คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (เช่น อาคารสำนักงาน โรงงาน หรือพื้นที่ค้าปลีก) มีข้อกฎหมายสำคัญ 3 ประเด็นที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของธุรกิจ: (1) สัญญาเช่าเกิน 3 ปี ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่: ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 538 การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปีขึ้นไป หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน จะฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปีเท่านั้น ตัวอย่างเช่น สัญญาเช่า 10 ปีที่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ผู้เช่าฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538 (2) สิทธิการเช่าช่วงและการโอนสิทธิการเช่า (Sublease & Assignment): ตาม ป.พ.พ. มาตรา 544 ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินที่เช่า ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า หากผู้เช่าฝ่าฝืน ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ ในทางปฏิบัติผู้เช่าควรกำหนดสิทธิให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิไว้ในสัญญาเช่าให้ชัดเจน หรือขอความยินยอมจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ตกลงกันเช่นนั้น ซึ่งเป็นข้อแนะนำในการร่างสัญญา มิใช่แบบที่ตัวบทกำหนด (3) ภาระการคืนสภาพพื้นที่ (Reinstatement Clause): ผู้เช่ามักประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่เดิมคืนเมื่อสิ้นสุดสัญญา ซึ่งอาจสูงมากหากไม่กำหนดขอบเขตและสภาพ "การเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ" (Fair Wear and Tear) ไว้ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 562 ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความบุบสลายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์สินโดยชอบ

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์ (ข้อเท็จจริงสมมติ): บริษัทเปิดร้านอาหารชื่อดัง ลงทุนตกแต่งร้านในอาคารพาณิชย์มูลค่า 15 ล้านบาท โดยทำสัญญาเช่ากับเจ้าของอาคารเป็นเวลา 9 ปี (โดยเขียนว่าเช่าคราวละ 3 ปี และผู้ให้เช่าสัญญาว่าจะต่อสัญญาให้อีก 2 ครั้ง รวมเป็น 9 ปี) แต่ไม่ได้นำสัญญาไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้เช่าเข้าใจว่ามีสัญญาเช่า 9 ปีที่ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายแล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตลอด 9 ปี
  3. จุดพลิก: เมื่อครบกำหนด 3 ปีแรก ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น เจ้าของอาคารปฏิเสธการต่อสัญญาและขายอาคารให้แก่นักลงทุนรายใหม่ ผู้ซื้อรายใหม่ฟ้องขับไล่ร้านอาหารออกจากพื้นที่ ตามมาตรา 538 ผู้เช่าฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี เมื่อสัญญาเช่า 9 ปีมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ร้านอาหารจึงมีความเสี่ยงที่จะต้องออกจากพื้นที่และสูญเสียเงินลงทุนตกแต่ง 15 ล้านบาท
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังเปรียบเทียบการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 กับการเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 [ต้องยืนยันมาตรา], เทคนิคการร่างข้อสัญญา Right of First Refusal (ROFR), การเจรจาข้อยกเว้น Fair Wear and Tear, และ Checklist 10 จุดตรวจสัญญาเช่าพาณิชย์

หลักการของสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ "สัญญาเช่าทรัพย์" มีลักษณะเป็นเพียง "บุคคลสิทธิ" (Personal Right) มิใช่ทรัพยสิทธิ ดังนั้น ความคุ้มครองผู้เช่าจึงขึ้นอยู่กับการทำสัญญาให้ครบตามมาตรา 538 กล่าวคือ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี ซึ่งเป็นข้อจำกัดการฟ้องร้องให้บังคับคดี มิใช่เหตุที่ทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะ นอกจากนี้ ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์รับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่บังคับได้ตามมาตรา 569 ซึ่งหากเป็นสัญญาเช่าเกินสามปีที่มิได้จดทะเบียน ย่อมบังคับได้เพียงสามปีตามมาตรา 538

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-CC-11-01การเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่าสามปีขึ้นไป ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี ทั้งนี้ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และการเช่าตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่ามีผลเช่นเดียวกับการเช่าเกินสามปีป.พ.พ. มาตรา 538ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ หมวด 1แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-11-02ผู้เช่าจะนำทรัพย์สินที่เช่าไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่าป.พ.พ. มาตรา 544ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ หมวด 1แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-11-03สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ย่อมไม่ระงับไปเพราะเหตุโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินซึ่งให้เช่า ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนซึ่งมีต่อผู้เช่านั้นด้วยป.พ.พ. มาตรา 569ลักษณะ 4 เช่าทรัพย์ หมวด 4แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-11-04การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรม อาจกำหนดระยะเวลาการเช่าได้ไม่เกินห้าสิบปี และสิทธิการเช่าสามารถนำไปเป็นหลักประกันการชำระหนี้โดยการจำนองได้พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 3 และมาตรา 6พระราชบัญญัติเฉพาะทางตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-11-05สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องปิดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทต่อทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทแห่งค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ตลอดอายุการเช่าประมวลรัษฎากร มาตรา 104 (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1)หมวด 6 อากรแสตมป์แก้ไขแล้ว — LAS Audit

ตารางเปรียบเทียบ: เช่าตาม ป.พ.พ. กับเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542

มิติการพิจารณาสัญญาเช่าทั่วไปตาม ป.พ.พ.สัญญาเช่าตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542
ระยะเวลาการเช่าสูงสุดไม่เกิน 30 ปี (ต่อสัญญาได้คราวละไม่เกิน 30 ปี)ไม่เกิน 50 ปี (ต่อสัญญาได้คราวละไม่เกิน 50 ปี ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 3 และมาตรา 4)
การนำสิทธิการเช่าไปจำนองกับธนาคารจำนองไม่ได้ (สิทธิการเช่าไม่ใช่ทรัพยสิทธิ)จำนองเป็นหลักประกันเงินกู้ได้ (ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 6)
การตกทอดทางมรดกโดยหลักสิทธิการเช่าระงับเมื่อผู้เช่าตาย เพราะสิทธิของผู้เช่าตามสัญญาเช่าธรรมดาถือเป็นการเฉพาะตัวของผู้เช่า จึงไม่ตกเป็นกองมรดกตามมาตรา 1600 เว้นแต่สัญญานั้นเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ซึ่งพิจารณาจากสิ่งตอบแทนที่ผู้เช่าให้จริง มิใช่จากชื่อที่เขียนไว้ในสัญญาตกทอดแก่ทายาทได้ตามกฎหมาย (ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 7)
การเช่าช่วงและการโอนสิทธิทำไม่ได้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า หากฝ่าฝืน ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ (มาตรา 544)โอนสิทธิหรือให้เช่าช่วงได้ เว้นแต่สัญญาจะระบุห้ามไว้ (ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 7)
LAS Practice Note — การเจรจาข้อสัญญา Reinstatement และ Fair Wear & Tear

ผู้เช่าต้องระมัดระวังข้อสัญญาคืนสภาพ (Reinstatement Clause) อย่างยิ่ง: ให้ตัดคำว่า "คืนสภาพเดิมทุกประการในสภาพเหมือนใหม่" ออก และให้ใส่ข้อความยกเว้นว่า "คืนสภาพพื้นที่โดยยกเว้นการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ (Normal Wear and Tear excepted) และโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบไฟฟ้าประปาที่ผู้ให้เช่าตกลงยินยอมให้คงไว้" การระบุข้อความนี้ช่วยจำกัดขอบเขตภาระการรื้อถอนของผู้เช่าให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 ซึ่งบัญญัติว่าผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความบุบสลายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์สินโดยชอบ

ข้อต่อสู้ของผู้ให้เช่ากับผู้เช่า Devil's Advocate

ข้ออ้างของผู้ให้เช่าข้อต่อสู้ของผู้เช่าตามกฎหมายไทยหลักฐานที่ชี้ขาด
สัญญาเช่า 6 ปีมิได้จดทะเบียน ผู้ให้เช่าอ้างว่าผู้เช่าฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538นอกจากการเช่าตามมาตรา 538 แล้ว ผู้เช่าอาจอ้างว่าสัญญามีสิ่งตอบแทนอย่างอื่นนอกเหนือค่าเช่า เช่น การก่อสร้างอาคารแล้วโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้เช่า ซึ่งต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีหลักฐานการออกเงินลงทุนก่อสร้างและข้อความในสัญญาเช่า
ผู้เช่านำพื้นที่ไปให้บริษัทในเครือใช้ ถือเป็นการเช่าช่วงโดยมิชอบตามมาตรา 544ในสัญญาระบุข้อยกเว้น Permitted Sublease / Affiliates Occupancy ไว้ชัดเจนข้อสัญญาข้อยกเว้นบริษัทในเครือและผังโครงสร้างผู้ถือหุ้น
ผู้ให้เช่าหักเงินประกันการเช่าทั้งหมดเนื่องจากพื้นกระเบื้องมีรอยขีดข่วนรอยขีดข่วนเกิดจากการใช้งานปกติ (Fair Wear and Tear) ไม่ใช่ความชำรุดบกพร่องจากการละเลย และตามมาตรา 562 ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความบุบสลายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์สินโดยชอบภาพถ่ายสภาพพื้นที่ก่อนเข้าใช้งาน (Condition Report) วันส่งมอบ

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด ทำสัญญาเช่าคลังสินค้า 10 ปี ค่าเช่าเดือนละ 500,000 บาท ผู้ให้เช่าขอผัดผ่อนการไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน โดยอ้างว่าจะไปจดให้ภายใน 6 เดือน แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 ปี ผู้ให้เช่าแจ้งว่าจะขอขึ้นค่าเช่าเป็น 800,000 บาท มิฉะนั้นเมื่อครบ 3 ปีจะขับไล่ออก

แนวทางแก้ปัญหาทางกฎหมาย: (1) ผู้เช่าต้องรีบส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice) ทวงถามให้ผู้ให้เช่าไปจดทะเบียนสิทธิการเช่าตามสัญญา ณ สำนักงานที่ดินทันที, (2) หากผู้ให้เช่าเพิกเฉย ผู้เช่าควรเก็บหลักฐานข้อตกลงให้จดทะเบียนและเร่งจดทะเบียน เพราะตามมาตรา 538 สัญญาที่มิได้จดทะเบียนบังคับได้เพียงสามปี ส่วนผลของการฟ้องบังคับให้ผู้ให้เช่าจดทะเบียนต้องตรวจจากแนวคำพิพากษา

ขั้นตอนการตรวจสัญญาและการจดทะเบียนสิทธิการเช่า Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1ตรวจกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินและภาระจำนอง ณ สำนักงานที่ดินทนายความอสังหาริมทรัพย์รายงานการคัดสำเนาสารบบโฉนดที่ดินก่อนลงนามสัญญา
2ตรวจทานร่างสัญญาเช่า ดักข้อสัญญา 3+3 และ Fair Wear & Tearฝ่ายกฎหมาย LASร่างสัญญาเช่าแก้ไข (Redline)ก่อนลงนามสัญญา
3ทำรายงานสภาพพื้นที่ก่อนส่งมอบ (Joint Inspection Report)ผู้เช่าและผู้ให้เช่าบันทึกตรวจรับพื้นที่พร้อมภาพถ่ายวันส่งมอบพื้นที่
4ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิการเช่า ณ สำนักงานที่ดิน (หากเช่าเกิน 3 ปี)ตัวแทนจดทะเบียนสัญญาเช่าสลักหลังโฉนดที่ดินสารบบหลวงภายใน 30 วันหลังลงนาม (เป็นข้อเสนอในการวางแผนงาน คู่สัญญากำหนดได้ตามความเหมาะสม มิใช่ระยะเวลาตามกฎหมาย)

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

สัญญาเช่าที่เขียนว่า "เช่า 3 ปี และต่อสัญญาได้อีก 3 ปี รวมเป็น 6 ปี" ต้องไปจดทะเบียนที่ดินหรือไม่?
สัญญาเช่าแบบ 3+3 ปี หากรวมกำหนดเวลาเช่าแล้วเกินสามปีและมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ผู้เช่าฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี หากมีการเปลี่ยนเจ้าของอาคาร ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์รับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าที่บังคับได้ตามมาตรา 569 ดังนั้นหากต้องการความมั่นคงตลอด 6 ปี ควรนำสัญญาไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินตั้งแต่ต้น
สัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาคืออะไร และมีผลอย่างไร?
คือกรณีที่ผู้เช่าได้ให้สิ่งตอบแทนอย่างอื่นแก่ผู้ให้เช่านอกเหนือไปจากค่าเช่าปกติ เช่น ผู้เช่าเป็นผู้ออกเงินค่าก่อสร้างอาคารทั้งหมดแล้วยกกรรมสิทธิ์ให้ผู้ให้เช่า นอกจากการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 แล้ว ผู้เช่าอาจอ้างว่าสัญญามีสิ่งตอบแทนอย่างอื่นนอกเหนือค่าเช่า ซึ่งต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ตัวบทในหมวดเช่าทรัพย์มิได้บัญญัติข้อยกเว้นของมาตรา 538 สำหรับสัญญาลักษณะนี้ไว้
การเช่าที่ดินเพื่อตั้งโรงงาน สามารถเช่า 50 ปีได้ตามกฎหมายใด?
สามารถทำได้ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดระยะเวลาเช่าไม่เกิน 50 ปี และต้องจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน โดยสิทธิการเช่าประเภทนี้สามารถนำไปจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินได้ (ตามพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 6)
หากผู้เช่าค้างค่าเช่า 1 เดือน ผู้ให้เช่ามีสิทธิตัดน้ำตัดไฟและล็อกกุญแจทันทีได้หรือไม่?
เมื่อค้างค่าเช่ารายเดือน ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวให้ผู้เช่าชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 และหากผู้เช่าไม่ออกจากพื้นที่ ควรใช้กระบวนการทางศาล การตัดสาธารณูปโภคหรือล็อกพื้นที่โดยลำพังอาจก่อความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแม้มีข้อสัญญาให้สิทธิไว้ [ต้องยืนยันมาตรา]

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ