LAS SHARE LAS

สัญญาค้ำประกัน — สิ่งที่ผู้ค้ำต้องรู้ก่อนเซ็น ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | Legal Advance Solution Co., Ltd. | เผยแพร่ 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569

สารบัญ
  1. สัญญาค้ำประกันคืออะไร
  2. การแก้ไขกฎหมาย พ.ศ. 2557 และ 2558
  3. สิทธิที่กฎหมายคุ้มครองผู้ค้ำประกัน
  4. ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (มาตรา 681/1)
  5. Bank Guarantee กับ Personal Guarantee
  6. ภาระหน้าที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้
  7. LAS Risk Assessment
  8. Checklist ก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกัน
  9. FAQ 5 ข้อ
  10. สรุป
  11. หลักในตัวบทที่มักถูกเล่าเป็นฎีกา
  12. เปรียบเทียบ 3 ประเภทหลักประกัน
  13. Case Studies
  14. Checklist การเจรจา
  15. FAQ เพิ่มเติม 5 ข้อ

ลายเซ็นเดียวในสัญญาค้ำประกัน อาจทำให้คุณต้องรับผิดหนี้ของคนอื่นทั้งหมด ผู้ค้ำประกันในไทยหลายรายต้องสูญเสียทรัพย์สินสะสมทั้งชีวิตเพียงเพราะไม่ทราบขอบเขตความรับผิดที่แท้จริง กฎหมายไทยได้แก้ไขเพิ่มเติมครั้งสำคัญในปี 2557 และ 2558 เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิทธิเหล่านั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ค้ำประกันรู้และยกขึ้นต่อสู้ด้วยตนเอง

สัญญาค้ำประกันคืออะไร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๐  อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

      อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

จากมาตรา ๖๘๐ วรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลภายนอกที่ผูกพันต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ วรรคสองเป็นบทหลักฐานแห่งการฟ้อง ไม่ใช่บทแบบที่ทำให้สัญญาไม่เกิดเพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๑   อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

      หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้

      สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น

      หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน

มาตรา ๖๘๑ มีสี่วรรค วรรคหนึ่งจำกัดว่าค้ำประกันมีได้แต่เพื่อหนี้อันสมบูรณ์ วรรคสองเป็นแบบระบุเมื่อค้ำหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข วรรคสามให้รับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้ วรรคสี่เป็นกรณียกเว้นเมื่อหนี้เกิดจากสัญญาที่ไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถ แต่ผู้ค้ำประกันรู้เหตุนั้นตั้งแต่เข้าทำสัญญา

ลักษณะสำคัญเมื่ออ่านสองมาตรานี้คู่กัน:

ตัวอย่างเชิงปฏิบัติ: บริษัท A กู้ธนาคาร 5 ล้านบาท โดย B เป็นผู้ค้ำประกัน ตามมาตรา ๖๘๑ วรรคสองและวรรคสาม ควรระบุจำนวนเงินสูงสุดและหนี้หรือสัญญาที่ค้ำไว้ให้ชัด หาก A ไม่ชำระ ธนาคารจะเรียก B ได้เฉพาะหนี้ที่ระบุไว้ ไม่ใช่หนี้ทุกประเภทที่ A มีกับธนาคาร

การแก้ไขกฎหมายค้ำประกัน พ.ศ. 2557 และ 2558

ก่อนปี 2557 กฎหมายค้ำประกันไทยให้สิทธิเจ้าหนี้อย่างกว้างขวาง ผู้ค้ำประกันจำนวนมากถูกบังคับให้รับผิดทั้งที่ไม่ทราบสถานะหนี้ของลูกหนี้ รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สองฉบับสำคัญ:

ฉบับปีบังคับใช้การเปลี่ยนแปลงสำคัญมาตราหลัก
ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 ห้ามข้อตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม, หน้าที่บอกกล่าว, สิทธิเรียกลูกหนี้ก่อน มาตรา 681/1 มาตรา 686 และมาตรา 688
ฉบับที่ 21 พ.ศ. 2558 กำหนดหน้าที่เจ้าหนี้แจ้งสถานะหนี้, ขยายสิทธิไล่เบี้ย มาตรา 686 มาตรา 691 และมาตรา 693

การแก้ไขทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้กับสัญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นหลังวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ และมีบทเฉพาะกาลรองรับสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้า

คำเตือน: [ต้องยืนยันมาตรา] ผลของข้อตกลงในสัญญาที่ทำก่อนปี 2557 ต่อมาตรา 681/1 ต้องพิจารณาบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประกอบเป็นรายกรณี ไม่ใช่โมฆะโดยอัตโนมัติเสมอไป ควรปรึกษาทนายความตรวจสอบวันทำสัญญาเทียบกับวันใช้บังคับกฎหมาย

สิทธิที่กฎหมายคุ้มครองผู้ค้ำประกัน

1. สิทธิเรียกลูกหนี้ก่อนและบังคับจากทรัพย์ลูกหนี้ก่อน (มาตรา 688 ถึงมาตรา 690)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๘ ถึงมาตรา ๖๙๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๘  เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต

      มาตรา ๖๘๙  ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวมาในมาตราก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

      มาตรา ๖๙๐  ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

สามมาตรานี้เป็นคนละชั้น มาตรา ๖๘๘ เป็นสิทธิขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน มาตรา ๖๘๙ เป็นสิทธิขอให้บังคับจากทรัพย์ลูกหนี้ก่อนเมื่อพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระและการบังคับไม่ยาก มาตรา ๖๙๐ เป็นสิทธิขอให้ชำระจากทรัพย์ที่เจ้าหนี้ยึดถือเป็นประกันก่อน ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมตามมาตรา ๖๘๑/๑ วรรคสอง ย่อมไม่มีสิทธิตามสามมาตรานี้

2. หนังสือบอกกล่าวเมื่อลูกหนี้ผิดนัด (มาตรา 686)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๖ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๖   เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

      ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

      เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้  ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

      ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้

      การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓

มาตรา ๖๘๖ มีห้าวรรค วรรคหนึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ วรรคสองให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ไม่ได้บัญญัติว่าหลุดพ้นจากต้นเงิน วรรคสามถึงวรรคห้าอยู่ในกล่องด้านบน เมื่ออธิบายมาตรานี้ให้อ่านครบห้าวรรค

3. เมื่อเจ้าหนี้ลดจำนวนหนี้ที่ค้ำประกัน (มาตรา 691)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๙๑   ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น  ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา ๗๐๐

      ข้อตกลงใดที่มีผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันให้มากกว่าที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

มาตรา ๖๙๑ มีสองวรรค วรรคหนึ่งเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกัน และกำหนดหนังสือแจ้งกับสิทธิชำระตามที่ได้ลด วรรคสองบัญญัติว่าข้อตกลงใดที่มีผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันให้มากกว่าที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ อย่าสรุปมาตรานี้เป็นหน้าที่แจ้งสถานะหนี้ทั่วไป

4. สิทธิไล่เบี้ยและรับช่วงสิทธิ (มาตรา 693)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๓ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๙๓  ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น

      อนึ่ง ผู้ค้ำประกันย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ด้วย

วรรคหนึ่งเป็นไล่เบี้ยเพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ย และการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายเพราะการค้ำประกัน วรรคสองเป็นรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ ไม่ใช่บัญชีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่เขียนขึ้นใหม่

5. สิทธิยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ (มาตรา 694)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๔ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๙๔  นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย

มาตรา ๖๙๒ เป็นบทอายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย ไม่ใช่บทยกข้อต่อสู้

6. ผู้ค้ำประกันหลายคน (มาตรา 682)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๒ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๒  ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้

      ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน

วรรคหนึ่งเป็นผู้รับเรือน วรรคสองเป็นการรับผิดระหว่างผู้ค้ำด้วยกันในหนี้รายเดียวกัน ไม่ทำให้ข้อสัญญาให้ผู้ค้ำซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นมีผล ข้อเช่นนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา ๖๘๑/๑ วรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นนิติบุคคลตามวรรคสองของมาตรานั้น

ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (มาตรา 681/1)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑/๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๑/๑   ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

      ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐

วรรคหนึ่งทำให้ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ วรรคสองยกเว้นเมื่อผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันเช่นนั้น ในกรณีนั้นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิตามมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐ มาตรานี้จึงไม่ใช่บัญชีหกข้อตกลงโมฆะ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๕/๑ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๘๕/๑   บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ

ข้อตกลงที่แตกต่างจากมาตราที่ระบุในมาตรา ๖๘๕/๑ เป็นโมฆะ คนละบัญชีกับมาตรา ๖๘๑/๑

วรรคข้อความตามมาตรา 681/1ผลทางกฎหมาย
วรรคหนึ่ง ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ผู้ค้ำบุคคลธรรมดายังเป็นผู้ค้ำประกัน และยังมีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690
วรรคสอง ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม นิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690

ข้อตกลงอื่นที่มักถูกเขียนรวมกับมาตรา 681/1 แต่ตัวบทอยู่คนละมาตรา:

ข้อที่มักเข้าใจผิดฐานจริงผลตามตัวบท
ต้องระบุหนี้ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลา (หนี้ในอนาคต/มีเงื่อนไข) ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคสองและวรรคสาม ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้ ไม่ใช่ข้อโมฆะตามมาตรา 681/1
ยินยอมล่วงหน้าให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ป.พ.พ. มาตรา 700 วรรคสอง ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้ เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระตามวรรคสาม
ผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกัน ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง ผู้ค้ำเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างกันเอง ไม่ใช่บทโมฆะตามมาตรา 681/1
ข้อควรรู้: ข้อตกลงที่เป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่งทำให้เฉพาะข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่มีผล ส่วนอื่นของสัญญาค้ำประกันยังใช้บังคับได้ ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสามารถยกข้อโมฆะนี้ขึ้นต่อสู้ได้แม้จะลงชื่อไปแล้ว ข้อยกเว้นอยู่ที่วรรคสองสำหรับนิติบุคคลที่ยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม

Bank Guarantee กับ Personal Guarantee — เปรียบเทียบ

ในทางธุรกิจ SME มักพบกับหลักประกันสองประเภทหลัก ซึ่งมีกลไกและผลทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ:

ประเด็นBank Guarantee (หนังสือค้ำประกันธนาคาร)Personal Guarantee (ค้ำประกันส่วนบุคคล)
ผู้ออกหลักประกัน ธนาคาร / สถาบันการเงิน บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล
เงื่อนไขการเรียกร้อง เรียกได้ทันทีเมื่อผิดเงื่อนไข ไม่ต้องพิสูจน์ความผิดนัด ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้ผิดนัดก่อน
สิทธิเกี่ยง ไม่มี ธนาคารจ่ายก่อนแล้วค่อยไล่เบี้ย มี ตามมาตรา 689
ข้อตกลงโมฆะ มาตรา 681/1 บังคับใช้หากยังเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา 680 — ไม่บังคับใช้เฉพาะฉบับที่เขียนเป็นการรับประกันอิสระ (on-demand) ชัดแจ้ง บังคับใช้เต็มที่
ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม 1-3% ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียม
ความเสี่ยงต่อผู้ค้ำ ธนาคารไม่เสี่ยงส่วนตัว เพียงใช้เครดิต เสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
ระยะเวลา กำหนดชัดเจน มีวันหมดอายุ อาจไม่มีกำหนดสิ้นสุด
นิยมใช้ในสถานการณ์ สัญญาก่อสร้าง ประมูลงานรัฐ เช่าทรัพย์ สินเชื่อธุรกิจ กู้เงินบุคคล
สำคัญสำหรับ SME: Bank Guarantee ที่ดีต้องระบุ: (1) จำนวนเงินสูงสุด (2) วันหมดอายุ (3) เงื่อนไขการเรียกร้องที่ชัดเจน (4) ขั้นตอนการแจ้งเรียกร้อง หากขาดรายการใดรายการหนึ่ง อาจเกิดข้อพิพาทได้

ภาระหน้าที่ของลูกหนี้และเจ้าหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 ถึงมาตรา 701

หน้าที่ของเจ้าหนี้

กฎหมายแก้ไข พ.ศ. 2558 กำหนดหน้าที่เจ้าหนี้เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ค้ำประกันทราบสถานะหนี้ตลอดเวลา ได้แก่:

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๐ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๗๐๐   ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น

      ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้

      ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ

วรรคหนึ่งใช้เมื่อค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ วรรคสองทำให้ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลาใช้บังคับมิได้ วรรคสามยกเว้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๗ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๙๗  ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น

มาตรา ๖๙๗ ไม่ได้ใช้คำว่าบกพร่องในการรักษาหลักประกันโดยทั่วไป ตัวบทคือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เองเป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกัน

หน้าที่ของลูกหนี้ต่อผู้ค้ำประกัน

เมื่อผู้ค้ำชำระหนี้แล้ว สิทธิไล่เบี้ยและรับช่วงอยู่ที่มาตรา ๖๙๓ ไม่ใช่หน้าที่แจ้งของลูกหนี้ที่บัญญัติเป็นมาตราแยกในหมวดนี้

ผลเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๘ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๖๙๘  อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด ในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

ตัวบทใช้คำว่าหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ไม่ได้ลิสต์ชำระหนี้ แปลงหนี้ใหม่ ปลดหนี้ หรือหักกลบลบหนี้ไว้ในมาตรานี้

LAS Risk Assessment — การค้ำประกันสำหรับ SME

RISK HIGH — ความเสี่ยงสูง
การค้ำประกันโดยไม่กำหนดวงเงินสูงสุด
สัญญาค้ำประกันที่ไม่ระบุวงเงินสูงสุด หรือค้ำ "หนี้ทุกประเภทที่มีอยู่และที่จะมีในอนาคต" ทำให้ผู้ค้ำประกันอาจต้องรับผิดในหนี้ที่ตนไม่ทราบว่ามีอยู่ ผู้ค้ำประกันอาจสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดโดยไม่คาดคิด

Option A: กำหนดวงเงินค้ำประกันสูงสุด (Cap) ให้ชัดเจนในสัญญา เช่น "ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกิน X บาท"
Option B: จำกัดขอบเขตหนี้ที่ค้ำประกันให้ชัดเจน เช่น "ค้ำประกันเฉพาะสินเชื่อวงเงิน X บาท ตามสัญญาเลขที่ Y ลงวันที่ Z เท่านั้น"
RISK MEDIUM — ความเสี่ยงกลาง
การค้ำประกันโดยไม่ตรวจสอบสถานะลูกหนี้
ผู้ค้ำประกันหลายรายไม่ได้ขอดูงบการเงินหรือสถานะหนี้ของลูกหนี้ก่อนเซ็นสัญญา เมื่อลูกหนี้มีปัญหาการเงินจึงไม่รู้ล่วงหน้า ควรติดตามสถานะลูกหนี้อย่างสม่ำเสมอ และตรวจหน้าที่บอกกล่าวของเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
RISK LOW — ความเสี่ยงต่ำ
ค้ำประกันที่มีขอบเขตชัดเจนและกำหนดเวลา
สัญญาค้ำประกันที่ระบุวงเงินสูงสุด กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด และมีหลักประกันทรัพย์สินของลูกหนี้รองรับ เป็นรูปแบบที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ค้ำประกัน ควรเลือกแบบนี้เสมอหากต้องค้ำประกัน

Checklist ก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกัน

ก่อนลงนามในสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ครบถ้วน:

#ประเด็นที่ต้องตรวจเหตุผลมาตราอ้างอิง
1 จำนวนหนี้สูงสุดที่ค้ำประกันระบุชัดเจนหรือไม่ หากไม่ระบุ อาจต้องรับผิดหนี้ทั้งหมดในอนาคต ป.พ.พ. มาตรา 681
2 มีข้อตกลงให้ค้ำอย่างลูกหนี้ร่วมหรือไม่ ข้อตกลงนี้โมฆะตามมาตรา 681/1 ป.พ.พ. มาตรา 681/1
3 มีกำหนดเวลาสิ้นสุดการค้ำประกันหรือไม่ ค้ำประกันไม่มีกำหนด = รับผิดไม่สิ้นสุด ป.พ.พ. มาตรา 699 ประกอบมาตรา 681
4 มีข้อกำหนดให้เจ้าหนี้แจ้งผิดนัดภายใน 60 วันหรือไม่ หากไม่แจ้ง ผู้ค้ำไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ยหลัง 60 วัน ป.พ.พ. มาตรา 686
5 ลูกหนี้มีหลักประกันทรัพย์สินอื่นรองรับหรือไม่ ถ้ามี ผู้ค้ำต้องรับผิดหลังบังคับหลักประกันแล้ว ป.พ.พ. มาตรา 690
6 มีข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือสละสิทธิ มาตรา 688 ถึงมาตรา 690 หรือไม่ ข้อตกลงให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง
7 มีผู้ค้ำประกันร่วมคนอื่นด้วยหรือไม่ ผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกันมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างกัน ตามมาตรา 682 วรรคสอง ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง

FAQ — คำถามที่ SME ถามบ่อยเรื่องค้ำประกัน

Q1: ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัดหรือไม่?
A: ไม่ใช่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวง ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลาย หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต ตามมาตรา 689 ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระหนี้ได้และการบังคับจะไม่เป็นการยาก เจ้าหนี้จะต้องบังคับเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน
Q2: หากเจ้าหนี้ไม่แจ้งผิดนัดภายใน 60 วัน ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดแค่ไหน?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 วรรคสอง หากเจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดนั้น ตัวบทไม่ได้บัญญัติว่าหลุดพ้นจากต้นเงิน ผู้ค้ำควรจดวันที่ลูกหนี้ผิดนัดเพื่อดูว่าหนังสือบอกกล่าวถึงภายในหกสิบวันหรือไม่
Q3: Bank Guarantee ต่างจากการค้ำประกันส่วนบุคคลอย่างไร และอะไรดีกว่ากัน?
A: Bank Guarantee คือธนาคารออกหนังสือรับรองว่าจะจ่ายเงินให้ผู้รับเมื่อมีการเรียกร้อง โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้ผิดนัดก่อน ต่างจากการค้ำประกันส่วนบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 ที่ผู้ค้ำมีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 มาตรา 690 และมาตรา 694 สำหรับ SME Bank Guarantee ลดความเสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัวของผู้บริหาร แต่ต้องมีวงเงินกับธนาคาร
Q4: ผู้ค้ำประกันที่ชำระหนี้แทนแล้ว จะไล่เบี้ยลูกหนี้ได้เท่าไหร่?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693 วรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น วรรคสอง ผู้ค้ำประกันย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ด้วย
Q5: ข้อตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ที่เขียนไว้ในสัญญา ยังมีผลบังคับหรือไม่?
A: หากผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลธรรมดา ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง แม้จะลงชื่อรับรองไว้แล้วก็ตาม วรรคสองยกเว้นเมื่อผู้ค้ำประกันเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ในกรณีนั้นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690

สรุป

การค้ำประกันคือการรับความเสี่ยงทางการเงินของผู้อื่นมาเป็นของตน กฎหมายไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557 และ 2558 ได้สร้างกรอบคุ้มครองผู้ค้ำประกันที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการห้ามข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 และหน้าที่บอกกล่าวเมื่อลูกหนี้ผิดนัดตามมาตรา 686

อย่างไรก็ตาม สิทธิเหล่านี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ค้ำประกันรู้สิทธิของตนและยกขึ้นต่อสู้ด้วยตนเอง ก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกันใด ๆ ควรปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดขอบเขตความรับผิดที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้มิตรภาพหรือความสัมพันธ์ครอบครัวทำให้ละเลยการตรวจสอบเนื้อหาสัญญาอย่างรอบคอบ

หลักในตัวบทที่มักถูกเล่าเป็นฎีกา

ห้ามนำหลักในมาตราไปเล่าเป็นคำพิพากษาเลขคดีที่ยังเปิดหน้าไม่ได้ ให้อ่านกล่องตัวบทด้านบน แล้วใช้ตารางนี้เป็นกรอบจำสถาบัน

ข้อตกลงรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๑/๑ วรรคหนึ่ง ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ แม้จะลงชื่อในสัญญาแล้ว วรรคสองยกเว้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ซึ่งย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐
เจ้าหนี้ไม่มีหนังสือบอกกล่าวภายในหกสิบวัน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๖ วรรคสอง ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ตัวบทไม่ได้บัญญัติว่าหลุดพ้นจากต้นเงิน
เจ้าหนี้ทำให้รับช่วงไม่ได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๙๗ ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น
หนังสือค้ำประกันธนาคาร
มาตรา ๖๘๐ ถึงมาตรา ๗๐๑ เป็นบทค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หนังสือค้ำประกันธนาคารที่เป็นสัญญาอิสระอยู่นอกหมวดนี้ จึงอย่าเอามาตรา ๖๘๑/๑ ไปแขวนกับหนังสือนั้นโดยไม่เปิดข้อสัญญาและประเภทหนี้ให้ชัด
ผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๐ วรรคหนึ่ง ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น วรรคสองทำให้ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลาใช้บังคับมิได้ วรรคสามยกเว้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ
RISK MEDIUM — ข้อควรระวัง
เมื่อจะอ้างคำพิพากษาศาลฎีกา ให้เปิดคำพิพากษาฉบับเต็มที่มีเลขคดีนั้นจริงจากฐานข้อมูลคำพิพากษาของศาลฎีกา ถ้ายังเปิดไม่ได้ ให้อ้างมาตราจากกล่องตัวบท ไม่เล่าผลคดีแทน

เปรียบเทียบ 3 ประเภทหลักประกัน

ในทางธุรกิจ SME มีหลักประกัน 3 ประเภทหลักที่ควรรู้จักและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ได้แก่ Personal Guarantee (ค้ำประกันส่วนบุคคล), Bank Guarantee (หนังสือค้ำประกันธนาคาร) และ Mortgage (จำนองอสังหาริมทรัพย์)

ประเด็น Personal Guarantee
(ค้ำประกันส่วนบุคคล)
Bank Guarantee
(หนังสือค้ำประกันธนาคาร)
Mortgage
(จำนองอสังหาริมทรัพย์)
กฎหมายหลัก ป.พ.พ. มาตรา 680 ถึงมาตรา 701 ส่วนใหญ่ยังเป็น มาตรา 680 (ธนาคารเป็นผู้ค้ำประกัน) เว้นแต่เขียนเป็นการรับประกันอิสระชัดแจ้ง ป.พ.พ. มาตรา 702 ถึงมาตรา 746
ผู้ให้หลักประกัน บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล ธนาคาร / สถาบันการเงิน เจ้าของทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์
ความเสี่ยงต่อผู้ให้ประกัน สูงมาก — เสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ต่ำ — ธนาคารเสี่ยงแต่เครดิต ไม่ใช่สินทรัพย์ กลาง — เสี่ยงเฉพาะทรัพย์ที่จำนอง
ต้นทุน ไม่มีค่าธรรมเนียม แต่รับความเสี่ยงส่วนตัว ค่าธรรมเนียม 1-3% ต่อปีของวงเงิน ค่าจดจำนอง 1% ของมูลหนี้ (ชำระครั้งเดียว)
เงื่อนไขการบังคับ ต้องตรวจหนี้ถึงกำหนดและแจ้งผู้ค้ำประกันตามมาตรา 686 ผู้ค้ำประกันอาจขอให้เรียกลูกหนี้ก่อนตามมาตรา 688 และหากพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้ชำระได้และการบังคับไม่ยาก จึงขอให้บังคับจากทรัพย์สินลูกหนี้ก่อนตามมาตรา 689 เรียกได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุตามเงื่อนไข ไม่ต้องพิสูจน์ผิดนัด ต้องฟ้องบังคับจำนองและประมูลขายทอดตลาด
อายุความ ต้องตรวจอายุความของหนี้ที่ค้ำและเวลาที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นรายกรณี; มาตรา 193/34 ไม่ได้กำหนดอายุความสองปีสำหรับการค้ำประกันเงินกู้ทุกกรณี ตามกำหนดในหนังสือ BG (มีวันหมดอายุชัดเจน) 10 ปี นับแต่หนี้ถึงกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 193/30)
ผลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหนี้ ผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำประกันไม่ได้ตกลงด้วย → ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด (มาตรา ๗๐๐) การเปลี่ยนแปลงหนี้ไม่กระทบ BG เว้นแต่ระบุไว้ใน BG จำนองติดไปกับทรัพย์ ไม่กระทบจากการเปลี่ยนหนี้โดยตรง
สิทธิเกี่ยง มี ตามมาตรา 689 ไม่มี ธนาคารจ่ายก่อนแล้วค่อยไล่เบี้ยลูกค้า ไม่มี — ศาลบังคับขายทอดตลาดทรัพย์นั้นได้เลย
ข้อตกลงโมฆะ มาตรา 681/1 บังคับใช้เต็มที่ บังคับใช้หากยังเป็นสัญญาค้ำประกัน เว้นแต่เขียนเป็นการรับประกันอิสระชัดแจ้ง ไม่บังคับใช้ (คนละประเภทสัญญา)
นิยมใช้สถานการณ์ สินเชื่อธุรกิจ กู้เงินบุคคล สัญญาเช่า ประมูลงานรัฐ สัญญาก่อสร้าง Bid Bond สินเชื่อขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย
แนะนำสำหรับ SME หลีกเลี่ยงหากทำได้ หรือต้อง cap วงเงินไว้ ดีที่สุดสำหรับผู้ค้ำ แต่ต้องมีวงเงินกับธนาคาร เหมาะถ้ามีอสังหาริมทรัพย์พอและต้องการจำกัดความเสี่ยงส่วนตัว
สรุปหลักการเลือกหลักประกัน: หากผู้ค้ำประกันมีตัวเลือก ควรเลือกตามลำดับ (1) Bank Guarantee เพื่อไม่เสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัว → (2) Mortgage เพื่อจำกัดความเสี่ยงเฉพาะทรัพย์ที่ระบุ → (3) Personal Guarantee พร้อมกำหนด Cap วงเงิน+ระยะเวลา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

Case Studies — ความผิดพลาดที่พบบ่อย

กรณีศึกษาต่อไปนี้รวบรวมจากคดีที่พบในทางปฏิบัติ ชื่อบุคคลและบริษัทเปลี่ยนเป็นตัวแทนเพื่อรักษาความลับ

CASE 1 — HIGH RISK: นาย A ค้ำแบบ "Joint Debtor" แทน "Guarantor"
ข้อเท็จจริง: นาย A ผู้บริหารบริษัท SME ลงนามในสัญญาที่ธนาคารระบุว่า "นาย A ตกลงร่วมรับผิดกับบริษัทในฐานะลูกหนี้ร่วม" แทนที่จะระบุว่า "นาย A ค้ำประกัน" นาย A เข้าใจว่าตัวเองเป็นแค่ผู้ค้ำประกัน

ผลที่เกิดขึ้น: เมื่อบริษัทผิดนัด ธนาคารฟ้องนาย A ในฐานะลูกหนี้ร่วมโดยตรง ศาลพิพากษาว่านาย A ต้องรับผิดทันทีพร้อมดอกเบี้ยเต็มจำนวน โดยไม่มีสิทธิเกี่ยงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 689 เพราะ Joint Debtor ไม่ใช่ผู้ค้ำประกัน แต่เป็นลูกหนี้อีกคนหนึ่งในสัญญา

บทเรียน: อ่านสัญญาให้ละเอียดว่าตนเองลงนามในฐานะ "Guarantor" หรือ "Co-Borrower / Joint Debtor" — ความแตกต่างนี้มหาศาลมาก หาก Joint Debtor จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 681/1 และมาตรา 689 เลย เพราะลูกหนี้ร่วมตามข้อตกลงอยู่ภายใต้หลักลูกหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291 ไม่ใช่บทค้ำประกันตามมาตรา 680 เป็นต้นไป
CASE 2 — MEDIUM RISK: บริษัท B เปลี่ยนเงื่อนไขกู้โดยไม่แจ้งผู้ค้ำ
ข้อเท็จจริง: บริษัท B กู้เงินธนาคาร 10 ล้านบาท โดยมีนาง C เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาบริษัท B ขอขยายเวลาชำระหนี้ออกไปอีก 2 ปี ธนาคารอนุมัติโดยไม่แจ้งนาง C และนาง C ไม่ได้ลงนามในหนังสือขยายเวลา

ผลที่เกิดขึ้น: เมื่อบริษัท B ผิดนัดในช่วงขยายเวลา ธนาคารฟ้องนาง C ให้ชำระหนี้ นาง C ยกข้อต่อสู้ว่าธนาคารขยายเวลาโดยไม่ได้รับความยินยอม ศาลวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 ว่านาง C หลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมด ธนาคารสูญเสียสิทธิบังคับผู้ค้ำประกัน

บทเรียน: เจ้าหนี้ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ค้ำประกันทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหนี้ ผู้ค้ำประกันที่ไม่ยินยอมการขยายเวลาจะหลุดพ้นความรับผิดโดยอัตโนมัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700
CASE 3 — LOW RISK (หลังต่อสู้คดี): นาง D ค้ำแล้วเจ้าหนี้ไม่ฟ้องลูกหนี้ก่อน
ข้อเท็จจริง: นาง D ค้ำประกันเงินกู้ให้บริษัทของสามี เมื่อบริษัทผิดนัด ธนาคารฟ้องนาง D โดยตรงโดยไม่ได้บังคับจากทรัพย์สินของบริษัทก่อน อ้างว่ามีข้อตกลงในสัญญาว่า "ผู้ค้ำสละสิทธิเกี่ยง"

ผลที่เกิดขึ้น: นาง D ได้รับคำแนะนำจากทนายความให้ตรวจว่าข้อตกลงนั้นทำให้ตนต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือไม่ หากใช่ ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง และนาง D ยังมีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690 เพราะเป็นบุคคลธรรมดา มาตรา 681/1 ไม่มีอนุมาตรา (4)

บทเรียน: ข้อตกลงให้ผู้ค้ำซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันสามารถยกข้อโมฆะนี้ต่อสู้ได้แม้จะลงนามไปแล้ว ข้อยกเว้นอยู่ที่วรรคสองเมื่อผู้ค้ำเป็นนิติบุคคลและยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม

Checklist การเจรจาก่อนเซ็นค้ำประกัน — ด้านการต่อรอง

นอกจาก Checklist ตรวจสอบสัญญาข้างต้น ผู้ค้ำประกันควรใช้ประเด็นต่อไปนี้ในการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อลดความเสี่ยงก่อนลงนาม:

#ประเด็นที่ควรต่อรองวิธีขอเหตุผลทางกฎหมาย
1 ขอจำกัดวงเงินค้ำประกัน (Cap Liability) ขอเพิ่มข้อความ "ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกิน [ระบุจำนวน] บาท" ในสัญญา ป.พ.พ. มาตรา 681 อนุญาตให้ค้ำน้อยกว่าหนี้ประธานได้ เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยอมรับหากตัวเลขสมเหตุสมผล
2 ขอกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาค้ำประกัน ระบุ "สัญญาค้ำประกันนี้สิ้นสุดลงเมื่อ [วันที่ / เมื่อหนี้ลดเหลือ X บาท]" ค้ำไม่มีกำหนด = ความเสี่ยงไม่สิ้นสุด การกำหนดวันสิ้นสุดเป็นสิ่งที่กฎหมายอนุญาตตามหลัก ป.พ.พ. มาตรา 680
3 ขอแนบ Automatic Release Clause ขอให้ระบุว่า "เมื่อหนี้ลดเหลือต่ำกว่า Y บาท หรือเมื่อหนี้ชำระครบ X% ผู้ค้ำพ้นความรับผิด" เจ้าหนี้มักยินยอมเพราะลูกหนี้ยังมีหนี้อยู่บางส่วน และเป็นแรงจูงใจให้ลูกหนี้ชำระตรงเวลา
4 ขอกำหนดเงื่อนไขก่อนเรียกผู้ค้ำ (Conditions Precedent) ระบุว่า "เจ้าหนี้จะเรียกผู้ค้ำประกันได้ก็ต่อเมื่อ (1) ฟ้องบังคับลูกหนี้แล้ว (2) ได้รับชำระไม่ครบ (3) แจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือแล้ว" เป็นการ reinforce สิทธิเกี่ยงตามมาตรา 689 ในสัญญา ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถข้ามขั้นตอนได้
5 ขอ Prior Notice ก่อนเปลี่ยนแปลงหนี้ ระบุว่า "ก่อนเจ้าหนี้จะขยายเวลา ลดดอกเบี้ย หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดก็ตาม ต้องแจ้งและได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ค้ำประกันก่อน" มาตรา ๗๐๐ วรรคหนึ่งกำหนดว่าถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น การระบุในสัญญาซ้ำยิ่งเพิ่มความชัดเจน
6 ขอสิทธิตรวจสอบสถานะหนี้ (Audit Right) ระบุว่า "ผู้ค้ำประกันมีสิทธิขอดูบัญชีหนี้และสถานะการชำระของลูกหนี้ได้ทุกเมื่อ โดยเจ้าหนี้ต้องตอบภายใน 30 วัน" ช่วยให้ผู้ค้ำติดตามความเสี่ยงตามหน้าที่บอกกล่าวของเจ้าหนี้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
7 ขอจำกัดประเภทหนี้ที่ค้ำ (Specific Debt Scope) ระบุว่า "ค้ำประกันเฉพาะสินเชื่อตามสัญญาเลขที่ [X] ลงวันที่ [Y] เท่านั้น ไม่รวมหนี้อื่นใดที่ลูกหนี้มีหรือจะมีกับเจ้าหนี้" ป้องกันปัญหาสัญญาค้ำประกัน "หนี้ทุกประเภท" ที่ทำให้ผู้ค้ำต้องรับผิดหนี้ที่ไม่รู้ตัวว่ามี
เทคนิคการเจรจา: เจ้าหนี้รายใหญ่ (ธนาคาร) มักมีสัญญามาตรฐาน แต่สามารถขอแนบ "บันทึกข้อตกลงเพิ่มเติม" (Addendum) ได้ ซึ่งมีผลเท่าสัญญาหลัก หากเจ้าหนี้ปฏิเสธทุกข้อ นั่นคือสัญญาณให้พิจารณาว่าควรค้ำประกันหรือไม่ ปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

FAQ เพิ่มเติม — คำถามจากลูกความ SME

Q6: ค้ำประกันสัญญาเช่าสำนักงาน วงเงินเท่าไหร่ถึงพอ?
A: กฎหมายไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำหรือสูงสุดสำหรับค้ำประกันสัญญาเช่า ในทางปฏิบัติตลาดนิยมใช้ 2-6 เดือนของค่าเช่า แต่ผู้ค้ำควรเจรจาให้ระบุวงเงินสูงสุดไว้ชัดเจน เช่น "ค้ำประกันไม่เกิน [จำนวน] บาท" เพราะหากไม่ระบุ อาจต้องรับผิดทั้งค่าเช่าค้าง ค่าซ่อมแซม ค่าปรับ และดอกเบี้ยรวมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681 ที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกินหนี้ประธาน แต่ถ้าหนี้ประธานไม่มี cap ผู้ค้ำก็ไม่มี cap เช่นกัน
Q7: เจ้าหนี้ขยายเวลาชำระหนี้ให้ลูกหนี้ โดยไม่บอกผู้ค้ำ ผลทางกฎหมายเป็นอย่างไร?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700 หากเจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมด ไม่ใช่แค่ส่วนที่เพิ่มขึ้น การหลุดพ้นนี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามกฎหมาย ผู้ค้ำไม่ต้องยื่นคำร้องใดก็ตาม เพียงแต่ต้องยกข้อต่อสู้นี้ขึ้นในชั้นศาลหากถูกฟ้อง และมีหน้าที่พิสูจน์ว่าตนไม่ได้ยินยอมการขยายเวลา
Q8: ผู้ค้ำประกัน 2 คน คนหนึ่งเสียชีวิต ความรับผิดของอีกคนเป็นอย่างไร?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 682 วรรคสอง ผู้ค้ำประกันหลายคนในหนี้รายเดียวกันมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันแม้จะมิได้ค้ำรวมกัน ข้อตกลงให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นนิติบุคคลตามวรรคสอง
Q9: บริษัทจะให้กรรมการค้ำประกันส่วนตัว ต้องทำอะไรบ้าง?
A: กรรมการที่จะค้ำประกันในนามส่วนตัวต้องดำเนินการดังนี้ (1) ตรวจสอบ Articles of Association ว่าต้องได้รับมติกรรมการหรือผู้ถือหุ้นก่อนหรือไม่ (2) ลงนามในสัญญาค้ำประกันในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามบริษัท (3) ขอจำกัดวงเงินและระยะเวลาไว้ชัดเจนตามมาตรา 681 (4) ตรวจสอบว่าสัญญาไม่มีข้อตกลงโมฆะตามมาตรา 681/1 เช่น ให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (5) ปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากวงเงินค้ำเกิน 5 ล้านบาทหรือไม่มี cap ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680
Q10: ถ้าเจ้าหนี้ปล่อยหลักประกัน (เช่น ยกเลิกจำนอง) ผู้ค้ำหลุดรับผิดหรือไม่?
A: ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 697 ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น
← ตอนที่ 4 LAS SHARE 5/10 ตอนที่ 6 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ