกิน 6 เดือนไม่เกิน 100,000 บาทมาตรา 49
โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. (มาตรา 41)—ไม่เกิน 5,000 บาท (มาตรา 71) — หากโฆษณาเป็นเท็จหรือหลอกลวง (มาตรา 40) จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 70)พ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 70 และมาตรา 71
โฆษณาขายยาฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 88 (ทุกสื่อ) หรือโฆษณาขายยาทางสื่อที่มาตรา 88 ทวิ ระบุ (วิทยุกระจายเสียง เครื่องขยายเสียง วิทยุโทรทัศน์ การฉายภาพหรือภาพยนตร์ และสิ่งพิมพ์) โดยไม่ได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้อนุญาตกำหนด—ไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 124)พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88 มาตรา 88 ทวิ และมาตรา 124
โฆษณาเครื่องสำอางเป็นเท็จ เกินความจริง หรือไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค (มาตรา 41)ไม่เกิน 1 ปีไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 84)พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 และมาตรา 84
หมายเหตุภาคปฏิบัติ — Verification State โทษตามมาตรา 47 มาตรา 48 และมาตรา 49 เป็นอัตราโทษที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ส่วนโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522, พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 และ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 อ้างอิงตามมาตราที่ระบุในตาราง — ควรตรวจสอบตัวบทฉบับปัจจุบันจากราชกิจจานุเบกษาอีกครั้งก่อนนำไปใช้ในงานจริง

5. สินค้าควบคุมที่ต้องตรวจกฎหมายเฉพาะก่อนโฆษณา Controlled Products — Sector Rules before Advertising

สินค้าบางประเภทอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ (lex specialis) ซึ่งกำหนดเงื่อนไขการโฆษณาแตกต่างกัน บางหมวดต้องได้รับอนุญาตก่อนโฆษณา เช่น ผู้ประสงค์จะโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารเพื่อประโยชน์ในทางการค้า ไม่ว่าทางสื่อที่พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ระบุหรือด้วยวิธีอื่นใด รวมถึงช่องทาง online และ social media ต้องนำข้อความที่จะโฆษณาให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน และจะโฆษณาได้เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ส่วนเครื่องสำอางไม่มีระบบใบอนุญาตโฆษณา แต่การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความต้องห้ามตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 และสินค้าหมวดอื่นมีข้อกำหนดตามตารางด้านล่าง

ประเภทสินค้ากฎหมายที่ใช้บังคับข้อกำหนดการโฆษณาความเสี่ยง
อาหาร พ.ร.บ.อาหาร 2522 ต้องขออนุญาต อย. ก่อน; ห้ามอ้างว่ารักษาหรือป้องกันโรค สูง
ยา พ.ร.บ.ยา 2510 ห้ามโอ้อวดสรรพคุณยาว่าบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้อย่างศักดิ์สิทธิ์หรือหายขาด ห้ามแสดงสรรพคุณยาอันเป็นเท็จหรือเกินความจริง และห้ามแสดงสรรพคุณยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ (พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88); โฆษณาทางสื่อที่มาตรา 88 ทวิ ระบุต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาจากผู้อนุญาตก่อน สูง
ยาอันตราย/ยาควบคุมพิเศษ พ.ร.บ.ยา 2510 ห้ามแสดงสรรพคุณยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในการโฆษณา (พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88 (6)) เว้นแต่ข้อความในฉลากหรือเอกสารกำกับยา และการโฆษณาซึ่งกระทำโดยตรงต่อผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ สูง
เครื่องสำอาง พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 2558 ห้ามอ้างสรรพคุณรักษาโรคหรือเปลี่ยนโครงสร้างผิว; ห้ามคำว่า "รักษา" "แก้ไข" "ขจัดถาวร" สูง
เครื่องมือแพทย์ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ 2551 ต้องได้รับใบอนุญาตโฆษณาจากผู้อนุญาตก่อน (พระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง); ห้ามแสดงคุณประโยชน์ คุณภาพ ปริมาณ มาตรฐาน ส่วนประกอบ หรือแหล่งกำเนิดของเครื่องมือแพทย์อันเป็นเท็จหรือเกินความจริง (มาตรา 59 (1)) สูง
แอลกอฮอล์ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568) บทบัญญัติเรื่องโฆษณาถูกเขียนใหม่และมีผลตั้งแต่ 8 พฤศจิกายน 2568: ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เว้นแต่เป็นการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ หรือประชาสัมพันธ์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด (มาตรา 32/1) · ห้ามผู้ใดใช้ชื่อเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนสื่อสารข้อมูลต่อสาธารณชนโดยแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมุ่งหมายชักจูงใจให้ผู้อื่นบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32/2) · ห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในลักษณะที่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มาตรา 32/3) · ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 32/1 หรือมาตรา 32/3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำของผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 43) ส่วนผู้ฝ่าฝืนมาตรา 32/2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 43/1) และทั้งสองกรณียังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 50,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง สูง
ยาสูบ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ 2560 ห้ามโฆษณาทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด สูง
หมายเหตุ — Verification State มาตราที่เกี่ยวกับการโฆษณา: พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 และมาตรา 41 และบทกำหนดโทษ มาตรา 70 และมาตรา 71 · พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88 และมาตรา 88 ทวิ และบทกำหนดโทษ มาตรา 124 · พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มาตรา 41 และบทกำหนดโทษ มาตรา 84 · พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562) มาตรา 57 และมาตรา 59 และบทกำหนดโทษ มาตรา 116 และมาตรา 117 — ควรตรวจสอบตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนนำไปใช้ในงานจริง

6. Influencer Marketing และ Sponsored Content Influencer & Sponsored Content Disclosure

การตลาดผ่าน Influencer ที่มิได้เปิดเผยว่าได้รับค่าตอบแทนอาจเข้าข่ายการโฆษณาด้วยข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามมาตรา 22 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 หากการไม่เปิดเผยนั้นทำให้ข้อความก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ เช่น ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นความเห็นอิสระ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อความทั้งหมดเป็นรายกรณีว่าเป็นเท็จ เกินความจริง หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญหรือไม่ นอกจากนี้ มาตรา 26 ยังให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณากำหนดให้การโฆษณาทางสื่อใดต้องมีถ้อยคำที่ชัดเจนแสดงว่าเป็นข้อความที่มุ่งหมายเพื่อการโฆษณา ซึ่งเป็นฐานกฎหมายโดยตรงของการกำกับ sponsored content และการติดป้าย #โฆษณา

แนวปฏิบัติที่ถูกต้องแนวปฏิบัติที่มีความเสี่ยง
ใช้ #โฆษณา, #Sponsored, #Ad, #Partnership อย่างชัดเจนที่ต้นเนื้อหา ถูกต้อง วาง #Ad ไว้ท้ายโพสต์ที่มีแฮชแท็กอื่นจำนวนมาก ทำให้สังเกตได้ยาก
แยกแยะชัดระหว่างความเห็นส่วนตัวกับเนื้อหาที่ได้รับค่าตอบแทน ถูกต้อง นำเสนอเนื้อหา Paid ในรูปแบบรีวิวส่วนตัวโดยไม่เปิดเผย
ตรวจสอบข้อมูลสินค้าก่อนนำเสนอและอ้างเฉพาะสิ่งที่ตรวจสอบได้ ถูกต้อง รีวิวสินค้าที่ไม่เคยใช้จริง หรืออ้างสรรพคุณเกินจริงตามบรีฟ
หลีกเลี่ยงการรีวิวสินค้าหมวด อย. หากไม่มีความรู้เฉพาะทาง ถูกต้อง อ้างว่าอาหารเสริมรักษาโรค หรือเครื่องสำอางเปลี่ยนโครงสร้างผิวถาวร
รักษาบันทึกสัญญาระหว่าง Brand กับ Influencer เพื่อเป็นหลักฐานในกรณีถูกตรวจสอบ ถูกต้อง ทำสัญญาด้วยปากเปล่า หรือโอนเงินผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ
ข้อสังเกตทางกฎหมาย มาตรา 22 เป็นบทห้ามข้อความโฆษณา มิใช่บทกำหนดความรับผิดหรือโทษ ความรับผิดทางอาญาของผู้โฆษณาอยู่ในบทกำหนดโทษ เช่น มาตรา 47 ซึ่งใช้กับผู้ที่โดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โฆษณาด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ไม่ว่าสินค้าหรือบริการนั้นจะเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น Brand และ Influencer จึงอาจต้องรับผิดเป็นรายบุคคลเมื่อการกระทำของแต่ละฝ่ายครบองค์ประกอบ ส่วนความรับผิดทางแพ่งต่อบุคคลภายนอก ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428) — สัญญาระหว่างกันควรกำหนด indemnification และกลไกตรวจสอบเนื้อหาก่อนเผยแพร่

7. ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย Product Liability — Unsafe Products Act B.E. 2551

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 นำหลัก Strict Liability มาใช้ — ผู้ประกอบการต้องรับผิดโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ

ผู้ประกอบการที่ต้องร่วมกันรับผิด (นิยาม "ผู้ประกอบการ" มาตรา 4 ประกอบมาตรา 5)

มาตราบทบัญญัติสำคัญผลทางปฏิบัติ
มาตรา 5 ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมรับผิดต่อผู้เสียหาย ไม่ว่าจะกระทำโดยจงใจหรือประมาทหรือไม่ก็ตาม ผู้บริโภคไม่ต้องพิสูจน์ความผิดของผู้ประกอบการ — เพียงพิสูจน์ว่าได้รับความเสียหายจากสินค้า
มาตรา 6 ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่า: (1) ได้รับความเสียหาย (2) จากสินค้าของผู้ประกอบการ (3) ใช้/เก็บรักษาตามปกติ — ไม่ต้องพิสูจน์ว่าใครกระทำ ภาระพิสูจน์เบาลงอย่างมากเมื่อเทียบกับละเมิดทั่วไป (ป.พ.พ.)
มาตรา 7 ผู้ประกอบการพ้นผิดได้หากพิสูจน์ได้ว่า: (1) สินค้าไม่ได้ไม่ปลอดภัย (2) ผู้เสียหายรู้อยู่แล้วว่าสินค้าไม่ปลอดภัย (3) ความเสียหายเกิดจากการใช้/เก็บรักษาผิดวิธีที่กำหนดไว้ชัดเจน ข้อต่อสู้ของผู้ประกอบการมีจำกัด — ต้องพิสูจน์เอง (Burden on defendant)
มาตรา 9 ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการ ใช้อ้างไม่ได้ ผู้ประกอบการจะยกข้อสัญญาสละสิทธิ์ล่วงหน้าขึ้น เป็นข้อต่อสู้เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
มาตรา 11 ศาลมีอำนาจกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อจิตใจ + ค่าสินไหมทดแทนเพื่อลงโทษ (Punitive Damages) สูงสุด 2 เท่า ของค่าเสียหายจริง หากผู้ประกอบการรู้หรือควรรู้ว่าสินค้าไม่ปลอดภัยแต่ยังจำหน่ายต่อ ความเสี่ยงทางการเงินสูงมากสำหรับผู้ผลิตที่ปกปิดข้อมูลความไม่ปลอดภัย
มาตรา 12 อายุความ: 3 ปีนับแต่รู้ความเสียหายและรู้ตัวผู้ประกอบการ หรือ 10 ปีนับแต่วันขายสินค้า (หมดอายุแล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) กรณีสารสะสมในร่างกาย: 3 ปีนับแต่วันรู้ แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่รู้ความเสียหาย

เปรียบเทียบ: ความรับผิดผู้ผลิตกับผู้ขาย

ประเด็น ผู้ผลิต / ผู้นำเข้า ผู้ขาย (ไม่รู้ตัวผู้ผลิต)
ความรับผิดหลักมาตรา 5 — ร่วมรับผิดเสมอ (Strict Liability)มาตรา 4 (3) — รับผิดเฉพาะระบุตัวผู้ผลิตไม่ได้
ข้อต่อสู้มาตรา 7 (3 ข้อ) + มาตรา 8 (ผู้ผลิตตามสั่ง)ชี้ตัวผู้ผลิต/นำเข้าได้ = พ้นผิด
Punitive Damages มาตรา 11ใช้บังคับ หากรู้หรือควรรู้ใช้บังคับ หากรู้ว่าไม่ปลอดภัยแต่ยังขาย
ข้อตกลงยกเว้นล่วงหน้ามาตรา 9 — ใช้ไม่ได้มาตรา 9 — ใช้ไม่ได้
อายุความมาตรา 12 — 3 ปี/10 ปีมาตรา 12 — 3 ปี/10 ปี

8. สัญญาผู้บริโภคและข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม Consumer Contracts & Unfair Contract Terms

กฎหมายสัญญาผู้บริโภคในประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับสองชั้น: (1) พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 หมวดสัญญา (มาตรา 35 ทวิ เป็นต้นไป) สำหรับธุรกิจที่ควบคุมสัญญา และ (2) พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ซึ่งใช้บังคับแก่สัญญาสำเร็จรูปทั่วไประหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา 35 ทวิ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 — ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา

คณะกรรมการว่าด้วยสัญญามีอำนาจกำหนดให้การประกอบธุรกิจประเภทใดเป็น "ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา" โดยสัญญาของธุรกิจนั้นต้องมีลักษณะตามมาตรา 35 ทวิ วรรคสอง: (1) ใช้ข้อสัญญาที่จำเป็น มิฉะนั้นผู้บริโภคเสียเปรียบเกินควร (2) ห้ามใช้ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

มาตรา 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 — ประเภทข้อสัญญาที่มีความเสี่ยง

ประเภทข้อสัญญาตัวอย่างผลทางกฎหมาย
(1) ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดจากการผิดสัญญา"บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น"บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (มาตรา 4 วรรคหนึ่ง)
(2) ให้ผู้บริโภครับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนดค่าปรับกรณีผิดนัดสูงเกินส่วนบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม
(3) ให้สัญญาสิ้นสุดได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรบอกเลิกสัญญาได้ทุกเวลาโดยไม่ชดใช้บังคับได้เท่าที่เป็นธรรม
(6) ข้อสัญญาขายฝากกำหนดราคาสินไถ่เกิน ราคาขาย + ดอกเบี้ย 15% ต่อปีกำหนดราคาไถ่คืนสูงผิดสัดส่วนบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม
(8) บัตรเครดิต — ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายกรณีผิดนัดสูงเกินควรค่าปรับผิดนัดชำระที่สูงผิดปกติบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม
(9) กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นทำให้แบกรับสูงเกินควรCompound interest ที่ทำให้หนี้พุ่งเร็วผิดปกติบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม

มาตรา 8 — ข้อตกลงยกเว้นความรับผิดที่นำมาอ้างไม่ได้เลย

ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิด เพื่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ — จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (ข้อตกลงยกเว้นความรับผิดในกรณีอื่น บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ตามมาตรา 8 วรรคสอง) มาตรา 8 พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540

ข้อสังเกต: เกณฑ์การพิจารณาความเป็นธรรม (มาตรา 10) ศาลพิจารณาโดยคำนึงถึง: (1) ความสุจริต อำนาจต่อรอง ฐานะเศรษฐกิจ ความรู้ความเข้าใจ ทางเลือกอื่น และผลประโยชน์ทุกด้านของคู่สัญญาตามสภาพจริง (2) ปกติประเพณีของสัญญาชนิดนั้น (3) เวลาและสถานที่ทำสัญญา (4) ภาระที่หนักกว่าของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

9. พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และสิทธิผู้บริโภคออนไลน์ E-Commerce & Online Consumer Rights

Cooling-off Period — สิทธิยกเลิกการซื้อทางไกล

ประเด็นรายละเอียดฐานกฎหมาย
ระยะเวลาใช้สิทธิ7 วันนับแต่วันที่ได้รับสินค้าหรือบริการ โดยส่งหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญาไปยังผู้ประกอบธุรกิจ (ไม่ต้องแสดงเหตุผล)พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 มาตรา 33
การคืนเงินผู้ประกอบธุรกิจ/ผู้จำหน่ายอิสระต้องคืนเงินเต็มจำนวนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญามาตรา 36
สินค้าที่ยกเว้นประเภท ราคา หรือชนิดของสินค้าหรือบริการที่ไม่ให้ใช้สิทธิเลิกสัญญา เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกามาตรา 33 วรรคสอง

ข้อมูลที่ร้านค้าออนไลน์ต้องแสดง

ข้อสังเกต — Verification State ระยะเวลา 7 วัน (มาตรา 33) และ 15 วัน (มาตรา 36) เป็นบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 โดยตรง ใช้กับการซื้อขายออนไลน์ที่เข้าลักษณะ "ตลาดแบบตรง" — เว้นแต่เป็นการซื้อขายที่กฎกระทรวง พ.ศ. 2561 กำหนดว่าไม่ถือเป็นตลาดแบบตรง ซึ่งกรณีนั้นผู้บริโภคยังคงมีสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตามปกติ

10. ขายตรงและตลาดแบบตรง Direct Sales & Direct Marketing

พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560) กำกับดูแลธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอิสระ (MLM) หรือผ่านการสื่อสารโดยตรงถึงผู้บริโภค

ขายตรง (Direct Sales) ตลาดแบบตรง (Direct Marketing)
การขายสินค้า/บริการโดยผู้แทนอิสระนอกสถานที่ประกอบการ หรือผ่านเครือข่าย (Network Marketing / MLM) การเสนอขายผ่านสื่อ เช่น โทรศัพท์ ไปรษณีย์ อินเทอร์เน็ต โดยผู้บริโภคซื้อโดยตรงกับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ผ่านร้านค้า
ต้องจดทะเบียนกับ สคบ. + วางหลักประกัน ต้องจดทะเบียนกับ สคบ. + ปฏิบัติตามเงื่อนไขเฉพาะ
ผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาภายใน 7 วัน (มาตรา 33) ผู้บริโภคมีสิทธิเลิกสัญญาภายใน 7 วัน (มาตรา 33)
กฎกระทรวงกำหนดการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561 กำหนดว่าการซื้อขายผ่าน E-Commerce บางประเภทไม่ถือเป็นตลาดแบบตรง ผู้ประกอบธุรกิจต้องวางหลักประกันตามกฎกระทรวงการวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2561
ข้อสังเกต — MLM กับแชร์ลูกโซ่ กฎหมายห้ามธุรกิจที่รายได้หลักมาจากการสมัครสมาชิกใหม่มากกว่าการขายสินค้าจริง (Pyramid Scheme) — ต้องแยกให้ชัดว่าผู้แทนได้รับค่าตอบแทนจาก "การขายสินค้าจริง" ไม่ใช่จาก "จำนวนสมาชิกที่ชักชวน"

11. ช่องทางร้องเรียนและการบังคับคดี Complaint Channels & Enforcement

หน่วยงานเบอร์ติดต่อขอบเขตค่าใช้จ่ายฟ้องคดี
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 1166 โฆษณา ฉลาก สัญญา ขายตรง ความปลอดภัย ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม (มาตรา 39 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522)
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 1556 อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ —
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) 1570 ร้านค้าออนไลน์ที่ไม่ได้จดทะเบียน —
ศาลยุติธรรม — คดีผู้บริโภค (พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551) ยื่นฟ้องที่ศาล ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสินค้า/บริการ; รวมถึง พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 10 ผู้บริโภคที่ฟ้องคดีผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง (มาตรา 18 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551); สคบ./สมาคม/มูลนิธิที่ได้รับการรับรองฟ้องแทนได้ โดยยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียม (มาตรา 10 พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย 2551)

12. FAQ เชิงปฏิบัติ Frequently Asked Questions — Practitioner Focus

Q: หากโฆษณาออนไลน์อ้างว่า "ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล" จะลดความรับผิดได้หรือไม่?
คำเตือนดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ไม่ใช่เกราะป้องกันสมบูรณ์ หากข้อความหลักในโฆษณายังเป็นเท็จหรือเกินจริง คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาสามารถออกคำสั่งตามมาตรา 27 ได้ ไม่ว่าจะมีคำเตือนดังกล่าวหรือไม่ มาตรา 22 และมาตรา 27
Q: Influencer ที่รับเงินจาก Brand แต่ไม่ระบุ #โฆษณา มีความรับผิดส่วนตัวหรือไม่?
อาจมี แต่มิใช่เพราะมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นบทห้ามข้อความโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และมิได้บัญญัติความรับผิดของผู้โฆษณาไว้ ความรับผิดทางอาญาอยู่ในบทกำหนดโทษ เช่น มาตรา 47 ซึ่ง Influencer ในฐานะผู้โฆษณาอาจต้องรับโทษเมื่อโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โฆษณาด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และหากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาใช้อำนาจตามมาตรา 26 กำหนดให้การโฆษณาทางสื่อนั้นต้องมีถ้อยคำชี้แจงว่าเป็นการโฆษณาแล้ว ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมีโทษตามมาตรา 48 ส่วน Brand อาจรับผิดในฐานะผู้โฆษณาเมื่อครบองค์ประกอบเดียวกัน และความรับผิดทางแพ่งต่อบุคคลภายนอกในฐานะผู้ว่าจ้างทำของเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428
Q: ข้อสัญญาที่ระบุว่า "ผู้บริโภคสละสิทธิ์เรียกร้องใด ๆ เกี่ยวกับสินค้านี้" มีผลบังคับได้หรือไม่?
มีผลจำกัดหรือเป็นโมฆะ: (1) ตามมาตรา 9 พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย 2551 — ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดตาม พ.ร.บ. นี้ใช้ไม่ได้ (2) ตามมาตรา 8 พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 — ยกเว้นความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย จากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ใช้ไม่ได้ (3) ส่วนที่เหลืออาจบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม มาตรา 4
Q: ผู้บริโภคได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณาออนไลน์ มีสิทธิอะไรบ้าง?
มีสิทธิหลายทาง: (1) ร้องเรียน สคบ. สายด่วน 1166 (2) ใช้สิทธิยกเลิกการซื้อภายใน 7 วัน กรณีซื้อทางไกล (3) ฟ้องเป็นคดีผู้บริโภคต่อศาลยุติธรรม โดยได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมตามมาตรา 18 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค 2551 (4) หากสินค้าก่อให้เกิดอันตราย อาจฟ้องตาม พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5 ได้เพิ่มเติม
Q: บริษัทนำเข้าสินค้าต่างประเทศมาขายในไทย มีความรับผิดแบบเดียวกับผู้ผลิตหรือไม่?
ใช่ — ตามมาตรา 4 (2) + มาตรา 5 พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย 2551 ผู้นำเข้าถือเป็น "ผู้ประกอบการ" และต้องร่วมรับผิด Strict Liability ต่อผู้เสียหายเช่นเดียวกับผู้ผลิต ไม่ว่าจะรู้เรื่องความไม่ปลอดภัยหรือไม่ก็ตาม (เว้นแต่จะพิสูจน์ข้อต่อสู้ตามมาตรา 7)

อ้างอิง References

ข้อสงวนสิทธิ์ (Disclaimer): บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายก่อนดำเนินการใด ๆ ที่มีผลทางกฎหมาย ข้อมูลกฎหมายอ้างอิงตัวบท ณ วันที่ปรับปรุงบทความ ควรตรวจสอบจากราชกิจจานุเบกษาหรือ www.ocs.go.th ก่อนนำไปใช้ในงานจริง

Legal Advance Solution Co., Ltd. — AI-assisted legal output | อัปเดต: มิถุนายน 2569