คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. ค่าปรับตามผลงาน: ค่าปรับที่สัญญา O&M กำหนดไว้เมื่อผลงานต่ำกว่าเกณฑ์เป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 เป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามมาตรา 380 วรรคสอง ศาลลดได้หากสูงเกินส่วนตามมาตรา 383 แต่เมื่อชำระแล้วสิทธิขอลดเป็นอันขาดไป
  2. การค้ำประกันผลงานสองมิติ (Dual Performance Guarantees): สัญญา O&M ที่ผูกค่าตอบแทนหรือค่าปรับกับความพร้อมใช้งาน (Availability) และอัตราส่วนสมรรถนะ (Performance Ratio: PR) สอดคล้องกับสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ที่ผู้รับจ้างตกลงรับจะทำการงานจนสำเร็จเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำ ส่วนเกณฑ์ตัวเลขที่พบในตลาดคือความพร้อมใช้งานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 98 ถึง 98.5 และ PR ของโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ร้อยละ 80 ถึง 82 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของตลาด มิใช่ข้อบังคับของกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. การเรียกให้ธนาคารชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน: หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ผูกพันธนาคารให้ชำระเงินเมื่อผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้เป็นสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 เจ้าของโครงการต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังธนาคารภายในหกสิบวันนับแต่ผู้รับจ้างผิดนัดตามมาตรา 686 และธนาคารยังยกข้อต่อสู้ของผู้รับจ้างขึ้นต่อสู้ได้ตามมาตรา 694 จึงมิใช่การริบหลักประกันทันที
  4. ความรับผิดต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและเหตุสุดวิสัย: การเรียกค่าเสียหายหรือค่าปรับระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้รับจ้างเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และข้อสัญญา ส่วนบทปรับและคำสั่งตัดจ่ายไฟตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต้องตรวจจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและกฎหมายด้านพลังงาน [ต้องยืนยันมาตรา] การปรับสูตรตามสภาพอากาศมิใช่เหตุสุดวิสัย ส่วนเหตุสุดวิสัยต้องเข้านิยามตามมาตรา 8 สัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้รับจ้างร่วมรับผิดชดใช้ค่าปรับตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เกิดจากความบกพร่องของตน

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: อุปกรณ์หลัก เช่น อินเวอร์เตอร์ไหม้ หรือใบพัดกังหันลมชำรุด หยุดทำงานเป็นเวลานานเนื่องจากขาดอะไหล่สำรอง จนโรงไฟฟ้าสูญเสียรายได้ และโดน กฟผ./กฟภ. เรียกเก็บค่าปรับตามสัญญา PPA
  2. ความเข้าใจผิด: เจ้าของโครงการคิดว่าสัญญา O&M ทั่วไปครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด แต่พบว่าสัญญาไม่ได้เชื่อมโยงค่าปรับกับ PPA Offtake Penalties หรือมีการจำกัดความรับผิด (Cap on Liability) ไว้ต่ำเกินไป
  3. จุดพลิก: การร่างสัญญา O&M แบบสอดประสาน (Back-to-Back Structuring) ที่กำหนดโครงสร้าง Dual Guarantees, สูตรคำนวณ Deemed Generation และการบังคับใช้ Performance Bond อย่างรัดกุม
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: พิมพ์เขียว โครงสร้างทางกฎหมาย สูตรการคำนวณ ตัวอย่างสถานการณ์ ข้อต่อสู้ทางกฎหมาย และแม่แบบข้อสัญญามาตรฐาน (Model Clauses) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ภูมิทัศน์สัญญาเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Solar & Wind O&M) ในประเทศไทย

สัญญาเดินเครื่องและบำรุงรักษา (Operations & Maintenance Agreement - O&M) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power) และพลังงานลม (Wind Power) ระดับ Utility-Scale ในประเทศไทย เป็นตราสารสัญญาทางธุรกิจที่ทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้านเทคนิคตลอดอายุโครงการ (ช่วงที่พบในตลาดโดยทั่วไปคือ 20 ถึง 25 ปี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) โครงสร้างของสัญญามีความซับซ้อนสูง เนื่องจากต้องเชื่อมโยงโดยตรงกับข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement - PPA) ที่ทำไว้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) / การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ภาระหน้าที่หลักของผู้รับจ้าง O&M ไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดแผงโซลาร์ หรือการอัดจาระบีเฟืองกังหันลม แต่รวมถึงการรับประกันสมรรถนะการผลิตไฟฟ้า (Performance Guarantees) เพื่อให้มั่นใจว่ากระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้สอดคล้องกับประมาณการใน Financial Model ของสถาบันผู้ให้สินเชื่อ (Lenders) หากการเดินเครื่องบกพร่อง โครงสร้างสัญญาจะต้องรองรับการโอนถ่ายความเสี่ยงและการคิดค่าปรับที่รัดกุม

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

ความล้มเหลวในการจัดทำสัญญา O&M ที่มีความสมบูรณ์รัดกุม สร้างความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและผลกระทบทางการเงินแก่เจ้าของโครงการ (Project Owner) ดังนี้:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

การเรียกค่าเสียหายหรือค่าปรับระหว่างคู่สัญญา O&M เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) และข้อสัญญา ส่วนบทปรับและคำสั่งตัดจ่ายไฟตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต้องตรวจจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและกฎหมายด้านพลังงาน เช่น พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 [ต้องยืนยันมาตรา]

ตาราง Claim Ledger สัญญา O&M (C-UP-14-01 ถึง 05)

รหัส Claimฐานสิทธิทางกฎหมายข้อพิพาท / การโต้แย้งผลลัพธ์ทางกฎหมายและภาระการพิสูจน์
C-UP-14-01ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 594 (บอกกล่าวให้แก้ไขภายในเวลาอันสมควร หากคลาดกำหนดให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมโดยผู้รับจ้างเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่าย) มาตรา 599 (ยึดหน่วงสินจ้าง) และมาตรา 215 (ค่าสินไหมทดแทน)ผู้รับจ้างบำรุงรักษาล่าช้าหรือไม่ทำตาม Preventive Maintenance Plan ทำให้เครื่องจักรพังผู้รับจ้างต้องรับผิดในความบกพร่อง เจ้าของโครงการมีสิทธิยึดหน่วงสินจ้างไว้ได้เว้นแต่ผู้รับจ้างจะให้ประกันตามสมควร (มาตรา 599) และเรียกค่าสินไหมทดแทนเมื่อผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้ตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ (มาตรา 215) ส่วนการให้บุคคลภายนอกเข้าแก้ไขแทนต้องบอกกล่าวและให้เวลาอันสมควรก่อน (มาตรา 594)
C-UP-14-02ป.พ.พ. มาตรา 379 มาตรา 380 มาตรา 381 และมาตรา 383 (เบี้ยปรับ)การคิดค่าปรับ Performance Liquidated Damages เมื่อ PR หรือ Availability ต่ำกว่าเกณฑ์เบี้ยปรับที่กำหนดไว้หากสูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงเป็นจำนวนที่พอสมควรได้ตามมาตรา 383 ทั้งนี้ เบี้ยปรับเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามมาตรา 380 วรรคสอง เจ้าหนี้พิสูจน์ค่าเสียหายยิ่งกว่านั้นได้ ถ้าเจ้าหนี้ยอมรับชำระหนี้ที่ไม่ถูกต้องสมควรแล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อบอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้ตามมาตรา 381 ตอนท้าย และเมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดตามมาตรา 383 เป็นอันขาดไป
C-UP-14-03ป.พ.พ. มาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8ข้อตกลงจำกัดความรับผิดของผู้รับจ้าง O&M (Cap on Liability)ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น เป็นโมฆะตามมาตรา 373 ส่วนข้อตกลงจำกัดความรับผิดในกรณีอื่นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
C-UP-14-04พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 [ต้องยืนยันมาตรา]คำสั่งตัดจ่ายไฟตามเกณฑ์ความมั่นคงของระบบส่ง (Grid Curtailment / Offtake Penalty)คำสั่งตัดจ่ายไฟตามกฎหมายอาจเป็นเหตุยกเว้นความรับผิดตามข้อสัญญา Deemed Generation หรือเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 8 หากเข้าองค์ประกอบ
C-UP-14-05ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 594 (บอกกล่าวให้แก้ไขภายในเวลาอันสมควร หากคลาดกำหนดให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมโดยผู้รับจ้างเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่าย) มาตรา 599 (ยึดหน่วงสินจ้าง) และมาตรา 215 (ค่าสินไหมทดแทน)ผู้รับจ้างไม่เข้าแก้ไขเหตุชำรุด (Corrective Maintenance) ภายในเวลา SLA ที่กำหนดเจ้าของโครงการบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างแก้ไขภายในเวลาอันสมควร หากผู้รับจ้างคลาดกำหนด เจ้าของโครงการให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมหรือทำต่อไปได้ โดยผู้รับจ้างต้องเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น (มาตรา 594) เมื่อมีข้อสัญญา SLA และสิทธิเข้าดำเนินการแทนรองรับ

วิเคราะห์ Availability Guarantee กับ Performance Ratio (PR) Guarantee: สูตรคำนวณและเกณฑ์ทดสอบ

การค้ำประกันผลงานในสัญญา O&M แบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก (Dual Performance Guarantees) ซึ่งต้องทำงานประสานกัน:

Availability Guarantee (การรับประกันความพร้อมในการเดินเครื่อง)

กำหนดสัดส่วนเวลาที่ระบบสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้จริงเทียบกับเวลาทั้งหมด ช่วงที่พบในตลาดมักกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 98 ถึง 98.5 ต่อปี ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของตลาด มิใช่ข้อบังคับของกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Availability (%) = [(Ttotal − Toutage, unexcused) ÷ Ttotal] × 100

Performance Ratio (PR) Guarantee (การรับประกันอัตราส่วนสมรรถนะ)

วัดประสิทธิภาพในการเปลี่ยนพลังงานธรรมชาติ (แสงแดด/ลม) ให้เป็นกระแสไฟฟ้าที่จุดซื้อขายไฟ (Point of Interconnection) โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของเวลาเพียงอย่างเดียว ช่วงที่พบในตลาดสำหรับโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์มักอยู่ที่ ร้อยละ 80 ถึง 82 ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของตลาด มิใช่ข้อบังคับของกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

PR (%) = [Eactual ÷ Σ((GPOA ÷ GSTC) × PDC rating)] × 100

กลไก Weather Correction และการคำนวณ Deemed Generation เมื่อแดด/ลมน้อยกว่าค่าพยากรณ์

การปรับฐานการคำนวณค่าปรับของผู้รับจ้างมีสามเรื่องที่ต้องแยกจากกัน เรื่องแรกคือการปรับสูตรตามสภาพอากาศ (Weather Correction) เมื่อความเข้มแสงอาทิตย์ (Solar Irradiance Deficits) หรือความเร็วลม (Wind Speed Deficits) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางสถิติ ซึ่งเป็นการปรับสูตรตามข้อสัญญาและมิใช่เหตุสุดวิสัย เพราะความแปรผันของแสงแดดและลมตามปกติเป็นความเสี่ยงที่สูตร Weather-Adjusted PR จัดการอยู่แล้ว เรื่องที่สองคือเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 ซึ่งต้องเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้บุคคลผู้ต้องประสบเหตุจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น ลูกหนี้ยังไม่ชื่อว่าผิดนัดตามมาตรา 205 ตราบใดที่การชำระหนี้ยังมิได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์ที่ตนไม่ต้องรับผิดชอบ และหลุดพ้นจากการชำระหนี้ตามมาตรา 219 เมื่อการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้และตนไม่ต้องรับผิดชอบ เรื่องที่สามคือคำสั่งตัดจ่ายไฟ (Grid Curtailment) จากผู้รับซื้อไฟฟ้า ซึ่งให้นับเป็นพลังงานที่ถือว่าผลิตได้ (Deemed Generation) เมื่อข้อสัญญาระบุไว้ ส่วนการตัดจ่ายไฟจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ต้องพิจารณาตามมาตรา 8 จากข้อเท็จจริง สัญญา O&M จึงต้องกำหนดกลไกทั้งสามเรื่องนี้ไว้ให้ชัดเจน เพื่อปรับฐานการคำนวณค่าปรับของผู้รับจ้าง

สูตรการคำนวณ Deemed Generation (Edeemed)

Edeemed = Eactual + Elost, excused

โดยที่ Elost, excused คำนวณจาก:

Elost, excused = Σ(Pexpected × Δtcurtailment/force majeure)

  1. เหตุสุดวิสัยที่เข้านิยามตามมาตรา 8 และข้อสัญญากำหนดให้บวกกลับ เช่น ภัยธรรมชาติที่เกินระดับออกแบบ (Force Majeure) ซึ่งผู้รับจ้างต้องพิสูจน์ว่าไม่อาจป้องกันได้แม้จัดการระมัดระวังตามสมควร
  2. คำสั่งตัดจ่ายไฟจากผู้รับซื้อไฟฟ้า (Grid Curtailment) โดยไม่ใช่ความผิดของโรงไฟฟ้า ตามที่ข้อสัญญาระบุให้นับเป็น Deemed Generation
  3. สภาพอากาศสุดขั้วที่ค่า Solar Irradiance หรือ Wind Speed ต่ำกว่าระดับปฏิบัติการขั้นต่ำของเครื่องจักร (Cut-in Speed) ตามที่ข้อสัญญาระบุไว้ชัดเจน

การกำหนดขอบเขตงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive) กับเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) และคลังอะไหล่สำรอง Critical Spare Parts

Preventive Maintenance (PM)

Corrective Maintenance (CM)

ความชำรุดบกพร่องของงานซ่อมและการตรวจรับงาน

ผู้ว่าจ้างที่ยอมรับมอบงานทั้งที่ชำรุดบกพร่องโดยมิได้อิดเอื้อน ทำให้ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ความชำรุดบกพร่องนั้นไม่พึงพบได้ในขณะรับมอบหรือผู้รับจ้างปิดบัง (ป.พ.พ. มาตรา 598) ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา ผู้รับจ้างรับผิดเฉพาะความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายในห้าปีถ้างานเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้ เว้นแต่ผู้รับจ้างปิดบัง (มาตรา 600) และห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้น (มาตรา 601)

Critical Spare Parts Management

LAS Practice Note: ข้อความสัญญาแม่แบบสำคัญ (Model Clauses) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Clause 1: Dual Performance Guarantees & Liquidated Damages (ภาษาไทย/English)

ข้อ 1. การรับประกันผลงานและค่าปรับจากการผลิตต่ำกว่าเกณฑ์

1.1 ผู้รับจ้างรับประกันว่า ในแต่ละปีสัญญา โรงไฟฟ้าจะมีอัตราความพร้อมในการเดินเครื่อง (Availability Guarantee) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98.0 ("ค่าเกณฑ์ความพร้อม") และมีอัตราส่วนสมรรถนะ (Performance Ratio Guarantee) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 81.0 ("ค่าเกณฑ์สมรรถนะ")1.2 หากปรากฏว่าในรอบปีสัญญาใด อัตราความพร้อม หรืออัตราส่วนสมรรถนะ ต่ำกว่าค่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผู้รับจ้างตกลงชำระค่าปรับ (Performance Liquidated Damages) ให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยคำนวณจากจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่สูญเสียไป (Eshortfall) คูณด้วยอัตราค่าไฟฟ้าตามสัญญา PPA ที่ผู้ว่าจ้างได้รับ ณ ขณะนั้น 1.3 ค่าปรับตามข้อ 1.2 ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหายที่ผู้ว่าจ้างได้รับจากการที่โรงไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าต่ำกว่าเกณฑ์ และจะไม่เรียกซ้ำกับค่าปรับหรือค่าเสียหายที่ผู้รับจ้างชดใช้ตามข้อ 2 สำหรับความเสียหายเดียวกัน [ตัวเลือก ก: ค่าปรับตามข้อ 1.2 เป็นการเยียวยาเพียงอย่างเดียว / ตัวเลือก ข: ค่าปรับตามข้อ 1.2 เป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหาย และผู้ว่าจ้างพิสูจน์ค่าเสียหายยิ่งกว่านั้นได้] 1.4 ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิเรียกค่าปรับเป็นหนังสือทุกครั้งที่รับมอบรายงานผลงานหรือชำระค่าบริการClause 1. Dual Performance Guarantees & Liquidated Damages 1.1 The Contractor guarantees that the Plant shall achieve a Technical Availability of not less than 98.0% (the "Availability Guarantee") and a Performance Ratio of not less than 81.0% (the "PR Guarantee") during each Contract Year.1.2 In the event that the Technical Availability or the Performance Ratio falls below the respective guaranteed thresholds in any Contract Year, the Contractor shall pay to the Owner Performance Liquidated Damages calculated by multiplying the energy shortfall (Eshortfall) by the applicable PPA Feed-in Tariff (FiT) or Wholesale Tariff. 1.3 The Performance Liquidated Damages under Clause 1.2 form part of the Owner's loss arising from the Plant's underperformance and shall not be claimed twice together with any amount paid by the Contractor under Clause 2 for the same loss [Option A: the Performance Liquidated Damages are the sole remedy / Option B: the Performance Liquidated Damages are the minimum amount of damages and the Owner may prove greater loss]. 1.4 The Owner shall reserve its right to claim Performance Liquidated Damages in writing each time it accepts a performance report or pays a service fee.

หมายเหตุประกอบข้อ 1: ตัวเลขร้อยละ 98.0 และร้อยละ 81.0 ในข้อ 1.1 เป็นตัวอย่างที่อยู่ในช่วงที่พบในตลาดตามหัวข้อ 5 และหัวข้อ 6 ซึ่งต้องกำหนดตามลักษณะโครงการและแบบจำลองทางการเงิน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ค่าปรับตามผลงานเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคสอง หากคู่สัญญาประสงค์ให้เป็นการเยียวยาเพียงอย่างเดียวต้องเขียนไว้ชัดแจ้ง และข้อตกลงเช่นนั้นเป็นข้อจำกัดความรับผิดซึ่งต้องตรวจผลบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 ถ้าเจ้าของโครงการยอมรับชำระหนี้ที่ไม่ถูกต้องสมควรแล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อบอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้ตามมาตรา 381 ตอนท้าย จึงควรสงวนสิทธิเป็นหนังสือตามข้อ 1.4

Clause 2: Back-to-Back PPA Pass-Through Liability

ข้อ 2. ความรับผิดสอดประสานกับสัญญารับซื้อไฟฟ้า (Back-to-Back PPA Pass-Through)

หากผู้ว่าจ้างถูกผู้รับซื้อไฟฟ้า (กฟผ./กฟภ./กฟน.) เรียกเก็บค่าปรับ บทลงโทษ หรือหักเงินค่าไฟฟ้า อันเนื่องมาจากโรงไฟฟ้าไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามแผน หรือเกิดไฟตก/ไฟดับ ซึ่งมีสาเหตุมาจากความบกพร่อง ประมาทเลินเล่อ หรือการผิดสัญญาของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าปรับหรือความเสียหายดังกล่าวเต็มจำนวนให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที (PPA Penalty Pass-Through) ทั้งนี้ หากความเสียหายเดียวกันได้ชดใช้เป็นค่าปรับตามข้อ 1 แล้ว ให้นำจำนวนที่ชดใช้แล้วมาหักออกจากจำนวนตามข้อนี้ และไม่ให้เรียกซ้ำ

Clause 3: การตรวจรับงานซ่อมและการสงวนสิทธิ (Acceptance and Reservation of Rights)

ข้อ 3. การตรวจรับงานซ่อม การรับประกัน และการสงวนสิทธิ

3.1 เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานซ่อมหรืออะไหล่ที่เปลี่ยน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิตรวจรับภายในระยะเวลา [ ] วัน และอาจรับมอบโดยสงวนสิทธิเป็นหนังสือในข้อบกพร่องที่พบหรือที่อาจปรากฏภายหลัง 3.2 ผู้รับจ้างรับประกันงานซ่อมและอะไหล่ที่เปลี่ยนเป็นระยะเวลา [ ] เดือนนับแต่วันส่งมอบ 3.3 คู่สัญญาตกลงบันทึกวันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้นเป็นหนังสือทุกครั้ง

หมายเหตุประกอบข้อ 3: ผลของการรับมอบงานโดยมิได้อิดเอื้อน ระยะเวลาความรับผิดในความชำรุดบกพร่อง และกำหนดเวลาฟ้อง เป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 598 มาตรา 600 และมาตรา 601 ตามที่อธิบายไว้ในหัวข้อ 10 ข้อ 3.1 และข้อ 3.3 จึงให้ผู้ว่าจ้างรับมอบโดยสงวนสิทธิเป็นหนังสือและบันทึกวันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏขึ้น ส่วนข้อ 3.2 เป็นการกำหนดระยะเวลาความรับผิดไว้ในสัญญา ซึ่งมาตรา 600 ให้คู่สัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่นได้

ข้อตกลงสามฝ่ายกับผู้ให้กู้ (Direct Agreement)

สิทธิของผู้ให้กู้ที่จะเข้าดำเนินการแทนเกิดจากข้อตกลงสามฝ่ายกับผู้รับจ้าง มิได้เกิดจากตัวบท จึงควรกำหนดเงื่อนไขและระยะเวลาเข้าดำเนินการไว้ในข้อตกลง มิใช่สวมสิทธิทันที การโอนสิทธิเรียกร้องเป็นหลักประกันต้องทำเป็นหนังสือ และจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้รับจ้างได้เมื่อได้บอกกล่าวการโอนไปยังผู้รับจ้างหรือผู้รับจ้างยินยอมด้วย โดยคำบอกกล่าวหรือความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ (ป.พ.พ. มาตรา 306) ถ้าผู้รับจ้างยินยอมโดยมิได้อิดเอื้อน จะยกข้อต่อสู้ที่มีต่อเจ้าของโครงการขึ้นต่อสู้ผู้ให้กู้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นแต่ได้รับคำบอกกล่าว ผู้รับจ้างยังยกข้อต่อสู้ที่มีต่อเจ้าของโครงการก่อนได้รับคำบอกกล่าวขึ้นต่อสู้ผู้ให้กู้ได้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 308) ส่วนข้อตกลงให้ผู้ให้กู้เรียกให้ชำระหนี้โดยตรงสอดคล้องกับสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก ซึ่งสิทธิเกิดเมื่อผู้ให้กู้แสดงเจตนาแก่ผู้รับจ้างว่าจะถือเอาประโยชน์ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374) ผลต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต้องตรวจจากสัญญานั้น

ข้อต่อสู้ของผู้รับจ้าง O&M กับเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้า (Project Owner) Devil's Advocate

ข้อพิพาทสัญญา O&M โรงไฟฟ้า

ฝั่งผู้รับจ้าง O&M (Contractor)ฝั่งเจ้าของโครงการ (Owner)
1. อ้างเหตุ Weather Deficit (แสงแดด/ลมน้อย) ทำให้ PR ต่ำกว่าเกณฑ์ 2. อ้างเหตุ Grid Curtailment สายส่งโดนตัดไฟ ไม่ใช่ความผิดของ O&M 3. ขอจำกัดความรับผิด (Cap on Liability) ไม่เกินร้อยละ 100 ของค่าจ้างรายปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่พบในตลาด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] 4. อ้างเบี้ยปรับสูงเกินส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 ขอให้ศาลปรับลด1. ต้องใช้ข้อมูล Pyranometer / Anemometer หน้างานจริงปรับสูตร 2. ยอมรับเป็น Deemed Generation เฉพาะช่วงที่มีคำสั่งลายลักษณ์อักษร 3. ยกเว้น Cap กรณีกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (Gross Negligence / Wilful Misconduct) ตามมาตรา 373 4. อ้างว่าเบี้ยปรับเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหาย และพิสูจน์ค่าเสียหายยิ่งกว่านั้นจากการสูญเสียรายได้ตาม PPA ได้ตามมาตรา 380 วรรคสอง ส่วนมาตรา 383 ให้ศาลพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน

เหตุสุดวิสัยกับความเสี่ยงของเจ้าของโครงการ

ข้ออ้างของผู้รับจ้างมีสองประเภท ประเภทแรกคือเหตุสุดวิสัยตามหัวข้อ 7 ซึ่งฝุ่นละอองที่ป้องกันผลได้ด้วยการล้างแผงตามรอบอาจไม่เข้านิยาม ประเภทที่สองคือความบกพร่องเพราะสภาพแห่งสัมภาระที่เจ้าของโครงการส่งให้ใช้ในงานหรือเพราะคำสั่งของเจ้าของโครงการ ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 591 ให้ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระไม่เหมาะหรือคำสั่งไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

ความเสียหายสืบเนื่องและเพดานความรับผิด

ข้อยกเว้นความเสียหายสืบเนื่อง (Consequential Loss) และเพดานความรับผิดต้องผ่านการตรวจสามประการ ประการแรก ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 373) ประการที่สอง ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อจะนำมาอ้างไม่ได้ ส่วนข้อตกลงในกรณีอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8) ประการที่สาม ถ้าสัญญา O&M เป็นสัญญาสำเร็จรูป ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญาซึ่งทำให้ผู้กำหนดสัญญาได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน) หากไม่มีข้อยกเว้นที่ใช้บังคับได้ ป.พ.พ. มาตรา 222 ให้เรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายเช่นที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ และเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษที่คู่กรณีได้คาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นล่วงหน้าก่อนแล้ว ซึ่งอาจรวมกำไรที่ขาดไป

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง (Worked Example): โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 30 MW หยุดชะงัก 45 วัน

ข้อเท็จจริง

ขั้นตอนการดำเนินคดีและการบังคับใช้สัญญา

[ขั้นตอนที่ 1: คำนวณ Unexcused Outage & Energy Shortfall]

[ขั้นตอนที่ 2: การคิดค่าปรับ Performance LDs]

[ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อจำกัดความรับผิด (Aggregate Cap on Liability)]

[ขั้นตอนที่ 4: การเรียกให้ธนาคารชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน (Performance Bond)]

Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Renewable Energy O&M Agreement

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากสภาพอากาศมืดฟ้ามัวตลอดทั้งเดือน ผู้รับจ้าง O&M จะต้องโดนค่าปรับ PR Guarantee หรือไม่?
ไม่ต้องรับผิด หากสัญญา O&M มีการกำหนดสูตร Weather-Adjusted PR ที่ถูกต้อง เนื่องจากค่า PR จะคำนวณปรับทอนตามค่าความเข้มแสงจริง (GPOA) ที่วัดได้จากอุปกรณ์ Pyranometer หน้างาน หากแสงแดดลดลง ฐานพลังงานที่คาดหวัง (Eexpected) จะลดลงตามสัดส่วน ทำให้ผู้รับจ้างไม่ถูกปรับจากปัจจัยธรรมชาติ
หากค่าปรับ Performance LDs สูงกว่าค่าจ้าง O&M ที่ผู้รับจ้างได้รับ ศาลไทยมีแนวโน้มตัดสินอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 Performance LDs มีลักษณะเป็น "เบี้ยปรับ" ซึ่งเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามมาตรา 380 วรรคสอง หากเบี้ยปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 โดยพิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน แต่เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดเป็นอันขาดไป และถ้าเจ้าของโครงการยอมรับชำระหนี้ที่ไม่ถูกต้องสมควรแล้ว จะเรียกเบี้ยปรับได้ต่อเมื่อบอกสงวนสิทธิไว้ในเวลารับชำระหนี้ตามมาตรา 381 ตอนท้าย
เจ้าของโครงการเรียกให้ธนาคารชำระเงินตามหนังสือค้ำประกัน (Performance Bond) โดยไม่ต้องฟ้องศาลก่อนได้หรือไม่?
เรียกได้โดยไม่ต้องฟ้องศาลก่อน แต่มิใช่การริบหลักประกันทันที หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ผูกพันธนาคารให้ชำระเงินเมื่อผู้รับจ้างไม่ชำระหนี้เป็นสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 เมื่อผู้รับจ้างผิดนัด เจ้าของโครงการต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังธนาคารภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับจ้างผิดนัด และจะเรียกให้ธนาคารชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงธนาคารไม่ได้ ถ้ามิได้บอกกล่าวภายในกำหนด ธนาคารหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันที่เกิดขึ้นหลังพ้นกำหนดนั้น (มาตรา 686) ถ้าธนาคารซึ่งเป็นนิติบุคคลยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ธนาคารไม่มีสิทธิขอให้เรียกผู้รับจ้างชำระก่อน หรือให้บังคับเอาจากทรัพย์สินของผู้รับจ้างหรือทรัพย์ที่เป็นประกันก่อนตามมาตรา 688 ถึงมาตรา 690 (มาตรา 681/1 วรรคสอง) แต่ธนาคารยังยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งผู้รับจ้างมีต่อเจ้าของโครงการขึ้นต่อสู้ได้ (มาตรา 694) และหลุดพ้นเมื่อหนี้ของผู้รับจ้างระงับสิ้นไป (มาตรา 698) ข้อตกลงที่แตกต่างไปจากมาตรา 686 มาตรา 694 และมาตรา 698 เป็นโมฆะตามมาตรา 685/1 ดังนั้น ถ้าผู้รับจ้างโต้แย้งว่าตนมิได้ผิดสัญญา ธนาคารอาจยกข้อต่อสู้นั้นขึ้นปฏิเสธการจ่าย และเจ้าของโครงการต้องพิสูจน์สิทธิของตน หากคู่สัญญาประสงค์ให้หนังสือค้ำประกันเป็นภาระผูกพันที่ธนาคารต้องจ่ายตามคำเรียกร้องโดยไม่ขึ้นกับข้อพิพาทของสัญญาหลัก ต้องตรวจสถานะทางกฎหมายของข้อตกลงเช่นนั้นก่อน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ