คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ลำดับชั้นสิทธิและใบอนุญาตทำเหมืองตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560: ใบอนุญาตอาชญาบัตรคือสิทธิในการสำรวจแร่ ในขณะที่ประทานบัตรคือสิทธิในการทำเหมืองแร่และจำหน่ายแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 38 และมาตรา 59 (3) ซึ่งประทานบัตรแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามขนาดและระดับผลกระทบ (เหมืองประเภทที่ 1, ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3) มีกำหนดอายุไม่เกิน 30 ปี ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 และมาตรา 58 การโอนประทานบัตรต้องได้รับอนุญาตตามที่ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 กำหนด โดยผู้อนุญาตคือผู้ออกประทานบัตร ได้แก่เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่สำหรับการทำเหมืองประเภทที่ 1 และอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) สำหรับการทำเหมืองประเภทที่ 2 และประเภทที่ 3 ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 4 และมาตรา 72 ส่วนการโอนหุ้นของนิติบุคคลผู้ถือประทานบัตรไม่ใช่การโอนประทานบัตร เพราะบริษัทที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 จึงต้องตรวจว่าตัวบทหรือเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตรกำหนดให้แจ้งหรือขออนุมัติหรือไม่ [ต้องยืนยันมาตรา]
  2. การตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิทธิเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (Forestry Land Use Clearance): ประทานบัตรให้เพียงสิทธิในการทำเหมืองแร่ แต่ไม่ได้ให้สิทธิในตัวที่ดิน หากพื้นที่ทำเหมืองตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ประกอบการต้องได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 16 จากกรมป่าไม้ โดยอธิบดีกรมป่าไม้มีอำนาจอนุญาตด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการเข้าทำประโยชน์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่อนุญาตได้คราวละไม่เกิน 10 ปี หากใบอนุญาตป่าไม้สิ้นอายุ แม้ประทานบัตรจะยังไม่หมดอายุ เหมืองก็ต้องหยุดดำเนินการทันที [ต้องยืนยันมาตรา: ผลของการสิ้นอายุหนังสืออนุญาต]
  3. ภาระผูกพันด้านสิ่งแวดล้อมและการวางหลักประกันฟื้นฟูพื้นที่เหมืองแร่ (Environmental & Reclamation Liabilities): การทำเหมืองแร่ส่วนใหญ่ต้องจัดทำรายงาน EHIA/EIA และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันผลกระทบอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีหน้าที่วางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 68 (9) และอาจมีภาระนำส่งเงินเข้ากองทุน ซึ่งเป็นภาระสองประเภทที่แตกต่างกัน โดยพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มิได้บัญญัติเรื่องกองทุนไว้ ชื่อกองทุน (เช่น "กองทุนฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมืองแร่" และ "กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน") ผู้ต้องนำส่ง อัตรา และแหล่งที่มาของภาระนี้จึงต้องตรวจแยกต่างหาก [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อกิจการต้องตรวจสอบว่ามีการค้างนำส่งเงินเข้ากองทุนดังกล่าวหรือไม่ และมีความเสี่ยงถูกชุมชนฟ้องร้องเพิกถอนประทานบัตรต่อศาลปกครองหรือไม่

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: นักลงทุนเข้าซื้อกิจการเหมืองหินปูนอุตสาหกรรมโดยพิจารณาเพียงระยะเวลาคงเหลือของประทานบัตร แต่หลังจากเข้าครอบครองกิจการ กลับพบว่าใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหมดอายุ หรือถูกชุมชนรอบพื้นที่ฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อเพิกถอนประทานบัตรเนื่องจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นในการทำ EHIA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  2. ความเข้าใจผิด: เชื่อว่าการได้รับประทานบัตรตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ครอบคลุมสิทธิในการเข้าใช้พื้นที่ดินแล้ว และเข้าใจว่าประทานบัตรที่มีอายุเหลืออยู่จะสามารถดำเนินกิจการได้ต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ
  3. จุดพลิก: การพบว่าประทานบัตรและใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เป็นสิทธิที่แยกออกจากกันตามกฎหมาย และภาระผูกพันในการนำส่งเงินเข้ากองทุนที่ค้างชำระยังคงเป็นของบริษัทเป้าหมาย ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้น ผู้ซื้อหุ้นจึงไม่ต้องรับผิดต่อหนี้นั้นโดยตรง แต่ภาระดังกล่าวกระทบมูลค่าหุ้นที่ซื้อ [ต้องยืนยันมาตรา]
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการตรวจเช็ก Legal Due Diligence เชิงลึก, โครงสร้างข้อสัญญา Mining Regulatory Warranties และ Specific Indemnity เพื่อป้องกันความเสี่ยง และเช็กลิสต์ 10 จุดตรวจสำคัญสำหรับการเข้าซื้อกิจการเหมืองแร่

ภูมิทัศน์กฎหมายทรัพยากรธรณีและอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในประเทศไทย (พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560)

พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ได้วางโครงสร้างการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมมาสู่ระบบการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใต้ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 สิทธิในการสำรวจและการทำเหมืองแร่ถูกแบ่งออกเป็นระดับอย่างชัดเจน ดังนี้:

กฎหมายฉบับนี้นำระบบคณะกรรมการแร่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอนุมัติอนุญาต และกำหนดให้การทำเหมืองแร่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรแร่แห่งชาติ รวมถึงต้องผ่านกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเคร่งครัด

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การดำเนินกิจกรรม M&A ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่โดยขาดการตรวจสอบสถานะความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างรอบคอบ อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจดังต่อไปนี้:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal Issue / GroundPrimary Statutory ReferenceKey Verification PointsRisk Level
C-INVEST-16-01ความสมบูรณ์ของการถือครองประทานบัตรและการต่ออายุพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 มาตรา 58 มาตรา 68 และมาตรา 72ตรวจสอบประเภทประทานบัตร (ประเภท 1-3), อายุคงเหลือ, การปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้าย และประวัติการโอนสิทธิHigh
C-INVEST-16-02สิทธิการใช้ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 16ตรวจสอบใบอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ, ระยะเวลาอนุญาตที่ต้องสอดคล้องกับประทานบัตรCritical
C-INVEST-16-03ความชอบด้วยกฎหมายของ EHIA/EIA และการรับฟังความคิดเห็นพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 48 และมาตรา 50, พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 มาตรา 53 และมาตรา 56ตรวจสอบรายงาน EHIA/EIA, บันทึกการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน และการคงอยู่ของคดีในศาลปกครองCritical
C-INVEST-16-04ภาระผูกพันกองทุนฟื้นฟูและหลักประกันทางกฎหมายพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 [ต้องยืนยันมาตรา]ตรวจสอบการวางหลักประกันการฟื้นฟูพื้นที่, การจ่ายเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูเหมืองแร่และกองทุนสุขภาพMedium
C-INVEST-16-05ความรับผิดชอบทางแพ่งและละเมิดต่อสิ่งแวดล้อมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 438; ความรับผิดเฉพาะของเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96ตรวจสอบข้อเรียกร้องการค่าเสียหายจากชุมชน, การปนเปื้อนของมลพิษนอกเขตประทานบัตรHigh

การแยกแยะประเภทประทานบัตร (เหมืองประเภทที่ 1-3) และขั้นตอนการต่ออายุ

พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 แบ่งประเภทการทำเหมืองออกเป็น 3 ประเภท ตามขนาด พื้นที่ และระดับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ:

  1. เหมืองประเภทที่ 1: การทำเหมืองในเนื้อที่ไม่เกิน 100 ไร่ (พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 (1)) ไม่มีการใช้วัตถุระเบิด และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย [ต้องยืนยันมาตรา: เงื่อนไขเรื่องวัตถุระเบิดและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งพระราชบัญญัติมิได้บัญญัติไว้ ต้องตรวจกับประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53] ทั้งนี้ผู้ออกประทานบัตรคือเจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่จังหวัดที่มีการทำเหมือง ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 (1)
  2. เหมืองประเภทที่ 2: การทำเหมืองในเนื้อที่ไม่เกิน 625 ไร่ อนุญาตโดยอธิบดี กพร. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 (2)
  3. เหมืองประเภทที่ 3: การทำเหมืองที่ไม่ใช่ประเภทที่ 1 หรือ 2 การทำเหมืองในทะเล และการทำเหมืองใต้ดิน อนุญาตโดยอธิบดี กพร. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 (3) ส่วนการทำเหมืองที่เข้าลักษณะของโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 53 กำหนดให้เป็นการทำเหมืองประเภทที่ 2 หรือประเภทที่ 3 แล้วแต่กรณี

การโอนและการต่ออายุประทานบัตร

การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการใช้พื้นที่ (ส.ป.ก., ป่าสงวนแห่งชาติ, ที่ราชพัสดุ)

การได้มาซึ่งประทานบัตรถือเป็นเพียงสิทธิในการทำเหมืองแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่ แต่ผู้ประกอบการต้องจัดหาและได้รับสิทธิในการใช้ที่ดินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินนั้น ๆ ด้วย:

การตรวจรายงาน EHIA/EIA, บันทึกการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และกองทุนฟื้นฟูเหมืองแร่

รายงาน EHIA/EIA และกระบวนการมีส่วนร่วม

กองทุนและการวางหลักประกัน

ภาระของผู้ถือประทานบัตรที่ต้องตรวจมีดังต่อไปนี้ โดยข้อ 1 เป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ส่วนข้อ 2 และข้อ 3 เป็นภาระนำส่งเงินเข้ากองทุนซึ่งพระราชบัญญัตินั้นมิได้บัญญัติไว้ จึงต้องตรวจแหล่งที่มาของภาระดังกล่าวแยกต่างหาก เช่น กฎหมายอื่น หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในการออกประทานบัตรซึ่งผู้ถือประทานบัตรต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 68 (1)

  1. วางหลักประกันการฟื้นฟูสภาพพื้นที่การทำเหมืองและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมือง (หลักประกันที่ต้องวาง) ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 68 (9)
  2. นำส่งเงินเข้า กองทุนฟื้นฟูพื้นที่ทำเหมืองแร่ (เงินที่ต้องนำส่ง) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อกองทุน ผู้ต้องนำส่ง อัตรา และแหล่งที่มาของภาระนี้]
  3. นำส่งเงินเข้า กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน (เงินที่ต้องนำส่ง) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อกองทุน ผู้ต้องนำส่ง อัตรา และแหล่งที่มาของภาระนี้]

ทีม Due Diligence ต้องตรวจสอบหลักฐานการนำส่งเงินเข้ากองทุนเหล่านี้ว่าครบถ้วนและไม่มีภาระค้างชำระ และต้องแยกตรวจหลักประกันการฟื้นฟูออกจากเงินนำส่งเข้ากองทุน เพราะเป็นภาระที่มีลักษณะต่างกัน

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Mining Regulatory Warranties และ Specific Indemnity ในสัญญา SPA

ในการจัดทำสัญญาซื้อขายหุ้นหรือกิจการ (SPA) ควรมีการกำหนดเงื่อนไขทางกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้ซื้อ ดังนี้:

Regulatory Warranties

Specific Indemnity Clause

Conditions Precedent (เงื่อนไขบังคับก่อน)

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกับผู้ซื้อ Devil's Advocate

DEVIL'S ADVOCATE

ข้อต่อสู้ฝ่ายผู้ขาย (Seller's Position) "ประทานบัตรได้รับการอนุมัติจาก กพร. และใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 16 ได้รับ การต่ออายุมาโดยตลอด กระบวนการจัดทำ EHIA ผ่านการอนุมัติจาก คชก. แล้ว ความเสี่ยงเรื่องการฟ้องร้องของชุมชนเป็นความเสี่ยงปกติในการประกอบธุรกิจ เหมืองแร่ (Ordinary Business Risk) ผู้ซื้อจึงควรยอมรับความเสี่ยงนี้หลัง การปิดการซื้อขาย" กับข้อต่อสู้ฝ่ายผู้ซื้อ (Buyer's Position) "ใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 16 ที่กำลังจะหมดอายุลง และกระบวนการ EHIA ที่มี ข้อบกพร่องเรื่องการรับฟังความคิดเห็น เป็นความเสี่ยงทางกฎหมายร้ายแรง (Fatal Legal Defect) ซึ่งอาจส่งผลให้หยุดการดำเนินงานทั้งหมด ผู้ขาย ต้องดำเนินการต่ออายุให้เสร็จสิ้น หรือต้องรับประกันความเสียหายผ่าน Specific Indemnity และการปรับลดราคาซื้อขาย"

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

บริบท

บริษัทปูนซีเมนต์ เข้าซื้อกิจการเหมืองหินปูนอุตสาหกรรม มูลค่า 800 ล้านบาท ตรวจพบรายละเอียดจากการทำ Due Diligence ดังนี้:

การแก้ไขและปรับโครงสร้างรายการ (Structuring & Resolution)

  1. การกำหนดเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent):
  1. การปรับลดราคาซื้อขายและการหักเงิน (Purchase Price Adjustment & Escrow):
  1. การตั้งวงเงินประกันความเสียหาย (Escrow Retention):

Checklist 10 จุดตรวจ Mining Concession & Quarrying Due Diligence

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากประทานบัตรยังไม่หมดอายุ แต่ใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหมดอายุ สามารถทำเหมืองต่อได้หรือไม่?
ไม่ได้ การทำเหมืองในเขตป่าสงวนแห่งชาติจำเป็นต้องมีทั้งประทานบัตรและใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 16 ซึ่งอธิบดีกรมป่าไม้มีอำนาจอนุญาตด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการเข้าทำประโยชน์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่อนุญาตได้คราวละไม่เกิน 10 ปี หากใบอนุญาตป่าไม้หมดอายุ การเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องหยุดการดำเนินงานจนกว่าจะได้รับการต่ออายุ [ต้องยืนยันมาตรา: ผลของการสิ้นอายุหนังสืออนุญาต]
การเข้าซื้อหุ้นในบริษัทที่ถือประทานบัตร ต้องได้รับอนุมัติจาก กพร. หรือไม่?
การโอนหุ้นของนิติบุคคลผู้ถือประทานบัตรไม่ใช่การโอนประทานบัตร เพราะบริษัทที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015) เว้นแต่ตัวบทหรือเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตรจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ทีม Due Diligence จึงต้องตรวจสอบตัวบทของ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ข้อกำหนดแนบท้ายประทานบัตร และระเบียบ กพร. ว่าการเปลี่ยนตัวผู้ถือหุ้นหรืออำนาจควบคุมต้องแจ้งหรือขออนุมัติก่อนหรือไม่ [ต้องยืนยันมาตรา]
หากผู้ขายค้างชำระเงินสมทบกองทุนฟื้นฟูเหมืองแร่ ผู้ซื้อบริษัทจะต้องรับผิดชอบหรือไม่?
ผู้ซื้อหุ้นไม่ต้องรับผิดต่อหนี้นั้นโดยตรง เพราะในการซื้อหุ้น หนี้และหน้าที่ตามกฎหมายยังเป็นของบริษัทเป้าหมายซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015) และผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ (มาตรา 1096) อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงกระทบมูลค่าหุ้นและกระแสเงินสดของกิจการ จึงต้องปรับราคาหรือกำหนดข้อชดใช้เฉพาะเรื่อง (Specific Indemnity) ในสัญญา ส่วนกรณีรับโอนประทานบัตรหรือซื้อทรัพย์สิน การรับภาระเดิมต้องตรวจตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และตามที่สัญญากำหนด โดยการอนุญาตให้โอนประทานบัตรจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการชำระหนี้สินที่ค้างชำระตามพระราชบัญญัตินั้นแก่เจ้าพนักงานอุตสาหกรรมแร่ประจำท้องที่จนครบถ้วนแล้ว และผู้รับโอนต้องรับโอนไปซึ่งสิทธิและหน้าที่ของผู้ถือประทานบัตร

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ