ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569
น้ำท่วม แผ่นดินไหว โรคระบาด สงคราม — เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ แล้วกฎหมายว่าอย่างไร? Force Majeure หรือ "เหตุสุดวิสัย" เป็นหลักกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ เพราะอาจเป็นได้ทั้งโล่ป้องกันและกับดัก ขึ้นอยู่กับว่าจะอ้างถูกต้องหรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 กำหนดว่า "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 กำหนดว่า ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น กล่าวคือ หากเหตุสุดวิสัยทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้โดยสิ้นเชิง ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 372 กำหนดว่า ในสัญญาต่างตอบแทน ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอันจะโทษลูกหนี้ไม่ได้ ลูกหนี้ย่อมสิ้นสิทธิที่จะเรียกชำระหนี้ตอบแทน คือทั้งสองฝ่ายไม่ต้องทำตามสัญญาอีกต่อไป
การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดคำถามว่าสามารถอ้าง Force Majeure ได้หรือไม่ คำตอบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี:
| ประเด็น | Force Majeure (เหตุสุดวิสัย) | Hardship (ม.388 เปลี่ยนแปลงพฤติการณ์) |
|---|---|---|
| ผลกระทบ | ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้เลย (Impossibility) | ปฏิบัติได้ แต่เสียเปรียบอย่างร้ายแรง (Excessive Hardship) |
| ผลทางกฎหมาย | หลุดพ้นจากการชำระหนี้ | ขอให้ศาลปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา |
| มาตราอ้างอิง | ปพพ. ม.8, ม.219, ม.372 | ปพพ. ม.388 |
| ตัวอย่าง | รัฐสั่งปิดกิจการ ทำให้ส่งมอบสินค้าไม่ได้ | ค่าวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 300% จากวิกฤต แต่ยังผลิตได้ |
เหตุสุดวิสัยไม่ใช่ข้ออ้างสำเร็จรูปที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ต้องเข้าองค์ประกอบครบถ้วนตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่างข้อสัญญา Force Majeure ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อไม่ต้องเถียงกันเมื่อเกิดเหตุจริง
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ