✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | เผยแพร่ 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569
แฟรนไชส์ดูเหมือนทางลัดของธุรกิจ — ได้แบรนด์สำเร็จรูป ได้ระบบ ได้การฝึกอบรม แต่หลายคนลงเงินไปแล้วกลับพบว่าสัญญาเอาเปรียบ เลิกก็ไม่ได้ อยู่ก็ไม่รอด ธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยมีมูลค่าตลาดรวมหลายแสนล้านบาทต่อปีและยังเติบโตต่อเนื่อง แต่กฎหมายคุ้มครองแฟรนไชส์ซียังล้าหลังกว่าหลายประเทศมาก การเข้าใจสถานะทางกฎหมาย โครงสร้างค่าธรรมเนียม และจุดเสี่ยงในสัญญาจึงสำคัญยิ่งก่อนลงนาม
ประเทศไทยมีแบรนด์แฟรนไชส์จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามากกว่า 500 แบรนด์ ครอบคลุมธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม สุขภาพและความงาม การศึกษา และบริการต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีแฟรนไชส์ต่างชาติที่เข้ามาในตลาดไทยอีกหลายร้อยราย ทั้งจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทย ยังไม่มีพระราชบัญญัติแฟรนไชส์โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากประเทศที่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย มาเลเซีย จีน และอินโดนีเซีย ส่งผลให้แฟรนไชส์ซีในไทยได้รับความคุ้มครองน้อยกว่าในหลาย ๆ ประเทศมาก
มาตรา ๕ ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
มาตรา ๑๔๙ นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือ ระงับซึ่งสิทธิ
มาตรา ๑๕๐ การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๔ ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้น
ข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น
(๑) ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา
(๒) ข้อตกลงให้ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
(๓) ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ
(๔) ข้อตกลงให้สิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ล่าช้าได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๕) ข้อตกลงให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกร้องหรือกำหนดให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่เป็นอยู่ในเวลาทำสัญญา
(๖) ข้อตกลงในสัญญาขายฝากที่ผู้ซื้อฝากกำหนดราคาสินไถ่สูงกว่าราคาขายบวกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปี
(๗) ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดราคาค่าเช่าซื้อ หรือกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
(๘) ข้อตกลงในสัญญาบัตรเครดิตที่กำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายหรือประโยชน์อื่นใดสูงเกินกว่าที่ควรในกรณีที่ผิดนัดหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการผิดนัดชำระหนี้
(๙) ข้อตกลงที่กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
ในการพิจารณาข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสาม จะเป็นการได้เปรียบเกินสมควรหรือไม่ ให้นำมาตรา ๑๐ มาใช้โดยอนุโลม
| กฎหมาย | บทบาท | มาตราสำคัญ |
|---|---|---|
| ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ | หลักสัญญา เสรีภาพในการทำสัญญา ความสุจริต | มาตรา 5 มาตรา 149 ถึงมาตรา 151 และมาตรา 369 |
| พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 | ควบคุมโฆษณาเกินจริงของแฟรนไชส์ซอร์ | มาตรา 22 และมาตรา 47 |
| พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 | ศาลปรับลดข้อสัญญาที่เอาเปรียบเกินสมควร | มาตรา 4 |
| พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 | การอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าต้องจดทะเบียน | มาตรา 68 |
| พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 | ลิขสิทธิ์ในคู่มือ สูตร ซอฟต์แวร์ระบบ POS | มาตรา 15 และมาตรา 69 |
| ประมวลรัษฎากร | ภาษีจากค่า Royalty และ Franchise Fee | มาตรา 40 (3) ประกอบมาตรา 70 |
| พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 | จำกัดการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ โดยคนต่างด้าวตามบทนิยามรวมถึงนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งของทุน จึงอาจใช้บังคับแก่แฟรนไชส์ซอร์ต่างชาติหรือบริษัท Master Franchise ที่มีฐานะเป็นคนต่างด้าว | มาตรา 4 และมาตรา 8 |
กำหนดให้แฟรนไชส์ซอร์ต้องเปิดเผยข้อมูลใน Franchise Disclosure Document (FDD) 23 หัวข้อ รวมถึง ประวัติทางการเงินของผู้บริหาร คดีความในอดีต การล้มละลาย จำนวนสาขาที่เปิดและปิดในแต่ละปี ผลการดำเนินงานทางการเงิน และรายชื่อแฟรนไชส์ซีปัจจุบันสำหรับติดต่อขอข้อมูล แฟรนไชส์ซีต้องได้รับ FDD ล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วันก่อนลงนามสัญญา
กำหนดให้แฟรนไชส์ซอร์เปิดเผย Information Statement, Franchise Agreement, Lease (ถ้ามี) ล่วงหน้า 14 วัน กำหนดค่าปรับแฟรนไชส์ซอร์ที่ไม่ปฏิบัติตาม มีกลไก Mediation บังคับสำหรับข้อพิพาท และกำหนดหน้าที่สุจริต (Good Faith) ทั้งสองฝ่าย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแนวทางสมัครใจ (Non-Binding Guidelines) ให้แฟรนไชส์ซอร์เปิดเผยข้อมูล แต่ไม่มีบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม แฟรนไชส์ซีจึงต้องพึ่งพาการตรวจสอบเอกสารด้วยตัวเองและคำแนะนำทางกฎหมายก่อนลงนาม
เนื่องจากไทยไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ แฟรนไชส์ซีต้องพึ่งพาพ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้นในการต่อสู้คดี ซึ่งใช้เวลานานและผลไม่แน่นอน Option A: ให้ทนายความตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียดก่อนลงนาม | Option B: เจรจาขอแก้ไขสัญญาในประเด็นเสี่ยงสูงก่อนตกลง
ค่าธรรมเนียมที่จ่ายครั้งเดียวเมื่อเริ่มต้นเพื่อซื้อสิทธิในการใช้แบรนด์และระบบ ในไทยมีช่วงตั้งแต่หลักหมื่นบาทสำหรับแฟรนไชส์ขนาดเล็กไปจนถึงหลายล้านบาทสำหรับแบรนด์ระดับประเทศ ต้องตรวจสอบว่าค่าธรรมเนียมนี้ครอบคลุมอะไรบ้าง และสามารถขอคืนได้หรือไม่กรณีสัญญาสิ้นสุดก่อนกำหนด
| ระดับแฟรนไชส์ | Initial Fee (โดยประมาณ) | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Micro Franchise | 10,000 – 100,000 บาท | รถเข็นอาหาร เครื่องดื่ม |
| SME Franchise | 100,000 – 1,000,000 บาท | ร้านอาหาร เซอร์วิส |
| Mid-Size Franchise | 1 – 5 ล้านบาท | ร้านอาหาร Fast Food ระดับชาติ |
| Major Brand | 5 ล้านบาทขึ้นไป | แบรนด์ต่างชาติ Master Franchise |
ค่าธรรมเนียมที่จ่ายต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา โดยทั่วไปคิดเป็นร้อยละของยอดขายรวม (Gross Revenue) หรือยอดขายสุทธิ (Net Revenue) ไม่ใช่กำไร ซึ่งหมายความว่าแม้แฟรนไชส์ซีจะขาดทุน ก็ยังต้องจ่าย Royalty
| ประเภทธุรกิจ | อัตรา Royalty ทั่วไป |
|---|---|
| อาหารและเครื่องดื่ม | 3 – 8% ของยอดขายรวม |
| ค้าปลีก/Fashion | 2 – 6% |
| การศึกษา/ฝึกอบรม | 5 – 15% |
| บริการสุขภาพ/ความงาม | 5 – 10% |
| บริการธุรกิจ (B2B) | 3 – 10% |
แฟรนไชส์ซีที่มีต้นทุนสูง (เช่น ค่าเช่าทำเล Prime Location) อาจพบว่าแม้ยอดขายดี แต่เมื่อหัก Royalty และต้นทุนทั้งหมดแล้วกำไรน้อยมากหรือขาดทุน ต้องทำ Financial Model จำลองสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ
นอกจาก Royalty ยังมักมีค่า Marketing Fund 1-3% ของยอดขาย ที่แฟรนไชส์ซีจ่ายเข้ากองกลางเพื่อโฆษณาแบรนด์ระดับชาติ ต้องตรวจสอบว่ามีรายงานการใช้เงินกองนี้ให้แฟรนไชส์ซีหรือไม่ และมีช่องทางร้องเรียนหากเงินถูกใช้ไม่โปร่งใส
เมื่อสัญญาแฟรนไชส์สิ้นสุด แฟรนไชส์ซีมักต้องจ่ายค่าต่ออายุซึ่งอาจเท่ากับหรือต่ำกว่า Initial Fee ต้องระวังว่าแฟรนไชส์ซอร์มีสิทธิปฏิเสธการต่ออายุหรือไม่ และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น ต้องผ่านมาตรฐานคุณภาพ ต้องปรับปรุงร้านใหม่ตามแบบล่าสุด ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูง
Territory คือหนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดและเป็นที่มาของข้อพิพาทมากที่สุดในธุรกิจแฟรนไชส์
| ประเภท Territory | ลักษณะ | ข้อดี/ข้อเสียแฟรนไชส์ซี |
|---|---|---|
| Exclusive Territory | แฟรนไชส์ซอร์จะไม่เปิดสาขาหรือให้ใครทำธุรกิจในพื้นที่ที่กำหนด | ดี — มีการคุ้มครองชัดเจน |
| Protected Territory | คุ้มครองเฉพาะรัศมีที่กำหนด (เช่น 2 กม.) แต่ไม่ครอบคลุมทั้ง Area | กลาง — ต้องดูรายละเอียด |
| Non-Exclusive | ไม่มีการคุ้มครองพื้นที่ใด ๆ | เสีย — แฟรนไชส์ซอร์เปิดได้ไม่จำกัด |
| Online Channel | ช่องทาง Online ไม่อยู่ใน Territory ปกติ | เสีย — แฟรนไชส์ซอร์ขายออนไลน์แข่งได้ |
แฟรนไชส์ซอร์บางรายเปิดสาขาของตัวเอง (Company-Owned) หรือให้แฟรนไชส์ซีรายอื่นเปิดในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งลดยอดขายของแฟรนไชส์ซีเดิม หาก Territory ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนหรือใช้คำว่า "ใกล้เคียง" โดยไม่นิยาม ต้องเจรจาให้กำหนดเป็นพิกัดหรือรัศมีชัดเจน Option A: ขอแผนที่แสดง Exclusive Territory ชัดเจน | Option B: กำหนดสัญญาห้ามเปิดในรัศมีที่กำหนดโดยเด็ดขาด
สัญญาแฟรนไชส์มักมีข้อห้ามแข่งขันหลังสิ้นสุดสัญญา ซึ่งในไทยอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 (ความสุจริต) และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ศาลไทยจะพิจารณาว่าข้อห้ามนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่โดยดูจากระยะเวลา พื้นที่ และลักษณะธุรกิจที่ห้าม
Non-Compete ที่ห้าม 5 ปีทั่วประเทศในธุรกิจอาหารเกือบทุกประเภท มีโอกาสสูงที่ศาลจะไม่บังคับตาม แต่กว่าจะต่อสู้คดีได้ก็เสียเวลาและทรัพยากรไปมาก ควรเจรจาให้ระยะเวลา Non-Compete ไม่เกิน 1-2 ปี และจำกัดพื้นที่เฉพาะรัศมีรอบ ๆ ที่ตั้งสาขาเดิม
ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 การอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สัญญาแฟรนไชส์ส่วนใหญ่รวม License Agreement สำหรับเครื่องหมายการค้าไว้ด้วย แต่หลายรายไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง
หากแฟรนไชส์ซอร์ยังไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แฟรนไชส์ซีก็ไม่มีสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายในการใช้เครื่องหมายนั้น และอาจถูกบุคคลภายนอกที่จดทะเบียนก่อนฟ้องร้องได้ ต้องตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ipthailand.go.th) ก่อนลงนามสัญญาทุกครั้ง
ข้อกำหนดการเลิกสัญญาเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสูงสุดของสัญญาแฟรนไชส์ มักพบปัญหาดังนี้
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ศาลมีอำนาจปรับลดข้อสัญญาที่ทำให้คู่สัญญาอีกฝ่ายรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ในกรณีปกติ แต่กระบวนการนี้ใช้เวลาและต้นทุนในการฟ้องร้องสูง
| ข้อสัญญา | ความเสี่ยง | ระดับ |
|---|---|---|
| TM ยังไม่จดทะเบียน | ใช้งานโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมาย | 🔴 สูง |
| Non-Exclusive Territory | แฟรนไชส์ซอร์เปิดแข่งได้ไม่จำกัด | 🔴 สูง |
| เลิกสัญญาได้โดยไม่แจ้งล่วงหน้า | สูญเสียการลงทุนทั้งหมดทันที | 🔴 สูง |
| Royalty คิดจาก Gross Revenue | อาจขาดทุนแม้ยอดขายดี | 🟡 กลาง |
| Non-Compete 5 ปีทั่วประเทศ | จำกัดอนาคตหลังเลิกสัญญา | 🟡 กลาง |
| ค่าปรับเลิกก่อนกำหนดสูง | ติดกับดักแม้ธุรกิจไม่ดี | 🟡 กลาง |
| Marketing Fund ไม่โปร่งใส | จ่ายเงินแต่ไม่รู้ใช้ทำอะไร | 🟢 ต่ำ-กลาง |
ตลาดแฟรนไชส์ไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 400,000-500,000 ล้านบาทต่อปี และเติบโตเฉลี่ย 8-10% ต่อปีในทศวรรษที่ผ่านมา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมและกำกับดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย แต่ยังคงเป็นแบบสมัครใจ ไม่มีอำนาจบังคับ
| ประเภท | สัดส่วนตลาด | ตัวอย่างแบรนด์ |
|---|---|---|
| อาหารและเครื่องดื่ม | ~45% | ร้านอาหาร Fast Food ชาไข่มุก กาแฟ |
| ค้าปลีกและบริการ | ~20% | ร้านสะดวกซื้อ ซักรีด |
| การศึกษาและฝึกอบรม | ~15% | โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนภาษา |
| สุขภาพและความงาม | ~12% | สปา คลินิก ฟิตเนส |
| บริการธุรกิจและอื่น ๆ | ~8% | บริการทำความสะอาด ซ่อมบำรุง |
| ประเด็น | ไทย | สหรัฐอเมริกา (FTC Rule) | ออสเตรเลีย |
|---|---|---|---|
| Disclosure บังคับ | ไม่มี (สมัครใจ) | FDD 23 Items บังคับ | FDD + Information Statement |
| ระยะ Cooling-Off | ไม่มีกำหนด | 14 วันก่อนลงนาม | 14 วันก่อนลงนาม |
| Mediation บังคับ | ไม่มี | ไม่บังคับ | บังคับก่อนฟ้อง |
| Good Faith Duty | ตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 เท่านั้น | ขึ้นกับรัฐ | บังคับทั้งสองฝ่าย |
| บทลงโทษแฟรนไชส์ซอร์ | ไม่มีกำหนดเฉพาะ | Civil Penalty สูงถึง $50,000/ครั้ง | ปรับตาม Franchising Code |
| การต่ออายุ | ตามสัญญา ไม่มีเงื่อนไขบังคับ | ต้องแจ้ง Renewal FDD ล่วงหน้า | มีเงื่อนไข Good Faith ในการปฏิเสธ |
เนื่องจากไทยไม่มีกฎหมายบังคับให้เปิดเผย Franchise Disclosure Document แฟรนไชส์ซีจึงต้องขอข้อมูลเองทุกอย่าง ได้แก่ ประวัติผู้บริหาร คดีความในอดีต จำนวนสาขาที่ปิดในแต่ละปี รายงานการเงิน รายชื่อแฟรนไชส์ซีที่เลิกกิจการ Option A: จัดทำ Due Diligence Checklist เลียนแบบ FDD 23 หัวข้อและขอข้อมูลทุกรายการจากแฟรนไชส์ซอร์ก่อนลงนาม | Option B: ติดต่อแฟรนไชส์ซีปัจจุบันและอดีตโดยตรงเพื่อรับข้อมูลอิสระ
รูปแบบพื้นฐาน — แฟรนไชส์ซีได้รับสิทธิดำเนินการเพียงสาขาเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพราะใช้เงินลงทุนต่ำ แต่รายได้จำกัดและอำนาจต่อรองกับแฟรนไชส์ซอร์น้อย
แฟรนไชส์ซีสัญญาว่าจะเปิดสาขาหลายแห่งในพื้นที่ที่กำหนดตามตารางเวลา เช่น เปิด 3 สาขาภายใน 3 ปี ข้อดีคือได้ส่วนลด Initial Fee และ Territory ที่กว้างขึ้น ข้อเสียคือมีภาระผูกพันในการเปิดตามกำหนด หากไม่สำเร็จอาจสูญเสียสิทธิใน Territory
คล้าย Multi-Unit แต่ AD มีสิทธิดำเนินการสาขาได้เองและยังอาจให้สิทธิต่อแก่ Sub-Franchisee บางส่วนได้ด้วย ต้องการเงินลงทุนและความเชี่ยวชาญสูงกว่า
ผู้ซื้อ Master Franchise ได้รับสิทธิในการเป็นแฟรนไชส์ซอร์ในระดับประเทศหรือภูมิภาค มีสิทธิให้สิทธิ Sub-Franchise แก่ผู้อื่นต่อไปได้ รายได้มาจากส่วนต่าง Franchise Fee และ Royalty ที่เก็บจาก Sub-Franchisee เงินลงทุนสูงมาก (บางแบรนด์หลายสิบล้านบาท) แต่ศักยภาพรายได้สูงมากเช่นกัน ความเสี่ยงสูงเพราะต้องรับผิดชอบทั้งเครือข่าย
ขอกำหนดว่าแฟรนไชส์ซอร์จะไม่เลิกสัญญาหากยอดขายต่ำกว่า Minimum ด้วยเหตุที่แฟรนไชส์ซอร์ควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนราคาขายกลาง การเพิ่มจำนวนสาขาในพื้นที่ หรือการหยุดสนับสนุนการตลาด
แฟรนไชส์ซีควรขอสิทธิในการตรวจสอบการใช้เงิน Marketing Fund อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และขอรายงานสรุปการใช้จ่ายกองทุน Marketing ในแต่ละปีงบประมาณ
กำหนดให้ชัดเจนว่าแฟรนไชส์ซอร์ต้องจัด (1) การฝึกอบรมเริ่มต้นกี่ชั่วโมงและครอบคลุมเนื้อหาอะไร (2) การ Refresh Training ปีละกี่ครั้ง (3) ช่องทาง Technical Support และระยะเวลา Response Time หากไม่กำหนดไว้ แฟรนไชส์ซอร์อาจลดหรือหยุดการสนับสนุนได้ โดยไม่ผิดสัญญา
เมื่อแฟรนไชส์ซีไทยจ่ายค่าสิทธิให้แฟรนไชส์ซอร์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในไทย เงินได้นั้นอยู่ในมาตรา 40 (3) และผู้จ่ายหักภาษีตามมาตรา 70 ไม่ใช่มาตรา 70 ทวิ ซึ่งเป็นบทจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย อัตราที่ใช้บังคับต้องดูอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลและอนุสัญญาภาษีซ้อนเป็นเรื่องละฉบับ ห้ามอ้างอัตรา 15% จากมาตรา 70 ทวิ
| ประเทศต้นทาง | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย Royalty (อัตรา DTA) |
|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | 15% (DTA ไทย-สหรัฐ ข้อ 12 หมวดสิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า) เว้นแต่ส่วนที่เป็นค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์/งานสร้างสรรค์ล้วน ๆ ซึ่งอาจเข้าอัตรา 5% |
| ญี่ปุ่น | 15% (DTA ไทย-ญี่ปุ่น, บางกรณี 5% — [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ตรวจสอบกับตัวบทอนุสัญญาที่ rd.go.th ก่อนเผยแพร่ซ้ำ) |
| ออสเตรเลีย | 15% (DTA ไทย-ออสเตรเลีย — [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ตรวจสอบกับตัวบทอนุสัญญาที่ rd.go.th ก่อนเผยแพร่ซ้ำ) |
| ประเทศที่ไม่มี DTA กับไทย | 15% (อัตราปกติตาม ปรก.) |
แฟรนไชส์ซอร์ต่างชาติที่ประสงค์จะดำเนินการโดยตรงในไทย ต้องพิจารณาพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกอยู่ในบัญชีแนบท้ายสาม การจัดตั้งบริษัท Master Franchise จึงต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 หรือขอรับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
แฟรนไชส์ซีที่จ่าย Royalty ให้แฟรนไชส์ซอร์ต่างประเทศมักลืมคิดต้นทุนภาษีหัก ณ ที่จ่าย 5-15% เข้าไปใน Financial Model ส่งผลให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คาดไว้ ควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาภาษีก่อนลงนาม เพื่อวางแผนการขอคืนภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อนอย่างถูกต้อง
จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์และนำที่ดินทำสัญญาจำนอง หนังสือสัญญาจำนองระบุจำนวนเงินและดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี เมื่อข้อความในสัญญาชัดเจนแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่มีความจำเป็นต้องตีความการแสดงเจตนาตามมาตรา 171 อีก การที่ศาลชั้นต้นนำข้อความอื่นนอกสัญญามาแปลว่าไม่คิดดอกเบี้ยจึงไม่ชอบ อย่าอ้างเลขคดีนี้เป็นบรรทัดฐานสัญญาแฟรนไชส์หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
หลักการสำคัญ: เลข 3325/2548 ใช้ได้เฉพาะเรื่องตีความสัญญาเมื่อข้อความชัดเจนแล้ว สำหรับสัญญาแฟรนไชส์ต้องอ้างมาตราและเลขคดีที่เกี่ยวกับแฟรนไชส์จริง ไม่ใช้เลขนี้ทดแทน
บริษัท A ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ร้านกาแฟรายใหญ่ โดยสัญญากำหนด Royalty 5% ของยอดขายรายเดือน แต่ไม่ได้กำหนดเพดานการปรับขึ้นไว้ หลังจากดำเนินกิจการมา 2 ปี แฟรนไชส์ซอร์แจ้งปรับ Royalty เป็น 7% โดยอ้างว่าเป็นการปรับปรุงระบบสนับสนุน และสัญญาเปิดให้แฟรนไชส์ซอร์ "ปรับอัตราตามความเหมาะสม"
ปัญหาทางกฎหมาย: สัญญาใช้ถ้อยคำคลุมเครือ ให้สิทธิแก้ไขฝ่ายเดียวได้ ซึ่งศาลอาจพิจารณาว่าขัดกับหลักสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
บทเรียน: ต้องกำหนดอัตรา Royalty ตายตัว พร้อมเพดานการปรับขึ้นสูงสุดต่อปี และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 90 วัน
Option A: เจรจากำหนด Royalty Rate คงที่ตลอดอายุสัญญา | Option B: กำหนดเพดานปรับขึ้นไม่เกิน 1% ต่อปีและต้องแจ้งล่วงหน้า 90 วัน
บริษัท B ได้รับ Exclusive Territory ในย่านการค้าแห่งหนึ่ง โดยสัญญาระบุพื้นที่เป็นชื่อถนนและซอย แต่ไม่มีแผนที่แนบหรือพิกัด GPS หลังจากดำเนินกิจการมา 18 เดือน แฟรนไชส์ซอร์เปิดสาขา Company-Owned ในห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้าม โดยอ้างว่าอยู่ใน "เขตห้าง" ซึ่งไม่ใช่ถนนที่ระบุในสัญญา ยอดขายของบริษัท B ลดลง 35% ภายใน 3 เดือน
ปัญหาทางกฎหมาย: Territory ที่ไม่มีพิกัดชัดเจนทำให้พิสูจน์การละเมิดยาก แม้บริษัท B จะอ้างหลักสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 แต่ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับบริษัท B
บทเรียน: กำหนด Territory ด้วยพิกัด GPS หรือรัศมีที่ชัดเจน พร้อมแผนที่แนบท้ายสัญญา และกำหนดให้ครอบคลุมทั้งช่องทาง Online และ Delivery Zone
บริษัท C ซื้อสิทธิแฟรนไชส์โรงเรียนกวดวิชา ลงทุนปรับปรุงสถานที่และฝึกอบรมครูกว่า 3 ล้านบาท หลังจากเปิดดำเนินการได้ 14 เดือน แฟรนไชส์ซอร์ส่งหนังสือเลิกสัญญาทันทีโดยอ้างว่าบริษัท C ใช้วัสดุการสอนที่ไม่ได้รับอนุมัติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัท C ไม่เคยได้รับแจ้ง สัญญาไม่มี Cure Period กำหนดไว้
ปัญหาทางกฎหมาย: การเลิกสัญญาทันทีโดยไม่มี Cure Period อาจขัดกับหลักสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 บริษัท C อาจเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215 (ไม่ใช่มาตรา 420 ซึ่งเป็นบทว่าด้วยละเมิด) แต่ต้องพิสูจน์ความเสียหาย
บทเรียน: ต้องกำหนด Cure Period อย่างน้อย 30 วันสำหรับการละเมิดที่แก้ไขได้ และต้องมีรายการวัสดุและขั้นตอนที่ได้รับอนุมัติไว้ชัดเจนในสัญญา
เมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี ทางเลือกในการระงับข้อพิพาทมีดังนี้
วิธีแรกและประหยัดที่สุด ควรพยายามก่อนเสมอ โดยเฉพาะข้อพิพาทเล็กน้อยที่เกิดจากการตีความข้อสัญญาต่างกัน ควรมีทนายความเป็นผู้แทนในการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดสิ่งที่อาจใช้ต่อต้านตนเองในกระบวนการทางกฎหมายในภายหลัง
ใช้ผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางช่วยให้ทั้งสองฝ่ายหาทางออกร่วมกัน ประหยัดกว่าการฟ้องร้อง และคำตกลงที่ได้จากการไกล่เกลี่ยมักดำเนินการต่อได้ดีกว่าคำพิพากษา สามารถใช้บริการของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือสมาคมอนุญาโตตุลาการแห่งประเทศไทยได้
เหมาะสำหรับสัญญาแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าสูงหรือเกี่ยวกับต่างชาติ กระบวนการเป็นความลับมากกว่าการฟ้องร้องในศาล และสามารถเลือกอนุญาโตตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ สำหรับสัญญา Cross-Border แนะนำ ICC, SIAC หรือ THAC (Thailand Arbitration Center)
ใช้เมื่อทางเลือกอื่นไม่ได้ผล ข้อพิพาทแฟรนไชส์มักยื่นฟ้องที่ศาลแพ่ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (สำหรับคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา) ข้อเสียคือใช้เวลานาน ค่าใช้จ่ายสูง และคดีอาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
หากสัญญาไม่ระบุวิธีระงับข้อพิพาทไว้ชัดเจน ฝ่ายใดก็ตามสามารถเลือกวิธีที่เป็นประโยชน์กับตนเองมากที่สุดได้ ซึ่งมักทำให้กระบวนการนานและแพงกว่าที่ควร ควรกำหนดเป็น Tiered Dispute Resolution: Negotiation (30 วัน) → Mediation (30 วัน) → Arbitration (Final)
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการศึกษาและยกร่างกฎหมายแฟรนไชส์ไทยมาหลายครั้ง แต่ยังไม่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติ ประเด็นสำคัญที่หากมีกฎหมายเฉพาะน่าจะครอบคลุมได้แก่
จนกว่าจะมีกฎหมายเฉพาะ ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองใกล้เคียงกับมาตรฐานสากล จะต้องพึ่งพาการเจรจาต่อรองสัญญาและคำแนะนำทางกฎหมายที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น
สัญญาแฟรนไชส์ที่ดีควรครอบคลุมอย่างน้อย 12 หมวดหลักต่อไปนี้ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้กันในระดับสากล
| # | หมวด | สาระสำคัญที่ต้องกำหนด |
|---|---|---|
| 1 | Definitions (นิยาม) | นิยาม Franchise System, Territory, Confidential Information, Competing Business |
| 2 | Grant of Franchise (การให้สิทธิ) | ขอบเขตสิทธิ, ประเภท (Exclusive/Non-Exclusive), ระยะเวลา |
| 3 | Territory (พื้นที่) | พิกัด GPS หรือแผนที่แนบ, สิทธิ Online, สิทธิ Delivery Zone |
| 4 | Fees and Payments (ค่าธรรมเนียม) | Initial Fee, Royalty %, Marketing Fund %, เวลาและวิธีชำระ, การตรวจสอบ |
| 5 | Training and Support (การฝึกอบรม) | Pre-Opening Training, On-Site Support, Ongoing Training, ค่าใช้จ่าย |
| 6 | Operations and Standards (มาตรฐาน) | Operations Manual, Quality Standards, Inspection Rights, การแก้ไขมาตรฐาน |
| 7 | IP License (สิทธิ IP) | TM License, ข้อห้ามดัดแปลง, ขั้นตอนรับมือ Third-Party Infringement |
| 8 | Marketing and Advertising (การตลาด) | National Marketing Fund, Local Marketing Obligation, Approved Materials |
| 9 | Transfer and Assignment (การโอนสิทธิ) | เงื่อนไขโอน, สิทธิ ROFR ของแฟรนไชส์ซอร์, Transfer Fee |
| 10 | Termination (การเลิกสัญญา) | เหตุเลิกสัญญา, ระยะเวลาแจ้ง, Cure Period, ผลเมื่อเลิก |
| 11 | Post-Termination Obligations | Non-Compete, Non-Solicitation, การคืน Materials, การหยุดใช้ IP |
| 12 | Governing Law and Dispute Resolution | Governing Law, Jurisdiction, Arbitration Clause, Language |
หากสัญญาไม่กำหนด Cure Period (ระยะเวลาให้แก้ไขก่อนเลิกสัญญา) แฟรนไชส์ซอร์อาจเลิกสัญญาทันทีเมื่อพบการละเมิดใด ๆ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ควรกำหนด Cure Period อย่างน้อย 30 วันสำหรับการละเมิดที่แก้ไขได้ และ 14 วันสำหรับการละเมิดที่มีผลกระทบร้ายแรงกว่า Option A: เจรจาขอ Cure Period ที่เหมาะสมสำหรับการละเมิดแต่ละประเภท | Option B: กำหนดให้มีการแจ้งเตือน (Warning Notice) ก่อนเลิกสัญญาอย่างน้อย 2 ครั้ง
สิทธิในการโอนแฟรนไชส์ต่อเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อ Exit Strategy ของแฟรนไชส์ซี
หากสัญญาห้ามโอนสิทธิโดยเด็ดขาดหรือแฟรนไชส์ซอร์สามารถปฏิเสธการโอนได้ตามอำเภอใจ แฟรนไชส์ซีไม่มี Exit Route ที่ดีหากต้องการออกจากธุรกิจ ทำให้ถูกกักขังอยู่กับสัญญาที่อาจไม่คุ้มค่าอีกต่อไป ควรกำหนดว่าแฟรนไชส์ซอร์ต้องอนุมัติการโอนโดยไม่ปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (Not to be Unreasonably Withheld)
| # | รายการตรวจสอบ | ผล |
|---|---|---|
| 1 | ตรวจสถานะ TM ที่ ipthailand.go.th — ยืนยันชื่อเจ้าของและวันหมดอายุ | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 2 | ตรวจหนังสือรับรองแฟรนไชส์ซอร์ที่ DBD — ยังเป็น Active หรือไม่ | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 3 | Territory ระบุด้วยแผนที่/พิกัด ไม่ใช่แค่ชื่อถนน | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 4 | Royalty คิดจากอะไร (Gross กับ Net) และมีเพดานปรับขึ้นหรือไม่ | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 5 | Marketing Fund มีรายงานและ Audit Rights หรือไม่ | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 6 | Cure Period อย่างน้อย 30 วันก่อนเลิกสัญญา | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 7 | Non-Compete หลังเลิก ≤ 2 ปี จำกัดพื้นที่สมเหตุสมผล | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 8 | สิทธิโอนสัญญา — ROFR แฟรนไชส์ซอร์ไม่สามารถปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 9 | Financial Model (3 สถานการณ์) ผ่าน Break-Even ในเวลาที่ยอมรับได้ | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
| 10 | ทนายความตรวจสัญญาและเห็นชอบก่อนลงนาม | ☐ ผ่าน / ☐ ไม่ผ่าน |
ก่อนสรุปบทความ ขอเปรียบเทียบความคุ้มครองแฟรนไชส์ซีในแต่ละประเทศอีกครั้งในรูปแบบที่เห็นภาพชัด
| ความคุ้มครอง | ไทย | สหรัฐ (FTC) | ออสเตรเลีย | มาเลเซีย |
|---|---|---|---|---|
| กฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ | ไม่มี | มี (FTC Rule) | มี (Code) | มี (FA 1998) |
| FDD บังคับ | ไม่ | ใช่ (23 Items) | ใช่ | ใช่ |
| Cooling-Off | ไม่มี | 14 วัน | 14 วัน | 7 วัน |
| Good Faith Duty | ตาม ป.พ.พ. มาตรา 5 | บางรัฐ | บังคับ | บังคับ |
| Mandatory Mediation | ไม่มี | ไม่มี | มี | มี |
| โทษแฟรนไชส์ซอร์ | ทั่วไปตาม ป.พ.พ. | Civil Penalty | ปรับหนัก | ปรับ/จำคุก |
แฟรนไชส์เป็นโมเดลธุรกิจที่ดี แต่ไม่ใช่ "ซื้อแล้วรวย" ทุกกรณี ช่องว่างทางกฎหมายในประเทศไทยทำให้แฟรนไชส์ซีต้องพึ่งพาการตรวจสอบเอกสารและทีมที่ปรึกษาที่ดีมากกว่าในประเทศที่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ ตลาดแฟรนไชส์ไทยมีโอกาสมาก แต่ก็มีกับดักซ่อนอยู่มากเช่นกัน กุญแจสำเร็จคือการทำ Research อย่างละเอียด วิเคราะห์ตัวเลขอย่างตรงไปตรงมา และให้ทนายความตรวจสัญญาก่อนลงนาม สัญญาแฟรนไชส์ต้องอ่านอย่างละเอียดและเข้าใจทุกข้อก่อนลงเงิน เพราะเมื่อเซ็นแล้ว การเจรจาต่อรองจะยากขึ้นมากและเสียงจากกฎหมายที่จะช่วยคุณมีน้อยกว่าที่คิด
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ