✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุง 8 เมษายน 2569
คุณไม่สามารถไปทำธุระที่ราชการได้ด้วยตนเอง จึงให้คนอื่นไปแทน — แต่ถ้าหนังสือมอบอำนาจไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะปฏิเสธทันที และในกรณีที่ร้ายกว่านั้น ตัวแทนที่ได้รับอำนาจกว้างเกินไปอาจกระทำการที่เกินความประสงค์ของคุณแล้วผูกพันคุณตามกฎหมาย บทความนี้วิเคราะห์กฎหมายตัวแทนและหนังสือมอบอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 ถึงมาตรา 814 อย่างละเอียด พร้อม Risk Assessment
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่งเรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น" กิจการที่ตัวแทนได้ทำไปภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันตัวการโดยตรง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 บัญญัติว่า กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย กิจการอันใดท่านบังคับไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย กล่าวโดยสรุป หากนิติกรรมที่จะให้ตัวแทนทำต้องทำเป็นหนังสือ การมอบอำนาจก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย แต่หากนิติกรรมนั้นกฎหมายกำหนดเพียงว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ (เช่น สัญญากู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 653) การมอบอำนาจก็เพียงต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือเช่นกัน ไม่จำต้องทำเป็นหนังสือเต็มรูปแบบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 วางหลักว่าถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ จะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป ไม่ใช่บทอำนาจทั่วไป
มาตรา ๘๐๑ ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง
แต่การเช่นอย่างจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่ คือ
(๑) ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์
(๒) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่าสามปีขึ้นไป
(๓) ให้
(๔) ประนีประนอมยอมความ
(๕) ยื่นฟ้องต่อศาล
(๖) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา
อ่านมาตรา ๘๐๑ ในกล่องด้านบน วรรคสองมีอนุมาตรา (๑) ถึง (๖) อย่าเติมถอนเงินฝาก ค้ำประกัน หรือทำหนังสือสัญญาเข้าบัญชีนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812 วางหลักว่าถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทน เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทน หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ ตัวแทนจะต้องรับผิด มาตรานี้เป็นความรับผิดต่อตัวการ ไม่ใช่บทสัตยาบันต่อบุคคลภายนอก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 บัญญัติว่า ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน (คำว่า “ผูกพัน” ครอบคลุมทั้งสิทธิและหน้าที่ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เฉพาะความรับผิด)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วางหลักว่าถ้าตัวแทนกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบัน ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ตัวแทนต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 826 บัญญัติว่า อันสัญญาตัวแทนย่อมระงับสิ้นไปด้วยเหตุต่อไปนี้
ทั้งนี้ การระงับเพราะตาย ไร้ความสามารถ หรือล้มละลายข้างต้น เว้นแต่จะปรากฏว่าขัดกับข้อสัญญาหรือสภาพแห่งกิจการนั้น (มาตรา 826 วรรคสอง) ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้หนังสือมอบอำนาจที่ระบุชัดเจนว่าให้มีผลต่อเนื่องแม้ตัวการไร้ความสามารถ (Durable POA) ยังคงมีผลใช้บังคับได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 บัญญัติว่า ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ คู่สัญญาฝ่ายซึ่งถอนตัวแทนหรือบอกเลิกเป็นตัวแทนในเวลาที่ไม่สะดวกแก่อีกฝ่ายหนึ่ง จะต้องรับผิดต่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นในความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น เว้นแต่ในกรณีที่เป็นความจำเป็นอันมิอาจจะก้าวล่วงเสียได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 บัญญัติว่า อันความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทนนั้น ท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริต เว้นแต่บุคคลภายนอกหากไม่ทราบความนั้น เพราะความประมาทเลินเล่อของตนเอง (การที่ตัวการประกาศถอนอำนาจอย่างเหมาะสมเป็นเพียงวิธีปฏิบัติที่ช่วยพิสูจน์ว่าบุคคลภายนอกที่ยังไม่ทราบนั้นประมาทเลินเล่อเอง มิใช่ข้อยกเว้นที่บัญญัติไว้ตรง ๆ ในตัวบท)
| ประเภท | ลักษณะ | ตัวอย่างการใช้ | อากรแสตมป์ |
|---|---|---|---|
| มอบอำนาจเฉพาะครั้ง (One-Time Specific) |
ระบุกิจการเฉพาะเรื่องเดียว ครั้งเดียว | มอบอำนาจยื่นภาษีประจำปีครั้งเดียว, มอบอำนาจไปรับเอกสารที่หน่วยงานหนึ่งครั้ง | 10 บาท |
| มอบอำนาจเฉพาะการ (Special Power of Attorney) |
ระบุกิจการหลายเรื่องแต่เฉพาะเจาะจง มีขอบเขตชัดเจน | มอบอำนาจจดทะเบียนบริษัท + เปิดบัญชีธนาคาร + ยื่น VAT, มอบอำนาจซื้อขายที่ดินแปลงเฉพาะ | 30 บาท |
| มอบอำนาจทั่วไป (General Power of Attorney) |
มอบอำนาจทั่วไปตามมาตรา 801 วรรคหนึ่ง แต่ห้ามกิจการ มาตรา 801 (1)–(6) ถ้าไม่มีอำนาจเฉพาะ | มอบอำนาจจัดการกิจการทั้งปวงของบริษัทในต่างประเทศ | 30 บาท |
| มอบอำนาจถาวร (Durable/Lasting Power of Attorney) |
มีผลแม้ตัวการไร้ความสามารถ (ต้องระบุชัดว่าให้มีผลต่อเนื่อง) — กฎหมายไทยไม่มีแบบหนังสือมอบอำนาจประเภทนี้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ อาศัยเพียงข้อยกเว้นในมาตรา 826 วรรคสอง ซึ่งหน่วยงาน/ธนาคารบางแห่งอาจไม่ยอมรับ ควรปรึกษาทนายความและพิจารณามาตรการทางเลือกอื่น เช่น การตั้งผู้พิทักษ์/ผู้อนุบาลล่วงหน้าตามกฎหมาย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | กรณีผู้สูงอายุมอบอำนาจล่วงหน้าจัดการทรัพย์สินก่อนป่วย | 30 บาท |
การกำหนดขอบเขตอำนาจที่ถูกต้องในหนังสือมอบอำนาจมีความสำคัญอย่างยิ่งสองประการ ประการแรก คือการปกป้องตัวการจากการที่ตัวแทนกระทำการเกินความประสงค์ ประการที่สอง คือการให้ตัวแทนมีอำนาจเพียงพอที่จะทำกิจการได้โดยไม่ถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่สาม
| กิจการ | เขียนไม่ถูกต้อง (กว้างเกิน) | เขียนถูกต้อง (ชัดเจน) |
|---|---|---|
| ขายที่ดิน | "มอบอำนาจให้ขายที่ดิน" | "มอบอำนาจให้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ [xxx] ตำบล [yyy] อำเภอ [zzz] จังหวัด [www] เนื้อที่ [x] ไร่ ในราคาไม่ต่ำกว่า [x] บาท พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์" |
| ถอนเงิน | "มอบอำนาจให้จัดการบัญชีธนาคาร" | "มอบอำนาจให้ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์เลขที่ [xxx] ธนาคาร [yyy] ในแต่ละครั้งไม่เกิน [x] บาท รวมทั้งหมดไม่เกิน [y] บาท" |
| ดำเนินคดี | "มอบอำนาจให้ดำเนินการทางกฎหมาย" | "มอบอำนาจให้ฟ้องและว่าความคดีแพ่งต่อนาย [ชื่อ] เรื่องผิดสัญญากู้ยืมเงิน ลงวันที่ [xxx] ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้ รวมถึงการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว" |
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827 ตัวการมีสิทธิถอนอำนาจจากตัวแทนได้ตลอดเวลา แม้ในสัญญาจะระบุว่าให้มีอำนาจตลอดกาลก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากการถอนอำนาจในเวลาที่ไม่สมควร (เช่น กำลังทำกิจการอยู่กลางคัน) ตัวการต้องรับผิดในค่าเสียหายที่ตัวแทนได้รับ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 831 ถ้าตัวการถอนอำนาจแล้วแต่ไม่แจ้งบุคคลที่สาม ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริตและไม่ทราบเรื่องการถอนอำนาจนั้น
Option A: แจ้งบุคคลที่สามเป็นลายลักษณ์อักษรทุกคนที่ตัวแทนติดต่อด้วย พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้ง
Option B: หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใคร ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันหนึ่งฉบับอย่างน้อย 1 ครั้ง
กฎหมายตัวแทนมีหลักการสำคัญในการคุ้มครองบุคคลที่สามที่กระทำโดยสุจริต ดังนี้
หากตัวแทนทำกิจการเกินขอบอำนาจและตัวการปฏิเสธการให้สัตยาบัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 วรรคสอง บุคคลภายนอกมีสิทธิเรียกให้ตัวแทนรับผิดในฐานะส่วนตัวได้ ซึ่งหมายความว่าตัวแทนต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วยทรัพย์สินของตนเอง ไม่ใช่ทรัพย์สินของตัวการ
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตราสาร (รวมถึงหนังสือมอบอำนาจ) ที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์หรือปิดไม่ครบไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้
| ประเภทหนังสือมอบอำนาจ | อัตราอากรแสตมป์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการครั้งเดียว | 10 บาท | ใช้กับกิจการเล็กน้อยธรรมดา |
| มอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวทำกิจการหลายกิจการหรือทำกิจการเสมอ | 30 บาท | ใช้กับมอบอำนาจทั่วไปหรือหลายกิจการ |
| มอบอำนาจให้บุคคลหลายคน | 30 บาทต่อคน | คิดต่อผู้รับมอบอำนาจแต่ละคน |
| ประเด็น | ระดับความเสี่ยง | เหตุผล | ทางแก้ |
|---|---|---|---|
| มอบอำนาจกว้างเกินไปโดยไม่จำกัดขอบเขต | HIGH | ตัวแทนอาจทำนิติกรรมที่ตัวการไม่ประสงค์ และผูกพันตัวการตามกฎหมาย | ระบุกิจการ วงเงิน จำนวนครั้ง และระยะเวลาชัดเจน |
| ไม่แจ้งบุคคลที่สามเมื่อถอนอำนาจ | HIGH | ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามที่สุจริต (มาตรา 831) | แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐาน |
| ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ | MEDIUM | ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (มาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร) | ตรวจสอบอัตราและปิดให้ครบก่อนใช้ |
| ไม่ระบุระยะเวลาหมดอายุ | MEDIUM | อาจถูกนำไปใช้หลังจากที่ตัวการลืมไปแล้ว | ระบุวันหมดอายุ หรือ "ใช้ได้เพียง 30/60/90 วัน" |
| มอบอำนาจให้บุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ | MEDIUM | ตัวแทนอาจทุจริตหรือใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง | ตรวจประวัติ พิจารณาความน่าเชื่อถือ จำกัดขอบเขตให้แคบ |
| ไม่มีพยานในหนังสือมอบอำนาจ | LOW | อาจถูกโต้แย้งความถูกต้องของการลงชื่อ | ให้พยานอย่างน้อย 2 คนลงชื่อ พร้อมบัตรประชาชน |
หนังสือมอบอำนาจทั่วไปมอบอำนาจตัวแทนในการดำเนินการจัดการดูแลทรัพย์สินตามปกติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 แต่มีขอบเขตจำกัด กล่าวคือตัวแทนสามารถทำกิจการ "การจัดการตามปกติ" เท่านั้น เช่น รับส่งเอกสาร ดูแลทรัพย์สิน บำรุงรักษา และการอื่นที่ไม่ใช่กิจการตามมาตรา 801
กิจการที่ต้องใช้ Specific POA ตามมาตรา 801 ต้องระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน ต่อไปนี้คือตัวอย่างสำหรับกิจการที่พบบ่อย
| กิจการ | รายละเอียดที่ต้องระบุใน Specific POA | หน่วยงานที่รับ |
|---|---|---|
| ขายที่ดิน | โฉนดเลขที่ ___ ตำบล ___ อำเภอ ___ จังหวัด ___ เนื้อที่ ___ ไร่ ___ งาน ___ ตารางวา ราคาขายไม่น้อยกว่า ___ บาท ผู้ซื้อคือ ___ (หากทราบ) พร้อมดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง | สำนักงานที่ดิน |
| จดทะเบียนบริษัท | ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท _________________ จำกัด ทุนจดทะเบียน ___ บาท พร้อมดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทดังกล่าว | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| ยื่นภาษี | ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) ประจำปีภาษี ___ พร้อมรับเอกสารและชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง | สรรพากรพื้นที่ |
| ถอนเงินธนาคาร | ถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์/กระแสรายวัน เลขที่ ___ ธนาคาร ___ สาขา ___ ในแต่ละครั้งไม่เกิน ___ บาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน ___ บาท ภายในวันที่ ___ | ธนาคาร |
| ฟ้องคดี | ฟ้องและว่าความคดีแพ่งหมายเลขดำ ___ ต่อ ___ ในศาล ___ รวมถึงการยื่นฟ้อง การให้การ การนำพยาน การโต้แย้ง และการประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าว | ศาล |
Apostille คือการรับรองเอกสารทางราชการให้มีผลในต่างประเทศ ตามอนุสัญญาเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารต่างประเทศ ประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวที่มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ตามที่เคยเข้าใจ จนกว่าอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย หนังสือมอบอำนาจที่จะใช้ในต่างประเทศยังต้องผ่านการรับรองนิติกรณ์ตามขั้นตอนเดิม (โนตารี/กรมการกงสุล/สถานทูต) ไม่ใช่การขอ Apostille — ให้ตรวจสอบวันที่อนุสัญญามีผลต่อไทยจากตารางสถานะของ HCCH ก่อนอ้างอิง [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เมื่ออนุสัญญามีผลบังคับใช้กับไทยแล้ว หนังสือมอบอำนาจที่จัดทำในไทยจะต้อง Apostille เมื่อ
| ขั้นตอน | รายละเอียด | หน่วยงาน | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| 1. จัดทำหนังสือมอบอำนาจ | ทำหนังสือมอบอำนาจเป็นภาษาไทย ลงนามพร้อมพยาน ติดอากรแสตมป์ | — | — |
| 2. รับรองโนตารีปับลิก (ถ้าจำเป็น) | บางกรณีต้องผ่านโนตารีปับลิก (Notary Public) ซึ่งในไทยคือทนายความที่ได้รับอนุญาต | สภาทนายความ | 1-3 วัน |
| 3. รับรองกระทรวงการต่างประเทศ | ยื่นขอรับรองเอกสารที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ | กรมการกงสุล | 1-5 วันทำการ (ปกติ) หรือ 1 วัน (ด่วน) |
| 4. รับ Apostille | กระทรวงการต่างประเทศออก Apostille Certificate แนบกับเอกสาร | กระทรวงการต่างประเทศ | รวมกับขั้น 3 |
| 5. แปลเอกสาร (ถ้าจำเป็น) | หากประเทศปลายทางต้องการฉบับแปล ควรใช้ผู้แปลที่ได้รับรองและรับรองคำแปลด้วย | ล่ามหรือผู้แปลรับรอง | 1-3 วัน |
การเพิกถอนอำนาจตัวแทนที่ไม่สมบูรณ์เป็นสาเหตุของปัญหาที่พบบ่อย ตามหลักมาตรา 831 ตัวการยังต้องรับผิดต่อบุคคลที่สามสุจริต ดังนั้นกระบวนการถอนอำนาจที่ดีต้องทำดังนี้
| ขั้นตอน | รายละเอียด | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. จัดทำหนังสือถอนอำนาจ | ทำ Letter of Revocation ระบุวันที่มีผล ชื่อตัวแทน และขอบเขตที่ถอน | สร้างหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร |
| 2. ส่งให้ตัวแทน | ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือมือถึงมือพร้อมลงชื่อรับ | พิสูจน์ว่าตัวแทนรับทราบแล้ว |
| 3. แจ้งบุคคลที่สาม (สำคัญที่สุด) | แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกบุคคล/หน่วยงานที่ตัวแทนเคยติดต่อในนามตัวการ เก็บหลักฐานการแจ้งทุกฉบับ | ตัดความรับผิดตามมาตรา 831 |
| 4. แจ้งหน่วยงานราชการ | แจ้งธนาคาร สรรพากร DBD หรือสำนักงานที่ดิน แล้วแต่กรณี | ป้องกันตัวแทนใช้อำนาจกับหน่วยงานเหล่านี้ต่อไป |
| 5. เรียกคืนต้นฉบับ | ขอคืนหนังสือมอบอำนาจต้นฉบับจากตัวแทน หากปฏิเสธ บันทึกการปฏิเสธไว้เป็นหลักฐาน | ป้องกันการนำไปใช้ต่อ |
| 6. ประกาศหนังสือพิมพ์ (ถ้าจำเป็น) | หากไม่ทราบว่าตัวแทนติดต่อกับใครบ้าง ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน 1 ครั้ง เพื่อบอกล้างต่อสาธารณะ | คุ้มครองตัวการกรณีตัวแทนติดต่อบุคคลที่ไม่ทราบ |
กฎหมายไทยรับรองหลักการคุ้มครองบุคคลที่สามที่สุจริต ซึ่งคล้ายกับ Estoppel Doctrine ในกฎหมาย Common Law ดังนี้
หนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องและปลอดภัยต้องระบุขอบเขตอำนาจชัดเจนและพอดีกับความต้องการ มีองค์ประกอบครบถ้วน ปิดอากรแสตมป์ครบ และมีระยะเวลาหมดอายุ ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการจัดการเมื่อถอนอำนาจให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการแจ้งบุคคลที่สาม เพราะกฎหมายคุ้มครองบุคคลที่สามสุจริตเหนือตัวการที่ไม่แจ้ง การลงทุนทำหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะป้องกันปัญหาที่แก้ไขยากในอนาคต
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.