✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569
ข้อห้ามแข่งขัน (Non-Compete) คือข้อตกลงที่จำกัดการทำงานหรือการประกอบธุรกิจบางลักษณะ การลงนามในสัญญาไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดทุกประการมีผลบังคับตามที่เขียนไว้เสมอไป ผู้ร่างและผู้ลงนามจึงควรอ่านขอบเขตของข้อจำกัดควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา ๑๕๐ การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๑๕๑ การใดเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้ามิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไม่เป็นโมฆะ
มาตรา ๓๘๓ ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตรา ๓๗๙ และมาตรา ๓๘๒ ท่านให้ใช้วิธีเดียวกันนี้บังคับ ในเมื่อบุคคลสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนกระทำหรืองดเว้นกระทำการอันหนึ่งอันใดนั้นด้วย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 เป็นหลักทั่วไปเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของนิติกรรม ส่วนมาตรา 151 กล่าวถึงการตกลงแตกต่างจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน บทบัญญัติทั้งสองไม่ได้กำหนดระยะเวลาห้ามแข่งขันที่ใช้ได้กับสัญญาทุกฉบับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 กล่าวถึงข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพโดยเฉพาะ หากข้อตกลงนั้นไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ กฎหมายให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
มาตรา 5 วรรคสองกำหนดให้พิเคราะห์ขอบเขตพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด รวมทั้งทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา อ่าน ตัวบทจากกระทรวงยุติธรรม หน้า 2–3 หรือ สำเนาตัวบท
Civil and Commercial Code — official source (pages 30, 70)
แนวทางนี้เป็นข้อเสนอสำหรับการเตรียมสัญญา ไม่ใช่เกณฑ์รับรองผลคดีหรือข้อสันนิษฐานว่าข้อตกลงจะบังคับได้
| เรื่องที่ต้องกำหนด | คำถามสำหรับตรวจร่าง |
|---|---|
| ระยะเวลา | ข้อจำกัดเริ่มเมื่อใด สิ้นสุดเมื่อใด และมีข้อเท็จจริงใดรองรับระยะเวลาที่เลือก? มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดจำนวนปีที่ถือว่าผ่านโดยอัตโนมัติ |
| พื้นที่ | พื้นที่ที่ห้ามสัมพันธ์กับการดำเนินธุรกิจและประโยชน์ที่ต้องการคุ้มครองอย่างไร? ชื่อจังหวัดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันความเป็นธรรม |
| กิจกรรมและโอกาสทำงาน | ห้ามงานประเภทใด และยังมีงานหรือธุรกรรมอื่นที่ผู้ถูกจำกัดสามารถทำได้จริงหรือไม่? ควรประเมินผลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เฉพาะชื่อของข้อสัญญา |
สำหรับการเตรียมข้อเท็จจริงตามมาตรา 5 ควรเปรียบเทียบสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องการคุ้มครองกับภาระที่อีกฝ่ายต้องรับ ตารางต่อไปนี้เป็นโจทย์สมมติสำหรับการเรียน ไม่ใช่คำพิพากษาหรือการคาดการณ์ผลคดี
| โจทย์สมมติ | ข้อมูลที่ต้องตรวจเพิ่มเติม |
|---|---|
| พนักงานขายถูกห้ามติดต่อกลุ่มลูกค้าเดิมหลังออกจากงาน | รายชื่อลูกค้า กิจกรรมที่ห้าม ระยะเวลาที่ผูกพัน บทบาทที่เคยทำ และโอกาสทำงานกับลูกค้ารายอื่น |
| วิศวกรถูกห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเดิมทั่วประเทศ | ความกว้างของงานที่ห้าม ข้อมูลที่ต้องคุ้มครอง ความสามารถเฉพาะทาง และผลต่อทางเลือกในการประกอบอาชีพ |
| ผู้ขายกิจการตกลงไม่เปิดกิจการที่แข่งขันกับธุรกิจที่ขาย | ขอบเขตธุรกิจที่โอน มูลค่าและประโยชน์ที่คู่สัญญาได้รับ พื้นที่ ระยะเวลา และกิจกรรมที่ยังทำได้ |
สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาขายกิจการอาจมีประโยชน์และภาระของคู่สัญญาแตกต่างกัน แต่ไม่ควรสรุปว่าการขายกิจการทำให้ข้อห้ามที่กว้างกว่ามีผลบังคับเสมอ หรือกำหนดช่วงปีมาตรฐานแยกตามสถานะของคู่สัญญาโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
| บริบท | ประเด็นสำหรับรวบรวมหลักฐาน |
|---|---|
| ลูกจ้าง | หน้าที่จริง ข้อมูลที่เข้าถึง ทักษะที่ใช้หาเลี้ยงชีพ โอกาสทำงานอื่น และภาระหลังสิ้นสุดการจ้าง |
| ผู้ขายกิจการ | ทรัพย์สินและประโยชน์ที่โอน ขอบเขตธุรกิจ มูลค่าที่ตกลง และโอกาสประกอบธุรกิจอื่นของผู้ขาย |
มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดอัตราค่าตอบแทนพิเศษหรือระบุว่าการจ่ายเงินทำให้ข้อห้ามแข่งขันบังคับได้โดยอัตโนมัติ หากคู่สัญญาตกลงค่าตอบแทน ควรระบุจำนวน กำหนดจ่าย เงื่อนไข และผลเมื่อมีการยกเลิกข้อจำกัดให้ชัดเจน พร้อมประเมินทางได้เสียและภาระทั้งหมดตามตัวบท
การบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 ใช้กับข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะและเข้าเงื่อนไขของมาตรานี้ จึงต้องแยกจากการวินิจฉัยความเป็นโมฆะตามมาตรา 150 ไม่ควรร่างข้อห้ามให้กว้างไว้ก่อนโดยคาดหมายว่าจะได้รับการปรับให้เหมาะสมเสมอ
| ประเด็น | ข้อมูลที่ควรมีในร่างและเอกสารประกอบ |
|---|---|
| ประโยชน์ที่คุ้มครอง | คำอธิบายที่เฉพาะเจาะจง พร้อมข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกจำกัดเกี่ยวข้องอย่างไร |
| เวลาและพื้นที่ | ขอบเขตที่อ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมเหตุผลที่สัมพันธ์กับธุรกิจและภาระของคู่สัญญา |
| กิจกรรมที่ห้าม | ระบุการกระทำให้ชัด และพิจารณาทางเลือกในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกรรมอื่น |
| ค่าตอบแทนและเงื่อนไขสิ้นผล | เขียนสิ่งที่คู่สัญญาตกลงจริง โดยไม่ใช้เป็นคำรับรองว่าข้อจำกัดชอบด้วยกฎหมาย |
ก่อนเรียกร้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อห้าม ควรให้นักกฎหมายตรวจความสมบูรณ์และขอบเขตที่อาจบังคับได้ของข้อตกลง ตรวจพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าฝ่าฝืน และรวบรวมหลักฐานความเสียหายกับความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ ไม่ควรถือว่าการย้ายไปทำงานกับคู่แข่งพิสูจน์ความผิดหรือความเสียหายได้ทุกกรณี
หากมีเบี้ยปรับ ต้องพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ซึ่งให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่ทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวไม่ได้ทำให้ข้อห้ามแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์กลับสมบูรณ์ขึ้น
หากประสงค์จะขอมาตรการชั่วคราว ควรให้นักกฎหมายตรวจศาลที่มีอำนาจ กฎหมายวิธีพิจารณาที่ใช้ เงื่อนไขของคำขอ และหลักฐานสำหรับคดีนั้นโดยเฉพาะ บทความนี้ไม่ได้รับรองว่าจะได้รับคำสั่งห้ามทันทีเมื่อมีข้อพิพาท
การรักษาความลับและข้อจำกัดการชักชวนลูกค้า (Non-Solicitation) อาจใช้ตอบวัตถุประสงค์ที่ต่างจากข้อห้ามแข่งขัน แต่ไม่ได้ชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติเพียงเพราะใช้ชื่ออื่น ควรตรวจขอบเขต ผลต่อการประกอบอาชีพ และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละข้อ
สำหรับสิทธิในผลงานและทรัพย์สินทางปัญญา ควรตรวจประเภทสิทธิ ผู้สร้างสรรค์ ลักษณะการจ้าง และข้อตกลงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ไม่ควรสรุปว่านายจ้างเป็นเจ้าของผลงานทุกประเภทจากข้อสัญญาทั่วไปเพียงข้อเดียว
ในที่นี้ Garden Leave หมายถึงแนวทางที่คู่สัญญาประสงค์ให้มีช่วงไม่ต้องปฏิบัติงานแต่ยังได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลง ก่อนนำมาใช้ควรตรวจว่าสัญญาจ้างยังดำรงอยู่หรือสิ้นสุดแล้ว สิทธิและหน้าที่ใดคงอยู่ และข้อจำกัดการทำงานอื่นมีขอบเขตอย่างไร การจ่ายค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าข้อจำกัดทั้งหมดเป็นธรรม
โบนัสตามเงื่อนไข หุ้น หรือสิทธิประโยชน์ที่ทยอยได้รับเป็นแนวทางที่องค์กรอาจนำมาพิจารณา แต่ควรตรวจเงื่อนไขการเกิดสิทธิ การจ่าย การสิ้นสุดการจ้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนใช้ ไม่ควรถือว่าการเรียกคืนเงินหรือการตัดสิทธิที่เขียนไว้บังคับได้เสมอ หรือเป็นวิธีที่ไม่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย
“คู่สัญญาประสงค์คุ้มครอง [ระบุประโยชน์และข้อเท็จจริง] จึงเสนอจำกัด [ระบุกิจกรรม] ในพื้นที่ [ระบุ] ตั้งแต่ [ระบุวันเริ่มต้น] ถึง [ระบุวันสิ้นสุด] โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทน [ระบุสิ่งที่ตกลงจริง] และเงื่อนไขปลดหรือสิ้นสุดข้อจำกัด [ระบุ]”
โครงข้อความนี้ยังไม่ใช่ข้อสัญญาพร้อมใช้ ต้องเติมข้อเท็จจริง ประเมินภาระตามมาตรา 5 และตรวจความสมบูรณ์ตามกฎหมายก่อน การกำหนดเงื่อนไขสิ้นผลเมื่อเลิกจ้างเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาและตกลงให้ชัด ไม่ควรเสนอเป็นผลอัตโนมัติสำหรับทุกสัญญา
ให้ผู้เรียนเลือกโจทย์สมมติหนึ่งกรณี ระบุประโยชน์ที่คุ้มครองและภาระของแต่ละฝ่าย แล้วเสนอขอบเขตข้อจำกัดพร้อมเหตุผล จากนั้นให้เปรียบเทียบกับมาตรา 5 โดยแยกข้อเท็จจริงที่ทราบ ข้อมูลที่ยังต้องหา และข้อเสนอในการร่างออกจากกัน บทความฉบับนี้อธิบายจากตัวบทและไม่ได้เสนอคำพิพากษาเฉพาะคดีหรือสถิติระยะเวลาที่ศาลยอมรับ
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.