LAS SHIELD

Force Majeure — เหตุสุดวิสัย ใช้อ้างได้เมื่อไหร่? (ฉบับสมบูรณ์)

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | อัปเดต 8 เมษายน 2569

น้ำท่วม แผ่นดินไหว โรคระบาด สงคราม — เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ แล้วกฎหมายว่าอย่างไร? Force Majeure หรือ "เหตุสุดวิสัย" เป็นหลักกฎหมายที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ เพราะอาจเป็นได้ทั้งโล่ป้องกันและกับดัก ขึ้นอยู่กับว่าจะอ้างถูกต้องหรือไม่ และมีการเตรียมข้อสัญญาที่ดีพอหรือไม่

บทความนี้ครอบคลุม: นิยามและองค์ประกอบตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 บทเรียนจาก COVID-19 วิธีร่างข้อสัญญา FM ที่ถูกต้อง การแจ้งคู่สัญญา ความแตกต่างจาก Hardship และ Frustration

สารบัญ (Table of Contents)
  1. นิยาม "เหตุสุดวิสัย" — ปพพ. มาตรา 8
  2. องค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์
  3. ผลทางกฎหมาย — มาตรา 219, 372
  4. COVID-19 กับ Force Majeure ในไทย
  5. FM vs Hardship vs Frustration
  6. วิธีร่างข้อสัญญา Force Majeure
  7. กระบวนการแจ้งคู่สัญญา
  8. ผลของการอ้าง FM สำเร็จ
  9. Force Majeure vs MAC/MAE
  10. แนวทางศาลไทย
  11. FM Clause Drafting Checklist
  12. Suspension vs Termination
  13. FM ในสัญญาระหว่างประเทศ
  14. LAS Practical Guide
  15. LAS Risk Assessment
  16. แนวคำพิพากษาศาลฎีกา
  17. กรณีศึกษา SME ไทย
  18. Checklist 10 จุด
  19. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นิยาม "เหตุสุดวิสัย" — ปพพ. มาตรา 8

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 กำหนดว่า "เหตุสุดวิสัย หมายความว่า เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้ แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น"

คำสำคัญในนิยาม

ตัวอย่างที่กฎหมายและศาลไทยรับรองว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ตัวอย่างที่ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

องค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์

เพื่อให้การอ้าง Force Majeure ตามกฎหมายไทยสำเร็จ ผู้อ้างต้องพิสูจน์องค์ประกอบ 4 ประการต่อไปนี้

#องค์ประกอบคำอธิบายตัวอย่างหลักฐาน
1เหตุไม่คาดฝัน (Unforeseeable)เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อาจคาดการณ์ได้ ณ วันทำสัญญาข่าว ข้อมูลทางการ
2ไม่อาจป้องกันได้ (Irresistible)แม้จะดำเนินการระมัดระวังตามสมควรก็ยังป้องกันไม่ได้พยานหลักฐาน การพยายามจัดการ
3ไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้อ้าง (Not Party's Fault)ผู้อ้างไม่ได้ก่อให้เกิดเหตุนั้นลำดับเหตุการณ์
4ทำให้ปฏิบัติไม่ได้จริง (Causal Link)เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผล

มาตรา 219 — หนี้กลายเป็นพ้นวิสัย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 กำหนดว่า "ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น"

กล่าวคือ หากเหตุสุดวิสัยทำให้ ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้โดยสิ้นเชิง ลูกหนี้หลุดพ้นจากความรับผิด ไม่ต้องชำระหนี้และไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย

ข้อสำคัญ: "พ้นวิสัย" ไม่ใช่ "ยากขึ้น"

🔴 Risk: High — อ้าง FM ผิดประเภท

มาตรา 219 ต้องการ "ความเป็นไปไม่ได้" (Impossibility) ในการปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ความยากลำบาก (Difficulty) หรือต้นทุนที่สูงขึ้น การอ้าง Force Majeure โดยไม่พิสูจน์ว่าปฏิบัติไม่ได้จริง จะถูกศาลปฏิเสธ และฝ่ายที่อ้างยังต้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากการผิดสัญญา Option A: ก่อนอ้าง FM ต้องประเมินว่ายังมีทางอื่นทำสัญญาให้สำเร็จได้หรือไม่ | Option B: ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินความแข็งแกร่งของข้อโต้แย้ง

มาตรา 372 — สัญญาต่างตอบแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 372 กำหนดว่า ในสัญญาต่างตอบแทน ถ้าการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอันจะโทษลูกหนี้ไม่ได้ ลูกหนี้ย่อมสิ้นสิทธิที่จะเรียกชำระหนี้ตอบแทน

ผลในทางปฏิบัติ

มาตรา 220 — ภาระพิสูจน์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 220 กำหนดว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดในความเสียหายอันเกิดแต่ความประมาทเลินเล่อด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นแต่พฤติการณ์อันหนึ่งอันใด ซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ กล่าวคือ ภาระพิสูจน์ว่าเป็น FM ตกอยู่ที่ผู้อ้าง

COVID-19 กับ Force Majeure ในไทย — บทเรียนสำคัญ

การแพร่ระบาดของ COVID-19 ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2565 ก่อให้เกิดคดีและข้อพิพาทด้าน Force Majeure จำนวนมากในประเทศไทย บทเรียนสำคัญมีดังนี้

กรณีที่อ้าง FM ได้ (ตามแนวทางที่ได้รับการยอมรับ)

กรณีที่อ้าง FM ไม่ได้ (ข้อโต้แย้งที่ศาลไม่รับ)

สถานการณ์อ้าง FM ได้?เหตุผล
ร้านอาหารถูกสั่งปิดโดยคำสั่ง ศบค.ได้ไม่สามารถให้บริการได้เลย (Impossibility)
ร้านอาหารเปิดได้ แต่ลูกค้าน้อยไม่ได้ยังเปิดได้ เพียงรายได้ลด (Difficulty เท่านั้น)
สัญญาเช่าพื้นที่ Event แต่ Event ถูกยกเลิกอาจได้ต้องดูว่าคำสั่งรัฐสั่งห้าม Event โดยตรงหรือไม่
สัญญาส่งออกสินค้า แต่เที่ยวบินถูกยกเลิกทั้งหมดได้ไม่มีเส้นทางขนส่งเหลืออยู่เลย
สัญญาก่อสร้าง ต้นทุนเพิ่มขึ้น 50% เพราะ COVIDไม่ได้ยังสร้างได้ แต่แพงกว่า → เป็น Hardship ไม่ใช่ FM

บทเรียนสำคัญจาก COVID-19 ที่ต้องนำไปใส่ในสัญญาใหม่

จากประสบการณ์ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจำนวนมากในช่วง COVID-19 มีบทเรียนสำคัญ 6 ข้อที่ควรนำไปปรับปรุงสัญญาใหม่ทุกฉบับ

#บทเรียนสิ่งที่ควรเพิ่มในสัญญา
1โรคระบาดไม่ได้ถูกระบุไว้ใน FM clause ของหลายสัญญาเพิ่ม "Pandemic, Epidemic, Government-mandated Closure" ในรายการ FM
2คำสั่งรัฐหลายชั้น (ประกาศ ศบค. + กฎหมายฉุกเฉิน) ทำให้ตีความยากระบุว่า "คำสั่งหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมายใดๆ" ถือเป็น FM
3ข้อพิพาทเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ Event และโรงแรมมีจำนวนมากเพิ่ม Force Majeure ใน Deposit/Cancellation Policy ให้ชัดเจน
4ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขาดสะบั้นแต่ไม่ถือว่า FMเพิ่ม Supply Chain Disruption Clause หรือ Alternative Sourcing Provision
5คู่สัญญาไม่รู้ว่าต้องแจ้ง FM อย่างไร แจ้งช้าหรือไม่ครบกำหนดขั้นตอนแจ้ง FM ไว้ชัดเจน พร้อม Template หนังสือแจ้ง
6หลังสถานการณ์คลี่คลาย คู่สัญญาไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อเพิ่มข้อกำหนดการ Resume Performance และ Extension of Time

Force Majeure vs Hardship vs Frustration

ประเด็นForce Majeure (เหตุสุดวิสัย)Hardship (เปลี่ยนแปลงพฤติการณ์)Frustration (หลักกฎหมาย Common Law)
ผลกระทบปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้เลยปฏิบัติได้ แต่เสียเปรียบร้ายแรงวัตถุประสงค์สัญญาสิ้นไป
ระบบกฎหมายCivil Law + สัญญาCivil Law ม.388Common Law (อังกฤษ)
ผลทางกฎหมายหลุดพ้นจากการชำระหนี้ขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญาสัญญาสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ
มาตราอ้างอิงปพพ. ม.8, ม.219, ม.372ปพพ. ม.388ไม่มีในกฎหมายไทยโดยตรง
ตัวอย่างน้ำท่วมโรงงาน ส่งสินค้าไม่ได้เลยค่าเหล็กขึ้น 300% แต่ยังก่อสร้างได้สั่งซื้อดอกไม้สำหรับงานราชาภิเษก แต่งานถูกยกเลิก

มาตรา 388 — Hardship ในกฎหมายไทย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 กำหนดว่า ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันทำได้ โดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นการพ้นวิสัยในเวลาที่ก่อหนี้นั้น ท่านว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตามนักกฎหมายไทยบางท่านอ้าง ม.388 ในแง่ของการขอให้ศาลปรับเปลี่ยนสัญญาเมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่แนวทางนี้ยังไม่มีคำพิพากษาที่ชัดเจนนักในไทย

วิธีร่างข้อสัญญา Force Majeure ที่ดี

ข้อสัญญา Force Majeure ที่ดีต้องทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้ล่วงหน้าว่า "อะไรเกิดขึ้นแล้วจะเป็นยังไง" เพื่อลดข้อโต้แย้งเมื่อเกิดเหตุจริง

โครงสร้างข้อสัญญา FM ที่ครบถ้วน

ตัวอย่างข้อสัญญา Force Majeure (Template)

ข้อ [__]. เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)

[__].1 นิยาม: "เหตุสุดวิสัย" หมายถึง เหตุการณ์หรือพฤติการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมที่สมเหตุสมผลของคู่สัญญา รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ อุทกภัย แผ่นดินไหว พายุ โรคระบาด ไฟฟ้าดับในวงกว้าง สงคราม การก่อการร้าย การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่งหรือข้อห้ามของรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ ซึ่งทำให้คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะในสัญญาฉบับนี้ได้

[__].2 ผลของเหตุสุดวิสัย: ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดไม่สามารถปฏิบัติตามพันธะใดๆ ตามสัญญาฉบับนี้ อันเป็นผลโดยตรงจากเหตุสุดวิสัย คู่สัญญาฝ่ายนั้นไม่ต้องรับผิดสำหรับการไม่ปฏิบัติตามพันธะนั้น ตลอดระยะเวลาที่เหตุสุดวิสัยนั้นยังคงมีอยู่

[__].3 หน้าที่แจ้ง: คู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยต้องแจ้งอีกฝ่ายหนึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันที และอย่างช้าไม่เกิน [5/7/14] วันทำการนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงเหตุสุดวิสัยนั้น

[__].4 หน้าที่บรรเทาผลกระทบ: คู่สัญญาฝ่ายที่อ้างเหตุสุดวิสัยต้องดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุสุดวิสัย และต้องดำเนินการเพื่อกลับมาปฏิบัติตามสัญญาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

[__].5 ระยะเวลาสูงสุด: หากเหตุสุดวิสัยมีระยะเวลาต่อเนื่องเกิน [30/60/90] วัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ได้โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า [5/7] วัน

สิ่งที่ต้องระวังในการร่างข้อสัญญา FM

กระบวนการแจ้งคู่สัญญาเมื่อเกิด Force Majeure

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่คิดว่าอาจเป็น Force Majeure ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนี้ทันที

  1. ประเมินว่าเข้าองค์ประกอบ FM หรือไม่ — ก่อนอ้าง FM ต้องตรวจสอบว่าปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้จริงๆ หรือแค่ยากขึ้น ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษาทนายความก่อน
  2. แจ้งคู่สัญญาทันที — ส่งหนังสือแจ้งทางลายลักษณ์อักษรให้ครบตามข้อสัญญา หรือถ้าสัญญาไม่กำหนด ให้แจ้งโดยพลัน
  3. ระบุสาระสำคัญในหนังสือแจ้ง — (1) ลักษณะของเหตุการณ์ (2) ระยะเวลาที่คาดว่าจะใช้เวลา (3) พันธะตามสัญญาที่ได้รับผลกระทบ (4) มาตรการบรรเทาผลกระทบที่กำลังดำเนินการ
  4. เก็บรักษาหลักฐาน — ประกาศทางราชการ ข่าว รายงาน ภาพถ่าย ทุกอย่างที่พิสูจน์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงและส่งผลต่อการปฏิบัติตามสัญญา
  5. ดำเนินมาตรการบรรเทา — แสดงว่าได้พยายามลดผลกระทบอย่างเต็มที่ เช่น หาทางทดแทน ใช้ผู้ให้บริการรายอื่น ปรับวิธีการทำงาน
  6. ติดตามและรายงานความคืบหน้า — แจ้งคู่สัญญาเป็นระยะๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
🟡 Risk: Medium — แจ้ง FM ล่าช้า

หากสัญญากำหนดระยะเวลาแจ้ง FM และไม่แจ้งทันเวลา คู่สัญญาอาจอ้างว่าสูญเสียสิทธิในการอ้าง FM ไปแล้ว (Waiver) แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเข้าองค์ประกอบ FM จริง ควรแจ้งทันทีที่ทราบ โดยไม่ต้องรอให้ชัดเจนว่าจะกระทบมากน้อยแค่ไหน

ผลของการอ้าง Force Majeure สำเร็จ

เมื่ออ้าง Force Majeure สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับข้อสัญญาและลักษณะของ FM

สถานการณ์ผลทางกฎหมายสิทธิของคู่สัญญา
FM ชั่วคราว (Temporary FM)ชะลอการปฏิบัติตามสัญญาต้องกลับมาปฏิบัติเมื่อ FM สิ้นสุด
FM ถาวร (Permanent FM)พ้นวิสัย / หลุดพ้นจากหนี้ ตาม ม.219สัญญาสิ้นสุด ไม่มีฝ่ายใดต้องรับผิด
FM ยาวนานเกินระยะที่สัญญากำหนดสิทธิเลิกสัญญาเกิดขึ้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกเลิกสัญญาได้
ชำระเงินล่วงหน้าแล้ว เกิด FM ถาวรอาจต้องคืนเงิน (ลาภมิควรได้)ตาม ปพพ. ม.406-419

Force Majeure vs MAC/MAE — ความแตกต่างที่สำคัญในสัญญาธุรกิจ

ในสัญญา M&A การควบรวมกิจการ หรือสัญญาสินเชื่อขนาดใหญ่ มักพบทั้ง Force Majeure Clause และ MAC/MAE Clause ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกันแต่มีความแตกต่างสำคัญที่ต้องเข้าใจ

ประเด็นForce Majeure (FM)Material Adverse Change (MAC) / Material Adverse Effect (MAE)
วัตถุประสงค์ปลดภาระการปฏิบัติหนี้เมื่อทำไม่ได้ให้สิทธิถอนตัวจากสัญญาเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
เงื่อนไขทริกเกอร์ปฏิบัติไม่ได้จริง (Impossibility)เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ (แม้ยังปฏิบัติได้)
ผลทางกฎหมายชะลอหรือหลุดพ้นจากพันธะสิทธิเลิกสัญญา / ไม่ต้องปิดดีล
ใช้ในสัญญาประเภทใดสัญญาทั่วไป บริการ ก่อสร้างM&A, Financing, สัญญาซื้อหุ้น, LOC/Credit Facility
ภาระพิสูจน์ผู้อ้าง FM ต้องพิสูจน์ผู้อ้าง MAC/MAE ต้องพิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างโรงงานถูกน้ำท่วม ส่งสินค้าไม่ได้เลยบริษัทเป้าหมายใน M&A มีรายได้ลดลง 40% ก่อนปิดดีล
ข้อสังเกตสำคัญ: ในสัญญา M&A ระดับนานาชาติ (เช่น สัญญาที่อ้างอิง Delaware Law หรือ English Law) MAE Clause มีการพิพาทมากที่สุดเพราะคำว่า "Material" ไม่มีนิยามตายตัว ในกฎหมายไทยซึ่งไม่มีบทบัญญัติ MAE โดยตรง หากต้องการใช้ MAE ต้องเขียนนิยามลงในสัญญาอย่างละเอียด

แนวทางศาลไทยกับ Force Majeure

แม้ในไทยจะยังไม่มีคำพิพากษาฎีกาที่วางหลักเรื่อง COVID-19 กับ Force Majeure โดยตรงในระดับที่ถูกรวบรวมเป็นบรรทัดฐาน แต่แนวทางการตีความมาตรา 219 ที่ศาลไทยใช้มาอย่างยาวนานมีหลักการสำคัญดังนี้

หลักที่ 1 — "พ้นวิสัย" ต้องเป็นความเป็นไปไม่ได้แท้จริง

ศาลไทยตีความคำว่า "พ้นวิสัย" อย่างเคร่งครัด หมายถึงการที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงว่ายากหรือแพงขึ้น หากยังมีวิธีปฏิบัติตามสัญญาได้ ถึงแม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงขึ้น ก็ยังถือว่าไม่ "พ้นวิสัย" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219

หลักที่ 2 — ภาระพิสูจน์ตกแก่ผู้อ้าง

ผู้ที่อ้างว่าตนไม่ต้องรับผิดเพราะเหตุสุดวิสัยมีภาระพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 220 ต้องแสดงหลักฐานว่า (1) เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง (2) เชื่อมโยงกับการไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาโดยตรง และ (3) ได้พยายามบรรเทาผลกระทบแล้วอย่างสมเหตุสมผล

หลักที่ 3 — ระยะเวลาและการบอกกล่าว

แม้กฎหมายไทยไม่กำหนดระยะเวลาบอกกล่าวตายตัว แต่ศาลให้ความสำคัญกับ "ความสมเหตุสมผล" (Reasonableness) ในการแจ้ง การแจ้งล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอาจถูกตีความว่าสละสิทธิ์อ้าง FM ไปแล้ว

หลักที่ 4 — เหตุการณ์ที่คาดได้ล่วงหน้า

หากคู่สัญญาทำสัญญาหลังจากทราบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว (เช่น ทำสัญญาในช่วง COVID ระบาดแล้ว) ศาลมักไม่ยอมรับการอ้าง FM สำหรับเหตุการณ์นั้น เพราะถือว่า "คาดได้ล่วงหน้า" แล้ว

FM Clause Drafting Checklist — 12 จุดที่ต้องตรวจสอบ

ก่อนลงนามสัญญาที่มีข้อ Force Majeure ให้ตรวจสอบ 12 ประเด็นนี้ทุกครั้ง

#จุดตรวจสอบความสำคัญสถานะ
1มีนิยาม "Force Majeure" ที่ชัดเจนหรือไม่?ป้องกันการตีความกว้างหรือแคบเกินไป☐ ตรวจแล้ว
2รายการเหตุการณ์ครอบคลุมเพียงพอหรือไม่? (รวม Pandemic, Cyber Attack, คำสั่งรัฐ)โรคระบาดและภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงใหม่☐ ตรวจแล้ว
3กำหนดระยะเวลาแจ้ง (Notice Period) ชัดเจนหรือไม่?ป้องกันข้อพิพาทเรื่องความล่าช้า☐ ตรวจแล้ว
4ระบุรูปแบบการแจ้ง (ลายลักษณ์อักษร/อีเมล/ไปรษณีย์) หรือไม่?หลักฐานการแจ้งมีความสำคัญมาก☐ ตรวจแล้ว
5กำหนดหน้าที่บรรเทาผลกระทบ (Mitigation Obligation) หรือไม่?ป้องกันฝ่ายที่อ้าง FM นั่งรอเฉยๆ☐ ตรวจแล้ว
6กำหนดผลของ FM ชัดเจนหรือไม่? (ชะลอ vs. เลิกสัญญา)ป้องกันความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจ☐ ตรวจแล้ว
7กำหนดระยะเวลาสูงสุดของ FM ก่อนสิทธิเลิกสัญญาเกิดขึ้นหรือไม่?ป้องกันการรอไม่มีกำหนด☐ ตรวจแล้ว
8ระบุขั้นตอนการกลับมาปฏิบัติสัญญาหลัง FM สิ้นสุดหรือไม่?ป้องกันข้อพิพาทหลัง FM สิ้นสุด☐ ตรวจแล้ว
9กำหนดว่า Financial Difficulty ไม่ถือเป็น FM หรือไม่?ป้องกันการอ้างแบบกว้าง☐ ตรวจแล้ว
10ระบุภาระพิสูจน์และเอกสารที่ต้องแสดงหรือไม่?ลดข้อพิพาทเรื่องการพิสูจน์☐ ตรวจแล้ว
11สอดคล้องกับข้อ FM ในสัญญาคู่ขนาน (sub-contracts) หรือไม่?ป้องกัน Gap ระหว่างสัญญาหลักและสัญญาย่อย☐ ตรวจแล้ว
12กำหนดกฎหมายที่บังคับใช้และเขตอำนาจศาลหรือไม่?สำคัญในสัญญาระหว่างประเทศ☐ ตรวจแล้ว
🔴 Risk: High — ข้อ FM ที่ครอบคลุมสถานการณ์กว้างเกินไปโดยไม่มีขอบเขต

ข้อสัญญา Force Majeure บางฉบับใช้ภาษาว่า "เหตุการณ์ใดๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม" โดยไม่มีการนิยามหรือจำกัดขอบเขต ซึ่งเปิดช่องให้ฝ่ายที่ต้องการหลีกเลี่ยงพันธะอ้าง FM ได้กว้างมาก Option A: กำหนดรายการเหตุการณ์แบบ Inclusive List พร้อม General Catch-All ที่มีเงื่อนไขชัดเจน | Option B: เพิ่มข้อความว่า "Financial Difficulty, Change in Market Condition, หรือ Increase in Cost ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย"

LAS Risk Assessment — Force Majeure

สถานการณ์ระดับความเสี่ยงคำแนะนำ
สัญญาไม่มีข้อ FM เลย🔴 สูงต้องพึ่งตัวบทกฎหมาย ม.219 ซึ่งองค์ประกอบเข้มงวดกว่า
อ้าง FM เพราะต้นทุนสูงขึ้น🔴 สูงศาลปฏิเสธ ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเต็ม
ข้อ FM กว้างเกินไป ไม่มีขอบเขต🔴 สูงเสี่ยงถูกอ้างโดยฝ่ายตรงข้ามในทุกกรณี
ข้อ FM ไม่ระบุระยะเวลาแจ้ง🟡 กลางแจ้งทันที เก็บหลักฐานว่าแจ้งเมื่อไร
ข้อ FM ไม่ระบุระยะเวลาสูงสุด🟡 กลางทั้งสองฝ่ายอาจต้องรอไม่มีกำหนด
ข้อ FM ใน Main Contract ไม่สอดคล้องกับ Sub-contract🟡 กลางต้องตรวจสอบและปรับให้ตรงกันก่อนลงนาม
มีข้อ FM ครบถ้วน ปฏิบัติตามกระบวนการ🟢 ต่ำความเสี่ยงต่ำ แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

ผลของ FM: Suspension vs Termination — ความแตกต่างที่สำคัญ

เมื่ออ้าง Force Majeure สำเร็จ ผลทางกฎหมายจะเป็น Suspension (การชะลอ) หรือ Termination (การเลิกสัญญา) ขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์และข้อกำหนดในสัญญา ทั้งสองมีผลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

Suspension — การชะลอการปฏิบัติตามสัญญาชั่วคราว

Termination — การเลิกสัญญาถาวรเพราะ FM

ประเด็นSuspensionTermination
สัญญายังมีผลหรือไม่?ใช่ — แค่พักไว้ไม่ — สิ้นสุดแล้ว
ต้องปฏิบัติต่อหรือไม่?ใช่ เมื่อ FM สิ้นสุดไม่
เงินที่จ่ายแล้วปรับตามงานที่ทำอาจต้องคืนบางส่วน
ต้องบอกกล่าวหรือไม่?แจ้ง FM และระยะเวลาบอกเลิกสัญญาอย่างชัดแจ้ง
เหมาะกับ FM ประเภทใดFM ชั่วคราว คาดว่าจะสิ้นสุดFM ถาวร หรือยาวนานมาก
🟡 Risk: Medium — ไม่กำหนดระยะเวลาเปลี่ยนจาก Suspension เป็น Termination

สัญญาจำนวนมากระบุว่า FM ทำให้ชะลอการปฏิบัติ แต่ไม่กำหนดว่าหาก FM ยาวนานเท่าใดจึงมีสิทธิเลิกสัญญา ทำให้ฝ่ายที่ไม่ได้รับผลกระทบต้องรอไม่มีกำหนด Option A: กำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจน เช่น "หาก FM ดำเนินต่อเนื่องเกิน 90 วัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้" | Option B: กำหนด Hardship Renegotiation Period ก่อนสิทธิเลิกสัญญาเกิด

แนวคำพิพากษาศาลฎีกา — เหตุสุดวิสัย

คำพิพากษาศาลฎีกาต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าศาลไทยใช้หลักเกณฑ์ "เหตุสุดวิสัย" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 อย่างไรในทางปฏิบัติ

ฎีกาที่ประเด็นผลการวินิจฉัยบทเรียน
ฎ. 1401/2534 เรือบรรทุกไม้ล่มจากพายุและคลื่นแรง ศาลรับฟัง — ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตาม ปพพ. มาตรา 8 พิสูจน์ได้ว่าเหตุเกิดขึ้นเองโดยไม่อาจป้องกันได้ แม้จะระมัดระวังตามสมควร (ปพพ. มาตรา 8 ประกอบ มาตรา 219)
ฎ. 6405/2538 สินค้าเสียหายจากพายุขณะขนส่งทางเรือ ศาลไม่รับฟัง — FM ไม่สำเร็จ ผู้ขนส่งไม่พิสูจน์ว่าได้ใช้มาตรการป้องกันทุกวิถีทางแล้ว — ไม่เข้าเงื่อนไข ปพพ. มาตรา 8
ฎ. 10285/2557 ธนาคารยักยอกเงินที่ส่งกรมบังคับคดี ศาลรับฟัง — ถือเป็นเหตุสุดวิสัยสำหรับผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ซื้อได้รับขยายเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือ เพราะเหตุเกิดจากบุคคลภายนอกที่ไม่อาจคาดเดาได้ (ปพพ. มาตรา 8 ประกอบ มาตรา 219)
ฎ. 3999/2559 ส่งสินค้าล่าช้าจากปัญหาตารางเรือ ศาลไม่รับฟัง — ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ผู้ขนส่งควรคาดการณ์ปัญหาตารางเรือและเลือกเรือลำอื่นได้ — ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตาม ปพพ. มาตรา 8
ฎ. 465/2534 เรือลากจูงล่มจากคลื่นแรงผิดปกติ ต้องพิสูจน์ให้ครบถ้วน ต้องพิสูจน์ว่าเหตุการณ์เกินกว่าที่ป้องกันได้โดยการระมัดระวังตามสมควร (ปพพ. มาตรา 8)
หลักที่ศาลฎีกาใช้: การอ้างเหตุสุดวิสัยต้องพิสูจน์ทั้งการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ และความพยายามป้องกันที่เต็มที่แล้ว ศาลจะไม่รับฟัง FM หากคู่สัญญาสามารถหาทางแก้ไขสถานการณ์ได้ (เช่น เลือกเรือลำอื่น ใช้เส้นทางสำรอง) แต่ไม่ได้ดำเนินการ

กรณีศึกษา SME ไทย — Force Majeure ในทางปฏิบัติ

กรณีที่ 1: COVID-19 กับสัญญาเช่าพื้นที่ห้าง (บริษัท A)

บริษัท A เป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร SME เช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ สัญญาเช่า 3 ปี เมื่อรัฐบาลออกประกาศห้ามการชุมนุมและปิดศูนย์การค้าตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 บริษัท A ไม่สามารถดำเนินกิจการได้เป็นเวลา 3 เดือน

🟡 ประเด็นที่เกิดขึ้น

เจ้าของพื้นที่ฟ้องเรียกค่าเช่าเต็มจำนวน บริษัท A อ้างเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 และ มาตรา 372 (สัญญาต่างตอบแทน)

ผลลัพธ์: ศาลรับฟังเหตุสุดวิสัยบางส่วน — ลดค่าเช่า 50% สำหรับช่วงที่ถูกสั่งปิด และขยายระยะเวลาชำระค่าเช่าส่วนที่เหลือ

บทเรียน: ผู้เช่าต้องแจ้งเจ้าของพื้นที่เป็นลายลักษณ์อักษรทันทีที่ได้รับผลกระทบ และเสนอแผนเจรจาโดยไม่รอ

กรณีที่ 2: น้ำท่วมใหญ่ 2554 กับสัญญาส่งชิ้นส่วนรถยนต์ (บริษัท B)

บริษัท B ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไม่สามารถส่งมอบสินค้าตามสัญญาได้เพราะโรงงานถูกน้ำท่วมในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ผู้ซื้อเรียกค่าปรับความล่าช้า 5% ต่อเดือน

🟢 ผลลัพธ์ที่เอื้ออำนวย

ศาลรับฟังว่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เป็นเหตุสุดวิสัย (แตกต่างจากน้ำท่วมตามฤดูกาลปกติ) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 และ มาตรา 219 ยกเว้นค่าปรับและขยายเวลาส่งมอบ

บทเรียน: สัญญาควรระบุ "น้ำท่วมใหญ่" หรือ "อุทกภัย" เป็น FM เหตุการณ์โดยชัดเจน และควรมีแผน Business Continuity Plan เพื่อพิสูจน์ว่าได้พยายามแก้ไขสถานการณ์แล้ว

กรณีที่ 3: ผู้รับเหมาก่อสร้างอ้าง COVID-19 — ศาลไม่รับฟัง (บริษัท C)

บริษัท C ผู้รับเหมาก่อสร้างอ้างว่า "ขาดแคลนแรงงานและวัสดุก่อสร้างเนื่องจาก COVID-19" ทำให้งานล่าช้า เจ้าของโครงการหักค่าปรับ

🔴 ศาลไม่รับฟัง — เหตุสุดวิสัยไม่สำเร็จ

บริษัท C ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้พยายามหาแรงงานและวัสดุทดแทนจากแหล่งอื่นครบถ้วนแล้ว ศาลวินิจฉัยว่าความขาดแคลนแรงงานและวัสดุไม่ถึงขนาดทำให้ปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้เลย ตาม ปพพ. มาตรา 8

Option A: รวบรวมหลักฐานทุกขั้นตอนที่พยายามบรรเทาผลกระทบ | Option B: ขอ Hardship Clause เพื่อเจรจาใหม่แทน FM

Checklist 10 จุด — ก่อนเซ็นข้อสัญญาเหตุสุดวิสัย

  1. นิยามเหตุการณ์ครบถ้วน: ระบุรายการ FM เหตุการณ์ชัดเจน เช่น พายุ น้ำท่วม โรคระบาด คำสั่งรัฐ สงคราม — ห้ามใช้แค่ "เหตุสุดวิสัย" โดยไม่ระบุ
  2. ระยะเวลาแจ้งกำหนดชัด: กำหนดระยะเวลาแจ้งภายใน 7 หรือ 14 วัน นับจากวันที่ทราบ FM
  3. รูปแบบการแจ้ง: กำหนดว่าต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งทางใด (อีเมล ไปรษณีย์ลงทะเบียน)
  4. ภาระพิสูจน์และเอกสาร: ระบุว่าต้องแนบหลักฐานอะไร เช่น ประกาศราชการ รายงานข่าว
  5. ภาระการบรรเทาผลกระทบ: ระบุว่าคู่สัญญาต้องพยายามบรรเทาผลกระทบอย่างสมเหตุสมผล
  6. ผลของ FM ชัดเจน: ระบุว่า FM ทำให้ชะลอ (Suspension) หรือเลิกสัญญา (Termination)
  7. ระยะเวลาสูงสุด: กำหนดว่าหาก FM ยาวนานเกิน X วัน ฝ่ายใดมีสิทธิเลิกสัญญา
  8. ผลทางการเงิน: กำหนดว่าหากเลิกสัญญาเพราะ FM จะคืนเงินหรือจ่ายส่วนงานที่ทำแล้วอย่างไร
  9. ความสอดคล้องกับประกันภัย: ตรวจสอบว่า FM Clause ในสัญญาสอดคล้องกับกรมธรรม์ประกันภัย
  10. ให้ทนายความตรวจก่อนเซ็น: โดยเฉพาะสัญญามูลค่าสูงหรือสัญญาระหว่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ถ้าสัญญาไม่มีข้อ Force Majeure เลย สามารถอ้าง FM ได้ไหม?
ได้ แม้สัญญาไม่มีข้อ Force Majeure ผู้ที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ยังสามารถอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 ได้โดยตรง แต่ต้องพิสูจน์ว่าเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 8 ครบถ้วน ซึ่งยากกว่ากรณีที่มีข้อสัญญากำหนดไว้ชัดเจน
Q2: Force Majeure ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอไหม?
ตามกฎหมายไทยไม่ได้กำหนดรูปแบบการแจ้ง FM ไว้ชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติ ควรแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เพื่อสร้างหลักฐานว่าได้แจ้งแล้วเมื่อไร ถ้าสัญญากำหนดรูปแบบการแจ้งไว้ ต้องปฏิบัติตามนั้นเคร่งครัด
Q3: ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจาก FM ต้องพยายาม "บรรเทาผลกระทบ" มากแค่ไหน?
มาตรฐานที่ใช้คือ "สมเหตุสมผล" (Reasonable Efforts) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 คำว่า "จัดการระมัดระวังตามสมควร" ฝ่ายที่อ้าง FM ต้องพิสูจน์ว่าได้พยายามหาทางแก้ไขอย่างสมเหตุสมผล เช่น หาผู้ให้บริการรายอื่น เปลี่ยนเส้นทางขนส่ง ไม่ใช่แค่นั่งรอ
Q4: ในสัญญาระหว่างประเทศ ถ้าเลือกใช้กฎหมายไทย หลัก Force Majeure ต่างจาก Common Law ไหม?
ต่างกันในหลายประเด็น กฎหมายไทย (Civil Law) มีนิยาม "เหตุสุดวิสัย" ตามมาตรา 8 เป็นหลัก Common Law ใช้หลัก "Frustration" ซึ่งเน้นที่การสิ้นไปของวัตถุประสงค์สัญญา ไม่ใช่แค่ Impossibility ดังนั้นในสัญญาระหว่างประเทศ ควรมีข้อ Force Majeure ที่นิยามชัดเจน แทนการพึ่งพากฎหมาย
Q5: เมื่อเหตุสุดวิสัยสิ้นสุดแล้ว ต้องกลับมาปฏิบัติตามสัญญาทันทีหรือไม่?
เมื่อ FM สิ้นสุด ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบต้องแจ้งคู่สัญญาและกลับมาปฏิบัติตามสัญญาภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล ถ้าสัญญากำหนดระยะเวลาฟื้นฟูไว้ ต้องปฏิบัติตาม กรณีที่ FM ทำให้สัญญาล่าช้าออกไป คู่สัญญาต้องหารือกันว่าจะขยายระยะเวลาปฏิบัติตามสัญญาออกไปเท่าใด
Q6 (Bonus): ถ้าสัญญากำหนดว่า "Pandemic ไม่ถือเป็น FM" ข้อกำหนดนั้นใช้ได้ตามกฎหมายไทยหรือไม่?
ใช้ได้ในหลักการ คู่สัญญามีอิสระในการตกลงกำหนดขอบเขต FM ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149-151 อย่างไรก็ตาม หากข้อกำหนดนั้นขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี หรือใช้กับสัญญาผู้บริโภคที่มีอำนาจต่อรองไม่เท่าเทียมกัน ศาลอาจไม่บังคับข้อกำหนดนั้น ในทางปฏิบัติ ข้อกำหนดเช่นนี้ในสัญญาระหว่างนักธุรกิจด้วยกันมีผลบังคับ
Q7: ความร้อนสูงผิดปกติหรือภัยแล้งอ้าง Force Majeure ได้ไหม?
ได้ในหลักการ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาและไม่อาจป้องกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 อย่างไรก็ตาม ต้องแสดงให้ได้ว่าเหตุการณ์นั้นรุนแรงผิดปกติเกินกว่าที่คาดได้ตามฤดูกาล เช่น มีการประกาศภาวะภัยแล้งระดับชาติ หรือมีผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญา ภัยแล้งปกติตามฤดูกาลในพื้นที่ที่คาดได้จะไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย
Q8: FM ที่เกิดจากการกระทำของรัฐบาลต่างประเทศ เช่น การแซงก์ชันเศรษฐกิจ อ้าง FM ในสัญญาไทยได้ไหม?
ได้ หากสัญญาระบุ "คำสั่งของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล" รวมถึงต่างประเทศ หรือหากการแซงก์ชันทำให้การปฏิบัติตามสัญญาเป็นไปไม่ได้ตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น คำสั่งแซงก์ชันที่ห้ามการส่งออกสินค้าบางประเภท ทำให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาส่งมอบสินค้าไม่ได้ตามกฎหมาย ในทางปฏิบัติ สัญญาระหว่างประเทศควรระบุ "government action" หรือ "sanctions" เป็นรายการ FM เหตุการณ์โดยชัดเจน

Force Majeure ในสัญญาระหว่างประเทศ — มาตรฐาน ICC 2020

สำหรับสัญญาที่มีคู่สัญญาต่างประเทศ ICC (International Chamber of Commerce) ได้เผยแพร่ ICC Force Majeure Clause 2020 เพื่อเป็นมาตรฐานอ้างอิง ซึ่งมีความครอบคลุมกว่าการอ้างตัวบทกฎหมายไทยโดยตรง หากต้องการนำมาใช้ควรปรับให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยและเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาแจ้งตามที่คู่สัญญาตกลงกัน โดยเฉพาะในสัญญาก่อสร้าง สัญญา EPC และสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ การมีข้อ FM ที่อ้างอิงมาตรฐานสากลจะช่วยลดข้อพิพาทในชั้นอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจาก ICC แล้ว UNIDROIT Principles 2016 Article 7.1.7 ยังเป็นอีกมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงได้ โดยเฉพาะในสัญญาที่เลือกใช้หลักกฎหมายทั่วไป (General Principles of Law) แทนกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง

LAS Practical Guide — เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจเป็น FM ต้องทำอะไรก่อน

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ให้ดำเนินการตามลำดับนี้ทันที ก่อนที่จะเสียสิทธิ์หรือเกิดความรับผิด

  1. ประเมินสถานการณ์ภายใน 24-48 ชั่วโมง: ตรวจสอบว่าปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้จริง หรือแค่ยากขึ้น ถ้าแค่ยาก → FM ไม่สำเร็จ ต้องหาทางปฏิบัติต่อ
  2. อ่านข้อ FM ในสัญญาให้ครบ: ตรวจสอบนิยาม รายการเหตุการณ์ ระยะเวลาแจ้ง รูปแบบการแจ้ง และผลที่ระบุในสัญญา
  3. เตรียมหลักฐานทันที: เก็บประกาศทางราชการ ข่าว ภาพถ่าย บันทึกภายในองค์กร ทุกอย่างที่พิสูจน์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงและส่งผลโดยตรง
  4. ส่งหนังสือแจ้งคู่สัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนด: อย่ารอให้สถานการณ์ชัดเจนก่อน — แจ้งไว้ก่อนเสมอ พร้อมระบุว่าจะรายงานความคืบหน้าต่อไป
  5. ดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ: แสดงหลักฐานว่าพยายามทุกวิถีทาง เช่น หาผู้ให้บริการรายอื่น เปลี่ยนวิธีการทำงาน หาเส้นทางขนส่งทดแทน
  6. ปรึกษาทนายความ: โดยเฉพาะในสัญญาที่มีมูลค่าสูง เพื่อประเมินความแข็งแกร่งของข้ออ้าง FM และเตรียมแนวทางเจรจา
🟢 Best Practice — ตั้ง FM Response Team ไว้ล่วงหน้า

องค์กรที่มีสัญญาสำคัญหลายฉบับควรมีแผนรับมือ FM ล่วงหน้า ได้แก่ ระบุบุคคลรับผิดชอบ ร่าง Template หนังสือแจ้ง FM ไว้ล่วงหน้า ทำ FM Register สำหรับสัญญาสำคัญ และซ้อมขั้นตอนปฏิบัติปีละครั้ง การเตรียมพร้อมช่วยลดเวลาตอบสนองและป้องกันการเสียสิทธิ์จากการแจ้งช้า

สรุป

เหตุสุดวิสัยไม่ใช่ข้ออ้างสำเร็จรูปที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ต้องเข้าองค์ประกอบครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องเป็น "ความเป็นไปไม่ได้" ไม่ใช่แค่ "ความยากลำบาก" บทเรียนจาก COVID-19 ชี้ให้เห็นว่าการเตรียมข้อสัญญา Force Majeure ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น ครอบคลุมนิยาม กระบวนการแจ้ง ผลของ FM และระยะเวลาสูงสุด คือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันข้อพิพาทที่ไม่จำเป็น หลัก LAS Shield: เตรียมข้อ FM ก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้เกิดแล้วค่อยหาทางออก

อ่านเพิ่มเติม: LAS Shield ตอนที่ 7 — Warranty vs Guarantee รับประกันและค้ำประกันตามกฎหมายไทย

← ตอนที่ 5 LAS SHIELD 6/10 ตอนที่ 7 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice.