- ข้อห้ามตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558: พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามติดต่อหรือทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้นอกกรณีที่พระราชบัญญัติอนุญาต ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้แก่บุคคลอื่น และห้ามใช้วาจาดูหมิ่นหรือข่มขู่ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 11 และจำกัดเวลาติดต่อตามมาตรา 9 (2) (วันจันทร์ถึงวันศุกร์ 08.00-20.00 น. / วันหยุดราชการ 08.00-18.00 น.) ส่วนจำนวนครั้งที่ติดต่อ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (3) บัญญัติเพียงให้ติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสม และคณะกรรมการอาจประกาศกำหนดจำนวนครั้งด้วยก็ได้ ข้อจำกัดว่าติดต่อได้ไม่เกิน 1 ครั้งต่อวันจึงมิใช่บทบัญญัติของพระราชบัญญัติ และต้องยืนยันว่ามาจากประกาศของคณะกรรมการหรือจากเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ส่วนโทษจำคุกหรือโทษปรับสำหรับการฝ่าฝืนแตกต่างกันตามข้อห้ามที่ฝ่าฝืน ตั้งแต่จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไปจนถึงจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 39 มาตรา 40 และมาตรา 41
- การคัดแยกความรับผิด (Liability Isolation): สัญญาต้องระบุชัดเจนว่าผู้รับจ้างเป็น "ผู้รับจ้างอิสระ" (Independent Contractor) มิใช่ตัวแทนหรือลูกจ้างในความหมายที่จะทำให้เกิดความรับผิดร่วม (Vicarious Liability) ซึ่งต้องตรงกับข้อเท็จจริง เพราะความเป็นตัวแทนอาจเกิดขึ้นโดยปริยายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 หากผู้รับจ้างมีอำนาจทำการแทนผู้ว่าจ้างจริง ส่วนข้อสัญญาชดใช้ (Indemnity) ควรครอบคลุมค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผิดสัญญาหรือการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้รับจ้าง โดยตรวจความใช้บังคับของข้อตกลงให้รับภาระค่าปรับทางอาญาแทนผู้ถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ค่าเสียหายที่เรียกได้เป็นไปตามมาตรา 222 และเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตามมาตรา 383
- เกณฑ์ Market Conduct และ PDPA: สัญญาควรกำหนดให้ผู้ให้บริการบันทึกเสียงสนทนาทุกสายและเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่ยืนยันได้ว่ามีกฎหมายหรือประกาศบังคับ เพื่อรองรับการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ การบันทึกเสียงสนทนากับลูกหนี้เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลจึงต้องมีฐานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือความยินยอมตามมาตรา 19 และต้องแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะบันทึก
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: สถาบันการเงินหรือบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ว่าจ้าง Outsource ติดตามหนี้จำนวนมากเพื่อลดภาระงานภายใน แต่พนักงานของผู้รับจ้างต้องการทำยอดคอมมิชชันจึงใช้วิธีโทรข่มขู่ลูกหนี้และโทรเข้าเบอร์ที่ทำงานเพื่อประจาน ความเข้าใจผิด: ผู้ว่าจ้างคิดว่าเมื่อจ้าง Outsource แล้ว ผู้รับจ้างต้องรับผิดเพียงฝ่ายเดียวในทุกกรณี ทั้งที่หลักว่าผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อแก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 มีข้อยกเว้นเมื่อผู้ว่าจ้างผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง และหากผู้รับจ้างทำการแทนผู้ว่าจ้างในฐานะตัวแทน ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 427 ประกอบมาตรา 425 จุดพลิก: ลูกหนี้แจ้งความดำเนินคดีอาญาและร้องเรียน ธปท. ส่งผลให้ผู้ว่าจ้าง (เจ้าหนี้) ถูกตรวจสอบฐานละเลยการกำกับดูแล (Failure to Supervise) และอาจต้องรับผิดร่วมตามลักษณะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับผู้รับจ้าง สิ่งที่ได้จากบทความ: แนวทางการร่างสัญญาเพื่อจำกัดความเสี่ยง การตั้งจุดสกัด (Trigger Points) เพื่อบอกเลิกสัญญา และการวางระบบ Compliance ตามมาตรฐาน LAS Shield
ภูมิทัศน์กฎหมายการทวงถามหนี้และการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในประเทศไทย
ในปัจจุบัน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) และการทวงถามหนี้ตกอยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมี พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 เป็นแกนหลักควบคู่ไปกับประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่อง Market Conduct [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] กฎหมายเหล่านี้มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของลูกหนี้ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือโดยมิชอบและการคุกคามทางจิตใจ
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
การบริหารสัญญาที่ไม่รัดกุมนำไปสู่ความเสี่ยงรุนแรง:
- Operational Risk: สถาบันการเงินอาจถูกธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ซึ่งฐานอำนาจตามกฎหมายต้องตรวจจากกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงินที่ผู้ว่าจ้างอยู่ภายใต้การกำกับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- Criminal Risk: กรรมการหรือผู้มีอำนาจของนิติบุคคลอาจต้องรับผิดทางอาญาตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 44
- Reputational Damage: ค่าเสียหายต่อแบรนด์และชื่อเสียงที่ไม่อาจประเมินค่าได้จากการถูกประจานในสื่อสังคมออนไลน์
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| Claim ID | Legal Provision | Key Requirement / Limitation |
|---|---|---|
| C-SHIELD-26-01 | พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 11 (3) | การติดต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ทำได้เฉพาะในกรณีและเพื่อวัตถุประสงค์ที่พระราชบัญญัติอนุญาต และต้องไม่เปิดเผยความเป็นหนี้ ขอบเขตของกรณีที่อนุญาต รวมทั้งการติดต่อบุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้และการสอบถามสถานที่ติดต่อลูกหนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 |
| C-SHIELD-26-02 | พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (2) | การติดต่อลูกหนี้ต้องเป็นไปตามเวลาที่กำหนด (วันทำการ 8-20 น. / วันหยุด 8-18 น.) |
| C-SHIELD-26-03 | พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 (1) และ (2) | ข้อห้ามการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ หรือใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่น |
| C-SHIELD-26-04 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 305 มาตรา 306 และมาตรา 308 | การโอนสิทธิเรียกร้องที่ต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นไม่สมบูรณ์ และจะยกการโอนขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้เมื่อได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ หรือลูกหนี้ได้ยินยอมด้วยเป็นหนังสือ |
| C-SHIELD-26-05 | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 มาตรา 427 และมาตรา 428 | ความรับผิดของเจ้าหนี้ต่อลูกหนี้สำหรับละเมิดของผู้รับจ้างขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์: นายจ้างร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) บทบัญญัตินี้ใช้แก่ตัวการและตัวแทนโดยอนุโลม (มาตรา 427) ส่วนผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (มาตรา 428) |
7 ข้อห้ามสำคัญในการทวงถามหนี้ Blacklist Collection Tactics
ข้อห้ามทั้งเจ็ดข้อต่อไปนี้เป็นข้อห้ามที่ผู้ว่าจ้างควรเขียนไว้ในสัญญา บางข้อมีที่มาจากพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และบางข้อเป็นเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับหรือมาตรฐานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดเอง ที่มาของแต่ละข้อต้องตรวจจากตัวบทและประกาศฉบับทางการก่อนนำไปเขียนเป็นข้อสัญญา [ต้องยืนยันมาตรา]
- ห้ามทวงหนี้กับผู้อื่น: ห้ามทวงถามหนี้หรือแจ้งเรื่องหนี้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เช่น บิดามารดา พี่น้อง หรือที่ทำงานของลูกหนี้ นอกกรณีที่พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 11 (3) อนุญาต
- ห้ามข่มขู่: ห้ามใช้ความรุนแรงหรือขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงต่อร่างกาย ทรัพย์สิน หรือชื่อเสียง ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 (1)
- ห้ามดูหมิ่น: ห้ามใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามลูกหนี้ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 (2)
- ห้ามใช้เอกสารลวง: ห้ามใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเอกสารจากศาลหรือหน่วยงานรัฐ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 12 (1)
- ห้ามส่งไปรษณียบัตร: ห้ามส่งเอกสารที่แสดงให้เห็นชัดเจนจากภายนอกว่าเป็นเรื่องการทวงหนี้ ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11 (4) และ (5)
- ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมเกินกำหนด: ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการทวงหนี้เกินอัตราที่คณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ประกาศกำหนด ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 13 (1) ซึ่งต้องตรวจว่าประกาศฉบับใดมีผลใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ห้ามทวงเกินจำนวนครั้ง: ห้ามติดต่อทวงหนี้เกิน 1 ครั้งต่อวันตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งตัวเลขนี้มิได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ โดยพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9 (3) บัญญัติเพียงให้ติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการอาจประกาศกำหนดจำนวนครั้งด้วยก็ได้ จึงต้องยืนยันว่ามีที่มาจากประกาศฉบับใด และผูกพันผู้รับจ้างทวงถามหนี้โดยตรงหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การโอนสิทธิเรียกร้อง (Assignment of Claims) กับสัญญาจ้างบริการทวงหนี้ Collection Servicing
การโอนสิทธิเรียกร้องทำให้ผู้รับโอนเข้าเป็นเจ้าหนี้แทนผู้โอน ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 การโอนสิทธิเรียกร้องที่ต้องชำระแก่เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจงต้องทำเป็นหนังสือจึงจะสมบูรณ์ และจะยกการโอนขึ้นเป็นข้อต่อสู้ลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกได้เมื่อได้บอกกล่าวการโอนเป็นหนังสือไปยังลูกหนี้ (Notice of Assignment) หรือลูกหนี้ได้ยินยอมด้วยเป็นหนังสือ หากลูกหนี้ชำระหนี้แก่ผู้โอนเสียก่อนได้รับคำบอกกล่าวหรือก่อนได้ตกลงให้โอน ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ ลูกหนี้ที่เพียงได้รับคำบอกกล่าวยังยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอนก่อนเวลาได้รับคำบอกกล่าวขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ตามมาตรา 308 และสิทธิจำนอง จำนำ หลักประกันทางธุรกิจ และสิทธิอันเกิดแต่การค้ำประกันที่เกี่ยวพันกับสิทธิเรียกร้อง ย่อมตกไปแก่ผู้รับโอนด้วยตามมาตรา 305 ในขณะที่สัญญาจ้างบริการ (Servicing) เป็นการว่าจ้างให้ติดตามทวงถามหนี้โดยเจ้าหนี้เดิมยังคงเป็นเจ้าของสิทธิเรียกร้อง และผู้รับจ้างจะมีอำนาจทำการแทนเจ้าหนี้หรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับข้อตกลงและข้อเท็จจริง ความแตกต่างนี้มีผลต่อความรับผิดต่อลูกหนี้ ในการจ้างบริการ ความรับผิดของเจ้าหนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริง หากผู้รับจ้างมีอำนาจทำการแทนเจ้าหนี้ เช่น รับชำระหนี้หรือตกลงผ่อนชำระในนามเจ้าหนี้ ความสัมพันธ์เป็นสัญญาตัวแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 และมาตรา 427 ให้นำมาตรา 425 และมาตรา 426 มาใช้บังคับแก่ตัวการและตัวแทนโดยอนุโลม เจ้าหนี้จึงต้องร่วมรับผิดกับผู้รับจ้างในผลแห่งละเมิดที่ผู้รับจ้างกระทำไปในกิจการที่ได้รับมอบหมาย และเมื่อได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วชอบที่จะได้รับชดใช้จากผู้รับจ้าง หากเป็นการจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้างตามมาตรา 428 ข้อสัญญา Indemnity ไม่ทำให้เจ้าหนี้พ้นความรับผิดต่อลูกหนี้ แต่เป็นเครื่องมือให้เจ้าหนี้เรียกคืนจากผู้รับจ้างระหว่างคู่สัญญา ส่วนหน้าที่และความรับผิดของเจ้าหนี้ในฐานะผู้ว่าจ้างตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ต้องตรวจจากตัวบทฉบับทางการ [ต้องยืนยันมาตรา]
ก่อนรับโอนหรือทวงถามสิทธิเรียกร้อง ต้องตรวจสถานะอายุความของสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันดับแรก เพราะสิทธิเรียกร้องใด ๆ ที่มิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดย่อมขาดอายุความ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/9) และเมื่อขาดอายุความแล้วลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ (มาตรา 193/10) ส่วนในระหว่างที่อายุความยังไม่ครบกำหนด อายุความย่อมสะดุดหยุดลงเมื่อลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ เช่น ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ ชำระหนี้ให้บางส่วน ชำระดอกเบี้ย หรือให้ประกัน (มาตรา 193/14 (1)) และเมื่อสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้ว การชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ว่ามากน้อยเพียงใดจะเรียกคืนไม่ได้ แม้ผู้ชำระหนี้จะไม่รู้ว่าสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้ว และให้ใช้หลักเดียวกันนี้บังคับแก่การที่ลูกหนี้รับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือโดยการให้ประกันด้วย (มาตรา 193/28 วรรคหนึ่งและวรรคสอง) ข้อสัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้รับจ้างตรวจสถานะอายุความของสิทธิเรียกร้องก่อนทวงถาม ห้ามทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดว่าสิทธิเรียกร้องยังไม่ขาดอายุความหรือว่าลูกหนี้ไม่มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ และห้ามชักจูงให้ลูกหนี้ชำระบางส่วนหรือทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยมิได้แจ้งว่าหนี้ขาดอายุความ ส่วนข้อห้ามเรื่องการทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 12 บัญญัติไว้เป็นรายกรณี ได้แก่ การทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศาลหรือหน่วยงานของรัฐ ทนายความ หรือบริษัทข้อมูลเครดิต และการทำให้เชื่อว่าจะถูกดำเนินคดีหรือจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์หรือเงินเดือน ซึ่งมิได้ระบุเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ
ข้อกำหนด SLA ด้านจริยธรรม, การบันทึกเสียง, และการปฏิบัติตาม PDPA
สัญญาต้องระบุมาตรการควบคุมคุณภาพ (Quality Control):
- Voice Recording: การบันทึกเสียงทุกสายและเก็บรักษาไว้อย่างน้อย 90 วันเป็นมาตรฐานที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่ยืนยันได้ว่ามีกฎหมายหรือประกาศบังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ การบันทึกเสียงสนทนากับลูกหนี้เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีฐานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือความยินยอมตามมาตรา 19 แจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 ก่อนหรือขณะบันทึก เก็บเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 22 และกำหนดบทบาทและข้อตกลงกับผู้รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 37 (2) และมาตรา 40
- Data Minimization: ผู้รับจ้างต้องเข้าถึงข้อมูลลูกหนี้เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานเท่านั้น
- Audit Rights: ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สุ่มตรวจ (Spot Check) ณ สถานประกอบการของผู้รับจ้างโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Indemnity Clause และสิทธิบอกเลิกสัญญาทันที
หัวใจสำคัญของสัญญาคือ "Immediate Termination Trigger" เมื่อผู้รับจ้างละเมิดกฎหมายการทวงถามหนี้แม้เพียงครั้งเดียว ให้ถือเป็นเหตุผิดสัญญาเป็นสำคัญที่ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที พร้อมข้อสัญญา Indemnity Clause ที่ครอบคลุมค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผิดสัญญาหรือการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้รับจ้าง ค่าทนายความ และค่าเสียหายต่อชื่อเสียงที่พิสูจน์ได้ (Reputational Loss) ทั้งนี้ ต้องตรวจความใช้บังคับของข้อตกลงให้รับภาระค่าปรับทางอาญาแทนผู้ถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ค่าเสียหายที่เรียกได้เป็นไปตามมาตรา 222 และเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตามมาตรา 383
ข้อต่อสู้ของฝ่ายบริษัททวงหนี้กับฝ่ายสถาบันการเงินผู้ว่าจ้าง Devil's Advocate
- ฝ่ายบริษัททวงหนี้: มักอ้างว่าลูกหนี้จงใจยั่วยุพนักงานเพื่อให้เกิดการกระทำผิด และขอให้จำกัดความรับผิด (Limitation of Liability) เฉพาะค่าเสียหายตามจริง
- ฝ่ายสถาบันการเงิน: ต้องยันว่ามาตรฐานการกำกับดูแลของ ธปท. เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ไม่สามารถต่อรองได้ และความผิดพลาดของพนักงานรายบุคคลถือเป็นความบกพร่องในระบบการควบคุมของผู้รับจ้างเอง
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
พนักงาน Outsource โทรประจานลูกหนี้ที่ฝ่ายบุคคลของบริษัทลูกหนี้
- การสืบสวน: ผู้ว่าจ้างเรียกไฟล์เสียงและ Log การโทรมาตรวจสอบ
- การดำเนินการ: พบว่าพนักงานละเมิดข้อห้ามเรื่องการติดต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ และข้อห้ามการแจ้งหรือเปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งข้อห้ามการใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นหากถ้อยคำที่ใช้มีลักษณะดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 11 (2) และ (3)
- ผลทางสัญญา: ผู้ว่าจ้างประกาศบอกเลิกสัญญา และบังคับใช้ข้อสัญญาชดใช้ (Indemnity Clause) เพื่อเรียกค่าปรับตามสัญญา และเรียกค่าปรับของธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อเกิดขึ้นจริงตามข้อสัญญาชดใช้
Checklist 12 จุดตรวจสัญญาจ้างบริการติดตามทวงถามหนี้
- กำหนดสถานะผู้รับจ้างเป็น Independent Contractor ชัดเจน
- ตรวจก่อนทำสัญญาว่าผู้รับจ้างทวงถามหนี้ต้องได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 5 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
- มีข้อกำหนดการบันทึกเสียงและระยะเวลาการจัดเก็บ 90 วันเป็นมาตรฐานที่กำหนดในสัญญา เว้นแต่ยืนยันได้ว่ามีกฎหมายหรือประกาศบังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ระบุช่วงเวลาการทวงถามหนี้ตามกฎหมาย (8-20/8-18)
- ข้อสัญญาห้ามผู้รับจ้างเปิดเผยความเป็นหนี้แก่บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ และจำกัดการติดต่อบุคคลอื่นไว้เฉพาะกรณีที่พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8 และมาตรา 11 (3) อนุญาต หากผู้ว่าจ้างต้องการมาตรฐานที่เข้มกว่ากฎหมาย ให้ระบุไว้เป็นข้อกำหนดของสัญญาโดยชัดแจ้ง
- ข้อกำหนดการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Compliance) ครอบคลุมฐานในการเก็บรวบรวมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 19 การแจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 การเก็บเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 22 และข้อตกลงกับผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- สิทธิของผู้ว่าจ้างในการ Audit และตรวจสอบการทำงาน
- ข้อสัญญาชดใช้ (Indemnification) สำหรับค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผิดสัญญาหรือการฝ่าฝืนกฎหมายของผู้รับจ้าง โดยตรวจความใช้บังคับของข้อตกลงให้รับภาระค่าปรับทางอาญาแทนผู้ถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
- สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อมีการละเมิดกฎหมายทวงหนี้
- ข้อห้ามการมอบอำนาจช่วง (Sub-contracting) โดยไม่ได้รับอนุญาต
- การอบรมพนักงานของผู้รับจ้างเกี่ยวกับจริยธรรมและกฎหมายทวงหนี้เป็นประจำ
- ตรวจอายุความของสิทธิเรียกร้องก่อนทวงถาม ห้ามทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดว่าสิทธิเรียกร้องยังไม่ขาดอายุความหรือว่าลูกหนี้ไม่มีสิทธิปฏิเสธการชำระหนี้ และห้ามชักจูงให้ชำระบางส่วนหรือทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยมิได้แจ้งว่าหนี้ขาดอายุความ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/9 ถึงมาตรา 193/14 และมาตรา 193/28 รวมทั้งข้อห้ามการทวงถามหนี้ในลักษณะที่เป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 12 เท่าที่เข้ากรณี)
อ้างอิง — References
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)