LAS SHIELD — ตอนที่ 9/10

ประกันภัยธุรกิจ — กฎหมายและการบริหารความเสี่ยง ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | Legal Advance Solution Co., Ltd. | อัปเดต 13 กันยายน 2569

สารบัญ (Table of Contents)

  1. ทำไมประกันภัยธุรกิจจึงสำคัญ
  2. หลักกฎหมายประกันภัยของไทย
  3. พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2535 — กรอบการกำกับดูแล
  4. ประกันทรัพย์สิน (Property Insurance)
  5. ประกันความรับผิด (Liability Insurance)
  6. ประกันผู้บริหาร (D&O Insurance)
  7. ประกันบุคคลสำคัญ (Key Person Insurance)
  8. ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance)
  9. ข้อกำหนดทางกฎหมายที่บังคับทำประกัน
  10. กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหม (Claims Process)
  11. LAS Risk Assessment
  12. FAQ — คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายประเด็นหลัก
ป.พ.พ. มาตรา 861นิยามสัญญาประกันภัย
ป.พ.พ. มาตรา 863ส่วนได้เสีย
ป.พ.พ. มาตรา 865เปิดเผยข้อความจริง / โมฆียะ
ป.พ.พ. มาตรา 882กำหนดฟ้องสองปีนับวันวินาศภัย
พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535กำกับบริษัทประกันวินาศภัย
พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537กองทุนเงินทดแทน
พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533ประกันสังคม

ข้อมูล ณ กันยายน 2569

1. ทำไมประกันภัยธุรกิจจึงสำคัญ

ไฟไหม้โรงงาน สินค้าเสียหายระหว่างขนส่ง ลูกค้าฟ้องร้อง Cyber Attack — ไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ ประกันภัยธุรกิจเป็น "โล่สุดท้าย" ที่ช่วยรับมือกับความเสียหายที่ไม่คาดคิด และเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเครื่องมือหนึ่ง

ในมุมมองของ LAS Risk Methodology ประกันภัยเป็นกลไก "Transfer Risk" — การโอนความเสี่ยงไปให้บริษัทประกันรับแทน เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้เกิดเหตุไม่คาดฝัน

LAS RISK LEVEL: HIGH — ความเสี่ยงสูง
ธุรกิจที่ไม่มีประกันภัยที่เพียงพออาจต้องเผชิญกับการล้มละลายจากเหตุการณ์เดียว เช่น ไฟไหม้โรงงาน หรือคดีความจากลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจสร้างหนี้สินเกินกว่าความสามารถในการชำระได้

จากการสังเกตในภาคธุรกิจ SME ไทยจำนวนมากยังไม่มีประกันภัยที่ครอบคลุมเพียงพอ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] โดยเฉพาะในประเภทประกันความรับผิดและ D&O ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สำคัญในปัจจุบัน

2.1 สัญญาประกันภัย (ป.พ.พ. มาตรา 861)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๖๑  อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า เบี้ยประกันภัย

จากมาตรา ๘๖๑ สัญญาประกันภัยมีสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินเมื่อเกิดวินาศภัยหรือเหตุในอนาคตตามที่ระบุไว้ในสัญญา อีกฝ่ายตกลงส่งเบี้ยประกันภัย เมื่ออ่านกรมธรรม์จึงต้องดูให้ชัดว่าเหตุใดอยู่ในสัญญา และใครเป็นผู้เอาประกันภัย ผู้รับประกันภัย และผู้รับประโยชน์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๗ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๖๗  อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

      ให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอันมีเนื้อความต้องตามสัญญานั้นแก่ผู้เอาประกันภัยฉบับหนึ่ง

      กรมธรรม์ประกันภัย ต้องลงลายมือชื่อของผู้รับประกันภัย และมีรายการดังต่อไปนี้

      (๑) วัตถุที่เอาประกันภัย

      (๒) ภัยใดซึ่งผู้รับประกันภัยรับเสี่ยง

      (๓) ราคาแห่งมูลประกันภัย ถ้าหากได้กำหนดกันไว้

      (๔) จำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัย

      (๕) จำนวนเบี้ยประกันภัย และวิธีส่งเบี้ยประกันภัย

      (๖) ถ้าหากสัญญาประกันภัยมีกำหนดเวลา ต้องลงเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดไว้ด้วย

      (๗) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้รับประกันภัย

      (๘) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้เอาประกันภัย

      (๙) ชื่อของผู้รับประโยชน์ ถ้าจะพึงมี

      (๑๐) วันทำสัญญาประกันภัย

      (๑๑) สถานที่และวันที่ได้ทำกรมธรรม์ประกันภัย

มาตรา ๘๖๗ วรรคหนึ่งเป็นบทหลักฐานแห่งการฟ้อง ไม่ใช่บทแบบที่ทำให้สัญญาไม่เกิดเพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ วรรคสองเป็นหน้าที่ส่งมอบกรมธรรม์ วรรคสามและอนุมาตรา (๑) ถึง (๑๑) เป็นรายการในกรมธรรม์

2.2 หลักส่วนได้เสีย (ป.พ.พ. มาตรา 863)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๓ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๖๓  อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด

ขอยกตัวอย่างทางธุรกิจเพื่อให้อ่านมาตรา ๘๖๓ ได้ชัดขึ้น

กรณีมีส่วนได้เสียหรือไม่เหตุผล
เจ้าของโรงงานทำประกันอัคคีภัยโรงงานมีได้รับความเสียหายโดยตรงหากโรงงานไหม้
ผู้ให้กู้ทำประกันทรัพย์ที่จำนองมีทรัพย์ที่ค้ำประกันเสียหาย ส่งผลต่อการชำระหนี้
บริษัทแม่ทำประกันชีวิตพนักงานบริษัทลูกมี (ถ้าพนักงานสำคัญ)การสูญเสียพนักงานสำคัญกระทบธุรกิจ
ทำประกันชีวิตคนอื่นโดยไม่มีความสัมพันธ์ไม่มีไม่อยู่ในเหตุที่ประกันภัยไว้ตามมาตรา ๘๖๓

2.3 หน้าที่เปิดเผยข้อมูล (ป.พ.พ. มาตรา 865)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๖๕  ถ้าในเวลาทำสัญญาประกันภัย ผู้เอาประกันภัยก็ดี หรือในกรณีประกันชีวิต บุคคลอันการใช้เงินย่อมอาศัยความทรงชีพหรือมรณะของเขานั้นก็ดี รู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา หรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จไซร้ ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆียะ

      ถ้ามิได้ใช้สิทธิบอกล้างภายในกำหนดเดือนหนึ่งนับแต่วันที่ผู้รับประกันภัยทราบมูลอันจะบอกล้างได้ก็ดี หรือมิได้ใช้สิทธินั้นภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันทำสัญญาก็ดี ท่านว่าสิทธินั้นเป็นอันระงับสิ้นไป
ความเสี่ยงจากการซ่อนข้อมูล: ตามมาตรา ๘๖๕ วรรคหนึ่ง หากไม่เปิดเผยข้อความจริงหรือแถลงข้อความเป็นความเท็จ สัญญาเป็นโมฆียะ ตามวรรคสอง ผู้รับประกันภัยต้องใช้สิทธิบอกล้างภายในหนึ่งเดือนนับแต่ทราบมูล หรือภายในห้าปีนับแต่วันทำสัญญา มิฉะนั้นสิทธินั้นระงับ

2.4 กำหนดฟ้อง (ป.พ.พ. มาตรา 882)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๒ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๘๒  ในการเรียกให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันวินาศภัย

      ในการเรียกให้ใช้หรือให้คืนเบี้ยประกันภัย ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาสองปีนับแต่วันซึ่งสิทธิจะเรียกให้ใช้หรือคืนเบี้ยประกันภัยถึงกำหนด

3. พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย 2535 — กรอบการกำกับดูแล

พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายหลักที่กำกับดูแลบริษัทประกันวินาศภัยในประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญที่ผู้ทำประกันควรรู้ ดังนี้:

3.1 การกำกับดูแลโดย คปภ.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทำหน้าที่กำกับดูแลบริษัทประกันภัยทุกประเภท มีอำนาจ:

3.2 กองทุนประกันวินาศภัย

กองทุนประกันวินาศภัยจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 เพื่อคุ้มครองผู้เอาประกันในกรณีที่บริษัทประกันล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต กองทุนจะชำระค่าสินไหมแทนในวงเงินที่กำหนด ซึ่งเป็นหลักประกันเพิ่มเติมให้แก่ผู้เอาประกัน

3.3 กรมธรรม์มาตรฐาน (Standard Policy Form)

คปภ. กำหนดรูปแบบกรมธรรม์มาตรฐานสำหรับประกันภัยบางประเภท เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นการคุ้มครองผู้เอาประกันไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ประกันภัยเชิงพาณิชย์บางประเภท เช่น D&O และ Cyber Insurance อาจมีเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นกว่า

4. ประกันทรัพย์สิน (Property Insurance)

ประกันทรัพย์สินเป็นประกันภัยพื้นฐานที่ธุรกิจทุกประเภทควรมี ครอบคลุมความเสียหายต่อทรัพย์สินทางกายภาพของธุรกิจ

4.1 ประกันอัคคีภัยและภัยพิบัติ

ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)

คุ้มครอง: ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด อากาศยาน ภัยจากควัน และภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)

เหมาะกับ: ทุกธุรกิจที่มีสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง ร้านค้า

สิ่งที่ต้องระวัง: ตรวจสอบว่า "มูลค่าประกัน" (Sum Insured) ครอบคลุมต้นทุนการก่อสร้างใหม่จริง หากประกันต่ำเกินไป (Under-Insurance) บริษัทประกันอาจใช้หลัก "Average Clause" ลดค่าสินไหมตามสัดส่วน

4.2 ประกันภัยสินค้า (Cargo / Stock Insurance)

ประกันภัยสินค้าและสต๊อก

คุ้มครอง: สินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างขนส่ง (Marine Cargo) หรือในคลังสินค้า (Stock Insurance)

เหมาะกับ: ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย

กรมธรรม์มาตรฐาน: Institute Cargo Clauses A, B, C — โดย Clause A กว้างที่สุด คุ้มครองทุกความเสี่ยงยกเว้นที่ระบุไว้

4.3 ประกันภัยสำหรับธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption)

ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance หรือ BI) มักมาพร้อมกับประกันทรัพย์สิน โดยชดเชยรายได้ที่สูญเสียและค่าใช้จ่ายคงที่ในช่วงที่ธุรกิจหยุดดำเนินการจากเหตุที่คุ้มครอง เป็นประกันที่ SME มักมองข้าม แต่มีความสำคัญมากในกรณีภัยพิบัติครั้งใหญ่

5. ประกันความรับผิด (Liability Insurance)

ประกันความรับผิดคุ้มครองธุรกิจจากการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายโดยบุคคลภายนอก ซึ่งในยุคที่ผู้บริโภคมีความตระหนักด้านสิทธิสูงขึ้น ความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

5.1 ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public Liability / General Liability)

Public Liability Insurance

คุ้มครอง: ความเสียหายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ รวมถึงค่าทนายความและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี

ตัวอย่าง: ลูกค้าสะดุดหกล้มในร้าน สินค้าทำให้ผู้ซื้อบาดเจ็บ ไฟไหม้บ้านข้างเคียงจากการประกอบการ

เหมาะกับ: โรงงาน ร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร สวนสนุก สถานบริการทุกประเภท

5.2 ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability)

Product Liability Insurance

คุ้มครอง: ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่บริษัทผลิตหรือจำหน่าย ครอบคลุมค่าสินไหม ค่าทนาย และค่าใช้จ่ายการถอนสินค้าออกจากตลาด (Product Recall)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้ารับผิดโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (Strict Liability) ส่วนผู้ขายจะรับผิดในลักษณะเดียวกันเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้เท่านั้น (มาตรา 4) ทำให้ความเสี่ยงสูงมาก

5.3 ประกันความรับผิดวิชาชีพ (Professional Indemnity / E&O)

Professional Indemnity Insurance

คุ้มครอง: ความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาด การละเลย หรือการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพในการให้บริการ

เหมาะกับ: ทนายความ สถาปนิก วิศวกร แพทย์ นักบัญชี ที่ปรึกษา โปรแกรมเมอร์ นักออกแบบ ตัวแทนประกัน

หมายเหตุ: กรมธรรม์มักเป็น "Claims-Made" — คุ้มครองเฉพาะการเรียกร้องที่เกิดขึ้นในช่วงกรมธรรม์มีผลบังคับ ต้องต่ออายุต่อเนื่องไม่ให้ขาดช่วง

6. ประกันผู้บริหาร (D&O Insurance)

Directors and Officers Liability Insurance (D&O) เป็นประกันภัยที่คุ้มครองความรับผิดส่วนตัวของกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ

6.1 ความเสี่ยงที่ D&O คุ้มครอง

ความเสี่ยงตัวอย่างผู้ที่อาจฟ้อง
การตัดสินใจทางธุรกิจที่สร้างความเสียหายลงทุนในโครงการที่ล้มเหลวผู้ถือหุ้น
การละเมิดหน้าที่กรรมการผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่เปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้น คู่แข่ง
การละเมิดกฎหมายหลักทรัพย์Insider Trading การให้ข้อมูลเท็จก.ล.ต. นักลงทุน
การบริหารแรงงานผิดพลาดเลิกจ้างไม่ถูกต้อง การเลือกปฏิบัติพนักงาน
การรายงานทางการเงินผิดพลาดงบการเงินที่มีข้อผิดพลาดสาระสำคัญนักลงทุน เจ้าหนี้
การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย Complianceละเมิด PDPA ละเมิดสิ่งแวดล้อมหน่วยงานกำกับดูแล

6.2 โครงสร้างความคุ้มครองของ D&O

กรมธรรม์ D&O มักแบ่งความคุ้มครองเป็น 3 ส่วน:

6.3 ใครควรทำ D&O

แม้ D&O จะถูกมองว่าเป็นประกันของบริษัทใหญ่ แต่ในความเป็นจริงบริษัทที่ควรพิจารณาทำ D&O ได้แก่:

7. ประกันบุคคลสำคัญ (Key Person Insurance)

Key Person Insurance คุ้มครองธุรกิจจากผลกระทบทางการเงินเมื่อบุคคลสำคัญขององค์กร เช่น CEO ผู้ก่อตั้ง หรือผู้เชี่ยวชาญหลัก เสียชีวิต พิการ หรือไม่สามารถทำงานได้

7.1 ใครคือ "บุคคลสำคัญ"

"บุคคลสำคัญ" หมายถึงบุคคลที่หากขาดไปจะส่งผลกระทบต่อรายได้หรือการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่:

7.2 วิธีกำหนดวงเงินประกัน

มีหลายวิธีในการคำนวณวงเงินที่เหมาะสม:

วิธีคำนวณสูตรเหมาะสำหรับ
Salary Multipleเงินเดือน × 3-5 ปีSME ทั่วไป
Revenue Contributionรายได้ที่บุคคลนั้นสร้างได้ × ปีที่คาดว่าจะกระทบธุรกิจที่พึ่งบุคคลหลัก
Business Valuation% ของมูลค่าธุรกิจที่ขึ้นกับบุคคลนั้นบริษัทที่มีการประเมินมูลค่า
Loan Protectionเท่ากับวงเงินกู้ที่ค้ำประกันโดยบุคคลนั้นกรณีกู้ธนาคาร

8. ประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance)

ในยุคที่ธุรกิจพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศสูง และ PDPA มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ประกันภัยไซเบอร์กลายเป็นความจำเป็นสำหรับธุรกิจไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

8.1 ความเสี่ยงที่ Cyber Insurance คุ้มครอง

ประเภทความเสี่ยงตัวอย่างผลกระทบ
Data Breachข้อมูลลูกค้าถูกขโมยค่าแจ้งผู้ได้รับผลกระทบ ค่าปรับ PDPA ค่าทนาย
Ransomwareถูกล็อคระบบเรียกค่าไถ่ธุรกิจหยุดชะงัก ค่าไถ่ ค่า Forensic
Business Email Compromiseถูกหลอกโอนเงินเงินสูญ อาจเรียกคืนได้บางส่วน
System Failureระบบล่มจากการโจมตี DDoSรายได้ที่สูญเสีย ค่าซ่อมแซม
Third-Party Liabilityระบบที่ธุรกิจดูแลถูกแฮ็กทำให้ลูกค้าเสียหายถูกฟ้องร้องโดยลูกค้า

8.2 ความสัมพันธ์กับ PDPA

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 (4) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้าภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะสามารถกระทำได้ และหากมีความเสี่ยงสูงให้แจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย โทษปรับทางปกครองสูงสุดขึ้นกับฐาน เช่น มาตรา 83 ไม่เกินสามล้านบาท มาตรา 84 ไม่เกินห้าล้านบาท (ข้อมูลตามมาตรา 26) Cyber Insurance ที่ดีควรครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตาม PDPA ด้วย

คำแนะนำ: ก่อนซื้อ Cyber Insurance ทำ Cyber Risk Assessment ก่อน เพื่อระบุว่าช่องโหว่สำคัญคืออะไร และเลือกกรมธรรม์ที่คุ้มครองความเสี่ยงนั้นโดยเฉพาะ กรมธรรม์ที่ราคาถูกมากอาจมีข้อยกเว้นมากจนไม่เกิดประโยชน์จริง

นอกจากประกันที่เลือกทำเองเพื่อบริหารความเสี่ยง ยังมีประกันภัยที่กฎหมายบังคับให้ต้องมี ดังนี้:

ประเภทประกันกฎหมายที่บังคับผู้ที่ต้องทำโทษหากไม่มี
ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535เจ้าของรถทุกคันปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ประกันแรงงาน (กองทุนเงินทดแทน)พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537นายจ้างทุกราย (ลูกจ้าง 1 คนขึ้นไป)ปรับ + ต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง
ประกันสังคมพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533นายจ้างทุกราย (ลูกจ้าง 1 คนขึ้นไป)ปรับ + ต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง + ดอกเบี้ย
ประกันภัยสำหรับโรงงานพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 + กฎกระทรวงโรงงานบางประเภท (ขึ้นกับกฎกระทรวง)ไม่ได้รับใบอนุญาต / ถูกสั่งปิด
ประกันภัยสำหรับสถานบริการพ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509สถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตเงื่อนไขในใบอนุญาต
ประกันวิชาชีพบางประเภทกฎหมายเฉพาะสาขาวิชาชีพผู้ประกอบวิชาชีพที่กำหนดไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ

10. กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหม (Claims Process)

การรู้วิธีเคลมประกันที่ถูกต้องมีความสำคัญพอ ๆ กับการมีประกัน เพราะข้อผิดพลาดในขั้นตอนนี้อาจทำให้สูญเสียสิทธิได้

  1. แจ้งบริษัทประกันทันที — ทันทีที่เกิดเหตุ ติดต่อบริษัทประกันตามช่องทางที่ระบุในกรมธรรม์ ความล่าช้าในการแจ้งอาจเป็นเหตุให้บริษัทปฏิเสธการจ่ายสินไหม
  2. อนุรักษ์หลักฐานและสถานที่เกิดเหตุ — ถ่ายภาพ บันทึกวีดีโอ และรักษาสภาพหลักฐานไว้ก่อนที่ตัวแทนประกันจะมาตรวจสอบ ห้ามทำการซ่อมแซมก่อนได้รับอนุมัติ
  3. รายงานต่อเจ้าหน้าที่ (ถ้าจำเป็น) — กรณีเหตุอาชญากรรม ให้แจ้งความต่อตำรวจและเก็บสำเนาบันทึกประจำวัน กรณีอุบัติเหตุทางถนน ต้องมีสำเนาบันทึกอุบัติเหตุ
  4. รวบรวมเอกสารประกอบ — ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี รายงานการประเมินความเสียหาย สัญญาที่เกี่ยวข้อง รายการทรัพย์สินที่เสียหาย พร้อมมูลค่า
  5. ยื่นเรียกร้อง (Claim Form) — กรอกแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมตามรูปแบบที่บริษัทกำหนด แนบเอกสารครบถ้วน ตรวจสอบให้ครบก่อนส่ง
  6. ร่วมมือกับ Loss Adjuster — บริษัทประกันจะส่งผู้ประเมินความเสียหาย (Loss Adjuster) มาตรวจสอบ ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และจัดเตรียมเอกสารที่ร้องขอ
  7. ติดตามและเจรจา — ติดตามความคืบหน้าของการพิจารณาสินไหม หากไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่เสนอ มีสิทธิเจรจาหรือยื่นเรื่องต่อ คปภ. เพื่อไกล่เกลี่ย

10.1 เหตุผลที่บริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหม

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เคลมไม่ผ่าน:

10.2 การอุทธรณ์และร้องเรียน

หากไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณา ผู้เอาประกันมีทางเลือกดังนี้:

  1. เจรจากับบริษัทประกัน — ยื่นเหตุผลและหลักฐานเพิ่มเติมต่อหัวหน้าฝ่ายสินไหม
  2. ยื่นเรื่องต่อ คปภ. — คปภ. มีบริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้เอาประกันกับบริษัทประกัน สายด่วน 1186
  3. ใช้อนุญาโตตุลาการ — หากกรมธรรม์มีข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเร็วกว่าศาล
  4. ฟ้องศาล — เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยต้องระวังกำหนดฟ้องสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 882

11. LAS Risk Assessment — การประเมินความเสี่ยงด้านประกันภัย

ระดับความเสี่ยงลักษณะธุรกิจประกันที่ควรมีขั้นต่ำ
HIGH — สูง โรงงาน, รับเหมาก่อสร้าง, โรงพยาบาล, สายการบิน, ขนส่งสินค้า, เทคโนโลยีที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก Property + Liability + Product Liability + D&O + PI + Cyber + Key Person + BI
MEDIUM — กลาง ร้านค้า, ร้านอาหาร, นำเข้า-ส่งออก, บริการวิชาชีพ, Start-up ที่ได้รับทุน Property + Liability + PI (ถ้าให้บริการวิชาชีพ) + D&O (ถ้ามีนักลงทุน) + Cyber (ถ้าเก็บข้อมูลลูกค้า)
LOW — ต่ำ ธุรกิจ B2C ขนาดเล็ก, Freelance, บริการออนไลน์ที่ไม่เก็บข้อมูลสำคัญ พ.ร.บ. รถยนต์ + ประกันทรัพย์สินพื้นฐาน

11.1 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกประกัน

12. FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: กรมธรรม์ระบุว่าไม่คุ้มครอง "ความเสียหายโดยเจตนา" หมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าหากเจ้าของกิจการหรือพนักงานจงใจก่อให้เกิดความเสียหายเอง บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายค่าสินไหม ตัวอย่างเช่น จงใจเผาโรงงานตัวเองเพื่อเอาเงินประกัน ถือเป็นการฉ้อโกงประกันและมีโทษทางอาญาด้วย อย่างไรก็ตาม ความประมาทเลินเล่อ (Negligence) ที่ทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่ตั้งใจ มักได้รับความคุ้มครอง
Q2: หากมีประกันหลายกรมธรรม์สำหรับความเสียหายเดียวกัน สามารถเคลมทั้งสองได้หรือไม่?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๗๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๗๐  ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันเพื่อความวินาศภัยอันเดียวกัน และจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยรวมกันทั้งหมดนั้นท่วมจำนวนที่วินาศจริงไซร้ ท่านว่าผู้รับประโยชน์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพียงเสมอจำนวนวินาศจริงเท่านั้น ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินจำนวนวินาศจริงแบ่งตามส่วนมากน้อยที่ตนได้รับประกันภัยไว้

      อันสัญญาประกันภัยทั้งหลาย ถ้าลงวันเดียวกัน ท่านให้ถือว่าได้ทำพร้อมกัน

      ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นสืบเนื่องเป็นลำดับกัน ท่านว่าผู้รับประกันภัยคนแรกจะต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อน ถ้าและจำนวนเงินซึ่งผู้รับประกันภัยคนแรกได้ใช้นั้นยังไม่คุ้มจำนวนวินาศภัยไซร้ ผู้รับประกันภัยคนถัดไปก็ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นต่อ ๆ กันไปจนกว่าจะคุ้มวินาศ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๗๙ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๗๙  ผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในเมื่อความวินาศภัยหรือเหตุอื่นซึ่งได้ระบุไว้ในสัญญานั้นได้เกิดขึ้นเพราะความทุจริต หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์

      ผู้รับประกันภัยไมต้องรับผิดในความวินาศภัยอันเป็นผลโดยตรงมาแต่ความไม่สมประกอบในเนื้อแห่งวัตถุที่เอาประกันภัย เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น

เมื่อมีหลายกรมธรรม์ในวินาศภัยเดียวกัน ให้อ่านมาตรา ๘๗๐ เป็นหลัก หากวินาศภัยเกิดจากความทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ให้อ่านมาตรา ๘๗๙ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับประกันซ้ำ

Q3: D&O Insurance คุ้มครองกรณีกรรมการถูก ป.ป.ช. ไต่สวนด้วยหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ กรมธรรม์ D&O บางฉบับคุ้มครองค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย (Defense Costs) สำหรับการสืบสวนของหน่วยงานกำกับดูแล แต่มักมีข้อยกเว้นสำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยเจตนาหรือการทุจริตที่ถูกพิสูจน์แล้ว ดังนั้นควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนซื้อ โดยเฉพาะข้อยกเว้นที่เกี่ยวกับ Regulatory Investigation
Q4: Cyber Insurance จำเป็นต้องมีมาตรฐาน ISO 27001 ก่อนซื้อหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องมี ISO 27001 ก่อน แต่การมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ดีจะช่วยลดเบี้ยประกันและเพิ่มโอกาสที่บริษัทประกันจะยอมรับความเสี่ยง บริษัทประกันส่วนใหญ่จะประเมิน Cyber Security Posture ก่อนออกกรมธรรม์ รวมถึงการใช้ Multi-Factor Authentication การมี Backup System และการอบรมพนักงานด้าน Phishing
Q5: สัญญากับลูกค้าระบุให้ต้องมีประกันวงเงินขั้นต่ำ แต่เราไม่มี จะทำอย่างไร?
นี่เป็นกรณีที่พบบ่อยในสัญญาระหว่างธุรกิจ (B2B) โดยเฉพาะลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่หรือต่างชาติ ทางเลือกมีสองแนวทาง: (1) ซื้อประกันตามที่กำหนดก่อนทำสัญญา ซึ่งเป็นทางที่ถูกต้อง (2) เจรจาขอลดวงเงินหรือเปลี่ยนเงื่อนไข หากยังไม่ดำเนินการและมีความเสียหายเกิดขึ้น อาจถือเป็นการผิดสัญญา ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรรับ
← ตอนที่ 8: Compliance 101 LAS SHIELD 9/10 ตอนที่ 10: Dispute Resolution →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือคำแนะนำด้านการประกันภัยเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายและนายหน้าประกันภัยที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ / This article is for general information purposes only and does not constitute legal or insurance advice. Readers should consult qualified legal counsel and licensed insurance professionals before taking any action.