LAS SHIELD — ตอนที่ 8/10

Compliance 101 — ป้องกันทุจริตในองค์กร ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | Legal Advance Solution Co., Ltd. | อัปเดต 8 เมษายน 2569

สารบัญ (Table of Contents)

  1. ภาพรวม: ทำไม Compliance จึงสำคัญ
  2. กรอบกฎหมายต่อต้านทุจริตในไทย
  3. บทบาทของ ป.ป.ช. (NACC)
  4. ความรับผิดของนิติบุคคล — มาตรา 176
  5. Adequate Procedures — มาตรการป้องกันที่เพียงพอ
  6. Internal Controls — ระบบควบคุมภายใน
  7. Corporate Governance และธรรมาภิบาล
  8. SOX-Equivalent มาตรฐานสำหรับบริษัทไทย
  9. Whistleblower — ระบบแจ้งเบาะแส
  10. LAS Risk Assessment — ระดับความเสี่ยง
  11. คู่มือปฏิบัติสำหรับ SME
  12. FAQ — คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายประเด็นหลัก
พ.ร.บ.ป.ป.ช. 2561มาตรา 176 นิติบุคคล
ป.อาญา 2499มาตรา 144 มาตรา 149 และมาตรา 150
กฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2551มาตรการฝ่ายบริหาร
พ.ร.บ.ปปง. 2542ป้องกันการฟอกเงิน
CG Code 2560ธรรมาภิบาลบริษัทจด

ข้อมูล ณ เมษายน 2569

1. ภาพรวม: ทำไม Compliance จึงสำคัญ

บริษัทของคุณอาจต้องรับผิดทางอาญา แม้กรรมการจะไม่รู้เรื่องเลย — นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นกฎหมายที่บังคับใช้จริงในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2561 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กำหนดให้นิติบุคคลรับผิดได้หากบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น

ในมุมมองของ LAS Risk Methodology การทุจริตในองค์กรไม่ใช่เพียงปัญหาจริยธรรม แต่เป็นความเสี่ยงทางกฎหมายและธุรกิจระดับ High Risk ที่ต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ผลกระทบของการถูกดำเนินคดีทุจริตครอบคลุม:

LAS RISK LEVEL: HIGH — ความเสี่ยงสูง
องค์กรที่ไม่มีระบบ Compliance ที่เป็นลายลักษณ์อักษรและบังคับใช้จริง เผชิญความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาในระดับสูง โดยเฉพาะหากมีการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐในธุรกิจประจำวัน

สถิติจาก Transparency International ระบุว่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยปี 2025 อยู่ที่ 33 คะแนน (จาก 100) อันดับ 116 จาก 180 ประเทศ ลดลงจากปีก่อนหน้า (34 คะแนน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านการทุจริตในภาคธุรกิจไทยยังอยู่ในระดับที่ต้องระมัดระวังอย่างจริงจัง

2. กรอบกฎหมายต่อต้านทุจริตในไทย

ประเทศไทยมีกรอบกฎหมายต่อต้านทุจริตที่ครอบคลุมหลายระดับ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญจนถึงระเบียบบริหารราชการ ดังนี้:

2.1 กฎหมายระดับรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด 16 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ และหมวดที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระ ได้วางรากฐานสำหรับระบบต่อต้านทุจริต โดยกำหนดให้มี ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และกำหนดมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน

2.2 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

เป็นกฎหมายหลักในการต่อต้านทุจริตภาคเอกชน มีสาระสำคัญดังนี้:

2.3 ประมวลกฎหมายอาญา

มาตราความผิดโทษสูงสุด
มาตรา 144ให้ ขอให้หรือรับว่าจะให้แก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 149เจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต
มาตรา 150เจ้าพนักงานกระทำการหรือไม่กระทำการในตำแหน่งโดยเห็นแก่ทรัพย์สินที่ได้เรียก รับ หรือยอมจะรับไว้ก่อนได้รับแต่งตั้งจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 151เจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา 157เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริตจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.4 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีความสำคัญในมิติของการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริต โดยกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบางประเภทต้องรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction Report) และกำหนดให้ทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตตกเป็นของแผ่นดินได้

2.5 กฎหมายระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อธุรกิจไทย

แม้บริษัทไทยอาจไม่อยู่ภายใต้ Foreign Corrupt Practices Act (FCPA) ของสหรัฐอเมริกา หรือ UK Bribery Act 2010 (UKBA) โดยตรง แต่หากบริษัทมีธุรกรรมกับคู่ค้าสหรัฐหรืออังกฤษ หรือหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ อาจอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเหล่านี้ด้วย การมีระบบ Compliance ที่แข็งแกร่งจึงเป็นทั้งข้อกำหนดในประเทศและมาตรฐานสากล

3. บทบาทของ ป.ป.ช. (NACC) — คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ National Anti-Corruption Commission (NACC) เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมทั้งการไต่สวน การดำเนินคดี และการป้องกันการทุจริต

3.1 อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.

3.2 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (ศาล อท.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาคดีทุจริตโดยเฉพาะ มีความเชี่ยวชาญสูงในคดีประเภทนี้ กระบวนพิจารณาคดีมีความรวดเร็วกว่าศาลปกติ และมีบทลงโทษที่เข้มงวด ธุรกิจที่ถูกส่งฟ้องต่อศาล อท. มักเผชิญกับการพิจารณาคดีที่รวดเร็วและโทษที่หนักกว่า

3.3 การแจ้งเบาะแสต่อ ป.ป.ช.

ป.ป.ช. เปิดรับการแจ้งเบาะแสผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ nacc.go.th สายด่วน 1205 และการยื่นเรื่องด้วยตนเอง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 36 เป็นบทห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแส และพยาน ไม่ใช่บทคุ้มครองจากการเลิกจ้าง

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๖ · แหล่ง OCS law_text
      มาตรา ๓๖ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พนักงานเจ้าหน้าที่ และบุคคลซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างใด จะเปิดเผยข้อมูลซึ่งมีลักษณะเป็นข้อมูลเฉพาะของบุคคลบรรดาที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่มิได้
การเปิดเผยข้อมูลการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในแต่ละขั้นตอน ห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เป็นรายละเอียดของผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแส และผู้ซึ่งเป็นพยาน หรือกระทำการใดอันจะทำให้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว การเปิดเผยข้อมูลอื่นใดเพื่อให้สาธารณชนได้ทราบ ให้อยู่ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ในชั้นก่อนการไต่สวน ห้ามเปิดเผยชื่อผู้ถูกร้อง เว้นแต่มีเหตุอันจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องต้น และได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว
(๒) เมื่อได้ดำเนินการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องต้นแล้วมีพยานหลักฐานพอสมควรก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาวินิจฉัย การเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด
(๓) เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีความเห็นหรือวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์การกระทำความผิด ให้เปิดเผยความเห็นหรือคำวินิจฉัยได้ เว้นแต่จะเปิดเผยชื่อผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแสและผู้ซึ่งเป็นพยานมิได้ และต้องไม่กระทบต่อรูปคดีหรือความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ห้ามมิให้มีการเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลรายงานและสำนวนการตรวจสอบ การสอบสวน การไต่สวน หรือการไต่สวนเบื้องต้น รวมทั้งบรรดาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ สอบสวน ไต่สวน หรือไต่สวนเบื้องต้นที่อยู่ระหว่างการดำเนินการจนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะได้พิจารณาและมีมติในเรื่องดังกล่าวแล้ว เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการไต่สวนหรือไต่สวนเบื้องต้น ทั้งนี้ ให้ถือว่าเป็นความลับของทางราชการ

4. ความรับผิดของนิติบุคคล — มาตรา 176

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176 วรรคสอง กำหนดว่า ถ้าผู้กระทำตามวรรคหนึ่งเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลและกระทำไปเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น โดยนิติบุคคลไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิด นิติบุคคลนั้นมีความผิดและต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่าแต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๖ · แหล่ง OCS law_text
      มาตรา ๑๗๖  ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลใดและกระทำไปเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น โดยนิติบุคคลดังกล่าวไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดนั้น นิติบุคคลนั้นมีความผิดตามมาตรานี้ และต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งเท่า แต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ
นิติบุคคลตามวรรคสอง ให้หมายความถึงนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย
บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตามวรรคสอง ให้หมายความถึงผู้แทนของนิติบุคคล ลูกจ้าง ตัวแทน บริษัทในเครือ หรือบุคคลใดซึ่งกระทำการเพื่อหรือในนามของนิติบุคคลนั้น ไม่ว่าจะมีหน้าที่และอำนาจในการนั้นหรือไม่ก็ตาม

ตัวบทสี่วรรคนี้มาจาก OCS ป0043-1A-0001 ไฟล์ PDF ในคลังมีลายน้ำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทับชั้นข้อความ จึงไม่ใช้ PDF นั้นเป็นแหล่งอ้างตัวบท

4.1 ใครคือ "บุคคลที่เกี่ยวข้อง" กับนิติบุคคล

ขอบเขตของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลตามมาตรา 176 วรรคสี่ ครอบคลุม:

4.2 บทลงโทษ

บทลงโทษตามมาตรา 176:

การห้ามประกอบกิจการ การตีพิมพ์คำพิพากษา และการเพิกถอนสัญญากับรัฐ ไม่ได้อยู่ในมาตรา 176 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ จึงไม่ใช้เป็นผลของมาตรานี้

4.3 กรณีที่นิติบุคคลอาจพ้นผิด (Defense)

มาตรา 176 วรรคสอง ดูที่ว่านิติบุคคลมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดหรือไม่ ไม่ได้บัญญัติข้อต่อสู้แยกต่างหากว่า “ผู้บริหารไม่รู้เห็น” เป็นองค์ประกอบในตัวบทนี้

ระบบ Compliance จึงสำคัญในฐานะหลักฐานเรื่องมาตรการควบคุมภายในตามวรรคสอง ไม่ใช่เพราะกฎหมายไทยคัดลอกองค์ประกอบของ UK Bribery Act มาตรา 7 มาทั้งก้อน

5. Adequate Procedures — มาตรการป้องกันที่เพียงพอ

แนวคิด Adequate Procedures ในกฎหมายไทยได้รับอิทธิพลจาก UK Bribery Act 2010 Section 7 ซึ่งกำหนดหลัก 6 ประการที่องค์กรต้องพิสูจน์ว่ามีอยู่จริง หลักเกณฑ์ที่ยอมรับโดยทั่วไปสำหรับตลาดไทย ได้แก่:

  1. นโยบายต่อต้านทุจริต (Anti-Corruption Policy) — จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท สื่อสารให้ทุกคนในองค์กรรับทราบและเซ็นรับทราบ
  2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) — ประเมินและทบทวนความเสี่ยงด้านการทุจริตเป็นระยะ ระบุกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะส่วนที่ติดต่อกับหน่วยงานรัฐ
  3. ระบบควบคุมภายใน (Internal Controls) — แบ่งแยกอำนาจหน้าที่ (Segregation of Duties) มีการตรวจสอบและอนุมัติหลายระดับ บันทึกบัญชีที่ถูกต้องและตรวจสอบได้
  4. การอบรม (Training) — อบรมพนักงานทุกระดับเกี่ยวกับนโยบายต่อต้านทุจริตและผลทางกฎหมาย รวมถึงการอบรมพิเศษสำหรับพนักงานที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง
  5. การตรวจสอบคู่ค้า (Third-Party Due Diligence) — ตรวจสอบประวัติตัวแทน ที่ปรึกษา และคู่ค้าที่ทำงานในนามบริษัท โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ติดต่อหน่วยงานรัฐ
  6. ช่องทางร้องเรียน (Whistleblower Channel) — จัดให้มีช่องทางแจ้งเบาะแสภายในที่ปลอดภัย ไม่เปิดเผยตัวตน และมีการติดตามผลอย่างจริงจัง

5.1 Anti-Corruption Policy — เนื้อหาที่ต้องมี

นโยบายต่อต้านทุจริตที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมหัวข้อดังนี้:

หัวข้อเนื้อหาที่ต้องระบุ
ขอบเขตการบังคับใช้ครอบคลุมกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน และบริษัทย่อยทั้งหมด
คำจำกัดความ "การทุจริต"การให้-รับสินบน การอำนวยความสะดวก ของขวัญและการต้อนรับ
กิจกรรมต้องห้ามรายการกิจกรรมที่ห้ามโดยเด็ดขาดพร้อมตัวอย่างที่ชัดเจน
การบริจาคและการสนับสนุนขั้นตอนการขออนุมัติก่อนบริจาคหรือสนับสนุนกิจกรรมใด ๆ
ของขวัญและการต้อนรับวงเงินที่ยอมรับได้ กระบวนการบันทึก และการรายงาน
การรายงานและช่องทางร้องเรียนวิธีการแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองผู้แจ้ง
บทลงโทษมาตรการทางวินัยสำหรับการละเมิด รวมถึงการเลิกจ้างและการแจ้งความ

5.2 Gift Policy — นโยบายของขวัญและการต้อนรับ

หนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่สำคัญที่สุดในธุรกิจไทยคือการให้-รับของขวัญและการต้อนรับ เพราะวัฒนธรรมธุรกิจไทยมีบรรทัดฐานการให้ของขวัญที่ฝังรากลึก แนวปฏิบัติที่แนะนำ:

6. Internal Controls — ระบบควบคุมภายใน

ระบบควบคุมภายใน (Internal Control System) เป็นหัวใจสำคัญของ Compliance Program ที่ดี โดยอ้างอิงกรอบ COSO (Committee of Sponsoring Organizations) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในประเทศไทยด้วย

6.1 องค์ประกอบ 5 ส่วนของ COSO Framework

องค์ประกอบคำอธิบายตัวอย่างในธุรกิจไทย
Control Environmentวัฒนธรรมองค์กรและ "Tone at the Top" จากผู้บริหารกรรมการบริษัทประกาศนโยบายต่อต้านทุจริตอย่างเป็นทางการ
Risk Assessmentการระบุและประเมินความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตแผนที่ความเสี่ยงสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
Control Activitiesมาตรการควบคุมที่บรรเทาความเสี่ยงDual-approval สำหรับการอนุมัติการใช้จ่ายเกิน 100,000 บาท
Information & Communicationการสื่อสารนโยบายและการรายงานปัญหาระบบ Whistleblower ที่เข้าถึงได้ง่าย
Monitoring Activitiesการติดตามและทบทวนประสิทธิภาพของระบบควบคุมการตรวจสอบภายในรายไตรมาสและรายงานต่อคณะกรรมการ

6.2 มาตรการควบคุมเฉพาะพื้นที่เสี่ยง

จัดซื้อจัดจ้าง (Procurement)

การเงินและบัญชี (Finance & Accounting)

การติดต่อกับหน่วยงานรัฐ

7. Corporate Governance — ธรรมาภิบาลองค์กร

ธรรมาภิบาล (Corporate Governance) เป็นระบบที่กำกับดูแลการบริหารจัดการองค์กรให้มีความโปร่งใส รับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ในประเทศไทย หน่วยงานหลักที่กำหนดมาตรฐาน CG ได้แก่:

7.1 CG Code 2560 ของ ก.ล.ต.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออก Corporate Governance Code สำหรับบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดหลักการ 8 ประการ (ตรงข้ามกับ "Comply or Explain" แบบเก่า เป็น "Apply or Explain" ที่ยืดหยุ่นกว่า):

  1. ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
  2. กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักขององค์กร
  3. เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล
  4. สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูง
  5. ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างรับผิดชอบ
  6. ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
  7. รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
  8. สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น

7.2 IOD และ Director Certification Program

สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) จัดหลักสูตร Director Certification Program (DCP) ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล กรรมการบริษัทที่ผ่านการอบรม DCP มีความเข้าใจในหน้าที่และความรับผิดชอบของตนมากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการกำกับดูแลกิจการ

7.3 คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee)

สำหรับบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นจำนวนมาก หรือบริษัทจดทะเบียน การมีคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระเป็นสิ่งสำคัญ โดยทำหน้าที่:

8. SOX-Equivalent — มาตรฐาน Sarbanes-Oxley สำหรับบริษัทไทย

Sarbanes-Oxley Act (SOX) ของสหรัฐอเมริกา ปี 2002 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อเรื่องอื้อฉาวทางการเงินของ Enron และ WorldCom แม้บริษัทไทยส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ภายใต้ SOX โดยตรง แต่หลักการ SOX ได้รับการยอมรับและปรับใช้ในบริบทไทยผ่านกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ตลท.

8.1 หลักการ SOX ที่บริษัทไทยควรนำมาใช้

หลักการ SOXการประยุกต์ใช้ในไทยผู้รับผิดชอบ
Section 302 — CEO/CFO CertificationCEO/CFO ลงนามรับรองความถูกต้องของงบการเงินCEO, CFO
Section 404 — Internal Control Reportรายงานประเมินประสิทธิภาพ IC รายปีManagement, External Auditor
Section 301 — Audit Committeeคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระBoard of Directors
Section 802 — Records Retentionนโยบายเก็บรักษาเอกสารและห้ามทำลายCFO, Legal
Whistleblower Protectionช่องทางแจ้งเบาะแสที่ได้รับการคุ้มครองHR, Compliance Officer

8.2 การสร้าง Internal Audit Function ที่มีประสิทธิภาพ

หน่วยตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่มีประสิทธิภาพควรมีคุณลักษณะดังนี้:

9. Whistleblower — ระบบแจ้งเบาะแสที่มีประสิทธิภาพ

ระบบ Whistleblower ที่ดีเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจจับการทุจริตตั้งแต่ต้น องค์กรที่มีระบบนี้ที่ใช้งานได้จริงสามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาได้เร็วกว่า ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมาก

9.1 การคุ้มครองตามกฎหมายไทย

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสไว้หลายมาตรา ดังนี้

ข้อสังเกตสำหรับภาคเอกชน: ความคุ้มครองตามมาตรา 132 เป็นความคุ้มครองจากความรับผิดที่เกิดจากการให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่กฎหมายระบุไว้เท่านั้น ส่วนมาตรา 133 ใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐ บริษัทเอกชนจึงไม่ควรถือว่ากฎหมายฉบับนี้คุ้มครองการแจ้งเบาะแสภายในองค์กรทุกกรณี และควรมีนโยบายคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสของตนเองตามองค์ประกอบในหัวข้อ 9.2 ประกอบด้วย ตัวบทมาตรา 132 ถึงมาตรา 133 ในหัวข้อนี้ตรวจเทียบกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งรวมการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อ พ.ศ. 2568 แล้ว

9.2 องค์ประกอบของระบบ Whistleblower ที่ดี

องค์ประกอบรายละเอียดความสำคัญ
ช่องทางที่หลากหลายHotline, อีเมล, แบบฟอร์มออนไลน์, กล่องรับเรื่องสูง — เพิ่มความสะดวกในการแจ้ง
ความเป็นนิรนามสามารถแจ้งโดยไม่เปิดเผยชื่อได้สูงมาก — ลดความกลัวการถูกตอบโต้
ความรวดเร็วในการตอบสนองยืนยันการรับเรื่องภายใน 5 วันทำการกลาง — สร้างความเชื่อมั่น
การสืบสวนอย่างเป็นอิสระผู้สืบสวนไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับเรื่องที่แจ้งสูงมาก — รับประกันความเป็นธรรม
การป้องกันการตอบโต้นโยบายห้ามตอบโต้ที่บังคับใช้จริงสูงมาก — ปกป้องผู้แจ้ง
การติดตามผลแจ้งผลการสืบสวนให้ผู้แจ้งทราบ (ถ้าเปิดเผยตัว)กลาง — เพิ่มความไว้วางใจ

9.3 ขั้นตอนการสืบสวน Internal Investigation

  1. รับเรื่องและบันทึก — รับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นระบบ มอบหมายเลขอ้างอิง กำหนด Triage ว่าเรื่องใดต้องสืบสวนด่วน
  2. ประเมินเบื้องต้น — Compliance Officer ประเมินว่าเรื่องมีมูลเพียงพอที่จะสืบสวนหรือไม่ ภายใน 10 วันทำการ
  3. มอบหมายผู้สืบสวน — เลือกผู้สืบสวนที่ไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้ง อาจเป็น Internal Audit หรือที่ปรึกษาภายนอก
  4. เก็บรวบรวมหลักฐาน — สัมภาษณ์พยาน ตรวจสอบเอกสาร อีเมล ข้อมูลการเงิน โดยรักษาความลับและห่วงโซ่หลักฐาน
  5. จัดทำรายงาน — รายงานผลการสืบสวนพร้อมข้อเสนอแนะ เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
  6. ดำเนินการ — มาตรการทางวินัย การแจ้งความ การแก้ไขระบบควบคุม
  7. ติดตามผล — ติดตามว่าได้มีการดำเนินการตามที่ตกลงครบถ้วนหรือไม่

10. LAS Risk Assessment — การประเมินความเสี่ยงด้าน Compliance

ตามหลัก LAS Risk Methodology ความเสี่ยงด้าน Anti-Corruption Compliance แบ่งออกเป็น 3 ระดับ:

ระดับความเสี่ยงลักษณะธุรกิจตัวอย่างมาตรการที่ต้องมี
HIGH — สูง ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นประจำ มีสัญญากับหน่วยงานรัฐ อุตสาหกรรมที่มีการกำกับดูแลสูง รับเหมาก่อสร้างรัฐ, ยา, สัมปทาน, อาวุธ Full Compliance Program + Annual External Audit
MEDIUM — กลาง มีการติดต่อกับหน่วยงานรัฐเป็นครั้งคราว มีคู่ค้าต่างประเทศบ้าง โรงงาน, นำเข้า-ส่งออก, อสังหาริมทรัพย์ นโยบาย + Training + Whistleblower + Annual Review
LOW — ต่ำ ธุรกิจที่ลูกค้าและคู่ค้าเป็นภาคเอกชนทั้งหมด ไม่มีการติดต่อกับหน่วยงานรัฐ ร้านค้า B2C, e-Commerce, บริการส่วนตัว นโยบายพื้นฐาน + Code of Conduct

10.1 Red Flags ที่ต้องระวัง

สัญญาณเตือน (Red Flags) ที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูง:

11. คู่มือปฏิบัติสำหรับ SME

ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) อาจคิดว่า Compliance Program เป็นเรื่องของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง SME ที่ติดต่อกับหน่วยงานรัฐมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน เพียงแต่ต้องออกแบบระบบให้เหมาะสมกับขนาดองค์กร

11.1 Compliance Program แบบ Minimal Viable สำหรับ SME

สำหรับ SME ที่มีพนักงานน้อยกว่า 50 คน LAS แนะนำ Compliance Package ขั้นต่ำ ดังนี้:

  1. นโยบายต่อต้านทุจริต 1 หน้า — กระชับ ชัดเจน ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจ
  2. Code of Conduct — แนวปฏิบัติพฤติกรรมสำหรับพนักงานทุกคน
  3. Gift Register — ทะเบียนบันทึกการให้-รับของขวัญ
  4. ช่องทางแจ้งเบาะแส — อีเมลลับหรือกล่องรับเรื่องแยกต่างหาก
  5. Training ปีละ 1 ครั้ง — อบรมพนักงานเกี่ยวกับนโยบายและกฎหมาย
  6. เอกสารหลักฐาน — เก็บหลักฐานการดำเนินการทุกข้อไว้อ้างอิง
คำเตือน: การมีนโยบายบนกระดาษอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องพิสูจน์ได้ว่า "บังคับใช้จริง" จึงจะเป็น Adequate Procedures ที่ใช้ปกป้ององค์กรได้ตามกฎหมาย

11.2 Timeline การสร้าง Compliance Program

ระยะเวลากิจกรรมผู้รับผิดชอบ
เดือน 1Risk Assessment + จัดทำนโยบาย Anti-CorruptionMD / ที่ปรึกษากฎหมาย
เดือน 2จัดทำ Code of Conduct + Gift Policy + Whistleblower ChannelHR / Legal
เดือน 3Training พนักงานทุกคน + เซ็นรับทราบนโยบายHR
เดือน 4ปรับปรุง Internal Controls ตามช่องโหว่ที่พบFinance / Operations
เดือน 6ทบทวนครั้งแรก + แก้ไขจุดที่ต้องปรับปรุงCompliance Officer
ทุกปีAnnual Review + Update Training + Risk Re-AssessmentBoard / Management

12. FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: บริษัทเราเป็น SME ไม่มีสัญญารัฐ จำเป็นต้องมี Compliance Program หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ หากบริษัทไม่มีการติดต่อกับหน่วยงานรัฐเลย ความเสี่ยงตามมาตรา 176 ต่ำ อย่างไรก็ตาม การมี Code of Conduct พื้นฐานยังคงแนะนำ เพราะช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและลดความเสี่ยงจากการทุจริตภายใน (Internal Fraud) ที่อาจเกิดขึ้นแม้ในธุรกิจ B2C
Q2: กรรมการบริษัทต้องรับผิดส่วนตัวด้วยหรือไม่ แม้ไม่รู้เรื่องการทุจริต?
มาตรา 176 ไม่ได้กำหนดความรับผิดทางอาญาส่วนตัวของกรรมการที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำการติดสินบนโดยตรง กรรมการจะมีความผิดตามมาตรานี้ต่อเมื่อตนเองเป็น "บุคคลที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคล" ที่ลงมือให้/ขอให้/รับว่าจะให้สินบนตามวรรคหนึ่ง ส่วน "มาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม" เป็นเกณฑ์พ้นผิดของนิติบุคคลตามวรรคสอง ไม่ใช่ข้อต่อสู้ส่วนตัวของกรรมการ ความรับผิดทางแพ่ง/วินัยของกรรมการจากการละเลยหน้าที่กำกับดูแลเป็นคนละฐานและต้องพิจารณาแยกต่างหาก
Q3: การให้ของขวัญเทศกาลเช่นปีใหม่ตรุษจีนถือเป็นการทุจริตหรือไม่?
การให้ของขวัญเทศกาลระหว่างคู่ค้าเอกชนกับเอกชนมีความเสี่ยงต่ำกว่า แต่ต้องระวังหากผู้รับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มาตรา 103 เป็นบทให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่ใช่เพดานของขวัญ บทห้ามรับทรัพย์สินอยู่ที่มาตรา 128 ห้ามเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ นอกจากที่ควรได้ตามกฎหมาย เว้นแต่การรับโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด จำนวนเพดานจึงอยู่ในประกาศคณะกรรมการ ไม่ใช่ตัวบทมาตรา 103
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐๓ · แหล่ง OCS law_text
      มาตรา ๑๐๓ เจ้าพนักงานของรัฐตำแหน่งใดจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด โดยให้นำความในวรรคสองของมาตรา ๑๐๒ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๒๘ · แหล่ง OCS law_text
      มาตรา ๑๒๘ ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจำนวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือญาติที่ให้ตามประเพณี หรือตามธรรมจรรยาตามฐานานุรูป
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของผู้ซึ่งพ้นจากการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐมาแล้วยังไม่ถึงสองปีด้วยโดยอนุโลม
Q4: Whistleblower ภายในบริษัทได้รับความคุ้มครองอย่างไร หากถูกกลั่นแกล้งจากนายจ้าง?
มาตรา 36 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เป็นบทห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแส และพยาน ไม่ใช่บทที่ให้สิทธิฟ้องเลิกจ้างโดยตรง การเลิกจ้างเพราะแจ้งเบาะแสต้องดูข้อเท็จจริงและกฎหมายแรงงานเป็นรายกรณี ไม่สรุปจากมาตรา 36 เพียงมาตราเดียว
Q5: บริษัทที่ถูกสอบสวนแล้วแต่ยังไม่มีคำพิพากษา ควรทำอย่างไร?
แนะนำดำเนินการ 4 ขั้นตอนทันที: (1) แต่งตั้งทนายความและที่ปรึกษา Compliance ที่มีประสบการณ์ด้านคดีทุจริต (2) ห้ามทำลายหรือซุกซ่อนหลักฐานใด ๆ เพราะมีความผิดฐานยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน (3) ประเมินว่ามีประโยชน์ในการ Self-Report ต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ ซึ่งอาจลดโทษได้ (4) เอกสารและการสื่อสารทุกอย่างที่เกี่ยวกับคดีให้ผ่านทนายความเท่านั้น เพื่อ Legal Privilege
← ตอนที่ 7: Data & IP Protection LAS SHIELD 8/10 ตอนที่ 9: ประกันภัยธุรกิจ →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามพัฒนาการทางกฎหมาย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ / This article is for general information purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult qualified legal counsel before taking any action.