สารบัญ

  1. ทำไมต้องฟ้องแพ่ง — ไม่ใช่แค่คดีอาญา
  2. กรอบกฎหมาย 5 ช่องทาง
  3. ตารางเปรียบเทียบ: อาญากับแพ่ง-ริบทรัพย์
  4. กระบวนการ: จาก ป.ป.ช. สู่ศาล
  5. การคำนวณค่าเสียหาย
  6. อายุความ — กรอบเวลาที่ต้องระวัง
  7. ข้อเสนอเชิงนโยบาย
  8. คำถามที่พบบ่อย
  9. อ้างอิง

ทำไมต้องฟ้องแพ่ง — ไม่ใช่แค่คดีอาญา Why Civil Litigation Matters Beyond Criminal Prosecution

การดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะโทษจำคุกหรือปรับในคดีอาญาไม่ได้คืนทรัพย์สินให้รัฐ และไม่ชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ถูกกระทบ การฟ้องแพ่งควบคู่กันจึงมีความสำคัญใน 3 มิติ

Practice Note — จุดอ่อนที่พบบ่อย หน่วยงานของรัฐหลายแห่งรอให้คดีอาญาสิ้นสุดก่อนจึงเริ่มกระบวนการแพ่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงร้ายแรง เพราะอายุความคดีแพ่งดำเนินไปโดยอิสระ ไม่หยุดรอคำพิพากษาอาญา (ป.พ.พ. มาตรา ๔๔๘) หน่วยงานจึงต้องดำเนินทั้ง 2 ช่องทางพร้อมกัน

ตารางเปรียบเทียบ: อาญากับแพ่ง-ริบทรัพย์ Criminal versus Civil-Forfeiture Comparison

สองช่องทางหลักมีวัตถุประสงค์ต่างกันโดยสิ้นเชิง ทีมกฎหมายต้องวางแผนทั้งสองช่องทางพร้อมกัน ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มิติเปรียบเทียบ คดีอาญา คดีแพ่ง / ริบทรัพย์
วัตถุประสงค์ ลงโทษผู้กระทำผิด — จำคุก, ปรับ เรียกคืนทรัพย์ — ชดเชยความเสียหาย
มาตรฐานพิสูจน์ ปราศจากข้อสงสัยอันสมเหตุสมผล
(beyond reasonable doubt)
น่าเชื่อถือมากกว่า (preponderance of evidence)
หรือสมเหตุสมผลในคดีริบทรัพย์
กฎหมายหลัก ป.อาญา มาตรา 147 ถึงมาตรา 166
พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561
พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 8 และมาตรา 10
ป.พ.พ. มาตรา 406 มาตรา 420 และมาตรา 438
พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 122 และมาตรา 125
ศาลที่มีอำนาจ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (คำร้องริบทรัพย์)
ศาลปกครอง (ละเมิดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ)
ศาลแพ่ง (ลาภมิควรได้, ละเมิดทั่วไป)
อายุความ ตามอายุความอาญาแต่ละฐาน
(มาตรา 157 — 15 ปี; มาตรา 147 และมาตรา 148 — 20 ปี)
1 ปีนับรู้ผู้กระทำ / 10 ปีสูงสุด (มาตรา 448)
1 ปีนับรู้สิทธิ / 10 ปีสูงสุด ลาภมิควรได้ (มาตรา 419)
2 ปีนับแต่หน่วยงานรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ (พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 10 วรรคสอง)
1 ปีนับแต่วันที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย (มาตรา 9)
ผลที่ได้ โทษส่วนตัว — ไม่คืนทรัพย์รัฐโดยตรง ทรัพย์สินตกรัฐ / ชดใช้ค่าเสียหาย
ผู้ริเริ่มคดี อัยการสูงสุด, คณะกรรมการ ป.ป.ช. หน่วยงานรัฐ, อัยการสูงสุด (คำร้องริบ)
ผู้เสียหายโดยตรง (คดีแพ่งทั่วไป)
ความเป็นอิสระจากกัน คดีทั้งสองช่องทางดำเนินพร้อมกันได้ — คำพิพากษาอาญาไม่ผูกมัดคดีแพ่ง และคดีแพ่งไม่รอคดีอาญาสิ้นสุด

ตารางเปรียบเทียบ: ช่องทางเรียกคืนทรัพย์ 5 ช่องทาง

ช่องทาง เงื่อนไขสำคัญ ผลที่ได้ ระดับความเสี่ยง
มาตรา 8 ความรับผิดทางละเมิด
สิทธิไล่เบี้ย
หน่วยงานชำระให้ผู้เสียหายก่อน + เจ้าหน้าที่จงใจ/ประมาทร้ายแรง เรียกเงินคืนตามที่จ่ายจริง ต่ำ — มีกรอบชัดเจน
มาตรา 10 ความรับผิดทางละเมิด
ละเมิดต่อหน่วยงานโดยตรง
เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อทรัพย์สินรัฐ ขณะปฏิบัติหน้าที่ ค่าสินไหมเต็มมูลค่าความเสียหาย ต่ำ — อิงมาตรา 8 โดยอนุโลม
มาตรา 406 ลาภมิควรได้ ผู้ได้รับผลประโยชน์ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย + ผู้อื่นเสียเปรียบ คืนทรัพย์ / มูลค่าที่ได้มา กลาง — อายุความสั้น 1/10 ปี
มาตรา 420 ละเมิดทั่วไป จงใจหรือประมาท + ผิดกฎหมาย + ความเสียหาย ค่าสินไหมรวมดอกเบี้ย 5% ต่อปี กลาง — พิสูจน์ความเชื่อมโยงยาก
มาตรา 122 และมาตรา 125 พ.ร.ป.ป.ป.ช. — ริบทรัพย์ ป.ป.ช. วินิจฉัยร่ำรวยผิดปกติ + อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล ทรัพย์สินเฉพาะส่วนที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน สูง — ผลกระทบสูงสุด แต่กระบวนการยาว
Practice Note — การเลือกช่องทาง ในทางปฏิบัติ ทีมกฎหมายควรดำเนินช่องทางตามมาตรา 8 หรือมาตรา 10 และมาตรา 420 ควบคู่กัน เนื่องจากพิสูจน์ได้เร็วและชัดเจนกว่า ขณะที่ช่องทางริบทรัพย์ตามมาตรา 122 และมาตรา 125 พ.ร.ป.ป.ป.ช. ควรริเริ่มพร้อมกับกระบวนการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันการโอนทรัพย์สิน

กระบวนการ: จาก ป.ป.ช. สู่ศาล Process: From NACC Investigation to Court

กระบวนการเรียกคืนทรัพย์ผ่านช่องทางทางการมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการตามลำดับ การพลาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งอาจทำให้สิทธิเสียหายหรือขาดอายุความได้

1
การไต่สวนของ ป.ป.ช. — คณะกรรมการ ป.ป.ช. เริ่มไต่สวนจากการร้องเรียนหรือรับเรื่องเอง ในช่วงนี้หน่วยงานต้นสังกัดต้องจัดเก็บพยานหลักฐานและเอกสารทางการเงินอย่างเป็นระบบ
2
ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด — เมื่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโดยไม่ชักช้า ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 [ต้องยืนยันมาตรา] เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายและวางแนวทางการฟ้องคดีแพ่งคู่ขนาน — จุดนี้สำคัญเพราะเป็นจุดที่อายุความ 2 ปีตามมาตรา 10 วรรคสอง เริ่มเดิน
3
กระทรวงการคลังตรวจสอบค่าเสียหาย — ในคดีที่มูลค่าสูง กระทรวงการคลังมีส่วนร่วมตรวจสอบตัวเลขความเสียหายและให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินคดี
4
ป.ป.ช. ส่งสำนวนอัยการสูงสุด (มาตรา 122) — เมื่อ ป.ป.ช. มีมติวินิจฉัยร่ำรวยผิดปกติ ต้องส่งรายงานและสำนวนไปยังอัยการสูงสุดภายใน 30 วัน เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
5
ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาล — หน่วยงานรัฐ หรืออัยการ ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ซึ่งอาจเป็นศาลปกครอง ศาลแพ่ง หรือศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ขึ้นอยู่กับช่องทางที่เลือก
6
คำพิพากษาและบังคับคดี — เมื่อศาลมีคำพิพากษา กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์และขายทอดตลาด หากทรัพย์ถูกโอนก่อน อาจใช้สิทธิเพิกถอนนิติกรรม (ป.พ.พ. มาตรา 237 เป็นต้น)
Practice Note — ขอคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะโอนหรือซุกซ่อนทรัพย์ ทีมกฎหมายควรยื่นคำร้องขออายัดทรัพย์ชั่วคราวต่อศาลพร้อมกับการยื่นฟ้อง หรือก่อนยื่นฟ้องในกรณีเร่งด่วน เพื่อป้องกันการกระจายทรัพย์สิน

การคำนวณค่าเสียหาย Damage Calculation Framework

มาตรา 438 ป.พ.พ. ให้ดุลพินิจศาลในการกำหนดค่าสินไหม "ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด" ซึ่งในทางปฏิบัติครอบคลุมองค์ประกอบดังต่อไปนี้

ประเภทค่าเสียหาย คำอธิบาย ตัวอย่าง
ความเสียหายโดยตรง มูลค่าทรัพย์สินที่สูญหายหรือถูกยักยอกโดยตรง งบประมาณที่ถูกเบิกเกินจริง, สัญญาที่จัดซื้อราคาสูงเกินจริง
ต้นทุนโอกาสที่สูญเสีย ผลประโยชน์ที่หน่วยงานรัฐหรือสาธารณะควรได้รับแต่ไม่ได้รับ ดอกเบี้ยที่ขาดไป, โครงการล่าช้าทำให้รัฐสูญเสียรายได้
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสถานการณ์ ค่าสอบสวนข้อเท็จจริง, ค่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่, ค่าดำเนินคดี
ดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายตั้งแต่วันกระทำละเมิด อัตรา 5% ต่อปี (อ้างอิงตามที่แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.)
ปัจจัยที่ศาลพิจารณาในการกำหนดค่าสินไหม
ปัจจัย ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ ผู้ดำรงตำแหน่งสูงมีหน้าที่ดูแลกำกับ ยิ่งตำแหน่งสูงยิ่งรับผิดมากขึ้น
ระดับเจตนา จงใจทุจริตมีน้ำหนักกว่าประมาทเลินเล่อ ส่งผลต่อมูลค่าค่าสินไหม
ผลประโยชน์ส่วนตัวที่ได้รับ มูลค่าที่เจ้าหน้าที่ได้รับจริงเป็นฐานขั้นต่ำของค่าเสียหาย
ความเสียหายต่อสาธารณะ ความเสียหายทางอ้อมต่อสาธารณะอาจนำมาประกอบในการพิจารณา
Practice Note — การคำนวณดอกเบี้ย ดอกเบี้ยในคดีละเมิดเริ่มนับตั้งแต่วันที่ทำละเมิด ไม่ใช่วันที่ฟ้องคดี ในคดีทุจริตที่ใช้เวลาสอบสวนหลายปี ดอกเบี้ยสะสมอาจมีมูลค่าสูงกว่าเงินต้นได้ ทีมกฎหมายต้องคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันเกิดเหตุและรวมไว้ในคำฟ้อง

อายุความ — กรอบเวลาที่ต้องระวัง Statute of Limitations — Critical Deadlines

อายุความแตกต่างกันตามช่องทางที่เลือก และโดยหลักกฎหมายคดีแพ่งดำเนินไปโดยอิสระจากคดีอาญา คำพิพากษาอาญาไม่ "หยุด" หรือ "ขยาย" อายุความแพ่ง

มาตรา ๔๔๘ สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา...
มาตรา ๔๑๙ ในเรื่องลาภมิควรได้นั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ฝ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้น
ช่องทาง / มูลฐานคดี ระยะเวลา จุดเริ่มนับ เพดานสูงสุด กฎหมายอ้างอิง ความเสี่ยง
ละเมิดทั่วไป (มาตรา 420) 1 ปี รู้เหตุละเมิด + รู้ตัวผู้กระทำ 10 ปีนับจากวันทำละเมิด ป.พ.พ. มาตรา 448 สูง
ละเมิดที่เป็นความผิดอาญา อายุความอาญา (ยาวกว่า) ตามอายุความอาญาแต่ละฐาน ตามที่กฎหมายอาญากำหนด ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคสอง กลาง
ลาภมิควรได้ (มาตรา 406) 1 ปี รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน 10 ปีนับจากเกิดสิทธิ ป.พ.พ. มาตรา 419 สูง
เรียกค่าสินไหมจากเจ้าหน้าที่ (มาตรา 8 หรือมาตรา 10 ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่) 2 ปี วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิด และ รู้ตัวเจ้าหน้าที่ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่มีเพดานแยกต่างหาก พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 10 วรรคสอง กลาง
กรณีกระทรวงการคลังเห็นต่างจากหน่วยงาน 1 ปี วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง (กรณีหน่วยงานเห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลังเห็นว่าต้องรับผิด) — พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 10 วรรคสอง สูง
สิทธิไล่เบี้ยหลังชำระค่าสินไหมแล้ว (มาตรา 9) 1 ปี วันที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นแก่ผู้เสียหาย — พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ มาตรา 9 สูง
ริบทรัพย์ (มาตรา 122 และมาตรา 125 ป.ป.ช.) ตามกระบวนการ ป.ป.ช. นับจากวันมีมติ ป.ป.ช. (ส่งอัยการ 30 วัน) ไม่มีกำหนดสูงสุดในบทบัญญัติ พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2561 มาตรา 122 ต่ำ
Practice Note — กับดักอายุความ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการเชื่อว่าอายุความแพ่งหยุดนิ่งระหว่างการสอบสวนคดีอาญาหรือการไต่สวนของ ป.ป.ช. ซึ่งไม่เป็นความจริง หน่วยงานรัฐต้องติดตามอายุความแพ่งแยกต่างหากและดำเนินการฟ้องคดีหรือฟ้องสงวนสิทธิ์ก่อนอายุความจะขาด แม้คดีอาญายังไม่สิ้นสุด

ข้อเสนอเชิงนโยบาย Policy Recommendations

ด้านกฎหมาย
ด้านองค์กรและระบบ
ด้านความโปร่งใส

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

คดีอาญาสิ้นสุดแล้ว แต่ยังไม่ได้ฟ้องแพ่ง ยังทำได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับว่าอายุความแพ่งยังไม่ขาดหรือไม่ คดีละเมิดทั่วไปมีอายุความ 1 ปีนับจากรู้เหตุและรู้ตัวผู้กระทำ (ป.พ.พ. มาตรา 448) แต่ถ้าเป็นความผิดอาญา อาจใช้อายุความอาญาที่ยาวกว่า ควรปรึกษาทนายความโดยเร็ว
หน่วยงานรัฐต้องจ่ายค่าสินไหมให้ผู้เสียหายก่อน จึงจะไล่เบี้ยเจ้าหน้าที่ได้ใช่หรือไม่?
ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 8 สิทธิไล่เบี้ยของหน่วยงานเกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยงานได้ "รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย" แล้ว อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำละเมิดต่อหน่วยงานโดยตรง (มาตรา 10) ไม่ต้องรอชำระให้ผู้เสียหายก่อน ทั้งสองกรณีต้องระวังอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ (มาตรา 10 วรรคสอง) ส่วนกรณีที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายไปแล้วและจะเรียกให้อีกฝ่ายชดใช้คืน อายุความคือ 1 ปี นับแต่วันที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้น (มาตรา 9)
กระบวนการริบทรัพย์ตามมาตรา 125 พ.ร.ป.ป.ป.ช. ต่างจากการฟ้องแพ่งทั่วไปอย่างไร?
การริบทรัพย์ตามมาตรา 125 เป็น "คดีทรัพย์สิน" ไม่ใช่คดีละเมิด ไม่ต้องพิสูจน์ว่าเจ้าหน้าที่ทำผิดในแต่ละรายการ เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ มาตรฐานพิสูจน์ต่ำกว่าคดีอาญา และทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินทันทีเมื่อศาลมีคำพิพากษา โดยไม่ต้องรอกระบวนการบังคับคดีแพ่งทั่วไป
เจ้าหน้าที่ที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว ยังฟ้องได้หรือไม่?
ได้ ความรับผิดทางแพ่งไม่สิ้นสุดเมื่อพ้นตำแหน่ง ตราบที่ยังอยู่ภายในอายุความ การพ้นตำแหน่งไม่มีผลต่อสิทธิเรียกร้องของรัฐหรือผู้เสียหาย
ถ้าเจ้าหน้าที่โอนทรัพย์สินให้ครอบครัวก่อนถูกฟ้อง ทำอย่างไรได้บ้าง?
ทีมกฎหมายสามารถใช้สิทธิเพิกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉล (ป.พ.พ. มาตรา 237) หากพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่โอนทรัพย์โดยรู้อยู่ว่าจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ นอกจากนี้ ในกระบวนการ ป.ป.ช. มีมาตรการอายัดทรัพย์เฉพาะที่ศาลอาจสั่งได้ระหว่างการพิจารณา

อ้างอิงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  1. พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 — มาตรา 8 (สิทธิไล่เบี้ย) มาตรา 9 (อายุความ 1 ปีหลังชำระค่าสินไหม) มาตรา 10 (ละเมิดต่อหน่วยงานโดยตรง และอายุความ 2 ปีตามวรรคสอง) มาตรา 12 และมาตรา 13
  2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — มาตรา 406 (ลาภมิควรได้) มาตรา 419 (อายุความลาภมิควรได้) มาตรา 420 (ละเมิด) มาตรา 438 (ค่าสินไหม) และมาตรา 448 (อายุความละเมิด)
  3. พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 — มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 76 มาตรา 78 มาตรา 122 มาตรา 125 มาตรา 126 และมาตรา 127
  4. ประมวลกฎหมายอาญา — มาตรา 147 ถึงมาตรา 166 (ความผิดของเจ้าพนักงาน), โดยเฉพาะ มาตรา 151 และมาตรา 157
  5. พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 (จัดตั้งศาลและกำหนดเขตอำนาจ)
  6. พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 (วิธีพิจารณาแบบระบบไต่สวน และการดำเนินคดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน)
  7. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
  8. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS) — ค้นหาตัวบทกฎหมาย
ข้อสงวนสิทธิ์: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและเผยแพร่ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายในคดีหรือกรณีเฉพาะ ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความที่ได้รับใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ทางกฎหมาย ผู้เขียนและ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียใดที่เกิดจากการอ้างอิงเนื้อหาในบทความนี้

LAS Knowledge Hub — Legal Advance Solution Co., Ltd.