คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การตรวจสอบสถานะคดีความและข้อพิพาท (Litigation Due Diligence) เป็นด่านคัดกรองหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น (Contingent Liabilities) ที่ไม่อาจมองเห็นได้จากงบการเงินปกติ ซึ่งในประเทศไทยมีข้อจำกัดและเทคนิคการตรวจสอบ 3 ประการสำคัญ: (1) การสืบค้นสารบบศาล (Court Docket Searches): ผู้ซื้อควรได้รับข้อมูลคดีจากการเปิดเผยของผู้ขายและจากการตรวจค้นที่กระทำโดยได้รับอำนาจจากบริษัทเป้าหมาย โดยตรวจเฉพาะเจาะจง ณ ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือภูมิลำเนาและสำนักงานใหญ่ของบริษัท (ศาลแพ่ง, ศาลแขวง, ศาลชำนัญพิเศษ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ล้มละลาย แรงงาน และภาษีอากร) ทั้งนี้ ขอบเขตที่บุคคลภายนอกจะตรวจดูสำนวนคดีของศาลได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 54 ซึ่งให้บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียโดยชอบหรือมีเหตุผลอันสมควรร้องขออนุญาตต่อศาลเพื่อตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารในสำนวน และแนวปฏิบัติของศาล (2) การตรวจสอบสารบบล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ: ต้องตรวจค้นข้อมูล ณ ศาลล้มละลายกลางและกองบังคับคดีล้มละลาย กรมบังคับคดี เพื่อตรวจว่าบริษัทหรือกรรมการมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 หรือไม่ ทั้งนี้ หากบริษัทเป้าหมายถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ อำนาจจัดการทรัพย์สินของบริษัทตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24 ห้ามมิให้ลูกหนี้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามที่พระราชบัญญัตินั้นบัญญัติไว้ ส่วนผลของนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่บริษัททำฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าวภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เช่น การตกเป็นโมฆะต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต้องตรวจจากแนวคำพิพากษา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนกรณีที่กรรมการถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ผลดังกล่าวเกิดแก่ทรัพย์สินของกรรมการผู้นั้น มิได้ทำให้นิติกรรมของบริษัทตกเป็นโมฆะ แต่หากกรรมการล้มละลาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1154 บัญญัติให้กรรมการคนนั้นเป็นอันขาดจากตำแหน่ง (3) การตรวจสารบบการบังคับคดีและการยึดทรัพย์: ต้องคัดตรวจสารบบ ณ กรมบังคับคดี ว่าทรัพย์สินสำคัญของบริษัท (ที่ดิน บัญชีเงินฝาก) กำลังถูกยึดหรืออายัดไว้ก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 หรือถูกยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องในชั้นบังคับคดีตามมาตรา 274 หรือไม่

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทผู้ซื้อตกลงเข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัทรับเหมาก่อสร้างมูลค่า 120 ล้านบาท โดยตรวจดูงบการเงินปีล่าสุดไม่พบหนี้สินผิดปกติ และผู้ขายแจ้งว่ามีเพียงคดีพิพาทกับผู้รับเหมาช่วงรายย่อย 1-2 คดีทุนทรัพย์ไม่เกิน 1 ล้านบาท
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อเชื่อคำแถลงของผู้ขาย และตรวจดูเพียงคำรับรองในสัญญา SPA โดยไม่ได้ทำ Litigation Search ที่ศาลอย่างเป็นทางการ
  3. จุดพลิก: หลังปิดดีล 3 เดือน เจ้าพนักงานบังคับคดีนำหมายศาลเข้าอายัดบัญชีเงินฝากทั้งหมดของบริษัท เนื่องจากบริษัทแพ้คดีละเมิดสิ่งแวดล้อมและอาคารถล่มในศาลจังหวัด ซึ่งศาลมีคำพิพากษาตามยอมให้ชดใช้ค่าเสียหายถึง 45 ล้านบาทตั้งแต่ก่อนวันปิดดีล แต่ผู้ขายจงใจปกปิดไว้ ทำให้บริษัทผู้ซื้อต้องนำเงินสดมารับภาระหนี้แทนจนสภาพคล่องวิกฤต
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังการสืบค้นคดีความ 6 ศาลหลัก, วิธีตรวจสอบการยึดทรัพย์ ณ กรมบังคับคดี, การสแกนข้อพิพาทนอกศาล (อนุญาโตตุลาการและการร้องเรียน สคบ./แรงงาน), และเทคนิคการตั้ง Escrow Holdback คุ้มครองความเสี่ยงคดีความ

ทำไม Litigation Due Diligence จึงเป็นตัวชี้ขาด

ในงบการเงิน คดีที่ยังอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องอาจต้องตั้งประมาณการหนี้สินเมื่อเข้าเงื่อนไขของมาตรฐานการบัญชี หรืออาจเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินในฐานะ "หนี้สินที่อาจเกิดขึ้น" (Contingent Liabilities) แล้วแต่ความเป็นไปได้ที่จะแพ้คดีและความสามารถในการประมาณจำนวนเงิน ทั้งนี้ ต้องตรวจมาตรฐานการบัญชีที่ใช้กับบริษัทเป้าหมายแต่ละแห่ง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากคดีความนั้นมีโอกาสแพ้สูง มูลค่าที่แท้จริงของกิจการอาจติดลบทันที การทำ Litigation DD จึงเป็นกระบวนการสอบทานว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลในอนาคตจะทำลายกระแสเงินสดหรือความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Going Concern) หรือไม่

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-CC-12-01เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิร้องขอให้บังคับคดีได้ภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ทั้งนี้ สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดมีกำหนดอายุความสิบปี ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องเดิมจะมีกำหนดอายุความเท่าใดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32ภาค 4 วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ลักษณะ 2 การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-12-02เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจจัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22หมวด 1 กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-12-03เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ต้องห้ามกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตน เว้นแต่จะได้กระทำตามคำสั่งหรือความเห็นชอบของศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้จัดการทรัพย์ หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ตามที่พระราชบัญญัตินั้นบัญญัติไว้ ส่วนผลที่นิติกรรมซึ่งฝ่าฝืนข้อห้ามนี้ตกเป็นโมฆะต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องตรวจจากแนวคำพิพากษา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 24หมวด 1 กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-12-04คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145ภาค 1 บททั่วไป ลักษณะ 6 คำพิพากษาและคำสั่งแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-12-05ในสัญญาซื้อขาย ข้อสัญญาว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิ ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลแห่งข้อความจริงที่ผู้ขายรู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483 และมาตรา 485) นอกจากนี้ ในนิติกรรมสองฝ่าย การที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งจงใจนิ่งเสียไม่แจ้งข้อความจริงที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้เป็นกลฉ้อฉล หากพิสูจน์ได้ว่าถ้ามิได้นิ่งเสีย นิติกรรมนั้นคงจะมิได้ทำขึ้น (มาตรา 162) และการแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ (มาตรา 159) ส่วนความตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกหนี้เป็นโมฆะ (มาตรา 373) ทั้งนี้ ในการซื้อหุ้น คดีความของบริษัทเป้าหมายมิใช่ความชำรุดบกพร่องของตัวหุ้นโดยตรง ผู้ซื้อจึงควรอาศัยข้อสัญญารับรองและข้อสัญญาชดใช้ในสัญญาซื้อขายหุ้นเป็นหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159 มาตรา 162 มาตรา 373 มาตรา 483 และมาตรา 485ลักษณะ 1 ซื้อขาย (มาตรา 483 และมาตรา 485) และบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยนิติกรรมและหนี้ (มาตรา 159 มาตรา 162 และมาตรา 373)แก้ไขแล้ว — LAS Audit

แผนผังการสืบค้นคดีความในศาลไทย 6 ศาลหลัก

  1. 1. ศาลแพ่ง / ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ / ศาลแพ่งธนบุรี: ตรวจสอบคดีพิพาทสัญญาการค้า หนี้เงินกู้ และละเมิดทางธุรกิจในเขตกรุงเทพมหานคร
  2. 2. ศาลจังหวัด / ศาลแขวง: ตามภูมิลำเนาที่ตั้งสำนักงานใหญ่ โรงงาน หรือที่ดินของบริษัทในต่างจังหวัด
  3. 3. ศาลล้มละลายกลาง: ค้นหาคดีฟ้องล้มละลาย คดีฟื้นฟูกิจการ และคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
  4. 4. ศาลแรงงานกลางและศาลแรงงานภาคที่มีเขตอำนาจตามที่ตั้งของบริษัท: ตรวจสอบข้อพิพาทเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และคดีสหภาพแรงงาน
  5. 5. ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางและศาลภาคที่มีเขตอำนาจตามที่ตั้งของบริษัท (IP&IT Court): คดีละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และคดีการค้าระหว่างประเทศตามที่กฎหมายจัดตั้งศาลกำหนด [ต้องยืนยันมาตรา]
  6. 6. ศาลปกครองกลาง: คดีฟ้องเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน ใบอนุญาตก่อสร้าง หรือสัมปทานรัฐ

นอกเหนือจากศาลหลักทั้งหกแห่งข้างต้น ผู้ซื้อต้องตรวจสารบบคดีอาญา ณ ศาลอาญาและศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีอาญา ซึ่งรวมถึงคดีเช็ค คดีภาษี และคดีศุลกากรที่บริษัทหรือกรรมการอาจถูกฟ้องเป็นจำเลย และต้องตรวจสารบบคดีภาษีอากร ณ ศาลภาษีอากรกลางหรือศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาคดีภาษีอากร

ข้อพิพาทที่ไม่ปรากฏในสารบบศาล: อนุญาโตตุลาการ ประมาณการหนี้สิน และคำพิพากษาต่างประเทศ

การตรวจสารบบศาลอาจไม่พบข้อพิพาทที่อยู่ในชั้นอนุญาโตตุลาการ เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวดำเนินการนอกศาลและอาจไม่ปรากฏในสารบบความของศาล ผู้ซื้อจึงควรตรวจสัญญาการค้าสำคัญทุกฉบับว่ามีข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ตรวจหนังสือแจ้งข้อพิพาท (Notice of Dispute) คำเสนอข้อพิพาท (Notice of Arbitration) และหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายที่ยังมิได้เข้าสู่กระบวนการของศาล และกำหนดให้ผู้ขายรับรองในสัญญาซื้อขายหุ้นว่าไม่มีข้อพิพาทประเภทนี้นอกจากที่เปิดเผยไว้ ดูรายละเอียดใน Checklist 10 จุดตรวจสัญญาระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการ (Dispute Resolution & Arbitration Clause)

อีกประเด็นหนึ่งคือการแยกประมาณการหนี้สินออกจากหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น ตามมาตรฐานการบัญชีที่ใช้กับบริษัทเป้าหมาย กิจการอาจต้องตั้งประมาณการหนี้สินในงบแสดงฐานะการเงิน หรือเปิดเผยข้อเรียกร้องไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินในฐานะหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น แล้วแต่ระดับความเป็นไปได้ที่จะแพ้และความสามารถในการประมาณจำนวนเงิน มาตรฐานการบัญชีจัดระดับความเป็นไปได้เป็น probable, possible และ remote โดยมิได้กำหนดเกณฑ์เป็นร้อยละตายตัว [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: มาตรฐานการบัญชีหรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ใช้กับบริษัทเป้าหมาย] หากผู้ทำ Due Diligence ใช้ตัวเลขร้อยละในการจัดระดับ ตัวเลขนั้นเป็นเพียงเกณฑ์ช่วยประเมินของผู้ซื้อ มิใช่ถ้อยคำของมาตรฐาน และต้องตรวจมาตรฐานที่ใช้กับบริษัทเป้าหมายแต่ละแห่ง การตั้งประมาณการเป็นการประเมินของฝ่ายบริหารและผู้สอบบัญชีของกิจการ ผู้ซื้อจึงควรขอให้ผู้ขายและผู้สอบบัญชีประเมินข้อเรียกร้องตามเกณฑ์ดังกล่าว แล้วใช้ผลประเมินเป็นฐานต่อรองราคา เงินกันไว้ในบัญชีตัวกลาง (Escrow) และข้อสัญญาชดใช้ โดยควรกำหนดให้ผู้ขายชดใช้จำนวนที่ต้องชำระจริงพร้อมค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และคืนเงินกันไว้เมื่อคำพิพากษาหรือคำชี้ขาดถึงที่สุด หรือเมื่อพ้นกำหนดการคัดค้านคำชี้ขาดตามกฎหมายของสถานที่ทำคำชี้ขาด มิใช่ตามระยะเวลาคงที่เพียงอย่างเดียว

ผู้ซื้อยังควรแยกคำพิพากษาของศาลต่างประเทศออกจากคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ เนื่องจากหลักเกณฑ์ต่างกัน คำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่อยู่ในหลักเกณฑ์การยอมรับและบังคับตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งใช้กับคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการเท่านั้น ผลของคำพิพากษาดังกล่าวในประเทศไทยจึงต้องตรวจจากบทบัญญัติและแนวปฏิบัติของศาลไทยเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: บทบัญญัติและแนวปฏิบัติว่าด้วยผลของคำพิพากษาของศาลต่างประเทศในประเทศไทย] ส่วนคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ศาลที่มีเขตอำนาจจะมีคำพิพากษาบังคับให้ต่อเมื่อเป็นคำชี้ขาดที่อยู่ในบังคับแห่งสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่ประเทศไทยยอมตนเข้าผูกพัน (พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 41 วรรคสอง) ทั้งนี้ การบังคับตามคำชี้ขาดไม่ว่าทำขึ้นในประเทศใดยังอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติที่กำหนดให้ยื่นคำร้องภายในสามปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้ และบทบัญญัติว่าด้วยเหตุที่ศาลอาจปฏิเสธไม่รับบังคับ (มาตรา 41 วรรคหนึ่ง) ดูรายละเอียดในบทความว่าด้วยข้อสัญญาระงับข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการที่อ้างถึงข้างต้น ผู้ซื้อจึงต้องตรวจก่อนว่าข้อพิพาทต่างประเทศของบริษัทเป้าหมายเป็นคดีในศาลหรืออนุญาโตตุลาการ และทรัพย์สินของบริษัทเป้าหมายตั้งอยู่ที่ใด

ตารางเปรียบเทียบมิติความเสี่ยงคดีความใน M&A

ประเภทคดีผลกระทบต่อบริษัทเป้าหมาย (Target)ผลกระทบต่อกรรมการ / ผู้บริหารกลไกการเยียวยาในสัญญา SPA
คดีแพ่งทั่วไปต้องชดใช้เงินตามคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดโดยหลักกรรมการไม่ต้องรับผิดส่วนตัวต่อหนี้ของบริษัท เว้นแต่ค้ำประกัน ทำละเมิดด้วยตนเอง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420) หรือกฎหมายเฉพาะกำหนดให้รับผิด เช่น นิยามนายจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีSpecific Indemnity + Escrow Holdback
คดีอาญาเศรษฐกิจเสียชื่อเสียง ค่าปรับทางอาญา และอาจถูกสั่งปิดกรรมการเสี่ยงติดคุก (เช่น คดีเช็ค ภาษี ศุลกากร)Condition Precedent ปลดคดีก่อนปิดดีล
คดีล้มละลายบริษัทสิ้นสภาพการจัดการทรัพย์สินกรรมการอาจถูกไต่สวนเรื่องทรัพย์สินทรัพย์สินของบริษัทเป้าหมายอยู่ในอำนาจจัดการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ซื้อควรยุติหรือทบทวนดีล (Deal Breaker) แม้สัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นกับผู้ซื้อจะมิได้ตกเป็นโมฆะโดยผลของกฎหมายล้มละลายเสมอไป
คดีศาลปกครองโครงการหยุดชะงัก ใบอนุญาตถูกสั่งระงับโดยหลักไม่มีความรับผิดส่วนตัวPrice Adjustment หรือสิทธิบอกเลิกดีล
LAS Practice Note — การขอ Court Clearance Letter จากผู้ขาย

ผู้ซื้อควรได้รับข้อมูลคดีจากการเปิดเผยของผู้ขายและจากการตรวจค้นที่กระทำโดยได้รับอำนาจจากบริษัทเป้าหมาย ส่วนขอบเขตที่บุคคลภายนอกจะตรวจดูสำนวนคดีของศาลได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 54 ซึ่งให้บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียโดยชอบหรือมีเหตุผลอันสมควรร้องขออนุญาตต่อศาลเพื่อตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารในสำนวน และแนวปฏิบัติของศาล ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดของทนายความ LAS คือ: "กำหนดให้ผู้ขายและทนายความผู้ดำเนินคดีเดิมของบริษัทเป้าหมาย ต้องออกหนังสือรับรองสถานะคดีความ (Litigation Audit Response Letter) เป็นลายลักษณ์อักษร ยืนยันรายการคดีความทั้งหมดที่มีอยู่ และรับรองว่าไม่มีการแจ้งเตือนหรือข้อเรียกร้องที่อาจนำไปสู่คดีความอื่นใดอีก หากตรวจพบภายหลังว่ามีคดีที่ปกปิดไว้ ผู้ขายต้องรับผิดชดใช้ความเสียหายเต็มจำนวนโดยไม่มีเพดานจำกัดความรับผิด (Uncapped Liability)" ทั้งนี้ ความรับผิดเต็มจำนวนโดยไม่มีเพดานเป็นข้อที่ผู้ซื้อต้องเจรจากำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายหุ้น มิใช่ผลที่กฎหมายกำหนดไว้เอง

ข้อต่อสู้ของผู้ขายกับผู้ซื้อในชั้นเรียกร้องความเสียหาย Devil's Advocate

ข้ออ้างของผู้ขายข้อต่อสู้ของผู้ซื้อ (ตามข้อสัญญาและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)หลักฐานที่ชี้ขาด
คดีความที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตามปกติทางการค้ามูลค่าข้อพิพาทรวมเกินกว่าเกณฑ์ De Minimis และกระทบต่อใบอนุญาตหลักของบริษัท ทั้งนี้ เกณฑ์ De Minimis ขึ้นอยู่กับการร่างข้อสัญญาใน SPA ซึ่งผู้ซื้อต้องเจรจากำหนดไว้ล่วงหน้างบการเงินและคำฟ้องคดีที่ระบุคำขอบังคับ
ตนได้เปิดเผยคดีความไว้แล้วใน Virtual Data Room (VDR) ผู้ซื้อไม่ดูเองผู้ซื้อโต้แย้งได้ว่าการเปิดเผยใน VDR ต้องถูกสรุปไว้ใน Disclosure Letter อย่างชัดเจน และการทิ้งไฟล์ไว้ในโฟลเดอร์ไม่ถือเป็นการเปิดเผยโดยชอบตามข้อสัญญา ทั้งนี้ ผลของการเปิดเผยขึ้นอยู่กับถ้อยคำของ SPA ซึ่งผู้ซื้อต้องเจรจากำหนดวิธีการเปิดเผยไว้ล่วงหน้าDisclosure Letter และดัชนีสารบัญเอกสารแนบท้าย
คดียังอยู่ในชั้นศาลชั้นต้น ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ถือเป็นความเสียหายจริงในสัญญา SPA กำหนดว่าความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหนี้สินคดีความถือเป็นความเสียหายที่ต้องชดใช้ทันที ทั้งนี้ ข้อต่อสู้นี้ใช้ได้เมื่อผู้ซื้อได้เจรจากำหนดข้อสัญญาดังกล่าวไว้ล่วงหน้าข้อสัญญา Specific Litigation Indemnity ใน SPA

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: ผู้ซื้อ (บริษัท A) เข้าซื้อหุ้นในบริษัท B ในการตรวจ Due Diligence ไม่พบรายงานคดีความ แต่ทนายความ LAS ได้เข้าตรวจสารบบ ณ ศาลแรงงานกลาง และพบว่าบริษัทมีคดีถูกอดีตพนักงาน 30 คนฟ้องเรียกค่าชดเชยเลิกจ้างและค่าทำงานล่วงเวลาย้อนหลัง รวมทุนทรัพย์ 18 ล้านบาท ซึ่งคดีกำลังจะนัดสืบพยานในอีก 2 เดือน

กลยุทธ์การเจรจา: (ตัวเลขทั้งหมดในตัวอย่างนี้เป็นข้อเท็จจริงสมมติเพื่ออธิบายการต่อรองเท่านั้น) (1) ปรับลดราคาซื้อขายลงตามที่ตกลงกัน (สมมติว่า 5 ล้านบาท), (2) ทำข้อสัญญา Specific Indemnity ให้ผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและค่าเสียหายที่ศาลจะพิพากษาทั้งหมด (ร้อยละ 100) โดยกำหนดให้หักส่วนที่ได้ลดราคาไปแล้วออกจากจำนวนที่ชดใช้ เพื่อมิให้ชดเชยความเสียหายเดียวกันซ้ำ, (3) กันเงินค่าหุ้นไว้ในบัญชี Escrow จนกว่าคดีแรงงานจะถึงที่สุด โดยกำหนดจำนวนเงินกันไว้จากทุนทรัพย์ที่ถูกฟ้อง (18 ล้านบาท) รวมดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปีและเงินเพิ่มร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวันในกรณีที่นายจ้างจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9 พร้อมค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

ขั้นตอนปฏิบัติในการทำ Litigation Audit Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1ขอหนังสือมอบอำนาจและยินยอมให้ตรวจค้นคดีจาก Targetเป้าหมาย (Target)Power of Attorney + Letter of Consentสัปดาห์ที่ 1
2สืบค้นสารบบศาลล้มละลายกลางและกรมบังคับคดีทีมทนายความBankruptcy & Execution Search Reportสัปดาห์ที่ 1-2
3ตรวจค้นสารบบศาลแพ่ง ศาลแขวง ศาลอาญา ศาลภาษีอากร ศาลแรงงาน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตามเขตอำนาจ (รวมศาลภาค)ทีมทนายความCivil, Criminal, Tax & Labour Docket Search Reportสัปดาห์ที่ 2
4สัมภาษณ์ทนายความผู้ดำเนินคดีเดิมของบริษัทเป้าหมายSenior AssociateLitigation Risk Assessment Memoสัปดาห์ที่ 3

Checklist 10 จุดตรวจความเสี่ยงคดีความและข้อพิพาท

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

การสืบค้นคดีในศาลยุติธรรมไทย บุคคลภายนอกสามารถไปค้นหาเองได้หรือไม่?
ผู้ซื้อควรได้รับข้อมูลคดีจากการเปิดเผยของผู้ขายและจากการตรวจค้นที่กระทำโดยได้รับอำนาจจากบริษัทเป้าหมาย ส่วนขอบเขตที่บุคคลภายนอกจะตรวจดูสำนวนคดีของศาลได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 54 ซึ่งให้บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียโดยชอบหรือมีเหตุผลอันสมควรร้องขออนุญาตต่อศาลเพื่อตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารในสำนวน และแนวปฏิบัติของศาล ผู้ซื้อจึงควรขอหนังสือยินยอมและมอบอำนาจจากบริษัทเป้าหมายตั้งแต่ต้นกระบวนการตรวจสอบ
หากบริษัทถูกฟ้องคดีอาญา แต่ผู้กระทำผิดคืออดีตกรรมการ บริษัทจะต้องรับผิดชอบอย่างไร?
ความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคลขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของกฎหมายแต่ละฉบับที่กำหนดความผิดและโทษนั้น หากกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้นิติบุคคลต้องรับผิด บริษัทในฐานะนิติบุคคลอาจต้องรับโทษปรับทางอาญาตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดความผิดนั้น [ต้องยืนยันมาตรา] ส่วนการตัดสิทธิในการเข้าเสนอราคางานภาครัฐเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 64 และมาตรา 111 ดังนั้น ต้องตรวจสอบคดีอาญาของนิติบุคคลควบคู่กับคดีของกรรมการเสมอ โดยระบุให้ชัดว่ากฎหมายฉบับใดกำหนดความผิดและโทษของนิติบุคคลในแต่ละกรณี
อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) สามารถตรวจสอบได้อย่างไร?
การอนุญาโตตุลาการโดยทั่วไปดำเนินการเป็นความลับตามข้อตกลงของคู่พิพาทหรือข้อบังคับของสถาบัน ซึ่งแต่ละสถาบัน (เช่น TAI, THAC, SIAC) กำหนดไว้แตกต่างกัน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ซื้อจึงไม่อาจสืบทราบข้อพิพาทจากสถาบันได้ ต้องอาศัยคำรับรองของผู้ขายใน Disclosure Letter และการสอบถามบริษัทเป้าหมายรวมทั้งทนายความผู้ดูแลคดี
หนี้ตามคำพิพากษามีระยะเวลาในการบังคับคดีกี่ปี?
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีระยะเวลาในการยื่นคำขอให้บังคับคดี ยึดทรัพย์ หรืออายัดสิทธิเรียกร้องได้ภายใน สิบปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ทั้งนี้ สิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32 ส่วนระยะเวลาขอให้บังคับคดีเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ