คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การจำนองประกันหนี้ในอนาคต (ป.พ.พ. มาตรา 707 ประกอบมาตรา 681 และมาตรา 708): สัญญาจำนองทุกสัญญาต้องระบุจำนวนเงินเป็นเงินบาท การจดจำนองเพื่อประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข ต้องระบุ "จำนวนเงินจำนองสูงสุด" (Maximum Secured Amount) ไว้ในสัญญาเป็นเงินบาทตามมาตรา 708 และต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ตามมาตรา 681 ซึ่งมาตรา 707 ให้นำมาใช้แก่การจำนองโดยอนุโลมตามควร ส่วนผลของการไม่ระบุ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง ผู้ร่างจึงไม่ควรปล่อยให้สัญญาขาดรายการนี้
  2. ขอบเขตสิ่งปลูกสร้าง (ป.พ.พ. มาตรา 718 และมาตรา 719): โดยหลักการ การจำนองที่ดินไม่ครอบคลุมถึงโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่ผู้จำนองปลูกสร้างขึ้นภายหลังวันจดจำนอง เว้นแต่จะมีข้อตกลงระบุไว้ในสัญญาจำนองหรือสัญญาต่อท้ายให้ชัดแจ้งว่า "ครอบคลุมถึงสิ่งปลูกสร้างที่จะมีขึ้นในอนาคต"
  3. แบบของสัญญาและกระบวนการบังคับ: สัญญาจำนองต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 714 ณ สำนักงานที่ดิน ส่วนชื่อแบบของกรมที่ดิน (ทด.๔) และสถานะของสัญญาต่อท้าย (Memorandum of Mortgage Terms) ยังต้องตรวจแหล่งที่มา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และในการบังคับจำนองตามมาตรา 728 ต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าว

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. ผู้ประกอบการ SMEs หลายรายจดจำนองที่ดินเพื่อค้ำประกันวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) โดยเข้าใจว่าการจดจำนองนั้นคุ้มครองมูลค่าหนี้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเกิดกรณีผิดนัดชำระหนี้ กลับพบว่าสัญญาจำนองระบุเพียง "ประกันเงินกู้" โดยไม่ได้ระบุ "วงเงินจำนองสูงสุด" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 708 และตามมาตรา 681 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 และนำมาใช้แก่การจำนองโดยมาตรา 707 หรือไม่ได้ระบุให้ครอบคลุมถึงโรงงานที่สร้างเสร็จภายหลัง ส่งผลให้เจ้าหนี้มีความเสี่ยงที่จะบังคับหลักประกันได้ไม่ครบถ้วน บทความนี้จะช่วยให้คุณออกแบบสัญญาจำนองที่ "ปิดช่องโหว่" เหล่านี้ได้ทันที

ภูมิทัศน์กฎหมายจำนองและการปฏิรูปตาม ป.พ.พ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 20)

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 แก้ไขและเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการค้ำประกันและจำนอง เพื่อคุ้มครองผู้จำนอง โดยเฉพาะผู้จำนองซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เช่น มาตรา 727/1 ซึ่งให้ผู้จำนองที่จำนองทรัพย์สินของตนเพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระไม่ต้องรับผิดเกินราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่บังคับจำนองหรือเอาทรัพย์จำนองหลุด และมาตรา 729/1 ซึ่งให้ผู้จำนอง ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้เองหรือบุคคลภายนอก มีสิทธิแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจำนองขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล ส่วนการระบุจำนวนเงินจำนองเป็นจำนวนแน่ตรงตัวหรือจำนวนขั้นสูงสุดเป็นข้อกำหนดของมาตรา 708 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการร่างสัญญาจดจำนองที่ต้องมีความเฉพาะเจาะจง

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal Basis (CCC)Key Requirement
C-UP-06-01มาตรา 702ทรัพย์สินที่จำนองย่อมเป็นประกันการชำระหนี้โดยไม่ส่งมอบทรัพย์
C-UP-06-02มาตรา 705การจำนองต้องทำโดยเจ้าของทรัพย์สินในขณะนั้น
C-UP-06-03มาตรา 714ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
C-UP-06-04มาตรา 718 และมาตรา 719มาตรา 718 จำนองครอบไปถึงทรัพย์ทั้งปวงอันติดพันอยู่กับทรัพย์สินซึ่งจำนอง มาตรา 719 จำนองที่ดินไม่ครอบไปถึงเรือนโรงที่ปลูกสร้างภายหลังวันจำนอง เว้นแต่มีข้อความกล่าวไว้โดยเฉพาะในสัญญาว่าให้ครอบไปถึง
C-UP-06-05มาตรา 708 และมาตรา 707 ประกอบมาตรา 681สัญญาจำนองต้องระบุจำนวนเงินเป็นเงินบาท เป็นจำนวนแน่ตรงตัวหรือจำนวนขั้นสูงสุด และการจำนองประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้

เจาะลึกมาตรา 708 ประกอบมาตรา 707 และมาตรา 681: สูตรการกำหนดวงเงินจำนองสูงสุด Cap Amount

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 708 กำหนดให้สัญญาจำนองทุกฉบับต้องมีจำนวนเงินระบุไว้เป็นเงินบาท เป็นจำนวนแน่ตรงตัวหรือจำนวนขั้นสูงสุดที่ได้เอาทรัพย์สินจำนองตราไว้เป็นประกัน และหากเป็นการจำนองเพื่อประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข มาตรา 707 ให้นำมาตรา 681 ว่าด้วยค้ำประกันมาใช้โดยอนุโลมตามควร ซึ่งกำหนดให้ระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ เว้นแต่เป็นการประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา 699 จะไม่ระบุระยะเวลาก็ได้ ผู้ร่างจึงต้องกำหนด:

ขอบเขตสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร และส่วนควบ Fixtures & Appurtenances

ขั้นตอนการบังคับจำนองตามกฎหมาย: หนังสือเตือน 60 วันกับการเอาทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิ

  1. หนังสือบอกกล่าว (Notice of Foreclosure): ตามมาตรา 728 เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าว ในกรณีผู้จำนองเป็นบุคคลภายนอก ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือบอกกล่าวให้ผู้จำนองทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งหนังสือแจ้งลูกหนี้ ส่วนการบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันตามมาตรา 735
  2. การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์: เพื่อนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด (Public Auction)
  3. การเอาทรัพย์จำนองหลุดเป็นสิทธิ (Strict Foreclosure): ในการบังคับจำนองตามมาตรา 728 หากไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นที่จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินเดียวกัน ผู้รับจำนองอาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกเอาทรัพย์จำนองหลุดแทนการขายทอดตลาดตามมาตรา 729 โดยต้องมีเงื่อนไขว่า (1) ลูกหนี้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วเป็นเวลาถึงห้าปี และ (2) ผู้รับจำนองแสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพย์สินน้อยกว่าจำนวนเงินอันค้างชำระ การเอาทรัพย์จำนองหลุดจึงเกิดจากการฟ้องคดีตามเงื่อนไขของตัวบท มิใช่จากข้อสัญญา

การบังคับจำนองที่ผู้รับจำนองเป็นฝ่ายเริ่มต้องฟ้องคดีต่อศาล ไม่ว่าเพื่อให้ยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 728 หรือเพื่อเรียกเอาทรัพย์จำนองหลุดตามมาตรา 729 ทางที่ไม่ต้องฟ้องคดีมีตามมาตรา 729/1 ซึ่งเป็นสิทธิของผู้จำนอง กล่าวคือ เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว หากไม่มีการจำนองรายอื่นหรือบุริมสิทธิอื่นอันได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินเดียวกัน ผู้จำนองมีสิทธิแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้รับจำนองให้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีต่อศาล และผู้รับจำนองต้องขายทอดตลาดภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด ผู้จำนองพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ส่วนการบังคับหลักประกันตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 มาตรา 36 มิใช่การบังคับจำนองตาม ป.พ.พ. และอยู่นอกขอบเขตของบทความนี้

LAS Practice Note: ข้อความสัญญาแม่แบบสำคัญ Model Clauses

Clause: Future Assets Inclusion (ขอบเขตทรัพย์สินในอนาคต)

"การจำนองนี้ให้ครอบคลุมถึงบรรดาโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง ส่วนควบ และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ที่ได้ปลูกสร้างขึ้นหรือจะมีขึ้นในอนาคตบนที่ดินตามสัญญานี้..." (English: This mortgage shall encompass all buildings, constructions, fixtures, and appurtenances currently existing or to be constructed/situated on the Land in the future...)

Clause: Maximum Secured Amount (วงเงินจำนองสูงสุด)

"คู่สัญญาตกลงให้ทรัพย์สินตามสัญญานี้ เป็นหลักประกันหนี้ในวงเงินจำนองสูงสุดไม่เกินจำนวน [ระบุจำนวนเงิน] บาท ([ระบุตัวอักษร]) เพื่อประกันการชำระหนี้เงินกู้ และ/หรือหนี้อื่นใดที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า..."

ข้อควรระวังในการร่างข้อสัญญา (มาตรา 711): ห้ามใส่ข้อสัญญาล่วงหน้าให้ทรัพย์จำนองตกเป็นของผู้รับจำนองหรือให้จัดการทรัพย์สินนอกกระบวนการบังคับจำนอง เพราะข้อตกลงดังกล่าวไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 711 การเอาทรัพย์จำนองหลุดทำได้เฉพาะตามมาตรา 729 ซึ่งต้องฟ้องคดีต่อศาล

ข้อต่อสู้ของฝ่ายผู้จำนองกับฝ่ายผู้รับจำนอง Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

บริษัท A กู้เงินจากธนาคาร B เพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดแห่งหนึ่ง วงเงิน 100 ล้านบาท

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจดจำนอง

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

ถ้าในสัญญาไม่ได้ระบุวงเงินสูงสุด แต่จดจำนองไปแล้ว จะมีผลอย่างไร?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 708 ใช้กับสัญญาจำนองทุกฉบับ ไม่ว่าจะประกันหนี้ที่มีอยู่แล้วหรือหนี้ในอนาคต สัญญาจำนองจึงต้องระบุจำนวนเงินเป็นเงินบาท เป็นจำนวนแน่ตรงตัวหรือจำนวนขั้นสูงสุดเสมอ และหากประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข ต้องระบุรายการตามมาตรา 681 ซึ่งนำมาใช้แก่การจำนองโดยมาตรา 707 ด้วย ส่วนผลของสัญญาจำนองที่ไม่ระบุจำนวนเงิน ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง ผู้ร่างจึงไม่ควรปล่อยให้สัญญาขาดรายการนี้

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ