ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569
ลายเซ็นเดียวในสัญญาค้ำประกัน อาจทำให้คุณต้องรับผิดหนี้ของคนอื่นทั้งหมด แต่กฎหมายไทยได้แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างมากในปี 2557 และ 2558
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 สัญญาค้ำประกันคือสัญญาที่บุคคลภายนอก (ผู้ค้ำประกัน) ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ ว่าจะชำระหนี้ให้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ (มาตรา 680 วรรคสอง)
เจ้าหนี้ต้องแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบเมื่อลูกหนี้ผิดนัดภายใน 60 วัน หากไม่แจ้ง ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นหลังจากพ้นกำหนด 60 วัน
ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ที่ค้ำประกันได้ทุกเมื่อ แม้หนี้นั้นยังไม่ถึงกำหนดชำระ
เมื่อผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนลูกหนี้แล้ว มีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้เต็มจำนวนที่ชำระไป
ผู้ค้ำประกันที่ชำระหนี้แล้วย่อมรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้ รวมถึงสิทธิเหนือทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557) กำหนดว่าข้อตกลงดังต่อไปนี้เป็นโมฆะ:
| # | ข้อตกลงที่เป็นโมฆะ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 1 | ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม | ขัดกับหลักที่ค้ำประกันเป็นหนี้อุปกรณ์ |
| 2 | ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดก่อนบังคับเอากับลูกหนี้ | ละเมิดสิทธิเกี่ยงให้บังคับลูกหนี้ก่อน |
| 3 | ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดมากกว่าหนี้ที่ค้ำประกัน | ผู้ค้ำไม่ควรรับภาระเกินกว่าหนี้ประธาน |
| 4 | ให้ผู้ค้ำประกันสละสิทธิที่กฎหมายให้ไว้ | สิทธิตามกฎหมายเป็นเรื่องความสงบเรียบร้อย |
| 5 | ให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำ | การเปลี่ยนเงื่อนไขกระทบผู้ค้ำโดยตรง |
| 6 | ข้อตกลงที่ขัดกับบทบัญญัติเรื่องค้ำประกันที่มุ่งคุ้มครองผู้ค้ำ | หลักคุ้มครองผู้ค้ำเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบ |
การค้ำประกันคือการรับความเสี่ยงของผู้อื่นมาเป็นของตน กฎหมายไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557 และ 2558 ให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างมาก แต่ผู้ค้ำประกันก็ต้องรู้สิทธิของตนเอง เพื่อปกป้องตนเองให้ดีที่สุด
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ