คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

สัญญาให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร (Third-Party Logistics: 3PL) และสัญญาจัดเก็บสินค้าในคลังสินค้า (Warehousing Agreement) ในประเทศไทย ผสมผสานบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2 ลักษณะสำคัญ ได้แก่ ลักษณะ 8 รับขน (มาตรา 608 ถึงมาตรา 639) ซึ่งใช้เมื่อผู้ให้บริการรับขนของเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติ และ ลักษณะ 14 เก็บของในคลังสินค้า (มาตรา 770 ถึงมาตรา 796) ซึ่งใช้เมื่อผู้ให้บริการรับทำการเก็บรักษาสินค้าเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติ โดยมีจุดตายสำคัญ 3 ประการ: (1) การจำกัดความรับผิดต่อความเสียหายของสินค้า (Cargo Liability & Limitation): ผู้ขนส่งและนายคลังสินค้าต้องรับผิดในการสูญหาย บุบสลาย หรือส่งมอบชักช้า เว้นแต่ตนจะพิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย สภาพแห่งของนั้นเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง (ป.พ.พ. มาตรา 616 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท) โดยเหตุสุดวิสัยหมายถึงเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น (มาตรา 8) สัญญา 3PL มักกำหนดเพดานชดใช้ต่อกิโลกรัมหรือต่อเที่ยวขนส่ง ซึ่งต้องตรวจเป็นสามชั้น ชั้นที่หนึ่ง ข้อความจำกัดความรับผิดในใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองเดียวกันที่ผู้ขนส่งหรือนายคลังสินค้าออกให้เป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งหรือผู้ฝากแสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง (ป.พ.พ. มาตรา 625 ประกอบมาตรา 772) ชั้นที่สอง ความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเอง ย่อมเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 373 แต่มาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ตามมาตรา 220 และชั้นที่สาม ส่วนที่เหลือมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง (2) สิทธิยึดหน่วงสินค้าของนายคลังสินค้า (Warehouseman's Lien): นายคลังสินค้าชอบที่จะยึดหน่วงสินค้าไว้ได้ตามที่จำเป็นเพื่อประกันการชำระค่าบำเหน็จและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเก็บรักษา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 630 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท และชอบที่จะยึดหน่วงสินค้าที่รับฝากไว้จนกว่าจะได้รับเงินบรรดาที่ค้างชำระแก่ตนเกี่ยวด้วยการฝากสินค้านั้นตามมาตรา 670 ซึ่งมาตรา 771 ให้นำมาใช้ด้วย ในทางปฏิบัติ การใช้สิทธินี้อาจกระทบ Supply Chain ของลูกค้าเมื่อมีข้อพิพาทเรื่องค่าบริการ และ (3) การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น (Cold Chain SLA): สัญญาจัดเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (ยา วัคซีน อาหารสด) ควรเชื่อมโยงตัวชี้วัด SLA อุณหภูมิเข้ากับข้อสัญญาประกันภัยสินค้า และกำหนดหน้าที่ติดตั้งระบบ Data Logger บันทึกอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวอย่างตามแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่คู่สัญญาตกลงกันเอง มิใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ กิจการห้องเย็นอาจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น พ.ศ. 2558 มาตรา 3 และมาตรา 18

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทผู้นำเข้าเวชภัณฑ์ยารักษาโรคมะเร็งมูลค่า 50 ล้านบาท ทำสัญญาจ้างผู้ให้บริการ 3PL ชั้นนำในการจัดเก็บสินค้าในคลังเย็น (Cold Storage 2-8°C) และกระจายสินค้าไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ว่าจ้างใช้สัญญาบริการมาตรฐานของ 3PL ซึ่งมีข้อความระบุว่า "ผู้ให้บริการจำกัดความรับผิดสำหรับความเสียหายของสินค้าไว้ไม่เกิน 100 บาทต่อกิโลกรัม หรือไม่เกินค่าบริการในเดือนนั้น" โดยเข้าใจว่าเป็นข้อสัญญามาตรฐานสากล
  3. จุดพลิก: ระบบทำความเย็นของคลังสินค้าขัดข้องนาน 48 ชั่วโมง โดยสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นแต่พนักงานเวรเพิกเฉยไม่เปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ส่งผลให้ยารักษามะเร็งทั้งหมดเสื่อมสภาพเสียหายทั้งล็อต 50 ล้านบาท เมื่อฟ้องร้อง 3PL อ้างข้อสัญญาจำกัดความรับผิด ขอจ่ายชดใช้เพียง 50,000 บาท ทั้งนี้ ข้อจำกัดความรับผิดนี้ไม่ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 373 เพียงเพราะพนักงานเวรประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เพราะมาตรา 373 ใช้กับความตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นความรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกหนี้เอง และมาตรา 220 บัญญัติว่ามาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ แม้ลูกหนี้ต้องรับผิดในความผิดของบุคคลนั้นเสมือนเป็นความผิดของตนเองก็ตาม ผู้ว่าจ้างจึงต้องต่อสู้ในสามทาง ทางแรก ถ้าข้อจำกัดความรับผิดอยู่ในใบรับหรือเอกสารทำนองนั้นที่ 3PL ออกให้ และผู้ว่าจ้างมิได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง ข้อความนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา 625 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้า ทางที่สอง ข้อจำกัดความรับผิดที่ไม่เป็นโมฆะมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง ทางที่สาม ข้อจำกัดความรับผิดจะตกเป็นโมฆะตามมาตรา 373 ได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่ากลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นของ 3PL เอง ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ในคดี นอกจากนี้ ผู้ว่าจ้างต้องเสียเวลาฟ้องร้องและพิสูจน์คดีนานกว่า 3 ปี เนื่องจากสัญญาไม่มีการบังคับทำประกันภัยสินค้า (Cargo Insurance) เฉพาะเจาะจง และต้องระวังอายุความที่กฎหมายกำหนดไว้สั้น คือข้อเรียกร้องต่อผู้ขนส่งห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ส่งมอบ (มาตรา 624) และข้อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากสินค้าห้ามฟ้องเมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา (มาตรา 671 ประกอบมาตรา 771)
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: พิมพ์เขียวสัญญา 3PL 7 ชั้น เทคนิคการร่างข้อยกเว้นสิทธิยึดหน่วง (Waiver of Lien) ในสินค้าวิกฤต การตั้งเพดานความรับผิดแบบ Super-Cap ตามมูลค่าที่แจ้ง (Declared Value) การตรวจข้อสัญญาจำกัดความรับผิดสามชั้น ข้อสัญญาเฉพาะของคลังสินค้าห้องเย็น การจำแนกผู้ให้เช่าพื้นที่กับนายคลังสินค้า และ Checklist 10 จุดตรวจสัญญาโลจิสติกส์

ภูมิทัศน์กฎหมายโลจิสติกส์และคลังสินค้า

สัญญา 3PL เป็นสัญญาผสมที่ใช้บทบัญญัติเฉพาะของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สองลักษณะ คือ ลักษณะรับขน (มาตรา 608 ถึงมาตรา 639) เมื่อผู้ให้บริการรับขนของเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติ และลักษณะเก็บของในคลังสินค้า (มาตรา 770 ถึงมาตรา 796) เมื่อรับทำการเก็บรักษาสินค้าเพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติ ส่วนการรับขนของทางทะเลต้องใช้กฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเลตามมาตรา 609 (พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งใช้บังคับแก่การขนส่งทางทะเลระหว่างที่แห่งหนึ่งในราชอาณาจักรกับที่แห่งหนึ่งนอกราชอาณาจักร ส่วนการขนส่งของทางทะเลภายในราชอาณาจักรใช้บังคับโดยอนุโลมเมื่อคู่กรณีตกลงกันเป็นหนังสือให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ) ผู้ให้บริการจึงอาจทำหน้าที่เป็นทั้ง "ผู้ขนส่ง" (Carrier) ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสินค้าตั้งแต่รับมอบจนถึงส่งมอบปลายทางและต้องรับผิดในการที่สินค้าสูญหาย บุบสลาย หรือส่งมอบชักช้า (ป.พ.พ. มาตรา 616) และเป็น "นายคลังสินค้า" (Warehouseman) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 770 ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนสินค้าเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น และในฐานะผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังและฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการคลังสินค้า ตามมาตรา 659 ซึ่งมาตรา 771 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้า

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-SHIELD-23-01ผู้ขนส่งจะต้องรับผิดชอบในความสูญหาย บุบสลาย หรือชักช้าในการส่งมอบของ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือสภาพแห่งของนั้นเอง หรือความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง (มาตรา 772 ให้นำมาตรา 616 มาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท)ป.พ.พ. มาตรา 616 ประกอบมาตรา 772ลักษณะ 8 รับขน หมวด 1 รับขนของแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-23-02นายคลังสินค้าจำต้องยอมให้ผู้ทรงใบรับของคลังสินค้า หรือผู้ทรงประทวนสินค้าตรวจสินค้าและเอาตัวอย่างไปได้ในเวลาอันควรระหว่างเวลาทำงานทุกเมื่อป.พ.พ. มาตรา 773ลักษณะ 14 เก็บของในคลังสินค้า หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไปแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-23-06ถ้าการรับฝากทรัพย์นั้นมีบำเหน็จค่าฝาก ผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเพื่อสงวนทรัพย์สินนั้นเหมือนเช่นวิญญูชนจะพึงประพฤติโดยพฤติการณ์ดังนั้น ทั้งนี้ ย่อมรวมทั้งการใช้ฝีมืออันพิเศษเฉพาะการในที่จะพึงใช้ฝีมือเช่นนั้นด้วย ถ้าผู้รับฝากเป็นผู้มีวิชาชีพเฉพาะกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการค้าขายหรืออาชีวะอย่างนั้นป.พ.พ. มาตรา 659 ซึ่งมาตรา 771 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าลักษณะ 10 ฝากทรัพย์ หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไปตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHIELD-23-03ผู้ขนส่งชอบที่จะยึดหน่วงเอาของไว้ก่อนได้ตามที่จำเป็น เพื่อประกันการใช้เงินค่าระวางพาหนะและอุปกรณ์ (มาตรา 630 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้บังคับแก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท) และผู้รับฝากชอบที่จะยึดหน่วงเอาทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นไว้ได้ จนกว่าจะได้รับเงินบรรดาที่ค้างชำระแก่ตนเกี่ยวด้วยการฝากทรัพย์นั้น (มาตรา 670 ซึ่งมาตรา 771 ให้นำมาใช้บังคับแก่การเก็บของในคลังสินค้า)ป.พ.พ. มาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 (หลักทั่วไปเรื่องสิทธิยึดหน่วง มาตรา 241 มาตรา 246 และมาตรา 249)ลักษณะ 8 รับขน หมวด 1 รับขนของ (มาตรา 630) และลักษณะ 10 ฝากทรัพย์ หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป (มาตรา 670) ซึ่งนำมาใช้โดยมาตรา 772 และมาตรา 771 ในลักษณะ 14 เก็บของในคลังสินค้าแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-23-04ความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเอง ย่อมเป็นโมฆะ และมาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ตามมาตรา 220ป.พ.พ. มาตรา 373ลักษณะ 2 สัญญา หมวด 2 ผลแห่งสัญญาแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-23-05ความรับผิดของผู้ขนส่งสุดสิ้นลงเมื่อผู้รับตราส่งรับเอาของไว้โดยไม่อิดเอื้อนและใช้ค่าระวางพาหนะกับอุปกรณ์เสร็จแล้ว แต่ไม่ใช้บังคับกรณีของสูญหายหรือบุบสลายที่เห็นไม่ได้แต่สภาพภายนอก หากบอกกล่าวแก่ผู้ขนส่งภายในแปดวันนับแต่วันส่งมอบ และไม่ใช้บังคับกรณีทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันปรับเป็นความผิดของผู้ขนส่งได้ป.พ.พ. มาตรา 623 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่นายคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บทลักษณะ 8 รับขน หมวด 1 รับขนของแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-23-07ใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารอื่น ๆ ทำนองนั้นซึ่งผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่ง ถ้ามีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งประการใด ข้อความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งจะได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเช่นว่านั้นป.พ.พ. มาตรา 625 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บทลักษณะ 8 รับขน หมวด 1 รับขนของตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHIELD-23-08ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลาย หรือส่งของชักช้า ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่ส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริตป.พ.พ. มาตรา 624ลักษณะ 8 รับขน หมวด 1 รับขนของตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHIELD-23-09ในข้อความรับผิดเพื่อใช้เงินบำเหน็จค่าฝากทรัพย์ ชดใช้เงินค่าใช้จ่าย หรือใช้ค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาหกเดือนนับแต่วันสิ้นสัญญาป.พ.พ. มาตรา 671 (นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าตามมาตรา 771 เพียงเท่าที่ไม่ขัดกับลักษณะเก็บของในคลังสินค้า)ลักษณะ 10 ฝากทรัพย์ หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไปตรวจตรงตัวบท — LAS Audit

การตรวจข้อสัญญาจำกัดความรับผิดสามชั้น

ข้อสัญญาที่ผู้ให้บริการ 3PL ใช้จำกัดความรับผิดต่อสินค้าต้องผ่านการตรวจตามลำดับสามชั้น ชั้นที่หนึ่ง ข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองเดียวกันที่ผู้ขนส่งหรือนายคลังสินค้าออกให้เป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งหรือผู้ฝากแสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง (ป.พ.พ. มาตรา 625 ประกอบมาตรา 772) ชั้นที่สอง ความตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเองเป็นโมฆะ (มาตรา 373) แต่มาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของตัวแทนและบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ ซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดเสมือนเป็นความผิดของตนเอง (มาตรา 220) ชั้นที่สาม ข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะตามสองชั้นแรกมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี (พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง) เพดานความรับผิดจึงมิได้ใช้บังคับเต็มที่เพียงเพราะไม่มีกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการเอง

อายุความและการบอกกล่าวความเสียหาย

ผู้ว่าจ้างต้องระวังกำหนดเวลาตามกฎหมายซึ่งสั้นมาก ข้อเรียกร้องเพื่อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหาย บุบสลาย หรือส่งชักช้า ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่ส่งมอบ หรือหนึ่งปีนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต (ป.พ.พ. มาตรา 624) ส่วนข้อเรียกร้องเกี่ยวกับบำเหน็จค่าฝาก ค่าใช้จ่าย หรือค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวแก่การฝากทรัพย์ ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา (มาตรา 671) ซึ่งนำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าตามมาตรา 771 เพียงเท่าที่ไม่ขัดกับลักษณะเก็บของในคลังสินค้า นอกจากนี้ สำหรับของสูญหายหรือบุบสลายที่เห็นไม่ได้แต่สภาพภายนอก ต้องบอกกล่าวแก่ผู้ขนส่งภายในแปดวันนับแต่วันส่งมอบ (มาตรา 623 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่นายคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท) สัญญา 3PL จึงควรกำหนดขั้นตอนการบอกกล่าวความเสียหายและการรวบรวมหลักฐานให้ทันภายในกำหนดเหล่านี้

โครงสร้างพิมพ์เขียวสัญญา 3PL 7 ชั้น

  1. Layer 1: Scope of Logistics Services & Network: ขอบเขตงานขนส่ง ขนถ่าย คัดแยก บรรจุหีบห่อ และการจัดเก็บในคลังสินค้า (Facility Location & Dedicated กับ Shared Space)
  2. Layer 2: Receiving, Inspection & Warehouse Receipts: ขั้นตอนการตรวจรับสินค้าหน้าคลัง การออกใบรับสินค้า (Goods Receipt Note: GRN) และการบันทึกสภาพความชำรุดเสียหายเริ่มแรก ทั้งนี้ ผู้ฝากเรียกให้นายคลังสินค้าออกใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้าได้ตามมาตรา 775 โดยมีรายการตามมาตรา 778 และเมื่อได้ออกใบรับของคลังสินค้าแล้ว การรับสินค้าคืนต้องเวนคืนใบรับของคลังสินค้าตามมาตรา 788 ซึ่งต่างจากใบรับสินค้าทั่วไป ข้อสัญญาส่งมอบสินค้าคืนในชั้นที่ 7 จึงควรสอดคล้องกับเงื่อนไขนี้
  3. Layer 3: Inventory Management & Shrinkage Allowance: การตรวจนับสต็อก (Cycle Count / Annual Audit), กำหนดเกณฑ์สินค้าขาดหายที่ยอมรับได้ (Shrinkage Cap เช่น ไม่เกินร้อยละ 0.2 ของมูลค่าสินค้าต่อปี)
  4. Layer 4: Service Level Agreement (SLA) & Cold Chain Norms: ดัชนีวัดผล: On-time Delivery (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 98), Order Accuracy (ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 99.5), การควบคุมอุณหภูมิ และระบบสำรองไฟฉุกเฉิน ทั้งนี้ ตัวเลขตัวชี้วัดในชั้นที่ 3 และชั้นที่ 4 เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาต้องตกลงกันเอง มิใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] หากจะอ้างเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม
  5. Layer 5: Cargo Liability, Declared Value & Super-Cap: เพดานความรับผิดต่อเที่ยวขนส่ง การแจ้งมูลค่าสินค้าพิเศษ (Declared Value) และข้อสัญญาสละสิทธิยึดหน่วงในสินค้าจำเป็น (Lien Waiver) ทั้งนี้ ป.พ.พ. มาตรา 620 กำหนดไว้แล้วว่าผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในเงินทองตรา อัญมณี และของมีค่าอย่างอื่น หากมิได้รับบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะส่งมอบ และเมื่อได้บอกราคาแล้ว ความรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินราคาที่บอก (ดูตัวอย่างในหัวข้อ 7)
  6. Layer 6: Mandatory Insurance Program: หน้าที่ของ 3PL ในการทำประกันภัยคลังสินค้า (Warehouseman's Legal Liability) และประกันภัยสินค้าขณะขนส่ง (Marine/Cargo All Risks)
  7. Layer 7: Term, Suspension & Orderly Transition: การเลิกสัญญาจากเหตุ SLA ตกต่ำเรื้อรัง และหน้าที่ส่งมอบสินค้าคืน (Exit Handover Assistance) ภายใน 30-60 วันโดยห้ามหน่วงเหนี่ยว ทั้งนี้ การส่งมอบสินค้าคืนต้องสอดคล้องกับมาตรา 788 และมาตรา 774 ซึ่งห้ามนายคลังสินค้าเรียกให้ผู้ฝากถอนสินค้าไปก่อนสิ้นระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ และกำหนดว่าถ้าไม่มีกำหนดเวลาส่งคืน นายคลังสินค้าจะส่งคืนได้ต่อเมื่อบอกกล่าวให้ผู้ฝากทราบล่วงหน้าเดือนหนึ่ง แต่ไม่ให้ผู้ฝากถูกบังคับให้ถอนสินค้าไปก่อนเวลาล่วงแล้วสองเดือนนับแต่วันที่ได้ส่งมอบฝากไว้

ประกันภัยสินค้าและประกันภัยความรับผิด (Cargo Insurance)

สัญญา 3PL ควรกำหนดให้ชัดว่าใครเป็นผู้เอาประกันภัยและใครเป็นผู้รับประโยชน์ เพราะสัญญาประกันภัยย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญา หากผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 863) หากผู้ให้บริการทำประกันภัยค้ำจุนเพื่อความรับผิดที่ตนอาจมีต่อผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างในฐานะบุคคลผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยโดยตรง แต่ไม่เกินจำนวนที่ผู้รับประกันภัยต้องใช้ตามสัญญา (มาตรา 887) ผู้ว่าจ้างจึงควรตรวจกรมธรรม์ฉบับจริงก่อนตกลงเพดานความรับผิดในสัญญา

สินค้าควบคุมอุณหภูมิ: ข้อสัญญาเฉพาะของคลังสินค้าห้องเย็น

ข้อสัญญาทางเทคนิคต่อไปนี้ของคลังสินค้าห้องเย็นควรกำหนดไว้ในสัญญา ส่วนตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่างตามแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่คู่สัญญาตกลงกันเอง มิใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

หากสัญญามิได้กำหนดมาตรฐานอุณหภูมิไว้ ให้ตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย (มาตรา 368) ส่วนการจัดเก็บอาหารที่อุณหภูมิไม่เหมาะสมอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมาย หากเข้าลักษณะเป็นอาหารที่เก็บรักษาไว้โดยไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 (3) ให้ถือว่าเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ และมาตรา 25 (1) ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ (ตัวบทมิได้กำหนดเกณฑ์อุณหภูมิไว้โดยตรง)

สำหรับห้องเย็นอุณหภูมิต่ำยิ่งยวดที่ใช้เก็บรักษาเวชภัณฑ์ ชีววัตถุ และตัวอย่างชีวภาพ ซึ่งมีประเด็นเฉพาะเพิ่มขึ้น ได้แก่ เกณฑ์อุณหภูมิเบี่ยงเบนและการแจ้งเหตุ ระบบทำความเย็นสำรองด้วยไนโตรเจนเหลว การบันทึกข้อมูลอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง การประกันภัยความเสื่อมสภาพของสินค้า และใบอนุญาตประกอบกิจการห้องเย็น ผู้อ่านที่สนใจโปรดดูบทความเรื่อง สาระสำคัญในสัญญาจ้างบริหารจัดการและพัฒนาระบบคลังสินค้าห้องเย็นแบบแช่เยือกแข็งพิเศษ (Automated Ultra-Low Temperature & Cryogenic Cold Storage Operations Agreement)

สิทธิยึดหน่วงของนายคลังสินค้า (Lien) กับข้อยกเว้นในสัญญา

นายคลังสินค้ามีสิทธิยึดหน่วงสินค้าไว้เมื่อผู้ว่าจ้างค้างชำระค่าบำเหน็จหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวด้วยการเก็บรักษาสินค้านั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 ระหว่างที่ยึดหน่วง นายคลังสินค้าต้องดูแลรักษาสินค้าตามสมควรตามมาตรา 246 ซึ่งสำคัญมากสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิ และผู้ว่าจ้างเรียกร้องให้ระงับสิทธิยึดหน่วงได้ด้วยการให้ประกันตามสมควรตามมาตรา 249 สัญญา 3PL ที่รัดกุมสำหรับผู้ว่าจ้างจึงควรมีข้อสัญญาสละสิทธิยึดหน่วง "Lien Waiver Clause" ดังนี้:

LAS Practice Note — ข้อสัญญาสละสิทธิยึดหน่วง (Waiver of Lien)

"ผู้ให้บริการตกลงสละสิทธิยึดหน่วง (Lien) ในสินค้าของผู้ว่าจ้าง ไม่ว่าสิทธินั้นจะเกิดขึ้นตามกฎหมายหรือตามสัญญา รวมทั้งสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 และตกลงจะไม่หน่วงเหนี่ยว ชะลอ หรือขัดขวางการส่งมอบสินค้าคืนแก่ผู้ว่าจ้าง แม้จะมีข้อพิพาทเรื่องค่าบริการค้างชำระ โดยผู้ให้บริการยินยอมใช้วิธีระงับข้อพิพาทและเรียกร้องเงินผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือศาลยุติธรรมเท่านั้น"

สิทธิยึดหน่วงตามมาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 ให้สิทธิเพียงยึดสินค้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระ และไม่ให้อำนาจนายคลังสินค้านำสินค้าออกขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าบริการที่ค้าง อำนาจของนายคลังสินค้าเองที่จะนำสินค้าไปฝากไว้ ณ สำนักงานฝากทรัพย์หรือขายทอดตลาดมีเฉพาะตามเงื่อนไขของมาตรา 631 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้อนุโลมตามควรแก่บท และเงื่อนไขนั้นเริ่มจากการที่หาตัวผู้มีสิทธิรับสินค้าไม่พบหรือผู้นั้นบอกปัดไม่ยอมรับมอบสินค้า มิใช่จากการค้างชำระค่าบริการเพียงอย่างเดียว (ดูคำถามที่พบบ่อยเรื่องการขายทอดตลาดสินค้าที่ยึดหน่วง) สัญญาจึงควรกำหนดขั้นตอนบอกกล่าวและขอคำสั่งของผู้ฝากก่อนนายคลังสินค้าใช้อำนาจฝากหรือขายสินค้าที่เสื่อมสภาพเร็ว

ผู้ให้เช่าพื้นที่กับนายคลังสินค้า สิทธิยึดหน่วงเหนือสินค้าอื่น และการโจรกรรมสินค้า

ผู้ให้บริการที่เรียกตนว่าผู้ให้เช่าพื้นที่ไม่พ้นจากหน้าที่ของนายคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ เพราะการตีความการแสดงเจตนาต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวน (ป.พ.พ. มาตรา 171) ผู้ให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 537 มิได้รับเก็บรักษาสินค้า แต่ผู้ให้บริการที่รับสินค้าไว้ในอารักขาของตน จัดการสต็อก และรับบำเหน็จเป็นทางค้าปกติ ย่อมเป็นนายคลังสินค้าตามมาตรา 770 และต้องรับผิดตามมาตรา 659 ประกอบมาตรา 771 และมาตรา 616 ประกอบมาตรา 772 สัญญาจึงควรเขียนบทบาทของผู้ให้บริการให้ตรงกับการปฏิบัติจริง

สิทธิยึดหน่วงตามมาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 ตลอดจนหลักทั่วไปในมาตรา 241 ใช้ได้เฉพาะหนี้ที่เกี่ยวด้วยการฝากสินค้านั้น หากต้องการขยายสิทธิไปยังสินค้าชุดอื่น ต้องเขียนข้อตกลงให้ชัดเจนและตรวจความเป็นธรรมของข้อตกลงนั้น ส่วนการถูกโจรกรรมเป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 8 ก็ต่อเมื่อนายคลังสินค้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ได้จัดการระมัดระวังตามสมควรแล้ว (มาตรา 616 ประกอบมาตรา 772)

ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการ 3PL กับผู้ว่าจ้าง Devil's Advocate

ข้ออ้างของ 3PL Operatorข้อต่อสู้ของผู้ว่าจ้างตามกฎหมายไทยหลักฐานที่ชี้ขาด
สินค้าเน่าเสียเกิดจากเหตุสุดวิสัย ไฟฟ้าดับทั้งนิคมอุตสาหกรรม3PL มีหน้าที่ตามสัญญาต้องมีเครื่องสำรองไฟ (Generator) ที่ทำงานได้ทันทีภายใน 15 นาที การไม่เตรียมพร้อมถือเป็นประมาทเลินเล่อ ทั้งนี้ เหตุสุดวิสัยตามมาตรา 8 ต้องเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น ไฟฟ้าดับที่ป้องกันผลเสียได้ด้วยเครื่องสำรองไฟที่เตรียมไว้ตามสัญญาจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัย และผู้ขนส่งหรือนายคลังสินค้าเป็นฝ่ายต้องพิสูจน์เหตุสุดวิสัยตามมาตรา 616 ประกอบมาตรา 772รายงานบันทึกการบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและสัญญา SLA
ผู้รับมอบสินค้าปลายทางเซ็นรับโดยไม่อิดเอื้อน สิทธิเรียกร้องระงับตามมาตรา 623ความเสียหายเป็นความเสียหายภายในกล่องที่มองไม่เห็นจากภายนอก ผู้ว่าจ้างได้ส่งหนังสือแจ้งความเสียหายภายในแปดวันนับแต่วันส่งมอบตามมาตรา 623 แล้ว และมาตรา 623 ไม่ใช้บังคับในกรณีที่มีการทุจริตหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอันปรับเป็นความผิดของผู้ขนส่งได้หนังสือแจ้งความเสียหายและรูปถ่ายการเปิดกล่องตรวจนับ
สัญญาจำกัดความรับผิดไว้เพียง 100,000 บาทต่อเที่ยวขนส่งในกรณีที่คนขับรถของ 3PL ดื่มสุราจนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ คนขับรถเป็นบุคคลที่ 3PL ใช้ในการชำระหนี้ 3PL จึงต้องรับผิดในความผิดของคนขับเสมือนเป็นความผิดของตนเองตาม ป.พ.พ. มาตรา 220 แต่ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของคนขับไม่ทำให้ข้อจำกัดความรับผิดตกเป็นโมฆะตามมาตรา 373 เพราะมาตรา 220 บัญญัติว่ามาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่กรณีเช่นนี้ ผู้ว่าจ้างจึงต้องอ้างว่าเพดาน 100,000 บาทต่อเที่ยวมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคสอง และถ้าเพดานนั้นอยู่ในใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองนั้นที่ 3PL ออกให้โดยผู้ว่าจ้างมิได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง ข้อความนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา 625 ส่วนผลตามมาตรา 373 จะเกิดได้ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่ากลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นของ 3PL เองรายงานผลตรวจแอลกอฮอล์ บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน และเอกสารที่แสดงว่าผู้ว่าจ้างได้ตกลงในเพดานความรับผิดโดยชัดแจ้งหรือไม่

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A ว่าจ้างผู้ให้บริการ 3PL ชื่อ B ขนส่งชิปคอมพิวเตอร์มูลค่าเที่ยวละ 20 ล้านบาท สัญญามาตรฐานของ B จำกัดความรับผิดไว้ 500,000 บาท

โครงสร้างสัญญาที่ปลอดภัยโดย LAS: (1) ผู้ว่าจ้างเพิ่มข้อสัญญา Declared Value Protocol กำหนดว่าเมื่อใดที่มีการขนส่งชิปมูลค่าสูง ให้ผู้ว่าจ้างแจ้งล่วงหน้าและจ่ายค่าธรรมเนียมประกันภัยเพิ่ม โดยอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าสินค้าเป็นเพียงตัวอย่างเชิงพาณิชย์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 620 ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดในของมีค่า หากมิได้รับบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่ตน และเมื่อได้บอกราคาแล้ว ความรับผิดของผู้ขนส่งจำกัดเพียงไม่เกินราคาที่บอก จึงควรกำหนดขั้นตอนแจ้งมูลค่าและสภาพสินค้าเป็นหนังสือก่อนส่งมอบทุกเที่ยว ส่วนชิปคอมพิวเตอร์จะเป็นของมีค่าอย่างอื่นตามมาตรา 620 หรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องวินิจฉัย, (2) 3PL มีหน้าที่จัดทำกรมธรรม์ Cargo Insurance คุ้มครองเต็มวงเงิน 20 ล้านบาทโดยระบุผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผลประโยชน์โดยตรง, (3) รถขนส่งต้องมีระบบ GPS Tracking, ล็อคซีลอิเล็กทรอนิกส์, และมีรถรักษาความปลอดภัยขับประกบ

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาโลจิสติกส์และคลังสินค้า

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากสินค้าในคลังถูกไฟไหม้ 3PL ต้องรับผิดชอบหรือไม่?
นายคลังสินค้าต้องรับผิดในการที่สินค้าซึ่งรับเก็บรักษาสูญหายหรือบุบสลาย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเกิดแต่เหตุสุดวิสัย เกิดแต่สภาพแห่งสินค้านั้นเอง หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ฝาก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 616 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้แก่การเก็บของในคลังสินค้าอนุโลมตามควรแก่บท เพลิงไหม้จะเป็นเหตุสุดวิสัยได้ต่อเมื่อเป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้นายคลังสินค้าจะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้นตามมาตรา 8 ซึ่งรวมถึงมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่ผู้ประกอบกิจการคลังสินค้าพึงมีตามมาตรฐานในมาตรา 659 ซึ่งมาตรา 771 ให้นำมาใช้ ส่วนมาตรา 778 ว่าด้วยรายการที่ต้องมีในใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้า รวมทั้งรายละเอียดการประกันภัยถ้าสินค้ามีประกันภัย มิใช่ฐานของความรับผิด
นายคลังสินค้าที่ใช้สิทธิยึดหน่วงนำสินค้าที่ยึดไว้ไปขายทอดตลาดได้หรือไม่?
โดยหลักไม่ได้ สิทธิยึดหน่วงตามมาตรา 630 ประกอบมาตรา 772 และมาตรา 670 ประกอบมาตรา 771 ให้สิทธิเพียงยึดสินค้าไว้จนกว่าจะได้รับชำระ และไม่ให้อำนาจนายคลังสินค้าขายทอดตลาดเพื่อชำระค่าบริการที่ค้าง อำนาจของนายคลังสินค้าเองที่จะนำสินค้าไปฝากไว้ ณ สำนักงานฝากทรัพย์หรือขายทอดตลาดมีเฉพาะตามมาตรา 631 ซึ่งมาตรา 772 ให้นำมาใช้อนุโลมตามควรแก่บท คือเมื่อหาตัวผู้มีสิทธิรับสินค้าไม่พบหรือผู้นั้นบอกปัดไม่ยอมรับมอบสินค้า และนายคลังสินค้าได้บอกกล่าวและถามเอาคำสั่งของผู้ฝากแล้ว แต่ไม่อาจทำได้ ผู้ฝากละเลยไม่ส่งคำสั่งมาในเวลาอันควร หรือส่งคำสั่งที่ไม่อาจปฏิบัติได้ ในกรณีนั้นนายคลังสินค้านำสินค้าไปฝากไว้ ณ สำนักงานฝากทรัพย์ได้ และจะขายทอดตลาดได้เฉพาะเมื่อสินค้าเป็นของสดเสียได้ซึ่งการหน่วงช้าไว้เสี่ยงต่อความเสียหาย หรือเมื่อราคาสินค้าดูไม่น่าจะคุ้มกับค่าบำเหน็จและค่าใช้จ่ายที่ค้างชำระ ทั้งต้องบอกกล่าวการฝากหรือการขายแก่ผู้ฝากมิให้ชักช้า เงินสุทธิที่ขายได้ให้หักเป็นค่าที่ค้างชำระ และเงินที่เหลือต้องส่งมอบแก่ผู้ควรได้รับโดยพลัน (มาตรา 632) ส่วนสินค้าที่จำนำด้วยประทวนสินค้า ผู้ทรงประทวนสินค้าให้นายคลังสินค้าขายทอดตลาดได้ตามมาตรา 790 ถึงมาตรา 794 เมื่อหนี้ไม่ชำระและได้ยื่นคำคัดค้านตามระเบียบแล้ว โดยห้ามขายก่อนแปดวันนับแต่วันคัดค้าน
การที่สินค้าสูญหายระหว่างขนส่ง ใบตราส่ง (Bill of Lading / Waybill) มีผลอย่างไร?
เมื่อของสูญหายระหว่างขนส่ง ผู้ขนส่งต้องรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการสูญหายเกิดแต่เหตุสุดวิสัย เกิดแต่สภาพแห่งของนั้นเอง หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ส่งหรือผู้รับตราส่ง (ป.พ.พ. มาตรา 616) ใบตราส่งเป็นเอกสารที่ผู้ขนส่งต้องทำให้เมื่อผู้ส่งเรียกเอา และต้องแสดงรายการตามมาตรา 613 ใบตราส่งสลักหลังโอนกันได้แม้ออกให้แก่บุคคลโดยนาม เว้นแต่มีข้อห้ามการสลักหลังไว้ (มาตรา 614) และเมื่อได้ทำใบตราส่งแล้ว ของจะรับมอบเอาไปได้ต่อเมื่อเวนคืนใบตราส่งหรือผู้รับตราส่งให้ประกันตามควร (มาตรา 615) ใบตราส่งจึงมิได้ทำให้ข้อความทุกข้อผูกพันผู้ส่ง ถ้าใบรับ ใบตราส่ง หรือเอกสารทำนองนั้นที่ผู้ขนส่งออกให้มีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่ง ข้อความนั้นเป็นโมฆะ เว้นแต่ผู้ส่งได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้ง (มาตรา 625) สำหรับเงินทองตรา อัญมณี และของมีค่าอย่างอื่น ผู้ขนส่งไม่ต้องรับผิดหากมิได้รับบอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในขณะส่งมอบแก่ตน และถ้าได้บอกราคาไว้ ความรับผิดจำกัดเพียงไม่เกินราคาที่บอก (มาตรา 620) ผู้เสียหายต้องฟ้องผู้ขนส่งภายในหนึ่งปีนับแต่ส่งมอบ หรือนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต (มาตรา 624) ทั้งนี้ ถ้าเป็นการรับขนของทางทะเล มาตรา 609 ให้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยการรับขนของทางทะเล คือพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ซึ่งใช้บังคับแก่การขนส่งทางทะเลระหว่างที่แห่งหนึ่งในราชอาณาจักรกับที่แห่งหนึ่งนอกราชอาณาจักร ส่วนการขนส่งของทางทะเลภายในราชอาณาจักรใช้บังคับโดยอนุโลมเมื่อคู่กรณีตกลงกันเป็นหนังสือให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ
หาก 3PL นำงานขนส่งไปจ้างรถร่วม (Sub-carrier) ใครต้องรับผิดชอบต่อสินค้า?
3PL ในฐานะผู้ขนส่งต้องรับผิดต่อความสูญหาย บุบสลาย หรือส่งชักช้า อันเกิดแต่ความผิดของผู้ขนส่งรายอื่นหรือบุคคลที่ตนมอบหมายของไปอีกทอดหนึ่ง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 617 และหากของส่งไปโดยมีผู้ขนส่งหลายทอด ผู้ขนส่งทั้งปวงต้องรับผิดร่วมกันตามมาตรา 618

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ