LAS SHARE

หนังสือมอบอำนาจ — ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมายครบถ้วน

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุง 8 เมษายน 2569

คุณไม่สามารถไปทำธุระที่ราชการได้ด้วยตนเอง จึงให้คนอื่นไปแทน — แต่ถ้าหนังสือมอบอำนาจไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธทันที และในกรณีที่ร้ายกว่านั้น ตัวแทนที่ได้รับอำนาจกว้างเกินไปอาจกระทำการที่เกินความประสงค์ของคุณแล้วผูกพันคุณตามกฎหมาย บทความนี้วิเคราะห์กฎหมายตัวแทนและหนังสือมอบอำนาจตาม ปพพ. มาตรา 797-814 อย่างละเอียด พร้อม Risk Assessment

สารบัญ
  1. หลักกฎหมายตัวแทน มาตรา 797-814
  2. ประเภทหนังสือมอบอำนาจ
  3. องค์ประกอบที่ต้องมี
  4. ขอบเขตอำนาจ: ทั่วไป vs เฉพาะการ
  5. การเพิกถอนอำนาจ
  6. สิทธิบุคคลที่สาม
  7. อากรแสตมป์
  8. LAS Risk Assessment
  9. FAQ 5 ข้อ
  10. ตัวอย่าง General vs Specific POA
  11. Apostille ระหว่างประเทศ

หลักกฎหมายตัวแทน

มาตรา 797 — นิยามตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่งเรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น" กิจการที่ตัวแทนได้ทำไปภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันตัวการโดยตรง

มาตรา 798 — แบบของสัญญาตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 บัญญัติว่า กิจการอันใดท่านบัญญัติไว้แต่ในมาตรานี้ว่า จะทำได้ก็แต่ต้องทำเป็นหนังสือ ท่านว่าการตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้น ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย กล่าวโดยสรุป หากนิติกรรมที่จะให้ตัวแทนทำต้องทำเป็นหนังสือ การมอบอำนาจก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

มาตรา 800 — ขอบอำนาจทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 บัญญัติว่า ถ้าให้ตัวแทนมีอำนาจทั่วไป ท่านว่าตัวแทนจะทำได้แต่เพียงการจัดการดูแลทรัพย์สินตามปกติ และการอื่นตามที่ระบุในมาตรา 801 วรรคหนึ่งเท่านั้น การมอบอำนาจทั่วไปที่ไม่ระบุชัดเจนจึงมีขอบเขตจำกัดมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ

มาตรา 801 — กิจการที่ต้องมอบอำนาจเฉพาะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 กำหนดรายการกิจการที่ตัวแทนจะทำได้ต่อเมื่อได้รับมอบอำนาจเฉพาะการ (Special Authority) ได้แก่

มาตรา 812 — ตัวแทนทำนอกขอบอำนาจ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 บัญญัติว่า ถ้าตัวแทนได้ทำกิจการนอกขอบแห่งอำนาจที่ได้รับมอบหมาย หรือทำกิจการที่มิได้รับมอบหมาย กิจการนั้นย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบัน (Ratification)

มาตรา 820 — ความรับผิดของตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 บัญญัติว่า ตัวการย่อมมีความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายซึ่งตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบแห่งอำนาจ

มาตรา 823 — ตัวแทนทำนอกขอบอำนาจ ผลต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 บัญญัติว่า ถ้าตัวแทนทำการโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกขอบแห่งอำนาจก็ดี และถ้าตัวการมิได้ให้สัตยาบัน กิจการนั้นไม่มีผลผูกพันตัวการ บุคคลภายนอกผู้ทำสัญญากับตัวแทนมีสิทธิเรียกให้ตัวแทนรับผิดได้ในฐานะส่วนตัว

มาตรา 826 — การสิ้นสุดของสัญญาตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 826 บัญญัติว่า อันสัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไปด้วยเหตุต่อไปนี้

มาตรา 828 — สิทธิถอนอำนาจตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 บัญญัติว่า ตัวการจะถอนอำนาจตัวแทนก็ได้ และตัวแทนจะบอกเลิกสัญญาตัวแทนก็ได้ในเวลาใดๆ แต่ฝ่ายที่ถอนอำนาจหรือบอกเลิกสัญญาในเวลาที่ไม่สมควร ต้องรับผิดในค่าเสียหายที่อีกฝ่ายได้รับ

มาตรา 831 — ผลของการถอนอำนาจต่อบุคคลที่สาม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 บัญญัติว่า บทบัญญัติในมาตราก่อน (มาตรา 828) หรือการสิ้นสุดของสัญญาตัวแทนด้วยเหตุอื่นอันตัวการทำให้เกิดขึ้น จะยกขึ้นต่อสู้กับบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รู้เห็นโดยสุจริตไม่ได้ เว้นแต่ตัวการได้ประกาศการถอนอำนาจหรือการสิ้นสุดนั้นในลักษณะที่เหมาะสมแล้ว

ประเภทหนังสือมอบอำนาจ

ประเภทลักษณะตัวอย่างการใช้อากรแสตมป์
มอบอำนาจเฉพาะครั้ง
(One-Time Specific)
ระบุกิจการเฉพาะเรื่องเดียว ครั้งเดียว มอบอำนาจยื่นภาษีประจำปีครั้งเดียว, มอบอำนาจไปรับเอกสารที่หน่วยงานหนึ่งครั้ง 10 บาท
มอบอำนาจเฉพาะการ
(Special Power of Attorney)
ระบุกิจการหลายเรื่องแต่เฉพาะเจาะจง มีขอบเขตชัดเจน มอบอำนาจจดทะเบียนบริษัท + เปิดบัญชีธนาคาร + ยื่น VAT, มอบอำนาจซื้อขายที่ดินแปลงเฉพาะ 30 บาท
มอบอำนาจทั่วไป
(General Power of Attorney)
มอบอำนาจดำเนินกิจการแทนในวงกว้าง แต่มีขีดจำกัดตาม ม.800-801 มอบอำนาจจัดการกิจการทั้งปวงของบริษัทในต่างประเทศ 30 บาท
มอบอำนาจถาวร
(Durable/Lasting Power of Attorney)
มีผลแม้ตัวการไร้ความสามารถ (ต้องระบุชัดว่าให้มีผลต่อเนื่อง) กรณีผู้สูงอายุมอบอำนาจล่วงหน้าจัดการทรัพย์สินก่อนป่วย 30 บาท

องค์ประกอบที่ต้องมีในหนังสือมอบอำนาจ

รายการที่ขาดไม่ได้

รายการที่ควรมีเพิ่มเติม

ขอบเขตอำนาจ: ทั่วไป vs เฉพาะการ

ความสำคัญของการกำหนดขอบเขต

การกำหนดขอบเขตอำนาจที่ถูกต้องในหนังสือมอบอำนาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสองประการ ประการแรก คือการปกป้องตัวการจากการที่ตัวแทนกระทำการเกินความประสงค์ ประการที่สอง คือการให้ตัวแทนมีอำนาจเพียงพอที่จะทำกิจการได้โดยไม่ถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่สาม

ข้อควรระวัง — กิจการที่ต้องมอบอำนาจเฉพาะเจาะจง (Special Authority) ตามมาตรา 801:

ตัวอย่างการเขียนขอบเขตอำนาจที่ถูกต้อง

กิจการเขียนไม่ถูกต้อง (กว้างเกิน)เขียนถูกต้อง (ชัดเจน)
ขายที่ดิน "มอบอำนาจให้ขายที่ดิน" "มอบอำนาจให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ [xxx] ตำบล [yyy] อำเภอ [zzz] จังหวัด [www] เนื้อที่ [x] ไร่ ในราคาไม่ต่ำกว่า [x] บาท พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์"
ถอนเงิน "มอบอำนาจให้จัดการบัญชีธนาคาร" "มอบอำนาจให้ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ [xxx] ธนาคาร [yyy] ในแต่ละครั้งไม่เกิน [x] บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน [y] บาท"
ดำเนินคดี "มอบอำนาจให้ดำเนินการทางกฎหมาย" "มอบอำนาจให้ฟ้องและว่าความคดีแพ่งต่อนาย [ชื่อ] เรื่องผิดสัญญากู้ยืมเงิน ลงวันที่ [xxx] ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ รวมถึงการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว"

การเพิกถอนอำนาจตัวแทน

สิทธิในการถอนอำนาจ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 ตัวการมีสิทธิถอนอำนาจจากตัวแทนได้ตลอดเวลา แม้ในสัญญาจะระบุว่าให้มีอำนาจตลอดกาลก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากการถอนอำนาจในเวลาที่ไม่สมควร (เช่น กำลังทำกิจการอยู่กลางคัน) ตัวการต้องรับผิดในค่าเสียหายที่ตัวแทนได้รับ

วิธีการถอนอำนาจที่ถูกต้อง

Risk High — ไม่แจ้งบุคคลที่สามเมื่อถอนอำนาจ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 ถ้าตัวการถอนอำนาจแล้วแต่ไม่แจ้งบุคคลที่สาม ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริตและไม่ทราบเรื่องการถอนอำนาจนั้น
Option A: แจ้งบุคคลที่สามเป็นลายลักษณ์อักษรทุกคนที่ตัวแทนติดต่อด้วย พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้ง
Option B: หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใคร ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันหนึ่งฉบับอย่างน้อย 1 ครั้ง

สิทธิของบุคคลที่สาม

หลักการคุ้มครองบุคคลที่สามโดยสุจริต

กฎหมายตัวแทนมีหลักการสำคัญในการคุ้มครองบุคคลที่สามที่กระทำโดยสุจริต ดังนี้

กรณีที่บุคคลที่สามได้รับความเสียหายจากตัวแทนเกินขอบอำนาจ

หากตัวแทนทำกิจการเกินขอบอำนาจและตัวการปฏิเสธการให้สัตยาบัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วรรคสอง บุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกให้ตัวแทนรับผิดในฐานะส่วนตัวได้ ซึ่งหมายความว่าตัวแทนต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วยทรัพย์สินของตนเอง ไม่ใช่ทรัพย์สินของตัวการ

อากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสาร (รวมถึงหนังสือมอบอำนาจ) ที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์หรือปิดไม่ครบไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้

ประเภทหนังสือมอบอำนาจอัตราอากรแสตมป์หมายเหตุ
มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการครั้งเดียว10 บาทใช้กับกิจการเล็กน้อยธรรมดา
มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการหลายกิจการหรือทำกิจการเสมอ30 บาทใช้กับมอบอำนาจทั่วไปหรือหลายกิจการ
มอบอำนาจให้บุคคลหลายคน30 บาทต่อคนคิดต่อผู้รับมอบอำนาจแต่ละคน
ขั้นตอนปิดอากรแสตมป์: ซื้ออากรแสตมป์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ หน่วยงานกรมสรรพากร หรือตัวแทนจำหน่าย แล้วปิดบนหนังสือมอบอำนาจ ขีดฆ่าด้วยลายเซ็นหรือตัวเลขวันที่ (ห้ามใช้ตราประทับขีดฆ่า)

LAS Risk Assessment — หนังสือมอบอำนาจ

ประเด็นระดับความเสี่ยงเหตุผลทางแก้
มอบอำนาจกว้างเกินไปโดยไม่จำกัดขอบเขต HIGH ตัวแทนอาจทำนิติกรรมที่ตัวการไม่ประสงค์ และผูกพันตัวการตามกฎหมาย ระบุกิจการ วงเงิน จำนวนครั้ง และระยะเวลาชัดเจน
ไม่แจ้งบุคคลที่สามเมื่อถอนอำนาจ HIGH ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริต (ม.831) แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐาน
ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ MEDIUM ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ม.118 ปรด.) ตรวจสอบอัตราและปิดให้ครบก่อนใช้
ไม่ระบุระยะเวลาหมดอายุ MEDIUM อาจถูกนำไปใช้หลังจากที่ตัวการลืมไปแล้ว ระบุวันหมดอายุ หรือ "ใช้ได้เพียง 30/60/90 วัน"
มอบอำนาจให้บุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ MEDIUM ตัวแทนอาจทุจริตหรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง ตรวจประวัติ พิจารณาความน่าเชื่อถือ จำกัดขอบเขตให้แคบ
ไม่มีพยานในหนังสือมอบอำนาจ LOW อาจถูกโต้แย้งความถูกต้องของการลงชื่อ ให้พยานอย่างน้อย 2 คนลงชื่อ พร้อมบัตรประชาชน

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: ตัวแทนทำนอกขอบอำนาจ ตัวการต้องรับผิดหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 ตัวการรับผิดเฉพาะกิจการที่ตัวแทนทำภายในขอบอำนาจที่ได้รับมอบ แต่ตามมาตรา 823 หากตัวแทนทำนอกขอบอำนาจและตัวการไม่ให้สัตยาบัน กิจการนั้นไม่ผูกพันตัวการ อย่างไรก็ตาม หากตัวการแสดงพฤติกรรมให้บุคคลที่สามเชื่อว่าตัวแทนมีอำนาจ (Apparent Authority) ตัวการอาจต้องรับผิดแม้ตัวแทนทำเกินขอบเขต ดังนั้น การกำหนดขอบเขตอำนาจให้ชัดเจนในหนังสือมอบอำนาจจึงเป็นการป้องกันตัวการที่ดีที่สุด
Q2: จะเพิกถอนหนังสือมอบอำนาจต้องทำอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 ตัวการมีสิทธิถอนอำนาจจากตัวแทนได้ตลอดเวลา โดย (1) ทำหนังสือถอนอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร (2) แจ้งตัวแทนโดยตรงพร้อมเก็บหลักฐาน (3) แจ้งบุคคลที่สามทุกคนที่ตัวแทนติดต่อด้วย สำคัญมากตามมาตรา 831 (4) ถ้าเกี่ยวกับงานราชการหรือธนาคาร แจ้งหน่วยงานนั้นโดยตรง (5) พยายามเรียกคืนต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจ หากถอนอำนาจในเวลาที่ไม่สมควรอาจต้องรับผิดค่าเสียหายแก่ตัวแทน
Q3: หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ติดอากรแสตมป์ใช้ได้หรือไม่?
หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ในทางปฏิบัติ บางหน่วยราชการยังรับหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว แต่ความเสี่ยงคือหากเกิดข้อพิพาทและต้องนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้เป็นพยานในศาล จะใช้ไม่ได้ ทำให้ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานอื่น ซึ่งยากและไม่แน่นอน ดังนั้นควรติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องเสมอ
Q4: มอบอำนาจทั่วไปครอบคลุมถึงการขายที่ดินหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 การโอน จำนอง หรือทำนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ เป็นกิจการที่ต้องมอบอำนาจเฉพาะการ (Special Power of Attorney) โดยระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น เลขโฉนดที่ดิน ที่ตั้ง ราคา และประเภทนิติกรรม การมอบอำนาจทั่วไปที่ระบุเพียงว่า "มอบอำนาจให้จัดการทรัพย์สินแทน" ไม่เพียงพอสำหรับการขายที่ดิน สำนักงานที่ดินจะปฏิเสธการจดทะเบียนหากหนังสือมอบอำนาจไม่ระบุรายละเอียดทรัพย์ชัดเจน
Q5: บุคคลที่สามเชื่อถือหนังสือมอบอำนาจที่เพิกถอนแล้วแต่ไม่รู้ ต้องรับผิดหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 ถ้าตัวการถอนอำนาจแล้วแต่ตัวแทนยังทำการอยู่ และบุคคลภายนอกสุจริตและไม่ทราบถึงการถอนอำนาจ ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น กฎหมายคุ้มครองบุคคลที่สามที่สุจริตมากกว่าตัวการที่ไม่แจ้ง ดังนั้น เมื่อถอนอำนาจตัวแทนแล้ว ตัวการต้องรีบแจ้งบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องทราบทันที มิฉะนั้นจะเป็นความเสี่ยงของตัวการเอง

ตัวอย่าง General POA vs Specific POA — เปรียบเทียบเชิงปฏิบัติ

มอบอำนาจทั่วไป (General Power of Attorney) — ขอบเขตและข้อจำกัด

หนังสือมอบอำนาจทั่วไปมอบอำนาจตัวแทนในการดำเนินการจัดการดูแลทรัพย์สินตามปกติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 แต่มีขอบเขตจำกัด กล่าวคือตัวแทนสามารถทำกิจการ "การจัดการตามปกติ" เท่านั้น เช่น รับส่งเอกสาร ดูแลทรัพย์สิน บำรุงรักษา และการอื่นที่ไม่ใช่กิจการตามมาตรา 801

ตัวอย่าง General POA สำหรับบริษัทที่มีผู้บริหารอยู่ต่างประเทศ:
"ข้าพเจ้า บริษัท ________ จำกัด โดย _________________ กรรมการผู้มีอำนาจ
ขอมอบอำนาจทั่วไปให้ นาย/นาง _________________ บัตรประชาชนเลขที่ _______________
มีอำนาจดำเนินการแทนในกิจการดังต่อไปนี้:
1. รับ-ส่งเอกสารและหนังสือราชการแทนบริษัท
2. ดูแลสถานที่ประกอบการของบริษัท
3. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการในเรื่องทั่วไป
4. ลงนามในเอกสารประจำวันที่ไม่ใช่สัญญาสำคัญ
ทั้งนี้ อำนาจนี้ไม่รวมถึงการขาย จำนอง ฟ้องคดี ถอนเงิน หรือกิจการตามมาตรา 801 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มีผลตั้งแต่วันที่ ___ ถึงวันที่ ___ (หรือจนกว่าจะถอนอำนาจ)"

มอบอำนาจเฉพาะการ (Specific Power of Attorney) — ตัวอย่างจริง

กิจการที่ต้องใช้ Specific POA ตามมาตรา 801 ต้องระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน ต่อไปนี้คือตัวอย่างสำหรับกิจการที่พบบ่อย

กิจการรายละเอียดที่ต้องระบุใน Specific POAหน่วยงานที่รับ
ขายที่ดิน โฉนดเลขที่ ___ ตำบล ___ อำเภอ ___ จังหวัด ___ เนื้อที่ ___ ไร่ ___ งาน ___ ตารางวา ราคาขายไม่น้อยกว่า ___ บาท ผู้ซื้อคือ ___ (หากทราบ) พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง สำนักงานที่ดิน
จดทะเบียนบริษัท ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท _________________ จำกัด ทุนจดทะเบียน ___ บาท พร้อมดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ยื่นภาษี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ประจำปีภาษี ___ พร้อมรับเอกสารและชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง สรรพากรพื้นที่
ถอนเงินธนาคาร ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์/กระแสรายวัน เลขที่ ___ ธนาคาร ___ สาขา ___ ในแต่ละครั้งไม่เกิน ___ บาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน ___ บาท ภายในวันที่ ___ ธนาคาร
ฟ้องคดี ฟ้องและว่าความคดีแพ่งหมายเลขดำ ___ ต่อ ___ ในศาล ___ รวมถึงการยื่นฟ้อง การให้การ การนำพยาน การโต้แย้ง และการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว ศาล

ความต้องการ Apostille — หนังสือมอบอำนาจระหว่างประเทศ

Apostille คืออะไร และเมื่อใดที่ต้องใช้

Apostille คือการรับรองเอกสารทางราชการให้มีผลในต่างประเทศ ตามอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 หนังสือมอบอำนาจที่จัดทำในไทยจะต้อง Apostille เมื่อ

ขั้นตอนการขอ Apostille สำหรับหนังสือมอบอำนาจในไทย

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานระยะเวลา
1. จัดทำหนังสือมอบอำนาจ ทำหนังสือมอบอำนาจเป็นภาษาไทย ลงนามพร้อมพยาน ติดอากรแสตมป์
2. รับรองโนตารีปับลิก (ถ้าจำเป็น) บางกรณีต้องผ่านโนตารีปับลิก (Notary Public) ซึ่งในไทยคือทนายความที่ได้รับอนุญาต สภาทนายความ 1-3 วัน
3. รับรองกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นขอรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล 1-5 วันทำการ (ปกติ) หรือ 1 วัน (ด่วน)
4. รับ Apostille กระทรวงการต่างประเทศออก Apostille Certificate แนบกับเอกสาร กระทรวงการต่างประเทศ รวมกับขั้น 3
5. แปลเอกสาร (ถ้าจำเป็น) หากประเทศปลายทางต้องการฉบับแปล ควรใช้ผู้แปลที่ได้รับรองและรับรองคำแปลด้วย ล่ามหรือผู้แปลรับรอง 1-3 วัน
หมายเหตุ Apostille: ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาเฮก (เช่น บางประเทศในอาเซียน) ต้องใช้กระบวนการรับรองทางการทูตแบบดั้งเดิม (Legalization) ผ่านสถานทูตของประเทศนั้นในไทย ซึ่งใช้เวลานานกว่า ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนเสมอ

กระบวนการเพิกถอนอำนาจอย่างสมบูรณ์ — Best Practice

การเพิกถอนอำนาจตัวแทนที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุของปัญหาที่พบบ่อย ตามหลักมาตรา 831 ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามสุจริต ดังนั้นกระบวนการถอนอำนาจที่ดีต้องทำดังนี้

ขั้นตอนรายละเอียดความสำคัญ
1. จัดทำหนังสือถอนอำนาจ ทำ Letter of Revocation ระบุวันที่มีผล ชื่อตัวแทน และขอบเขตที่ถอน สร้างหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
2. ส่งให้ตัวแทน ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือมือถึงมือพร้อมลงชื่อรับ พิสูจน์ว่าตัวแทนรับทราบแล้ว
3. แจ้งบุคคลที่สาม (สำคัญที่สุด) แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกบุคคล/หน่วยงานที่ตัวแทนเคยติดต่อในนามตัวการ เก็บหลักฐานการแจ้งทุกฉบับ ตัดความรับผิดตามมาตรา 831
4. แจ้งหน่วยงานราชการ แจ้งธนาคาร สรรพากร DBD หรือสำนักงานที่ดิน แล้วแต่กรณี ป้องกันตัวแทนใช้อำนาจกับหน่วยงานเหล่านี้ต่อไป
5. เรียกคืนต้นฉบับ ขอคืนหนังสือมอบอำนาจต้นฉบับจากตัวแทน หากปฏิเสธ บันทึกการปฏิเสธไว้เป็นหลักฐาน ป้องกันการนำไปใช้ต่อ
6. ประกาศหนังสือพิมพ์ (ถ้าจำเป็น) หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใครบ้าง ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน 1 ครั้ง เพื่อบอกล้างต่อสาธารณะ คุ้มครองตัวการกรณีตัวแทนติดต่อบุคคลที่ไม่ทราบ

การคุ้มครองบุคคลที่สาม — Estoppel Doctrine ในกฎหมายไทย

กฎหมายไทยรับรองหลักการคุ้มครองบุคคลที่สามที่สุจริต ซึ่งคล้ายกับ Estoppel Doctrine ในกฎหมาย Common Law ดังนี้

สรุป

หนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องและปลอดภัยต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจนและพอดีกับความต้องการ มีองค์ประกอบครบถ้วน ปิดอากรแสตมป์ครบ และมีระยะเวลาหมดอายุ ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการจัดการเมื่อถอนอำนาจให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการแจ้งบุคคลที่สาม เพราะกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่สามสุจริตเหนือตัวการที่ไม่แจ้ง การลงทุนทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะป้องกันปัญหาที่แก้ไขยากในอนาคต

← ตอนที่ 7 LAS SHARE 8/10 ตอนที่ 9 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.