LAS SHIELD LAS

กฎหมายแรงงานสำหรับนายจ้าง — พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

คู่มือเพื่อการเรียนรู้และเตรียมตรวจงานบุคคล ครอบคลุมสิทธิลา การบอกกล่าว ค่าชดเชย และข้อบังคับ โดยต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละกรณีประกอบตัวบท

สารบัญ
  1. สิทธิที่เปลี่ยนแปลงตามฉบับที่ 9
  2. การบอกเลิกจ้าง — มาตรา 17
  3. ตารางค่าชดเชย — มาตรา 118
  4. กรณีไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย — มาตรา 119
  5. เลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  6. สิทธิการลาประเภทต่าง ๆ
  7. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน — มาตรา 108
  8. ชั่วโมงทำงานและค่าล่วงเวลา
  9. ประเด็นเสี่ยงที่ควรตรวจ
  10. รายการตรวจสำหรับนายจ้าง
  11. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
  12. คู่มือพนักงาน
  13. การเตรียมสัญญาจ้าง
  14. ตัวอย่างคำนวณ
  15. การจ้างคนต่างด้าว

ขอบเขตของกฎหมายและวิธีอ่านบทความ

บทความนี้อธิบายประเด็นสำคัญสำหรับการบริหารงานบุคคลจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องตรวจประเภทนายจ้าง ลักษณะงาน และสถานะของผู้ทำงานก่อนนำไปใช้ มาตรา 4 กำหนดข้อยกเว้นสำหรับราชการและรัฐวิสาหกิจตามที่ระบุ และเปิดให้มีกฎกระทรวงยกเว้นเพิ่มเติมได้ จึงไม่ควรสรุปว่ากฎทุกข้อใช้เหมือนกันกับนายจ้างทุกประเภท

ตัวบทที่ใช้ตรวจอ่านได้จาก ประมวลฉบับแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 ส่วนตัวอย่างและรายการตรวจเป็นแนวทางเตรียมข้อมูล ไม่ใช่คำรับรองผลของข้อพิพาทเฉพาะราย

สิทธิที่เปลี่ยนแปลงตามฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ประกาศวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันประกาศ จึงมีผลวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ประเด็นสิทธิลาและค่าจ้างต้องอ่านแยกกันดังนี้

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๑ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๔๑   ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรครรภ์หนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

      วันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรานี้ให้หมายความรวมถึงวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรด้วย

      วันลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย

      ลูกจ้างหญิงซึ่งใช้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามวรรคหนึ่งแล้ว มีสิทธิลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน ในกรณีที่บุตรมีภาวะการเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีภาวะความพิการ  ทั้งนี้ ให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันประกอบการลาด้วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๔๑/๑ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๔๑/๑   ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรครรภ์หนึ่งได้ไม่เกินสิบห้าวัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คลอดบุตร
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕๙ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๕๙   ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงมีครรภ์ในวันลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกินหกสิบวันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๕๙/๒ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๕๙/๒   ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งใช้สิทธิลาตามมาตรา ๔๑/๑ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกินสิบห้าวัน
สิทธิเงื่อนไขและค่าจ้าง
ลาเพื่อคลอดบุตรมาตรา 41 ให้ลาได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 120 วัน หรือตามจำนวนวันที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา รวมวันลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดและวันหยุดที่อยู่ระหว่างวันลา ค่าจ้างตามมาตรา 59 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วันหรือตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ลาต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรเมื่อใช้สิทธิลาคลอดแล้ว มาตรา 41 วรรคสี่ให้ลาต่อเนื่องได้อีกไม่เกิน 15 วัน หากบุตรมีภาวะเจ็บป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือมีความพิการ โดยแสดงใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน ค่าจ้างตามมาตรา 59/1 เป็นร้อยละ 50 ของค่าจ้างสำหรับวันที่ลา
ลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสซึ่งคลอดบุตรมาตรา 41/1 ให้ลาได้ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 15 วัน โดยใช้สิทธิก่อนหรือในวันที่ลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร ค่าจ้างตามมาตรา 59/2 เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลาแต่ไม่เกิน 15 วัน

มาตรา 4/1 เพิ่มความคุ้มครองสำหรับบุคคลธรรมดาที่หน่วยงานรัฐตามที่ระบุจ้างในลักษณะจ้างเหมาบริการหรือในลักษณะเดียวกัน และเข้าเงื่อนไขเรื่องค่าตอบแทนกับการควบคุมกำกับดูแลงาน โดยครอบคลุมค่าตอบแทน วันหยุด วันลาบางประเภท เวลาทำงานและเวลาพักตามตัวบท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในกฎกระทรวง จึงไม่ควรย่อเหลือเพียงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ หรือสรุปว่าผู้รับจ้างของรัฐทุกคนได้รับสิทธิทุกประเภทโดยอัตโนมัติ

แยกสิทธิประกันสังคม: เงินจากกองทุนประกันสังคมต้องตรวจคุณสมบัติผู้ประกันตน ประวัติเงินสมทบ และหลักเกณฑ์ที่ใช้กับกรณีนั้นต่างหาก ไม่ควรนำจำนวนวันที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างมาบวกกับเงินทดแทนแล้วสรุปว่าลูกจ้างทุกคนได้รับค่าจ้างครบ 120 วัน บทความนี้ไม่กำหนดยอดประโยชน์ทดแทนประกันสังคมเฉพาะราย

การบอกเลิกสัญญาจ้างและเงินแทนการบอกกล่าว

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๗ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๗   สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

      ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน  ทั้งนี้ ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย

      การบอกเลิกสัญญาจ้างตามวรรคสอง นายจ้างอาจจ่ายค่าจ้างให้ตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกสัญญาตามกำหนดที่บอกกล่าวและให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีได้

      การบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรานี้ไม่ใช้บังคับแก่การเลิกจ้างตามมาตรา ๑๑๙ แห่งพระราชบัญญัตินี้ และมาตรา ๕๘๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สำหรับสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา มาตรา 17 วรรคสองกำหนดการบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่ง เพื่อให้เลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป โดยไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกิน 3 เดือน และให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาด้วย จึงไม่ใช่กฎว่าบอกล่วงหน้า 30 วันแล้วถูกต้องทุกกรณี

มาตรา 17/1 กำหนดกรณีที่นายจ้างไม่บอกกล่าวตามมาตรา 17 วรรคสอง ให้จ่ายเงินเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างควรได้รับตั้งแต่วันที่ให้ออกจากงานถึงวันที่การเลิกสัญญามีผลตามหลักดังกล่าว โดยจ่ายในวันที่ให้ออกจากงาน ต้องตรวจข้อยกเว้นตามมาตรา 17 วรรคท้ายและกรณีพิเศษตามกฎหมายแยกต่างหาก ไม่ควรรวมเงินรายการนี้กับค่าชดเชยเป็นสิทธิเดียวกัน

ค่าชดเชยตามอายุงาน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๘ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๑๘  ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้

      (๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      (๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      (๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      (๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      (๕)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      (๖)  ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย

      การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป

      ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

      การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุด หรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง

มาตรา 118 กำหนดค่าชดเชยสำหรับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างและเข้าเงื่อนไข โดยแยกฐานค่าจ้างอัตราสุดท้ายจากฐานค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ตารางต่อไปนี้แสดงฐานค่าจ้างอัตราสุดท้ายและเป็นจำนวนขั้นต่ำตามตัวบท

อายุงานติดต่อกันค่าจ้างอัตราสุดท้าย
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปีไม่น้อยกว่า 30 วัน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปีไม่น้อยกว่า 90 วัน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปีไม่น้อยกว่า 180 วัน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปีไม่น้อยกว่า 240 วัน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปีไม่น้อยกว่า 300 วัน
ครบ 20 ปีขึ้นไปไม่น้อยกว่า 400 วัน

สำหรับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย ให้ใช้ค่าจ้างของการทำงานในจำนวนวันสุดท้ายที่ตรงกับช่วงอายุงานตามมาตรา 118 ไม่ใช้ค่าเฉลี่ย 90 วันกับทุกกรณี ส่วนค่าคอมมิชชันต้องตรวจลักษณะการจ่ายกับนิยามค่าจ้างในมาตรา 5 ไม่อาจตัดสินจากชื่อเงินหรือข้อความในสัญญาเพียงอย่างเดียว

สัญญาที่ระบุวันสิ้นสุดไม่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยทุกฉบับ ต้องเข้าเงื่อนไขในมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ ทั้งประเภทงาน ระยะเวลางานไม่เกิน 2 ปี และการทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ส่วนการทดลองงานหรือทำงานไม่เต็มเวลาไม่ได้ตัดสถานะลูกจ้างโดยชื่อเรียกเพียงอย่างเดียว

ข้อยกเว้นค่าชดเชยและหนังสือเตือน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๑๙   นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

      (๑) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง

      (๒) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

      (๓) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง

      (๔) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน

      หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด

      (๕) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร

      (๖) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

      ในกรณี

      (๖) ถ้าเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษต้องเป็นกรณีที่เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย

      การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยตามวรรคหนึ่ง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่เลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างหรือไม่ได้แจ้งเหตุที่เลิกจ้างให้ลูกจ้างทราบในขณะที่เลิกจ้างนายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้

ข้อยกเว้นแต่ละกรณีในมาตรา 119 มีองค์ประกอบต่างกัน ต้องตรวจข้อเท็จจริงให้ครบก่อนอ้างใช้ สำหรับมาตรา 119 (4) ต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และมีการตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีร้ายแรง หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ไม่ใช่นับจากวันที่ออกหนังสือ

มาตรา 119 ไม่ได้กำหนดว่าต้องเตือน 3 ครั้งทุกกรณี และไม่ได้กำหนดว่าการไม่มีหนังสือเตือนทำให้ใช้ข้อยกเว้นอื่นไม่ได้ทั้งหมด เมื่อเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายจ้างต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุในหนังสือบอกเลิก หรือแจ้งเหตุให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ตามวรรคท้าย

ดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม: มาตรา 9 วรรคหนึ่งกำหนดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปีสำหรับเงินที่ระบุ รวมถึงค่าชดเชยตามมาตรา 118 ส่วนเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุกระยะเวลา 7 วันตามวรรคสองต้องมีเงื่อนไขจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรและพ้นกำหนด 7 วันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่าย วรรคสามกำหนดผลหยุดดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่นำเงินไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้รับมอบหมายเพื่อจ่ายให้ลูกจ้าง จึงต้องแยกตรวจแต่ละเงื่อนไข

การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 กำหนดว่า หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานต่อในอัตราค่าจ้างที่ได้รับขณะเลิกจ้าง หากเห็นว่าทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไปได้ ให้กำหนดค่าเสียหายแทน โดยคำนึงถึงอายุ ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ไม่ควรใช้เพียงการจ่ายค่าชดเชยเป็นข้อสรุปว่าการเลิกจ้างเป็นธรรมแล้ว

บทความนี้ไม่ได้เสนอคำพิพากษาเฉพาะคดี การประเมินเหตุเลิกจ้างจึงต้องอาศัยเอกสารและข้อเท็จจริงของกรณีนั้นเพิ่มเติม

สิทธิลาและค่าจ้างระหว่างลา

ประเภทสิทธิและเงื่อนไขสำคัญ
ลาป่วยมาตรา 32 ให้ลาเท่าที่ป่วยจริง เมื่อลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์ตามเงื่อนไขของมาตรา 32 และข้อยกเว้นวันที่ไม่ถือเป็นวันลาป่วยตามตัวบท ส่วนมาตรา 57 ให้ค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี
ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นมาตรา 34 ให้ลาไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี ค่าจ้างตามมาตรา 57/1 ไม่เกิน 3 วันทำงานต่อปี
วันหยุดพักผ่อนประจำปีมาตรา 30 ให้ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีหยุดไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี โดยนายจ้างกำหนดล่วงหน้าหรือตกลงกัน และได้รับค่าจ้างตามมาตรา 56 ส่วนผู้ทำงานยังไม่ครบปี นายจ้างอาจกำหนดให้ตามส่วนได้
ลาเพื่อทำหมันมาตรา 33 ให้สิทธิตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรอง โดยได้รับค่าจ้างตามมาตรา 57
ลาเพื่อรับราชการทหารมาตรา 35 ครอบคลุมการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ ฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ค่าจ้างตามมาตรา 58 ไม่เกิน 60 วันต่อปี จึงไม่ควรเหมารวมการเข้ารับราชการทหารทุกกรณี
ลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ตรวจสิทธิตามมาตรา 36 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ส่วนค่าจ้างให้ตรวจข้อสัญญาและข้อบังคับประกอบ ไม่ควรสรุปจากมาตรา 36 ว่าทุกกรณีได้รับค่าจ้าง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๐๘ · PDF พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
      มาตรา ๑๐๘   ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป จัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และข้อบังคับนั้นอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการ ดังต่อไปนี้

      (๑) วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก

      (๒) วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด

      (๓) หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด

      (๔) วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด

      (๕) วันลาและหลักเกณฑ์การลา

      (๖) วินัยและโทษทางวินัย

      (๗) การร้องทุกข์

      (๘) การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ

      ให้นายจ้างประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นายจ้างมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป และให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับนั้นไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้างตลอดเวลา

      ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง หรือเพิ่มเติมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและเข้าถึงได้โดยสะดวก

มาตรา 108 กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปจัดทำข้อบังคับภาษาไทยที่มีรายละเอียดอย่างน้อย 8 เรื่องตามตัวบท ประกาศใช้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบเกณฑ์ เก็บสำเนาไว้ที่สถานประกอบกิจการหรือสำนักงาน และเผยแพร่ปิดประกาศอย่างเปิดเผย ณ ที่ทำงาน หรือเพิ่มเติมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้เข้าถึงได้สะดวก

การลงนามรับทราบเป็นหลักฐานที่ควรจัดเก็บ แต่ตัวบทมาตรา 108 ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีลายเซ็นลูกจ้างทุกคนเป็นเงื่อนไขเดียวของการใช้ข้อบังคับ และการไม่มีหัวข้อวินัยไม่ได้ทำให้คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือเหตุอื่นตามมาตรา 119 หมดความหมาย ต้องตรวจฐานและพยานหลักฐานแยกกัน

การไม่ปฏิบัติตามมาตรา 108 หรือมาตรา 59 อยู่ในมาตรา 146 ซึ่งระบุความผิดทางพินัยและค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ใช่ค่าปรับตายตัว 20,000 บาททุกกรณี

เวลาทำงานและค่าทำงานนอกเวลาปกติ

มาตรา 23 วางหลักเวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันและ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่มีกรณีตกลงนำเวลาส่วนที่เหลือจากวันที่ทำไม่ครบ 8 ชั่วโมงไปรวมวันอื่นได้ โดยไม่เกิน 9 ชั่วโมงต่อวันและ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมเงื่อนไขค่าตอบแทนสำหรับลูกจ้างที่ตัวบทระบุ ส่วนงานอันตรายตามกฎกระทรวงไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวันและ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

ประเภทเงินอัตราขั้นต่ำสำหรับผู้มีสิทธิ
ล่วงเวลาในวันทำงานมาตรา 61 กำหนดไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าจ้างต่อชั่วโมงตามจำนวนชั่วโมง หรือค่าจ้างต่อหน่วยตามผลงานที่ทำ
ทำงานในวันหยุดและมีสิทธิค่าจ้างวันหยุดมาตรา 62 (1) ให้เพิ่มจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่า 1 เท่า ตามชั่วโมงหรือผลงานที่ทำ
ทำงานในวันหยุดและไม่มีสิทธิค่าจ้างวันหยุดมาตรา 62 (2) ให้ไม่น้อยกว่า 2 เท่า ตามชั่วโมงหรือผลงานที่ทำ
ล่วงเวลาในวันหยุดมาตรา 63 ให้ไม่น้อยกว่า 3 เท่า ตามชั่วโมงหรือผลงานที่ทำ

ต้องตรวจข้อยกเว้นสิทธิของลูกจ้างบางประเภทตามมาตรา 65 และบทอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนความยินยอมให้ทำงานล่วงเวลาหรือในวันหยุดมีหลักและข้อยกเว้นตามมาตรา 24 และมาตรา 25 จึงไม่ควรสรุปว่าต้องได้รับความยินยอมเหมือนกันทุกกรณี หรือว่าเมื่อลูกจ้างยินยอมแล้วจะจัดเวลาทำงานได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ประเด็นเสี่ยงที่ควรตรวจจากหลักฐาน

ประเด็นสิ่งที่ควรตรวจ
เลิกจ้างโดยอ้างความผิดองค์ประกอบของเหตุ หนังสือเตือนเมื่อจำเป็น และการแจ้งข้อเท็จจริงขณะเลิกจ้าง
คำนวณเงินเมื่อสิ้นสุดการจ้างอายุงาน ฐานค่าจ้าง งวดจ่าย วันออกจากงาน และสิทธิแต่ละรายการ
การลาและข้อบังคับสิทธิกับค่าจ้างแยกกัน ข้อบังคับฉบับที่ใช้ และหลักฐานการเข้าถึงของลูกจ้าง

รายการตรวจสำหรับนายจ้าง

คำถามที่พบบ่อย

การลาคลอดตามฉบับที่ 9 เริ่มใช้เมื่อใด?
ฉบับที่ 9 มีผลวันที่ 7 ธันวาคม 2568 สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรตามมาตรา 41 กับค่าจ้างตามมาตรา 59 เป็นคนละส่วน สำหรับวันลาที่คาบเกี่ยววันมีผลบังคับ ต้องตรวจวันที่เกิดสิทธิ วันลา และข้อเท็จจริงกับกฎหมายที่ใช้ในช่วงนั้น ไม่ตัดสินจากวันที่เริ่มลาเพียงอย่างเดียว
ลูกจ้างทำงานไม่เต็มเวลามีสิทธิค่าชดเชยหรือไม่?
ชื่อเรียกว่าทำงานไม่เต็มเวลาไม่ได้ตัดสิทธิ ต้องตรวจสถานะลูกจ้าง การเลิกจ้าง อายุงานติดต่อกันตามมาตรา 118 และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรา 119 การครบ 120 วันเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่ตอบว่ามีสิทธิในทุกกรณี
ปรับโครงสร้างแล้วต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วันทุกกรณีหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกกรณี มาตรา 121 ใช้กับการเลิกจ้างเพราะปรับปรุงหน่วยงาน กระบวนการผลิต การจำหน่าย หรือการบริการ เนื่องจากนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดจำนวนลูกจ้าง โดยกำหนดการแจ้งพนักงานตรวจแรงงานและลูกจ้างล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน และมีค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวเมื่อไม่แจ้งลูกจ้างครบกำหนด ต้องตรวจค่าชดเชยพิเศษเพิ่มเติมตามมาตรา 122 สำหรับผู้ทำงานติดต่อกันเกิน 6 ปีด้วย
ลาออกเองได้รับค่าชดเชยตามมาตรา 118 หรือไม่?
มาตรา 118 กำหนดหน้าที่จ่ายค่าชดเชยเมื่อเป็นการเลิกจ้างตามความหมายและเงื่อนไขของมาตรานี้ การลาออกโดยสมัครใจจึงต้องแยกจากการเลิกจ้าง หากมีข้อโต้แย้งว่าถูกบังคับหรือเอกสารไม่ตรงกับเหตุการณ์ ต้องตรวจข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อน ไม่สรุปจากชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียว
ก่อนเลิกจ้างต้องเตือนเป็นหนังสือ 3 ครั้งเสมอหรือไม่?
มาตรา 119 (4) ไม่ได้กำหนดจำนวน 3 ครั้ง แต่ต้องตรวจการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม การตักเตือนเป็นหนังสือ และข้อยกเว้นกรณีร้ายแรง หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด เหตุอื่นในมาตรา 119 ต้องตรวจองค์ประกอบของตนเอง

คู่มือพนักงานและการรับทราบ

ควรแยกหัวข้อที่มาตรา 108 บังคับไว้จากนโยบายที่องค์กรเพิ่มเอง เช่น การใช้อุปกรณ์ การรักษาข้อมูล การทำงานนอกสถานที่ และการจัดการผลประโยชน์ขัดกัน นโยบายเพิ่มเติมต้องตรวจความชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรม ไม่ควรกำหนดการเตือน 3 ครั้งเป็นข้ออ้างว่ากฎหมายบังคับทุกกรณี และควรมีหลักฐานว่าลูกจ้างเข้าถึงข้อบังคับฉบับใดเมื่อใด

ประเด็นสำหรับเตรียมสัญญาจ้าง

ควรระบุหน้าที่ ค่าจ้าง งวดจ่าย วันและเวลาทำงาน รวมถึงสิทธิที่ตกลงเพิ่มเติมให้ชัดเจน ส่วนการทดลองงานต้องอ่านร่วมกับมาตรา 17 และอายุงานตามมาตรา 118 ไม่ควรใช้ข้อความ “ทดลองงาน 119 วัน” เป็นคำรับรองว่านายจ้างจะไม่มีหน้าที่บอกกล่าวหรือความรับผิดอื่น และไม่ควรแนะนำให้กำหนดระยะเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงสิทธิของลูกจ้าง

ข้อรักษาความลับและข้อกำหนดสิทธิในผลงานควรตรวจตามประเภทข้อมูลและทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ควรเขียนเหมารวมว่างานทุกชนิดที่สร้างระหว่างการจ้างเป็นของนายจ้างโดยสมบูรณ์ ข้อสัญญาตัวอย่างต้องปรับตามงานและกฎหมายที่ใช้จริง

ตัวอย่างคำนวณเพื่อการเรียน

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือนและค่าคอมมิชชัน

สมมติลูกจ้างมีอายุงาน 5 ปี 3 เดือน ถูกเลิกจ้างโดยมีสิทธิค่าชดเชย และมีเงินเดือนเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 35,000 บาทต่อเดือน ส่วนเงินเดือนคิดเป็น 35,000 ÷ 30 × 180 = 210,000 บาทตามช่วงอายุงานในมาตรา 118 (3) หากมีค่าคอมมิชชัน ต้องวิเคราะห์ว่าเป็นค่าจ้างและเป็นค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยหรือไม่ก่อนรวมจำนวนเงิน ตัวเลขนี้จึงยังไม่ใช่ยอดรวมสุดท้ายหากมีค่าจ้างส่วนอื่น

ตัวอย่างที่ 2: เลิกจ้างกลางงวด

สมมติลูกจ้างอายุงาน 8 ปี เงินเดือนเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 60,000 บาท จ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 1 และนายจ้างให้ออกจากงานทันทีวันที่ 15 มิถุนายน โดยไม่มีการบอกกล่าวก่อน ไม่มีเหตุยกเว้น และไม่ใช่กรณีพิเศษตามมาตรา 121 การบอกกล่าวในวันที่ 15 มิถุนายนอยู่ก่อนงวดวันที่ 1 กรกฎาคม จึงมีผลในงวดถัดไปคือวันที่ 1 สิงหาคม ไม่ใช่วันที่ 1 กรกฎาคม

ค่าชดเชยตามมาตรา 118 (4) ในสมมตินี้ไม่น้อยกว่า 60,000 ÷ 30 × 240 = 480,000 บาท ส่วนเงินตามมาตรา 17/1 ต้องคำนวณช่วงตั้งแต่วันที่ให้ออกถึงวันที่การเลิกสัญญามีผลตามมาตรา 17 วรรคสอง โดยตรวจช่วงค่าจ้างที่จ่ายแล้วและวิธีนับวันให้ชัดเจน จึงไม่ควรใช้เงิน 60,000 บาทแทนช่วงบอกกล่าวโดยอัตโนมัติ หรือสรุปยอดรวมทั้งหมดเป็น 540,000 บาท

การจ้างคนต่างด้าว: ตรวจสิทธิเป็นรายกรณี

ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจเอกสารอนุญาตหรือฐานสิทธิในการทำงาน ประเภทงาน นายจ้าง เงื่อนไขการอนุญาต สถานะการอยู่ในประเทศ และขั้นตอนต่ออายุจากกรมการจัดหางานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตามช่องทางที่ใช้จริง ไม่ควรสรุปว่าทุกคนต้องใช้วีซ่าประเภทเดียว หรืออัตราส่วนพนักงานเดียวกันเสมอ

การสิ้นสุดใบอนุญาตหรือการรอต่ออายุต้องตรวจผลตามกฎหมายและขั้นตอนของกรณีนั้น ไม่ควรใช้ข้อสัญญาสิ้นสุดการจ้างอัตโนมัติเป็นคำรับรองว่านายจ้างพ้นจากค่าชดเชยหรือความรับผิดทั้งหมด ส่วนนี้เป็นรายการตรวจเอกสาร ไม่ใช่คำวินิจฉัยสิทธิทำงานของบุคคลใด

การนำไปใช้ในการอบรม

ให้ผู้เรียนจัดข้อมูลวันเริ่มงาน งวดค่าจ้าง วันลา และเหตุสิ้นสุดการจ้าง แล้วแยกวิเคราะห์สิทธิแต่ละรายการพร้อมตัวบทและข้อยกเว้น ก่อนรวมยอดเงิน วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าการตรวจพบเลขมาตราถูกต้องยังไม่เพียงพอ หากใช้ข้อเท็จจริงหรือวิธีคำนวณผิด

← ตอนที่ 4 LAS SHIELD 5/10 ตอนที่ 6 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice.