LAS SHARE

สัญญาเช่าพาณิชย์ — 10 ข้อต้องเช็คก่อนเซ็น ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุง 8 เมษายน 2569

ค่าเช่าเดือนละหลายหมื่นหรือหลายแสนบาท แต่สัญญาเช่ากลับเป็นเอกสาร 2 หน้าที่ไม่ได้ตรวจสักครั้ง — นี่คือความผิดพลาดที่ผู้ประกอบการทำบ่อยที่สุด และมักเจ็บปวดที่สุดเมื่อเกิดปัญหา บทความนี้วิเคราะห์ประเด็นกฎหมายเช่าพาณิชย์ทั้ง 10 จุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็น พร้อม Risk Assessment ตาม LAS Methodology

สารบัญ
  1. หลักกฎหมายเช่าทรัพย์ (มาตรา 537 ถึงมาตรา 571)
  2. กฎ 3 ปีและการจดทะเบียน
  3. 10 ข้อต้องเช็ค
  4. การเช่าช่วง (Sublease)
  5. เงินประกันความเสียหาย
  6. การบอกเลิกสัญญา
  7. ผลเมื่อผู้ให้เช่าโอนทรัพย์
  8. LAS Risk Assessment
  9. FAQ 5 ข้อ
  10. ขั้นตอนจดทะเบียนสัญญาเช่าปฏิบัติจริง
  11. สถานการณ์ข้อพิพาทที่พบบ่อย

หลักกฎหมายเช่าทรัพย์

สัญญาเช่าทรัพย์อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 ถึงมาตรา 571 (บรรพ 3 ลักษณะ 4) โดยมีหลักสำคัญดังนี้

มาตรา 537 — นิยามสัญญาเช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๗ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๓๗  อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น

องค์ประกอบหลักของสัญญาเช่ามี 3 ประการ ได้แก่ (1) การให้ใช้หรือรับประโยชน์ในทรัพย์สิน (2) ระยะเวลาอันมีจำกัด และ (3) ค่าตอบแทน (ค่าเช่า) หากขาดองค์ประกอบใดประการหนึ่ง สัญญาอาจไม่ถือเป็นสัญญาเช่าตามกฎหมาย

มาตรา 538 — แบบสัญญาและการจดทะเบียน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๓๘ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๕๓๘  เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

มาตรา ๕๓๘ มีสองชั้นในวรรคเดียว อ่านกล่องด้านบน ทั้งหลักฐานเป็นหนังสือและการจดทะเบียนเมื่อเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไปหรือกำหนดตลอดอายุ

มาตรา 552 — การใช้ทรัพย์สินที่เช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 552 วางหลักว่าผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่ใช้กันตามประเพณีนิยมปกติ หรือการดังกำหนดไว้ในสัญญา หาอาจจะทำได้ไม่ มาตรานี้ห้ามการใช้ผิดประเภท ไม่ใช่บทบอกเลิกโดยอัตโนมัติ และไม่ใช่มาตรา 540 ซึ่งเป็นเพดานเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่เกินสามสิบปี

มาตรา 550 — หน้าที่ซ่อมแซมของผู้ให้เช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 บัญญัติว่าผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์สินในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้ว และต้องรับผิดชอบในการซ่อมแซมใหญ่ (Major Repair) ตลอดเวลาที่เช่า ส่วนการซ่อมแซมเล็กน้อยหรือค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามปกติเป็นหน้าที่ของผู้เช่าตามมาตรา 553

มาตรา 553 — หน้าที่ซ่อมแซมเล็กน้อยของผู้เช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 553 กำหนดให้ผู้เช่าต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมือนเป็นของตนเอง และต้องรับผิดในการซ่อมแซมเล็กน้อย (Minor Repair) อันจำเป็นในระหว่างเวลาเช่า

มาตรา 560 — การไม่ชำระค่าเช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 กำหนดว่าถ้าผู้เช่าไม่ชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ แต่ถ้าค่าเช่าจะพึงส่งเป็นรายเดือน หรือส่งเป็นระยะเวลายาวกว่ารายเดือนขึ้นไป ผู้ให้เช่าต้องบอกกล่าวแก่ผู้เช่าก่อนว่าให้ชำระค่าเช่าภายในเวลาใด ซึ่งพึงกำหนดอย่าให้น้อยกว่าสิบห้าวัน มาตรา 562 ไม่ใช่บทค้างค่าเช่าสองเดือน แต่เป็นบทความรับผิดของผู้เช่าในความสูญหายหรือบุบสลายเพราะความผิดของตน ของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่า หรือของผู้เช่าช่วง และผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอันเกิดแต่การใช้โดยชอบ

มาตรา 564 — เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564 วางหลักว่าสัญญาเช่าย่อมระงับไปเมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ มิพักต้องบอกกล่าวก่อน ไม่ใช่บทส่งคืนทรัพย์ในสภาพเรียบร้อย ความรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอยู่ที่มาตรา 562 ส่วนผู้เช่าต้องสงวนทรัพย์เสมอกับที่วิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์ของตนเองและซ่อมแซมเล็กน้อยตามมาตรา 553

มาตรา 566 — การบอกเลิกสัญญาเช่าไม่มีกำหนด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 กำหนดว่าถ้าสัญญาเช่าไม่มีกำหนดระยะเวลา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกสัญญาก็ได้ โดยต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาการชำระค่าเช่า แต่ไม่จำเป็นต้องเกินกว่า 2 เดือน

มาตรา 569 — การโอนกรรมสิทธิ์ไม่ตัดสิทธิผู้เช่า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 บัญญัติว่า ถ้าทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นโอนกรรมสิทธิ์ไป สัญญาเช่าย่อมไม่ระงับสิ้นไปด้วย ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่า หลักการนี้เรียกว่า "Sale does not terminate lease" (การขายไม่ตัดสิทธิผู้เช่า)

กฎ 3 ปีและการจดทะเบียน

กฎทอง: สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปี ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อสำนักงานที่ดินเท่านั้น มิฉะนั้นจะบังคับได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538

ขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาเช่า

การจดทะเบียนสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปี ต้องดำเนินการดังนี้

ผลทางกฎหมายเมื่อไม่จดทะเบียน

กรณีสัญญาเช่าเกิน 3 ปีไม่จดทะเบียน มีผลดังนี้

10 ข้อต้องเช็ค

#ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจมาตราอ้างอิง
1ระยะเวลาเช่ากำหนดเริ่มต้น-สิ้นสุดชัดเจน หากเกิน 3 ปีต้องจดทะเบียน ระบุเงื่อนไขต่อสัญญา (Renewal Option) ด้วยมาตรา 538
2ค่าเช่าจำนวนเงิน กำหนดชำระ วิธีชำระ อัตราปรับขึ้นรายปี (ถ้ามี) กำหนดชำระค่าเช่างวดแรกมาตรา 537 และมาตรา 560
3เงินประกันความเสียหาย (Security Deposit)จำนวน เงื่อนไขการคืน ระยะเวลาคืนหลังสิ้นสัญญา กรณีที่หักได้-หักไม่ได้ ดอกเบี้ยเงินประกัน— (ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ กำหนดโดยข้อสัญญา)
4สิทธิต่อสัญญา (Renewal)มีสิทธิต่อหรือไม่ เงื่อนไขการแจ้ง ค่าเช่าใหม่คำนวณอย่างไร ใครมีสิทธิ Renewมาตรา 570 (เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า ถ้าผู้เช่ายังครองทรัพย์สินอยู่และผู้ให้เช่ารู้แล้วไม่ทักท้วง ให้ถือว่าได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปไม่มีกำหนดเวลา) ส่วนสิทธิต่อสัญญาเป็นไปตามข้อสัญญา
5ค่าใช้จ่ายส่วนกลางค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าประกันภัยทรัพย์สิน — ใครรับผิดชอบ และเพดานเท่าไหร่— (ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะ กำหนดโดยข้อสัญญา)
6การซ่อมแซมผู้ให้เช่ารับผิดชอบซ่อมใหญ่ ผู้เช่ารับผิดชอบซ่อมเล็ก นิยาม "ซ่อมใหญ่" กับ "ซ่อมเล็ก" ต้องชัดเจนมาตรา 550 และมาตรา 553
7การดัดแปลง/ตกแต่ง (Fit-Out)ต้องขออนุญาตหรือไม่ สิ่งที่ติดตั้งถาวรเป็นของใครเมื่อสิ้นสุดเช่า ต้องรื้อถอนหรือไม่ — ใช้ผิดประเพณีหรือผิดสัญญาดูมาตรา 552 ความเสียหายดูมาตรา 562มาตรา 552 และมาตรา 562
8เงื่อนไขเลิกสัญญาเหตุที่ให้เลิกได้ของแต่ละฝ่าย ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ค่าปรับกรณีเลิกก่อนกำหนด สิทธิหักเงินประกันมาตรา 560 และมาตรา 566
9การให้เช่าช่วง (Sublease)อนุญาตหรือห้าม เงื่อนไขกรณีอนุญาต ผู้ให้เช่าเดิมมีสิทธิยกเลิกการเช่าช่วงหรือไม่มาตรา 544
10เงื่อนไขส่งมอบคืนสัญญาที่มีกำหนดย่อมระงับเมื่อสิ้นกำหนดโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามมาตรา 564 ความเสียหายจากการใช้โดยไม่ชอบดูมาตรา 562มาตรา 564 และมาตรา 562

การเช่าช่วง (Sublease) — กรณีที่ต้องระวัง

หลักกฎหมายเช่าช่วง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 บัญญัติว่า ผู้เช่าไม่มีสิทธิให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่า เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า ถ้าผู้เช่าให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิโดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ประเด็นปฏิบัติเกี่ยวกับการเช่าช่วง

Risk Medium — เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้เช่าที่ให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความเสี่ยงถูกบอกเลิกสัญญาและถูกฟ้องขับไล่ทันที พร้อมรับผิดค่าเสียหายที่เกิดจากผู้เช่าช่วง ทางออก: ระบุสิทธิเช่าช่วงในสัญญาตั้งแต่แรก หรือขอหนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

เงินประกันความเสียหาย (Security Deposit)

หลักกฎหมายเงินประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนเงินประกันสำหรับสัญญาเช่าพาณิชย์โดยตรง ในทางปฏิบัติตลาดที่อยู่อาศัยในไทยนิยมเก็บ 2-3 เดือน สำหรับพาณิชย์อาจสูงถึง 3-6 เดือน หรือมากกว่าสำหรับพื้นที่ทำเลพิเศษ

สิ่งที่ควรระบุในสัญญาเกี่ยวกับเงินประกัน

ปัญหาที่พบบ่อยกับเงินประกัน

ปัญหาผลทางกฎหมายวิธีป้องกัน
ผู้ให้เช่าไม่คืนเงินประกันโดยไม่มีเหตุผู้เช่าฟ้องเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ยได้ ถือเป็นลาภมิควรได้ (มาตรา 406)ระบุกำหนดคืนและเงื่อนไขชัดเจน ถ่ายภาพสภาพทรัพย์ไว้
ผู้ให้เช่าหักเงินประกันเกินความเสียหายจริงผู้เช่าฟ้องเรียกส่วนที่เกินคืนได้ พร้อมดอกเบี้ยจัดทำ Check-In/Check-Out Report ร่วมกัน ลงชื่อทั้งสองฝ่าย
ไม่ได้ระบุกำหนดคืนเงินประกันกำหนดไม่ชัดเจน เกิดข้อโต้แย้งได้ระบุชัดเจน เช่น "ภายใน 30 วันนับจากวันส่งมอบทรัพย์คืน"
ผู้ให้เช่าล้มละลายก่อนคืนเงินประกันผู้เช่าเป็นเจ้าหนี้สามัญ อาจได้รับคืนไม่ครบพิจารณาเก็บเงินประกันน้อยลง หรือเปลี่ยนเป็น Bank Guarantee

การบอกเลิกสัญญาเช่า

เหตุบอกเลิกสัญญาโดยผู้ให้เช่า

ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ในกรณีต่อไปนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เหตุบอกเลิกสัญญาโดยผู้เช่า

ค่าปรับกรณีเลิกสัญญาก่อนกำหนด

สัญญาเช่าพาณิชย์มักกำหนดค่าปรับหากฝ่ายใดเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ 3-6 เดือนของค่าเช่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ให้อำนาจศาลปรับลดค่าปรับที่สูงเกินสมควรลงเหลือเท่าที่เป็นธรรมได้ อย่างไรก็ตาม ค่าปรับที่สมเหตุสมผลและกำหนดไว้ล่วงหน้าชัดเจนในสัญญา ศาลมักจะบังคับตาม

ผลเมื่อผู้ให้เช่าโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์

หลักการ "Sale does not terminate lease"

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าไม่ทำให้สัญญาเช่าสิ้นสุด ผู้รับโอนต้องรับช่วงทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าเดิม หลักการนี้คุ้มครองผู้เช่าไม่ให้ถูกขับไล่เพียงเพราะเจ้าของทรัพย์เปลี่ยนไป

ข้อจำกัดของหลักนี้

Risk High — สัญญาเช่าเกิน 3 ปีไม่จดทะเบียน

หากสัญญาเช่าเกิน 3 ปีและไม่ได้จดทะเบียน เมื่อผู้ให้เช่าโอนทรัพย์ให้บุคคลที่สาม ผู้รับโอนอาจปฏิเสธการรับรู้สัญญาเช่าในส่วนที่เกิน 3 ปีได้
Option A: จดทะเบียนสัญญาเช่าตั้งแต่ต้น (ต้นทุนค่าธรรมเนียม 1% แต่คุ้มครองสิทธิครบถ้วน)
Option B: ใส่เงื่อนไขในสัญญาว่าผู้ให้เช่าต้องรับประกันว่าจะไม่โอนทรัพย์ หรือหากโอนต้องให้ผู้รับโอนยอมรับสัญญาเช่าล่วงหน้า

LAS Risk Assessment — สัญญาเช่าพาณิชย์

ประเด็นระดับความเสี่ยงเหตุผลทางแก้
ไม่จดทะเบียนสัญญาเช่าเกิน 3 ปี HIGH สิทธิเช่าไม่ครบกำหนด ถูกโต้แย้งได้ จดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน
ไม่ระบุเงื่อนไขเช่าช่วง HIGH ถูกบอกเลิกสัญญาได้ทันทีหากเช่าช่วง ระบุสิทธิเช่าช่วงในสัญญาชัดเจน
ไม่ระบุเงื่อนไขคืนเงินประกัน MEDIUM เกิดข้อโต้แย้งเมื่อสิ้นสุดสัญญา ระบุกำหนดคืนและกระบวนการชัดเจน
ไม่นิยาม "ซ่อมใหญ่" กับ "ซ่อมเล็ก" MEDIUM โต้แย้งเรื่องใครออกค่าซ่อม ระบุรายการซ่อมแซมที่ชัดเจนในภาคผนวก
ระบุค่าปรับสูงเกินสมควร MEDIUM ศาลอาจปรับลดตามมาตรา 383 กำหนดค่าปรับสมเหตุสมผล 2-3 เดือนค่าเช่า
ไม่ระบุสิทธิ Renewal LOW สัญญาสิ้นสุดอัตโนมัติ ต้องเจรจาใหม่ ระบุ Option to Renew และเงื่อนไขในสัญญา
ไม่มีรายงานสภาพทรัพย์ก่อนเช่า LOW โต้แย้งความเสียหายก่อน-หลังได้ ทำ Check-In Report ลงชื่อทั้งสองฝ่าย

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

Q1: สัญญาเช่าพาณิชย์เกิน 3 ปีถ้าไม่จดทะเบียนมีผลอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปีและไม่ได้จดทะเบียน จะฟ้องร้องบังคับคดีได้แต่เพียงสามปี ตามตัวบทที่ไม่ได้ระบุวันเริ่มนับเป็นวันทำสัญญา ส่วนที่เกิน 3 ปีไม่มีผลบังคับ ผู้เช่าจึงไม่อาจอ้างสิทธิในช่วงเวลาที่เกิน 3 ปีได้ ไม่ว่าสัญญาจะระบุระยะเวลายาวกว่านั้นก็ตาม หลักนี้ใช้บังคับกับสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น สัญญาเช่าสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องจดทะเบียน
Q2: ผู้ให้เช่าขายทรัพย์สินระหว่างสัญญาเช่า ผู้เช่าต้องออกไปหรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าไม่ตัดสิทธิผู้เช่า ผู้รับโอนต้องรับช่วงสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าเดิมทั้งหมด ผู้เช่าจึงอยู่ต่อได้จนสัญญาสิ้นสุด อย่างไรก็ตาม หากสัญญาเช่าเกิน 3 ปีและไม่ได้จดทะเบียน ผู้รับโอนอาจปฏิเสธการรับรู้สัญญาเช่าในส่วนที่เกิน 3 ปีได้ ดังนั้นการจดทะเบียนสัญญาเช่าจึงสำคัญมากสำหรับการคุ้มครองสิทธิผู้เช่าในระยะยาว
Q3: ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงได้หรือไม่?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 ผู้เช่าไม่มีสิทธิให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่า หากฝ่าฝืนผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที ในทางปฏิบัติ หากต้องการสิทธิเช่าช่วง ควรระบุไว้ในสัญญาตั้งแต่แรกว่า "ผู้เช่ามีสิทธิให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่าได้โดยต้องแจ้งผู้ให้เช่าล่วงหน้าไม่น้อยกว่า [X] วัน" ทั้งนี้ ผู้เช่าเดิมยังคงรับผิดต่อผู้ให้เช่าสำหรับพฤติกรรมของผู้เช่าช่วงด้วย
Q4: ผู้ให้เช่าจะเรียกคืนเงินประกันเสียหายได้เพียงใด?
ผู้ให้เช่ามีสิทธิหักเงินประกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่ผู้เช่าก่อขึ้นเท่านั้น ได้แก่ ค่าเช่าที่ค้างชำระ ค่าสาธารณูปโภคที่ค้างชำระ และค่าซ่อมแซมที่เกินกว่าการสึกหรอตามปกติ (Fair Wear and Tear) ผู้ให้เช่าไม่สามารถหักเงินประกันสำหรับความเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย หรือการซ่อมแซมที่เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 หากผู้ให้เช่าหักโดยไม่มีเหตุ ผู้เช่าสามารถฟ้องเรียกคืนพร้อมดอกเบี้ยได้
Q5: เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดแล้วผู้เช่าไม่ยอมออก ผู้ให้เช่าทำอะไรได้บ้าง?
เมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ สัญญาเช่าย่อมระงับไปโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 564 หากผู้เช่ายังครองอยู่ ผู้ให้เช่าต้องดำเนินคดีตามกระบวนการของศาล อย่าอ้างมาตรา 564 เป็นบทห้ามไล่ที่ด้วยตนเอง ค่าเสียหายระหว่างครองต่อเป็นเรื่องข้อเท็จจริงและข้อสัญญา

ขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาเช่าพาณิชย์ — ปฏิบัติจริง

กระบวนการจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน

1ตรวจสอบโฉนดที่ดิน/เอกสารสิทธิ์ — ขอตรวจสอบโฉนดที่ดินจากสำนักงานที่ดินหรือกรมที่ดินออนไลน์ก่อน เพื่อยืนยันว่าผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินไม่มีภาระติดพันที่เป็นอุปสรรค เช่น จำนองที่กำหนดห้ามเช่าระยะยาว

2จัดทำสัญญาเช่าฉบับสมบูรณ์ — สัญญาต้องมีรายละเอียดครบถ้วน ระบุวันเริ่มและสิ้นสุดสัญญา ค่าเช่า เงื่อนไขสำคัญทั้งหมด ลงนามโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายพร้อมพยาน

3เตรียมเอกสารสำหรับยื่นสำนักงานที่ดิน

4คำนวณค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ล่วงหน้า

5ยื่นคำขอจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน — ยื่นพร้อมเอกสารทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและกำหนดนัดหมาย โดยทั่วไปใช้เวลา 1-3 วันทำการหากเอกสารครบถ้วน

6รับสัญญาเช่าที่จดทะเบียนแล้ว — เจ้าหน้าที่จดทะเบียนบนโฉนดและสัญญา คู่สัญญาได้รับสำเนาที่มีตราประทับจดทะเบียนไว้เป็นหลักฐาน

สถานการณ์ข้อพิพาทที่พบบ่อย — วิเคราะห์และแนวทางแก้ไข

5 สถานการณ์ข้อพิพาทที่พบบ่อยในสัญญาเช่าพาณิชย์

สถานการณ์ตัวอย่างสิทธิตามกฎหมายแนวทางปฏิบัติ
1. ผู้ให้เช่าปรับค่าเช่าฝ่ายเดียว ผู้ให้เช่าแจ้งขึ้นค่าเช่า 30% กลางสัญญาโดยไม่มีข้อกำหนดในสัญญา ผู้เช่าปฏิเสธได้ ค่าเช่าต้องเป็นตามที่ตกลงในสัญญา ฝ่ายเดียวเปลี่ยนไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักสัญญา อ้างข้อสัญญาและปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ให้เช่าดำเนินการต่อ ปรึกษาทนายความ
2. ผู้ให้เช่าไม่ซ่อมแซมระบบสำคัญ ระบบไฟฟ้า/ประปา/แอร์ส่วนกลางเสีย ผู้ให้เช่าไม่ดำเนินการซ่อมเป็นเวลาหลายเดือน ผู้เช่าจ้างซ่อมเองแล้วหักออกจากค่าเช่าได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 550 หรืออาจบอกเลิกสัญญาได้หากกระทบการใช้ประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนด Deadline ให้ซ่อม เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายหากต้องซ่อมเอง
3. ผู้ให้เช่าไม่ยอมคืนเงินประกัน สิ้นสุดสัญญาผ่านไป 90 วัน ผู้ให้เช่าอ้างว่ายังประเมินความเสียหายอยู่ ผู้เช่าฟ้องเรียกคืนได้พร้อมดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 หากไม่มีเหตุหักที่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นลาภมิควรได้ (มาตรา 406) มีจดหมายทวงถามก่อน 2 ครั้ง หากไม่ได้รับการตอบสนองใน 30 วัน ยื่นฟ้องคดีผู้บริโภคหรือคดีแพ่ง
4. ผู้เช่าดัดแปลงทรัพย์โดยไม่ขออนุญาต ผู้เช่าเจาะผนัง ทำ Partition ถาวร โดยไม่แจ้งผู้ให้เช่า การใช้ผิดประเพณีหรือผิดสัญญาอยู่ในมาตรา 552 ความสูญหายหรือบุบสลายเพราะความผิดของผู้เช่าอยู่ในมาตรา 562 ไม่ใช่มาตรา 540 ซึ่งเป็นเพดานเช่าสามสิบปี การรื้อถอนคืนสภาพเป็นเรื่องข้อสัญญาประกอบความเสียหายตามข้อเท็จจริง ผู้ให้เช่า: แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้รื้อถอน กำหนดระยะเวลา หากไม่ปฏิบัติ บอกเลิกสัญญา
5. ผู้เช่าไม่ยอมออกหลังสิ้นสัญญา สัญญาสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม ผู้เช่าไม่ยอมออก อ้างว่ายังหาที่ใหม่ไม่ได้ ผู้ให้เช่าต้องฟ้องขับไล่ผู้เช่าต่อศาล ห้ามไล่ที่เองโดยไม่ผ่านศาล ผู้เช่าต้องชำระค่าเสียหายเทียบเท่าค่าเช่าตลอดช่วงเวลาที่ยังอยู่ ฟ้องคดีขับไล่ที่ศาลแพ่ง (คดีเช่าพาณิชย์มักใช้เวลา 6-18 เดือน) ยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อเร่งกระบวนการ

กระบวนการคืนเงินประกัน — ขั้นตอนที่ควรปฏิบัติ

ขั้นตอนผู้ให้เช่าผู้เช่ากำหนดเวลา
ก่อนสิ้นสัญญา 30 วันนัดหมายตรวจสอบสภาพทรัพย์ร่วมกันเตรียมทรัพย์ให้พร้อมตรวจ รื้อถอนของออก30 วันก่อนสิ้นสัญญา
วันส่งคืนทรัพย์จัดทำ Check-Out Report ร่วมกัน ถ่ายภาพสภาพ บันทึกรายการเสียหาย (ถ้ามี)ลงนามรับรอง Check-Out Report พร้อมส่งกุญแจและบัตรผ่านทั้งหมดวันสิ้นสัญญา
หลังรับทรัพย์คืน 7 วันแจ้งรายการที่หักเงินประกัน (ถ้ามี) พร้อมใบเสนอราคาซ่อมแซมตรวจสอบและโต้แย้งรายการหักที่ไม่เห็นด้วย (ถ้ามี)7 วันหลังรับทรัพย์คืน
ภายใน 30 วันคืนเงินประกันส่วนที่เหลือหลังหักค่าเสียหาย พร้อมหลักฐานรับเงินคืน ตรวจสอบความถูกต้องตามที่ระบุในสัญญา หรือภายใน 30 วัน

กระบวนการขอความยินยอมเช่าช่วง (Sublease Consent Process)

หากสัญญาเช่าหลักอนุญาตให้เช่าช่วงได้โดยต้องขออนุญาต กระบวนการที่ถูกต้องมีดังนี้

  1. ผู้เช่าส่งหนังสือขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียด: ชื่อผู้เช่าช่วง, วัตถุประสงค์การใช้งาน, ระยะเวลาเช่าช่วง, ค่าเช่าช่วงที่จะเรียกเก็บ
  2. ผู้ให้เช่าพิจารณาภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา (หากสัญญาไม่ระบุ ถือว่าต้องตอบภายในเวลาสมเหตุสมผล)
  3. หากผู้ให้เช่าอนุมัติ จัดทำหนังสืออนุญาตเช่าช่วงเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเงื่อนไขที่ผู้เช่าช่วงต้องปฏิบัติตาม
  4. จัดทำสัญญาเช่าช่วง โดยระบุว่าสิทธิของผู้เช่าช่วงไม่อาจเกินสิทธิของผู้เช่าหลักในสัญญาเช่าหลัก
  5. ผู้เช่าหลักยังคงรับผิดชอบต่อผู้ให้เช่า แม้จะมีผู้เช่าช่วงแล้ว รวมถึงพฤติกรรมของผู้เช่าช่วงด้วย

สรุป

สัญญาเช่าพาณิชย์ที่ดีต้องครอบคลุมทั้ง 10 ประเด็นอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระยะเวลา ค่าเช่า เงินประกัน สิทธิเช่าช่วง การซ่อมแซม ไปจนถึงเงื่อนไขเลิกสัญญา อย่าปล่อยให้ข้อตกลงสำคัญเป็นเรื่อง "เข้าใจกันเอง" เพราะเมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้จะกลายเป็นจุดอ่อนที่แก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสัญญาเช่าพาณิชย์ระยะยาวที่มีมูลค่าสูง การลงทุนจ้างทนายความตรวจสัญญาก่อนเซ็นถือเป็นต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด

← ตอนที่ 5 LAS SHARE 6/10 ตอนที่ 7 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ | This article is for general informational purposes only and does not constitute legal advice. Readers should consult a qualified legal professional before taking any action.