TH | EN
Corporate Law & Business Registration

จดทะเบียนบริษัทในไทย:
คู่มือครบจบ 7 ขั้นตอน (2569)

ประเภทนิติบุคคล ขั้นตอน DBD เอกสาร ทุนจดทะเบียน กฎหมาย FBA และข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุน

Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. | 4 เมษายน 2569 | Academic Article

Table of Contents / สารบัญ

  1. บทนำ — ทำไมต้องจดทะเบียนบริษัท
  2. ประเภทนิติบุคคลในไทย
  3. ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท 7 ขั้นตอน
  4. เอกสารที่ต้องใช้ (Checklist)
  5. ทุนจดทะเบียน — เท่าไหร่ดี?
  6. ข้อควรระวังทางกฎหมาย (Nominee, FBA, ต่างชาติ)
  7. ค่าใช้จ่าย + Timeline
  8. FAQ & บทสรุป

1. บทนำ — ทำไมต้องจดทะเบียนบริษัท Introduction — Why Register a Company in Thailand?

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดของการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้เพราะสถานะนิติบุคคล (Legal Entity) ก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายที่แยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นและกรรมการ ซึ่งเป็นหลักการจำกัดความรับผิด (Limited Liability) อันเป็นหัวใจของระบบกฎหมายธุรกิจสมัยใหม่

ในทางปฏิบัติ การดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดมีประโยชน์หลายประการเมื่อเปรียบเทียบกับการประกอบการในนามบุคคลธรรมดา ได้แก่ การคุ้มครองทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นจากหนี้สินของบริษัท ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกรรมกับคู่ค้าและสถาบันการเงิน ความสามารถในการระดมทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างจากบุคคลธรรมดา

ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (Department of Business Development — DBD) กระทรวงพาณิชย์ มีการจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในประเทศไทยเฉลี่ยปีละหลายหมื่นราย โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทจำกัด สะท้อนให้เห็นว่ารูปแบบนิติบุคคลนี้ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการลงทุนในประเทศไทย

Key Insight

การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) บรรพ 3 ลักษณะ 22 มาตรา 1096 เป็นต้นไป โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499

บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทจำกัด (Private Limited Company) ในประเทศไทยอย่างละเอียดครบถ้วน ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกประเภทนิติบุคคล ขั้นตอนการจดทะเบียนตาม DBD เอกสารที่ต้องเตรียม ทุนจดทะเบียน ค่าใช้จ่าย ตลอดจนข้อพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

2. ประเภทนิติบุคคลในไทย Types of Legal Entities in Thailand

ระบบกฎหมายไทยรับรองรูปแบบนิติบุคคลทางธุรกิจหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีโครงสร้าง ข้อดี ข้อจำกัด และวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้อย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน

2.1 ห้างหุ้นส่วน (Partnership)

ห้างหุ้นส่วนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) และห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) ห้างหุ้นส่วนสามัญเป็นรูปแบบพื้นฐานที่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างโดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วนสองประเภทคือหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (Unlimited Partner) ซึ่งบริหารจัดการห้างและรับผิดไม่จำกัด และหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (Limited Partner) ซึ่งรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุน ทั้งนี้อยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 เป็นต้นไป

2.2 บริษัทจำกัด (Private Limited Company)

บริษัทจำกัด (บจก.) เป็นรูปแบบนิติบุคคลที่นิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย โดยจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 ราย มีทุนแบ่งเป็นหุ้นๆ ละเท่ากัน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงมูลค่าหุ้นที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบ ห้ามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป และจำนวนผู้ถือหุ้นต้องไม่เกิน 50 ราย ข้อดีหลักคือโครงสร้างยืดหยุ่น การบริหารงานคล่องตัว และขั้นตอนการจัดตั้งไม่ซับซ้อนมากนัก

2.3 บริษัทมหาชนจำกัด (Public Limited Company)

บริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า เช่น ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 15 ราย มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินต่อสาธารณะ สามารถเสนอขายหุ้นต่อประชาชนได้ และอาจขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ mai ได้ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการระดมทุนจากสาธารณชน

เกณฑ์เปรียบเทียบ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด (บจก.) บริษัทมหาชน (บมจ.)
กฎหมายบังคับ ปพพ. มาตรา 1054–1096 ปพพ. มาตรา 1096–1298 พ.ร.บ. บมจ. 2535
ผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 2 คน 3 คน (promoters) 15 คน
ความรับผิด ไม่จำกัด (หุ้นส่วน GP) จำกัดตามมูลค่าหุ้น จำกัดตามมูลค่าหุ้น
เสนอขายหุ้นสาธารณะ ไม่ได้ ไม่ได้ ได้ (ต้องขออนุญาต ก.ล.ต.)
ความซับซ้อนในการจัดตั้ง ต่ำ ปานกลาง สูง
เหมาะสำหรับ ธุรกิจครอบครัว SME ธุรกิจทั่วไป SME-M ธุรกิจขนาดใหญ่
Practical Note

ผู้ประกอบการทั่วไปในประเทศไทยส่วนใหญ่เลือก "บริษัทจำกัด" เนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูง ขั้นตอนการจัดตั้งชัดเจน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัด และมีโครงสร้างบริหารที่คล่องตัว บทความนี้จะเน้นที่บริษัทจำกัดเป็นหลัก

3. ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัท 7 ขั้นตอน 7-Step Company Registration Process (DBD)

การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096–1100 และระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีขั้นตอนหลักดังนี้:

1

จองชื่อบริษัท

Company Name Reservation

ตรวจสอบและจองชื่อบริษัทผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration ชื่อต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับบริษัทที่จดทะเบียนแล้ว และต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อายุการจองชื่อ 30 วัน

2

จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

Memorandum of Association (MOA)

ยื่นหนังสือบริคณห์สนธิต่อนายทะเบียน ระบุชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน ทุนจดทะเบียน และรายชื่อผู้ก่อการ (Promoters) อย่างน้อย 3 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1097

3

จัดให้มีการจองหุ้น

Share Subscription

ผู้ก่อการต้องจัดให้หุ้นทุกหุ้นมีผู้จองซื้อครบถ้วน ก่อนจะนัดประชุมจัดตั้ง โดยผู้จองหุ้นต้องชำระเงินค่าหุ้นตามที่กำหนด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1103

4

ประชุมจัดตั้งบริษัท

Statutory Meeting

ผู้จองหุ้นทุกคนประชุมเพื่อรับรองข้อบังคับบริษัท แต่งตั้งกรรมการและผู้สอบบัญชี กำหนดอำนาจกรรมการ และมีมติให้ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1108

5

ชำระค่าหุ้นครั้งแรก

Initial Share Payment

กรรมการต้องเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1110 ก่อนยื่นจดทะเบียนบริษัท

6

ยื่นจดทะเบียนบริษัท

Company Registration (DBD)

กรรมการยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทต่อนายทะเบียน (DBD) ภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1111 พร้อมชำระค่าธรรมเนียม

7

ขึ้นทะเบียนภาษีและอื่นๆ

Tax & Post-Registration

ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) ณ กรมสรรพากร หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT ขึ้นทะเบียนประกันสังคม หากมีลูกจ้าง และเปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท

ระยะเวลาสำคัญที่กฎหมายกำหนด: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1111 กรรมการต้องยื่นจดทะเบียนบริษัทภายใน 3 เดือนนับแต่วันประชุมจัดตั้ง มิฉะนั้นถือว่าการจัดตั้งบริษัทเป็นอันล้มเลิก และผู้จองหุ้นมีสิทธิเรียกเงินคืนจากผู้ก่อการได้

3.1 ระบบจดทะเบียนออนไลน์ DBD e-Registration

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดให้บริการจดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ที่ e-Filing (https://efiling.dbd.go.th) ซึ่งช่วยลดขั้นตอน ประหยัดเวลา และลดการเดินทางไปยังสำนักงาน DBD โดยสามารถทำการจองชื่อ ยื่นเอกสาร และชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ได้ในระบบเดียว โดยทั่วไปเมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง การจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์จะแล้วเสร็จภายใน 1–3 วันทำการ

4. เอกสารที่ต้องใช้ (Checklist) Required Documents — Checklist

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท เพราะเอกสารไม่ครบอาจทำให้กระบวนการล่าช้าหรือถูกปฏิเสธ รายการเอกสารที่จำเป็น มีดังนี้:

4.1 เอกสารสำหรับจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

4.2 เอกสารสำหรับจดทะเบียนบริษัท (บอจ.2 และ บอจ.3)

4.3 เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ

⚠️ ข้อควรระวัง

เอกสารภาษาต่างประเทศทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรอง และหากจัดทำในต่างประเทศต้องผ่านการรับรองเอกสาร (Notarization) และอาจต้องผ่านการรับรองโดย Apostille หรือ Legalization โดยสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ ด้วย

5. ทุนจดทะเบียน — เท่าไหร่ดี? Registered Capital — How Much Is Right?

คำถามที่ผู้ประกอบการถามมากที่สุดในการจดทะเบียนบริษัทคือ "ควรตั้งทุนจดทะเบียนเท่าไหร่?" คำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งข้อกำหนดทางกฎหมาย ประเภทธุรกิจ แผนการระดมทุน และความต้องการในการทำธุรกรรมกับคู่ค้าและสถาบันการเงิน

5.1 ข้อกำหนดตามกฎหมายทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับบริษัทจำกัดโดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม ต้องมีหุ้นอย่างน้อย 1 หุ้น มูลค่าหุ้นละไม่ต่ำกว่า 5 บาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1117 [ต้องยืนยันมาตรา] และต้องชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด

5.2 ทุนขั้นต่ำตามกฎหมาย FBA สำหรับต่างชาติ

สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติและประกอบธุรกิจตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (FBA) มีข้อกำหนดทุนขั้นต่ำ ดังนี้:

ประเภทธุรกิจ/สถานการณ์ ทุนขั้นต่ำ หมายเหตุ
ธุรกิจทั่วไป (ไทยถือ >51%) ไม่มีกำหนด (ปพพ.) ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ธุรกิจ
บริษัทต่างชาติ 100% (ใบอนุญาต FBA บัญชีสาม) 3,000,000 บาท [ต้องยืนยันมาตรา] ตาม FBA
สาขาบริษัทต่างชาติ (Branch Office) 3,000,000 บาท ต้องนำเงินเข้าจากต่างประเทศ
BOI Promoted Company (ต่างชาติ 100%) ตามเงื่อนไข BOI ได้รับยกเว้น FBA
บริษัทที่ต้องการสินเชื่อธนาคาร ขึ้นอยู่กับธนาคาร โดยปกติ ≥ 1 ล้านบาท

5.3 หลักการตั้งทุนจดทะเบียนที่เหมาะสม

ในทางปฏิบัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจและการเงินมักแนะนำให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ในการกำหนดทุนจดทะเบียน:

  1. ความต้องการด้านสภาพคล่อง: ทุนจดทะเบียนควรสะท้อนความต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างน้อย 6–12 เดือนแรกของการดำเนินธุรกิจ
  2. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน: ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน DBD คำนวณตามทุนจดทะเบียน ทุนที่สูงขึ้นหมายถึงค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น
  3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ: บางประเภทธุรกิจมีข้อกำหนดทุนขั้นต่ำเพื่อรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
  4. ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้า: ทุนที่สูงขึ้นส่งสัญญาณความแข็งแกร่งทางการเงินต่อผู้ร่วมธุรกิจและสถาบันการเงิน
  5. การวางแผนการโอนหุ้น: หากวางแผนจะโอนหุ้นในอนาคต ทุนและโครงสร้างหุ้นที่กำหนดตั้งแต่ต้นส่งผลต่อภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
Best Practice

สำหรับ SME ทั่วไปในไทย ทุนจดทะเบียนระหว่าง 1–5 ล้านบาทมักเพียงพอและสมเหตุสมผล ไม่ควรตั้งทุนต่ำเกินไปเพราะอาจสร้างปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ แต่ก็ไม่ควรสูงเกินความจำเป็นเพราะเพิ่มค่าธรรมเนียมและภาระภาษีโดยไม่จำเป็น

6. ข้อควรระวังทางกฎหมาย Legal Pitfalls — Nominee, FBA & Foreign Ownership

การจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยมีข้อพิจารณาทางกฎหมายที่สำคัญหลายประการโดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ความเข้าใจผิดในประเด็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ความรับผิดทางอาญาและความเสียหายร้ายแรง

6.1 ปัญหา Nominee Shareholder (ผู้ถือหุ้นแทน)

Nominee Shareholder หมายถึงการที่บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นในบริษัทแทนผู้ถือหุ้นต่างชาติที่แท้จริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา ตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 [ต้องยืนยันมาตรา] มีโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี และ/หรือปรับ 1 ล้านบาท

⚠️ Risk Level: สูง (HIGH)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) มีอำนาจตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ต้องสงสัย หากพบว่ามีการใช้ Nominee อาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนบริษัท และดำเนินคดีอาญากับทั้ง Nominee และผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ทนายความและที่ปรึกษาที่จัดเตรียมโครงสร้างดังกล่าวอาจมีความรับผิดร่วมด้วย

6.2 พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (FBA)

FBA กำหนดธุรกิจที่คนต่างด้าวห้ามหรือจำกัดการประกอบใน 3 บัญชีแนบท้าย โดย "คนต่างด้าว" ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว หมายรวมถึงบริษัทที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นเกิน 49% ด้วย ดังนั้นแม้บริษัทจะจดทะเบียนในไทย แต่ถ้ามีผู้ถือหุ้นต่างชาติเกิน 49% ก็ยังอาจถือว่าเป็น "คนต่างด้าว" ตามกฎหมายนี้:

  1. บัญชีหนึ่ง — ธุรกิจต้องห้ามเด็ดขาด: เช่น กิจการสื่อมวลชน การทำนา ป่าไม้ประมง อาวุธ โบราณวัตถุ — ต่างชาติห้ามประกอบโดยสิ้นเชิง
  2. บัญชีสอง — ต้องได้รับอนุญาตจาก ครม.: เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
  3. บัญชีสาม — ต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี DBD: เช่น การบัญชี กฎหมาย สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การค้าปลีก-ส่ง ก่อสร้าง บริการส่วนใหญ่

6.3 ทางเลือกที่ถูกกฎหมายสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

  1. BOI Promotion: ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งอาจได้รับอนุญาตให้ถือหุ้น 100% และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย
  2. Treaty of Amity (US-Thailand): นักลงทุนสัญชาติอเมริกันอาจใช้สนธิสัญญาทางมิตรภาพและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-สหรัฐฯ เพื่อถือหุ้นได้ถึง 100% ในธุรกิจบางประเภท
  3. EEC Privileges: ธุรกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาจได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
  4. ใบอนุญาต FBA: ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่อ DBD โดยตรง แสดงให้เห็นว่ามีส่วนได้เสียต่อเศรษฐกิจไทย

7. ค่าใช้จ่าย + Timeline Costs & Timeline

การประมาณค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัทต้องแยกพิจารณาระหว่างค่าธรรมเนียมราชการที่กำหนดชัดเจน กับค่าบริการวิชาชีพซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและความซับซ้อนของงาน

7.1 ค่าธรรมเนียมราชการ (DBD)

รายการ อัตราค่าธรรมเนียม หมายเหตุ
จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท ต่อรายการจดทะเบียน
จดทะเบียนบริษัท 5,000 บาท ต่อทุน 1 ล้านบาท
(สูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท)
[ต้องยืนยันอัตราปัจจุบัน]
ค่าอากรแสตมป์ข้อบังคับ 200 บาท ต่อฉบับ
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่มีค่าธรรมเนียม ณ กรมสรรพากร
ขึ้นทะเบียนประกันสังคม ไม่มีค่าธรรมเนียม ณ สำนักงานประกันสังคม

7.2 Timeline โดยรวม

ขั้นตอน ระยะเวลาโดยประมาณ
เตรียมเอกสาร + จองชื่อบริษัท 1–3 วัน
จดทะเบียน MOA 1–2 วันทำการ
ประชุมจัดตั้งบริษัท 1 วัน (กำหนดนัดได้เอง)
จดทะเบียนบริษัท (DBD Online) 1–3 วันทำการ
ขอ Tax ID + จด VAT (ถ้ามี) 1–5 วันทำการ
เปิดบัญชีธนาคาร 1–7 วัน (ขึ้นอยู่กับธนาคาร)
รวมทั้งหมด (กรณีปกติ) 2–4 สัปดาห์
Cost-Saving Tip

ผู้ประกอบการที่มีพื้นฐานด้านกฎหมายและเข้าใจขั้นตอนสามารถดำเนินการจดทะเบียนเองผ่านระบบ DBD e-Registration ซึ่งจะประหยัดค่าบริการวิชาชีพได้มาก อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างซับซ้อน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ หรือประกอบธุรกิจที่ต้องได้รับใบอนุญาตพิเศษ การจ้างที่ปรึกษากฎหมายมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

8. FAQ & บทสรุป Frequently Asked Questions & Conclusion

Q: จดทะเบียนบริษัทในไทยใช้เวลานานแค่ไหน?

หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีข้อผิดพลาด การจดทะเบียนบริษัทจำกัดผ่านระบบออนไลน์ DBD e-Registration ใช้เวลาประมาณ 1–3 วันทำการในขั้นตอนจดทะเบียนจริง แต่เมื่อรวมขั้นตอนเตรียมการทั้งหมดตั้งแต่การจองชื่อ ประชุมจัดตั้ง จนถึงได้ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัทครบ มักใช้เวลา 2–4 สัปดาห์

Q: ทุนจดทะเบียนบริษัทขั้นต่ำต้องมีเท่าไหร่?

กฎหมายทั่วไป (ปพพ.) ไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำ แต่ต้องชำระ 25% ของทุนจดทะเบียนก่อน สำหรับต่างชาติที่ต้องการใบอนุญาต FBA ต้องมีทุนขั้นต่ำ 3 ล้านบาท [ต้องยืนยันมาตรา] ในทางปฏิบัติ SME ไทยมักตั้งทุน 1–5 ล้านบาท

Q: ต่างชาติถือหุ้นในบริษัทไทยได้กี่เปอร์เซ็นต์?

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ธุรกิจในบัญชีสามถูกจำกัดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ไม่ได้ระบุในบัญชีแนบท้ายไม่มีข้อจำกัด และธุรกิจที่ได้รับ BOI Promotion หรือสิทธิ Treaty of Amity (สัญชาติอเมริกัน) อาจถือหุ้น 100% ได้

Q: บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างกันอย่างไร?

บริษัทจำกัด (บจก.) ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดตามมูลค่าหุ้น ส่วนห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (GP) ที่รับผิดไม่จำกัดและต้องบริหารงาน และหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (LP) ที่รับผิดจำกัดแต่ห้ามมีส่วนร่วมในการบริหาร บจก. เหมาะกว่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นและมีผู้ถือหุ้นหลายราย

Q: การใช้ Nominee Shareholder ผิดกฎหมายหรือไม่?

ใช่ การใช้ Nominee เพื่อหลีกเลี่ยง FBA ถือเป็นความผิดอาญา มีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และ/หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 [ต้องยืนยันมาตรา] ทางเลือกที่ถูกกฎหมายคือ BOI Promotion, Treaty of Amity, หรือขอใบอนุญาต FBA

บทสรุป

การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยเป็นกระบวนการที่มีขั้นตอนชัดเจนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎระเบียบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากเตรียมการอย่างรอบคอบและเอกสารครบถ้วน สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 2–4 สัปดาห์ด้วยค่าธรรมเนียมราชการที่สมเหตุสมผล

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ คือต้องเข้าใจข้อจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ให้ถ่องแท้ และหลีกเลี่ยงการใช้ Nominee Shareholder ซึ่งมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงมาก ทางเลือกที่ถูกกฎหมายอย่าง BOI Promotion, Treaty of Amity หรือการขอใบอนุญาต FBA มักให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและปลอดภัยกว่าในระยะยาว

บทความนี้ให้ภาพรวมของกระบวนการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย หากท่านมีประเด็นข้อกฎหมายเฉพาะ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ FBA การถือหุ้นต่างชาติ หรือโครงสร้างนิติบุคคลที่ซับซ้อน ควรปรึกษาทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ

เอกสารอ้างอิง / References

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 ว่าด้วยบริษัทจำกัด มาตรา 1096 เป็นต้นไป (Civil and Commercial Code, Book III, Title XXII — Private Limited Companies)
  2. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act, B.E. 2542 (1999))
  3. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (Public Limited Companies Act, B.E. 2535 (1992))
  4. พระราชบัญญัติการทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 (Commercial Registration Act, B.E. 2499 (1956))
  5. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — www.dbd.go.th
  6. ระบบ DBD e-Filing — efiling.dbd.go.th
  7. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) — www.boi.go.th
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

Disclaimer / ข้อจำกัดความรับผิด

ภาษาไทย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อมูลในบทความนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้อ่านควรตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งข้อมูลทางราชการและปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเนื้อหาในบทความนี้ไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

English: This article is prepared solely for academic and general informational purposes and does not constitute legal advice for any specific matter. Information contained herein may change as laws and regulations are amended. Readers should verify information with official government sources and consult qualified legal counsel before acting on any information herein. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. disclaim all liability for any loss or damage arising from reliance on the contents of this article without professional consultation.

© 2026 Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) — All Rights Reserved.

Back to Knowledge Hub
ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →