✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569
เมื่อลูกหนี้มีหลายคน เจ้าหนี้จะเรียกให้ใครชำระได้บ้าง? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเป็น "หนี้ร่วม" หรือ "หนี้ส่วนตัว" และความแตกต่างนี้มีผลกระทบมหาศาลทั้งต่อเจ้าหนี้ที่ต้องปกป้องสิทธิเรียกร้อง และต่อลูกหนี้ที่ต้องรู้ขอบเขตความรับผิดของตน ผู้ประกอบการ SME ที่ร่วมลงทุน กู้เงินกับธนาคาร หรือทำสัญญาร่วมกันจำเป็นต้องเข้าใจหลักการนี้อย่างลึกซึ้ง
กฎหมายไทยแบ่งลักษณะความรับผิดของลูกหนี้หลายคนออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีผลทางกฎหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:
หนี้ร่วม (Joint and Several Obligation / Solidary Obligation) คือสถานการณ์ที่ลูกหนี้หลายคนต้องรับผิดในหนี้รายเดียวกัน และเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกชำระหนี้เต็มจำนวนจากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งหรือทุกคนก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291
หนี้ส่วนตัว (Several Obligation) คือสถานการณ์ที่ลูกหนี้แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น ตามมาตรา 290 ถ้าการชำระหนี้แบ่งกันชำระได้ และมีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้หลายคน เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ต่างคนรับผิดหรือได้รับเพียงส่วนเท่า ๆ กัน ไม่ใช่สันนิษฐานว่าหนี้ทุกประเภทเป็นหนี้ส่วนตัวโดยดีฟอลต์ หากในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 297
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 มาตรา 290 ถึงมาตรา 302 วางกรอบกฎหมายสำหรับหนี้ที่มีลูกหนี้หลายคนอย่างครบถ้วน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองชุดหลัก ได้แก่ ส่วนที่ว่าด้วยผลภายนอก (ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้) และส่วนที่ว่าด้วยผลภายใน (ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ร่วมด้วยกันเอง)
| มาตรา | สาระสำคัญตามตัวบท | ประเภทผล |
|---|---|---|
| 290 | หนี้แบ่งได้มีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้หลายคน เมื่อสงสัยต่างคนรับผิดหรือได้รับเพียงส่วนเท่า ๆ กัน — ไม่ใช่นิยามหนี้ร่วม | หนี้ส่วนตัวเมื่อสงสัย |
| 291 | ลูกหนี้ร่วม: เจ้าหนี้เรียกจากคนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ จนกว่าหนี้จะชำระเสร็จสิ้นเชิง | ภายนอก — สิทธิเจ้าหนี้ |
| 292 | การชำระหนี้ของคนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่น รวมการกระทำแทนชำระ วางทรัพย์ และหักกลบ สิทธิเรียกร้องของคนหนึ่งคนอื่นเอาไปหักกลบไม่ได้ | ภายนอก |
| 293 | ปลดหนี้ให้คนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนของคนที่ถูกปลด เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น — ไม่ใช่บทบอกกล่าว | ภายนอก — ปลดหนี้ |
| 294 | เจ้าหนี้ผิดนัดต่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งย่อมเป็นคุณแก่ลูกหนี้คนอื่น — ไม่ใช่บทคำพิพากษา | ภายนอก — เจ้าหนี้ผิดนัด |
| 295 | ข้อเท็จจริงอื่นนอกจากมาตรา 292 ถึงมาตรา 294 ที่ท้าวถึงตัวลูกหนี้คนใด เป็นคุณโทษเฉพาะคนนั้น เว้นแต่ขัดสภาพหนี้ รวมการบอกกล่าว ผิดนัด อายุความสะดุด และการเกลื่อนกลืน | ภายนอก — เฉพาะตัว |
| 296 | ในระหว่างลูกหนี้ร่วม ต่างคนรับผิดส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่เรียกไม่ได้คนอื่นรับใช้ หากเจ้าหนี้ปลดคนหนึ่ง ส่วนนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ — มาตรานี้ไม่มีคำว่า “รับช่วงสิทธิ” | ภายใน |
| 297 | ถ้าในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แม้แบ่งชำระได้ | สันนิษฐานในสัญญา |
| 298 | เจ้าหนี้ร่วม: ลูกหนี้จะชำระให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งก็ได้ แม้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้ฟ้องแล้ว | เจ้าหนี้ร่วม |
| 299 | เจ้าหนี้ร่วมคนหนึ่งผิดนัดเป็นโทษแก่คนอื่น หากสิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนในคนหนึ่ง สิทธิของคนอื่นต่อลูกหนี้ระงับ และให้อนุโลม มาตรา 292 มาตรา 293 มาตรา 295 | เจ้าหนี้ร่วม |
| 300 | ในระหว่างเจ้าหนี้ร่วม ต่างคนชอบที่จะได้รับชำระเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น — ไม่ใช่บทคำพิพากษา | เจ้าหนี้ร่วม — ส่วนภายใน |
| 301 | ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้ ต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน | หนี้แบ่งไม่ได้ |
| 302 | หนี้แบ่งไม่ได้มีเจ้าหนี้หลายคนที่มิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วม: ลูกหนี้ชำระได้แต่เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหมดด้วยกัน | เจ้าหนี้หลายคนที่มิได้ร่วม |
มาตรา ๒๙๐ ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน และเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน
มาตรา ๒๙๑ ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง
อ่านมาตรา ๒๙๐ และมาตรา ๒๙๑ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค อย่าย่อคำในวงเล็บของต้นฉบับ
กลไกของหนี้ร่วมแบ่งออกเป็นสองด้าน:
หนี้ส่วนตัวคือสถานการณ์ที่ลูกหนี้แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น หนี้ส่วนตัวบัญญัติโดยตรงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 290 ที่กำหนดว่า "ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน และเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน"
ลักษณะสำคัญของหนี้ส่วนตัว:
ในทางปฏิบัติ นักกฎหมายธุรกิจมักพบคำศัพท์ 3 รูปแบบที่ต้องแยกให้ออก ได้แก่ หนี้ร่วม (Joint Obligation), หนี้ส่วนตัว (Several Obligation) และ หนี้ร่วมและต่างหาก (Joint and Several Obligation) ซึ่งในระบบกฎหมายไทยตาม ป.พ.พ. มาตรา 290 และมาตรา 291 คำว่า "หนี้ร่วม" หมายความรวมถึงลักษณะ Joint and Several ไปพร้อมกัน
| ประเด็น | หนี้ร่วม / Joint and Several (มาตรา 291) | หนี้ส่วนตัว / Several Only | Joint Only (สัมพันธ์แต่ไม่ต่างหาก) |
|---|---|---|---|
| สิทธิเจ้าหนี้ | เรียกเต็มจำนวนจากลูกหนี้คนใดก็ได้ | เรียกได้เฉพาะส่วนของลูกหนี้แต่ละคน | ตามมาตรา 301 ต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน เจ้าหนี้เรียกเต็มจำนวนจากคนใดคนหนึ่งได้เช่นเดียวกับหนี้ร่วม (มาตรา 291) |
| ผลเมื่อชำระครบ | หนี้ระงับสำหรับลูกหนี้ทุกคน (มาตรา 292) | ระงับเฉพาะส่วนของผู้ชำระ | หนี้ระงับสำหรับทุกคน |
| ผลเมื่อลูกหนี้ล้มละลาย | เจ้าหนี้ยังเรียกเต็มจากคนอื่นได้ | เจ้าหนี้สูญเสียส่วนของลูกหนี้ที่ล้มละลาย | เจ้าหนี้ต้องยื่นในคดีล้มละลาย ไม่ข้ามเรียกได้ |
| สิทธิไล่เบี้ย | มีสิทธิไล่เบี้ยตามส่วน (มาตรา 296) | ไม่มี ต่างคนต่างรับผิดเฉพาะส่วนตัว | มีสิทธิไล่เบี้ยในทางแพ่ง |
| ผลของเหตุเฉพาะตัว | มีผลเฉพาะลูกหนี้คนนั้น ไม่กระทบคนอื่น (มาตรา 295) | มีผลเฉพาะลูกหนี้คนนั้น | อาจกระทบทุกคนได้ ขึ้นกับลักษณะเหตุ |
| ความเสี่ยงเจ้าหนี้ | ต่ำมาก เลือกบังคับจากคนที่มีทรัพย์สินได้ | สูงกว่า ต้องบังคับจากทุกคนตามส่วน | ต่ำ เลือกบังคับจากคนที่มีทรัพย์สินได้เช่นเดียวกับหนี้ร่วม (มาตรา 301 ประกอบมาตรา 291) |
| วิธีสร้าง | ต้องมีการตกลงหรือกฎหมายกำหนด | ค่าดีฟอลต์ตามกฎหมายไทย | ต้องกำหนดในสัญญาโดยชัดแจ้ง |
| ตัวอย่างในกฎหมาย | ละเมิดร่วม (มาตรา 432), กรรมการผิดหน้าที่ (มาตรา 1169), หุ้นส่วนจำกัด | หนี้กู้ยืมส่วนตัวแต่ละคน | หน้าที่ที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ (indivisible obligation) |
| แนะนำใช้เมื่อ | เจ้าหนี้ต้องการความแน่นอนสูงสุด | ลูกหนี้รับประโยชน์ต่างกัน ต้องการความชัดเจนในส่วน | หนี้ที่ต้องปฏิบัติพร้อมกันทุกคนจึงจะสมบูรณ์ |
เมื่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งชำระหนี้แทนคนอื่น ความสัมพันธ์ภายในอยู่ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 คือต่างคนรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่เรียกจากคนหนึ่งไม่ได้ คนอื่นซึ่งต้องออกส่วนต้องรับใช้ หากเจ้าหนี้ปลดคนหนึ่ง ส่วนนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ คำว่า “รับช่วงสิทธิ” ไม่ใช่ตัวบทมาตรา 296 — การรับช่วงด้วยอำนาจกฎหมายอยู่ที่มาตรา 229 โดยเฉพาะอนุมาตรา (3) สำหรับผู้มีความผูกพันร่วมกันผู้อื่นหรือเพื่อผู้อื่นและเข้าใช้หนี้นั้น
| สถานการณ์ | กติกาไล่เบี้ย | ตัวอย่างตัวเลข |
|---|---|---|
| ไม่มีข้อตกลงพิเศษ | แบ่งเท่า ๆ กัน (มาตรา 296 วรรคหนึ่ง) | หนี้ 300,000 บาท / 3 คน = คนละ 100,000 บาท |
| มีข้อตกลงกำหนดสัดส่วน | ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน | ถ้าตกลง A:B:C = 50:30:20 ก็ไล่เบี้ยตามสัดส่วน |
| ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งล้มละลาย | ส่วนที่ขาดแบ่งโดยลูกหนี้ที่เหลือ (มาตรา 296 วรรคสอง) | ถ้า C ล้มละลาย ส่วน 100,000 ของ C แบ่งระหว่าง A:B = 50,000 คนละส่วน |
| ลูกหนี้ไม่มีส่วนในหนี้ | ไม่ต้องรับผิดในการไล่เบี้ย | ผู้ค้ำประกันที่กลายเป็นลูกหนี้ร่วมโดยผิดกฎหมาย |
มาตรา ๒๙๕ ข้อความจริงอื่นใด นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔ นั้น เมื่อเป็นเรื่องเท้าถึงตัวลูกหนี้ร่วมกันคนใดก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้นเอง
ความที่ว่ามานี้ เมื่อจะกล่าวโดยเฉพาะก็คือว่าให้ใช้แก่การให้คำบอกกล่าว การผิดนัด การที่หยิบยกอ้างความผิด การชำระหนี้อันเป็นพ้นวิสัยแก่ฝ่ายลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่ง กำหนดอายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง และการที่สิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน
มาตรา ๒๙๖ ในระหวางลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น ท่านว่าต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าส่วนที่ลูกหนี้ร่วมกันคนใดคนหนึ่งจะพึงชำระนั้น เป็นอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไม่ได้ไซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เท่าไรลูกหนี้คนอื่น ๆ ซึ่งจำต้องออกส่วนด้วยนั้นก็ต้องรับใช้ แต่ถ้าลูกหนี้ร่วมกันคนใดเจ้าหนี้ได้ปลดให้หลุดพ้นจากหนี้อันร่วมกันนั้นแล้ว ส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงต้องชำระหนี้ก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป
อ่านมาตรา ๒๙๕ และมาตรา ๒๙๖ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค
| เหตุการณ์เฉพาะตัว | ผลต่อลูกหนี้ร่วมคนนั้น | ผลต่อลูกหนี้ร่วมคนอื่น |
|---|---|---|
| เจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ | หลุดพ้นหนี้ส่วนตัว | ไม่กระทบ ยังต้องรับผิดส่วนของตน |
| อายุความขาดเฉพาะคน | ยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้เฉพาะคนนั้น | ไม่กระทบ คนอื่นยังถูกเรียกได้ |
| ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย | หน้าที่ตกสู่ทายาทตามส่วน | ไม่กระทบลูกหนี้ร่วมคนอื่น |
| ชำระหนี้ครบโดยลูกหนี้คนเดียว | หลุดพ้น ม่มีสิทธิไล่เบี้ยกลับ | หนี้ระงับทั้งหมด ตามมาตรา 292 |
| ลูกหนี้ผิดนัด | ดอกเบี้ยผิดนัดเกิดสำหรับคนนั้น | ถ้าลูกหนี้ร่วมทุกคนต้องปฏิบัติพร้อมกัน ผิดนัดด้วยกัน |
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025 ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินทั้งปวงของห้าง "โดยไม่จำกัดจำนวน" หมายความว่า เจ้าหนี้ของห้างสามารถเรียกให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ทั้งหมดได้ แม้หุ้นส่วนคนนั้นมีส่วนร่วมในห้างน้อยก็ตาม
กรรมการบริษัทที่ลงนามค้ำประกันสินเชื่อบริษัทร่วมกันหลายคน เช่น กรรมการ 3 คนค้ำประกันสินเชื่อ 5 ล้านบาทโดยไม่ระบุสัดส่วน หากมีการระบุให้เป็น "ลูกหนี้ร่วม" ธนาคารสามารถเรียกกรรมการคนใดคนหนึ่งให้ชำระ 5 ล้านบาทเต็มได้ กรรมการที่ชำระแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยจากกรรมการคนอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296
บริษัท A และบริษัท B ร่วมกันรับงานก่อสร้าง หากสัญญาระบุให้ A และ B รับผิดร่วมกัน เจ้าของงานสามารถเรียกค่าเสียหายจาก A หรือ B เต็มจำนวนได้ โดยไม่ต้องฟ้องทั้งสองบริษัทพร้อมกัน ซึ่งช่วยให้เจ้าของงานบังคับสิทธิได้ง่ายกว่า
ในสัญญาซื้อขายกิจการ (SPA / APA) ผู้ขายหลายฝ่ายมักถูกกำหนดให้รับผิดร่วมกัน (Jointly and Severally Liable) ในการรับรองและรับประกัน (Representations and Warranties) ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าสินไหมจากผู้ขายรายใดรายหนึ่งที่มีทรัพย์สินเพียงพอได้ โดยไม่ต้องติดตามผู้ขายทุกรายพร้อมกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432 บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ไม่อาจรู้ได้ว่าในจำนวนบุคคลหลายคนนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายด้วย"
หลักการสำคัญของมาตรา 432 มี 3 ประการ:
| ประเด็น | ละเมิดร่วม มาตรา 432 | หนี้ร่วมตามสัญญา มาตรา 291 |
|---|---|---|
| แหล่งที่มา | เกิดจากการกระทำละเมิด (Tort) | เกิดจากสัญญาหรือกฎหมายกำหนด |
| ต้องตกลงกันหรือไม่ | ไม่ต้อง กฎหมายกำหนดอัตโนมัติ | ต้องระบุในสัญญา หรือกฎหมายกำหนด |
| ขอบเขตความรับผิด | เต็มจำนวนค่าสินไหม รวมถึงกรณีไม่ทราบสัดส่วน | เต็มจำนวนหนี้ ตามที่ระบุในสัญญา |
| สิทธิต่อสู้ | ยกข้อต่อสู้เฉพาะตัวได้ (มาตรา 299) | ยกข้อต่อสู้เฉพาะตัวได้ (มาตรา 299) |
| อายุความ | 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้กระทำ หรือ 10 ปีนับแต่ทำละเมิด (มาตรา 448) | ตามประเภทหนี้ในสัญญา |
เมื่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งชำระหนี้แทนคนอื่น ให้แยกสองชั้น: ส่วนภายในตามมาตรา 296 (ส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนที่เรียกไม่ได้ คนอื่นรับใช้ ส่วนที่เจ้าหนี้ปลดตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้) กับ การรับช่วงสิทธิตามมาตรา 229 (3) สำหรับผู้มีความผูกพันร่วมกันผู้อื่นหรือเพื่อผู้อื่นในอันจะต้องใช้หนี้ มีส่วนได้เสียในการใช้หนี้ และเข้าใช้หนี้นั้น — ห้ามใส่คำรับช่วงลงในปากมาตรา 296
หลักการรับช่วงสิทธิแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน:
| สถานการณ์ | ผล |
|---|---|
| A, B, C กู้ร่วม 600,000 บาท (ส่วน 1:1:1) A ชำระทั้งหมด 600,000 บาท | A ไล่เบี้ยจาก B และ C คนละ 200,000 บาท A รับช่วงสิทธิจำนองที่ดิน B และ C ด้วย |
| A, B กู้ร่วม 1,000,000 บาท ส่วน A:B = 60:40 A ชำระทั้งหมด | A ไล่เบี้ยจาก B เป็นจำนวน 400,000 บาท (ส่วนของ B) |
| A, B, C ละเมิดร่วม ค่าสินไหม 900,000 บาท B ชำระทั้งหมด | B ไล่เบี้ยจาก A และ C คนละ 300,000 บาท (มาตรา 432 + มาตรา 296) |
| A, B, C กู้ร่วม C ล้มละลาย B ชำระส่วน B + ส่วนที่ C ขาด (100,000) | B ไล่เบี้ยจาก A ครึ่งหนึ่งของส่วน C ที่ขาด = 50,000 บาท (มาตรา 296 วรรคสอง) |
หลักการสำคัญในการร่างสัญญาที่มีลูกหนี้หลายคน ต้องพิจารณา 3 ระดับ ได้แก่ การกำหนดประเภทหนี้ การกำหนดสัดส่วนภายใน และการวางกลไกไล่เบี้ย:
| วัตถุประสงค์ | ภาษาในสัญญาที่แนะนำ (ภาษาไทย) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| สร้างหนี้ร่วม (Joint and Several) | "ลูกหนี้ทุกฝ่ายตามสัญญานี้ตกลงรับผิดร่วมกันและต่างหาก (Jointly and Severally) ในหนี้สินและภาระผูกพันทั้งปวงตามสัญญานี้ ทั้งต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด" | ต้องระบุชัดเจน ไม่ใช้คำกำกวม ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ |
| กำหนดสัดส่วนภายใน | "ในความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ร่วมด้วยกัน ให้แต่ละฝ่ายรับผิดตามสัดส่วนที่กำหนดในภาคผนวก [ก] ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้" | สำคัญสำหรับการไล่เบี้ยภายใน — ต้องแนบตารางสัดส่วน |
| สร้างหนี้ส่วนตัว | "ลูกหนี้แต่ละฝ่ายรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น ตามสัดส่วนที่ระบุในตารางแนบท้าย เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ฝ่ายใดชำระเกินกว่าสัดส่วนที่กำหนด" | ต้องระบุสัดส่วนให้ชัดเจน มิฉะนั้นศาลอาจตีความเป็นหนี้ร่วม |
| วงเงินสูงสุดรายคน (Cap) | "ความรับผิดสูงสุดของลูกหนี้แต่ละฝ่ายต่อเจ้าหนี้จำกัดอยู่ที่จำนวนเงิน [___] บาท โดยไม่คำนึงถึงจำนวนหนี้รวม" | ใช้ในสัญญา M&A, SPA — กำหนด R&W Cap |
| ข้อกำหนดไล่เบี้ย | "ลูกหนี้ร่วมฝ่ายใดที่ชำระหนี้เกินกว่าส่วนของตนมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกคืนจากลูกหนี้ร่วมฝ่ายอื่นตามสัดส่วนที่กำหนด ภายในกำหนด [___] วันนับแต่วันชำระ" | กำหนดกรอบเวลาไล่เบี้ยเพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง |
| กรณีลูกหนี้ล้มละลาย | "หากลูกหนี้ร่วมฝ่ายใดถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกพิพากษาให้ล้มละลาย ส่วนที่ขาดของลูกหนี้ฝ่ายนั้นให้แบ่งรับโดยลูกหนี้ร่วมฝ่ายอื่นตามสัดส่วนที่ยังคงเหลือ" | สอดคล้อง มาตรา 296 วรรคสอง — ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น |
LAS ใช้กรอบ Eliminate → Distribute → Mitigate ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงหนี้ร่วม:
| ระดับ | กลยุทธ์ | วิธีปฏิบัติ |
|---|---|---|
| 🔴 Eliminate (กำจัด) | หลีกเลี่ยงสถานะลูกหนี้ร่วมโดยสิ้นเชิง | เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเป็นบริษัทจำกัด, ใช้ SPV รับความเสี่ยง, แยกสัญญาออกเป็นรายบุคคล |
| 🟡 Distribute (กระจาย) | รับสถานะหนี้ร่วม แต่กำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน | ระบุสัดส่วนความรับผิดในสัญญา, กำหนด Cap รายบุคคล, ซื้อประกันความเสี่ยงร่วม (R&W Insurance) |
| 🟢 Mitigate (ลด) | ลดผลกระทบเมื่อถูกเรียกให้ชำระ | เตรียมสิทธิรับช่วงสิทธิไว้ล่วงหน้า, กำหนดขั้นตอนไล่เบี้ย, กันเงินสำรองค้ำประกัน (Escrow) |
กล่องแรกวางหลักตามตัวบทมาตรา 291 ซึ่งเป็นฐานของเรื่องหนี้ร่วมทั้งหมด ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกา 3 คดีที่ตามมาวางหลักกฎหมายหนี้ร่วมที่นักกฎหมายธุรกิจและ SME ควรทราบ เรียบเรียงจากคดีจริงในศาลสูง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 บัญญัติว่า เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง เมื่อลูกหนี้ร่วมบางคนชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว การชำระนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นด้วยตามมาตรา 292 หนี้จึงลดลงเพียงเท่าที่ได้ชำระ และเพราะลูกหนี้ทั้งปวงยังคงต้องผูกพันจนกว่าหนี้จะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิงตามมาตรา 291 เจ้าหนี้จึงยังเรียกยอดที่เหลือจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นได้
หลักสำคัญ: เจ้าหนี้ไม่จำต้องบังคับเอาจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นจนหมดทรัพย์เสียก่อน แต่หากจะฟ้องลูกหนี้ร่วมคนใดให้ล้มละลาย ต้องเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 9 ครบทุกข้อ กล่าวคือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน
ลูกจ้างก่อสร้างทำให้เสาเข็มพลัดตกสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินผู้เสียหาย โจทก์เลือกฟ้องเฉพาะนายจ้างโดยไม่ฟ้องลูกจ้าง ศาลฎีกาพิพากษาให้นายจ้างรับผิด
หลักสำคัญ: นายจ้างและลูกจ้างถือเป็นลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 425 ประกอบมาตรา 291 เจ้าหนี้เลือกฟ้องคนใดคนหนึ่งก็ได้ และนายจ้างที่ชำระค่าเสียหายแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยจากลูกจ้างตามมาตรา 426
ผู้ค้ำประกันหลายคนยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 682 วรรคสอง เมื่อเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ผู้ค้ำประกันคนหนึ่งเฉพาะตัว ผู้ค้ำประกันที่เหลือโต้แย้งว่าตนพ้นความรับผิดทั้งหมด
หลักสำคัญ: ตามมาตรา 293 การปลดหนี้เฉพาะตัวให้ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง เป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนที่ปลด ลูกหนี้ร่วมที่เหลือยังต้องชำระยอดที่ค้างอยู่
ผู้ค้ำประกันร่วมคนหนึ่งชำระหนี้บางส่วนทำให้อายุความของตนสะดุดหยุดลง ประเด็นคือการสะดุดนั้นมีผลต่อผู้ค้ำประกันร่วมคนอื่นหรือไม่
หลักสำคัญ: ตามมาตรา 295 อายุความของลูกหนี้ร่วมแต่ละคนเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ผูกพันคนอื่น โจทก์ฟ้องจำเลยเกิน 10 ปี ศาลพิพากษายกฟ้อง
| ที่มา | ประเด็นหลัก | มาตราสำคัญ | หลักที่ได้ |
|---|---|---|---|
| ตัวบท | เจ้าหนี้เลือกเรียกชำระจากลูกหนี้ร่วม | มาตรา 291 และมาตรา 292 | เรียกจากคนใดก็ได้ ทั้งหมดหรือบางส่วน |
| 5444/2537 | นายจ้าง-ลูกจ้างในละเมิด | มาตรา 291 มาตรา 425 และมาตรา 426 | นายจ้างไล่เบี้ยลูกจ้างได้ |
| 12384/2558 | ปลดหนี้เฉพาะตัวลดเฉพาะส่วน | มาตรา 229 มาตรา 293 และมาตรา 296 | ไม่ปลดทั้งหมด เพียงเท่าส่วนนั้น |
| 6403/2561 | อายุความลูกหนี้ร่วม | มาตรา 295 | อายุความเฉพาะตัวแต่ละคน |
นาย ก, นาย ข และนาย ค ร่วมกู้เงิน 6,000,000 บาทในฐานะลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 291 ต่อมานาย ก ล้มละลาย ยอดหนี้คงเหลือ 4,200,000 บาท
| ประเด็น | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| ธนาคารเรียกหนี้จากนาย ข หรือ ค | เรียกได้ 4,200,000 บาท เต็มจำนวน ทันที ตามมาตรา 291 |
| นาย ข ชำระทั้งหมดแทน | ไล่เบี้ยนาย ค ได้ 2,100,000 บาท (ส่วนของนาย ค เอง 1,400,000 + ครึ่งหนึ่งของส่วนนาย ก ที่ล้มละลายเรียกไม่ได้ 700,000) ตามมาตรา 296 |
| ส่วนของนาย ก ที่ล้มละลาย | ยื่นขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของนาย ก ในคดีล้มละลาย |
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน "ABC Trading" (หุ้นส่วน 3 คน) กู้เงิน 5,000,000 บาท ต่อมาไม่สามารถชำระหนี้ได้
| ประเภทห้าง | ความรับผิดของหุ้นส่วน |
|---|---|
| ห้างหุ้นส่วนสามัญ (มาตรา 1025–1045) | หุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันไม่จำกัดจำนวน |
| ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน | เมื่อห้างจดทะเบียนผิดนัด มาตรา 1070 ให้เจ้าหนี้เรียกจากหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งก็ได้ — ไม่ใช่ต้องบังคับห้างก่อน |
| ห้างหุ้นส่วนจำกัด | หุ้นส่วนไม่จำกัด = รับผิดเต็ม / หุ้นส่วนจำกัด = รับผิดตามเงินลงทุน (มาตรา 1077) |
มาตรา ๖๘๒ ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้
ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน
มาตรา ๖๘๑/๑ ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐
บริษัท XYZ กู้เงิน 10,000,000 บาท มีนาย P และนาย Q เป็นผู้ค้ำประกัน ต้องแยกสองชั้นตามกล่องด้านบน มาตรา ๖๘๒ วรรคสองเป็นการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน มาตรา ๖๘๑/๑ วรรคหนึ่งทำให้ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะ วรรคสองยกเว้นนิติบุคคลที่ยินยอมเข้าผูกพันเช่นนั้น
| สถานการณ์ | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|
| ธนาคารฟ้องเฉพาะนาย P | อย่าสรุปจากมาตรา 682 วรรคสองว่าฟ้องผู้ค้ำแทนลูกหนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบังคับลูกหนี้ — ข้อให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง |
| ธนาคารปลดหนี้ให้นาย Q บางส่วน | ถ้าเป็นลูกหนี้ร่วมกันจริง การปลดตามมาตรา 293 เป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนของคนที่ถูกปลด |
| นาย P ชำระหนี้ทั้งหมดแทน | ส่วนภายในระหว่างผู้ค้ำดูมาตรา 296 การรับช่วงดูมาตรา 229 (3) อย่าใส่คำรับช่วงลงในปากมาตรา 296 |
| # | จุดตรวจสอบ | ความเสี่ยงหากข้ามไป |
|---|---|---|
| 1 | ตรวจประเภทหนี้ในสัญญา — ระบุชัดว่า Joint / Several / Joint and Several | 🔴 สูงมาก |
| 2 | ประเมินฐานะการเงินลูกหนี้ร่วมทุกคน — ดูงบการเงิน ประวัติเครดิต คดีค้างอยู่ | 🔴 สูงมาก |
| 3 | ตรวจวงเงินรับผิดสูงสุด (Cap) — ระบุในสัญญาเพื่อจำกัดดอกเบี้ย+ค่าปรับ | 🟡 ปานกลาง |
| 4 | อ่านข้อกำหนดการชำระบางส่วน — มาตรา 292 ชำระบางส่วนลดภาระทุกคน | 🟢 ต่ำ หากอ่านครบ |
| 5 | ตรวจเงื่อนไขการปลดหนี้ — ปลดเฉพาะตัวกับปลดทั้งหมด (มาตรา 293) | 🟡 ปานกลาง |
| 6 | ตรวจอายุความ — มาตรา 193/30 (10 ปี) อาจต่างกันในแต่ละลูกหนี้ร่วม | 🟡 ปานกลาง |
| 7 | วางแผนสิทธิไล่เบี้ย — ทำ Contribution Agreement กำหนดสัดส่วนล่วงหน้า | 🟡 ปานกลาง |
| 8 | ตรวจข้อกำหนดหลักประกัน — หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอ เจ้าหนี้บังคับทรัพย์อื่นได้ไหม | 🔴 สูง |
| 9 | ปรึกษาทนายความก่อนเซ็น — ตรวจเงื่อนไข ข้อยกเว้น ข้อกำหนดภาระในอนาคต | 🟡 ปานกลาง |
| 10 | จัดทำ Indemnity Agreement — สัญญาชดใช้คืนระหว่างลูกหนี้ร่วม กำหนดสัดส่วน+ขั้นตอนไล่เบี้ย | 🟡 ปานกลาง |
หนี้ร่วมให้ความคุ้มครองเจ้าหนี้อย่างเต็มที่ เพราะสามารถเรียกชำระจากลูกหนี้คนใดก็ได้เต็มจำนวน โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้คนอื่นไม่มีความสามารถชำระก่อน ในขณะที่หนี้ส่วนตัวจำกัดสิทธิเรียกร้องไว้เพียงส่วนของแต่ละคน
สำหรับ SME ที่ร่วมลงทุนหรือร่วมกู้เงิน การเข้าใจว่าตนรับผิดในฐานะ "ลูกหนี้ร่วม" จะทำให้วางแผนทางการเงินได้อย่างถูกต้อง และไม่ตกใจเมื่อถูกเรียกให้ชำระหนี้เกินกว่าส่วนที่ตนคิดว่ารับผิดชอบ ก่อนลงนามในสัญญาใดที่มีลูกหนี้หลายคน ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินขอบเขตความรับผิดและวางกลไกไล่เบี้ยที่เป็นธรรม
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ