LAS SHIELD LAS

Non-Compete — ข้อห้ามแข่งขันในกฎหมายไทย บังคับใช้ได้แค่ไหน? ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

สารบัญ
  1. บทนำ: ปัญหาและความเข้าใจผิดเรื่อง Non-Compete
  2. หลักกฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
  3. LAS Shield Methodology
  4. เวลา พื้นที่ และกิจกรรมที่ถูกจำกัด
  5. ประเมินภาระและความเป็นธรรม
  6. ลูกจ้างกับผู้ขายกิจการ
  7. ค่าตอบแทนสำหรับ Non-Compete
  8. การจำกัดผลบังคับของข้อห้ามแข่งขันตามมาตรา 5
  9. ตารางทบทวนร่างโดยไม่คาดการณ์ผลคดี
  10. มาตรการบังคับใช้เมื่อถูกละเมิด
  11. แนวทางการร่าง Non-Compete
  12. Checklist
  13. FAQ

บทนำ: ข้อห้ามแข่งขันต้องพิจารณาทั้งสัญญาและผลต่อการประกอบอาชีพ

ข้อห้ามแข่งขัน (Non-Compete) คือข้อตกลงที่จำกัดการทำงานหรือการประกอบธุรกิจบางลักษณะ การลงนามในสัญญาไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดทุกประการมีผลบังคับตามที่เขียนไว้เสมอไป ผู้ร่างและผู้ลงนามจึงควรอ่านขอบเขตของข้อจำกัดควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นสำคัญ: ต้องแยกข้อตกลงที่เป็นโมฆะออกจากข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะแต่บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ไม่ควรสรุปว่าข้อห้ามที่กว้างทุกข้อเป็นโมฆะทั้งหมด หรือกำหนดระยะเวลาตายตัวว่าศาลจะยอมรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๑๕๐  การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๑๕๑  การใดเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้ามิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นไม่เป็นโมฆะ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๓๘๓  ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

      นอกจากกรณีที่กล่าวไว้ในมาตรา ๓๗๙ และมาตรา ๓๘๒ ท่านให้ใช้วิธีเดียวกันนี้บังคับ ในเมื่อบุคคลสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนกระทำหรืองดเว้นกระทำการอันหนึ่งอันใดนั้นด้วย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 เป็นหลักทั่วไปเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของนิติกรรม ส่วนมาตรา 151 กล่าวถึงการตกลงแตกต่างจากบทบัญญัติของกฎหมายที่ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน บทบัญญัติทั้งสองไม่ได้กำหนดระยะเวลาห้ามแข่งขันที่ใช้ได้กับสัญญาทุกฉบับ

พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 กล่าวถึงข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพโดยเฉพาะ หากข้อตกลงนั้นไม่เป็นโมฆะ แต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ กฎหมายให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

มาตรา 5 วรรคสองกำหนดให้พิเคราะห์ขอบเขตพื้นที่และระยะเวลาของการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพ ความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพการงานหรือการทำนิติกรรมในรูปแบบอื่นหรือกับบุคคลอื่นของผู้ถูกจำกัด รวมทั้งทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา อ่าน ตัวบทจากกระทรวงยุติธรรม หน้า 2–3 หรือ สำเนาตัวบท

Civil and Commercial Code — official source (pages 30, 70)

LAS Shield Methodology: เริ่มจากประโยชน์ที่ต้องการคุ้มครอง

แนวทางเตรียมข้อมูลก่อนร่างสัญญา

แนวทางนี้เป็นข้อเสนอสำหรับการเตรียมสัญญา ไม่ใช่เกณฑ์รับรองผลคดีหรือข้อสันนิษฐานว่าข้อตกลงจะบังคับได้

เวลา พื้นที่ และกิจกรรมที่ถูกจำกัด

เรื่องที่ต้องกำหนดคำถามสำหรับตรวจร่าง
ระยะเวลาข้อจำกัดเริ่มเมื่อใด สิ้นสุดเมื่อใด และมีข้อเท็จจริงใดรองรับระยะเวลาที่เลือก? มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดจำนวนปีที่ถือว่าผ่านโดยอัตโนมัติ
พื้นที่พื้นที่ที่ห้ามสัมพันธ์กับการดำเนินธุรกิจและประโยชน์ที่ต้องการคุ้มครองอย่างไร? ชื่อจังหวัดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันความเป็นธรรม
กิจกรรมและโอกาสทำงานห้ามงานประเภทใด และยังมีงานหรือธุรกรรมอื่นที่ผู้ถูกจำกัดสามารถทำได้จริงหรือไม่? ควรประเมินผลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เฉพาะชื่อของข้อสัญญา

ประเมินภาระและความเป็นธรรมจากข้อเท็จจริง

สำหรับการเตรียมข้อเท็จจริงตามมาตรา 5 ควรเปรียบเทียบสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งต้องการคุ้มครองกับภาระที่อีกฝ่ายต้องรับ ตารางต่อไปนี้เป็นโจทย์สมมติสำหรับการเรียน ไม่ใช่คำพิพากษาหรือการคาดการณ์ผลคดี

โจทย์สมมติข้อมูลที่ต้องตรวจเพิ่มเติม
พนักงานขายถูกห้ามติดต่อกลุ่มลูกค้าเดิมหลังออกจากงานรายชื่อลูกค้า กิจกรรมที่ห้าม ระยะเวลาที่ผูกพัน บทบาทที่เคยทำ และโอกาสทำงานกับลูกค้ารายอื่น
วิศวกรถูกห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเดิมทั่วประเทศความกว้างของงานที่ห้าม ข้อมูลที่ต้องคุ้มครอง ความสามารถเฉพาะทาง และผลต่อทางเลือกในการประกอบอาชีพ
ผู้ขายกิจการตกลงไม่เปิดกิจการที่แข่งขันกับธุรกิจที่ขายขอบเขตธุรกิจที่โอน มูลค่าและประโยชน์ที่คู่สัญญาได้รับ พื้นที่ ระยะเวลา และกิจกรรมที่ยังทำได้

ลูกจ้างและผู้ขายกิจการ: ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาต่างกัน

สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาขายกิจการอาจมีประโยชน์และภาระของคู่สัญญาแตกต่างกัน แต่ไม่ควรสรุปว่าการขายกิจการทำให้ข้อห้ามที่กว้างกว่ามีผลบังคับเสมอ หรือกำหนดช่วงปีมาตรฐานแยกตามสถานะของคู่สัญญาโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ

บริบทประเด็นสำหรับรวบรวมหลักฐาน
ลูกจ้างหน้าที่จริง ข้อมูลที่เข้าถึง ทักษะที่ใช้หาเลี้ยงชีพ โอกาสทำงานอื่น และภาระหลังสิ้นสุดการจ้าง
ผู้ขายกิจการทรัพย์สินและประโยชน์ที่โอน ขอบเขตธุรกิจ มูลค่าที่ตกลง และโอกาสประกอบธุรกิจอื่นของผู้ขาย

ค่าตอบแทนสำหรับข้อจำกัด

มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดอัตราค่าตอบแทนพิเศษหรือระบุว่าการจ่ายเงินทำให้ข้อห้ามแข่งขันบังคับได้โดยอัตโนมัติ หากคู่สัญญาตกลงค่าตอบแทน ควรระบุจำนวน กำหนดจ่าย เงื่อนไข และผลเมื่อมีการยกเลิกข้อจำกัดให้ชัดเจน พร้อมประเมินทางได้เสียและภาระทั้งหมดตามตัวบท

ข้อควรระวัง: ไม่ควรใช้สัดส่วนเงินเดือนหรือจำนวนเดือนที่กำหนดขึ้นเองเป็นอัตราที่กฎหมายรับรอง และไม่ควรถือว่าค่าจ้างเดิมเป็นค่าตอบแทนข้อห้ามแข่งขันโดยอัตโนมัติเพียงเพราะค่าจ้างนั้นสูง

การจำกัดผลบังคับตามมาตรา 5

การบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 5 ใช้กับข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะและเข้าเงื่อนไขของมาตรานี้ จึงต้องแยกจากการวินิจฉัยความเป็นโมฆะตามมาตรา 150 ไม่ควรร่างข้อห้ามให้กว้างไว้ก่อนโดยคาดหมายว่าจะได้รับการปรับให้เหมาะสมเสมอ

ตารางทบทวนร่างโดยไม่คาดการณ์ผลคดี

ประเด็นข้อมูลที่ควรมีในร่างและเอกสารประกอบ
ประโยชน์ที่คุ้มครองคำอธิบายที่เฉพาะเจาะจง พร้อมข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกจำกัดเกี่ยวข้องอย่างไร
เวลาและพื้นที่ขอบเขตที่อ่านแล้วเข้าใจตรงกัน พร้อมเหตุผลที่สัมพันธ์กับธุรกิจและภาระของคู่สัญญา
กิจกรรมที่ห้ามระบุการกระทำให้ชัด และพิจารณาทางเลือกในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกรรมอื่น
ค่าตอบแทนและเงื่อนไขสิ้นผลเขียนสิ่งที่คู่สัญญาตกลงจริง โดยไม่ใช้เป็นคำรับรองว่าข้อจำกัดชอบด้วยกฎหมาย

เตรียมข้อมูลเมื่อเกิดข้อพิพาท

ก่อนเรียกร้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อห้าม ควรให้นักกฎหมายตรวจความสมบูรณ์และขอบเขตที่อาจบังคับได้ของข้อตกลง ตรวจพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่าฝ่าฝืน และรวบรวมหลักฐานความเสียหายกับความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ ไม่ควรถือว่าการย้ายไปทำงานกับคู่แข่งพิสูจน์ความผิดหรือความเสียหายได้ทุกกรณี

หากมีเบี้ยปรับ ต้องพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ซึ่งให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ โดยพิเคราะห์ทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่ทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป ทั้งนี้ มาตราดังกล่าวไม่ได้ทำให้ข้อห้ามแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์กลับสมบูรณ์ขึ้น

หากประสงค์จะขอมาตรการชั่วคราว ควรให้นักกฎหมายตรวจศาลที่มีอำนาจ กฎหมายวิธีพิจารณาที่ใช้ เงื่อนไขของคำขอ และหลักฐานสำหรับคดีนั้นโดยเฉพาะ บทความนี้ไม่ได้รับรองว่าจะได้รับคำสั่งห้ามทันทีเมื่อมีข้อพิพาท

แนวทางเตรียมร่างข้อห้ามแข่งขัน

  1. ระบุคู่สัญญา กฎหมายที่ใช้บังคับ และประโยชน์ที่ต้องการคุ้มครอง
  2. กำหนดกิจกรรม พื้นที่ และระยะเวลาที่เสนอให้จำกัด พร้อมเหตุผล
  3. แยกข้อห้ามแข่งขัน การรักษาความลับ และข้อจำกัดการชักชวนลูกค้าหรือบุคลากรให้เข้าใจได้ชัดเจน
  4. บันทึกค่าตอบแทนที่ตกลง เงื่อนไขยกเว้น และวิธีปลดข้อจำกัด หากมี
  5. ตรวจผลกระทบต่อสิทธิของลูกจ้างและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องก่อนลงนาม

Checklist ก่อนลงนาม

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: Non-Compete ในสัญญาจ้างแรงงานมีผลบังคับใช้ได้จริงหรือไม่?
ต้องตรวจความสมบูรณ์ของข้อตกลงและข้อเท็จจริงแต่ละกรณี หากเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะแต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ให้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
Q2: กฎหมายกำหนดระยะเวลาห้ามแข่งขันที่ยอมรับไว้ตายตัวหรือไม่?
มาตรา 5 ไม่ได้กำหนดจำนวนปีที่ถือว่าผ่านโดยอัตโนมัติ แต่ให้พิเคราะห์ระยะเวลาและพื้นที่ รวมถึงความสามารถและโอกาสประกอบอาชีพหรือทำธุรกรรมอื่น และทางได้เสียอันชอบด้วยกฎหมายของคู่สัญญา จึงไม่ควรใช้ช่วง 1–2 ปีเป็นคำรับรองผลบังคับสำหรับทุกสัญญา
Q3: การจ่ายค่าตอบแทนทำให้ข้อห้ามแข่งขันบังคับได้เสมอหรือไม่?
ไม่อาจสรุปเช่นนั้นจากมาตรา 5 ได้ ตัวบทไม่ได้กำหนดอัตราค่าตอบแทนพิเศษหรือให้การจ่ายเงินเป็นหลักประกันผลบังคับ ต้องตรวจความสมบูรณ์ ขอบเขตข้อจำกัด ภาระ และทางได้เสียของคู่สัญญาประกอบกัน
Q4: ข้อห้ามแข่งขันในการขายกิจการต่างจากสัญญาจ้างอย่างไร?
ข้อเท็จจริงเรื่องประโยชน์ที่โอน มูลค่าที่ได้รับ หน้าที่งาน และโอกาสประกอบอาชีพอาจต่างกัน จึงต้องรวบรวมข้อมูลตามบริบท ไม่ควรสรุปว่าข้อห้ามในการขายกิจการที่กว้างกว่าจะมีผลบังคับเสมอ
Q5: ข้อห้ามที่กว้างเกินไปต้องเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่?
ต้องแยกการตรวจโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ออกจากการจำกัดผลบังคับตามมาตรา 5 ซึ่งกล่าวถึงข้อตกลงที่ไม่เป็นโมฆะแต่ทำให้ผู้ถูกจำกัดรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ โดยให้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

ทางเลือกที่ควรประเมินควบคู่กัน

การรักษาความลับและข้อจำกัดการชักชวนลูกค้า (Non-Solicitation) อาจใช้ตอบวัตถุประสงค์ที่ต่างจากข้อห้ามแข่งขัน แต่ไม่ได้ชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติเพียงเพราะใช้ชื่ออื่น ควรตรวจขอบเขต ผลต่อการประกอบอาชีพ และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละข้อ

สำหรับสิทธิในผลงานและทรัพย์สินทางปัญญา ควรตรวจประเภทสิทธิ ผู้สร้างสรรค์ ลักษณะการจ้าง และข้อตกลงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ไม่ควรสรุปว่านายจ้างเป็นเจ้าของผลงานทุกประเภทจากข้อสัญญาทั่วไปเพียงข้อเดียว

Garden Leave: ต้องกำหนดสถานะและเงื่อนไขให้ชัดเจน

ในที่นี้ Garden Leave หมายถึงแนวทางที่คู่สัญญาประสงค์ให้มีช่วงไม่ต้องปฏิบัติงานแต่ยังได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลง ก่อนนำมาใช้ควรตรวจว่าสัญญาจ้างยังดำรงอยู่หรือสิ้นสุดแล้ว สิทธิและหน้าที่ใดคงอยู่ และข้อจำกัดการทำงานอื่นมีขอบเขตอย่างไร การจ่ายค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าข้อจำกัดทั้งหมดเป็นธรรม

สิทธิประโยชน์เพื่อรักษาบุคลากร

โบนัสตามเงื่อนไข หุ้น หรือสิทธิประโยชน์ที่ทยอยได้รับเป็นแนวทางที่องค์กรอาจนำมาพิจารณา แต่ควรตรวจเงื่อนไขการเกิดสิทธิ การจ่าย การสิ้นสุดการจ้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนใช้ ไม่ควรถือว่าการเรียกคืนเงินหรือการตัดสิทธิที่เขียนไว้บังคับได้เสมอ หรือเป็นวิธีที่ไม่มีความเสี่ยงทางกฎหมาย

โครงข้อความสำหรับเตรียมร่างเฉพาะกรณี

ตัวอย่างเพื่อการเรียน:

“คู่สัญญาประสงค์คุ้มครอง [ระบุประโยชน์และข้อเท็จจริง] จึงเสนอจำกัด [ระบุกิจกรรม] ในพื้นที่ [ระบุ] ตั้งแต่ [ระบุวันเริ่มต้น] ถึง [ระบุวันสิ้นสุด] โดยมีเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าตอบแทน [ระบุสิ่งที่ตกลงจริง] และเงื่อนไขปลดหรือสิ้นสุดข้อจำกัด [ระบุ]”

โครงข้อความนี้ยังไม่ใช่ข้อสัญญาพร้อมใช้ ต้องเติมข้อเท็จจริง ประเมินภาระตามมาตรา 5 และตรวจความสมบูรณ์ตามกฎหมายก่อน การกำหนดเงื่อนไขสิ้นผลเมื่อเลิกจ้างเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาและตกลงให้ชัด ไม่ควรเสนอเป็นผลอัตโนมัติสำหรับทุกสัญญา

การนำไปใช้ในการเรียนและการอบรม

ให้ผู้เรียนเลือกโจทย์สมมติหนึ่งกรณี ระบุประโยชน์ที่คุ้มครองและภาระของแต่ละฝ่าย แล้วเสนอขอบเขตข้อจำกัดพร้อมเหตุผล จากนั้นให้เปรียบเทียบกับมาตรา 5 โดยแยกข้อเท็จจริงที่ทราบ ข้อมูลที่ยังต้องหา และข้อเสนอในการร่างออกจากกัน บทความฉบับนี้อธิบายจากตัวบทและไม่ได้เสนอคำพิพากษาเฉพาะคดีหรือสถิติระยะเวลาที่ศาลยอมรับ

← ตอนที่ 2: NDA LAS SHIELD 3/10 ตอนที่ 4 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.