- โครงสร้างราคาแบบส่วนลด (Discount on TOU Tariff): ผู้พัฒนาโครงการเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาของผู้รับซื้อ และขายไฟฟ้าที่ระบบผลิตได้ให้ผู้รับซื้อ ซึ่งตกลงใช้ราคาตามหลักสัญญาซื้อขายในมาตรา 453 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ราคานั้นนิยมกำหนดเป็นสูตรส่วนลดคงที่จากอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ (On-Peak และ Off-Peak) ตามประกาศของการไฟฟ้าที่เป็นผู้จ่ายไฟให้ผู้รับซื้อ รวมค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] โดยส่วนลดร้อยละ 15 ถึงร้อยละ 25 เป็นเพียงตัวอย่างที่คู่สัญญาเจรจาตกลงกันได้ และสัญญาต้องระบุเงื่อนไขการปรับราคาเมื่อการไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐาน รวมทั้งกลไกสำรองเมื่อคู่สัญญาเจรจาสูตรใหม่ไม่สำเร็จ
- การรับประกันผลผลิตและการชดเชยเมื่อผลผลิตต่ำกว่าเกณฑ์ (Generation SLA & Shortfall Rebate): ผู้ผลิตมักรับประกันปริมาณไฟฟ้าขั้นต่ำต่อปี (kWh) และตกลงชดเชยส่วนต่างต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ผู้รับซื้อต้องซื้อจากการไฟฟ้าเมื่อระบบผลิตได้ต่ำกว่าเกณฑ์ เช่น ร้อยละ 90 ของเป้าหมาย ซึ่งเป็นตัวเลขที่คู่สัญญาเจรจาตกลงกันได้ หากสัญญากำหนดจำนวนเงินหรือสูตรชดเชยไว้ล่วงหน้า ข้อตกลงนั้นอาจเข้าลักษณะเบี้ยปรับกรณีไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 และมาตรา 381 ซึ่งศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้หากสูงเกินส่วนตามมาตรา 383 สัญญาจึงควรระบุฐานคำนวณให้ชัดว่าชดเชยเฉพาะส่วนที่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือคำนวณจากเป้าหมายทั้งหมด กำหนดเพดานการชดเชย และกำหนดเหตุยกเว้น ได้แก่ เหตุสุดวิสัย การที่การไฟฟ้าจำกัดหรือตัดการรับไฟฟ้า และความผิดของผู้รับซื้อ
- การจัดสรรความรับผิดต่อหลังคาและการรั่วซึม (Roof Leakage & Structural Liability): จุดเสี่ยงสำคัญที่สุดคือการเจาะหลังคาเพื่อติดตั้งโครงยึด สัญญาควรให้ผู้ผลิตรับประกันการป้องกันการรั่วซึมอันเกิดจากการติดตั้งตลอดอายุสัญญา โดยสำรวจและบันทึกสภาพหลังคาไว้เป็นภาคผนวกก่อนติดตั้ง กำหนดข้อยกเว้นสำหรับความชำรุดเดิมของหลังคา ความผิดของผู้รับซื้อ และเหตุสุดวิสัย และกำหนดนิยามและเพดานความรับผิดสำหรับความเสียหายทางธุรกิจ นอกจากนี้ผู้ผลิตควรทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third-Party Liability) และประกันทรัพย์สินครอบคลุมความเสียหายของเครื่องจักรภายในอาคารจากเหตุน้ำรั่วหรือเพลิงไหม้
โครงสร้างแม่บทสัญญา Corporate Solar Rooftop PPA
สัญญาฉบับนี้มีลักษณะเป็นสัญญาผสมระหว่างการให้ใช้พื้นที่หลังคา (Rooftop License) การติดตั้งระบบ และการซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) ซึ่งแต่ละส่วนต้องพิจารณาตามลักษณะสัญญาของส่วนนั้น ไฟฟ้าที่ซื้อขายเป็นทรัพย์สินตามมาตรา 138 และเป็นสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 140 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงนำหลักสัญญาซื้อขายตามมาตรา 453 มาใช้กับส่วนการซื้อขายไฟฟ้า
สัญญานี้มีระยะเวลายาวนาน 15 ถึง 25 ปี หากการใช้พื้นที่หลังคาเข้าลักษณะเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 537 การเช่านั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538 อนึ่ง กำหนดเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์ห้ามเกินสามสิบปี หากตกลงกันไว้นานกว่านั้นให้ลดลงมาเป็นสามสิบปีตามมาตรา 540 และหากผู้รับซื้อเป็นเพียงผู้เช่าอาคาร ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของอาคารด้วย
ผู้พัฒนาโครงการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต (ใบอนุญาตหรือการแจ้งดัดแปลงอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน หรือการแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในกรณีที่โครงการได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสาม และมีประกาศให้แจ้งตามมาตรา 47 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยเกณฑ์ขนาดของพระราชกฤษฎีกาและประกาศต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อของการไฟฟ้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
การโอนกรรมสิทธิ์ในระบบผลิตไฟฟ้าเมื่อครบกำหนดสัญญาโดยมีราคา เช่น หนึ่งบาท เข้าลักษณะสัญญาซื้อขายตามมาตรา 453 และข้อสัญญาให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตามมาตรา 368 ส่วนการใช้พื้นที่หลังคาอาจเข้าลักษณะเช่าตามมาตรา 537 อนึ่ง แผงที่ยึดติดกับหลังคาอาจเป็นส่วนควบของอาคารตามมาตรา 144 เว้นแต่เป็นการติดตั้งเพียงชั่วคราวตามมาตรา 146 ซึ่งต้องพิจารณาจากสภาพของทรัพย์และวิธีการติดตั้งตามข้อเท็จจริง สัญญาจึงควรระบุให้ชัดว่าแผงและอุปกรณ์เป็นทรัพย์ของผู้พัฒนาโครงการจนกว่าจะโอนตามสัญญา
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
กรอบกฎหมายเรื่องการให้ใช้พื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในมุมของเจ้าของพื้นที่ ได้แก่ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 537 และมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การประกอบกิจการไฟฟ้าซึ่งต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง เว้นแต่เป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสาม และอาจต้องแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามประกาศที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 รวมทั้งการขอรับใบอนุญาตหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อธิบายไว้ในบทความเรื่อง พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาให้ใช้พื้นที่ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและแบ่งรายได้สำหรับเจ้าของพื้นที่ (LAS UP Deep Research) ซึ่งควรอ่านประกอบกัน ส่วนหัวข้อนี้สรุปเฉพาะประเด็นของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากระบบบนหลังคาที่ผู้พัฒนาโครงการลงทุนทั้งหมด
| รหัสอ้างอิง | ข้อกฎหมาย / สาระสำคัญ | ฐานทางกฎหมาย | สถานะการตรวจสอบ |
|---|---|---|---|
| C-UP-26-01 | สัญญาซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าที่ซื้อขายเป็นทรัพย์สินตามมาตรา 138 และเป็นสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 140 จึงนำหลักสัญญาซื้อขายมาใช้ได้ กล่าวคือผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายให้ผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย (มาตรา 453) โดยข้อสัญญาให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย (มาตรา 368) ส่วนสัญญาทั้งฉบับมีลักษณะเป็นสัญญาผสมระหว่างการให้ใช้พื้นที่หลังคา การติดตั้งระบบ และการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งแต่ละส่วนต้องพิจารณาตามลักษณะสัญญาของส่วนนั้น | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 138 มาตรา 140 มาตรา 368 และมาตรา 453 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-UP-26-02 | การใช้พื้นที่หลังคาเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ที่เข้าลักษณะเช่าอสังหาริมทรัพย์ (มาตรา 537) ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี (มาตรา 538) ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ห้ามเช่ากันเกินสามสิบปี หากตกลงกันไว้นานกว่านั้นให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี (มาตรา 540) | ป.พ.พ. มาตรา 537 มาตรา 538 และมาตรา 540 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-UP-26-03 | การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากระบบบนหลังคาให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายเดียว ต้องตรวจว่าเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และไม่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสามหรือไม่ โดยเกณฑ์ขนาดและเงื่อนไขการจำหน่ายให้บุคคลที่สามในพระราชกฤษฎีกาและประกาศของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนมาตรฐานความปลอดภัยและการเชื่อมต่อระบบผลิตไฟฟ้ากับโครงข่ายเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและระเบียบของการไฟฟ้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 5 มาตรา 47 และพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสาม [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-UP-26-04 | การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำให้น้ำหนักของโครงสร้างอาคารเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเข้านิยามการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 4 ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 และมาตรา 39 ทวิ เว้นแต่เป็นการซ่อมแซมหรือการดัดแปลงที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง โดยเกณฑ์น้ำหนักและข้อยกเว้นในกฎกระทรวงต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4 มาตรา 21 และมาตรา 39 ทวิ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ส่วนมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นเรื่องแยกต่างหากจากการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร กล่าวคือ เจ้าของอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน และอาคารตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบด้านวิศวกรรมหรือผู้ตรวจสอบด้านสถาปัตยกรรมแล้วแต่กรณี ทำการตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้างของตัวอาคาร และอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า แล้วรายงานผลต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้รับซื้อที่เป็นเจ้าของอาคารประเภทดังกล่าวจึงควรนำระบบผลิตไฟฟ้าบนหลังคาเข้าไว้ในการตรวจสอบนั้นด้วย
แม่แบบข้อสัญญาสำคัญ Key Contractual Clauses
ข้อ 5. อัตราค่าไฟฟ้าและการคำนวณส่วนลด (Tariff Calculation & Discount Structure)
5.1 ผู้รับซื้อตกลงชำระค่าพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงและส่งมอบผ่านเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า (Billing Meter) ในอัตราส่วนลดร้อยละ 20.00 (ยี่สิบจุดศูนย์ศูนย์) จากอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้งาน (Time of Use: TOU) ประเภทที่ผู้รับซื้อใช้บังคับตามประกาศของการไฟฟ้าที่เป็นผู้จ่ายไฟให้ผู้รับซื้อ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ที่ใช้บังคับในเดือนนั้น ๆ รวมค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 5.2 ในกรณีที่การไฟฟ้าประกาศปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าพื้นฐาน หรือเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียกเก็บค่า Ft คู่สัญญาตกลงจะเจรจาปรับปรุงสูตรการคำนวณโดยยึดหลักการคงอัตราประหยัดสุทธิ (Net Savings) ของผู้รับซื้อไว้ไม่ต่ำกว่าเดิม หากเจรจาไม่ตกลงกันภายในสามสิบวัน ให้ใช้สูตรส่วนลดร้อยละ 20.00 (ยี่สิบจุดศูนย์ศูนย์) จากอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ที่ประกาศใหม่ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่คู่สัญญาเลือกร่วมกันเป็นผู้กำหนดสูตร (คู่สัญญาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งและระบุไว้ในสัญญา)
ข้อ 11. การรับประกันโครงสร้างหลังคาและการชดใช้ความเสียหาย (Roof Integrity & Indemnity)
11.1 ผู้ผลิตรับประกันว่า การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร และรับประกันการป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝนอันเกิดจากการเจาะหรือยึดตรึงโครงสร้างหลังคาตลอดอายุแห่งสัญญานี้ 11.2 หากเกิดการรั่วซึมของน้ำฝนบริเวณพื้นที่ติดตั้งระบบ ผู้ผลิตมีหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้ง หากเกิดความเสียหายแก่อาคาร สินค้า เครื่องจักร หรือการดำเนินธุรกิจของผู้รับซื้อ ผู้ผลิตตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการรั่วซึมนั้น ภายใต้ข้อ 11.4 และข้อ 11.5 11.3 ก่อนเริ่มติดตั้ง คู่สัญญาจะร่วมกันสำรวจและบันทึกสภาพหลังคาและโครงสร้างอาคารไว้เป็นภาคผนวกของสัญญานี้ 11.4 ผู้ผลิตไม่ต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดจากความชำรุดบกพร่องของหลังคาหรือโครงสร้างอาคารที่มีอยู่ก่อนการติดตั้งตามที่บันทึกไว้ในภาคผนวก ความผิดของผู้รับซื้อหรือของบุคคลที่ผู้รับซื้อต้องรับผิดชอบ หรือเหตุสุดวิสัย 11.5 ความรับผิดของผู้ผลิตต่อความเสียหายทางธุรกิจของผู้รับซื้อ ให้เป็นไปตามนิยามและเพดานความรับผิดที่กำหนดไว้ในสัญญานี้
การเรียกค่าเสียหายตามข้อสัญญาข้างต้นเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 กล่าวคือเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้นั้น และเรียกได้แม้กระทั่งเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ หากว่าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นพฤติการณ์เช่นนั้นล่วงหน้าก่อนแล้ว เว้นแต่คู่สัญญาตกลงเป็นอย่างอื่นอย่างชัดแจ้ง จึงควรกำหนดนิยามและเพดานความรับผิดสำหรับความเสียหายทางธุรกิจไว้ในสัญญา
ตารางเปรียบเทียบ: โครงสร้างการลงทุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 3 รูปแบบ
| มิติการพิจารณา | ลงทุนเองทั้งหมด (EPC Capex Model) | เช่าระบบ (Solar Lease) หรือเช่าซื้อระบบ (Hire-Purchase) ตามมาตรา 572 | สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Private PPA) |
|---|---|---|---|
| เงินลงทุนเริ่มต้น (Initial Capex) | ผู้ประกอบการจ่าย 100% | จ่ายเงินดาวน์และผ่อนชำระงวด | 0 บาท (ผู้พัฒนาลงทุน 100%) |
| ความเสี่ยงด้านการเดินระบบ (O&M) | ผู้ประกอบการรับผิดชอบเอง | ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาเช่า | ผู้พัฒนาดูแลซ่อมแซมและล้างแผงฟรี |
| การันตีผลผลิตพลังงานไฟฟ้า | ไม่มีการันตีหน่วยผลิต (รับความเสี่ยงเอง) | ส่วนใหญ่ไม่มีการันตีหน่วยผลิต | มีการันตีขั้นต่ำ kWh และชดเชยส่วนต่าง |
| กรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์เมื่อสิ้นสุดสัญญา | เป็นของผู้ประกอบการตั้งแต่แรก | ขึ้นอยู่กับแบบสัญญา ถ้าเป็นเช่าซื้อตามมาตรา 572 เจ้าของให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินหรือให้ทรัพย์สินตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าเมื่อใช้เงินครบตามที่กำหนด และสัญญาเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ ส่วนการเช่าระบบทั่วไปไม่โอนกรรมสิทธิ์เว้นแต่คู่สัญญาตกลงกันไว้ | โอนให้ผู้รับซื้อในราคา 1 บาท (หนึ่งบาท) เมื่อครบกำหนด โดยสัญญาควรระบุว่าแผงและอุปกรณ์เป็นทรัพย์ของผู้พัฒนาโครงการและติดตั้งกับอาคารเพียงชั่วคราวตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จนกว่าจะโอนตามสัญญา ส่วนผลทางภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มของการโอนในราคาต่ำกว่าราคาตลาดตามประมวลรัษฎากรต้องตรวจสอบจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันมาตรา] |
อ้างอิง — References
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)