LAS SHARE

การโอนหุ้นบริษัทจำกัด — ขั้นตอนและข้อจำกัดครบถ้วน ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุง 8 เมษายน 2569

หุ้นบริษัทจำกัดไม่ได้โอนกันได้ง่ายเหมือนโอนเงิน — มีทั้งขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องทำตามลำดับ ข้อจำกัดในข้อบังคับบริษัทที่ต้องตรวจก่อน ภาระภาษีที่คำนวณให้ถูกต้อง และการยื่นเอกสารต่อ DBD ที่มีกำหนดเวลา บทความนี้วิเคราะห์กระบวนการทั้งหมดอย่างครบถ้วนตาม LAS Risk Methodology

สารบัญ
  1. หลักกฎหมายหุ้นบริษัทจำกัด
  2. 4 ขั้นตอนการโอนหุ้น
  3. ข้อจำกัดการโอนหุ้น
  4. Preemptive Rights และ ROFR
  5. อากรแสตมป์และภาษี
  6. การยื่น DBD
  7. LAS Risk Assessment
  8. FAQ 5 ข้อ
  9. ตัวอย่างคำนวณอากรแสตมป์
  10. การบันทึกสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น

หลักกฎหมายหุ้นบริษัทจำกัด

มาตรา 1108 (4) ไม่ใช่บทห้ามหุ้นผู้ถือ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1108 เป็นกิจการในที่ประชุมตั้งบริษัท อนุมาตรา (4) คือการวางกำหนดจำนวนหุ้นบุริมสิทธิ ทั้งกำหนดสภาพและบุริมสิทธิแห่งหุ้นนั้น ๆ ถ้าหากจะมีหุ้นเช่นนั้น ไม่ใช่บทที่ว่าบริษัทจำกัดออกหุ้นระบุชื่อเท่านั้น ในใบหุ้น มาตรา 1128 (5) ให้ระบุชื่อผู้ถือหุ้น หรือคำแถลงว่าได้ออกใบหุ้นนั้นให้แก่ผู้ถือ ดังนั้นอย่าเขียนว่ากฎหมายห้ามหุ้นผู้ถือโดยสิ้นเชิงจากมาตรา 1108 (4)

มาตรา 1129 — หลักเกณฑ์การโอนหุ้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๒๙ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๑๑๒๙  อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

      การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่ง ตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

      การโอนเช่นนี้จะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น

อ่านมาตรา ๑๑๒๙ ในกล่องด้านบนทั้งสามวรรค อย่าแยกวรรคในรายการแล้วย่อคำ

ความสำคัญของ "เว้นแต่ข้อบังคับจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น"

ข้อยกเว้นในวรรคหนึ่งใช้กับหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นที่ข้อบังคับกำหนดเป็นอย่างอื่นเท่านั้น ไม่ใช่บทสลักหลังและส่งมอบ ข้อบังคับจึงยังเป็นเอกสารแรกที่ต้องตรวจก่อนโอนหุ้นระบุชื่อ

ใบหุ้นชนิดระบุชื่อกับใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์วางหลักเกณฑ์ของใบหุ้นสองชนิดไว้แตกต่างกัน ดังนี้

ประเด็นใบหุ้นชนิดระบุชื่อใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ
การออกใบหุ้น บริษัทต้องทำใบหุ้นมอบให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน (มาตรา 1127) และใบหุ้นต้องมีรายการตามมาตรา 1128 ซึ่งรวมถึงจำนวนเงินที่ชำระแล้วต่อหุ้นในกรณีที่ยังชำระไม่เต็มมูลค่า ออกได้เฉพาะเมื่อข้อบังคับของบริษัทอนุญาตไว้ และเฉพาะหุ้นที่ชำระเต็มมูลค่าแล้ว (มาตรา 1134)
การโอน การโอนต้องทำตามแบบ และจะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกได้เมื่อจดแจ้งในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว (มาตรา 1129 วรรคสองและวรรคสาม) โอนกันได้เพียงด้วยการส่งมอบใบหุ้นแก่กัน (มาตรา 1135)
การจำนำ การจำนำทำโดยส่งมอบใบหุ้นแก่ผู้รับจำนำ (มาตรา 747) และจะยกขึ้นต่อสู้บริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการจำนำไว้ในสมุดของบริษัทแล้ว (มาตรา 753) การจำนำทำโดยส่งมอบใบหุ้นแก่ผู้รับจำนำ (มาตรา 747)

4 ขั้นตอนการโอนหุ้นบริษัทจำกัด

1ตรวจสอบข้อบังคับบริษัทและข้อจำกัดการโอน

อ่านข้อบังคับบริษัทฉบับล่าสุดที่จดทะเบียนกับ DBD อย่างละเอียด ตรวจสอบว่ามีข้อกำหนดใดต่อไปนี้หรือไม่

2จัดทำหนังสือโอนหุ้น (Share Transfer Agreement)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือลงลายมือผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานอย่างน้อยหนึ่งคน ย่อมเป็นโมฆะ ตราสารต้องแถลงเลขหมายหุ้นด้วย รายการปฏิบัติที่มักระบุในหนังสือโอนมีดังนี้

3จดแจ้งในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสาม การโอนเช่นนี้จะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น รายการปฏิบัติที่มักบันทึกเพิ่มมีดังนี้

การจดแจ้งในสมุดทะเบียนเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่จดแจ้ง ผู้รับโอนยังไม่ถือว่าเป็นผู้ถือหุ้นในฐานะที่ใช้ยันบุคคลภายนอกได้ ไม่สามารถออกเสียงในที่ประชุมหรือรับเงินปันผลในฐานะผู้ถือหุ้นได้

4ยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อ DBD

กรรมการมีหน้าที่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ โดยบัญชีรายชื่อแสดงผู้ที่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในเวลาที่ประชุมและผู้ที่ขาดจากเป็นผู้ถือหุ้นนับแต่การประชุมสามัญครั้งก่อน และมีรายการตามมาตรา 1138 ทุกประการ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง) ตัวบทมิได้กำหนดให้ยื่นบัญชีรายชื่อฉบับใหม่ทุกครั้งที่มีการโอนหุ้น การโอนระหว่างปีจึงปรากฏในบัญชีรายชื่อฉบับถัดไป ส่วนการยื่นบัญชีรายชื่อที่ปรับปรุงแล้วก่อนกำหนดดังกล่าวเป็นเรื่องแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ปัจจุบันสามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Filing ได้

ข้อจำกัดการโอนหุ้น (Transfer Restrictions)

ประเภทของข้อจำกัดในข้อบังคับ

ประเภทข้อจำกัดลักษณะผลทางกฎหมาย
Board Approval
(ต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการ)
ก่อนโอนต้องยื่นขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท กรรมการมีเวลา X วันในการพิจารณา ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคหนึ่ง ส่วนข้อกำหนดว่าคณะกรรมการต้องมีเหตุผลอันสมควรในการปฏิเสธนั้นอนุมานจากหลักสุจริตทั่วไป (ป.พ.พ. มาตรา 5) และหน้าที่ตามกฎหมายของกรรมการ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168) มิใช่บทบัญญัติเฉพาะในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129
ROFR
(Right of First Refusal)
ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนในราคาและเงื่อนไขเดียวกับที่จะขายให้บุคคลภายนอก ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถือหุ้นเดิมมีเวลาตามกำหนดในการตัดสินใจ ถ้าไม่ใช้สิทธิถือว่าสละสิทธิ
Drag-Along Rights ผู้ถือหุ้นรายใหญ่สามารถบังคับให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยขายหุ้นพร้อมกันได้ ต้องระบุเงื่อนไขชัดเจน เช่น ราคาขั้นต่ำ สัดส่วนผู้ถือหุ้นที่ยินยอม
Tag-Along Rights ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีสิทธิขายหุ้นพร้อมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในราคาเดียวกัน คุ้มครองผู้ถือหุ้นรายย่อย ไม่ให้ถูกทิ้งไว้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่ตนไม่รู้จัก
Lock-Up Period ห้ามโอนหุ้นในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 12-24 เดือนหลังจัดตั้งบริษัทหรือหลัง Investment ชอบด้วยกฎหมาย แต่ต้องระบุระยะเวลาและเงื่อนไขยกเว้นชัดเจน

Preemptive Rights และ ROFR — ความแตกต่างที่สำคัญ

Preemptive Rights (สิทธิจองซื้อหุ้นใหม่)

Preemptive Rights คือสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมที่จะได้รับข้อเสนอให้จองซื้อหุ้นใหม่ที่บริษัทออกเพิ่มทุนตามสัดส่วนหุ้นที่ถือครองอยู่ สิทธินี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องผู้ถือหุ้นเดิมจากการถูก Dilute (ลดสัดส่วนการถือหุ้น) เมื่อบริษัทเพิ่มทุน

ในกฎหมายไทย บริษัทจำกัดต้องเสนอหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ถือหุ้นเดิมทุกรายตามส่วนจำนวนหุ้นที่แต่ละรายถืออยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 และหุ้นที่ผู้ถือหุ้นไม่รับซื้อ กรรมการจะขายให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือจะรับซื้อไว้เองก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 เช่นกัน ส่วนบริษัทมหาชนจำกัดนั้น พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 137 ให้เสนอขายหุ้นที่เพิ่มขึ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามส่วนก่อน หรือเสนอขายต่อประชาชนหรือบุคคลอื่นก็ได้ ตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น จึงมิได้บังคับให้ต้องให้ Preemptive Rights แก่ผู้ถือหุ้นเดิมเสมอไป

ROFR (Right of First Refusal) — สิทธิซื้อก่อน

ROFR แตกต่างจาก Preemptive Rights ตรงที่ ROFR เกี่ยวกับการโอนหุ้นที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่หุ้นใหม่ กล่าวคือ เมื่อผู้ถือหุ้นคนหนึ่งต้องการขายหุ้นของตน ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นก่อนในราคาและเงื่อนไขเดียวกับที่จะขายให้บุคคลภายนอก

ตัวอย่างกลไก ROFR ในทางปฏิบัติ:
  1. ผู้ถือหุ้น A ได้รับข้อเสนอจาก X ราคา 1,000 บาทต่อหุ้น
  2. A ต้องแจ้งบริษัทและผู้ถือหุ้นเดิมว่าต้องการขายหุ้น พร้อมราคาและเงื่อนไขที่ได้รับ
  3. ผู้ถือหุ้นเดิม B และ C มีสิทธิซื้อหุ้นของ A ในราคา 1,000 บาทต่อหุ้นเดียวกัน ภายใน 30 วัน (หรือตามที่ข้อบังคับกำหนด)
  4. หาก B และ C ไม่ใช้สิทธิภายในกำหนด A จึงขายให้ X ได้ในราคาเดิม
  5. หาก A ขายให้ X ในราคาต่ำกว่าที่แจ้งไว้ ต้องทำกระบวนการ ROFR ใหม่

อากรแสตมป์และภาษีที่เกี่ยวข้อง

อากรแสตมป์การโอนหุ้น

ตราสารโอนหุ้นต้องติดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือมูลค่าหุ้นที่โอน แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการโอนหุ้น

กำไรจากการโอนหุ้น (Capital Gain) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (4)(ช) ซึ่งรวมอยู่ในฐานภาษีเงินได้ของผู้โอน ผู้โอนหุ้นบริษัทจำกัดที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องนำกำไรนี้ไปรวมคำนวณและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ ไม่ได้รับยกเว้นภาษี การยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นมีเฉพาะกรณีขายหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET/mai) ผ่านตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น จึงควรปรึกษานักบัญชีก่อนทำธุรกรรม

ภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีนิติบุคคลเป็นผู้โอน

หากนิติบุคคลเป็นผู้โอนหุ้น กำไรจากการโอน (ราคาขาย หักด้วยต้นทุนหุ้นที่ถือครอง) ถือเป็นรายได้ของบริษัทที่ต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิ

ประเภทภาษีผู้รับผิดชอบอัตรา/หมายเหตุ
อากรแสตมป์ ผู้โอน (หรือผู้รับโอน ตามข้อตกลง) 1 บาทต่อ 1,000 บาทของมูลค่าหุ้นที่โอน
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้โอน (บุคคลธรรมดา) กำไรรวมในฐานภาษีเงินได้ตามมาตรา 40 (4)(ช) ประมวลรัษฎากร
ภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้โอน (นิติบุคคล) กำไรรวมเป็นรายได้บริษัท ภาษี 20% ของกำไรสุทธิ
VAT ผู้โอน โดยปกติการโอนหุ้นไม่อยู่ในขอบเขต VAT แต่ควรตรวจสอบกับนักบัญชี
Risk High — การโอนหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาด

กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีตามราคาตลาดที่แท้จริง ไม่ใช่ราคาที่ระบุในสัญญา โดยเฉพาะกรณีโอนระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน
Option A: จ้างบริษัทประเมินมูลค่าหุ้น (Valuation) ก่อนโอน เพื่อสร้างหลักฐานราคาตลาด
Option B: หากโอนราคาต่ำมีเหตุผล เช่น โอนให้ทายาท ให้บันทึกเหตุผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน

การยื่น DBD และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)

บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) คือสำเนาบัญชีรายชื่อที่กรรมการต้องส่งไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง) มิใช่เอกสารที่ตัวบทกำหนดให้ยื่นทุกครั้งหลังการโอนหุ้น ปัจจุบันสามารถยื่นผ่าน DBD e-Filing ที่ https://efiling.dbd.go.th ได้ ส่วนรายการเอกสารด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติที่ควรตรวจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนยื่น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับยื่น DBD

กำหนดการยื่น

กำหนดเวลาส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง คืออย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ มิใช่สิบสี่วันนับแต่วันโอนหุ้น ส่วนมาตรา 1129 ซึ่งว่าด้วยการโอนหุ้นมิได้กำหนดเวลายื่นบัญชีรายชื่อไว้ แบบ บอจ.5 และวิธียื่นเป็นแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ควรตรวจจากคู่มือปัจจุบันของกรม

LAS Risk Assessment — การโอนหุ้นบริษัทจำกัด

ประเด็นระดับความเสี่ยงเหตุผลทางแก้
ไม่ตรวจข้อบังคับก่อนโอน HIGH การโอนอาจผิดข้อบังคับ บริษัทปฏิเสธจดแจ้งได้ ตรวจข้อบังคับฉบับล่าสุดจาก DBD ก่อนทำธุรกรรม
โอนหุ้นโดยไม่ปฏิบัติตาม ROFR HIGH ผู้ถือหุ้นเดิมฟ้องเพิกถอนการโอนหรือเรียกค่าเสียหายได้ ทำตามกระบวนการ ROFR ครบถ้วน มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่จดแจ้งในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น HIGH ผู้รับโอนใช้สิทธิผู้ถือหุ้นไม่ได้ ออกเสียงในที่ประชุมไม่ได้ รับปันผลไม่ได้ จดแจ้งทันทีหลังลงนามหนังสือโอน
ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดไม่ครบ MEDIUM ตราสารที่ไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรครบ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) คำนวณและติดอากรแสตมป์ให้ครบก่อนลงนาม
โอนราคาต่ำกว่าตลาดโดยไม่มีเหตุผล MEDIUM สรรพากรประเมินภาษีตามราคาตลาดได้ จัดทำ Valuation Report ก่อนโอน
ไม่ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ตามกำหนดในมาตรา 1139 วรรคสอง LOW ข้อมูลที่นายทะเบียนไม่ตรงกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และกรรมการที่ไม่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อตามมาตรา 1139 วรรคสอง มีความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 26 ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ ผ่าน DBD e-Filing

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: โอนหุ้นโดยไม่แจ้งกรรมการ มีผลหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคหนึ่ง หุ้นย่อมโอนได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่หุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นที่ข้อบังคับกำหนดเป็นอย่างอื่น วรรคสองทำให้การโอนหุ้นระบุชื่อเป็นโมฆะถ้าไม่ทำเป็นหนังสือลงลายมือผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคน วรรคสามจะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจดแจ้งชื่อและสำนักผู้รับโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้น
Q2: ROFR คืออะไร และข้อบังคับบังคับใช้ได้หรือไม่?
Right of First Refusal (ROFR) คือข้อตกลงในข้อบังคับที่กำหนดว่าก่อนผู้ถือหุ้นจะโอนหุ้นให้บุคคลภายนอก ต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อนในราคาและเงื่อนไขเดียวกัน ข้อตกลงนี้ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคหนึ่ง ซึ่งอนุญาตให้ข้อบังคับกำหนดข้อจำกัดการโอนหุ้นได้ หากผู้ถือหุ้นฝ่าฝืน ROFR ผู้ถือหุ้นเดิมที่เสียสิทธิมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือขอให้ศาลเพิกถอนการโอนได้
Q3: อากรแสตมป์การโอนหุ้นคำนวณอย่างไร?
ตราสารโอนหุ้นต้องติดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือมูลค่าหุ้นที่โอน แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ตัวอย่าง หากโอนหุ้น 1,000 หุ้น ราคาพาร์ 100 บาท รวม 100,000 บาท ค่าอากรแสตมป์ = 100 บาท (100,000 ÷ 1,000 × 1) หากตราสารโอนหุ้นไม่ได้ปิดอากรแสตมป์หรือปิดไม่ครบ ตราสารนั้นจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราและขีดฆ่าแล้ว ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
Q4: การโอนหุ้นในราคาต่ำกว่ามูลค่าจริงมีปัญหาภาษีหรือไม่?
ใช่ กรมสรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีตามราคาตลาดที่แท้จริงของหุ้น ไม่ใช่ราคาที่ระบุในสัญญาโอนหุ้น หากพิสูจน์ได้ว่าราคาโอนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร สรรพากรอาจประเมินภาษีส่วนต่างได้ โดยเฉพาะกรณีโอนหุ้นระหว่างบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น ญาติพี่น้องหรือบริษัทในเครือ ดังนั้นควรจัดทำ Valuation Report โดยผู้ประเมินอิสระก่อนทำธุรกรรมเสมอ
Q5: ต้องยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อ DBD ภายในกี่วัน?
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง กำหนดให้กรรมการส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ กำหนดนี้มิได้นับจากวันโอนหุ้น และตัวบทมิได้กำหนดให้ยื่นบัญชีรายชื่อฉบับใหม่ทุกครั้งที่มีการโอน กรรมการที่ไม่ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อตามมาตรา 1139 วรรคสอง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 26 ส่วนบริษัทที่ไม่มีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1138 หรือไม่รักษาสมุดทะเบียน หรือไม่เปิดสมุดทะเบียนให้ผู้ถือหุ้นดูเมื่อผู้ถือหุ้นร้องขอตามมาตรา 1139 วรรคหนึ่ง มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินสองหมื่นบาท ตามมาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

ตัวอย่างการคำนวณอากรแสตมป์การโอนหุ้น

สูตรและตัวอย่างการคำนวณ

อากรแสตมป์ = เศษขึ้นของ (มูลค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาโอนกับมูลค่าพาร์ที่ชำระแล้ว ÷ 1,000) บาท

กรณีตัวอย่างรายละเอียดวิธีคำนวณอากรแสตมป์ที่ต้องติด
กรณีที่ 1
โอนตามราคาพาร์
โอน 1,000 หุ้น ราคาพาร์ 100 บาท/หุ้น ราคาโอน = 100,000 บาท (เท่ากับพาร์) 100,000 ÷ 1,000 = 100 100 บาท
กรณีที่ 2
โอนเกินราคาพาร์
โอน 1,000 หุ้น ราคาพาร์ 100 บาท ราคาโอน = 500,000 บาท (พรีเมียม) ใช้ราคาโอน 500,000 (สูงกว่า) ÷ 1,000 = 500 500 บาท
กรณีที่ 3
โอนต่ำกว่าราคาพาร์
โอน 1,000 หุ้น ราคาพาร์ 100 บาท ราคาโอน = 50,000 บาท (ต่ำกว่าพาร์) ใช้ราคาพาร์ที่ชำระแล้ว 100,000 (สูงกว่า) ÷ 1,000 = 100 100 บาท
กรณีที่ 4
โอนหุ้นจำนวนมาก
โอน 50,000 หุ้น ราคาพาร์ 10 บาท ราคาโอน = 10,000,000 บาท 10,000,000 ÷ 1,000 = 10,000 10,000 บาท
กรณีที่ 5
มูลค่าไม่ลงตัว 1,000
โอน 100 หุ้น ราคาพาร์ 10 บาท ราคาโอน = 2,500 บาท 2,500 ÷ 1,000 = 2.5 → ปัดขึ้นเป็น 3 3 บาท
สำคัญ — กรณีหุ้นยังชำระไม่ครบมูลค่า: หากหุ้นชำระมูลค่าแล้วไม่ครบ 100% (เช่น ชำระ 25% ของราคาพาร์) มูลค่าที่ใช้คิดอากรแสตมป์คือมูลค่าที่ชำระแล้วจริง ไม่ใช่มูลค่าพาร์เต็ม ตัวอย่าง หุ้นราคาพาร์ 100 บาท ชำระแล้ว 25 บาท/หุ้น = ใช้ 25 บาทต่อหุ้นในการคำนวณ

การบันทึกสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น — รายละเอียดที่ต้องมี

รายการที่ต้องบันทึกในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (Share Register)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสาม กำหนดให้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น รายการอื่นในตารางเป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่บัญชีที่มาตรานี้บัญญัติครบทุกช่อง

ส่วนรายการที่ต้องบันทึกความสำคัญ
ก่อนโอน (ผู้โอน) ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ของผู้ถือหุ้นเดิม, จำนวนหุ้นที่ถือ, เลขหมายหุ้น, วันที่ได้รับโอนมา เป็นฐานข้อมูลก่อนการโอน พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ
รายการโอน วันที่โอน, จำนวนหุ้นที่โอน, เลขหมายหุ้นที่โอน, ราคาโอน (ไม่บังคับแต่แนะนำ) บันทึกธุรกรรม เป็นหลักฐานสำคัญ
หลังโอน (ผู้รับโอน) ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ของผู้รับโอน, จำนวนหุ้นที่รับโอน, เลขหมายหุ้น, วันที่จดแจ้ง จดแจ้งชื่อและสำนักผู้รับโอนตามมาตรา 1129 วรรคสาม จึงจะใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกได้
ลายมือชื่อ ลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจหรือผู้จัดการที่จดแจ้ง รับรองความถูกต้องของการจดแจ้ง

ตัวอย่างรูปแบบสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น

ตัวอย่างการบันทึก:
วันที่ 1 มกราคม 2569 — รับจดแจ้งการโอนหุ้น
ผู้โอน: A ที่อยู่: ___ บัตรประชาชนเลขที่: ___
ผู้รับโอน: B ที่อยู่: ___ บัตรประชาชนเลขที่: ___
จำนวนหุ้นที่โอน: 5,000 หุ้น หมายเลขหุ้น: 1001-6000
หลังโอน: A คงเหลือ 0 หุ้น | B ถือรวม 10,000 หุ้น
ลงนามจดแจ้ง: _________________ กรรมการผู้มีอำนาจ

ตราสารการโอน สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)

สัญญาซื้อขายหุ้นที่ไม่ครบแบบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง เช่น ไม่มีพยานรับรองลายมือชื่อ ยังก่อให้เกิดหนี้ระหว่างคู่สัญญา แต่การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อย่อมเป็นโมฆะ (มาตรา 152) จึงควรให้พยานลงชื่อในตราสารพร้อมกับคู่สัญญา เพราะตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงว่าการที่พยานลงชื่อภายหลังทำให้การโอนครบแบบหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

การโอนที่ครบแบบแล้วต้องจดแจ้งในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งบริษัทจำกัดต้องมีตามมาตรา 1138 และกรรมการต้องร่วมกันจัดให้มีและรักษาไว้ให้เรียบร้อย (มาตรา 1168 (2)) บริษัทอาจไม่ยอมรับจดทะเบียนการโอนหุ้นที่เงินค่าหุ้นที่เรียกแล้วยังค้างชำระ (มาตรา 1130) และอาจปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในระหว่างสิบสี่วันก่อนการประชุมใหญ่สามัญ (มาตรา 1131) นอกจากกรณีดังกล่าวและข้อจำกัดในข้อบังคับตามมาตรา 1129 วรรคหนึ่ง เมื่อบริษัทไม่ยอมจดแจ้งการโอนที่ทำถูกต้องตามแบบ ผู้รับโอนชอบที่จะฟ้องบริษัทต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อบังคับให้จดแจ้งการโอน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55)

สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานที่กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าถูกต้องในข้อความที่กฎหมายบังคับหรือให้อำนาจให้ลงในทะเบียน (ป.พ.พ. มาตรา 1141) ข้อสันนิษฐานนี้จึงอาจหักล้างได้ ส่วนแบบ บอจ.5 คือสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่กรรมการมีหน้าที่ส่งไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญ (มาตรา 1139 วรรคสอง) บัญชีรายชื่อนี้มิใช่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและไม่ทำให้การโอนที่เป็นโมฆะกลับสมบูรณ์ การจดแจ้งการโอนในสมุดทะเบียนจึงไม่ต้องรอบัญชีรายชื่อ

ข้อจำกัดการโอนหุ้นในข้อบังคับ — ตัวอย่างที่พบบ่อย

ประเภทข้อจำกัดตัวอย่างข้อความในข้อบังคับผลที่ตามมา
Board Approval Clause "การโอนหุ้นใด ๆ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อน โดยคณะกรรมการมีสิทธิปฏิเสธการโอนหากผู้รับโอนเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์" กรรมการมีอำนาจปิดกั้น อาจเป็นปัญหาหากกรรมการใช้อำนาจโดยมิชอบ
ROFR Clause "ก่อนโอนหุ้นให้บุคคลภายนอก ผู้ถือหุ้นต้องเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมในราคาเดียวกัน ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิซื้อภายใน 30 วันนับจากวันรับแจ้ง" คุ้มครองผู้ถือหุ้นเดิม ป้องกันบุคคลภายนอกที่ไม่ต้องการเข้ามา
Family Transfer Exception "ข้อจำกัดข้างต้นไม่ใช้บังคับกับการโอนหุ้นให้แก่คู่สมรส บุตร หรือผู้สืบสันดานโดยตรงของผู้ถือหุ้น" อนุญาตการโอนมรดกและการวางแผนทรัพย์สินครอบครัว
Lock-Up Clause "ผู้ถือหุ้นรายใดก็ตามห้ามโอนหุ้นใด ๆ ภายในระยะเวลา 24 เดือนนับจากวันที่ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเป็นเอกฉันท์จากผู้ถือหุ้นทุกคน" ป้องกัน Early Exit ของผู้ก่อตั้ง เพิ่มความมั่นใจนักลงทุน

Preemptive Rights — กลไกการใช้สิทธิในทางปฏิบัติ

เมื่อบริษัทจำกัดออกหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 กำหนดให้ต้องเสนอหุ้นที่ออกใหม่แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ กระบวนการที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติพิเศษให้เพิ่มทุน บริษัทจำกัดเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นใหม่ได้โดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1220 ซึ่งต้องได้คะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 มติคณะกรรมการเพียงลำพังจึงอนุมัติการเพิ่มทุนไม่ได้ และบริษัทต้องจดทะเบียนมติพิเศษนั้นภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ลงมติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1228 รายละเอียดที่ต้องกำหนด ได้แก่ จำนวนหุ้นใหม่ ราคาเสนอขาย และเงื่อนไขการชำระ
  2. แจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นหนังสือ ระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละคนชอบที่จะซื้อได้ตามส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ราคา และกำหนดวันว่าถ้าพ้นวันนั้นไปมิได้มีคำสนองมาจะถือว่าไม่รับซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 และหนังสือบอกกล่าวต้องลงวันเดือนปีและลายมือชื่อของกรรมการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1223
  3. ผู้ถือหุ้นเดิมแจ้งความประสงค์จองซื้อ ภายในวันที่กำหนดในหนังสือบอกกล่าว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 ไม่ได้กำหนดจำนวนวันไว้ จึงควรกำหนดระยะเวลาให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาพิจารณาพอสมควรและสอดคล้องกับข้อบังคับของบริษัท
  4. หากมีหุ้นเหลือ เมื่อพ้นวันที่กำหนดหรือผู้ถือหุ้นแจ้งว่าไม่รับซื้อ กรรมการจะเอาหุ้นนั้นขายให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือจะรับซื้อไว้เองก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 มาตรานี้มิได้กล่าวถึงการเสนอขายหุ้นที่เหลือแก่บุคคลภายนอก หากประสงค์จะให้บุคคลภายนอกเข้าถือหุ้นใหม่ ควรตรวจแนวปฏิบัติของนายทะเบียนและข้อบังคับของบริษัทก่อนดำเนินการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
  5. ชำระค่าหุ้นและออกหุ้นใหม่ แล้วลงรายการผู้ถือหุ้นใหม่และวันที่ลงทะเบียนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1138 การจดทะเบียนที่มาตรา 1228 กำหนดสำหรับการเพิ่มทุน คือการจดทะเบียนมติพิเศษภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ลงมติซึ่งกล่าวไว้ในขั้นตอนแรก ส่วนผู้ถือหุ้นใหม่จะปรากฏในสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (แบบ บอจ.5) ที่กรรมการส่งไปยังนายทะเบียนอย่างน้อยปีละครั้ง และไม่ช้ากว่าวันที่สิบสี่นับแต่การประชุมสามัญตามมาตรา 1139 วรรคสอง ตัวบทมิได้กำหนดให้ยื่นบัญชีรายชื่อฉบับใหม่ทุกครั้งที่เพิ่มทุน ส่วนเอกสารที่นายทะเบียนเรียกประกอบคำขอจดทะเบียนเพิ่มทุนเป็นเรื่องแนวปฏิบัติของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

สรุป

การโอนหุ้นบริษัทจำกัดต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามลำดับ ตั้งแต่ตรวจข้อบังคับ ปฏิบัติตาม ROFR และ Preemptive Rights ทำหนังสือโอนที่ถูกต้อง จดแจ้งในสมุดทะเบียน ติดอากรแสตมป์ให้ครบ ไปจนถึงส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อนายทะเบียนตามกำหนดในมาตรา 1139 วรรคสอง การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อที่ไม่ทำตามแบบในมาตรา 1129 วรรคสองเป็นโมฆะ การโอนที่ยังไม่จดแจ้งในทะเบียนผู้ถือหุ้นใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ และตราสารที่ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้เสียอากรครบ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) ส่วนบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ส่งต่อนายทะเบียนมิใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของการโอนตามมาตรา 1129 การปรึกษาทนายความก่อนทำธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงจึงเป็นสิ่งที่ควรทำเสมอ

← ตอนที่ 6 LAS SHARE 7/10 ตอนที่ 8 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.