LAS SHARE

หนี้ร่วมและหนี้ส่วนตัว — ผลทางกฎหมายที่ต่างกัน ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569

สารบัญ
  1. หนี้ร่วมและหนี้ส่วนตัวคืออะไร
  2. ป.พ.พ. มาตรา 290 ถึงมาตรา 302 ภาพรวมหมวดลูกหนี้ร่วม
  3. หนี้ร่วม (มาตรา 291) — กลไกและผล
  4. หนี้ส่วนตัว — กลไกและผล
  5. ตารางเปรียบเทียบ 3 ประเภท
  6. สิทธิไล่เบี้ยระหว่างลูกหนี้ร่วม (มาตรา 296)
  7. ผลของเหตุการณ์เฉพาะตัว (มาตรา 295)
  8. ตัวอย่างธุรกิจจริง 4 กรณี
  9. ละเมิดร่วม — ป.พ.พ. มาตรา 432
  10. สิทธิรับช่วง (Subrogation) เมื่อลูกหนี้ร่วมชำระแทน
  11. LAS Risk Assessment
  12. การร่างสัญญา — กำหนดหนี้ร่วมให้ถูกต้อง
  13. ตัวบทและคำพิพากษาศาลฎีกาสำคัญ 3 คดี
  14. กรณีศึกษา SME 3 เรื่อง
  15. Checklist 10 จุดก่อนเซ็น
  16. FAQ 10 ข้อ
  17. สรุป

เมื่อลูกหนี้มีหลายคน เจ้าหนี้จะเรียกให้ใครชำระได้บ้าง? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเป็น "หนี้ร่วม" หรือ "หนี้ส่วนตัว" และความแตกต่างนี้มีผลกระทบมหาศาลทั้งต่อเจ้าหนี้ที่ต้องปกป้องสิทธิเรียกร้อง และต่อลูกหนี้ที่ต้องรู้ขอบเขตความรับผิดของตน ผู้ประกอบการ SME ที่ร่วมลงทุน กู้เงินกับธนาคาร หรือทำสัญญาร่วมกันจำเป็นต้องเข้าใจหลักการนี้อย่างลึกซึ้ง

หนี้ร่วมและหนี้ส่วนตัวคืออะไร

กฎหมายไทยแบ่งลักษณะความรับผิดของลูกหนี้หลายคนออกเป็นสองประเภทหลัก ซึ่งมีผลทางกฎหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:

หนี้ร่วม (Joint and Several Obligation / Solidary Obligation) คือสถานการณ์ที่ลูกหนี้หลายคนต้องรับผิดในหนี้รายเดียวกัน และเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกชำระหนี้เต็มจำนวนจากลูกหนี้คนใดคนหนึ่งหรือทุกคนก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291

หนี้ส่วนตัว (Several Obligation) คือสถานการณ์ที่ลูกหนี้แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น ตามมาตรา 290 ถ้าการชำระหนี้แบ่งกันชำระได้ และมีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้หลายคน เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ต่างคนรับผิดหรือได้รับเพียงส่วนเท่า ๆ กัน ไม่ใช่สันนิษฐานว่าหนี้ทุกประเภทเป็นหนี้ส่วนตัวโดยดีฟอลต์ หากในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 297

หลักการสำคัญ: หนี้แบ่งได้เมื่อสงสัยให้รับผิดส่วนเท่า ๆ กันตามมาตรา 290 แต่ถ้าในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 297 แม้แบ่งชำระได้ — อย่าสรุปว่ากฎหมายสันนิษฐานหนี้ทุกประเภทเป็นหนี้ส่วนตัว

ป.พ.พ. มาตรา 290 ถึงมาตรา 302 — ภาพรวมหมวดลูกหนี้ร่วม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 2 ลักษณะ 1 หมวด 4 มาตรา 290 ถึงมาตรา 302 วางกรอบกฎหมายสำหรับหนี้ที่มีลูกหนี้หลายคนอย่างครบถ้วน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองชุดหลัก ได้แก่ ส่วนที่ว่าด้วยผลภายนอก (ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้) และส่วนที่ว่าด้วยผลภายใน (ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ร่วมด้วยกันเอง)

มาตราสาระสำคัญตามตัวบทประเภทผล
290 หนี้แบ่งได้มีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้หลายคน เมื่อสงสัยต่างคนรับผิดหรือได้รับเพียงส่วนเท่า ๆ กัน — ไม่ใช่นิยามหนี้ร่วม หนี้ส่วนตัวเมื่อสงสัย
291 ลูกหนี้ร่วม: เจ้าหนี้เรียกจากคนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ จนกว่าหนี้จะชำระเสร็จสิ้นเชิง ภายนอก — สิทธิเจ้าหนี้
292 การชำระหนี้ของคนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่น รวมการกระทำแทนชำระ วางทรัพย์ และหักกลบ สิทธิเรียกร้องของคนหนึ่งคนอื่นเอาไปหักกลบไม่ได้ ภายนอก
293 ปลดหนี้ให้คนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนของคนที่ถูกปลด เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น — ไม่ใช่บทบอกกล่าว ภายนอก — ปลดหนี้
294 เจ้าหนี้ผิดนัดต่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งย่อมเป็นคุณแก่ลูกหนี้คนอื่น — ไม่ใช่บทคำพิพากษา ภายนอก — เจ้าหนี้ผิดนัด
295 ข้อเท็จจริงอื่นนอกจากมาตรา 292 ถึงมาตรา 294 ที่ท้าวถึงตัวลูกหนี้คนใด เป็นคุณโทษเฉพาะคนนั้น เว้นแต่ขัดสภาพหนี้ รวมการบอกกล่าว ผิดนัด อายุความสะดุด และการเกลื่อนกลืน ภายนอก — เฉพาะตัว
296 ในระหว่างลูกหนี้ร่วม ต่างคนรับผิดส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่เรียกไม่ได้คนอื่นรับใช้ หากเจ้าหนี้ปลดคนหนึ่ง ส่วนนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ — มาตรานี้ไม่มีคำว่า “รับช่วงสิทธิ” ภายใน
297 ถ้าในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แม้แบ่งชำระได้ สันนิษฐานในสัญญา
298 เจ้าหนี้ร่วม: ลูกหนี้จะชำระให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งก็ได้ แม้เจ้าหนี้คนหนึ่งได้ฟ้องแล้ว เจ้าหนี้ร่วม
299 เจ้าหนี้ร่วมคนหนึ่งผิดนัดเป็นโทษแก่คนอื่น หากสิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนในคนหนึ่ง สิทธิของคนอื่นต่อลูกหนี้ระงับ และให้อนุโลม มาตรา 292 มาตรา 293 มาตรา 295 เจ้าหนี้ร่วม
300 ในระหว่างเจ้าหนี้ร่วม ต่างคนชอบที่จะได้รับชำระเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น — ไม่ใช่บทคำพิพากษา เจ้าหนี้ร่วม — ส่วนภายใน
301 ถ้าบุคคลหลายคนเป็นหนี้อันจะแบ่งกันชำระมิได้ ต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน หนี้แบ่งไม่ได้
302 หนี้แบ่งไม่ได้มีเจ้าหนี้หลายคนที่มิได้เป็นเจ้าหนี้ร่วม: ลูกหนี้ชำระได้แต่เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหมดด้วยกัน เจ้าหนี้หลายคนที่มิได้ร่วม
การอ่านหมวดนี้ต้องใช้ Whole-Chapter Scan: มาตรา 290 ถึงมาตรา 302 ต้องอ่านควบคู่กันเสมอ เพราะบทบัญญัติแต่ละมาตราเป็น "ชุด" ที่สัมพันธ์กัน ตัวอย่างเช่น มาตรา 291 ให้สิทธิเจ้าหนี้เรียกเต็มจำนวน แต่มาตรา 295 จำกัดผลของเหตุเฉพาะตัว และมาตรา 296 สร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ภายในระหว่างลูกหนี้ด้วยกัน การอ่านมาตราใดมาตราหนึ่งโดด ๆ อาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อน

หนี้ร่วม (มาตรา 291) — กลไกและผล

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๒๙๐  ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน และเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๒๙๑  ถ้าบุคคลหลายคนจะต้องทำการชำระหนี้โดยทำนองซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้สิ้นเชิงไซร้ แม้ถึงว่าเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้สิ้นเชิงได้แต่เพียงครั้งเดียว (กล่าวคือลูกหนี้ร่วมกัน) ก็ดี เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงก็ยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง

อ่านมาตรา ๒๙๐ และมาตรา ๒๙๑ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค อย่าย่อคำในวงเล็บของต้นฉบับ

กลไกของหนี้ร่วมแบ่งออกเป็นสองด้าน:

ด้านภายนอก (External Relationship) — ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้

ด้านภายใน (Internal Relationship) — ระหว่างลูกหนี้ด้วยกัน

หนี้ส่วนตัว — กลไกและผล

หนี้ส่วนตัวคือสถานการณ์ที่ลูกหนี้แต่ละคนรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น หนี้ส่วนตัวบัญญัติโดยตรงในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 290 ที่กำหนดว่า "ถ้าการชำระหนี้เป็นการอันจะแบ่งกันชำระได้ และมีบุคคลหลายคนเป็นลูกหนี้ก็ดี มีบุคคลหลายคนเป็นเจ้าหนี้ก็ดี เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ท่านว่าลูกหนี้แต่ละคนจะต้องรับผิดเพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน และเจ้าหนี้แต่ละคนก็ชอบที่จะได้รับแต่เพียงเป็นส่วนเท่า ๆ กัน"

ลักษณะสำคัญของหนี้ส่วนตัว:

ตารางเปรียบเทียบ 3 ประเภท — Joint / Several / Joint and Several

ในทางปฏิบัติ นักกฎหมายธุรกิจมักพบคำศัพท์ 3 รูปแบบที่ต้องแยกให้ออก ได้แก่ หนี้ร่วม (Joint Obligation), หนี้ส่วนตัว (Several Obligation) และ หนี้ร่วมและต่างหาก (Joint and Several Obligation) ซึ่งในระบบกฎหมายไทยตาม ป.พ.พ. มาตรา 290 และมาตรา 291 คำว่า "หนี้ร่วม" หมายความรวมถึงลักษณะ Joint and Several ไปพร้อมกัน

ประเด็นหนี้ร่วม / Joint and Several (มาตรา 291)หนี้ส่วนตัว / Several OnlyJoint Only (สัมพันธ์แต่ไม่ต่างหาก)
สิทธิเจ้าหนี้ เรียกเต็มจำนวนจากลูกหนี้คนใดก็ได้ เรียกได้เฉพาะส่วนของลูกหนี้แต่ละคน ตามมาตรา 301 ต้องรับผิดเช่นอย่างลูกหนี้ร่วมกัน เจ้าหนี้เรียกเต็มจำนวนจากคนใดคนหนึ่งได้เช่นเดียวกับหนี้ร่วม (มาตรา 291)
ผลเมื่อชำระครบ หนี้ระงับสำหรับลูกหนี้ทุกคน (มาตรา 292) ระงับเฉพาะส่วนของผู้ชำระ หนี้ระงับสำหรับทุกคน
ผลเมื่อลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ยังเรียกเต็มจากคนอื่นได้ เจ้าหนี้สูญเสียส่วนของลูกหนี้ที่ล้มละลาย เจ้าหนี้ต้องยื่นในคดีล้มละลาย ไม่ข้ามเรียกได้
สิทธิไล่เบี้ย มีสิทธิไล่เบี้ยตามส่วน (มาตรา 296) ไม่มี ต่างคนต่างรับผิดเฉพาะส่วนตัว มีสิทธิไล่เบี้ยในทางแพ่ง
ผลของเหตุเฉพาะตัว มีผลเฉพาะลูกหนี้คนนั้น ไม่กระทบคนอื่น (มาตรา 295) มีผลเฉพาะลูกหนี้คนนั้น อาจกระทบทุกคนได้ ขึ้นกับลักษณะเหตุ
ความเสี่ยงเจ้าหนี้ ต่ำมาก เลือกบังคับจากคนที่มีทรัพย์สินได้ สูงกว่า ต้องบังคับจากทุกคนตามส่วน ต่ำ เลือกบังคับจากคนที่มีทรัพย์สินได้เช่นเดียวกับหนี้ร่วม (มาตรา 301 ประกอบมาตรา 291)
วิธีสร้าง ต้องมีการตกลงหรือกฎหมายกำหนด ค่าดีฟอลต์ตามกฎหมายไทย ต้องกำหนดในสัญญาโดยชัดแจ้ง
ตัวอย่างในกฎหมาย ละเมิดร่วม (มาตรา 432), กรรมการผิดหน้าที่ (มาตรา 1169), หุ้นส่วนจำกัด หนี้กู้ยืมส่วนตัวแต่ละคน หน้าที่ที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ (indivisible obligation)
แนะนำใช้เมื่อ เจ้าหนี้ต้องการความแน่นอนสูงสุด ลูกหนี้รับประโยชน์ต่างกัน ต้องการความชัดเจนในส่วน หนี้ที่ต้องปฏิบัติพร้อมกันทุกคนจึงจะสมบูรณ์
คำแนะนำ LAS: ในสัญญาธุรกิจภาษาไทย ให้ใช้ถ้อยคำว่า "ลูกหนี้แต่ละฝ่ายตกลงรับผิดร่วมกันและต่างหาก (Jointly and Severally) ในหนี้สินและภาระผูกพันทั้งปวงตามสัญญานี้" — ถ้อยคำนี้ครอบคลุมทั้ง Joint และ Several ในประโยคเดียว และสอดคล้องกับ ป.พ.พ. มาตรา 291 อย่างสมบูรณ์

สิทธิไล่เบี้ยระหว่างลูกหนี้ร่วม (มาตรา 295 และมาตรา 296)

เมื่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งชำระหนี้แทนคนอื่น ความสัมพันธ์ภายในอยู่ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 คือต่างคนรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่กำหนดเป็นอย่างอื่น ส่วนที่เรียกจากคนหนึ่งไม่ได้ คนอื่นซึ่งต้องออกส่วนต้องรับใช้ หากเจ้าหนี้ปลดคนหนึ่ง ส่วนนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ คำว่า “รับช่วงสิทธิ” ไม่ใช่ตัวบทมาตรา 296 — การรับช่วงด้วยอำนาจกฎหมายอยู่ที่มาตรา 229 โดยเฉพาะอนุมาตรา (3) สำหรับผู้มีความผูกพันร่วมกันผู้อื่นหรือเพื่อผู้อื่นและเข้าใช้หนี้นั้น

วิธีคำนวณสิทธิไล่เบี้ย

สถานการณ์กติกาไล่เบี้ยตัวอย่างตัวเลข
ไม่มีข้อตกลงพิเศษ แบ่งเท่า ๆ กัน (มาตรา 296 วรรคหนึ่ง) หนี้ 300,000 บาท / 3 คน = คนละ 100,000 บาท
มีข้อตกลงกำหนดสัดส่วน ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน ถ้าตกลง A:B:C = 50:30:20 ก็ไล่เบี้ยตามสัดส่วน
ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งล้มละลาย ส่วนที่ขาดแบ่งโดยลูกหนี้ที่เหลือ (มาตรา 296 วรรคสอง) ถ้า C ล้มละลาย ส่วน 100,000 ของ C แบ่งระหว่าง A:B = 50,000 คนละส่วน
ลูกหนี้ไม่มีส่วนในหนี้ ไม่ต้องรับผิดในการไล่เบี้ย ผู้ค้ำประกันที่กลายเป็นลูกหนี้ร่วมโดยผิดกฎหมาย

ผลของเหตุการณ์เฉพาะตัว — มาตรา 295

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๕ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๒๙๕  ข้อความจริงอื่นใด นอกจากที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๙๒ ถึงมาตรา ๒๙๔ นั้น เมื่อเป็นเรื่องเท้าถึงตัวลูกหนี้ร่วมกันคนใดก็ย่อมเป็นไปเพื่อคุณและโทษแต่เฉพาะแก่ลูกหนี้คนนั้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับสภาพแห่งหนี้นั้นเอง

      ความที่ว่ามานี้ เมื่อจะกล่าวโดยเฉพาะก็คือว่าให้ใช้แก่การให้คำบอกกล่าว การผิดนัด การที่หยิบยกอ้างความผิด การชำระหนี้อันเป็นพ้นวิสัยแก่ฝ่ายลูกหนี้ร่วมกันคนหนึ่ง กำหนดอายุความหรือการที่อายุความสะดุดหยุดลง และการที่สิทธิเรียกร้องเกลื่อนกลืนกันไปกับหนี้สิน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๙๖ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๒๙๖  ในระหวางลูกหนี้ร่วมกันทั้งหลายนั้น ท่านว่าต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าส่วนที่ลูกหนี้ร่วมกันคนใดคนหนึ่งจะพึงชำระนั้น เป็นอันจะเรียกเอาจากคนนั้นไม่ได้ไซร้ ยังขาดจำนวนอยู่เท่าไรลูกหนี้คนอื่น ๆ ซึ่งจำต้องออกส่วนด้วยนั้นก็ต้องรับใช้ แต่ถ้าลูกหนี้ร่วมกันคนใดเจ้าหนี้ได้ปลดให้หลุดพ้นจากหนี้อันร่วมกันนั้นแล้ว ส่วนที่ลูกหนี้คนนั้นจะพึงต้องชำระหนี้ก็ตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป

อ่านมาตรา ๒๙๕ และมาตรา ๒๙๖ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค

เหตุการณ์เฉพาะตัวผลต่อลูกหนี้ร่วมคนนั้นผลต่อลูกหนี้ร่วมคนอื่น
เจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ หลุดพ้นหนี้ส่วนตัว ไม่กระทบ ยังต้องรับผิดส่วนของตน
อายุความขาดเฉพาะคน ยกอายุความขึ้นต่อสู้ได้เฉพาะคนนั้น ไม่กระทบ คนอื่นยังถูกเรียกได้
ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย หน้าที่ตกสู่ทายาทตามส่วน ไม่กระทบลูกหนี้ร่วมคนอื่น
ชำระหนี้ครบโดยลูกหนี้คนเดียว หลุดพ้น ม่มีสิทธิไล่เบี้ยกลับ หนี้ระงับทั้งหมด ตามมาตรา 292
ลูกหนี้ผิดนัด ดอกเบี้ยผิดนัดเกิดสำหรับคนนั้น ถ้าลูกหนี้ร่วมทุกคนต้องปฏิบัติพร้อมกัน ผิดนัดด้วยกัน
ข้อควรระวัง: การที่เจ้าหนี้ "ปลดหนี้" ให้ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง ไม่ได้ปลดลูกหนี้ร่วมคนอื่นด้วย เจ้าหนี้ยังสามารถเรียกชำระจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นได้ในส่วนที่เหลือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295

ตัวอย่างธุรกิจจริง 4 กรณี — หนี้ร่วมในสถานการณ์ต่าง ๆ

1. ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Partnership)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025 ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญต้องร่วมกันรับผิดในหนี้สินทั้งปวงของห้าง "โดยไม่จำกัดจำนวน" หมายความว่า เจ้าหนี้ของห้างสามารถเรียกให้หุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งชำระหนี้ทั้งหมดได้ แม้หุ้นส่วนคนนั้นมีส่วนร่วมในห้างน้อยก็ตาม

ตัวอย่าง: นาย A, B และ C ร่วมลงทุนเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ ในสัดส่วน 50:30:20 ห้างกู้เงินธนาคาร 1 ล้านบาท หาก A ล้มละลาย ธนาคารสามารถเรียก B ให้ชำระหนี้ 1 ล้านบาทได้ทั้งหมด แม้ B มีส่วนร่วมเพียง 30% B ต้องไปไล่เบี้ยจาก C ส่วนที่เกินส่วนของตนเอง

2. สินเชื่อธุรกิจที่กรรมการค้ำประกันร่วม

กรรมการบริษัทที่ลงนามค้ำประกันสินเชื่อบริษัทร่วมกันหลายคน เช่น กรรมการ 3 คนค้ำประกันสินเชื่อ 5 ล้านบาทโดยไม่ระบุสัดส่วน หากมีการระบุให้เป็น "ลูกหนี้ร่วม" ธนาคารสามารถเรียกกรรมการคนใดคนหนึ่งให้ชำระ 5 ล้านบาทเต็มได้ กรรมการที่ชำระแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยจากกรรมการคนอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296

3. สัญญาจ้างเหมาก่อสร้างร่วม (Joint Venture Construction)

บริษัท A และบริษัท B ร่วมกันรับงานก่อสร้าง หากสัญญาระบุให้ A และ B รับผิดร่วมกัน เจ้าของงานสามารถเรียกค่าเสียหายจาก A หรือ B เต็มจำนวนได้ โดยไม่ต้องฟ้องทั้งสองบริษัทพร้อมกัน ซึ่งช่วยให้เจ้าของงานบังคับสิทธิได้ง่ายกว่า

4. M&A — การรับรองและรับประกัน (Representations and Warranties)

ในสัญญาซื้อขายกิจการ (SPA / APA) ผู้ขายหลายฝ่ายมักถูกกำหนดให้รับผิดร่วมกัน (Jointly and Severally Liable) ในการรับรองและรับประกัน (Representations and Warranties) ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าสินไหมจากผู้ขายรายใดรายหนึ่งที่มีทรัพย์สินเพียงพอได้ โดยไม่ต้องติดตามผู้ขายทุกรายพร้อมกัน

ละเมิดร่วม — ป.พ.พ. มาตรา 432 (Joint Tortfeasors)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 432 บัญญัติว่า "ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยร่วมกันทำละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ไม่อาจรู้ได้ว่าในจำนวนบุคคลหลายคนนั้น คนไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายด้วย"

หลักการสำคัญของมาตรา 432 มี 3 ประการ:

ตัวอย่างในทางธุรกิจ: บริษัทรับเหมา A และ B ร่วมกันก่อสร้างอาคาร อาคารถล่มทับบุคคลภายนอก เจ้าของอาคารและผู้รับเหมาทั้ง A และ B ต้องร่วมกันรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 432 ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนจาก A หรือ B ได้คนเดียว โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าส่วนใดของอาคารที่ A หรือ B รับผิดชอบทำให้เกิดการถล่ม

ความแตกต่างระหว่างละเมิดร่วม (มาตรา 432) กับหนี้ร่วมตามสัญญา (มาตรา 291)

ประเด็นละเมิดร่วม มาตรา 432หนี้ร่วมตามสัญญา มาตรา 291
แหล่งที่มา เกิดจากการกระทำละเมิด (Tort) เกิดจากสัญญาหรือกฎหมายกำหนด
ต้องตกลงกันหรือไม่ ไม่ต้อง กฎหมายกำหนดอัตโนมัติ ต้องระบุในสัญญา หรือกฎหมายกำหนด
ขอบเขตความรับผิด เต็มจำนวนค่าสินไหม รวมถึงกรณีไม่ทราบสัดส่วน เต็มจำนวนหนี้ ตามที่ระบุในสัญญา
สิทธิต่อสู้ ยกข้อต่อสู้เฉพาะตัวได้ (มาตรา 299) ยกข้อต่อสู้เฉพาะตัวได้ (มาตรา 299)
อายุความ 1 ปีนับแต่รู้ตัวผู้กระทำ หรือ 10 ปีนับแต่ทำละเมิด (มาตรา 448) ตามประเภทหนี้ในสัญญา

สิทธิรับช่วง (Subrogation) เมื่อลูกหนี้ร่วมชำระแทน

เมื่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งชำระหนี้แทนคนอื่น ให้แยกสองชั้น: ส่วนภายในตามมาตรา 296 (ส่วนเท่า ๆ กัน ส่วนที่เรียกไม่ได้ คนอื่นรับใช้ ส่วนที่เจ้าหนี้ปลดตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้) กับ การรับช่วงสิทธิตามมาตรา 229 (3) สำหรับผู้มีความผูกพันร่วมกันผู้อื่นหรือเพื่อผู้อื่นในอันจะต้องใช้หนี้ มีส่วนได้เสียในการใช้หนี้ และเข้าใช้หนี้นั้น — ห้ามใส่คำรับช่วงลงในปากมาตรา 296

หลักการรับช่วงสิทธิแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน:

ขั้นที่ 1 — การชำระหนี้แทน (Payment on Behalf)

ขั้นที่ 2 — การรับช่วงสิทธิและไล่เบี้ย (Subrogation and Contribution)

ข้อควรระวังเรื่องสิทธิรับช่วง: สิทธิรับช่วงเกิดจากมาตรา 229 (3) ประกอบมาตรา 226 ไม่ใช่มาตรา 296 (มาตรา 296 เป็นเพียงฐานกำหนดสัดส่วนไล่เบี้ยภายใน) และมีขอบเขตกว้างกว่าที่หลายคนเข้าใจ ผู้ไล่เบี้ยไม่ได้มีเพียงสิทธิตามสัญญาธรรมดา แต่ "รับช่วง" สิทธิทั้งหมดของเจ้าหนี้เดิม รวมถึงสิทธิในหลักประกัน ดังนั้นหากเจ้าหนี้มีสิทธิจำนองที่ดินของลูกหนี้ร่วมคนอื่น ผู้ที่ชำระแทนก็สามารถใช้สิทธิจำนองนั้นในการไล่เบี้ยได้เช่นกัน ตามหลัก ป.พ.พ. มาตรา 229 (3) ประกอบมาตรา 226

ตัวอย่างการคำนวณสิทธิรับช่วงและไล่เบี้ย

สถานการณ์ผล
A, B, C กู้ร่วม 600,000 บาท (ส่วน 1:1:1) A ชำระทั้งหมด 600,000 บาท A ไล่เบี้ยจาก B และ C คนละ 200,000 บาท A รับช่วงสิทธิจำนองที่ดิน B และ C ด้วย
A, B กู้ร่วม 1,000,000 บาท ส่วน A:B = 60:40 A ชำระทั้งหมด A ไล่เบี้ยจาก B เป็นจำนวน 400,000 บาท (ส่วนของ B)
A, B, C ละเมิดร่วม ค่าสินไหม 900,000 บาท B ชำระทั้งหมด B ไล่เบี้ยจาก A และ C คนละ 300,000 บาท (มาตรา 432 + มาตรา 296)
A, B, C กู้ร่วม C ล้มละลาย B ชำระส่วน B + ส่วนที่ C ขาด (100,000) B ไล่เบี้ยจาก A ครึ่งหนึ่งของส่วน C ที่ขาด = 50,000 บาท (มาตรา 296 วรรคสอง)

LAS Risk Assessment

RISK HIGH — ความเสี่ยงสูง
เป็นหุ้นส่วนสามัญหรือร่วมค้ำประกันโดยไม่รู้ว่าเป็น "หนี้ร่วม"
ผู้ประกอบการที่เป็นหุ้นส่วนสามัญหรือลงนามค้ำประกันร่วมกันหลายคน อาจถูกเรียกให้ชำระหนี้ทั้งหมดในขณะที่ตนคิดว่ารับผิดเฉพาะส่วน ความเสี่ยงนี้สูงมากเพราะทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดอาจถูกบังคับได้

Option A: เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเป็นบริษัทจำกัด ซึ่งผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเท่าที่ลงทุน
Option B: หากต้องค้ำประกันร่วม ให้ระบุสัดส่วนความรับผิดให้ชัดเจนในสัญญา พร้อมกำหนดวงเงินสูงสุดของแต่ละคน
RISK MEDIUM — ความเสี่ยงกลาง
ร่างสัญญาไม่ระบุชัดว่าเป็นหนี้ร่วมหรือหนี้ส่วนตัว
สัญญาที่ไม่ระบุว่าลูกหนี้หลายคนรับผิดอย่างไร อาจเกิดข้อพิพาทว่าเป็นหนี้ร่วมหรือหนี้ส่วนตัว เจ้าหนี้อาจสูญเสียสิทธิเพราะไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ควรระบุให้ชัดเจนว่า "ลูกหนี้แต่ละคนต้องร่วมกันและต่างหากรับผิดในหนี้ทั้งหมด" (Jointly and Severally Liable)
RISK LOW — ความเสี่ยงต่ำ
มีโครงสร้างสัญญาที่ชัดเจนและหลักประกันเพียงพอ
การร่างสัญญาที่ระบุประเภทของหนี้ชัดเจน มีหลักประกันทรัพย์สินรองรับ และมีข้อกำหนดสิทธิไล่เบี้ยระหว่างลูกหนี้ร่วม ช่วยลดความเสี่ยงข้อพิพาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การร่างสัญญา — กำหนดหนี้ร่วมให้ถูกต้อง (Practical Drafting Tips)

หลักการสำคัญในการร่างสัญญาที่มีลูกหนี้หลายคน ต้องพิจารณา 3 ระดับ ได้แก่ การกำหนดประเภทหนี้ การกำหนดสัดส่วนภายใน และการวางกลไกไล่เบี้ย:

วัตถุประสงค์ภาษาในสัญญาที่แนะนำ (ภาษาไทย)หมายเหตุ
สร้างหนี้ร่วม (Joint and Several) "ลูกหนี้ทุกฝ่ายตามสัญญานี้ตกลงรับผิดร่วมกันและต่างหาก (Jointly and Severally) ในหนี้สินและภาระผูกพันทั้งปวงตามสัญญานี้ ทั้งต้นเงิน ดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด" ต้องระบุชัดเจน ไม่ใช้คำกำกวม ใช้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
กำหนดสัดส่วนภายใน "ในความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้ร่วมด้วยกัน ให้แต่ละฝ่ายรับผิดตามสัดส่วนที่กำหนดในภาคผนวก [ก] ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้" สำคัญสำหรับการไล่เบี้ยภายใน — ต้องแนบตารางสัดส่วน
สร้างหนี้ส่วนตัว "ลูกหนี้แต่ละฝ่ายรับผิดเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น ตามสัดส่วนที่ระบุในตารางแนบท้าย เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ฝ่ายใดชำระเกินกว่าสัดส่วนที่กำหนด" ต้องระบุสัดส่วนให้ชัดเจน มิฉะนั้นศาลอาจตีความเป็นหนี้ร่วม
วงเงินสูงสุดรายคน (Cap) "ความรับผิดสูงสุดของลูกหนี้แต่ละฝ่ายต่อเจ้าหนี้จำกัดอยู่ที่จำนวนเงิน [___] บาท โดยไม่คำนึงถึงจำนวนหนี้รวม" ใช้ในสัญญา M&A, SPA — กำหนด R&W Cap
ข้อกำหนดไล่เบี้ย "ลูกหนี้ร่วมฝ่ายใดที่ชำระหนี้เกินกว่าส่วนของตนมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกคืนจากลูกหนี้ร่วมฝ่ายอื่นตามสัดส่วนที่กำหนด ภายในกำหนด [___] วันนับแต่วันชำระ" กำหนดกรอบเวลาไล่เบี้ยเพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง
กรณีลูกหนี้ล้มละลาย "หากลูกหนี้ร่วมฝ่ายใดถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือถูกพิพากษาให้ล้มละลาย ส่วนที่ขาดของลูกหนี้ฝ่ายนั้นให้แบ่งรับโดยลูกหนี้ร่วมฝ่ายอื่นตามสัดส่วนที่ยังคงเหลือ" สอดคล้อง มาตรา 296 วรรคสอง — ควรระบุในสัญญาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการร่างสัญญา

LAS Risk Methodology — การประเมินความเสี่ยงหนี้ร่วมก่อนลงนาม

LAS ใช้กรอบ Eliminate → Distribute → Mitigate ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงหนี้ร่วม:

ระดับกลยุทธ์วิธีปฏิบัติ
🔴 Eliminate (กำจัด) หลีกเลี่ยงสถานะลูกหนี้ร่วมโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเป็นบริษัทจำกัด, ใช้ SPV รับความเสี่ยง, แยกสัญญาออกเป็นรายบุคคล
🟡 Distribute (กระจาย) รับสถานะหนี้ร่วม แต่กำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน ระบุสัดส่วนความรับผิดในสัญญา, กำหนด Cap รายบุคคล, ซื้อประกันความเสี่ยงร่วม (R&W Insurance)
🟢 Mitigate (ลด) ลดผลกระทบเมื่อถูกเรียกให้ชำระ เตรียมสิทธิรับช่วงสิทธิไว้ล่วงหน้า, กำหนดขั้นตอนไล่เบี้ย, กันเงินสำรองค้ำประกัน (Escrow)

ตัวบทและคำพิพากษาศาลฎีกาสำคัญเรื่องหนี้ร่วม 3 คดี

กล่องแรกวางหลักตามตัวบทมาตรา 291 ซึ่งเป็นฐานของเรื่องหนี้ร่วมทั้งหมด ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกา 3 คดีที่ตามมาวางหลักกฎหมายหนี้ร่วมที่นักกฎหมายธุรกิจและ SME ควรทราบ เรียบเรียงจากคดีจริงในศาลสูง

หลักตามตัวบท — เจ้าหนี้เลือกเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้ร่วมคนใดก็ได้
กฎหมายที่อ้าง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 และมาตรา 292 | พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 9

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 บัญญัติว่า เจ้าหนี้จะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้แต่คนใดคนหนึ่งสิ้นเชิงหรือแต่โดยส่วนก็ได้ตามแต่จะเลือก แต่ลูกหนี้ทั้งปวงยังคงต้องผูกพันอยู่ทั่วทุกคนจนกว่าหนี้นั้นจะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิง เมื่อลูกหนี้ร่วมบางคนชำระหนี้ไปบางส่วนแล้ว การชำระนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่นด้วยตามมาตรา 292 หนี้จึงลดลงเพียงเท่าที่ได้ชำระ และเพราะลูกหนี้ทั้งปวงยังคงต้องผูกพันจนกว่าหนี้จะได้ชำระเสร็จสิ้นเชิงตามมาตรา 291 เจ้าหนี้จึงยังเรียกยอดที่เหลือจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นได้

หลักสำคัญ: เจ้าหนี้ไม่จำต้องบังคับเอาจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นจนหมดทรัพย์เสียก่อน แต่หากจะฟ้องลูกหนี้ร่วมคนใดให้ล้มละลาย ต้องเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 9 ครบทุกข้อ กล่าวคือ ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หรือลูกหนี้ซึ่งเป็นนิติบุคคลเป็นหนี้เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์คนเดียวหรือหลายคนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสองล้านบาท และหนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน

ฎ. 5444/2537 — นายจ้างเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกจ้างในละเมิด
กฎหมายที่อ้าง: ป.พ.พ. มาตรา 291 มาตรา 420 มาตรา 425 และมาตรา 426

ลูกจ้างก่อสร้างทำให้เสาเข็มพลัดตกสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินผู้เสียหาย โจทก์เลือกฟ้องเฉพาะนายจ้างโดยไม่ฟ้องลูกจ้าง ศาลฎีกาพิพากษาให้นายจ้างรับผิด

หลักสำคัญ: นายจ้างและลูกจ้างถือเป็นลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 425 ประกอบมาตรา 291 เจ้าหนี้เลือกฟ้องคนใดคนหนึ่งก็ได้ และนายจ้างที่ชำระค่าเสียหายแล้วมีสิทธิไล่เบี้ยจากลูกจ้างตามมาตรา 426

ฎ. 12384/2558 — ปลดหนี้เฉพาะตัวลดภาระคนอื่นเพียงส่วนนั้น
กฎหมายที่อ้าง: ป.พ.พ. มาตรา 229 มาตรา 291 มาตรา 293 มาตรา 296 และมาตรา 682 วรรคสอง | พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130 (7)

ผู้ค้ำประกันหลายคนยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 682 วรรคสอง เมื่อเจ้าหนี้ปลดหนี้ให้ผู้ค้ำประกันคนหนึ่งเฉพาะตัว ผู้ค้ำประกันที่เหลือโต้แย้งว่าตนพ้นความรับผิดทั้งหมด

หลักสำคัญ: ตามมาตรา 293 การปลดหนี้เฉพาะตัวให้ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง เป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนที่ปลด ลูกหนี้ร่วมที่เหลือยังต้องชำระยอดที่ค้างอยู่

ฎ. 6403/2561 — อายุความของลูกหนี้ร่วมแต่ละคนเป็นเรื่องเฉพาะตัว
กฎหมายที่อ้าง: ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (3) มาตรา 295 มาตรา 682 วรรคสอง และมาตรา 692 | พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 91

ผู้ค้ำประกันร่วมคนหนึ่งชำระหนี้บางส่วนทำให้อายุความของตนสะดุดหยุดลง ประเด็นคือการสะดุดนั้นมีผลต่อผู้ค้ำประกันร่วมคนอื่นหรือไม่

หลักสำคัญ: ตามมาตรา 295 อายุความของลูกหนี้ร่วมแต่ละคนเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ผูกพันคนอื่น โจทก์ฟ้องจำเลยเกิน 10 ปี ศาลพิพากษายกฟ้อง

ที่มาประเด็นหลักมาตราสำคัญหลักที่ได้
ตัวบทเจ้าหนี้เลือกเรียกชำระจากลูกหนี้ร่วมมาตรา 291 และมาตรา 292เรียกจากคนใดก็ได้ ทั้งหมดหรือบางส่วน
5444/2537นายจ้าง-ลูกจ้างในละเมิดมาตรา 291 มาตรา 425 และมาตรา 426นายจ้างไล่เบี้ยลูกจ้างได้
12384/2558ปลดหนี้เฉพาะตัวลดเฉพาะส่วนมาตรา 229 มาตรา 293 และมาตรา 296ไม่ปลดทั้งหมด เพียงเท่าส่วนนั้น
6403/2561อายุความลูกหนี้ร่วมมาตรา 295อายุความเฉพาะตัวแต่ละคน

กรณีศึกษา SME — หนี้ร่วมในชีวิตจริง 3 เรื่อง

Case 1: SME กู้ร่วม 3 คน เมื่อหุ้นส่วนล้มละลาย

นาย ก, นาย ข และนาย ค ร่วมกู้เงิน 6,000,000 บาทในฐานะลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 291 ต่อมานาย ก ล้มละลาย ยอดหนี้คงเหลือ 4,200,000 บาท

ประเด็นผลทางกฎหมาย
ธนาคารเรียกหนี้จากนาย ข หรือ คเรียกได้ 4,200,000 บาท เต็มจำนวน ทันที ตามมาตรา 291
นาย ข ชำระทั้งหมดแทนไล่เบี้ยนาย ค ได้ 2,100,000 บาท (ส่วนของนาย ค เอง 1,400,000 + ครึ่งหนึ่งของส่วนนาย ก ที่ล้มละลายเรียกไม่ได้ 700,000) ตามมาตรา 296
ส่วนของนาย ก ที่ล้มละลายยื่นขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของนาย ก ในคดีล้มละลาย
🔴 SME Alert
ก่อนกู้ร่วม ต้องประเมินฐานะการเงินหุ้นส่วนทุกคนอย่างรอบคอบ เพราะหากใครล้มละลาย ภาระหนี้ทั้งหมดตกที่ผู้กู้ร่วมที่เหลือ อาจไล่เบี้ยคืนได้ในภายหลัง แต่ไม่รับประกันว่าจะได้ครบ

Case 2: ห้างหุ้นส่วน — ความรับผิดของหุ้นส่วนในหนี้ร่วม

ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน "ABC Trading" (หุ้นส่วน 3 คน) กู้เงิน 5,000,000 บาท ต่อมาไม่สามารถชำระหนี้ได้

ประเภทห้างความรับผิดของหุ้นส่วน
ห้างหุ้นส่วนสามัญ (มาตรา 1025–1045)หุ้นส่วนทุกคนรับผิดร่วมกันไม่จำกัดจำนวน
ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนเมื่อห้างจดทะเบียนผิดนัด มาตรา 1070 ให้เจ้าหนี้เรียกจากหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งก็ได้ — ไม่ใช่ต้องบังคับห้างก่อน
ห้างหุ้นส่วนจำกัดหุ้นส่วนไม่จำกัด = รับผิดเต็ม / หุ้นส่วนจำกัด = รับผิดตามเงินลงทุน (มาตรา 1077)
⚠️ สำคัญ: แม้หุ้นส่วนผู้จัดการออกจากห้างแล้ว ยังต้องรับผิดในหนี้ที่เกิดก่อนออก ภายในอายุความ 2 ปีนับจากวันออก ตามมาตรา 1068 ทางออกที่ดีกว่า คือ จัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เพื่อจำกัดความรับผิดไว้ที่มูลค่าหุ้น

Case 3: ผู้ค้ำประกันหลายคน กับข้อให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๒ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๒  ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้

      ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑/๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๑/๑   ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

      ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐

บริษัท XYZ กู้เงิน 10,000,000 บาท มีนาย P และนาย Q เป็นผู้ค้ำประกัน ต้องแยกสองชั้นตามกล่องด้านบน มาตรา ๖๘๒ วรรคสองเป็นการรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน มาตรา ๖๘๑/๑ วรรคหนึ่งทำให้ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะ วรรคสองยกเว้นนิติบุคคลที่ยินยอมเข้าผูกพันเช่นนั้น

สถานการณ์ผลทางกฎหมาย
ธนาคารฟ้องเฉพาะนาย Pอย่าสรุปจากมาตรา 682 วรรคสองว่าฟ้องผู้ค้ำแทนลูกหนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องบังคับลูกหนี้ — ข้อให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง
ธนาคารปลดหนี้ให้นาย Q บางส่วนถ้าเป็นลูกหนี้ร่วมกันจริง การปลดตามมาตรา 293 เป็นประโยชน์แก่คนอื่นเพียงเท่าส่วนของคนที่ถูกปลด
นาย P ชำระหนี้ทั้งหมดแทนส่วนภายในระหว่างผู้ค้ำดูมาตรา 296 การรับช่วงดูมาตรา 229 (3) อย่าใส่คำรับช่วงลงในปากมาตรา 296
RISK HIGH
ข้อให้ผู้ค้ำบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง อย่านำมาตรา 682 วรรคสองซึ่งเป็นความรับผิดระหว่างผู้ค้ำหลายคนมาตัดสิทธิเกี่ยงต่อลูกหนี้ชั้นต้น

Checklist 10 จุด — ก่อนเซ็นสัญญาหนี้ร่วม (SME Edition)

#จุดตรวจสอบความเสี่ยงหากข้ามไป
1ตรวจประเภทหนี้ในสัญญา — ระบุชัดว่า Joint / Several / Joint and Several🔴 สูงมาก
2ประเมินฐานะการเงินลูกหนี้ร่วมทุกคน — ดูงบการเงิน ประวัติเครดิต คดีค้างอยู่🔴 สูงมาก
3ตรวจวงเงินรับผิดสูงสุด (Cap) — ระบุในสัญญาเพื่อจำกัดดอกเบี้ย+ค่าปรับ🟡 ปานกลาง
4อ่านข้อกำหนดการชำระบางส่วน — มาตรา 292 ชำระบางส่วนลดภาระทุกคน🟢 ต่ำ หากอ่านครบ
5ตรวจเงื่อนไขการปลดหนี้ — ปลดเฉพาะตัวกับปลดทั้งหมด (มาตรา 293)🟡 ปานกลาง
6ตรวจอายุความ — มาตรา 193/30 (10 ปี) อาจต่างกันในแต่ละลูกหนี้ร่วม🟡 ปานกลาง
7วางแผนสิทธิไล่เบี้ย — ทำ Contribution Agreement กำหนดสัดส่วนล่วงหน้า🟡 ปานกลาง
8ตรวจข้อกำหนดหลักประกัน — หากบังคับจำนองได้เงินไม่พอ เจ้าหนี้บังคับทรัพย์อื่นได้ไหม🔴 สูง
9ปรึกษาทนายความก่อนเซ็น — ตรวจเงื่อนไข ข้อยกเว้น ข้อกำหนดภาระในอนาคต🟡 ปานกลาง
10จัดทำ Indemnity Agreement — สัญญาชดใช้คืนระหว่างลูกหนี้ร่วม กำหนดสัดส่วน+ขั้นตอนไล่เบี้ย🟡 ปานกลาง
🟡 สรุปความเสี่ยง
🔴 สูงมาก: ไม่ตรวจฐานะการเงินลูกหนี้ร่วม | เซ็นโดยไม่เข้าใจ "ร่วมและต่างหาก"
🟡 ปานกลาง: ไม่มี Indemnity Agreement | ไม่ทราบอายุความ
🟢 ต่ำ (หากทำครบ): มีทนายตรวจสอบ + Indemnity Agreement + ทราบสิทธิไล่เบี้ย

FAQ — คำถามที่ SME ถามบ่อยเรื่องหนี้ร่วม

Q1: หนี้ร่วมเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหรือต้องตกลงกัน?
A: หนี้แบ่งได้เมื่อสงสัยต่างคนรับผิดส่วนเท่า ๆ กันตามมาตรา 290 แต่ถ้าในสัญญาบุคคลหลายคนร่วมกันผูกพันจะชำระหนี้ เมื่อสงสัยต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 297 แม้แบ่งชำระได้ อย่าสรุปว่าศาลจะไม่ตีความเป็นหนี้ร่วมเสมอเมื่อไม่ได้เขียนคำว่า Jointly and Severally
Q2: กรรมการบริษัทต้องรับผิดร่วมกันในหนี้บริษัทหรือไม่?
A: โดยหลักกรรมการไม่รับผิดส่วนตัวในหนี้บริษัท เพราะบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก แต่หากกรรมการกระทำการโดยประมาทเลินเล่อหรือฝ่าฝืนกฎหมายจนบริษัทเสียหาย มาตรา 1169 เป็นฐานให้บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ ส่วนกรรมการหลายคนจะต้องรับผิดร่วมกันเป็นลูกหนี้ร่วมหรือไม่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่าร่วมกันกระทำผิดหน้าที่หรือไม่ (เทียบหลักละเมิดร่วมตามมาตรา 432) และหากกรรมการลงนามค้ำประกันส่วนตัว ก็ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันด้วย
Q3: ลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งล้มละลาย เจ้าหนี้ทำอะไรได้บ้าง?
A: เจ้าหนี้ยังสามารถเรียกชำระหนี้เต็มจำนวนจากลูกหนี้ร่วมคนอื่น ๆ ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 เพราะหนี้ร่วมทำให้ลูกหนี้แต่ละคนรับผิดเต็มจำนวน ส่วนลูกหนี้ที่ชำระแทนคนล้มละลาย มีสิทธิไล่เบี้ยในคดีล้มละลายในฐานะเจ้าหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296
Q4: ในสัญญา M&A ใครเป็นลูกหนี้ร่วมกันบ้าง และทำไมต้องกำหนด?
A: ในสัญญาซื้อขายกิจการ มักกำหนดให้ผู้ขายทุกคนรับผิดร่วมกัน (Jointly and Severally Liable) ในการรับรองและรับประกัน (Representations and Warranties) เหตุผลคือผู้ซื้อไม่ต้องการต้องติดตามผู้ขายแต่ละรายหากพบว่ามีการผิดรับรอง ผู้ซื้อสามารถเรียกค่าสินไหมจากผู้ขายรายที่มีทรัพย์สินมากที่สุดได้ทันที แล้วปล่อยให้ผู้ขายรายนั้นไปไล่เบี้ยกับผู้ขายรายอื่นเอง
Q5: สิทธิไล่เบี้ยระหว่างลูกหนี้ร่วมคำนวณอย่างไร และมีอายุความเท่าไหร่?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 หากไม่มีข้อตกลงพิเศษ แบ่งเท่า ๆ กัน เช่น ลูกหนี้ 3 คน A ชำระ 300,000 บาท A ไล่เบี้ยจาก B และ C คนละ 100,000 บาท หากมีข้อตกลงกำหนดสัดส่วนไว้ให้เป็นไปตามข้อตกลง อายุความทั่วไปถ้าไม่มีบทเฉพาะอยู่ที่มาตรา 193/30 คือสิบปี ไม่ใช่มาตรา 193/9 ซึ่งเป็นบทนิยามการขาดอายุความ และตามมาตรา 193/12 อายุความเริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป
Q6: การผ่อนชำระบางส่วนของลูกหนี้ร่วมคนหนึ่ง มีผลต่อลูกหนี้คนอื่นหรือไม่?
A: มีผลลดยอดหนี้ที่ลูกหนี้คนอื่นต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 292 การชำระหนี้ของลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งย่อมเป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้คนอื่น ๆ ทุกคนด้วย เช่น หากลูกหนี้ ก ชำระ 200,000 บาทในหนี้รวม 1,000,000 บาท ยอดที่ลูกหนี้ ข และ ค ต้องรับผิดก็ลดเหลือ 800,000 บาท อย่างไรก็ตาม การผ่อนผันหรือยืดเวลาชำระหนี้ที่ให้แก่ลูกหนี้คนหนึ่งเป็นเฉพาะตัว ไม่มีผลผูกพันลูกหนี้ร่วมคนอื่น
Q7: อายุความของลูกหนี้ร่วมแต่ละคนเหมือนกันหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 295 เหตุที่ทำให้อายุความของลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งสะดุดหยุดลง ไม่มีผลต่อลูกหนี้ร่วมคนอื่น เช่น หากลูกหนี้ ก ชำระบางส่วน อายุความของ ก สะดุดหยุดลง แต่อายุความของ ข และ ค ยังนับต่อเนื่อง ดังนั้นเจ้าหนี้ที่ไม่ดำเนินการอาจพบว่าฟ้องลูกหนี้บางคนขาดอายุความแล้ว แม้ลูกหนี้คนอื่นยังไม่ขาด ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ใน ฎ. 6403/2561
Q8: ลูกหนี้ร่วมที่ไม่ถูกฟ้องยังต้องรับผิดอยู่หรือไม่?
A: ยังต้องรับผิด การที่เจ้าหนี้เลือกฟ้องลูกหนี้ร่วมเพียงบางคนไม่ทำให้ลูกหนี้ที่เหลือพ้นความรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 เจ้าหนี้ยังฟ้องลูกหนี้ที่เหลือได้ตราบเท่าที่หนี้ยังไม่ชำระครบและไม่ขาดอายุความ อย่าอ้างมาตรา 294 เป็นบทคำพิพากษา เพราะมาตรา 294 คือเจ้าหนี้ผิดนัดต่อลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งย่อมเป็นคุณแก่ลูกหนี้คนอื่น ส่วนผลของคำพิพากษาต่อลูกหนี้ร่วมที่ไม่ได้เป็นคู่ความนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 บัญญัติให้คำพิพากษาหรือคำสั่งผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณา และย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่กรณีที่มาตราเดียวกันบัญญัติยกเว้นไว้
Q9: สิทธิรับช่วงตามมาตรา 229 กับสิทธิไล่เบี้ยตามมาตรา 296 ต่างกันอย่างไร?
A: มาตรา 229 คือ "สิทธิรับช่วง" (Subrogation) ให้ลูกหนี้ร่วมที่ชำระหนี้แทนเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้เดิมทั้งหมด รวมถึงสิทธิตามหลักประกัน (จำนอง จำนำ ค้ำประกัน) ส่วน มาตรา 296 คือ "สิทธิไล่เบี้ย" (Contribution) ให้เรียกเงินคืนจากลูกหนี้ร่วมคนอื่นตามสัดส่วนที่แต่ละคนต้องรับผิด ในทางปฏิบัติ ลูกหนี้ที่ชำระหนี้แทนมักอ้างทั้งสองมาตราควบคู่กัน คือรับช่วงสิทธิในหลักประกันตามมาตรา 229 และเรียกเงินคืนตามส่วนตามมาตรา 296
Q10: หากลูกหนี้ร่วมคนหนึ่งเสียชีวิต กองมรดกต้องรับผิดในหนี้ร่วมหรือไม่?
A: ต้องรับผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1734 หนี้สินของผู้ตายต้องชำระจากกองมรดกก่อนแบ่งแก่ทายาท และมาตรา 1601 ทายาทรับผิดในหนี้กองมรดกไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับ กล่าวคือ เจ้าหนี้ยังมีสิทธิเรียกชำระจากกองมรดก แต่เรียกได้ไม่เกินทรัพย์ที่มีในกองมรดก ส่วนที่เหลือยังเรียกจากลูกหนี้ร่วมที่มีชีวิตได้เต็มจำนวนตามมาตรา 291

สรุป

หนี้ร่วมให้ความคุ้มครองเจ้าหนี้อย่างเต็มที่ เพราะสามารถเรียกชำระจากลูกหนี้คนใดก็ได้เต็มจำนวน โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้คนอื่นไม่มีความสามารถชำระก่อน ในขณะที่หนี้ส่วนตัวจำกัดสิทธิเรียกร้องไว้เพียงส่วนของแต่ละคน

สำหรับ SME ที่ร่วมลงทุนหรือร่วมกู้เงิน การเข้าใจว่าตนรับผิดในฐานะ "ลูกหนี้ร่วม" จะทำให้วางแผนทางการเงินได้อย่างถูกต้อง และไม่ตกใจเมื่อถูกเรียกให้ชำระหนี้เกินกว่าส่วนที่ตนคิดว่ารับผิดชอบ ก่อนลงนามในสัญญาใดที่มีลูกหนี้หลายคน ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินขอบเขตความรับผิดและวางกลไกไล่เบี้ยที่เป็นธรรม

← ตอนที่ 8 LAS SHARE 9/10 ตอนที่ 10 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ