LAS SHARE

หนังสือมอบอำนาจ — ทำอย่างไรให้ถูกกฎหมายครบถ้วน ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุง 8 เมษายน 2569

คุณไม่สามารถไปทำธุระที่ราชการได้ด้วยตนเอง จึงให้คนอื่นไปแทน — แต่ถ้าหนังสือมอบอำนาจไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธทันที และในกรณีที่ร้ายกว่านั้น ตัวแทนที่ได้รับอำนาจกว้างเกินไปอาจกระทำการที่เกินความประสงค์ของคุณแล้วผูกพันคุณตามกฎหมาย บทความนี้วิเคราะห์กฎหมายตัวแทนและหนังสือมอบอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 ถึงมาตรา 814 อย่างละเอียด พร้อม Risk Assessment

สารบัญ
  1. หลักกฎหมายตัวแทน มาตรา 797 ถึงมาตรา 814
  2. ประเภทหนังสือมอบอำนาจ
  3. องค์ประกอบที่ต้องมี
  4. ขอบเขตอำนาจ: ทั่วไปกับเฉพาะการ
  5. การเพิกถอนอำนาจ
  6. สิทธิบุคคลที่สาม
  7. อากรแสตมป์
  8. LAS Risk Assessment
  9. FAQ 5 ข้อ
  10. ตัวอย่าง General กับ Specific POA
  11. Apostille ระหว่างประเทศ

หลักกฎหมายตัวแทน

มาตรา 797 — นิยามตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่งเรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น" กิจการที่ตัวแทนได้ทำไปภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันตัวการโดยตรง

มาตรา 798 — แบบของสัญญาตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 บัญญัติว่า กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย กล่าวโดยสรุป หากนิติกรรมที่จะให้ตัวแทนทำต้องทำเป็นหนังสือ การมอบอำนาจก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย แต่หากนิติกรรมนั้นกฎหมายกำหนดเพียงว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ (เช่น สัญญากู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 653) การมอบอำนาจก็เพียงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเช่นกัน ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือเต็มรูปแบบ

มาตรา 800 — มอบอำนาจเฉพาะการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 วางหลักว่าถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ จะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป ไม่ใช่บทอำนาจทั่วไป

มาตรา 801 — มอบอำนาจทั่วไป และกิจการที่ทำไม่ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๐๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๘๐๑  ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง

      แต่การเช่นอย่างจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่ คือ

      (๑) ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์

      (๒) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่าสามปีขึ้นไป

      (๓) ให้

      (๔) ประนีประนอมยอมความ

      (๕) ยื่นฟ้องต่อศาล

      (๖) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา

อ่านมาตรา ๘๐๑ ในกล่องด้านบน วรรคสองมีอนุมาตรา (๑) ถึง (๖) อย่าเติมถอนเงินฝาก ค้ำประกัน หรือทำหนังสือสัญญาเข้าบัญชีนี้

มาตรา 812 — ความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 วางหลักว่าถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทน เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทน หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ตัวแทนจะต้องรับผิด มาตรานี้เป็นความรับผิดต่อตัวการ ไม่ใช่บทสัตยาบันต่อบุคคลภายนอก

มาตรา 820 — ความผูกพันของตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 บัญญัติว่า ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน (คำว่า “ผูกพัน” ครอบคลุมทั้งสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะความรับผิด)

มาตรา 823 — ตัวแทนทำนอกขอบอำนาจ ผลต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วางหลักว่าถ้าตัวแทนกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบัน ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ

มาตรา 826 — การสิ้นสุดของสัญญาตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 826 บัญญัติว่า อันสัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไปด้วยเหตุต่อไปนี้

ทั้งนี้ การระงับเพราะตาย ไร้ความสามารถ หรือล้มละลายข้างต้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับข้อสัญญาหรือสภาพแห่งกิจการนั้น (มาตรา 826 วรรคสอง) ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้หนังสือมอบอำนาจที่ระบุชัดเจนว่าให้มีผลต่อเนื่องแม้ตัวการไร้ความสามารถ (Durable POA) ยังคงมีผลใช้บังคับได้

มาตรา 827 — สิทธิถอนอำนาจตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 บัญญัติว่า ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ คู่สัญญาฝ่ายซึ่งถอนตัวแทนหรือบอกเลิกเป็นตัวแทนในเวลาที่ไม่สะดวกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องรับผิดต่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นในความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น เว้นแต่ในกรณีที่เป็นความจำเป็นอันมิอาจจะก้าวล่วงเสียได้

มาตรา 831 — ผลของการถอนอำนาจต่อบุคคลที่สาม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 บัญญัติว่า อันความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนนั้น ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต เว้นแต่บุคคลภายนอกหากไม่ทราบความนั้น เพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง (การที่ตัวการประกาศถอนอำนาจอย่างเหมาะสมเป็นเพียงวิธีปฏิบัติที่ช่วยพิสูจน์ว่าบุคคลภายนอกที่ยังไม่ทราบนั้นประมาทเลินเล่อเอง มิใช่ข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ตรง ๆ ในตัวบท)

ประเภทหนังสือมอบอำนาจ

ประเภทลักษณะตัวอย่างการใช้อากรแสตมป์
มอบอำนาจเฉพาะครั้ง
(One-Time Specific)
ระบุกิจการเฉพาะเรื่องเดียว ครั้งเดียว มอบอำนาจยื่นภาษีประจำปีครั้งเดียว, มอบอำนาจไปรับเอกสารที่หน่วยงานหนึ่งครั้ง 10 บาท
มอบอำนาจเฉพาะการ
(Special Power of Attorney)
ระบุกิจการหลายเรื่องแต่เฉพาะเจาะจง มีขอบเขตชัดเจน มอบอำนาจจดทะเบียนบริษัท + เปิดบัญชีธนาคาร + ยื่น VAT, มอบอำนาจซื้อขายที่ดินแปลงเฉพาะ 30 บาท
มอบอำนาจทั่วไป
(General Power of Attorney)
มอบอำนาจทั่วไปตามมาตรา 801 วรรคหนึ่ง แต่ห้ามกิจการ มาตรา 801 (1)–(6) ถ้าไม่มีอำนาจเฉพาะ มอบอำนาจจัดการกิจการทั้งปวงของบริษัทในต่างประเทศ 30 บาท
มอบอำนาจถาวร
(Durable/Lasting Power of Attorney)
มีผลแม้ตัวการไร้ความสามารถ (ต้องระบุชัดว่าให้มีผลต่อเนื่อง) — กฎหมายไทยไม่มีแบบหนังสือมอบอำนาจประเภทนี้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ อาศัยเพียงข้อยกเว้นในมาตรา 826 วรรคสอง ซึ่งหน่วยงาน/ธนาคารบางแห่งอาจไม่ยอมรับ ควรปรึกษาทนายความและพิจารณามาตรการทางเลือกอื่น เช่น การตั้งผู้พิทักษ์/ผู้อนุบาลล่วงหน้าตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] กรณีผู้สูงอายุมอบอำนาจล่วงหน้าจัดการทรัพย์สินก่อนป่วย 30 บาท

องค์ประกอบที่ต้องมีในหนังสือมอบอำนาจ

รายการที่ขาดไม่ได้

รายการที่ควรมีเพิ่มเติม

ขอบเขตอำนาจ: ทั่วไปกับเฉพาะการ

ความสำคัญของการกำหนดขอบเขต

การกำหนดขอบเขตอำนาจที่ถูกต้องในหนังสือมอบอำนาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสองประการ ประการแรก คือการปกป้องตัวการจากการที่ตัวแทนกระทำการเกินความประสงค์ ประการที่สอง คือการให้ตัวแทนมีอำนาจเพียงพอที่จะทำกิจการได้โดยไม่ถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่สาม

ข้อควรระวัง — กิจการที่อำนาจทั่วไปทำไม่ได้ตามมาตรา 801 วรรคสอง:

ตัวอย่างการเขียนขอบเขตอำนาจที่ถูกต้อง

กิจการเขียนไม่ถูกต้อง (กว้างเกิน)เขียนถูกต้อง (ชัดเจน)
ขายที่ดิน "มอบอำนาจให้ขายที่ดิน" "มอบอำนาจให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ [xxx] ตำบล [yyy] อำเภอ [zzz] จังหวัด [www] เนื้อที่ [x] ไร่ ในราคาไม่ต่ำกว่า [x] บาท พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์"
ถอนเงิน "มอบอำนาจให้จัดการบัญชีธนาคาร" "มอบอำนาจให้ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ [xxx] ธนาคาร [yyy] ในแต่ละครั้งไม่เกิน [x] บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน [y] บาท"
ดำเนินคดี "มอบอำนาจให้ดำเนินการทางกฎหมาย" "มอบอำนาจให้ฟ้องและว่าความคดีแพ่งต่อนาย [ชื่อ] เรื่องผิดสัญญากู้ยืมเงิน ลงวันที่ [xxx] ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ รวมถึงการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว"

การเพิกถอนอำนาจตัวแทน

สิทธิในการถอนอำนาจ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 ตัวการมีสิทธิถอนอำนาจจากตัวแทนได้ตลอดเวลา แม้ในสัญญาจะระบุว่าให้มีอำนาจตลอดกาลก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากการถอนอำนาจในเวลาที่ไม่สมควร (เช่น กำลังทำกิจการอยู่กลางคัน) ตัวการต้องรับผิดในค่าเสียหายที่ตัวแทนได้รับ

วิธีการถอนอำนาจที่ถูกต้อง

Risk High — ไม่แจ้งบุคคลที่สามเมื่อถอนอำนาจ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 ถ้าตัวการถอนอำนาจแล้วแต่ไม่แจ้งบุคคลที่สาม ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริตและไม่ทราบเรื่องการถอนอำนาจนั้น
Option A: แจ้งบุคคลที่สามเป็นลายลักษณ์อักษรทุกคนที่ตัวแทนติดต่อด้วย พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้ง
Option B: หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใคร ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันหนึ่งฉบับอย่างน้อย 1 ครั้ง

สิทธิของบุคคลที่สาม

หลักการคุ้มครองบุคคลที่สามโดยสุจริต

กฎหมายตัวแทนมีหลักการสำคัญในการคุ้มครองบุคคลที่สามที่กระทำโดยสุจริต ดังนี้

กรณีที่บุคคลที่สามได้รับความเสียหายจากตัวแทนเกินขอบอำนาจ

หากตัวแทนทำกิจการเกินขอบอำนาจและตัวการปฏิเสธการให้สัตยาบัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วรรคสอง บุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกให้ตัวแทนรับผิดในฐานะส่วนตัวได้ ซึ่งหมายความว่าตัวแทนต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วยทรัพย์สินของตนเอง ไม่ใช่ทรัพย์สินของตัวการ

อากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสาร (รวมถึงหนังสือมอบอำนาจ) ที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์หรือปิดไม่ครบไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้

ประเภทหนังสือมอบอำนาจอัตราอากรแสตมป์หมายเหตุ
มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการครั้งเดียว10 บาทใช้กับกิจการเล็กน้อยธรรมดา
มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการหลายกิจการหรือทำกิจการเสมอ30 บาทใช้กับมอบอำนาจทั่วไปหรือหลายกิจการ
มอบอำนาจให้บุคคลหลายคน30 บาทต่อคนคิดต่อผู้รับมอบอำนาจแต่ละคน
ขั้นตอนปิดอากรแสตมป์: ซื้ออากรแสตมป์ได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ หน่วยงานกรมสรรพากร หรือตัวแทนจำหน่าย แล้วปิดบนหนังสือมอบอำนาจ ขีดฆ่าด้วยลายเซ็นหรือตัวเลขวันที่ (ห้ามใช้ตราประทับขีดฆ่า)

LAS Risk Assessment — หนังสือมอบอำนาจ

ประเด็นระดับความเสี่ยงเหตุผลทางแก้
มอบอำนาจกว้างเกินไปโดยไม่จำกัดขอบเขต HIGH ตัวแทนอาจทำนิติกรรมที่ตัวการไม่ประสงค์ และผูกพันตัวการตามกฎหมาย ระบุกิจการ วงเงิน จำนวนครั้ง และระยะเวลาชัดเจน
ไม่แจ้งบุคคลที่สามเมื่อถอนอำนาจ HIGH ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริต (มาตรา 831) แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐาน
ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ MEDIUM ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (มาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร) ตรวจสอบอัตราและปิดให้ครบก่อนใช้
ไม่ระบุระยะเวลาหมดอายุ MEDIUM อาจถูกนำไปใช้หลังจากที่ตัวการลืมไปแล้ว ระบุวันหมดอายุ หรือ "ใช้ได้เพียง 30/60/90 วัน"
มอบอำนาจให้บุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ MEDIUM ตัวแทนอาจทุจริตหรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง ตรวจประวัติ พิจารณาความน่าเชื่อถือ จำกัดขอบเขตให้แคบ
ไม่มีพยานในหนังสือมอบอำนาจ LOW อาจถูกโต้แย้งความถูกต้องของการลงชื่อ ให้พยานอย่างน้อย 2 คนลงชื่อ พร้อมบัตรประชาชน

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: ตัวแทนทำนอกขอบอำนาจ ตัวการต้องรับผิดหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 การที่ตัวแทนทำโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการให้สัตยาบัน ถ้าไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพัง เว้นแต่บุคคลภายนอกได้รู้อยู่ว่าตนทำโดยปราศจากอำนาจ ความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการเพราะประมาท ไม่ทำการ หรือทำนอกอำนาจอยู่ที่มาตรา 812 ไม่ใช่บทสัตยาบัน
Q2: จะเพิกถอนหนังสือมอบอำนาจต้องทำอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 ตัวการมีสิทธิถอนอำนาจจากตัวแทนได้ตลอดเวลา โดย (1) ทำหนังสือถอนอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษร (2) แจ้งตัวแทนโดยตรงพร้อมเก็บหลักฐาน (3) แจ้งบุคคลที่สามทุกคนที่ตัวแทนติดต่อด้วย สำคัญมากตามมาตรา 831 (4) ถ้าเกี่ยวกับงานราชการหรือธนาคาร แจ้งหน่วยงานนั้นโดยตรง (5) พยายามเรียกคืนต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจ หากถอนอำนาจในเวลาที่ไม่สมควรอาจต้องรับผิดค่าเสียหายแก่ตัวแทน
Q3: หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ติดอากรแสตมป์ใช้ได้หรือไม่?
หนังสือมอบอำนาจที่ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ในทางปฏิบัติ บางหน่วยราชการยังรับหนังสือมอบอำนาจดังกล่าว แต่ความเสี่ยงคือหากเกิดข้อพิพาทและต้องนำหนังสือมอบอำนาจไปใช้เป็นพยานในศาล จะใช้ไม่ได้ ทำให้ต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานอื่น ซึ่งยากและไม่แน่นอน ดังนั้นควรติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องเสมอ
Q4: มอบอำนาจทั่วไปครอบคลุมถึงการขายที่ดินหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 วรรคสอง (1) อำนาจทั่วไปจะขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ ต้องมีอำนาจเฉพาะ การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่าสามปีอยู่ที่อนุมาตรา (2) อย่าขยายบัญชีเป็น “นิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด”
Q5: บุคคลที่สามเชื่อถือหนังสือมอบอำนาจที่เพิกถอนแล้วแต่ไม่รู้ ต้องรับผิดหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 ถ้าตัวการถอนอำนาจแล้วแต่ตัวแทนยังทำการอยู่ และบุคคลภายนอกสุจริตและไม่ทราบถึงการถอนอำนาจ ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกนั้น กฎหมายคุ้มครองบุคคลที่สามที่สุจริตมากกว่าตัวการที่ไม่แจ้ง ดังนั้น เมื่อถอนอำนาจตัวแทนแล้ว ตัวการต้องรีบแจ้งบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องทราบทันที มิฉะนั้นจะเป็นความเสี่ยงของตัวการเอง

ตัวอย่าง General POA กับ Specific POA — เปรียบเทียบเชิงปฏิบัติ

มอบอำนาจทั่วไป (General Power of Attorney) — ขอบเขตและข้อจำกัด

หนังสือมอบอำนาจทั่วไปมอบอำนาจตัวแทนในการดำเนินการจัดการดูแลทรัพย์สินตามปกติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 แต่มีขอบเขตจำกัด กล่าวคือตัวแทนสามารถทำกิจการ "การจัดการตามปกติ" เท่านั้น เช่น รับส่งเอกสาร ดูแลทรัพย์สิน บำรุงรักษา และการอื่นที่ไม่ใช่กิจการตามมาตรา 801

ตัวอย่าง General POA สำหรับบริษัทที่มีผู้บริหารอยู่ต่างประเทศ:
"ข้าพเจ้า บริษัท ________ จำกัด โดย _________________ กรรมการผู้มีอำนาจ
ขอมอบอำนาจทั่วไปให้ นาย/นาง _________________ บัตรประชาชนเลขที่ _______________
มีอำนาจดำเนินการแทนในกิจการดังต่อไปนี้:
1. รับ-ส่งเอกสารและหนังสือราชการแทนบริษัท
2. ดูแลสถานที่ประกอบการของบริษัท
3. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการในเรื่องทั่วไป
4. ลงนามในเอกสารประจำวันที่ไม่ใช่สัญญาสำคัญ
ทั้งนี้ อำนาจนี้ไม่รวมถึงการขาย จำนอง ฟ้องคดี ถอนเงิน หรือกิจการตามมาตรา 801 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มีผลตั้งแต่วันที่ ___ ถึงวันที่ ___ (หรือจนกว่าจะถอนอำนาจ)"

มอบอำนาจเฉพาะการ (Specific Power of Attorney) — ตัวอย่างจริง

กิจการที่ต้องใช้ Specific POA ตามมาตรา 801 ต้องระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน ต่อไปนี้คือตัวอย่างสำหรับกิจการที่พบบ่อย

กิจการรายละเอียดที่ต้องระบุใน Specific POAหน่วยงานที่รับ
ขายที่ดิน โฉนดเลขที่ ___ ตำบล ___ อำเภอ ___ จังหวัด ___ เนื้อที่ ___ ไร่ ___ งาน ___ ตารางวา ราคาขายไม่น้อยกว่า ___ บาท ผู้ซื้อคือ ___ (หากทราบ) พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง สำนักงานที่ดิน
จดทะเบียนบริษัท ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท _________________ จำกัด ทุนจดทะเบียน ___ บาท พร้อมดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ยื่นภาษี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ประจำปีภาษี ___ พร้อมรับเอกสารและชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง สรรพากรพื้นที่
ถอนเงินธนาคาร ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์/กระแสรายวัน เลขที่ ___ ธนาคาร ___ สาขา ___ ในแต่ละครั้งไม่เกิน ___ บาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน ___ บาท ภายในวันที่ ___ ธนาคาร
ฟ้องคดี ฟ้องและว่าความคดีแพ่งหมายเลขดำ ___ ต่อ ___ ในศาล ___ รวมถึงการยื่นฟ้อง การให้การ การนำพยาน การโต้แย้ง และการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว ศาล

ความต้องการ Apostille — หนังสือมอบอำนาจระหว่างประเทศ

Apostille คืออะไร และเมื่อใดที่ต้องใช้

Apostille คือการรับรองเอกสารทางราชการให้มีผลในต่างประเทศ ตามอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารต่างประเทศ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ตามที่เคยเข้าใจ จนกว่าอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย หนังสือมอบอำนาจที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ตามขั้นตอนเดิม (โนตารี/กรมการกงสุล/สถานทูต) ไม่ใช่การขอ Apostille — ให้ตรวจสอบวันที่อนุสัญญามีผลต่อไทยจากตารางสถานะของ HCCH ก่อนอ้างอิง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับไทยแล้ว หนังสือมอบอำนาจที่จัดทำในไทยจะต้อง Apostille เมื่อ

ขั้นตอนการขอ Apostille สำหรับหนังสือมอบอำนาจในไทย (เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับไทยแล้ว — ปัจจุบันยังไม่มีผล ใช้กระบวนการรับรองนิติกรณ์แบบเดิม)

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานระยะเวลา
1. จัดทำหนังสือมอบอำนาจ ทำหนังสือมอบอำนาจเป็นภาษาไทย ลงนามพร้อมพยาน ติดอากรแสตมป์ — —
2. รับรองโนตารีปับลิก (ถ้าจำเป็น) บางกรณีต้องผ่านโนตารีปับลิก (Notary Public) ซึ่งในไทยคือทนายความที่ได้รับอนุญาต สภาทนายความ 1-3 วัน
3. รับรองกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นขอรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมการกงสุล 1-5 วันทำการ (ปกติ) หรือ 1 วัน (ด่วน)
4. รับ Apostille กระทรวงการต่างประเทศออก Apostille Certificate แนบกับเอกสาร กระทรวงการต่างประเทศ รวมกับขั้น 3
5. แปลเอกสาร (ถ้าจำเป็น) หากประเทศปลายทางต้องการฉบับแปล ควรใช้ผู้แปลที่ได้รับรองและรับรองคำแปลด้วย ล่ามหรือผู้แปลรับรอง 1-3 วัน
หมายเหตุ Apostille: ประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาเฮก (เช่น บางประเทศในอาเซียน) ต้องใช้กระบวนการรับรองทางการทูตแบบดั้งเดิม (Legalization) ผ่านสถานทูตของประเทศนั้นในไทย ซึ่งใช้เวลานานกว่า ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนเสมอ

กระบวนการเพิกถอนอำนาจอย่างสมบูรณ์ — Best Practice

การเพิกถอนอำนาจตัวแทนที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุของปัญหาที่พบบ่อย ตามหลักมาตรา 831 ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามสุจริต ดังนั้นกระบวนการถอนอำนาจที่ดีต้องทำดังนี้

ขั้นตอนรายละเอียดความสำคัญ
1. จัดทำหนังสือถอนอำนาจ ทำ Letter of Revocation ระบุวันที่มีผล ชื่อตัวแทน และขอบเขตที่ถอน สร้างหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
2. ส่งให้ตัวแทน ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือมือถึงมือพร้อมลงชื่อรับ พิสูจน์ว่าตัวแทนรับทราบแล้ว
3. แจ้งบุคคลที่สาม (สำคัญที่สุด) แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกบุคคล/หน่วยงานที่ตัวแทนเคยติดต่อในนามตัวการ เก็บหลักฐานการแจ้งทุกฉบับ ตัดความรับผิดตามมาตรา 831
4. แจ้งหน่วยงานราชการ แจ้งธนาคาร สรรพากร DBD หรือสำนักงานที่ดิน แล้วแต่กรณี ป้องกันตัวแทนใช้อำนาจกับหน่วยงานเหล่านี้ต่อไป
5. เรียกคืนต้นฉบับ ขอคืนหนังสือมอบอำนาจต้นฉบับจากตัวแทน หากปฏิเสธ บันทึกการปฏิเสธไว้เป็นหลักฐาน ป้องกันการนำไปใช้ต่อ
6. ประกาศหนังสือพิมพ์ (ถ้าจำเป็น) หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใครบ้าง ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน 1 ครั้ง เพื่อบอกล้างต่อสาธารณะ คุ้มครองตัวการกรณีตัวแทนติดต่อบุคคลที่ไม่ทราบ

การคุ้มครองบุคคลที่สาม — Estoppel Doctrine ในกฎหมายไทย

กฎหมายไทยรับรองหลักการคุ้มครองบุคคลที่สามที่สุจริต ซึ่งคล้ายกับ Estoppel Doctrine ในกฎหมาย Common Law ดังนี้

สรุป

หนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องและปลอดภัยต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจนและพอดีกับความต้องการ มีองค์ประกอบครบถ้วน ปิดอากรแสตมป์ครบ และมีระยะเวลาหมดอายุ ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการจัดการเมื่อถอนอำนาจให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการแจ้งบุคคลที่สาม เพราะกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่สามสุจริตเหนือตัวการที่ไม่แจ้ง การลงทุนทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะป้องกันปัญหาที่แก้ไขยากในอนาคต

← ตอนที่ 7 LAS SHARE 8/10 ตอนที่ 9 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.