Real Estate Law & Lease Agreement
LAS

สัญญาเช่าในกฎหมายไทย:
คู่มือครบจบสำหรับผู้เช่าและผู้ให้เช่า ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำการแก้ไขจากการตรวจขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ประเภทสัญญาเช่า องค์ประกอบสำคัญ ระยะเวลาและการจดทะเบียน สิทธิคู่สัญญา ข้อควรระวัง 10 ประการ และ Checklist ก่อนเซ็น

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | เผยแพร่ 4 เมษายน 2569 · ปรับปรุง 28 กันยายน 2569 | Academic Article

Table of Contents / สารบัญ

  1. บทนำ — สัญญาเช่าในกฎหมายไทย
  2. ประเภทสัญญาเช่า (ป.พ.พ. กับพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม)
  3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาเช่า
  4. ระยะเวลา + การจดทะเบียน (กฎ 3 ปี)
  5. สิทธิผู้เช่ากับสิทธิผู้ให้เช่า
  6. ข้อควรระวัง 10 ประการ
  7. Checklist ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
  8. FAQ & บทสรุป

1. บทนำ — สัญญาเช่าในกฎหมายไทย Introduction — Lease Agreement under Thai Law

สัญญาเช่า (Lease Agreement) เป็นสัญญาสำคัญทั้งในภาคที่อยู่อาศัย ภาคพาณิชยกรรม และภาคอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมตั้งแต่การเช่าห้องพักและพื้นที่ร้านค้า ไปจนถึงการเช่าที่ดินสำหรับโครงการอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา ค่าเสียหาย การคืนค่าประกัน และสิทธิในการต่ออายุสัญญาอาจเกิดขึ้นได้เมื่อสัญญากำหนดหน้าที่ของคู่สัญญาไม่ชัดเจน ความเข้าใจในหลักกฎหมายสัญญาเช่าจึงจำเป็นสำหรับทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า

ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าหลายฉบับ ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) บรรพ 3 ลักษณะ 4 ว่าด้วยเช่าทรัพย์ มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไปที่ใช้บังคับสัญญาเช่าทุกประเภท และพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ซึ่งนำมาใช้กับสัญญาเช่าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมระยะยาว นอกจากนี้ การให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยโดยผู้ประกอบธุรกิจที่มีอาคารให้เช่าตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ยังอยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2562 (มีผลใช้บังคับ 30 มกราคม 2563 และมีฉบับแก้ไข พ.ศ. 2568) ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ โดยจำกัดจำนวนเงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้าที่เรียกเก็บได้ กำหนดเวลาคืนเงินประกัน และห้ามข้อสัญญาที่เอาเปรียบผู้เช่าบางประการ ทั้งนี้ หากสัญญาเช่าเป็นสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ หรือเป็นสัญญาสำเร็จรูป ข้อตกลงที่ทำให้ฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควรเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

Key Legal Foundation
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๗ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๓๗  อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
      

อ่านมาตรา ๕๓๗ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค ตัวบทใช้คำว่าเช่าทรัพย์สิน

2. ประเภทสัญญาเช่า Types of Lease Agreement — CCC versus Commercial Lease Act

ระบบกฎหมายไทยรับรองสัญญาเช่าหลายประเภทซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายที่แตกต่างกัน การเลือกใช้กฎหมายที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา

เช่าทรัพย์ทั่วไป (ป.พ.พ.)

กฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 ถึงมาตรา 571

วัตถุ: ทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์

ระยะเวลาสูงสุดของอสังหาริมทรัพย์: 30 ปี และทำสัญญาใหม่ได้เมื่อครบกำหนด

การใช้: ที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมทั่วไป

เช่าเพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม (พ.ร.บ. 2542)

กฎหมาย: พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542

วัตถุ: อสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติและกฎกระทรวง

ระยะเวลา: เกิน 30 ปีแต่ไม่เกิน 50 ปี และตกลงต่อได้อีกไม่เกิน 50 ปี

การใช้: พาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนด

2.1 สัญญาเช่าที่อยู่อาศัย (Residential Lease)

สัญญาเช่าที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน อพาร์ตเมนต์ ห้องพัก และคอนโดมิเนียม อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นหลัก การเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกิน 3 ปีไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ หากมีกำหนดเกิน 3 ปีหรือตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538

2.2 สัญญาเช่าเชิงพาณิชย์ (Commercial Lease)

สัญญาเช่าเชิงพาณิชย์ ได้แก่ การเช่าพื้นที่ร้านค้า สำนักงาน โกดัง ห้องแถว อาคารพาณิชย์ โดยทั่วไปอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เช่นกัน แต่มีความซับซ้อนมากกว่าเพราะมักมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ค่าปรับปรุงที่ผู้เช่าออกเอง (Tenant Improvements) สิทธิในป้ายโฆษณา การโอนสิทธิการเช่า (Assignment) และเงื่อนไขการยกเว้นค่าเช่าช่วงแรก (Rent Free Period)

ประเภทสัญญาเช่า กฎหมายบังคับ ระยะเวลาสูงสุด ต้องจดทะเบียน
เช่าที่อยู่อาศัยระยะสั้น (≤3 ปี) ป.พ.พ. มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 30 ปี ไม่จำเป็น
เช่าที่อยู่อาศัยระยะยาว (>3 ปี) ป.พ.พ. มาตรา 538 30 ปี บังคับ
เช่าเพื่อพาณิชย์/อุตสาหกรรมที่เข้าเงื่อนไขกฎหมายพิเศษ พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 เกิน 30 ปีแต่ไม่เกิน 50 ปี บังคับ

3. องค์ประกอบสำคัญของสัญญาเช่า Key Elements of a Lease Agreement

สัญญาเช่าที่ดีและสมบูรณ์ควรมีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนเพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต โดยไม่ว่าจะเป็นสัญญาเช่าประเภทใด องค์ประกอบหลักมีดังต่อไปนี้:

3.1 รายละเอียดคู่สัญญา (Parties)

ต้องระบุชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และหมายเลขบัตรประชาชน/พาสปอร์ตของผู้ให้เช่าและผู้เช่าอย่างครบถ้วนและถูกต้อง หากคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลต้องระบุชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล และชื่อผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมหลักฐานแสดงอำนาจ เช่น หนังสือรับรองบริษัทและอำนาจกรรมการ

3.2 ทรัพย์สินที่เช่า (Subject Matter)

ต้องระบุรายละเอียดของทรัพย์สินที่เช่าให้ชัดเจนที่สุด ได้แก่ ที่ตั้ง เนื้อที่ หมายเลขโฉนด/น.ส.3 (สำหรับที่ดิน) หรือเลขห้อง/ชั้น/ตึก (สำหรับอาคาร) รวมถึงการระบุว่าสภาพทรัพย์สิน ณ วันทำสัญญาเป็นอย่างไร โดยอาจแนบ Inventory List และรูปถ่ายเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วย

3.3 ค่าเช่าและเงื่อนไขการชำระ (Rent & Payment Terms)

ต้องระบุจำนวนค่าเช่าต่อเดือน/ปีอย่างชัดเจน รวมถึงกำหนดวันชำระ ช่องทางการชำระ (โอนเงิน/เช็ค/เงินสด) และเงื่อนไขการปรับขึ้นค่าเช่า (Rent Escalation) หากมี ควรระบุด้วยว่าค่าเช่ารวมหรือไม่รวมค่าสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา อินเทอร์เน็ต

3.4 ค่าประกันเสียหาย (Security Deposit)

ค่าประกันเสียหายเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา คู่สัญญาควรระบุจำนวน เหตุที่หักได้ วิธีพิสูจน์ค่าเสียหาย และกำหนดเวลาคืนไว้ให้ชัดเจน สำหรับสัญญาเช่าทั่วไป ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดเพดานหรือกำหนดเวลาคืนไว้เป็นการเฉพาะ ส่วนสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มเติม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๔๖ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๔๖  ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว
    

อ่านมาตรา ๕๔๖ ในกล่องด้านบน หน้าที่สงวนทรัพย์ของผู้เช่าเป็นคนละมาตรา ต้องเปิดต้นฉบับของมาตรานั้นก่อนอ้าง

3.5 วัตถุประสงค์ในการใช้ทรัพย์ (Permitted Use)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๕๒ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๕๒  อันผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่ใช้กันตามประเพณีนิยมปกติ หรือการดังกำหนดไว้ในสัญญานั้น ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่
    
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๕๔ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๕๔  ถ้าผู้เช่ากระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติในมาตรา ๕๕๒ มาตรา ๕๕๓ หรือฝ่าฝืนข้อสัญญา ผู้ให้เช่าจะบอกกล่าวให้ผู้เช่าปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทกฎหมายหรือข้อสัญญานั้น ๆ ก็ได้ ถ้าและผู้เช่าละเลยเสียไม่ปฏิบัติตาม ท่านว่าผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้
    

อ่านมาตรา ๕๕๒ และมาตรา ๕๕๔ ในกล่องด้านบน ห้ามใช้ผิดประเพณีหรือผิดสัญญา และการบอกเลิกอยู่ที่มาตรา ๕๕๔ ไม่ใช่มาตรา ๕๕๒ ลำพัง

4. ระยะเวลา + การจดทะเบียน (กฎ 3 ปี) Duration & Registration — The 3-Year Rule

ระยะเวลาของสัญญาเช่าและการจดทะเบียนมีผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่คู่สัญญาจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ จึงควรตรวจเงื่อนไขตามมาตรา 538 ก่อนลงนาม

4.1 กฎ 3 ปี — ข้อกำหนดพื้นฐาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๓๘  เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี
    

อ่านมาตรา ๕๓๘ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค รวมชั้นหลักฐานเป็นหนังสือและการจดทะเบียนเมื่อเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป

กล่าวโดยสรุป กฎหมายกำหนดว่า:

  1. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ การไม่มีหลักฐานดังกล่าวเป็นข้อจำกัดเรื่องการฟ้องบังคับ มิใช่ข้อความว่าการเช่าด้วยวาจาเป็นโมฆะ
  2. สัญญาเช่าที่มีกำหนดเวลาเกิน 3 ปี หรือตลอดอายุของคู่สัญญา ต้องทำเป็นหนังสือ และ จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (สำนักงานที่ดิน)
  3. หากไม่จดทะเบียน สัญญาเช่ายังมีผลใช้บังคับ แต่บังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น แม้ตัวสัญญาจะมีกำหนดนานกว่านั้น

4.2 ระยะเวลาสูงสุดตามกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๔๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๔๐  อันอสังหาริมทรัพย์ ท่านห้ามมิให้เช่ากันเป็นกำหนดเวลาเกินกว่าสามสิบปี ถ้าได้ทำสัญญากันไว้เป็นกำหนดเวลานานกว่านั้น ท่านก็ให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี
    
          อนึ่ง กำหนดเวลาเช่าดังกล่าวมานี้ เมื่อสิ้นลงแล้วจะต่อสัญญาอีกก็ได้ แต่ต้องอย่าให้เกินสามสิบปีนับแต่วันต่อสัญญา
    

อ่านมาตรา ๕๔๐ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค เพดานสามสิบปีและการต่อสัญญาเป็นคนละชั้นจากพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้ใส่ในกล่องนี้

4.3 ขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาเช่า

  1. เตรียมเอกสาร: สัญญาเช่าฉบับสมบูรณ์ บัตรประชาชน/พาสปอร์ตคู่สัญญา โฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์ทรัพย์สิน
  2. ยื่นต่อสำนักงานที่ดิน: คู่สัญญายื่นคำขอต่อสำนักงานที่ดินซึ่งทรัพย์สินตั้งอยู่ด้วยตนเองหรือดำเนินการผ่านผู้รับมอบอำนาจตามแบบและหลักฐานที่กรมที่ดินกำหนด
  3. ชำระค่าธรรมเนียม: ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสัญญาเช่าคิดในอัตรา 1% ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา (ตามกฎกระทรวง) พร้อมอากรแสตมป์ 0.1% ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา (ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1)
  4. รับเอกสารการจดทะเบียน: เมื่อจดทะเบียนแล้วจะได้รับสำเนาสัญญาเช่าที่ประทับตราและลงนามโดยพนักงานเจ้าหน้าที่
⚠️ กับดักที่พบบ่อย — ข้อตกลงต่ออายุ

ข้อตกลงให้สิทธิต่ออายุในอนาคตไม่ใช่การจดทะเบียนสัญญาเช่าสำหรับระยะเวลาต่ออายุโดยอัตโนมัติ และอาจไม่ผูกพันผู้รับโอนกรรมสิทธิ์รายใหม่ ผลบังคับต้องพิจารณาถ้อยคำในสัญญา การจดทะเบียน และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ผู้เช่าที่ต้องการความมั่นคงระยะยาวจึงควรตรวจรูปแบบสิทธิและการจดทะเบียนก่อนลงนาม

5. สิทธิผู้เช่ากับสิทธิผู้ให้เช่า Rights of Lessee versus Rights of Lessor

ความเข้าใจในสิทธิและหน้าที่ของแต่ละฝ่ายตามกฎหมายเป็นรากฐานของการทำสัญญาเช่าที่ดี คู่สัญญาไม่ควรสัญญาในสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายบังคับ และควรใช้เสรีภาพในการทำสัญญาเพื่อกำหนดเงื่อนไขที่เป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

5.1 สิทธิของผู้เช่า (Rights of Lessee)

  1. สิทธิได้รับมอบทรัพย์สินในสภาพดี: ผู้เช่ามีสิทธิเรียกให้ผู้ให้เช่าส่งมอบทรัพย์สินในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้ว เหมาะสมกับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่เช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 546
  2. สิทธิกรณีทรัพย์ชำรุดบกพร่องหรือถูกรอนสิทธิ: ความรับผิดของผู้ให้เช่าให้นำบทบัญญัติเรื่องซื้อขายมาใช้โดยอนุโลม และผู้ให้เช่าต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเวลาเช่า พร้อมจัดการซ่อมแซมที่จำเป็น เว้นแต่เป็นการซ่อมที่กฎหมายหรือจารีตกำหนดให้ผู้เช่าทำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 549 และมาตรา 550
  3. สิทธิได้รับชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น: ผู้ให้เช่าต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าเสียไปโดยจำเป็นและสมควรเพื่อรักษาทรัพย์สิน เว้นแต่ค่าบำรุงรักษาตามปกติและการซ่อมแซมเล็กน้อย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 547 ทั้งนี้ มาตรานี้ไม่ได้ให้อำนาจผู้เช่าหักค่าใช้จ่ายออกจากค่าเช่าโดยอัตโนมัติ
  4. การโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วง: โดยหลักผู้เช่าจะโอนสิทธิหรือให้เช่าช่วงไม่ได้ เว้นแต่สัญญาเช่าจะตกลงอนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544
  5. ผลของการโอนกรรมสิทธิ์: สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับเพราะการโอนกรรมสิทธิ์ และผู้รับโอนรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 โดยผลบังคับของระยะเวลายังต้องพิจารณามาตรา 538 ประกอบด้วย

5.2 สิทธิของผู้ให้เช่า (Rights of Lessor)

  1. สิทธิได้รับค่าเช่า: ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเช่าตามที่ตกลงกันในสัญญา และเรียกดอกเบี้ยผิดนัดหากผู้เช่าชำระล่าช้า
  2. สิทธิบอกเลิกสัญญา: การผิดนัดค่าเช่าอยู่ภายใต้มาตรา 560 ส่วนการใช้ทรัพย์ผิดวัตถุประสงค์ การไม่สงวนทรัพย์ หรือการฝ่าฝืนข้อสัญญาอยู่ภายใต้มาตรา 552 ถึงมาตรา 554 ซึ่งโดยทั่วไปต้องบอกกล่าวให้แก้ไขก่อนตามเงื่อนไขของมาตรา 554
  3. สิทธิเรียกค่าเสียหาย: ผู้เช่าต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายที่เกิดจากความผิดของตน บุคคลที่อยู่กับตน หรือผู้เช่าช่วง แต่ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการใช้ทรัพย์โดยชอบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562
  4. การหักค่าประกันเสียหาย: ต้องเป็นไปตามข้อตกลงและหนี้ที่เกิดขึ้นจริง ผู้ให้เช่าควรแสดงรายการและหลักฐานของค่าเสียหายก่อนหัก และคืนส่วนที่เหลือตามกำหนดเวลาที่ระบุในสัญญา

6. ข้อควรระวัง 10 ประการ 10 Critical Legal Pitfalls in Thai Lease Agreements

ประเด็นต่อไปนี้เป็นจุดเสี่ยงที่ควรตรวจในร่างสัญญา เพราะแต่ละข้ออาจกระทบสิทธิ หน้าที่ หรือพยานหลักฐานของคู่สัญญา:

  1. ไม่จดทะเบียนสัญญาเช่าเกิน 3 ปี: HIGH ทำให้ฟ้องร้องบังคับสัญญาได้เพียง 3 ปี แม้ตกลงระยะเวลาไว้นานกว่านั้น และอาจกระทบสิทธิของผู้เช่าเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์
  2. ไม่ระบุเงื่อนไขคืนค่าประกัน: MEDIUM สัญญาที่ไม่ระบุกำหนดเวลาและเงื่อนไขการคืนค่าประกันอย่างชัดเจนมักนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องค่าเสียหาย
  3. ไม่ตรวจสอบกรรมสิทธิ์ก่อนเช่า: HIGH ผู้เช่าควรตรวจสอบว่าผู้ให้เช่ามีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินที่แท้จริง โดยขอดูโฉนดที่ดินฉบับจริงและตรวจสอบภาระผูกพัน ณ สำนักงานที่ดิน
  4. ไม่บันทึกสภาพทรัพย์สิน ณ วันส่งมอบ: MEDIUM การไม่ถ่ายรูปและจัดทำ Inventory List อย่างละเอียดในวันรับมอบทรัพย์สิน มักทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องค่าเสียหายเมื่อสัญญาสิ้นสุด
  5. ข้อตกลงต่ออายุสัญญาที่ไม่มีผลบังคับ: HIGH Option to Renew ที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ผูกพันผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ ผู้เช่าที่ต้องการความมั่นคงควรผลักดันให้จดทะเบียนสัญญาเช่าหลักให้ครอบคลุมระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่ต้น
  6. ไม่กำหนดความรับผิดชอบซ่อมแซมอย่างชัดเจน: MEDIUM ควรระบุในสัญญาให้ชัดว่าฝ่ายใดรับผิดชอบค่าซ่อมประเภทใด เช่น งานโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทภายหลัง
  7. ไม่ระบุเงื่อนไขการดัดแปลงทรัพย์สิน: LOW–MEDIUM ผู้เช่าเชิงพาณิชย์มักต้องการปรับปรุงพื้นที่ก่อนเปิดกิจการ ควรระบุในสัญญาว่าอนุญาตให้ดัดแปลงได้ขอบเขตไหน และเมื่อสัญญาสิ้นสุดต้องคืนในสภาพเดิมหรือไม่
  8. ไม่ระบุสิทธิในป้ายและโฆษณา: LOW สำหรับธุรกิจค้าปลีกและร้านอาหาร สิทธิในการติดป้าย/โฆษณาบนอาคารมีความสำคัญมาก ควรตกลงกันให้ชัดเจนในสัญญา
  9. ไม่มีข้อกำหนดเรื่อง Force Majeure: MEDIUM เหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด คำสั่งรัฐบาล อาจกระทบต่อการใช้ทรัพย์สินที่เช่า ควรมีข้อกำหนดที่ชัดเจนว่าจะจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างไร
  10. ไม่ระบุกฎหมายที่ใช้บังคับและศาลที่มีเขตอำนาจ: LOW โดยเฉพาะสำหรับสัญญาเช่าที่มีคู่สัญญาต่างชาติ ควรระบุให้ชัดว่าใช้กฎหมายไทยและศาลไทย หรือมีกระบวนการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)

7. Checklist ก่อนเซ็นสัญญาเช่า Pre-Signing Checklist for Lease Agreements

ก่อนลงนามในสัญญาเช่าทุกฉบับ ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้ให้ครบถ้วน:

Checklist สำหรับผู้เช่า

ลำดับรายการตรวจสอบ
1ตรวจสอบกรรมสิทธิ์/สิทธิในทรัพย์สินของผู้ให้เช่า ณ สำนักงานที่ดิน (โฉนด/น.ส.3)
2ตรวจสอบว่าทรัพย์สินมีภาระจำยอม จำนอง หรือสิทธิของบุคคลที่สามหรือไม่
3ถ่ายรูปสภาพทรัพย์สินและจัดทำ Inventory List ในวันรับมอบ
4ตรวจสอบว่าสัญญาเช่ามีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน
5ตรวจสอบเงื่อนไขการคืนค่าประกันและกำหนดเวลา
6หากเช่าเกิน 3 ปี — ตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนสัญญาเช่าต่อสำนักงานที่ดิน
7ตรวจสอบว่ามีสิทธิต่อสัญญาหรือสิทธิปฏิเสธก่อน (Right of First Refusal) หรือไม่
8ตรวจสอบว่าค่าสาธารณูปโภครวมหรือแยก และอัตราการคิดค่าไฟ/น้ำ
9ตรวจสอบข้อกำหนดเรื่องการดัดแปลง ป้ายโฆษณา และการโอนสิทธิ
10ปรึกษาทนายความ หากเป็นสัญญาเช่าระยะยาวหรือมูลค่าสูง

Checklist สำหรับผู้ให้เช่า

ลำดับรายการตรวจสอบ
1ตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้เช่า (ทั้งบุคคลและนิติบุคคล)
2กำหนดค่าประกันเสียหายที่เพียงพอสมเหตุสมผล
3ระบุวัตถุประสงค์การใช้ทรัพย์สินอย่างชัดเจนในสัญญา
4กำหนดเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนดและค่าชดเชย
5กำหนดว่าใครรับผิดชอบค่าซ่อมแซมประเภทใด
6ระบุเงื่อนไขการปรับขึ้นค่าเช่า (ถ้ามี) ให้ชัดเจน
7กำหนดว่าอนุญาตให้โอนสิทธิการเช่าหรือให้เช่าช่วงหรือไม่
8ระบุหลักประกันเพิ่มเติม (บุคคลค้ำประกัน/หนังสือค้ำประกันธนาคาร) ถ้ามี
9บันทึกสภาพทรัพย์สิน ณ วันส่งมอบด้วยรูปถ่าย
10ปรึกษาทนายความ หากเป็นสัญญาเช่าระยะยาวหรือมูลค่าสูง

8. FAQ & บทสรุป Frequently Asked Questions & Conclusion

Q: สัญญาเช่าเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียนหรือไม่?

ใช่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นบังคับได้เพียง 3 ปีเท่านั้น แม้สัญญาจะระบุระยะเวลานานกว่านั้น

Q: ผู้ให้เช่าขายทรัพย์สินระหว่างสัญญาเช่ายังมีผลไหม?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 การขายไม่ตัดสิทธิผู้เช่า สัญญาเช่ายังคงผูกพันเจ้าของใหม่ด้วย แต่ต้องระวังว่าสัญญาเช่าที่ไม่ได้จดทะเบียน (เกิน 3 ปี) มีผลเพียง 3 ปีจากวันทำสัญญา ซึ่งอาจไม่เพียงพอในบางกรณี

Q: ผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้เมื่อไหร่?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 หากกำหนดชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือเป็นระยะเวลายาวกว่ารายเดือน ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวให้ชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนจึงจะบอกเลิกสัญญาได้ ส่วนการชำระเป็นระยะสั้นกว่ารายเดือน มาตรานี้ไม่ได้กำหนดระยะเวลาบอกกล่าวขั้นต่ำดังกล่าว

Q: ค่าประกันเสียหาย (Security Deposit) ผู้ให้เช่าต้องคืนภายในกี่วัน?

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดจำนวนวันคืนค่าประกันสำหรับสัญญาเช่าทั่วไป คู่สัญญาจึงควรกำหนดวันคืน เหตุที่หักได้ และวิธีแสดงหลักฐานค่าเสียหายไว้ในสัญญา ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยตั้งแต่ 5 หน่วยขึ้นไป ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา กำหนดให้ต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันนับแต่วันที่สัญญาเช่าสิ้นสุดและผู้เช่าส่งมอบอาคารคืน

Q: สัญญาเช่ายาวนานแค่ไหนได้บ้างในไทย?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 540 การเช่าอสังหาริมทรัพย์มีกำหนดสูงสุดไม่เกิน 30 ปี และเมื่อสิ้นกำหนดแล้วคู่สัญญาทำสัญญาใหม่ได้อีกไม่เกิน 30 ปี ส่วนพระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ใช้เฉพาะการเช่าที่เข้าเงื่อนไขของกฎหมาย มีกำหนดเกิน 30 ปีแต่ไม่เกิน 50 ปี และต้องทำเป็นหนังสือพร้อมจดทะเบียน มิฉะนั้นเป็นโมฆะ

บทสรุป

สัญญาเช่าในกฎหมายไทยอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายพิเศษที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญคือการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ และหากกำหนดเกิน 3 ปีหรือตลอดอายุของคู่สัญญาต้องทำเป็นหนังสือพร้อมจดทะเบียน มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับได้เพียง 3 ปี

ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่าควรให้ความสำคัญกับการทำสัญญาที่ครบถ้วนและชัดเจน โดยเฉพาะการระบุเงื่อนไขเรื่องค่าประกัน ความรับผิดชอบซ่อมแซม สิทธิต่อสัญญา เงื่อนไขบอกเลิก และกลไกการแก้ไขข้อพิพาท สัญญาเช่าที่ดีจะช่วยป้องกันข้อพิพาทและรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญาได้อย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง / References

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 4 ว่าด้วยเช่าทรัพย์ มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 (Civil and Commercial Code, Book III, Title IV — Hire of Property)
  2. พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 (Commercial and Industrial Property Lease Act, B.E. 2542 (1999))
  3. กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย — คู่มือประชาชนเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

บทความที่เกี่ยวข้อง (Related Articles)

Disclaimer / ข้อจำกัดความรับผิด

ภาษาไทย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อมูลในบทความนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามการแก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเนื้อหาในบทความนี้ไปใช้โดยไม่ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

English: This article is prepared solely for academic and general informational purposes and does not constitute legal advice for any specific matter. Information may change as laws are amended. Readers should consult qualified legal counsel before acting on any information herein. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. disclaim all liability for any loss or damage arising from reliance on the contents of this article without professional consultation.

© 2026 Thundthornthep Yamoutai, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) — All Rights Reserved.

Back to Knowledge Hub
ดูบทความและบล็อกทั้งหมด / View All Content →