- ลักษณะของสัญญาและการจดทะเบียน (Hosting Agreement & Lease Registration): สัญญาที่เจ้าของพื้นที่ (Site Host) ให้ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charge Point Operator: CPO) ติดตั้งและบริหารสถานีชาร์จ เป็นสัญญาไม่มีชื่อที่อาจมีองค์ประกอบของการเช่าทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 หากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ การเช่านั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538 ส่วนสัญญาที่ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 ซึ่งหากเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025
- การแบ่งรายได้สุทธิ ข้อตกลงระดับการให้บริการ และการส่งคืนพื้นที่ (Net Revenue Share, SLA & Site Handback): แม่แบบในบทความนี้นิยามรายได้สุทธิเป็นยอดที่ผู้ใช้บริการชำระโดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หักค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงินและค่าไฟฟ้าตามใบแจ้งหนี้จริง แล้วแบ่งตามอัตราที่ตกลง และระบุผู้รับภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายของส่วนแบ่ง ตัวเลขข้อตกลงระดับการให้บริการ เช่น ความพร้อมใช้งานของหัวจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.0 ต่อเดือน ช่างเข้าพื้นที่ภายใน 2 ชั่วโมง และแก้ไขเหตุขัดข้องระดับวิกฤตให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมง เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจากันได้ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย หากไม่ถึงเกณฑ์ แม่แบบให้หักจากส่วนแบ่งรายได้ของ CPO ซึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 และศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 หากสูงเกินส่วน ส่วนหน้าที่รื้อถอนและส่งคืนพื้นที่ควรกำหนดไว้ในสัญญาให้ชัดเจน เพราะมาตรา 391 ใช้เมื่อมีการใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วเท่านั้น และไม่ได้กำหนดระยะเวลารื้อถอน
- เรื่องที่อธิบายไว้ในบทความฝั่งผู้ให้บริการ (Operator Side): ใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 อัตราค่าไฟฟ้า ความรับผิดเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือไฟกระชาก ข้อตกลงยกเว้นความรับผิด และประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก อธิบายไว้ในบทความ สัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า (LAS Shield Deep Research ตอนที่ 40) บทความนี้กล่าวเฉพาะสิ่งที่เจ้าของพื้นที่ควรได้รับในสัญญา ได้แก่ ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายซึ่งผูกพันเฉพาะคู่สัญญา และประกันภัยที่ระบุเจ้าของพื้นที่เป็นผู้เอาประกันภัยร่วม ในวงเงินที่คู่สัญญากำหนด เช่น ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งตามตัวอย่างในบทความตอนที่ 40
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: บริษัท A เจ้าของศูนย์การค้า ลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับย่อกับบริษัท B ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (CPO) เพื่อติดตั้งแท่นชาร์จแบบ DC Fast Charge ขนาด 120 kW จำนวน 4 ช่องจอด โดยตกลงแบ่งรายได้ร้อยละ 15 จากยอดเงินที่เก็บได้ ต่อมาหัวจ่ายเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนแบตเตอรี่รถยนต์ของผู้ใช้บริการเสียหาย และเพลิงไหม้ลุกลามไปยังรถยนต์ข้างเคียงอีก 2 คัน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท
- ความเข้าใจผิด: A เข้าใจว่าเมื่อ B เป็นผู้ติดตั้งและดำเนินการสถานี A ย่อมไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบใด ๆ และเข้าใจว่าประกันภัยของศูนย์การค้าจะคุ้มครองความเสียหายทั้งหมด
- จุดพลิก: ผู้เสียหายฟ้อง A (เจ้าของพื้นที่) และ B (ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ) เป็นจำเลยร่วมกัน ความรับผิดของ B พิจารณาตามมาตรา 420 และมาตรา 437 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วน A อาจต้องรับผิดได้หลายฐานแล้วแต่ข้อเท็จจริง เช่น ในฐานะผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งแท่นชาร์จตามมาตรา 437 ในฐานะผู้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อด้วยตนเองตามมาตรา 420 ในฐานะผู้ครองหรือเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่องหรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอตามมาตรา 434 ซึ่งให้ผู้ครองใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเพื่อปัดป้องมิให้เกิดเสียหายแล้ว ผู้เป็นเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือในฐานะนายจ้างซึ่งต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างตามมาตรา 425 ตัวอย่างเช่น หาก A ไม่จัดระบบระบายอากาศหรือระบบดับเพลิงของลานจอดรถตามที่ตกลงไว้ หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ ความรับผิดของ A อาจเกิดตามมาตรา 434 หรือมาตรา 420 แล้วแต่ข้อเท็จจริง เพียงการรับส่วนแบ่งรายได้ไม่ทำให้ A รับผิดตามมาตรา 437 หากทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดตามมาตรา 432 ระหว่างกันต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่โดยพฤติการณ์ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอื่น ในกรณีนี้บันทึกข้อตกลงไม่มีข้อสัญญาชดใช้ความเสียหาย (Indemnity Clause) และ B ไม่ได้ทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก A จึงไม่มีข้อสัญญาที่โอนภาระไปยัง B สัญญาจึงต้องมีข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายและประกันภัยเพื่อโอนภาระไปยัง B ส่วนความรับผิดของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องชาร์จต่อผู้เสียหายดูหัวข้อที่ 6
- สิ่งที่ได้จากบทความ: แม่แบบข้อสัญญาสำคัญในมุมของเจ้าของพื้นที่ (ข้อ 5 การแบ่งรายได้สุทธิ ข้อ 8 ข้อตกลงระดับการให้บริการ และข้อ 12 การรื้อถอนและส่งคืนพื้นที่) ตัวอย่างคำนวณส่วนแบ่งรายได้สุทธิที่แสดงภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงิน และภาษีหัก ณ ที่จ่ายทีละขั้น ตารางข้อต่อสู้ระหว่างเจ้าของพื้นที่กับ CPO และ Checklist 10 จุดตรวจก่อนลงนาม
ลักษณะของสัญญาติดตั้งและบริหารสถานีชาร์จในมุมของเจ้าของพื้นที่
บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของพื้นที่ (Site Host) เช่น เจ้าของศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน หรือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ให้ CPO เข้ามาติดตั้งและบริหารสถานีชาร์จในพื้นที่ของตน ส่วนสัญญาในมุมของผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมทั้งการกำกับดูแลและความรับผิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ อธิบายไว้ในบทความ สัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า (LAS Shield Deep Research ตอนที่ 40) ซึ่งควรอ่านประกอบกัน
สัญญาเช่าพื้นที่ธรรมดา (Standard Space Lease) ไม่เพียงพอสำหรับสถานีชาร์จ เพราะสถานีชาร์จเกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ระบบสื่อสารกับแอปพลิเคชัน และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า สัญญาระหว่างเจ้าของพื้นที่กับ CPO (Commercial Hosting & Revenue Sharing Agreement) จึงควรกำหนดเรื่องการแบ่งรายได้ ข้อตกลงระดับการให้บริการ และการรื้อถอนและส่งคืนพื้นที่ไว้ด้วย
ในทางกฎหมาย สัญญานี้เป็นสัญญาไม่มีชื่อที่อาจมีองค์ประกอบของการเช่าทรัพย์สินตามมาตรา 537 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อ CPO ได้ใช้พื้นที่เพื่อตอบแทนด้วยค่าเช่าคงที่หรือส่วนแบ่งรายได้ ส่วนจ้างทำของตามมาตรา 587 ใช้ได้เฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งรับจะทำการงานให้สำเร็จและอีกฝ่ายตกลงให้สินจ้าง เช่น เจ้าของพื้นที่เป็นเจ้าของเครื่องชาร์จและว่าจ้าง CPO ติดตั้งและบำรุงรักษา การจัดลักษณะของสัญญาให้ถูกต้องมีผลต่อการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามมาตรา 538 (หัวข้อที่ 3) ความเสี่ยงที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 (หัวข้อที่ 4) และหน้าที่รื้อถอนและส่งคืนพื้นที่ (หัวข้อที่ 7)
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- ความเสี่ยงที่รายได้ไม่พอค่าไฟฟ้า (Negative Margin): หากสัญญากำหนดการแบ่งรายได้จากยอดรับชำระรวม (Gross Revenue) โดยไม่หักค่าไฟฟ้าจริงก่อน เมื่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้น CPO อาจต้องแบกรับต้นทุนค่าไฟฟ้าจนขาดทุน ซึ่งย้อนกลับมากระทบความต่อเนื่องของบริการในพื้นที่ของเจ้าของพื้นที่
- ช่องจอดรถใช้ประโยชน์ไม่ได้เพราะตู้ชาร์จชำรุด: หากไม่มีข้อตกลงระดับการให้บริการ (Availability SLA) ตู้ชาร์จที่ชำรุดอาจถูกปล่อยไว้เป็นเวลานาน ทำให้เจ้าของพื้นที่เสียช่องจอดรถสำหรับลูกค้าทั่วไป
- สัญญาระยะยาวที่ไม่ได้จดทะเบียน: หากสัญญามีลักษณะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ การเช่านั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (หัวข้อที่ 3)
- ข้อพิพาทเรื่องการรื้อถอนทรัพย์สิน: เมื่อสัญญาสิ้นสุด หากไม่ระบุให้ชัดเจนว่าฝ่ายใดมีหน้าที่รื้อถอน ซ่อมพื้นผิวช่องจอด และปรับสภาพระบบท่อร้อยสายไฟ และฝ่ายใดเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เจ้าของพื้นที่อาจต้องรับภาระค่ารื้อถอนเอง
กรอบกฎหมายของเจ้าของพื้นที่และ Claim Ledger Legal Framework
หัวข้อนี้รวบรวมเฉพาะหลักกฎหมายที่เจ้าของพื้นที่ใช้ในการทำสัญญากับ CPO ส่วนกรอบกฎหมายของการประกอบกิจการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ได้แก่ ใบอนุญาต อัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ (TOU) และค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) ความรับผิดเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือไฟกระชาก ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อตกลงยกเว้นความรับผิด และเบี้ยปรับเมื่อไม่ถึงเกณฑ์ความพร้อมใช้งาน อธิบายไว้ในบทความ สัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า (LAS Shield Deep Research ตอนที่ 40)
สำหรับเจ้าของพื้นที่ ประเด็นใบอนุญาตมีสองข้อที่ควรทราบ ข้อแรก การเรียกเก็บค่าไฟฟ้าหรือค่าบริการอัดประจุไฟฟ้าระหว่างเอกชน ไม่ว่าเจ้าของพื้นที่เรียกเก็บจาก CPO ผ่านมิเตอร์ย่อย หรือ CPO เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ ต้องขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเข้านิยามกิจการไฟฟ้าตามมาตรา 5 และไม่ได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสามหรือไม่ และหากได้รับยกเว้นอาจต้องแจ้งต่อสำนักงานตามประกาศที่ออกตามมาตรา 47 วรรคสี่ ข้อที่สอง มาตรา 65 ให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าบริการของผู้รับใบอนุญาตแต่ละประเภทภายใต้นโยบายและแนวทางตามมาตรา 64 จึงใช้กับอัตราที่ผู้รับใบอนุญาตเรียกเก็บ ส่วนผู้ที่ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์อัตราค่าบริการหรือไม่ และระเบียบของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเรื่องการใช้ไฟฟ้าและการจำหน่ายไฟฟ้าต่อผ่านมิเตอร์ย่อย ต้องตรวจสอบจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
หากเจ้าของพื้นที่เป็นเจ้าของอาคารที่ให้ผู้พัฒนาโครงการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาและซื้อไฟฟ้าจากระบบนั้น สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาผสมระหว่างการใช้พื้นที่หลังคา การติดตั้งระบบ และการซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งมีประเด็นเฉพาะที่แตกต่างจากสัญญาติดตั้งสถานีชาร์จ ได้แก่ ส่วนลดจากอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ การรับประกันผลผลิตขั้นต่ำและการชดเชยเมื่อผลผลิตต่ำกว่าเกณฑ์ และความรับผิดต่อหลังคา ส่วนหลักกฎหมายเรื่องการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 537 และมาตรา 538 ใบอนุญาตหรือการแจ้งตามมาตรา 47 และการขออนุญาตหรือแจ้งดัดแปลงอาคารตามมาตรา 21 ใช้ในลักษณะเดียวกับที่หัวข้อนี้อธิบาย รายละเอียดอยู่ในบทความ พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาภาคเอกชน (LAS UP Deep Research ตอนที่ 26)
| ข้อความทางกฎหมาย | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | แหล่งอ้างอิงทางการ |
|---|---|---|
| หากสัญญามีลักษณะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 537 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่านั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ไม่ว่าจะมีกำหนดเวลาเท่าใด และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปีตามมาตรา 538 ส่วนข้อยกเว้นที่เรียกว่าสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาเป็นแนวการวินิจฉัยของศาล มิใช่บทบัญญัติในมาตรา 368 หรือมาตรา 537 และต้องพิจารณาเป็นรายกรณีจากประโยชน์ที่ผู้เช่าให้แก่ผู้ให้เช่านอกเหนือจากค่าเช่า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ในสัญญาตามแม่แบบนี้ เครื่องชาร์จที่ CPO ลงทุนต้องรื้อถอนออกไปเมื่อสัญญาสิ้นสุดตามข้อ 12.1 จึงไม่ควรสันนิษฐานว่าสัญญาเข้าข้อยกเว้นดังกล่าว หากคู่สัญญาประสงค์ให้ข้อตกลงห้ามบอกเลิกสัญญาในห้าปีแรกใช้บังคับได้เต็มกำหนด ควรทำสัญญาเป็นหนังสือและจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 และมาตรา 538 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
| เจ้าของพื้นที่มีสิทธิเรียกให้ CPO ชำระหนี้ตามข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายได้ตามมาตรา 194 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหาก CPO ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ เจ้าของพื้นที่เรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นได้ตามมาตรา 215 ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่จะเรียกร้องจากเจ้าของพื้นที่ ส่วนเวลาที่เจ้าของพื้นที่เรียกให้ CPO ชดใช้หรือรับภาระได้เป็นไปตามถ้อยคำของข้อสัญญา จึงควรเขียนให้ชัดว่า CPO ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทางคดีเมื่อเกิดขึ้นจริง และต้องชดใช้จำนวนที่เจ้าของพื้นที่ต้องชำระแก่ผู้เสียหายเมื่อถึงกำหนดชำระ ส่วนข้อสัญญาที่กำหนดจำนวนเงินซึ่งลูกหนี้ต้องใช้เมื่อไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 ในกรณีไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้เรียกเอาเบี้ยปรับแทนการชำระหนี้ หรือเรียกเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายได้ตามมาตรา 380 ส่วนในกรณีไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่น ความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเกณฑ์ตามข้อ 8.1 ซึ่งข้อ 8.3 ของแม่แบบให้หักส่วนแบ่งของ CPO เจ้าหนี้เรียกให้ชำระหนี้และเรียกเอาเบี้ยปรับอีกด้วยก็ได้ตามมาตรา 381 แต่ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้แล้ว จะเรียกเอาเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อได้บอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้ เจ้าของพื้นที่จึงควรบอกสงวนสิทธิเรียกเบี้ยปรับไว้เป็นหนังสือเมื่อรับรายงานหรือเงินส่วนแบ่งของเดือนที่ความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเกณฑ์ และหากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 194 มาตรา 215 มาตรา 379 มาตรา 380 มาตรา 381 และมาตรา 383 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
| พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ใช้กับข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ ในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝาก ซึ่งทำให้อีกฝ่ายได้เปรียบเกินสมควร โดยให้ข้อสัญญานั้นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี สัญญาติดตั้งสถานีชาร์จที่เจ้าของพื้นที่และ CPO เจรจากันเองเป็นรายฉบับไม่เข้าขอบเขต เว้นแต่ฝ่ายหนึ่งนำแม่แบบที่กำหนดข้อสัญญาสำคัญไว้ล่วงหน้ามาใช้ในการประกอบกิจการของตนจนเข้านิยามสัญญาสำเร็จรูปตามมาตรา 3 | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 3 และมาตรา 4 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
| เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยไม่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอก และไม่กระทบสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนกรณีสัญญาครบกำหนดหรือสิ้นสุดด้วยเหตุอื่น หน้าที่รื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่เป็นไปตามข้อ 12.1 ซึ่งควรเขียนให้ชัดเจนในสัญญา และหากสัญญามีลักษณะเป็นการเช่าโดยไม่ได้ทำหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญาแสดงสภาพของพื้นที่ไว้ มาตรา 561 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เช่าได้รับพื้นที่ไปโดยสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว และต้องส่งคืนในสภาพเช่นนั้นเมื่อสัญญาเลิกหรือระงับลง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าพื้นที่มิได้ซ่อมแซมไว้ดีในขณะส่งมอบ | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 และมาตรา 561 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
| สัญญาที่ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งหากเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 สัญญาจึงควรระบุว่ามิได้เป็นการร่วมลงทุนหรือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน (แม่แบบข้อ 5.4) และปฏิบัติให้สอดคล้องกับข้อความนั้น เพราะการวินิจฉัยลักษณะของสัญญาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง (หัวข้อที่ 4) | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 และมาตรา 1025 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
| เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในส่วนควบของทรัพย์นั้นตามมาตรา 144 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบตามมาตรา 146 สัญญาจึงควรระบุว่าแท่นชาร์จและอุปกรณ์ที่ CPO นำมาติดตั้งเป็นกรรมสิทธิ์ของ CPO และเป็นทรัพย์ที่ติดกับที่ดินหรือโรงเรือนเพียงชั่วคราว (แม่แบบข้อ 12.2) ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นหลักฐานแสดงเจตนาของคู่สัญญา แต่ทรัพย์นั้นเป็นส่วนควบหรือเป็นทรัพย์ที่ติดเพียงชั่วคราวต้องพิจารณาจากสภาพของทรัพย์และวิธีการติดตั้งตามข้อเท็จจริง แม่แบบข้อ 12.2 จึงกำหนดด้วยว่า หากอุปกรณ์ถูกวินิจฉัยว่าเป็นส่วนควบของที่ดินหรืออาคาร เจ้าของพื้นที่จะไม่โต้แย้งสิทธิของ CPO ในการรื้อถอนและนำอุปกรณ์ออกไปตามข้อ 12.1 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 และมาตรา 146 | ระบบสืบค้นกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
เปรียบเทียบโมเดลค่าตอบแทน: ค่าเช่าคงที่ ส่วนแบ่งรายได้รวม และส่วนแบ่งรายได้สุทธิ
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจากันได้ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย
| โมเดลสัญญา | โครงสร้างผลประโยชน์และการจัดสรรความเสี่ยง | ความเหมาะสมและการปรับใช้ทางธุรกิจ |
|---|---|---|
| 1. Fixed Rent Lease (ค่าเช่าคงที่) | CPO จ่ายค่าเช่าช่องจอดรายเดือนคงที่ (ตัวอย่างเช่น ช่องละ 5,000 ถึง 10,000 บาท) และรับความเสี่ยงเรื่องปริมาณการใช้บริการและค่าไฟฟ้าทั้งหมด | เหมาะกับทำเลที่มีปริมาณรถยนต์หนาแน่น เจ้าของพื้นที่ไม่ต้องรับความเสี่ยงทางธุรกิจ |
| 2. Gross Revenue Share (ส่วนแบ่งรายได้รวม) | แบ่งรายได้ตามอัตราที่ตกลง (ตัวอย่างเช่น ร้อยละ 10 ถึง 20) จากยอดที่ผู้ใช้บริการชำระทั้งหมด โดยไม่หักค่าไฟฟ้า | เจ้าของพื้นที่ได้รับส่วนแบ่งที่คาดการณ์ได้มากกว่า แต่ CPO เสี่ยงขาดทุนหากค่าไฟฟ้าฐานและค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ปรับสูงขึ้น |
| 3. Net Revenue Share (ส่วนแบ่งรายได้สุทธิหลังหักค่าไฟฟ้า) | นำยอดที่ผู้ใช้บริการชำระ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หักค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงินและค่าไฟฟ้าตามใบแจ้งหนี้จริง แล้วแบ่งรายได้สุทธิตามอัตราที่ตกลง (ตัวอย่างเช่น 50 ต่อ 50 หรือ 60 ต่อ 40) ตามข้อ 5 ของแม่แบบ | ในโมเดลส่วนแบ่งรายได้สุทธิหลังหักค่าไฟฟ้า เจ้าของพื้นที่ได้รับส่วนแบ่งจากรายได้สุทธิตามนิยามในข้อ 5.1 ของแม่แบบ ซึ่งยังมิได้หักต้นทุนลงทุนและค่าใช้จ่ายอื่นของ CPO โดย CPO เป็นผู้ลงทุนและรับต้นทุนเครื่องชาร์จ |
ข้อควรระวัง: สัญญาที่ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งหากเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 แม่แบบในบทความนี้แบ่งรายได้สุทธิตามนิยามในข้อ 5.1 ซึ่งยังมิได้หักต้นทุนลงทุนและค่าใช้จ่ายอื่นของ CPO สัญญาจึงควรระบุว่ามิได้เป็นการร่วมลงทุนหรือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายไม่มีอำนาจผูกพันอีกฝ่าย และกำหนดวิธีจัดการกรณีรายได้สุทธิติดลบ (แม่แบบข้อ 5.4 และข้อ 5.5) อย่างไรก็ดี ข้อสัญญาเหล่านี้เป็นหลักฐานแสดงเจตนาของคู่สัญญา แต่การวินิจฉัยลักษณะของสัญญาต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าคู่สัญญาตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรหรือไม่ ชื่อที่คู่สัญญาใช้เรียกการแบ่งหรือข้อความว่ามิใช่ห้างหุ้นส่วนจึงไม่เป็นข้อชี้ขาด คู่สัญญาต้องออกแบบการแบ่งรายได้ การจัดการกิจการ และการรับภาระขาดทุนให้สอดคล้องกับข้อสัญญา เช่น ให้ CPO เป็นผู้ลงทุน บริหารสถานี และรับภาระรายได้สุทธิที่ติดลบแต่ฝ่ายเดียวตามข้อ 5.5
สถาปัตยกรรม Service Level Agreement: ความพร้อมใช้งานของหัวจ่าย เวลาตอบสนองและเวลาซ่อม และการหักส่วนแบ่งรายได้
ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจากันได้ ไม่ได้มาจากบทบัญญัติของกฎหมาย ตัวเลขที่ปรากฏในทั้งสองบทความ ได้แก่ ความพร้อมใช้งานร้อยละ 99.0 เวลาที่ช่างเข้าพื้นที่ 2 ชั่วโมง เวลาแก้ไขเหตุขัดข้องระดับวิกฤต 6 ชั่วโมง เวลาเข้าแก้ไขเหตุขัดข้องทั่วไป 24 ชั่วโมง และวงเงินประกันภัย 50 ล้านบาท เป็นตัวเลขเดียวกับบทความตอนที่ 40 ส่วนเกณฑ์ความพร้อมใช้งานขั้นอื่นและอัตราหักส่วนแบ่งรายได้เป็นตัวอย่างเฉพาะของบทความนี้ เจ้าของพื้นที่ควรให้สัญญากำหนดอย่างน้อยดังนี้
- อัตราความพร้อมใช้งานของหัวจ่าย (Uptime SLA): ตัวอย่างเช่น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.0 ในแต่ละเดือนปฏิทิน คำนวณด้วยสูตรเดียวกับข้อ 8.1 ของแม่แบบ คือ ความพร้อมใช้งาน (ร้อยละ) = [(เวลาทำงานรวม − เวลายกเว้น − เวลาขัดข้องที่ไม่ได้วางแผน) ÷ (เวลาทำงานรวม − เวลายกเว้น)] × 100 โดยเวลาทำงานรวม (Total Operational Hours) คือจำนวนชั่วโมงที่สถานีเปิดให้บริการในเดือนนั้นคูณด้วยจำนวนหัวจ่าย และเวลายกเว้น (Excluded Downtime) ได้แก่ ไฟฟ้าดับจากระบบของการไฟฟ้า การบำรุงรักษาตามแผนที่แจ้งเจ้าของพื้นที่ล่วงหน้า และเหตุสุดวิสัย ทั้งนี้ บทความตอนที่ 40 นับการทำลายทรัพย์สินโดยบุคคลภายนอก (Vandalism) เป็นเวลายกเว้นด้วย แต่แม่แบบในมุมของเจ้าของพื้นที่นี้เลือกไม่นับเหตุดังกล่าวเป็นเวลายกเว้น ซึ่งคู่สัญญาเจรจากันได้ และหากตกลงให้นับ ควรระบุไว้ในข้อ 8.1 ให้ชัดเจน
- เวลาตอบสนองและเวลาซ่อมแล้วเสร็จ (Response Time และ Mean Time to Repair: MTTR): ควรแยกเวลาที่ช่างเข้าพื้นที่ออกจากเวลาที่ซ่อมแล้วเสร็จ และกำหนดตามระดับความรุนแรง
- เหตุขัดข้องระดับวิกฤต (ไฟรั่ว การเกิดไฟฟ้าสถิต เพลิงไหม้ หรือตู้ชาร์จดับทั้งสถานี): ระบบควรตัดกระแสไฟฟ้าโดยอัตโนมัติทันทีที่ตรวจพบ ช่างเข้าพื้นที่ภายใน 2 ชั่วโมง และแก้ไขให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมง
- เหตุขัดข้องทั่วไป (หัวจ่ายชำรุดหนึ่งหัวหรือหน้าจอสัมผัสขัดข้อง): เข้าแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง
- การหักส่วนแบ่งรายได้ (Service Credits): หากอัตราความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตกลง ให้หักจากส่วนแบ่งรายได้ของ CPO ในเดือนนั้นตามอัตราที่กำหนด ซึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 อัตราหักควรเป็นขั้นที่ต่อเนื่องกับเกณฑ์ร้อยละ 99.0 ดังข้อ 8.3 ของแม่แบบ ซึ่งหักร้อยละ 5 ร้อยละ 10 หรือร้อยละ 15 ของส่วนแบ่งของ CPO ตามระดับความพร้อมใช้งาน และนำจำนวนที่หักเพิ่มเข้าในส่วนแบ่งของเจ้าของพื้นที่
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหาย และประกันภัยในมุมของเจ้าของพื้นที่ Indemnity & Insurance
ความรับผิดต่อผู้เสียหายเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือไฟกระชากอธิบายไว้แล้วในบทความ สัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า (LAS Shield Deep Research ตอนที่ 40) ในที่นี้จึงสรุปเฉพาะหลักที่เจ้าของพื้นที่ควรทราบ ประการแรก ตามมาตรา 437 วรรคหนึ่งประกอบวรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ โดยความมุ่งหมายที่จะใช้ หรือโดยอาการกลไกของทรัพย์นั้น ต้องรับผิดชอบในความเสียหายอันเกิดแต่ทรัพย์นั้น เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้เสียหายเอง ซึ่งเป็นความรับผิดโดยเคร่งครัด ทั้งนี้แท่นชาร์จกำลังไฟสูงเข้าลักษณะทรัพย์ดังกล่าวหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยเป็นรายกรณี ประการที่สอง นอกจากมาตรา 420 และมาตรา 437 ผู้ประกอบการตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ไม่ว่าความเสียหายจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ เมื่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ทั้งนี้คำว่าสินค้ารวมถึงกระแสไฟฟ้า และต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงว่าผู้ใดเป็นผู้ประกอบการ ประการที่สาม เจ้าของพื้นที่เองอาจต้องรับผิดต่อผู้เสียหายตามฐานที่เข้าข้อเท็จจริง นอกจากมาตรา 420 และมาตรา 437 แล้ว ยังรวมถึงมาตรา 434 ในฐานะผู้ครองหรือเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่ก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่องหรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ และมาตรา 425 ในฐานะนายจ้าง (ดูกล่องสถานการณ์ตอนต้นบทความ) ข้อสัญญาต่อไปนี้จึงเป็นเครื่องมือของเจ้าของพื้นที่ในการจัดสรรภาระระหว่างคู่สัญญา และไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายซึ่งเป็นบุคคลภายนอก:
- ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหาย (Comprehensive Indemnity): CPO ตกลงจะปกป้อง ชดใช้ และปลดเปลื้อง (Indemnify and Hold Harmless) เจ้าของพื้นที่ กรรมการ และพนักงาน จากการเรียกร้อง ค่าเสียหาย ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายทางคดีใด ๆ ที่เกิดจากการติดตั้ง การทำงานผิดพลาด หรืออัคคีภัยอันเนื่องมาจากสถานีชาร์จ เจ้าของพื้นที่มีสิทธิเรียกให้ CPO ชำระหนี้ตามข้อสัญญานี้ได้ตามมาตรา 194 และหาก CPO ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ เจ้าของพื้นที่เรียกค่าสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา 215 ข้อสัญญานี้ผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ตัดสิทธิของผู้เสียหายที่จะเรียกร้องจากเจ้าของพื้นที่ ส่วนเวลาที่เจ้าของพื้นที่เรียกให้ CPO ชดใช้หรือรับภาระได้เป็นไปตามถ้อยคำของข้อสัญญา ข้อสัญญาจึงควรระบุให้ชัดว่า CPO ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทางคดีเมื่อเกิดขึ้นจริง และต้องชดใช้จำนวนที่เจ้าของพื้นที่ต้องชำระแก่ผู้เสียหายเมื่อถึงกำหนดชำระ และควรกำหนดให้ CPO จัดให้สัญญาซื้อหรือเช่าเครื่องชาร์จของตนมีสิทธิไล่เบี้ยไปยังผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องชาร์จ โดยการใช้สิทธินั้นไม่ลดหน้าที่ชดใช้ของ CPO ต่อเจ้าของพื้นที่
- ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Commercial General Liability หรือ Public Liability): ควรกำหนดให้ CPO ทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในวงเงินที่คู่สัญญากำหนด เช่น ไม่น้อยกว่า 50,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งตามตัวอย่างในบทความตอนที่ 40 ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่ปรับตามขนาดของสถานีและมูลค่าทรัพย์สินที่เสี่ยง มิใช่ข้อบังคับของกฎหมาย โดยระบุชื่อเจ้าของพื้นที่เป็นผู้เอาประกันภัยร่วม (Additional Insured) และมีข้อกำหนดที่ผู้รับประกันภัยสละสิทธิรับช่วงสิทธิ (Waiver of Subrogation) ต่อเจ้าของพื้นที่
แม่แบบข้อสัญญาสำคัญ: Master EV Charging Hosting & Revenue Sharing Agreement
โครงสร้างข้อสัญญาสำคัญ (Key Contractual Clauses): ข้อสัญญาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างในมุมของเจ้าของพื้นที่ ตัวเลขทุกจำนวนเป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาเจรจากันได้ และควรปรับให้ตรงกับข้อเท็จจริงของแต่ละโครงการ การจัดสรรภาระระหว่างคู่สัญญาในแม่แบบก็เป็นข้อเสนอในการร่างสัญญาที่คู่สัญญาเจรจากันได้เช่นกัน มิใช่บทบัญญัติของกฎหมาย ได้แก่ การให้ CPO รับภาระรายได้สุทธิที่ติดลบแต่ฝ่ายเดียวตามข้อ 5.5 การให้ CPO รื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่ด้วยค่าใช้จ่ายของตนเองตามข้อ 12.1 และสิทธิของเจ้าของพื้นที่ที่จะรื้อถอนแทนแล้วเรียกค่าใช้จ่ายจาก CPO ตามข้อ 12.3 ส่วนข้อ 5.3 ให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาระของเจ้าของพื้นที่ในฐานะผู้มีเงินได้ หากคู่สัญญาตกลงให้ CPO ออกภาษีแทน ควรระบุไว้ในสัญญาให้ชัดเจน และหากเจ้าของพื้นที่เป็นบุคคลธรรมดา เงินค่าภาษีที่ CPO ออกแทนให้นั้นรวมเป็นเงินได้พึงประเมินของเจ้าของพื้นที่ด้วยตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อ 5. การจัดสรรผลประโยชน์และการชำระเงิน (Revenue Sharing & Financial Settlement)
5.1 รายได้สุทธิจากการให้บริการ (Net Charging Revenue) ให้หมายถึง ยอดเงินรวมที่ผู้ใช้บริการชำระผ่านระบบแอปพลิเคชันหรือช่องทางชำระเงินอื่นของสถานี ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หักด้วยค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงินที่ CPO ชำระจริง และหักด้วยค่าไฟฟ้าส่วนที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตามใบแจ้งหนี้จริงของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำหรับมิเตอร์ของสถานีประจำเดือนนั้น
5.2 CPO ตกลงจัดสรรส่วนแบ่งรายได้สุทธิให้แก่เจ้าของพื้นที่ในอัตราร้อยละ 50 (ห้าสิบ) ของรายได้สุทธิ โดยจัดทำรายงานสรุปยอดรับชำระ ค่าธรรมเนียม และค่าไฟฟ้า พร้อมสำเนาใบแจ้งหนี้ และโอนเงินเข้าบัญชีของเจ้าของพื้นที่ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เจ้าของพื้นที่มีสิทธิตรวจสอบเอกสารประกอบรายงานดังกล่าว
5.3 ส่วนแบ่งตามข้อ 5.2 เป็นจำนวนก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย หากกฎหมายกำหนดให้ CPO ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากส่วนแบ่งดังกล่าว CPO จะหักภาษีในอัตราที่กฎหมายกำหนด นำส่งต่อกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลา และส่งมอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่เจ้าของพื้นที่ ภาษีที่หักไว้เป็นภาระของเจ้าของพื้นที่ในฐานะผู้มีเงินได้
5.4 สัญญานี้มิได้เป็นการร่วมลงทุนหรือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายประกอบกิจการของตนเอง และไม่มีอำนาจทำการแทนหรือผูกพันอีกฝ่ายหนึ่ง
5.5 หากรายได้สุทธิของเดือนใดติดลบ ให้ CPO รับภาระส่วนที่ติดลบนั้นแต่ฝ่ายเดียว และไม่นำไปหักจากส่วนแบ่งของเจ้าของพื้นที่ในเดือนต่อไป
ข้อ 8. การบำรุงรักษาและการรับประกันคุณภาพ (Maintenance & SLA)
8.1 CPO รับประกันว่าสถานีชาร์จจะมีอัตราความพร้อมใช้งาน (Availability) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.0 ในแต่ละเดือนปฏิทิน คำนวณตามสูตร [(เวลาทำงานรวม − เวลายกเว้น − เวลาขัดข้องที่ไม่ได้วางแผน) ÷ (เวลาทำงานรวม − เวลายกเว้น)] × 100 โดยเวลาทำงานรวมคือจำนวนชั่วโมงที่สถานีเปิดให้บริการในเดือนนั้นคูณด้วยจำนวนหัวจ่าย และเวลายกเว้น ได้แก่ ไฟฟ้าดับจากระบบของการไฟฟ้า การบำรุงรักษาตามแผนที่แจ้งเจ้าของพื้นที่ล่วงหน้า และเหตุสุดวิสัย
8.2 ระบบของสถานีชาร์จต้องตัดกระแสไฟฟ้าโดยอัตโนมัติทันทีที่ตรวจพบเหตุขัดข้องระดับวิกฤต และ CPO ต้องส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคเข้าตรวจสอบภายใน 2 (สอง) ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้งหรือตรวจพบเหตุ และแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 6 (หก) ชั่วโมง ส่วนเหตุขัดข้องทั่วไป CPO ต้องเข้าแก้ไขภายใน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมงนับแต่ได้รับแจ้งหรือตรวจพบเหตุ
8.3 หากความพร้อมใช้งานของเดือนใดต่ำกว่าเกณฑ์ตามข้อ 8.1 ให้หักส่วนแบ่งรายได้ของ CPO ในเดือนนั้นในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) เมื่อความพร้อมใช้งานต่ำกว่าร้อยละ 99.0 แต่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 97.0 ร้อยละ 10 (สิบ) เมื่อต่ำกว่าร้อยละ 97.0 แต่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95.0 และร้อยละ 15 (สิบห้า) เมื่อต่ำกว่าร้อยละ 95.0 และให้เพิ่มจำนวนที่หักเข้าในส่วนแบ่งของเจ้าของพื้นที่ การหักตามข้อนี้ไม่ตัดสิทธิบอกเลิกสัญญาของเจ้าของพื้นที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา
ข้อ 12. การรื้อถอนและการส่งคืนพื้นที่ (Decommissioning & Site Restoration)
12.1 เมื่อสัญญานี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด CPO มีหน้าที่รื้อถอนแท่นชาร์จ ตู้ควบคุม และอุปกรณ์ประกอบทั้งหมดของ CPO ออกไปจากพื้นที่ที่ใช้ติดตั้ง พร้อมทั้งปรับสภาพพื้นผิวช่องจอดรถและระบบท่อร้อยสายไฟให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยปลอดภัย ภายในกำหนด 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุด โดย CPO เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
12.2 แท่นชาร์จ ตู้ควบคุม และอุปกรณ์ที่ CPO นำมาติดตั้งเป็นกรรมสิทธิ์ของ CPO ตลอดอายุสัญญา และเป็นทรัพย์ที่ติดกับที่ดินหรือโรงเรือนเพียงชั่วคราวตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่เป็นส่วนควบตามมาตรา 144 หากแท่นชาร์จ ตู้ควบคุม หรืออุปกรณ์ดังกล่าวถูกวินิจฉัยว่าเป็นส่วนควบของที่ดินหรืออาคาร เจ้าของพื้นที่ตกลงไม่โต้แย้งสิทธิของ CPO ในการรื้อถอนและนำอุปกรณ์นั้นออกไปตามข้อ 12.1
12.3 คู่สัญญาจะจัดทำบันทึกสภาพพื้นที่เป็นหนังสือซึ่งลงลายมือชื่อของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเมื่อส่งมอบพื้นที่ให้ CPO และเมื่อ CPO ส่งคืนพื้นที่ หาก CPO ไม่รื้อถอนภายในกำหนดตามข้อ 12.1 เจ้าของพื้นที่มีสิทธิดำเนินการรื้อถอนเองหรือให้ผู้อื่นดำเนินการ และเรียกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจาก CPO
ข้อสังเกตประกอบแม่แบบ: หน้าที่รื้อถอนอุปกรณ์และปรับสภาพพื้นที่ตามข้อ 12.1 เกิดจากข้อสัญญา ระยะเวลาสามสิบวันเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกัน มิใช่ระยะเวลาตามตัวบท มาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดระยะเวลาดังกล่าว และใช้เมื่อมีการใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วเท่านั้น ส่วนกรณีสัญญาครบกำหนดหรือสิ้นสุดด้วยเหตุอื่น หน้าที่รื้อถอนและปรับสภาพพื้นที่เป็นไปตามข้อ 12.1 บันทึกสภาพพื้นที่ตามข้อ 12.3 ซึ่งทำเป็นหนังสือและคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อ เป็นหลักฐานสภาพของพื้นที่ในวันส่งมอบและวันส่งคืน และเมื่อสัญญามีลักษณะเป็นการเช่า บันทึกนั้นเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของคู่สัญญาแสดงสภาพของทรัพย์สินที่ให้เช่าตามที่มาตรา 561 กล่าวถึง มาตรา 561 บัญญัติว่า ถ้ามิได้ทำหนังสือดังกล่าว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เช่าได้รับทรัพย์สินที่เช่านั้นไปโดยสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว และเมื่อสัญญาเลิกหรือระงับลง ผู้เช่าต้องส่งคืนทรัพย์สินในสภาพเช่นนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิได้ซ่อมแซมไว้ดีในขณะที่ส่งมอบ (หัวข้อที่ 3) ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 561 เป็นคุณแก่ผู้ให้เช่าอยู่แล้ว แต่ผู้เช่าพิสูจน์หักล้างได้ และใช้เฉพาะเมื่อสัญญามีลักษณะเป็นการเช่า บันทึกที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อจึงทำให้เจ้าของพื้นที่มีหลักฐานสภาพของพื้นที่ที่แน่นอนกว่า ไม่ว่าสัญญาจะเป็นการเช่าหรือไม่ ส่วนสิทธิรื้อถอนแทนตามข้อ 12.3 เป็นสิทธิตามข้อสัญญา และเนื่องจากแท่นชาร์จและอุปกรณ์เป็นกรรมสิทธิ์ของ CPO ตามข้อ 12.2 ข้อสัญญาจึงควรกำหนดให้เจ้าของพื้นที่บอกกล่าวเป็นหนังสือก่อนรื้อถอน และกำหนดวิธีเก็บรักษาและส่งมอบอุปกรณ์คืนแก่ CPO ไว้ด้วย
ข้อต่อสู้ระหว่างเจ้าของพื้นที่ (Site Host) กับผู้ให้บริการ CPO Devil's Advocate
| ประเด็นข้อพิพาท | ข้อเรียกร้องของ CPO | ข้อต่อสู้ของเจ้าของพื้นที่ | ทางออกที่สมดุลในสัญญา |
|---|---|---|---|
| 1. การผูกขาดสิทธิในพื้นที่ (Exclusivity) | ขอสิทธิผูกขาดเป็นผู้ให้บริการชาร์จ EV รายเดียวในโครงการ | เจ้าของพื้นที่ต้องการเพิ่มแบรนด์อื่นหากลูกค้าร้องเรียนว่าหัวจ่ายไม่พอ | ให้สิทธิผูกขาดแบบมีเงื่อนไข (Conditional Exclusivity) หาก CPO ขยายหัวจ่ายตาม Utilization Target |
| 2. ภาระค่าไฟฟ้าช่วง Peak | ขอให้เจ้าของพื้นที่ช่วยอุดหนุนส่วนต่างค่าไฟช่วงกลางวัน | เจ้าของพื้นที่จัดหาพื้นที่ให้แล้ว ไม่ควรต้องแบกรับต้นทุนพลังงาน | ใช้สูตรหักค่าไฟฟ้าตามใบแจ้งหนี้จริงออกจากรายได้ก่อนคำนวณส่วนแบ่ง (Energy Cost Pass-Through) ตามข้อ 5.1 ของแม่แบบ |
| 3. สิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนกำหนด | ขอห้ามบอกเลิกสัญญา 5 ปีแรกเพื่อคุ้มทุนค่าเครื่องชาร์จ | หากตู้เสียบ่อยหรือเกิดเพลิงไหม้ ต้องมีสิทธิยกเลิกสัญญาได้ทันที | กำหนดสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเฉพาะกรณีผิดสัญญาเรื่องความปลอดภัยร้ายแรง หรือความพร้อมใช้งานต่ำกว่าร้อยละ 90.0 ในเดือนใด (ตัวเลขตัวอย่าง) และหากสัญญามีลักษณะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ควรทำสัญญาเป็นหนังสือและจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
บริษัท A (เจ้าของศูนย์การค้า) ร่วมลงนามสัญญากับบริษัท B (CPO) โดยใช้แม่แบบข้อสัญญาในหัวข้อที่ 7 ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อแสดงวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราตลาดหรืออัตราตามกฎหมาย:
- การติดตั้ง: ติดตั้ง DC Fast Charge 120 kW จำนวน 2 ตู้ (4 หัวจ่าย) ใช้งบลงทุนตู้และหม้อแปลง 3.2 ล้านบาท โดย B เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- การคำนวณส่วนแบ่งรายได้เดือนแรกตามข้อ 5 ของแม่แบบ: แสดงทีละขั้นตามตารางต่อไปนี้
| ขั้นตอน | จำนวนเงิน (บาท) | ที่มาของตัวเลข |
|---|---|---|
| 1. ยอดที่ผู้ใช้บริการชำระผ่านแอปพลิเคชัน รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม | 192,600 | รายงานยอดรับชำระประจำเดือนของ B (ข้อ 5.2) |
| 2. หักภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในยอดรับชำระ (192,600 × 7 ÷ 107) | 12,600 | มาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ร้อยละ 10 และให้ลดลงได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ตัวอย่างนี้สมมติอัตราร้อยละ 7 ซึ่งต้องตรวจกับพระราชกฤษฎีกาที่ใช้บังคับในเดือนนั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| 3. ยอดรับชำระไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม | 180,000 | ขั้นที่ 1 หักขั้นที่ 2 (ข้อ 5.1) |
| 4. หักค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงิน | 3,600 | อัตราสมมติร้อยละ 2 ของยอดในขั้นที่ 3 ตามสัญญาระหว่าง B กับผู้ให้บริการรับชำระเงิน (ข้อ 5.1) |
| 5. หักค่าไฟฟ้าส่วนที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม | 110,000 | ใบแจ้งหนี้ของการไฟฟ้านครหลวงสำหรับมิเตอร์ของสถานีประจำเดือนนั้น (ข้อ 5.1) |
| 6. รายได้สุทธิ | 66,400 | 180,000 − 3,600 − 110,000 (ข้อ 5.1) |
| 7. ส่วนแบ่งของ A ร้อยละ 50 ก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย | 33,200 | ข้อ 5.2 ส่วนแบ่งของ B อีก 33,200 บาท ซึ่ง B ใช้รับภาระต้นทุนการลงทุนและการดำเนินงานของตน |
| 8. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ B หักจากส่วนแบ่งของ A | 1,660 | อัตราสมมติร้อยละ 5 ของ 33,200 บาท (ข้อ 5.3) หน้าที่หักภาษีและอัตราที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร และหลักเกณฑ์ที่ออกตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| 9. เงินที่ B โอนให้ A | 31,540 | 33,200 − 1,660 พร้อมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจำนวน 1,660 บาท (ข้อ 5.3) |
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่อาจเกิดขึ้นกับส่วนแบ่งของ A เอง ขึ้นอยู่กับลักษณะของเงินได้นั้นและสถานะการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของ A จึงไม่ได้คำนวณไว้ในตัวอย่างนี้
- การจัดการเหตุขัดข้องและความพร้อมใช้งาน: ในสัปดาห์ที่ 3 หัวจ่ายที่ 2 ขาดการเชื่อมต่อสัญญาณ ระบบของ B ตรวจพบโดยอัตโนมัติ ช่างเข้าพื้นที่ภายใน 2 ชั่วโมงและเปลี่ยนโมดูลแล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมงนับแต่ตรวจพบ ซึ่งอยู่ภายในเวลาสำหรับเหตุขัดข้องทั่วไปตามข้อ 8.2 สมมติว่าเดือนนั้นมี 30 วันและสถานีเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เวลาทำงานรวมจึงเท่ากับ 720 ชั่วโมงคูณ 4 หัวจ่าย หรือ 2,880 ชั่วโมงหัวจ่าย มีเวลายกเว้นจากการบำรุงรักษาตามแผนที่แจ้งล่วงหน้า 8 ชั่วโมงหัวจ่าย และเวลาขัดข้องที่ไม่ได้วางแผน 4 ชั่วโมงหัวจ่าย ความพร้อมใช้งานตามข้อ 8.1 เท่ากับ [(2,880 − 8 − 4) ÷ (2,880 − 8)] × 100 หรือประมาณร้อยละ 99.86 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 99.0 จึงไม่มีการหักส่วนแบ่งของ B ตามข้อ 8.3
Checklist 10 จุดตรวจสัญญาติดตั้งและบริหารสถานีชาร์จ EV ในมุมของเจ้าของพื้นที่
- กำหนดขอบเขตพื้นที่ ช่องจอด และสิทธิเข้าพื้นที่ของ CPO ให้ชัดเจน และหากสัญญามีลักษณะเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด และหากมีกำหนดเวลากว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะตามมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ และถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียงสามปี
- ระบุว่าสัญญามิได้เป็นการร่วมลงทุนหรือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน และคู่สัญญาแต่ละฝ่ายไม่มีอำนาจผูกพันอีกฝ่าย และจัดการแบ่งรายได้สุทธิ การบริหารสถานี และการรับภาระขาดทุนให้สอดคล้องกับข้อความนั้น เพราะข้อความในสัญญาไม่ชี้ขาดลักษณะของสัญญา และสัญญาที่ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามมาตรา 1012 ซึ่งหากเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025
- กำหนดโมเดลค่าตอบแทนให้ชัดเจนว่าเป็นค่าเช่าคงที่ ส่วนแบ่งรายได้รวม หรือส่วนแบ่งรายได้สุทธิ นิยามรายได้สุทธิว่าไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และหักค่าธรรมเนียมช่องทางชำระเงินและค่าไฟฟ้าตามใบแจ้งหนี้จริง ระบุว่าค่าบริการจอดเกินเวลา (Idle Fee) รวมอยู่ในรายได้ที่นำมาแบ่งหรือไม่ และกำหนดวิธีจัดการกรณีรายได้สุทธิติดลบ
- ระบุผู้รับภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายของส่วนแบ่ง กำหนดวันชำระ และให้เจ้าของพื้นที่มีสิทธิตรวจสอบรายงานยอดรับชำระและใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า ซึ่งรวมค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ตามที่การไฟฟ้าเรียกเก็บจริง
- กำหนดความพร้อมใช้งานของหัวจ่ายเป็นรายเดือนด้วยสูตรเดียวกับข้อ 8.1 (ตัวอย่างเช่น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.0 ตรงกับบทความตอนที่ 40) อัตราหักส่วนแบ่งของ CPO เป็นขั้นที่ต่อเนื่องกับเกณฑ์นั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดลงได้ตามมาตรา 383 หากสูงเกินส่วน และสิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อผิดสัญญาด้านความปลอดภัยร้ายแรงหรือความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตกลง
- แยกเวลาตอบสนองออกจากเวลาซ่อมแล้วเสร็จตามระดับความรุนแรง และกำหนดให้ระบบตัดกระแสไฟฟ้าโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อเกิดเหตุวิกฤต (ตัวอย่างเช่น ช่างเข้าพื้นที่ภายใน 2 ชั่วโมง แก้ไขเหตุวิกฤตให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมง และเข้าแก้ไขเหตุขัดข้องทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมง)
- กำหนดข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายให้ CPO ชดใช้แก่เจ้าของพื้นที่ และให้ CPO ทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในวงเงินที่คู่สัญญากำหนด (ตัวอย่างเช่น ไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งตามบทความตอนที่ 40) โดยระบุเจ้าของพื้นที่เป็นผู้เอาประกันภัยร่วม และให้ผู้รับประกันภัยสละสิทธิรับช่วงสิทธิต่อเจ้าของพื้นที่
- ระบุผู้มีหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการว่าการให้บริการอัดประจุไฟฟ้าต้องขอใบอนุญาตตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 หรือได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาและต้องแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตามประกาศหรือไม่ รวมทั้งการขอใช้ไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ตรวจว่าการติดตั้งหม้อแปลง ห้องควบคุม หลังคา หรือสิ่งก่อสร้างอื่นเข้านิยามอาคารตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และต้องขอใบอนุญาตหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวหรือไม่ และกำหนดว่าฝ่ายใดเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบ
- กำหนดหน้าที่รื้อถอนอุปกรณ์และปรับสภาพพื้นที่ภายในระยะเวลาที่คู่สัญญาตกลงกัน (เช่น สามสิบวัน ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ มิใช่ระยะเวลาตามตัวบท) โดยมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดระยะเวลาดังกล่าว และใช้เมื่อมีการใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วเท่านั้น พร้อมระบุว่าอุปกรณ์ของ CPO เป็นทรัพย์ที่ติดกับที่ดินหรือโรงเรือนเพียงชั่วคราวตามมาตรา 146 ติดตั้งให้สอดคล้องกับข้อความนั้น และกำหนดข้อตกลงกรณีอุปกรณ์ถูกวินิจฉัยว่าเป็นส่วนควบ (ข้อ 12.2) และทำบันทึกสภาพพื้นที่เป็นหนังสือซึ่งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อเมื่อส่งมอบและส่งคืน
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 144 มาตรา 146 มาตรา 194 มาตรา 215 มาตรา 368 มาตรา 379 มาตรา 380 มาตรา 381 มาตรา 383 มาตรา 391 มาตรา 420 มาตรา 425 มาตรา 432 มาตรา 434 มาตรา 437 มาตรา 537 มาตรา 538 มาตรา 561 มาตรา 587 มาตรา 1012 และมาตรา 1025
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 3 และมาตรา 4
- พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4 และมาตรา 5
- พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 มาตรา 5 มาตรา 47 มาตรา 64 และมาตรา 65
- พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4 และมาตรา 21
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส มาตรา 40 และมาตรา 80
- บทความฝั่งผู้ให้บริการ: สัญญาให้บริการระบบโครงข่ายชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าและการบริหารสถานีอัดประจุไฟฟ้า (LAS Shield Deep Research ตอนที่ 40)
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)