✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | เผยแพร่ 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569
คุณเคยเซ็นสัญญาที่มีข้อความว่า "ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาได้ทันที" หรือ "ค่าปรับ 30% ของมูลค่าสัญญา" หรือ "บริษัทไม่รับผิดในความเสียหายทุกกรณี" หรือไม่? ข้อสัญญาเหล่านี้อาจไม่มีผลบังคับเต็มที่ เพราะพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ให้อำนาจศาลปรับลดหรือแก้ไขข้อสัญญาที่ได้เปรียบเกินสมควร
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า:
มาตรา ๔ ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายซึ่งมิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูปนั้น
ข้อตกลงที่มีลักษณะหรือมีผลให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติหรือรับภาระเกินกว่าที่วิญญูชนจะพึงคาดหมายได้ตามปกติ เป็นข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น
(๑) ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญา
(๒) ข้อตกลงให้ต้องรับผิดหรือรับภาระมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
(๓) ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายหนึ่งมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ
(๔) ข้อตกลงให้สิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใด หรือปฏิบัติตามสัญญาในระยะเวลาที่ล่าช้าได้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๕) ข้อตกลงให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกร้องหรือกำหนดให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระเพิ่มขึ้นมากกว่าภาระที่เป็นอยู่ในเวลาทำสัญญา
(๖) ข้อตกลงในสัญญาขายฝากที่ผู้ซื้อฝากกำหนดราคาสินไถ่สูงกว่าราคาขายบวกอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปี
(๗) ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดราคาค่าเช่าซื้อ หรือกำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
(๘) ข้อตกลงในสัญญาบัตรเครดิตที่กำหนดให้ผู้บริโภคต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าใช้จ่ายหรือประโยชน์อื่นใดสูงเกินกว่าที่ควรในกรณีที่ผิดนัดหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการผิดนัดชำระหนี้
(๙) ข้อตกลงที่กำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยทบต้นที่ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควร
ในการพิจารณาข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามวรรคสาม จะเป็นการได้เปรียบเกินสมควรหรือไม่ ให้นำมาตรา ๑๐ มาใช้โดยอนุโลม
อ่านมาตรา ๔ ในกล่องด้านบนทั้งวรรค รวมสัญญาขายฝากและเกณฑ์ตีความเมื่อมีข้อสงสัย อย่าตัดคำในวรรคหนึ่ง
ผลทางกฎหมายที่สำคัญคือ กฎหมายนี้ ไม่ได้ทำให้ข้อสัญญาเป็นโมฆะ แต่ให้อำนาจศาล "ปรับแก้" ข้อสัญญาให้เหลือเท่าที่เป็นธรรม ซึ่งแตกต่างจากโมฆะที่ทำให้ข้อสัญญาหมดผลโดยสิ้นเชิง
| คำ | ความหมายตามกฎหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ผู้บริโภค | ผู้ซื้อหรือใช้สินค้า/บริการเพื่อการส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการค้า | บุคคลทั่วไปที่ซื้อโทรศัพท์ เช่าอพาร์ตเมนต์ |
| ผู้ประกอบธุรกิจการค้า | บุคคลหรือนิติบุคคลที่ขายสินค้า/บริการเป็นอาชีพ | บริษัท ห้างสรรพสินค้า ผู้ให้บริการ |
| สัญญาสำเร็จรูป (Standard Form Contract) | สัญญาที่ฝ่ายหนึ่งกำหนดเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า อีกฝ่ายมีแค่ "รับหรือปฏิเสธ" | สัญญาประกันภัย เงื่อนไขแพลตฟอร์มออนไลน์ |
| ได้เปรียบเกินสมควร | ข้อตกลงที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมจากอีกฝ่าย | เบี้ยปรับ 30% ค่าเสียหายไม่จำกัดจำนวน |
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคสาม ระบุตัวอย่างข้อสัญญาที่อาจถือว่าไม่เป็นธรรม ได้แก่:
ตารางต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายวิธีอ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ประกอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ไม่มีเลขคดีหรือฎีกาในตอนนี้ จึงห้ามอ่านว่าเป็นผลคำพิพากษา 5 คดี
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ลักษณะข้อสัญญา | สัญญาจ้างก่อสร้างกำหนดเบี้ยปรับกรณีงานล่าช้าในอัตรา 25% ของมูลค่าสัญญาต่อเดือน |
| ข้อเท็จจริง | มูลค่าสัญญา 2 ล้านบาท งานล่าช้า 1 เดือน เจ้าของโครงการเรียกเบี้ยปรับ 500,000 บาท |
| แนวพิจารณา | ศาลมีอำนาจปรับลดเบี้ยปรับที่สูงเกินสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 โดยพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง |
| สิ่งที่ต้องระวัง ไม่ใช่ผลคดี | ศาลอาจลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนเป็นจำนวนพอสมควร โดยพิจารณาทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะความเสียหายเป็นเงินที่พิสูจน์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 |
| บทเรียน | เบี้ยปรับควรสอดคล้องกับความเสียหายที่ประเมินได้จริง ไม่ใช่ตั้งให้สูงเพื่อกดดัน |
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ลักษณะข้อสัญญา | สัญญาเช่าพื้นที่ค้าปลีกให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ผู้เช่าต้องแจ้งล่วงหน้า 3 เดือน |
| ข้อเท็จจริง | ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญากะทันหัน ผู้เช่าสูญเสียโอกาสทางธุรกิจและต้นทุนการย้าย |
| แนวพิจารณา | ต้องพิจารณาว่าสิทธิเลิกสัญญานั้นไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือใช้ได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคสาม (3) ประกอบพฤติการณ์ตามมาตรา 10 ความไม่เท่ากันของสิทธิเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อยุติว่าข้อสัญญาไม่เป็นธรรม |
| สิ่งที่ต้องระวัง ไม่ใช่ผลคดี | ศาลอาจกำหนดให้ผู้ให้เช่าต้องแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่สมเหตุสมผลเช่นกัน |
| บทเรียน | สิทธิเลิกสัญญาควรกำหนดให้เท่าเทียมกัน หรือหากไม่เท่าเทียมต้องมีเหตุผลที่สมเหตุสมผล |
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ลักษณะข้อสัญญา | สัญญาซื้อขายเครื่องจักรระบุว่า "ผู้ขายไม่รับผิดในความชำรุดบกพร่องทุกกรณี รวมถึงกรณีที่เกิดจากการผลิต" |
| ข้อเท็จจริง | เครื่องจักรพังภายใน 3 เดือน เกิดจากข้อบกพร่องในการผลิต ผู้ขายอ้างข้อยกเว้น |
| แนวพิจารณา | ข้อยกเว้นความรับผิดที่กว้างจนครอบคลุมความบกพร่องของผู้ขายเอง ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะผู้ซื้อไม่มีทางรู้ว่าสินค้าบกพร่องในขณะซื้อ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 |
| สิ่งที่ต้องระวัง ไม่ใช่ผลคดี | ข้อยกเว้นไม่มีผลบังคับเท่าที่เกี่ยวกับความบกพร่องที่เกิดจากผู้ขาย ผู้ขายต้องรับผิดตามปกติ |
| บทเรียน | ข้อยกเว้นความรับผิดควรจำกัดเฉพาะกรณีที่สมเหตุสมผล เช่น การใช้งานผิดวิธีของผู้ซื้อ |
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ลักษณะข้อสัญญา | สัญญาสมาชิกบริการออนไลน์กำหนดว่า "บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขการให้บริการโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" |
| ข้อเท็จจริง | บริษัทขึ้นราคาทันที 50% โดยไม่แจ้งล่วงหน้า สมาชิกที่ผูกพันสัญญา 1 ปีได้รับผลกระทบ |
| แนวพิจารณา | ข้อตกลงให้ฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำคัญ (ราคา) ฝ่ายเดียว ถือว่าได้เปรียบเกินสมควร ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรคสาม |
| สิ่งที่ต้องระวัง ไม่ใช่ผลคดี | การเปลี่ยนแปลงราคาไม่มีผลกับสมาชิกที่ผูกพันสัญญาอยู่ หรือต้องให้สิทธิบอกเลิกสัญญาก่อน |
| บทเรียน | หากจำเป็นต้องมีข้อเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียว ต้องกำหนดให้มีการแจ้งล่วงหน้าที่เหมาะสมและให้สิทธิอีกฝ่ายบอกเลิกสัญญาได้โดยไม่มีโทษ |
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ลักษณะข้อสัญญา | สัญญากู้เงินระหว่างบริษัทกำหนดดอกเบี้ยผิดนัด 36% ต่อปี และค่าปรับผิดนัดชำระ 3% ต่อเดือน |
| ข้อเท็จจริง | ลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยและค่าปรับตามที่กำหนดในสัญญา |
| แนวพิจารณา | ต้องแยกก่อนว่าส่วนที่เรียกว่า "ดอกเบี้ยผิดนัด" มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ (ส่วนที่สูงกว่าดอกเบี้ยปกติ) ซึ่งศาลมีอำนาจปรับลดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ประกอบพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หรือเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ตามความหมายที่แท้จริง ซึ่งห้ามเกินร้อยละ 15 ต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 (เกินกว่านั้นลดลงมาเป็นร้อยละ 15 โดยผลของกฎหมาย) และอาจเข้าข่ายพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นคนละฐานกฎหมายและมีผลต่างจากเบี้ยปรับ |
| สิ่งที่ต้องระวัง ไม่ใช่ผลคดี | ศาลปรับลดดอกเบี้ยผิดนัดให้เหลือในอัตราที่สมเหตุสมผลตามสภาวะตลาด |
| บทเรียน | อัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่สูงเกินสมควรศาลอาจปรับลดตามมาตรา 383 อย่าตั้งกฎ “ไม่เกิน 2 เท่า” เป็นตัวบทถ้ายังไม่ได้เปิดมาตราที่บัญญัติเพดานนั้น |
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ทำงานควบคู่กับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาออกประกาศกำหนดธุรกิจที่ต้องใช้สัญญาตามแบบ และข้อสัญญาที่ห้ามใช้
| ประเด็น | พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 | พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 |
|---|---|---|
| ขอบเขต | กว้างกว่า รวมสัญญาสำเร็จรูป B2B | จำกัดเฉพาะ B2C (ผู้บริโภค) |
| ผลทางกฎหมาย | ปรับลดให้เหลือเท่าที่เป็นธรรม | ข้อสัญญาต้องห้ามตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ และมาตรา 35 จัตวา) ก่อนยืนยันว่าผลทางกฎหมายคือ "โมฆะ" |
| การบังคับใช้ | ผ่านศาลเท่านั้น | ผ่านคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ |
| ธุรกิจที่ควบคุม | ทุกประเภทธุรกิจ | ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เช่น อสังหาริมทรัพย์ สินเชื่อ บัตรเครดิต |
| ค่าเสียหายพิเศษ | ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ | ผู้บริโภคอาจได้รับค่าเสียหายเพิ่มเติม |
การนำพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 มาใช้กับสัญญา B2B และ B2C มีความแตกต่างที่สำคัญ:
| ปัจจัย | B2C — ความสำคัญ | B2B — ความสำคัญ |
|---|---|---|
| อำนาจต่อรอง | สูงมาก (ผู้บริโภคมักไม่มี) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ) |
| ความรู้กฎหมาย | สูงมาก (สันนิษฐานว่าไม่รู้) | ปานกลาง (สันนิษฐานว่ารู้หรือควรรู้) |
| ลักษณะสัญญา | มักเป็นสัญญาสำเร็จรูป | อาจเจรจาได้ |
| ทางเลือกอื่น | มักจำกัด | มีมากกว่า |
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 10 กำหนดให้พิจารณาพฤติการณ์ทั้งปวงในการวินิจฉัยว่าข้อสัญญาจะมีผลบังคับเพียงใดจึงจะเป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี ส่วนมาตรา 4 วรรคสองเป็นหลักตีความสัญญาสำเร็จรูปเมื่อมีข้อสงสัย ตารางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการประเมินพฤติการณ์ ไม่ใช่รายการตัวบททั้งหมด
| # | เกณฑ์การพิจารณา | ตัวอย่างพฤติการณ์ |
|---|---|---|
| 1 | ความสามารถในการต่อรอง | ฝ่ายหนึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ อีกฝ่ายเป็น SME รายเล็ก ทำให้ไม่มีอำนาจต่อรองจริง |
| 2 | เหตุจูงใจในการเข้าทำสัญญา | ฝ่ายที่เสียเปรียบจำเป็นต้องทำสัญญาเนื่องจากความจำเป็นทางธุรกิจ ไม่ได้เต็มใจ |
| 3 | ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ | คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งต้องการสินเชื่อเพื่อดำรงกิจการ ไม่มีทางเลือกอื่น |
| 4 | ทางเลือกอื่นในขณะทำสัญญา | สินค้าหรือบริการที่มีเงื่อนไขเป็นธรรมกว่าจากผู้ให้บริการรายอื่นมีหรือไม่ |
| 5 | สภาพสัญญา | เป็นสัญญาสำเร็จรูปที่กำหนดมาแล้วหรือเจรจาต่อรองกัน |
| 6 | ความรู้เรื่องเนื้อหาสัญญา | คู่สัญญาที่เสียเปรียบเข้าใจข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ในขณะเซ็น |
| ข้อสัญญา | ร่างที่เสี่ยง | ร่างที่แนะนำ |
|---|---|---|
| เบี้ยปรับ | "เบี้ยปรับ 25% ของมูลค่าสัญญา" | "เบี้ยปรับ X บาทต่อวัน ซึ่งคู่สัญญาตกลงกันว่าสะท้อนความเสียหายที่คาดไว้" |
| ยกเว้นความรับผิด | "ผู้ขายไม่รับผิดในความเสียหายทุกกรณี" | "ผู้ขายรับผิดไม่เกิน [จำนวน] บาท เว้นแต่ความเสียหายจากการทุจริตโดยเจตนา" |
| เลิกสัญญา | "ผู้ขายมีสิทธิเลิกสัญญาได้ทันที" | "คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเลิกสัญญาโดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน" |
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 เป็นเกราะคุ้มครองคู่สัญญาที่มีอำนาจต่อรองน้อยกว่า โดยเฉพาะในสัญญาสำเร็จรูปที่ฝ่ายหนึ่งไม่มีทางเลือกในการต่อรอง ข้อสัญญาที่ได้เปรียบเกินสมควรจะมีผลบังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมตามดุลยพินิจศาล
สำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งในฐานะผู้ร่างสัญญาและผู้เซ็นรับ การเข้าใจกฎหมายนี้มีประโยชน์สองด้าน: ด้านแรกคือป้องกันตนเองจากการถูกบังคับโดยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ด้านที่สองคือออกแบบสัญญาที่สมดุลตั้งแต่แรก ซึ่งจะ "ยืนได้ในศาล" และสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืนกว่าการใส่ข้อสัญญาที่กดดันคู่ค้า
ตารางเปรียบเทียบด้านล่างรวบรวมรูปแบบข้อสัญญา 10 ประเภทที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ พร้อมตัวอย่างที่ศาลมองว่า "ได้เปรียบเกินสมควร" เทียบกับรูปแบบที่ศาลมักยอมรับ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
| ประเภทข้อสัญญา | รูปแบบที่ไม่เป็นธรรม (ตัวอย่าง) | รูปแบบที่เป็นธรรม — ศาลยอมรับ | เหตุผล / หลักกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| เบี้ยปรับ | "ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับ 30% ของมูลค่าสัญญาทันทีที่ผิดนัดวันเดียว" | "ค่าปรับ 0.1% ต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่างานส่วนที่ล่าช้า" | ศาลอาจลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนเป็นจำนวนพอสมควร โดยพิจารณาทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ ไม่ใช่เฉพาะความเสียหายเป็นเงินที่พิสูจน์ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 |
| ยกเว้นความรับผิดทั้งหมด | "ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบในความเสียหายทุกกรณีไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด" | "ผู้ให้บริการรับผิดไม่เกิน [จำนวน] บาท เว้นแต่ความเสียหายจากเจตนาทุจริต" | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 — ยกเว้นความรับผิดโดยสิ้นเชิงถือว่าได้เปรียบเกินสมควร |
| สิทธิเลิกสัญญาฝ่ายเดียว | "บริษัทมีสิทธิเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า" | "คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิเลิกสัญญาโดยแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน" | สิทธิเลิกสัญญาที่ไม่เท่ากันไม่ทำให้ข้อสัญญาไม่เป็นธรรมโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาว่าเข้าลักษณะตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หรือไม่ ประกอบพฤติการณ์ตามมาตรา 10 |
| แก้ไขเงื่อนไขฝ่ายเดียว | "บริษัทขอสงวนสิทธิแก้ไขราคา เงื่อนไข หรือบริการใด ๆ ได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้ง" | "บริษัทแจ้งการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และลูกค้ามีสิทธิบอกเลิกโดยไม่มีโทษ" | พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 — การเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียวโดยไม่ให้อีกฝ่ายมีสิทธิออกจากสัญญา ถือว่าได้เปรียบเกินสมควร |
| ค่าบริการคืนไม่ได้ | "ค่าบริการที่ชำระแล้วทั้งหมดไม่สามารถขอคืนได้ไม่ว่ากรณีใด" | "กรณีบอกเลิกล่วงหน้าเกิน 30 วัน คืนค่าบริการส่วนที่ยังไม่ได้ใช้หักค่าดำเนินการ 10%" | ข้อกำหนดห้ามคืนเงินโดยไม่มีเงื่อนไขอาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจได้เปรียบเกินสมควรตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 (มีผลบังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรม) ไม่ใช่ลาภมิควรได้ เพราะข้อกำหนดในสัญญาเป็นมูลอ้างอิงอยู่แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไข "ปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 |
| เขตอำนาจศาลฝ่ายเดียว | "ข้อพิพาทใด ๆ ให้อยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัด X เท่านั้น ตามที่บริษัทกำหนด" | "ข้อพิพาทให้ขึ้นศาลในภูมิลำเนาของจำเลย หรือศาลที่คู่สัญญาตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร" | อาจเข้าข่ายข้อตกลงที่ทำให้อีกฝ่ายเสียเปรียบเกินสมควรตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 (ไม่พบบทเฉพาะของ ป.วิ.พ. ที่ยืนยันได้ว่าให้อำนาจเพิกถอนข้อกำหนดเขตอำนาจศาลด้วยเหตุนี้) |
| โอนความเสี่ยงทั้งหมด | "ผู้ซื้อรับความเสี่ยงในสินค้าทันทีที่สัญญาเกิดขึ้น แม้ยังไม่ได้รับมอบ" | "ความเสี่ยงในสินค้าโอนเมื่อส่งมอบจริงและผู้ซื้อตรวจรับแล้ว" | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370 กำหนดว่า ในสัญญาต่างตอบแทนที่มุ่งก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่ง หากทรัพย์สูญหรือเสียหายโดยโทษลูกหนี้ไม่ได้ การสูญหรือเสียหายตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ จึงไม่ใช่บทที่กำหนดว่าความเสี่ยงโอนเมื่อส่งมอบเสมอไป |
| ข้อห้ามประกอบอาชีพ | "พนักงานที่ลาออกห้ามทำงานในอุตสาหกรรมเดียวกันทุกที่ในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี" | "ห้ามแข่งขันในรัศมี 50 กิโลเมตรจากสถานที่ทำงานเดิม ไม่เกิน 1 ปี สำหรับลูกค้าที่เคยติดต่อโดยตรง" | ข้อห้ามแข่งขันที่ไม่เป็นโมฆะแต่กว้างเกินสมควรอาจมีผลบังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5 ส่วนกรณีขัดต่อความสงบเรียบร้อยต้องพิจารณาการเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 แยกต่างหาก |
| ค่าเสียหายคงที่สูงเกิน | "ผู้ซื้อชำระค่าเสียหายคงที่ 500,000 บาทหากยกเลิกคำสั่งซื้อ ไม่ว่าสินค้าจะผลิตแล้วหรือไม่" | "ค่าเสียหายคงที่ประเมินจากต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง + กำไรที่คาดหวังตามสมควร" | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ไม่ได้กำหนดให้เบี้ยปรับต้องเท่ากับค่าเสียหายที่ประเมินไว้ล่วงหน้า แต่ให้ศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนโดยพิจารณาทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ |
| สละสิทธิทางกฎหมายโดยกว้าง | "ผู้ใช้บริการสละสิทธิเรียกร้องทั้งปวงรวมถึงสิทธิตามกฎหมายที่บังคับใช้ทุกฉบับ" | "คู่สัญญาตกลงระงับข้อพิพาทโดยการไกล่เกลี่ยก่อน 30 วัน ก่อนดำเนินคดี" | สิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 น่าจะสละล่วงหน้าโดยสัญญาสำเร็จรูปไม่ได้ เพราะเป็นกฎหมายที่มีลักษณะบังคับ (mandatory) [ต้องยืนยันมาตรา] |
จากการวิเคราะห์แนวคำพิพากษาและหลักการตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 LAS รวบรวม 10 เทคนิคเชิงปฏิบัติสำหรับการร่างสัญญาที่ "ยืนได้ในศาล"
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ