คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายในการซื้อขายหรือร่วมทุนในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และสถานบริการ (Hotel Due Diligence) ในประเทศไทย มี "จุดตายทางกฎหมายปกครองและอสังหาริมทรัพย์" 3 มิติที่ไม่สามารถมองข้ามได้: (1) การจำแนกประเภทโรงแรม: พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทของโรงแรม และกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับสถานที่ตั้ง ขนาด ลักษณะ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือมาตรฐานการประกอบธุรกิจของโรงแรม บทความนี้ใช้การแบ่งโรงแรมเป็น 4 ประเภทตามกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 เป็นกรอบในการตรวจสอบ คือ ประเภท 1 (เฉพาะห้องพัก ไม่เกิน 50 ห้อง), ประเภท 2 (ห้องพักและห้องอาหาร), ประเภท 3 (ห้องพัก ห้องอาหาร และสถานบริการหรือห้องประชุมสัมมนาอย่างใดอย่างหนึ่ง) และประเภท 4 (ครบวงจร คือมีทั้งห้องประชุมสัมมนาและสถานบริการ) [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ ประเภทของโรงแรมเป็นคนละเรื่องกับรหัสแบบของใบอนุญาต เช่น แบบ รร.2 การเปลี่ยนแปลงประเภทของโรงแรม หรือการเพิ่มหรือลดจำนวนห้องพักอันมีผลกระทบถึงโครงสร้างของโรงแรม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามมาตรา 22 (1) หรือ (2) มีโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (มาตรา 50) นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำหรือแก้ไข และหากไม่ปฏิบัติตามหนังสือเตือน อาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา 40 ส่วนการจัดเลี้ยงหรือจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีโทษตามกฎหมายเฉพาะเรื่องนั้น [ต้องยืนยันมาตรา] (2) ความสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522: อาคารโรงแรมต้องมี ใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.1) ใบรับรองการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.6) และใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารเป็นโรงแรม (แบบ อ.5) ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 ประกอบมาตรา 32 และมาตรา 33 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] โรงแรมจำนวนมากในไทยดัดแปลงจากอพาร์ตเมนต์หรือตึกแถวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจถูกสั่งรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 หรือถูกปฏิเสธการต่อใบอนุญาตโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 21 และ (3) รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA): โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบรายงาน EIA ก่อนเริ่มก่อสร้างตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 48 และมาตรา 50 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] (เกณฑ์อยู่ในประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องตรวจชื่อ ฉบับ และวันที่ของประกาศที่ใช้บังคับ) หากมีการต่อเติมห้องพักภายหลังจนเข้าเกณฑ์ที่ต้องจัดทำรายงาน EIA โดยไม่ได้ดำเนินการ ผู้ซื้อต้องประเมินความเสี่ยงสองส่วน ส่วนแรกตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 การเพิ่มจำนวนห้องพักในโรงแรมอันมีผลกระทบถึงโครงสร้างของโรงแรมต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน (มาตรา 22 (2)) ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (มาตรา 50) นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้ระงับการกระทำหรือแก้ไข และหากไม่ปฏิบัติตามหนังสือเตือน อาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวันแต่ไม่เกินสี่ครั้ง (มาตรา 40) ส่วนการเพิกถอนใบอนุญาตทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุตามมาตรา 41 เช่น ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมเคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตมาแล้วและยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามอีก (มาตรา 41 (2)) จึงมิใช่การเพิกถอนทันที ส่วนที่สอง ความรับผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 101/1

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์ (ข้อเท็จจริงสมมติ): กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างชาติตกลงเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัทเจ้าของโรงแรมบูติก 95 ห้องริมชายหาดภูเก็ต มูลค่า 450 ล้านบาท (หากกองทุนผู้ซื้อเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เมื่อปิดดีล บริษัทเจ้าของโรงแรมจะเป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 (3) (ก) หรือ (4) และการทำกิจการโรงแรมอยู่ในบัญชีสาม (17) จึงต้องได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 8 (3) และมาตรา 17 หรือหนังสือรับรองตามมาตรา 12 กรณีได้รับการส่งเสริมการลงทุน ก่อนปิดดีล ดูคำถามที่พบบ่อยข้อสุดท้าย) โดยตรวจดูภาพถ่ายพบว่าโรงแรมเปิดดำเนินการมาแล้ว 5 ปี มีลูกค้าเข้าพักเต็มตลอด
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อเห็นว่าโรงแรมมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ รร.2) แขวนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ จึงเชื่อว่าทรัพย์สินถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ
  3. จุดพลิก (ข้อเท็จจริงสมมติ): เมื่อทีมทนายความ LAS เข้าตรวจ Legal Due Diligence เชิงลึก พบว่า ใบอนุญาตโรงแรมเดิมออกให้สำหรับ "อาคารพักอาศัยรวม 45 ห้อง (ประเภท 1)" แต่เจ้าของเดิมได้แอบต่อเติมอาคารด้านหลังเพิ่มอีก 50 ห้อง รวมเป็น 95 ห้อง และเปิดห้องอาหารริมสระน้ำ โดย ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.1), ไม่ได้รับอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ อ.5), และไม่ได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากเกิน 80 ห้อง [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] (การเพิ่มจำนวนห้องพักจาก 45 ห้องเป็น 95 ห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนยังเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 22 (2) และมีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา 50) ส่งผลให้ห้องพักที่ต่อเติมใหม่ผิดกฎหมายทั้งหมด เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งระงับใช้อาคาร และผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิเสธการต่ออายุใบอนุญาตโรงแรม ผู้ซื้อจึงใช้ผล DD ระงับการจ่ายเงินงวดสุดท้าย 200 ล้านบาทและยกเลิกดีล
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังตรวจสอบใบอนุญาตโรงแรม 4 ประเภท, ลิสต์เอกสารควบคุมอาคาร (อ.1, อ.5, อ.6) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา], เกณฑ์การทำ EIA โรงแรมริมทะเล [ต้องยืนยันแหล่งที่มา], ปัญหา Share Deal กับ Asset Deal ในการโอนใบอนุญาตโรงแรม, และ Checklist 10 จุดตรวจ Hotel DD

ภูมิทัศน์กฎหมายโรงแรมและสถานบริการ

ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยเป็นธุรกิจที่มีการกำกับดูแลหลายชั้น (Multi-layered Regulation) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และแต่งตั้งนายทะเบียน (มาตรา 5) ควบคู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่คุมกฎหมายควบคุมอาคาร และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ที่คุมกฎหมายสิ่งแวดล้อม การมีเพียง "ใบอนุญาต รร.2" ไม่ได้แปลว่าอาคารโรงแรมจะปลอดภัยจากการถูกสั่งปิด

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-INVEST-04-01ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจโรงแรม ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ใบอนุญาตให้มีอายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาตพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15 และมาตรา 19หมวด 2 การประกอบธุรกิจโรงแรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-04-02ใบอนุญาตฉบับหนึ่งใช้กับโรงแรมที่ระบุชื่อไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น และการโอนใบอนุญาตให้แก่บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 ทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 19 และมาตรา 24หมวด 2 การประกอบธุรกิจโรงแรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-04-03ห้ามมิให้ผู้ใดใช้อาคารเพื่อกิจการโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบรับรองการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.6) หรือใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ อ.5) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หรือได้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นแล้วพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 32 และมาตรา 33หมวด 3 การก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-04-04โครงการอาคารเพื่อการอยู่อาศัยรวมหรือโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป ต้องจัดทำรายงาน EIA [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการที่ต้องทำ EIA (ต้องระบุชื่อ ฉบับ และวันที่ของประกาศที่ใช้บังคับ) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ราชกิจจานุเบกษาแก้ไขแล้ว — LAS Audit [ต้องยืนยันมาตรา]
C-INVEST-04-05การประกอบธุรกิจโรงแรมที่มีสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ต้องเป็นโรงแรมประเภท 3 หรือประเภท 4 และตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่งสถานบริการ [ต้องยืนยันมาตรา]พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 13 และกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 (ต้องระบุฉบับที่ใช้บังคับจริง) [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]กฎกระทรวงมหาดไทยแก้ไขแล้ว — LAS Audit [ต้องยืนยันมาตรา]

วิเคราะห์ใบอนุญาตโรงแรม 4 ประเภท

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 13 มอบอำนาจให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดประเภทของโรงแรมและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การแบ่งเป็น 4 ประเภท เพดานจำนวนห้องพัก และเงื่อนไขเรื่องเขตโซนนิ่งในตารางนี้จึงมาจากกฎกระทรวงกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องตรวจกับฉบับที่ใช้บังคับจริง [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ ประเภทของโรงแรม (ประเภท 1 ถึงประเภท 4) เป็นคนละเรื่องกับรหัสแบบของใบอนุญาต เช่น แบบ รร.2

ประเภทลักษณะการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกที่อนุญาตระดับการควบคุมความปลอดภัย
ประเภท 1ให้บริการเฉพาะ "ห้องพัก" อย่างเดียวจำนวนห้องพักไม่เกิน 50 ห้อง (ไม่มีห้องอาหาร) [ต้องยืนยันมาตรา]พื้นฐาน (บันไดหนีไฟ, ถังดับเพลิง)
ประเภท 2ให้บริการ "ห้องพัก + ห้องอาหาร"มีครัวปรุงอาหารหรือห้องอาหารบริการผู้พักระบบบำบัดน้ำเสียและสุขาภิบาลครัว
ประเภท 3ให้บริการ "ห้องพัก + ห้องอาหาร + สถานบริการ หรือ ห้องประชุมสัมมนา (อย่างใดอย่างหนึ่ง)"มีห้องประชุมสัมมนา หรือสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ อย่างใดอย่างหนึ่ง (การนับสปาเป็นสถานบริการต้องตรวจตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ทางหนีไฟคู่, ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Sprinkler)
ประเภท 4ให้บริการ "ครบวงจร" คือมีทั้งห้องประชุมสัมมนาและสถานบริการมีทั้งห้องพัก, ห้องอาหาร, ห้องประชุม และสถานบริการ (ทั้งสองอย่าง)สูงสุด และโรงแรมที่มีสถานบริการ (ประเภท 3 ที่มีสถานบริการและประเภท 4) ต้องตั้งอยู่ในเขตโซนนิ่งสถานบริการ [ต้องยืนยันมาตรา]
LAS Practice Note — กับดักการโอนสิทธิใบอนุญาตโรงแรม (Share Deal กับ Asset Deal)

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 19 บัญญัติว่าใบอนุญาตฉบับหนึ่งใช้กับโรงแรมที่ระบุชื่อไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น หากนักลงทุนซื้อทรัพย์สินโรงแรมโดยตรง (Asset Deal) ใบอนุญาตไม่ได้โอนไปเองโดยผลของการซื้อขายทรัพย์สิน แต่อาจโอนให้แก่ผู้รับโอนซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 ได้เมื่อได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (มาตรา 24) ส่วนกรณี ซื้อหุ้นในบริษัทเจ้าของโรงแรม (Share Deal 100%) ผู้รับใบอนุญาตยังคงเป็นนิติบุคคลเดิม โดยตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 ใบอนุญาตสิ้นอายุนับแต่วันที่มีการเลิกห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลนั้นสิ้นสภาพ อย่างไรก็ดี ผู้ซื้อต้องตรวจว่าผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลที่จะแต่งตั้งใหม่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 16 วรรคสอง และผู้จัดการโรงแรมมีคุณสมบัติตามมาตรา 33 และได้แจ้งต่อนายทะเบียนตามมาตรา 31 และมาตรา 32

การตรวจเอกสารควบคุมอาคาร Building Control Audit

ในการทำ Hotel DD ทนายความต้องเรียกตรวจเอกสารควบคุมอาคาร 4 ฉบับหลัก ทั้งนี้ ชื่อแบบและเลขมาตราของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ในหัวข้อนี้ต้องเทียบกับกฎกระทรวงกำหนดแบบใบอนุญาตก่อนนำไปใช้ [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]:

  1. ใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.1) หรือใบรับแจ้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21: ตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตถูกต้องและแบบแปลนตรงกับอาคารจริง
  2. ใบรับรองการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร (แบบ อ.6): ยืนยันว่าอาคารสร้างเสร็จถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาตและผ่านการตรวจความปลอดภัย
  3. ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร (แบบ อ.5): จุดตายสำคัญที่สุด สำหรับอาคารที่เดิมสร้างเป็นคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์แล้วนำมาทำเป็นโรงแรม ต้องมีใบ อ.5 รับรองการเปลี่ยนประเภทอาคาร
  4. ใบรับรองการตรวจสอบอาคารประจำปี (แบบ ร.1) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]: สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ ต้องผ่านการตรวจความปลอดภัยด้านอัคคีภัยทุกปี

ในทางกฎหมาย พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 34 (8) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและผู้จัดการมีหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลรักษาสภาพของโรงแรมให้มีความมั่นคงแข็งแรง และระบบการป้องกันอัคคีภัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น การฝ่าฝืนนำไปสู่คำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 40 และการเพิกถอนใบอนุญาตทำได้เฉพาะเหตุตามมาตรา 41 เท่านั้น บทความนี้จึงอธิบายประเด็นดังกล่าวจากตัวบท และไม่อ้างคำพิพากษาประกอบ

ผังเมือง เขตชายฝั่ง และรายงานติดตามตรวจสอบสิ่งแวดล้อม

นอกจากเอกสารควบคุมอาคาร ผู้ซื้อควรตรวจว่าที่ตั้งโรงแรมอยู่ในเขตพื้นที่ประเภทใดตามผังเมืองรวม และมีข้อห้ามในการใช้ที่ดินเพื่อกิจการโรงแรมหรือไม่ รวมทั้งตรวจกฎกระทรวงที่กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างริมชายฝั่งทะเล ระยะถอยร่น และความสูงของอาคารในเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยต้องระบุชื่อ ฉบับ และปีของกฎหมายที่ใช้บังคับกับที่ตั้งจริง กฎหมายในกลุ่มนี้ ได้แก่ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง [ต้องยืนยันมาตรา]

หากโครงการต้องจัดทำรายงาน EIA ผู้ซื้อควรตรวจว่ารายงานที่ได้รับความเห็นชอบแล้วครอบคลุมพื้นที่และจำนวนห้องพักในปัจจุบันหรือไม่ และผู้ประกอบการส่งรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (Monitoring Report) ครบถ้วนตามกำหนดหรือไม่ เพราะผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและผู้จัดการมีหน้าที่ดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 34 (9)) ส่วนรูปแบบและกำหนดเวลาของรายงานเป็นไปตามประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 51/5

เมื่อตรวจพบข้อบกพร่อง ผู้ซื้อควรพิจารณามาตรการดังต่อไปนี้

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกับผู้ซื้อ Devil's Advocate

ข้ออ้างของผู้ขายโรงแรมข้อต่อสู้ของผู้ซื้อตามกฎหมายไทยหลักฐานที่ชี้ขาด
โรงแรมเปิดมา 10 ปี เจ้าหน้าที่ไม่เคยจับ ถือว่าถูกต้องโดยพฤตินัยความยินยอมโดยปริยายของเจ้าหน้าที่ไม่ทำให้อาคารที่ฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมอาคารกลายเป็นอาคารที่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานท้องถิ่นยังมีอำนาจสั่งตามกฎหมายควบคุมอาคาร และผู้ได้รับผลกระทบอาจนำคำสั่งไปฟ้องศาลปกครองได้ [ต้องยืนยันมาตรา]แบบแปลนอาคารที่ได้รับอนุญาตเทียบกับสภาพอาคารจริง
โรงแรมมี 79 ห้อง ไม่ต้องทำรายงาน EIA ตามกฎหมายมีการดัดแปลงห้องพักพนักงานและห้องสต็อกเป็นห้องพักเพิ่มอีก 6 ห้อง รวมเป็น 85 ห้อง จึงเข้าข่ายต้องทำ EIA [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]รายงานการตรวจนับห้องพักจริงหน้างาน (Site Inspection Log)
สระว่ายน้ำริมหาดมีเอกสารสิทธิที่ดินครอบคลุมสระว่ายน้ำสร้างรุกล้ำแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์ทางทะเล ขัดต่อพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ภาพถ่ายรังวัดที่ดินและแนวเขตน้ำขึ้นสูงสุดจากกรมเจ้าท่า

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A ซึ่งประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซื้อโรงแรม 120 ห้องในพัทยา มูลค่า 300 ล้านบาท ตรวจพบว่าโรงแรมมีใบอนุญาต (แบบ รร.2) สำหรับโรงแรมประเภท 2 แต่ใบอนุญาตจะหมดอายุในอีก 4 เดือน

การบริหารความเสี่ยง DD: (1) ตรวจสอบรายงาน EIA ฉบับเดิมพบว่าได้รับอนุมัติถูกต้องสำหรับ 120 ห้อง, (2) ตรวจสอบบันทึกการตรวจสอบอาคารประจำปี (ร.1) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] พบว่าระบบบันไดหนีไฟและสปริงเกลอร์ผ่านการรับรอง, (3) กำหนดเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent) ในสัญญา SPA ให้ผู้ขายต้องยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต รร.2 ก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและก่อนวันโอนหุ้น (Closing Date) หรือได้รับอนุมัติให้ต่ออายุเรียบร้อยแล้วตามที่ผู้ซื้อยอมรับความเสี่ยงได้ พร้อมกันเงิน Escrow Holdback 20 ล้านบาทไว้เป็นเวลา 6 เดือน (จำนวนเงินและระยะเวลาเป็นเพียงตัวอย่างการต่อรองทางพาณิชย์ ไม่ใช่เกณฑ์ตามกฎหมาย)

ผลของการต่ออายุตามกฎหมาย: ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 21 การยื่นคำขอต่ออายุก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุทำให้ผู้ยื่นอยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะมีคำสั่งถึงที่สุดไม่อนุญาตให้ต่ออายุ หากยื่นภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ยังถือว่ายื่นคำขอทันเวลา แต่เมื่อได้รับอนุญาตให้ต่ออายุแล้วต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีกร้อยละยี่สิบของค่าธรรมเนียมต่ออายุ และหากพ้นกำหนดหกสิบวันต้องดำเนินการเสมือนขออนุญาตใหม่ ดังนั้น เงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดเพียงให้ยื่นคำขอต่ออายุแล้วก็คุ้มครองสถานะของผู้รับใบอนุญาตไว้ได้ ส่วนการกำหนดให้ต้องได้รับอนุมัติก่อนปิดดีลเป็นข้อกำหนดที่เข้มกว่าที่กฎหมายบังคับ ซึ่งผู้ซื้อเลือกใช้ได้ตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้

Checklist 10 จุดตรวจความถูกต้องทางกฎหมายโรงแรม

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

บ้านพักพูลวิลล่าหรือห้องพักรายวันที่ปล่อยเช่าผ่าน Airbnb ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมหรือไม่?
คำตอบ: การประกอบธุรกิจโรงแรมต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน (พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15) โดย "โรงแรม" หมายถึงสถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจเพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใดโดยมีค่าตอบแทน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่พักบางประเภทตามที่มาตรา 4 กำหนด เช่น สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการที่พักอาศัยโดยคิดค่าบริการเป็นรายเดือนขึ้นไปเท่านั้น (มาตรา 4 (2)) และสถานที่พักอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 4 (3)) ส่วนเกณฑ์ที่ว่าหากมีจำนวนห้องพักเกิน 4 ห้อง และมีผู้พักรวมกันเกิน 20 คน ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม [ต้องยืนยันมาตรา] เป็นตัวเลขในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 4 (3) ซึ่งต้องตรวจกับฉบับปัจจุบัน รวมทั้งต้องตรวจว่ากฎกระทรวงใช้ถ้อยคำว่า "และ" หรือ "หรือ" ระหว่างสองเกณฑ์นั้น ทั้งนี้ หากเข้านิยามโรงแรมและไม่ได้รับใบอนุญาต ผู้ดำเนินการมีความผิดตามมาตรา 15 ซึ่งระวางโทษตามมาตรา 59 ส่วนสถานที่พักที่ไม่เข้านิยามโรงแรมย่อมไม่อยู่ในบังคับที่ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา 15 ทั้งนี้ หน้าที่จดแจ้งอื่นใด (ถ้ามี) ต้องตรวจจากกฎกระทรวงหรือประกาศที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
หากโรงแรมถูกเพิกถอนใบอนุญาต รร.2 กรรมการจะขอใหม่ได้หรือไม่?
คำตอบ: ตามมาตรา 16 (8) แห่ง พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือหากเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยเหตุอื่นที่มิใช่เหตุตามมาตรา 16 (6) เวลาต้องล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ส่วนผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามมาตรา 16 (6) ขาดคุณสมบัติโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกัน และต้องไม่เคยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา 16 (8) (มาตรา 16 วรรคสอง) กรรมการผู้เป็นผู้แทนของบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจึงต้องตรวจคุณสมบัติตามบทบัญญัตินี้ก่อนยื่นคำขอใหม่
การเปลี่ยนประเภทโรงแรมจากประเภท 2 (มีห้องอาหาร) เป็นประเภท 3 (มีห้องประชุมสัมมนา) ต้องทำอย่างไร?
คำตอบ: ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 22 (1) ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนแปลงประเภทของโรงแรม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินห้าแสนบาท และปรับอีกวันละไม่เกินสองหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง (มาตรา 50) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจึงต้องยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนประเภทโรงแรมต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด พร้อมแนบแบบแปลนอาคารที่ผ่านการตรวจรับรองความปลอดภัยสำหรับห้องประชุมสัมมนาตามกฎหมายควบคุมอาคาร และชำระค่าธรรมเนียมส่วนต่าง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ การเพิ่มหรือลดจำนวนห้องพักอันมีผลกระทบถึงโครงสร้างของโรงแรมก็ต้องได้รับอนุญาตตามมาตรา 22 (2) เช่นเดียวกัน
เจ้าของโรงแรมชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นเกิน 50% ในบริษัทโรงแรมได้หรือไม่?
คำตอบ: โรงแรมอยู่ในบัญชีสาม (17) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ยกเว้นบริการจัดการโรงแรม) นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนขึ้นไป หรือซึ่งคนต่างด้าวลงทุนมีมูลค่าตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมด เป็นคนต่างด้าวตามมาตรา 4 (3) (ก) (และรวมถึงนิติบุคคลที่มีหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยนิติบุคคลอื่นซึ่งเป็นคนต่างด้าว ตามมาตรา 4 (4)) จึงต้องมีสัดส่วนของคนต่างด้าวต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของทุน (ในทางปฏิบัติคือไม่เกินร้อยละ 49) หากไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามมาตรา 8 (3) และมาตรา 17 หรือไม่ได้รับหนังสือรับรองตามมาตรา 12 กรณีได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือไม่อยู่ในข้อยกเว้นตามสนธิสัญญาตามมาตรา 10 วรรคสอง

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ