คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การจำแนกประเภท "ผู้มีหน้าที่รายงาน": ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 มาตรา 13 และมาตรา 16 ผู้มีหน้าที่รายงาน เช่น สถาบันการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และผู้ค้าของมีค่า (ประเภทของผู้มีหน้าที่รายงานต้องตรวจตามตัวบทและกฎกระทรวง) ต้องรายงานธุรกรรมที่ถึงเกณฑ์และธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หากฝ่าฝืนมีโทษตามที่พระราชบัญญัติกำหนด ซึ่งตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 62 เป็นโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
  2. การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD/KYC) และ UBO: ธุรกิจต้องมีกระบวนการตรวจสอบเพื่อระบุตัวตนลูกค้าและผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner) รวมถึงการคัดกรองบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs) และรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามกฎหมายต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (CFT/PF)
  3. ความเสี่ยงการถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (Asset Forfeiture): เมื่อทรัพย์สินของบริษัทเป้าหมายเกี่ยวกับความผิดมูลฐานหรือการฟอกเงิน องค์กรตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 กำหนดมีอำนาจสั่งอายัดชั่วคราว และการให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินดำเนินการโดยการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 51 และมาตรา 59) ทั้งนี้ ต้องตรวจตัวบทว่าผู้ใดมีอำนาจในแต่ละขั้น และต้องอ้างจำนวนความผิดมูลฐานตามรายการในตัวบทฉบับปัจจุบัน (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3) เนื่องจากการซื้อหุ้นมิได้เปลี่ยนเจ้าของทรัพย์สินของบริษัท ผลของการอายัดหรือการให้ตกเป็นของแผ่นดินจึงกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อถือ แม้จะมีการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นไปแล้วก็ตาม

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. ในกระบวนการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักมุ่งเน้นไปที่งบการเงินและสัญญาทางการค้า แต่อาจละเลยการตรวจสอบ "ความสะอาด" ของที่มาแห่งทรัพย์สิน หรือระบบ Compliance ภายในของบริษัทเป้าหมาย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล หากบริษัทเป้าหมายเคยรับเงินจากบุคคลที่อยู่ในรายชื่อ Sanction หรือไม่ทำ CDD อย่างถูกต้อง บริษัทเป้าหมายอาจเผชิญความเสี่ยงสองประเภทที่แยกจากกัน ประเภทแรกคือการฝ่าฝืนหน้าที่ CDD และหน้าที่รายงาน ซึ่งนำไปสู่โทษของผู้มีหน้าที่รายงาน ประเภทที่สองคือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดมูลฐานหรือการฟอกเงินอาจถูกอายัดและให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 48 และมาตรา 51 ซึ่งกระทบมูลค่าหุ้นที่ผู้ซื้อจะถือครอง บทความนี้จะช่วยให้ท่านสร้างเกราะป้องกันผ่านการทำ AML/CFT Due Diligence ที่เข้มข้น

ภูมิทัศน์กฎหมายฟอกเงินและมาตรการคว่ำบาตรของไทยและสากล FATF Standards & AMLA 1999

ประเทศไทยใช้มาตรฐานสากลจาก Financial Action Task Force (FATF) เป็นต้นแบบในการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 (AMLA) กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะอาชญากร แต่ยังบังคับใช้กับ "ผู้ประกอบอาชีพ" บางประเภทที่มีความเสี่ยงสูง โดยเน้นที่การป้องกันไม่ให้ระบบเศรษฐกิจถูกใช้เป็นช่องทางในการแปลงสภาพเงินที่ได้จากการกระทำความผิด

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal Requirement / ProvisionKey Compliance Point
C-INVEST-09-01พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3นิยามความผิดมูลฐานที่นำไปสู่การฟอกเงิน (จำนวนความผิดมูลฐานต้องอ้างตามรายการในตัวบทฉบับปัจจุบัน)
C-INVEST-09-02พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 13 และมาตรา 16หน้าที่การรายงานธุรกรรม (Reporting Entities) ของสถาบันการเงินและอาชีพเฉพาะ (ประเภทของผู้มีหน้าที่รายงานต้องตรวจตามตัวบทและกฎกระทรวง)
C-INVEST-09-03พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 20 และมาตรา 20/1การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD)
C-INVEST-09-04พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 60ความรับผิดทางอาญาฐานฟอกเงินและการสมคบ/สนับสนุน (องค์ประกอบความผิดต้องตรวจตามตัวบท)
C-INVEST-09-05พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 48 มาตรา 49 และมาตรา 51อำนาจการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดมูลฐานหรือการฟอกเงิน และการยื่นคำร้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน (โทษปรับของผู้มีหน้าที่รายงานเป็นประเด็นแยกต่างหาก ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 62)

การตรวจสอบระบบแสดงตนและพิสูจน์ทราบตัวตน KYC/CDD Matrix

ในการทำ Due Diligence ต้องตรวจสอบว่าบริษัทเป้าหมายมีการเรียกเก็บเอกสารและพิสูจน์ตัวตนอย่างเป็นระบบหรือไม่:

การระบุ UBO และเกณฑ์คัดกรอง Sanctions / Designated Persons List

การตรวจสอบต้องลงลึกไปถึง Ultimate Beneficial Owner (UBO) หรือผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงที่มีอำนาจควบคุมเกินกว่าร้อยละ 25 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] (ต้องตรวจเกณฑ์นี้และถ้อยคำกับกฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ. 2563 และต้องพิจารณาผู้ควบคุมกิจการโดยวิธีอื่นนอกจากการถือหุ้นด้วย) และต้องนำรายชื่อลูกค้า/UBO ไปคัดกรอง (Screening) กับ:

การตรวจรายงานธุรกรรมเงินสดเกินเกณฑ์ (CTR) และธุรกรรมสงสัย STR

LAS Practice Note: การตั้งข้อกำหนด Anti-Money Laundering Representations & Warranties และ Indemnity ในสัญญา SPA

ในการทำสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) ผู้ซื้อควรระบุข้อสัญญาดังนี้:

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกับผู้ซื้อ Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

เหตุการณ์ (ข้อเท็จจริงสมมติ): บริษัท A กำลังจะเข้าซื้อกิจการบริษัท B ซึ่งเป็นตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จุดตรวจ: พบว่าในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา บริษัท B รับฝากเงินสดจากลูกค้าต่างชาติเพื่อจองคอนโดมิเนียมรวมกว่า 150 ล้านบาท (ตัวเลขสมมติ ซึ่งต้องตรวจว่าเป็นยอดรายธุรกรรมหรือยอดรวม เพราะมีผลต่อการเข้าเกณฑ์รายงาน) โดยไม่มีการจัดทำรายงานธุรกรรมเงินสด (CTR) หากธุรกรรมถึงเกณฑ์ และไม่มีการจัดทำรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) และไม่ได้ตรวจสอบ UBO ของบริษัทนอมินีที่เข้ามาซื้อ การประเมิน: กรณีนี้มีความเสี่ยงสูงที่ผู้มีหน้าที่รายงานจะต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 62 ซึ่งกำหนดโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และต้องแยกพิจารณาว่าทรัพย์สินส่วนค่านายหน้า (คอมมิชชั่น) เกี่ยวกับความผิดมูลฐานหรือการฟอกเงินจนอาจถูกอายัดและให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือไม่ นอกจากนี้ ต้องตรวจข้อจำกัดการถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 19 และมาตรา 19 ทวิ รวมทั้งการใช้บริษัทนอมินีในการซื้อห้องชุด ทางออก: ผู้ซื้อต้องกำหนดให้ผู้ขายทำการเคลียร์รายการค้างรายงาน (Backlog Reporting) และตั้งเงินสำรอง (Escrow) เพื่อรองรับค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น

Checklist 10 จุดตรวจ AML/CFT Due Diligence

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากซื้อหุ้นมาแล้ว ต่อมาที่ดินของบริษัทถูกอายัดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ผู้ซื้อหุ้นรายใหม่จะโต้แย้งการอายัดได้หรือไม่?
ทรัพย์สินที่ถูกอายัดเป็นของบริษัทเป้าหมาย ผู้ซื้อหุ้นจึงไม่ใช่ผู้รับโอนทรัพย์สินนั้น บริษัทเป็นผู้ที่ต้องอ้างสิทธิของตนตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 รวมทั้งเงื่อนไขการคุ้มครองผู้รับโอนโดยสุจริต (พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 50) ส่วนการทำ Due Diligence ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินความเสี่ยงและเรียกร้องข้อสัญญาชดใช้จากผู้ขายได้

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ