EN | TH

"นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก" คืออะไร? ทำไม กทม. ต้องการสิ่งนี้

Bangkok Possible — ชุดบทความเพื่อความเข้าใจสภากรุงเทพมหานคร | บทความที่ 3 จาก 5

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D.
ทนายความธุรกิจ & นักวิจัยนวัตกรรม AI Legal Research | Managing Director, LAS (Legal Advance Solution)
ผู้พัฒนาแนวคิด "นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก" (Proactive Legislative Innovation)
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. บรรยาย นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก

คำว่า "นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก" อาจฟังดูเป็นศัพท์วิชาการ แต่ในทางปฏิบัติ มันหมายถึงสิ่งที่เข้าใจง่ายมากครับ: ส.ก. ที่ไม่รอให้ปัญหาเกิดก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ใช้กฎหมายป้องกันและออกแบบเมืองล่วงหน้า

ที่ผ่านมา บทบาทของ ส.ก. มักถูกมองว่าเป็น "ฝ่ายตั้งรับ" — รอรับเรื่องร้องเรียนจากชุมชน แล้วนำไปพูดในสภา แต่ในยุคที่เรามีข้อมูลจาก Traffy Fondue, Open Data กทม. และเครื่องมือดิจิทัลมากมาย ส.ก. สามารถทำงานเชิงรุกได้มากกว่าที่เคยเป็น

ส.ก. แบบเดิม vs. ส.ก. นวัตกรรม

มิติส.ก. แบบเดิมส.ก. นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก
แหล่งข้อมูลร้องเรียนในพื้นที่Traffy Fondue + Open Data กทม.
การใช้ข้อบัญญัติตามที่ฝ่ายบริหารเสนอริเริ่มร่างข้อบัญญัติเอง (ม.98)
การตรวจสอบงบผ่านเกือบทั้งหมดวิเคราะห์ทีละบรรทัด ตัดไม่จำเป็น
ความโปร่งใสรอรายงานฝ่ายบริหารเปิดเผยข้อมูลแบบ real-time
ผลลัพธ์Reactive (ตั้งรับ)Proactive + Preventive (ชิงรุก + ป้องกัน)

4 เสาหลักของนวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก

1. Urban Legal Tech ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสาธารณะ (Traffy Fondue, Open Data) สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนิติบัญญัติ ไม่ใช่แค่ใช้สัญชาตญาณหรือความคุ้นเคยกับพื้นที่
2. Fiscal Integrity Officer ตรวจสอบงบประมาณแบบ line-by-line ป้องกันการใช้งบผิดวัตถุประสงค์ ไม่ใช่แค่กดผ่านในสภาตามมติพรรค
3. Proactive Representative เสนอร่างข้อบัญญัติก่อนเกิดปัญหา ไม่รอการร้องเรียน เพราะถ้ารอจนร้องเรียน แปลว่าเมืองเสียหายไปแล้ว
4. Information Hub เป็นช่องทางสื่อสารที่โปร่งใสระหว่างสภาและประชาชน ทำให้คน กทม. เข้าใจว่าสภากำลังทำอะไร และงบของพวกเขาถูกใช้ไปอย่างไร
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. ประชุมที่ปรึกษากฎหมาย กทม.

กรณีตัวอย่าง: ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ ส.ก. ต้องเข้าใจ

เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความพยายามออกข้อบัญญัติเกี่ยวกับรถโดยสาร EV ในพื้นที่ กทม. ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่าเกินอำนาจของ กทม. เนื่องจากขัดกับ พ.ร.บ. การขนส่งทางบก

กรณีนี้ไม่ได้หมายความว่าแนวคิดไม่ดีนะครับ แต่มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ส.ก. ต้องเข้าใจขอบเขตอำนาจทางกฎหมายอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะเสนอร่างกฎหมาย ไม่อย่างนั้นเจตนาดีก็อาจสูญเปล่าได้

นี่คือเหตุผลที่ "นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก" ให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญทางกฎหมายเป็นฐาน ไม่ใช่แค่ความตั้งใจดีเพียงอย่างเดียว

ทำไมจึงสำคัญในบริบทการเลือกตั้ง 2569?

งบประมาณ กทม. ปี 2569 อยู่ที่ 92,700 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการกว่า 6,357 รายการ ส.ก. ที่ไม่มีความรู้ทางกฎหมายและทักษะการวิเคราะห์เชิงลึก ย่อมไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบเงินจำนวนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่กรุงเทพฯ ต้องการในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คนที่ "ใจดีช่วยเหลือชุมชน" แต่คือคนที่สามารถใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการสร้างเมืองได้จริงครับ

"การเลือก ส.ก. ที่เข้าใจกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นเรื่องพื้นฐาน เพราะทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงได้ในเมืองนี้ ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายทั้งสิ้น" — ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D.

← กลับหน้าหลัก ส.ก. Navigator

ชุดบทความ Bangkok Possible: 1. ส.ก. คือใคร? | 2. Traffy Fondue กับ ส.ก. | 3. นวัตกรรมนิติบัญญัติชิงรุก | 4. ทำไมต้องเลือก ส.ก. ให้ถูก | 5. สภา กทม. ประชุมก่อน สส.?

ดูบทความและบล็อกทั้งหมด →