คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

ข้อสัญญาระงับข้อพิพาท (Dispute Resolution Clause) มักเป็นข้อสัญญาที่ผู้ร่างสัญญาละเลยมากที่สุด (Midnight Clause) แต่เมื่อเกิดคดีความ จะเป็นตัวชี้ขาดต้นทุนและผลแพ้ชนะของคดี: (1) ศาลไทยกับอนุญาโตตุลาการ: หากคู่สัญญาเป็นต่างชาติที่มีทรัพย์สินอยู่นอกประเทศไทย ควรพิจารณาอนุญาโตตุลาการเป็นทางเลือกหลัก เพราะคำพิพากษาของศาลไทยอาจไม่สามารถนำไปบังคับคดีในต่างประเทศได้โดยตรงหากขาดสนธิสัญญารองรับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ในขณะที่ "คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ" สามารถนำไปขอให้บังคับได้ในประเทศที่เป็นภาคีตาม อนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958 (New York Convention) ทั้งนี้ จำนวนประเทศภาคีและข้อสงวนที่แต่ละประเทศทำไว้ต้องตรวจเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และในประเทศไทย ศาลจะบังคับตามคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในต่างประเทศให้ต่อเมื่ออยู่ในบังคับแห่งสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่ประเทศไทยยอมตนเข้าผูกพัน (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 41) อย่างไรก็ดี ควรชั่งน้ำหนักกับมูลค่าข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายประกอบด้วย (2) หลุมพรางข้อสัญญาพิการ (Pathological Clause): การระบุสถาบันอนุญาโตตุลาการที่ไม่มีอยู่จริง หรือเขียนคลุมเครือว่า "อาจนำข้อพิพาทขึ้นสู่อนุญาโตตุลาการหรือศาลก็ได้" ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งว่าคู่สัญญาตกลงระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ซึ่งอาจถูกตีความให้ใช้บังคับได้หรือไม่ได้แล้วแต่เจตนาของคู่สัญญา ส่วนข้อสัญญาแบบทางเลือก (จะฟ้องศาลหรือใช้อนุญาโตตุลาการก็ได้) อาจไม่ถือเป็นการตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 จึงมีความเสี่ยงสูง (3) กฎหมายบังคับใช้กับสถานที่พิจารณา: ต้องแยกให้ออกระหว่าง Governing Law (กฎหมายสารบัญญัติ) กับ Seat of Arbitration (สถานที่ตั้งทางกฎหมายซึ่งกำหนดศาลที่มีอำนาจกำกับดูแล)

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทไทยชนะคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาให้คู่สัญญาต่างชาติชำระเงิน 40 ล้านบาท
  2. ความเข้าใจผิด: คิดว่าได้คำพิพากษาศาลไทยแล้ว ย่อมสามารถนำไปยึดทรัพย์สินของคู่สัญญาในต่างประเทศได้
  3. จุดพลิก: ปรากฏว่าคู่สัญญาไม่มีทรัพย์สินใด ๆ ในประเทศไทยเลย และประเทศปลายทางอาจไม่รับรองหรือไม่บังคับตามคำพิพากษาศาลไทยหากไม่มีสนธิสัญญารองรับ (No Reciprocal Enforcement of Foreign Judgments) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทำให้คำพิพากษาศาลไทยอาจไม่มีผลบังคับในต่างประเทศ บริษัทไทยจึงอาจต้องเริ่มต้นฟ้องคดีใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น เสียเวลาและค่าทนายความนับสิบล้านบาท
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: การเปรียบเทียบสถาบันอนุญาโตตุลาการ (TAI, THAC, SIAC และ ICC), โครงสร้างข้อสัญญา Multi-Tier Dispute Resolution (เจรจา-ไกล่เกลี่ย-อนุญาโตตุลาการ), การกำหนด Seat, Governing Law, ภาษา และจำนวนอนุญาโตตุลาการ, และ Checklist 10 จุดตรวจดักข้อสัญญาพิการ

ทำไม Dispute Resolution Clause จึงเป็นด่านชี้ขาด

ในการค้าระหว่างประเทศ ปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด แต่คือ "เมื่อชนะคดีแล้ว จะบังคับเอาเงินจากทรัพย์สินของจำเลยได้จริงหรือไม่" เนื่องจากคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งชาติ (เช่น ศาลแพ่งหรือศาลไทย) โดยหลักไม่มีสภาพบังคับข้ามพรมแดนโดยตรง ผลของคำพิพากษาในต่างประเทศขึ้นอยู่กับสนธิสัญญาหรือกฎหมายภายในของประเทศที่จะขอบังคับ ซึ่งต้องตรวจเป็นรายประเทศ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ดังนั้น "อนุญาโตตุลาการ" จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเป็นหลัก เพราะอาศัยอนุสัญญานิวยอร์ก ค.ศ. 1958 ในการขอให้บังคับคำชี้ขาดในประเทศที่เป็นภาคี

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-CC-10-01สัญญาอนุญาโตตุลาการต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา เว้นแต่ปรากฏข้อสัญญาในเอกสารที่คู่สัญญาโต้ตอบกันทางจดหมาย โทรสาร โทรเลข โทรพิมพ์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือทางอื่นซึ่งมีการบันทึกข้อสัญญานั้นไว้ หรือมีการกล่าวอ้างข้อสัญญาในข้อเรียกร้องหรือข้อคัดค้านโดยคู่สัญญาฝ่ายที่มิได้กล่าวอ้างไม่ปฏิเสธ หรือสัญญาที่มีหลักฐานเป็นหนังสือได้กล่าวถึงเอกสารที่มีข้อตกลงให้ระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้อตกลงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหลัก (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11)พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11หมวด 1 สัญญาอนุญาโตตุลาการแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-10-02หากคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฟ้องคดีที่อยู่ในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญาฝ่ายที่ถูกฟ้องอาจยื่นคำร้องไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การ ขอให้ศาลจำหน่ายคดี และศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเมื่อไต่สวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุที่ทำให้สัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14หมวด 1 สัญญาอนุญาโตตุลาการแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-10-03คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจวินิจฉัยขอบเขตอำนาจของตน (Competence-Competence) รวมถึงความมีอยู่หรือความสมบูรณ์ของสัญญาอนุญาโตตุลาการ และให้ถือว่าข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการแยกต่างหากจากสัญญาหลัก คำวินิจฉัยว่าสัญญาหลักเป็นโมฆะจึงไม่กระทบข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการ การคัดค้านอำนาจต้องยกขึ้นไม่ช้ากว่าวันยื่นคำคัดค้านต่อสู้ และหากคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดเบื้องต้นว่ามีอำนาจ คู่พิพาทอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้ง (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 24)พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 24หมวด 3 อำนาจของคณะอนุญาโตตุลาการแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-10-04คำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการไม่ว่าทำขึ้นในประเทศใดผูกพันคู่พิพาท และบังคับได้เมื่อร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ภายใต้บังคับมาตรา 42 ถึงมาตรา 44 ส่วนคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ศาลไทยบังคับให้ต่อเมื่ออยู่ในบังคับของสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี และให้ผลบังคับเพียงเท่าที่ไทยยอมผูกพัน (มาตรา 41) ทั้งนี้ จำนวนประเทศภาคีและข้อสงวนที่ไทยทำไว้ในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต้องตรวจจากแหล่งทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 41 และมาตรา 42หมวด 7 การยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-10-05ศาลไทยมีอำนาจปฏิเสธไม่รับบังคับตามคำชี้ขาดเมื่อผู้ถูกบังคับพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุตามมาตรา 43 (1) ถึง (6) หรือเมื่อปรากฏต่อศาลว่ามีเหตุตามมาตรา 44 คือข้อพิพาทไม่อาจระงับโดยอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย หรือการบังคับขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545)พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 43 และมาตรา 44หมวด 7 การยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดแก้ไขแล้ว — LAS Audit

ตารางเปรียบเทียบสถาบันอนุญาโตตุลาการยอดนิยม

สถาบัน / กฎเกณฑ์ที่ตั้งสถาบันSeat เริ่มต้นตามข้อบังคับความเหมาะสมสำหรับธุรกิจ
TAI (สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม)กรุงเทพมหานคร (ประเทศไทย)ตามข้อตกลงของคู่พิพาทหรือข้อบังคับของสถาบัน (ต้องตรวจข้อบังคับของ TAI [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])สัญญาการค้าในประเทศ หรือคู่สัญญาต่างชาติที่มีทรัพย์สินหลักอยู่ในไทย
THAC (สถาบันอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม)กรุงเทพมหานคร (ประเทศไทย)ตามข้อตกลงของคู่พิพาทหรือข้อบังคับของสถาบัน (ต้องตรวจข้อบังคับของ THAC [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])ข้อพิพาทเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ อีคอมเมิร์ซ และการระงับข้อพิพาทออนไลน์ (ODR)
SIAC (Singapore International Arbitration Centre)สิงคโปร์ตามข้อตกลงของคู่พิพาทหรือข้อบังคับของสถาบัน (ต้องตรวจข้อบังคับของ SIAC [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])สัญญาระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ดีล M&A ข้ามชาติ สัญญาร่วมทุน JVA
ICC (International Chamber of Commerce)ปารีส / สิงคโปร์ / ฮ่องกง (ที่ตั้งสำนักงานของสถาบัน)ตามข้อตกลงของคู่พิพาทหรือข้อบังคับของสถาบัน (ต้องตรวจข้อบังคับของ ICC [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])โครงการเมกะโปรเจกต์ ก่อสร้างขนาดใหญ่ สัญญาพลังงานและปิโตรเลียม
LAS Practice Note — หลีกเลี่ยงข้อสัญญาพิการ (Pathological Clauses)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการร่างสัญญาคือการระบุสถาบันอนุญาโตตุลาการที่ไม่มีอยู่จริง เช่น เขียนว่า "to be resolved by the Arbitration Court of Thailand" หรือเขียนเงื่อนไขขัดแย้งกันว่า "ข้อพิพาทให้ระงับโดยอนุญาโตตุลาการ แต่หากตกลงไม่ได้ให้นำคดีขึ้นสู่ศาลไทย" ข้อความลักษณะนี้จะทำให้เกิดการต่อสู้เรื่องเขตอำนาจศาลยืดเยื้อนานหลายปี! ถ้อยคำมาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุดคือการคัดลอก Model Clause ของสถาบันนั้นมาใช้โดยตรง และระบุองค์ประกอบ 4 อย่างให้ครบ: (1) สถาบันและข้อบังคับ, (2) สถานที่ตั้งทางกฎหมาย (Seat of Arbitration), (3) ภาษาที่ใช้พิจารณา, และ (4) จำนวนอนุญาโตตุลาการ (1 หรือ 3 คน)

โครงสร้างข้อสัญญาระงับข้อพิพาทแบบหลายระดับ Multi-Tier Clause

โครงสร้างที่ดีควรวางลำดับขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเชิงปฏิบัติที่ปรับได้ตามข้อตกลงของคู่สัญญาและข้อบังคับของสถาบัน:

  1. ขั้นที่ 1: การเจรจาระดับผู้บริหาร (Senior Executive Negotiation): เมื่อเกิดข้อพิพาท ให้ผู้แทนระดับบริหารของทั้งสองฝ่ายประชุมหารือด้วยความสุจริตภายใน 30 วัน
  2. ขั้นที่ 2: การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท (Mediation): หากเจรจาไม่สำเร็จ ให้ส่งข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยตามข้อบังคับของ THAC หรือ TAI ภายใน 30-60 วัน
  3. ขั้นที่ 3: อนุญาโตตุลาการชี้ขาดเด็ดขาด (Binding Arbitration): หากการไกล่เกลี่ยล้มเหลว จึงนำข้อพิพาทเข้าสู่อนุญาโตตุลาการเป็นขั้นสุดท้าย คำชี้ขาดให้ถือเป็นที่สุดและผูกพันคู่สัญญา

ข้อต่อสู้ในชั้นบังคับคำชี้ขาด Devil's Advocate

ข้อเรียกร้องของผู้ชนะคดีข้อต่อสู้ของผู้แพ้คดีในศาลไทยหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชี้ขาด
ขอให้ศาลไทยมีคำสั่งบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสิงคโปร์ (SIAC)ผู้ถูกบังคับพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับแจ้งโดยชอบถึงการแต่งตั้งหรือการพิจารณา (มาตรา 43 (3)) หรือองค์ประกอบของคณะอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการมิได้เป็นไปตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกันไว้ หรือในกรณีที่คู่พิพาทมิได้ตกลงกันไว้ มิได้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ทำคำชี้ขาด (มาตรา 43 (5))พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 43 (3) และมาตรา 43 (5)
คำชี้ขาดสั่งให้คู่สัญญาชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 25 ต่อปีผู้แพ้คดีอาจอ้างว่าการบังคับตามคำชี้ขาดที่กำหนดดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 25 ต่อปีขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งศาลมีอำนาจปฏิเสธการบังคับได้ตามมาตรา 44 แต่ศาลใช้ดุลพินิจและต้องพิจารณาว่าดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวขัดต่อความสงบเรียบร้อยจริงหรือไม่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 44 (ข้อยกเว้นความสงบเรียบร้อย)
คำชี้ขาดตัดสินในเรื่องที่อยู่นอกเหนือขอบเขตสัญญาอนุญาโตตุลาการศาลไทยอาจปฏิเสธไม่รับบังคับส่วนที่เกินขอบเขต และอาจบังคับเฉพาะส่วนที่อยู่ในขอบเขตหากแยกออกได้ (มาตรา 43 (4)) ทั้งนี้ ผู้ถูกบังคับเป็นฝ่ายพิสูจน์เหตุตามมาตรา 43 ส่วนการขอเพิกถอนคำชี้ขาดเฉพาะส่วนที่เกินขอบเขตเป็นอำนาจตามมาตรา 40 (1) (ง) ซึ่งผู้ขอให้เพิกถอนต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ และต้องยื่นคำร้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาดพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 43 (4) และมาตรา 40 (1) (ง)

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A (ฝ่ายไทย) ทำสัญญาจัดซื้อเครื่องจักร 100 ล้านบาทจากบริษัท B (ฝ่ายญี่ปุ่น) สัญญาระบุ Governing Law เป็นกฎหมายไทย แต่ระบุข้อสัญญาระงับข้อพิพาทว่า "All disputes shall be referred to arbitration in Singapore under SIAC Rules in English language with 1 arbitrator" ต่อมาเครื่องจักรชำรุดเสียหายร้ายแรง ฝ่ายไทยยื่นฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เรียกค่าเสียหาย (เขตอำนาจของศาลดังกล่าวต่อคดีซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศต้องตรวจตามกฎหมายจัดตั้งศาล [ต้องยืนยันมาตรา])

ผลทางกฎหมาย: ฝ่ายญี่ปุ่นยื่นคำร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางซึ่งรับฟ้องนั้น (เป็นศาลที่มีเขตอำนาจตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 9) ไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การ ขอให้จำหน่ายคดีตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14 ศาลไต่สวนแล้วเห็นว่าสัญญาอนุญาโตตุลาการไม่เป็นโมฆะ ใช้บังคับได้ และสามารถปฏิบัติตามได้ จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี ฝ่ายไทยต้องไปยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบัน SIAC ที่สิงคโปร์ตามที่ตกลงไว้ในสัญญาเดิม

ขั้นตอนการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1ยื่นคำเสนอข้อพิพาท (Notice of Arbitration) ต่อสถาบันที่เลือกทนายความผู้ดำเนินคดีคำเสนอข้อพิพาท พร้อมชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าเมื่อการเจรจาล้มเหลว
2การแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ (Tribunal Constitution)คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย / สถาบันคำสั่งแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ (1 หรือ 3 คน)ตัวอย่างเชิงปฏิบัติภายใน 30 วันหลังรับคำเสนอ ทั้งนี้ ในอนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจที่คู่พิพาทมิได้กำหนดวิธีการตั้งไว้เป็นอย่างอื่น หากคณะอนุญาโตตุลาการประกอบด้วยอนุญาโตตุลาการมากกว่าหนึ่งคน คู่พิพาทฝ่ายที่ได้รับแจ้งให้ตั้งอนุญาโตตุลาการต้องตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้นอีกฝ่ายอาจยื่นคำร้องต่อศาลให้ตั้งแทน (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 18) ส่วนกรณีที่ใช้สถาบัน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน
3การยื่นคำให้การและสืบพยานหลักฐาน (Evidentiary Hearing)คณะอนุญาโตตุลาการและคู่ความบันทึกถ้อยคำพยานและเอกสารพยานหลักฐานตามตารางกระบวนพิจารณา
4คณะอนุญาโตตุลาการทำคำชี้ขาด (Final Arbitral Award)คณะอนุญาโตตุลาการคำชี้ขาดฉบับลงนามสมบูรณ์ตัวอย่างเชิงปฏิบัติประมาณ 6 ถึง 12 เดือน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
5นำคำชี้ขาดไปยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาบังคับคดีทนายความในประเทศที่มีทรัพย์สินคำพิพากษาและหมายบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยภายในสามปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ สำหรับการขอบังคับในประเทศไทย (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 42) ส่วนการขอบังคับในต่างประเทศให้ตรวจกฎหมายของประเทศนั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการ

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากในสัญญาเขียนว่า "ให้ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย" โดยไม่ระบุสถาบัน ผลจะเป็นอย่างไร?
จะถือเป็นอนุญาโตตุลาการเฉพาะกิจ (Ad Hoc Arbitration) ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งคู่สัญญาต้องร่วมกันแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการเอง หากตกลงกันไม่ได้ ต้องร้องขอให้ศาลไทยเป็นผู้แต่งตั้งให้ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการล่าช้า
คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสามารถอุทธรณ์ต่อศาลได้หรือไม่?
ไม่สามารถอุทธรณ์คำชี้ขาดในเนื้อหาแห่งคดี (Merits of the case) ได้ คู่พิพาทอาจขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดได้เฉพาะเหตุตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 โดยยื่นคำร้องภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับสำเนาคำชี้ขาด (หรือนับแต่วันที่คณะอนุญาโตตุลาการแก้ไข ตีความ หรือชี้ขาดเพิ่มเติม) และคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัตินี้อุทธรณ์ได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 45
สัญญาระบุให้ใช้ SIAC สิงคโปร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก บริษัทไทยจะขอเปลี่ยนมาฟ้องศาลไทยแทนได้หรือไม่?
โดยหลักไม่ได้ หากอีกฝ่ายไม่ยินยอมและยื่นคำร้องต่อศาลไม่ช้ากว่าวันยื่นคำให้การหรือภายในระยะเวลาที่มีสิทธิยื่นคำให้การ ศาลจะไต่สวน และหากไม่มีเหตุที่ทำให้สัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 14 ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สูงเพียงอย่างเดียวมิใช่เหตุที่ตัวบทระบุไว้
อายุความในการนำคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมาขอบังคับคดีในศาลไทยมีกำหนดกี่ปี?
ต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจภายในกำหนด สามปี นับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 42)

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ