คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สรุป 3 ประเด็นทางกฎหมายสำคัญที่ผู้ลงทุนและบริษัทจัดการต้องพิจารณาในสัญญา:

  1. การกำหนดนโยบายและกรอบการลงทุน (Investment Mandate & Asset Allocation Limits): บริษัทหลักทรัพย์ที่จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องจัดการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 133 และห้ามลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นนอกจากที่ตกลงไว้ในสัญญาตามมาตรา 139 (1) ผู้มอบหมายเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นจากการผิดสัญญาได้ตามมาตรา 222 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหากสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาตัวแทน ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการตามมาตรา 807 แห่ง ป.พ.พ. ด้วย ทั้งนี้ สัญญาควรแยกให้ชัดระหว่างผลขาดทุนจากความผันผวนของตลาดตามปกติ (Market Risk) ซึ่งสัญญาอาจกำหนดเป็นข้อยกเว้นความรับผิด (Market Loss Carve-out) กับการลงทุนนอกกรอบนโยบายหรือฝ่าฝืนคำสั่งของผู้มอบหมาย (Breach of Mandate) ซึ่งการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่นนอกจากที่ตกลงไว้ในสัญญาเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 139 (1)
  2. สูตรคำนวณค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงาน (Performance Fee) ตามหลักเกณฑ์สากล: สัญญาที่เป็นธรรมควรมีข้อกำหนด High-Water Mark เพื่อป้องกันการคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนในขณะที่พอร์ตยังไม่ฟื้นตัวสู่จุดสูงสุดเดิม และควรระบุผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle Rate) ที่ชัดเจนก่อนเริ่มคำนวณส่วนแบ่งกำไร ทั้งนี้ มาตรา 139 (2) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้บริษัทหลักทรัพย์รับค่าธรรมเนียมได้เฉพาะตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา ดังนั้นสูตรค่าธรรมเนียมผลการดำเนินงาน รวมถึง High-Water Mark และ Hurdle Rate ต้องเขียนไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ส่วนการอ้างว่าประกาศกำหนดให้ต้องมีเงื่อนไขดังกล่าวต้องตรวจประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุนฉบับทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  3. การแยกทรัพย์สินของลูกค้าและการแต่งตั้งผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian & Asset Segregation): พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 136 ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลออกจากทรัพย์สินของตน และหากบริษัทมิได้เป็นผู้รับฝากทรัพย์สินเอง ต้องนำทรัพย์สินไปฝากไว้กับผู้รับฝากทรัพย์สินที่ได้รับความเห็นชอบตามมาตรา 135 ภายในวันทำการถัดจากวันที่ได้รับทรัพย์สินมา หรือภายในระยะเวลาที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด บริษัทจะเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินเองได้เมื่อผู้มอบหมายยินยอมและสำนักงานให้ความเห็นชอบ ผู้รับฝากทรัพย์สินต้องแยกทรัพย์สินที่รับฝากออกจากทรัพย์สินอื่นของตนตามมาตรา 137 และทรัพย์สินของผู้มอบหมายต้องลงชื่อผู้มอบหมายและชื่อบริษัทหลักทรัพย์ในฐานะผู้ทำการแทนไว้ด้วย เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานตามมาตรา 138 ส่วนผลของการแยกทรัพย์สินต่อเจ้าหนี้ของบริษัทหลักทรัพย์เมื่อบริษัทล้มละลาย เป็นไปตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งต้องตรวจจากตัวบทฉบับทางการ [ต้องยืนยันมาตรา]

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: ผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) มอบหมายเงิน 100 ล้านบาทให้บริษัทจัดการบริหารแบบ Discretionary โดยระบุความเสี่ยงปานกลาง แต่ผู้จัดการกองทุนนำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่ระบุใน Mandate จนเกิดการผิดนัดชำระหนี้ (Default)
  2. ความเข้าใจผิด: บริษัทจัดการอ้างข้อสัญญา "Disclaimer" ว่าการลงทุนมีความเสี่ยง และลูกค้าได้ลงนามรับทราบภาวะตลาดขาดทุนแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดชอบ
  3. จุดพลิก: การพิสูจน์ได้ว่าการซื้อสินทรัพย์นั้น "ขัดต่อ Investment Mandate" ทำให้ Disclaimer เรื่อง Market Risk ตกไป และกลายเป็นการผิดสัญญาจัดการงานและฝ่าฝืนกฎหมายหลักทรัพย์
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: เทคนิคการเขียนสัญญาเพื่อดักจุดตายเรื่องขอบเขตอำนาจ การคำนวณค่าธรรมเนียมที่โปร่งใส และการสร้างเกราะคุ้มกันทรัพย์สินจากความเสี่ยงของตัวบริษัทจัดการเอง

ภูมิทัศน์กฎหมายธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลในประเทศไทย

การประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมีพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นกฎหมายแม่บท สัญญามอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 133 วรรคสองแห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมีรายการอันเป็นสาระสำคัญตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด ส่วนการจัดประเภทสัญญา (ตัวแทน หรือสัญญามีลักษณะเฉพาะ) ตัวบทไม่ได้วินิจฉัยไว้ จึงต้องวิเคราะห์ตามข้อสัญญาเป็นรายกรณี

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

หากสัญญาบริหารจัดการกองทุนเขียนไว้ไม่รัดกุม อาจส่งผลกระทบดังนี้:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal Basis / GroundDescription
C-SHIELD-28-01พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 139 (1) และมาตรา 133 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807การฝ่าฝืนขอบเขตการลงทุน (Breach of Mandate)
C-SHIELD-28-02พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 139 (2) และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุนส่วนบุคคล [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]การรับค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดจากผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลนอกเหนือจากอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา
C-SHIELD-28-03พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 135 มาตรา 136 มาตรา 137 และมาตรา 138การไม่แยกทรัพย์สินของลูกค้าออกจากทรัพย์สินส่วนตัวของบริษัทหลักทรัพย์
C-SHIELD-28-04พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 139 (3) และ (5) ทั้งนี้รายละเอียดของการกระทำที่เป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้นอยู่กับประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]การกระทำที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)
C-SHIELD-28-05ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373ความตกลงล่วงหน้ายกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเป็นโมฆะ
C-SHIELD-28-06พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 (1) และมาตรา 8 วรรคสองข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในกรณีอื่นนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นโมฆะ มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น (มาตรา 8 วรรคสอง) ส่วนข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป ที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพหรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น โดยข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญาเป็นตัวอย่างของข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบเช่นนั้น (มาตรา 4 (1))

วิเคราะห์ Investment Mandate กับ Discretionary Trading Authority

หัวใจของสัญญาคือการแยกแยะระหว่าง:

หากความเสียหายเกิดจาก "การตัดสินใจที่ผิดพลาดภายในกรอบ Mandate" (Market Loss) ผู้จัดการกองทุนมักได้รับความคุ้มครอง แต่หากเกิดจาก "การก้าวล่วงนอกกรอบ Mandate" จะถือเป็นการผิดสัญญาโดยสิ้นเชิง

กลไก High-Water Mark และ Hurdle Rate ในการคิด Performance Fee

ในการบริหารกองทุนส่วนบุคคล มาตรา 139 (2) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้บริษัทหลักทรัพย์รับค่าธรรมเนียมได้เฉพาะตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในสัญญา การคิดค่าธรรมเนียมตามผลการดำเนินงานจึงต้องเขียนสูตรไว้ในสัญญาให้ชัดเจนและควรเป็นธรรมต่อผู้มอบหมาย โดยหลักเกณฑ์สองประการต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติสากลที่ควรกำหนดไว้ในสัญญา:

การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน Conflict of Interest

สัญญาต้องระบุวิธีจัดการเมื่อบริษัทหลักทรัพย์ต้องการลงทุนในหุ้นของบริษัทในเครือ (Affiliated Transactions) หรือทำธุรกรรมแบบ Cross Trade ระหว่างกองทุนภายใต้การดูแลเดียวกัน ทั้งนี้ มาตรา 139 (3) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ห้ามบริษัทหลักทรัพย์ซื้อหรือขายทรัพย์สินในนามของตนเองให้แก่ผู้มอบหมายให้จัดการกองทุนส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และมาตรา 139 (5) ห้ามกระทำการอื่นที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด สัญญาจึงต้องมีข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) และวิธีจัดการธุรกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนเกณฑ์การให้ความยินยอมและการซื้อขายระหว่างกองทุนต้องตรวจจากประกาศของสำนักงานดังกล่าวฉบับทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Mandate Breach Liquidated Damages

แนวปฏิบัติที่แนะนำสำหรับนักกฎหมายธุรกิจ:

  1. Mandate Breach Liquidated Damages: ควรกำหนดเบี้ยปรับหรือสูตรการคำนวณความเสียหายที่ชัดเจนหากมีการลงทุนผิดประเภท เพื่อลดภาระการพิสูจน์ความเสียหายในศาล ทั้งนี้ เจ้าหนี้เรียกเบี้ยปรับได้ในฐานเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 และหากเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลอาจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรตามมาตรา 383 จึงควรกำหนดสูตรที่สัมพันธ์กับความเสียหายที่คาดหมายได้
  2. Redemption Trigger: กำหนดสิทธิให้ลูกค้าสามารถไถ่ถอนเงินลงทุนได้ทันทีโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม (Exit Fee) หากผลการดำเนินงานลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด (Stop-loss at Portfolio Level) หรือมีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการกองทุนหลัก (Key Person Clause)

ข้อต่อสู้ของบริษัทจัดการกองทุนกับลูกค้าผู้ลงทุนสถาบัน/HNW Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริง:

ผู้ลงทุน A มอบพอร์ต Private Fund มูลค่า 100 ล้านบาทให้บริษัทหลักทรัพย์ B จัดการ โดยกำหนดนโยบายลงทุนในหุ้น SET100 เท่านั้น แต่ผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์ B นำเงิน 30% (30 ล้านบาท) ไปลงทุนในหุ้นนอกตลาด (Private Equity) ของบริษัทสตาร์ทอัพที่เกี่ยวโยงกับผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ B ต่อมาบริษัทสตาร์ทอัพดังกล่าวล้มละลาย ทำให้เงิน 30 ล้านบาทกลายเป็นศูนย์ ในขณะที่ภาพรวมตลาด SET100 เป็นบวก

การดำเนินการ:

  1. วิเคราะห์: ข้อเท็จจริงในตัวอย่างเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรา 139 (1) แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คือบริษัทหลักทรัพย์ B ลงทุนเงินของผู้ลงทุน A ในทรัพย์สินประเภทอื่นนอกจากที่ตกลงไว้ในสัญญา และอาจเข้ามาตรา 139 (3) หรือ (5) ในส่วนความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด ตัวบทกำหนดโทษปรับแก่บริษัทหลักทรัพย์ตามมาตรา 282 (สำหรับมาตรา 139 (1) ถึง (4)) และมาตรา 286 ทวิ (สำหรับมาตรา 139 (5)) นอกจากนี้ หากความผิดตามมาตรา 139 (5) ของบริษัทหลักทรัพย์เกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของบุคคลใด หรือเกิดจากการไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำของกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์ ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 286 ทวิ ด้วย
  2. การบังคับสัญญา: ผู้ลงทุน A เรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นจากการผิดสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 โดยต้องพิสูจน์ความเสียหาย ไม่ใช่เต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ ในตัวอย่างนี้เงินลงทุน 30 ล้านบาทที่สูญไปเป็นความเสียหายหลักที่ผู้ลงทุน A ต้องพิสูจน์ พร้อมดอกเบี้ย โดยบริษัทหลักทรัพย์ B ไม่สามารถอ้าง Market Loss Carve-out ได้ เนื่องจากสินทรัพย์นั้นไม่อยู่ในจักรวาลการลงทุนที่ตกลงกันไว้
  3. ก.ล.ต.: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อาจเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามมาตรา 134 และบริษัทหลักทรัพย์ที่ฝ่าฝืนมาตรา 139 (1) ถึง (4) ต้องระวางโทษปรับตามมาตรา 282 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจัดการกองทุนส่วนบุคคล

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากตลาดหุ้นตกทั้งกระดานจนพอร์ตขาดทุน 50% เราฟ้องบริษัทหลักทรัพย์ได้หรือไม่?
หากบริษัทหลักทรัพย์ลงทุนตามนโยบายและใช้ความระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพแล้ว มักจะฟ้องไม่ได้เนื่องจากเป็น Market Risk ยกเว้นจะพิสูจน์ได้ว่ามีความบกพร่องในระบบการจัดการความเสี่ยง

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ