✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | Legal Advance Solution Co., Ltd. | เผยแพร่ 3 เมษายน 2569 | ปรับปรุงล่าสุด 28 กันยายน 2569
ลายเซ็นเดียวในสัญญาค้ำประกัน อาจทำให้คุณต้องรับผิดหนี้ของคนอื่นทั้งหมด ผู้ค้ำประกันในไทยหลายรายต้องสูญเสียทรัพย์สินสะสมทั้งชีวิตเพียงเพราะไม่ทราบขอบเขตความรับผิดที่แท้จริง กฎหมายไทยได้แก้ไขเพิ่มเติมครั้งสำคัญในปี 2557 และ 2558 เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ค้ำประกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่สิทธิเหล่านั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ค้ำประกันรู้และยกขึ้นต่อสู้ด้วยตนเอง
มาตรา ๖๘๐ อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
จากมาตรา ๖๘๐ วรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลภายนอกที่ผูกพันต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ วรรคสองเป็นบทหลักฐานแห่งการฟ้อง ไม่ใช่บทแบบที่ทำให้สัญญาไม่เกิดเพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
มาตรา ๖๘๑ อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์
หนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไขจะประกันไว้เพื่อเหตุการณ์ซึ่งหนี้นั้นอาจเป็นผลได้จริงก็ประกันได้ แต่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้รายที่ค้ำประกัน ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุดที่ค้ำประกัน และระยะเวลาในการก่อหนี้ที่จะค้ำประกัน เว้นแต่เป็นการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตามมาตรา ๖๙๙ จะไม่ระบุระยะเวลาดังกล่าวก็ได้
สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น
หนี้อันเกิดแต่สัญญาซึ่งไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะทำด้วยความสำคัญผิดหรือเพราะเป็นผู้ไร้ความสามารถนั้นก็อาจจะมีประกันอย่างสมบูรณ์ได้ ถ้าหากว่าผู้ค้ำประกันรู้เหตุสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถนั้นในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตน
มาตรา ๖๘๑ มีสี่วรรค วรรคหนึ่งจำกัดว่าค้ำประกันมีได้แต่เพื่อหนี้อันสมบูรณ์ วรรคสองเป็นแบบระบุเมื่อค้ำหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข วรรคสามให้รับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้ วรรคสี่เป็นกรณียกเว้นเมื่อหนี้เกิดจากสัญญาที่ไม่ผูกพันลูกหนี้เพราะสำคัญผิดหรือไร้ความสามารถ แต่ผู้ค้ำประกันรู้เหตุนั้นตั้งแต่เข้าทำสัญญา
ลักษณะสำคัญเมื่ออ่านสองมาตรานี้คู่กัน:
ก่อนปี 2557 กฎหมายค้ำประกันไทยให้สิทธิเจ้าหนี้อย่างกว้างขวาง ผู้ค้ำประกันจำนวนมากถูกบังคับให้รับผิดทั้งที่ไม่ทราบสถานะหนี้ของลูกหนี้ รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สองฉบับสำคัญ:
| ฉบับ | ปีบังคับใช้ | การเปลี่ยนแปลงสำคัญ | มาตราหลัก |
|---|---|---|---|
| ฉบับที่ 20 | พ.ศ. 2557 | ห้ามข้อตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม, หน้าที่บอกกล่าว, สิทธิเรียกลูกหนี้ก่อน | มาตรา 681/1 มาตรา 686 และมาตรา 688 |
| ฉบับที่ 21 | พ.ศ. 2558 | กำหนดหน้าที่เจ้าหนี้แจ้งสถานะหนี้, ขยายสิทธิไล่เบี้ย | มาตรา 686 มาตรา 691 และมาตรา 693 |
การแก้ไขทั้งสองฉบับมีผลบังคับใช้กับสัญญาค้ำประกันที่ทำขึ้นหลังวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ และมีบทเฉพาะกาลรองรับสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้า
มาตรา ๖๘๘ เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต
มาตรา ๖๘๙ ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวมาในมาตราก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน
มาตรา ๖๙๐ ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน
สามมาตรานี้เป็นคนละชั้น มาตรา ๖๘๘ เป็นสิทธิขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อน มาตรา ๖๘๙ เป็นสิทธิขอให้บังคับจากทรัพย์ลูกหนี้ก่อนเมื่อพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้มีทางชำระและการบังคับไม่ยาก มาตรา ๖๙๐ เป็นสิทธิขอให้ชำระจากทรัพย์ที่เจ้าหนี้ยึดถือเป็นประกันก่อน ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมตามมาตรา ๖๘๑/๑ วรรคสอง ย่อมไม่มีสิทธิตามสามมาตรานี้
มาตรา ๖๘๖ เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
เมื่อเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้หรือผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ค้ำประกันอาจชำระหนี้ทั้งหมดหรือใช้สิทธิชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ที่ลูกหนี้มีอยู่กับเจ้าหนี้ก่อนการผิดนัดชำระหนี้ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่ตนต้องรับผิดก็ได้ และให้นำความในมาตรา ๗๐๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในระหว่างที่ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ตามเงื่อนไขและวิธีการในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามวรรคสาม เจ้าหนี้จะเรียกดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพราะเหตุที่ลูกหนี้ผิดนัดในระหว่างนั้นมิได้
การชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามมาตรานี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของผู้ค้ำประกันตามมาตรา ๖๙๓
มาตรา ๖๘๖ มีห้าวรรค วรรคหนึ่งกำหนดให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ วรรคสองให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ไม่ได้บัญญัติว่าหลุดพ้นจากต้นเงิน วรรคสามถึงวรรคห้าอยู่ในกล่องด้านบน เมื่ออธิบายมาตรานี้ให้อ่านครบห้าวรรค
มาตรา ๖๙๑ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา ๗๐๐
ข้อตกลงใดที่มีผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันให้มากกว่าที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
มาตรา ๖๙๑ มีสองวรรค วรรคหนึ่งเป็นกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกัน และกำหนดหนังสือแจ้งกับสิทธิชำระตามที่ได้ลด วรรคสองบัญญัติว่าข้อตกลงใดที่มีผลเป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันให้มากกว่าที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ อย่าสรุปมาตรานี้เป็นหน้าที่แจ้งสถานะหนี้ทั่วไป
มาตรา ๖๙๓ ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น
อนึ่ง ผู้ค้ำประกันย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ด้วย
วรรคหนึ่งเป็นไล่เบี้ยเพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ย และการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายเพราะการค้ำประกัน วรรคสองเป็นรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกหนี้ ไม่ใช่บัญชีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่เขียนขึ้นใหม่
มาตรา ๖๙๔ นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
มาตรา ๖๙๒ เป็นบทอายุความสะดุดหยุดลงเป็นโทษแก่ลูกหนี้ย่อมเป็นโทษแก่ผู้ค้ำประกันด้วย ไม่ใช่บทยกข้อต่อสู้
มาตรา ๖๘๒ ท่านว่าบุคคลจะยอมเข้าเป็นผู้รับเรือน คือเป็นประกันของผู้ค้ำประกันอีกชั้นหนึ่ง ก็เป็นได้
ถ้าบุคคลหลายคนยอมตนเข้าเป็นผู้ค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันไซร้ ท่านว่าผู้ค้ำประกันเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกัน แม้ถึงว่าจะมิได้เข้ารับค้ำประกันรวมกัน
วรรคหนึ่งเป็นผู้รับเรือน วรรคสองเป็นการรับผิดระหว่างผู้ค้ำด้วยกันในหนี้รายเดียวกัน ไม่ทำให้ข้อสัญญาให้ผู้ค้ำซึ่งเป็นบุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้นมีผล ข้อเช่นนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา ๖๘๑/๑ วรรคหนึ่ง เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นนิติบุคคลตามวรรคสองของมาตรานั้น
มาตรา ๖๘๑/๑ ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ในกรณีเช่นนั้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐
วรรคหนึ่งทำให้ข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ วรรคสองยกเว้นเมื่อผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันเช่นนั้น ในกรณีนั้นนิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิตามมาตรา ๖๘๘ มาตรา ๖๘๙ และมาตรา ๖๙๐ มาตรานี้จึงไม่ใช่บัญชีหกข้อตกลงโมฆะ
มาตรา ๖๘๕/๑ บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา ๖๘๑ วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา ๖๘๖ มาตรา ๖๙๔ มาตรา ๖๙๘ และมาตรา ๖๙๙ เป็นโมฆะ
ข้อตกลงที่แตกต่างจากมาตราที่ระบุในมาตรา ๖๘๕/๑ เป็นโมฆะ คนละบัญชีกับมาตรา ๖๘๑/๑
| วรรค | ข้อความตามมาตรา 681/1 | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|---|
| วรรคหนึ่ง | ข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วม หรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม | ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ ผู้ค้ำบุคคลธรรมดายังเป็นผู้ค้ำประกัน และยังมีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690 |
| วรรคสอง | ไม่ใช้บังคับแก่ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นนิติบุคคลและยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม | นิติบุคคลนั้นย่อมไม่มีสิทธิตามมาตรา 688 มาตรา 689 และมาตรา 690 |
ข้อตกลงอื่นที่มักถูกเขียนรวมกับมาตรา 681/1 แต่ตัวบทอยู่คนละมาตรา:
| ข้อที่มักเข้าใจผิด | ฐานจริง | ผลตามตัวบท |
|---|---|---|
| ต้องระบุหนี้ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลา (หนี้ในอนาคต/มีเงื่อนไข) | ป.พ.พ. มาตรา 681 วรรคสองและวรรคสาม | ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้ ไม่ใช่ข้อโมฆะตามมาตรา 681/1 |
| ยินยอมล่วงหน้าให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา | ป.พ.พ. มาตรา 700 วรรคสอง | ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้ เว้นแต่ผู้ค้ำเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระตามวรรคสาม |
| ผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกัน | ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง | ผู้ค้ำเหล่านั้นมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างกันเอง ไม่ใช่บทโมฆะตามมาตรา 681/1 |
ในทางธุรกิจ SME มักพบกับหลักประกันสองประเภทหลัก ซึ่งมีกลไกและผลทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ:
| ประเด็น | Bank Guarantee (หนังสือค้ำประกันธนาคาร) | Personal Guarantee (ค้ำประกันส่วนบุคคล) |
|---|---|---|
| ผู้ออกหลักประกัน | ธนาคาร / สถาบันการเงิน | บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล |
| เงื่อนไขการเรียกร้อง | เรียกได้ทันทีเมื่อผิดเงื่อนไข ไม่ต้องพิสูจน์ความผิดนัด | ต้องพิสูจน์ว่าลูกหนี้ผิดนัดก่อน |
| สิทธิเกี่ยง | ไม่มี ธนาคารจ่ายก่อนแล้วค่อยไล่เบี้ย | มี ตามมาตรา 689 |
| ข้อตกลงโมฆะ มาตรา 681/1 | บังคับใช้หากยังเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา 680 — ไม่บังคับใช้เฉพาะฉบับที่เขียนเป็นการรับประกันอิสระ (on-demand) ชัดแจ้ง | บังคับใช้เต็มที่ |
| ค่าใช้จ่าย | ค่าธรรมเนียม 1-3% ต่อปี | ไม่มีค่าธรรมเนียม |
| ความเสี่ยงต่อผู้ค้ำ | ธนาคารไม่เสี่ยงส่วนตัว เพียงใช้เครดิต | เสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด |
| ระยะเวลา | กำหนดชัดเจน มีวันหมดอายุ | อาจไม่มีกำหนดสิ้นสุด |
| นิยมใช้ในสถานการณ์ | สัญญาก่อสร้าง ประมูลงานรัฐ เช่าทรัพย์ | สินเชื่อธุรกิจ กู้เงินบุคคล |
กฎหมายแก้ไข พ.ศ. 2558 กำหนดหน้าที่เจ้าหนี้เพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ค้ำประกันทราบสถานะหนี้ตลอดเวลา ได้แก่:
มาตรา ๗๐๐ ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้
ความในวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่กรณีผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ
วรรคหนึ่งใช้เมื่อค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ วรรคสองทำให้ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลาใช้บังคับมิได้ วรรคสามยกเว้นผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นสถาบันการเงินหรือค้ำประกันเพื่อสินจ้างเป็นปกติธุระ
มาตรา ๖๙๗ ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น
มาตรา ๖๙๗ ไม่ได้ใช้คำว่าบกพร่องในการรักษาหลักประกันโดยทั่วไป ตัวบทคือการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เองเป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกัน
เมื่อผู้ค้ำชำระหนี้แล้ว สิทธิไล่เบี้ยและรับช่วงอยู่ที่มาตรา ๖๙๓ ไม่ใช่หน้าที่แจ้งของลูกหนี้ที่บัญญัติเป็นมาตราแยกในหมวดนี้
มาตรา ๖๙๘ อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด ในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ
ตัวบทใช้คำว่าหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ ไม่ได้ลิสต์ชำระหนี้ แปลงหนี้ใหม่ ปลดหนี้ หรือหักกลบลบหนี้ไว้ในมาตรานี้
ก่อนลงนามในสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ครบถ้วน:
| # | ประเด็นที่ต้องตรวจ | เหตุผล | มาตราอ้างอิง |
|---|---|---|---|
| 1 | จำนวนหนี้สูงสุดที่ค้ำประกันระบุชัดเจนหรือไม่ | หากไม่ระบุ อาจต้องรับผิดหนี้ทั้งหมดในอนาคต | ป.พ.พ. มาตรา 681 |
| 2 | มีข้อตกลงให้ค้ำอย่างลูกหนี้ร่วมหรือไม่ | ข้อตกลงนี้โมฆะตามมาตรา 681/1 | ป.พ.พ. มาตรา 681/1 |
| 3 | มีกำหนดเวลาสิ้นสุดการค้ำประกันหรือไม่ | ค้ำประกันไม่มีกำหนด = รับผิดไม่สิ้นสุด | ป.พ.พ. มาตรา 699 ประกอบมาตรา 681 |
| 4 | มีข้อกำหนดให้เจ้าหนี้แจ้งผิดนัดภายใน 60 วันหรือไม่ | หากไม่แจ้ง ผู้ค้ำไม่ต้องรับผิดดอกเบี้ยหลัง 60 วัน | ป.พ.พ. มาตรา 686 |
| 5 | ลูกหนี้มีหลักประกันทรัพย์สินอื่นรองรับหรือไม่ | ถ้ามี ผู้ค้ำต้องรับผิดหลังบังคับหลักประกันแล้ว | ป.พ.พ. มาตรา 690 |
| 6 | มีข้อตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือสละสิทธิ มาตรา 688 ถึงมาตรา 690 หรือไม่ | ข้อตกลงให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะตามมาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง | ป.พ.พ. มาตรา 681/1 วรรคหนึ่ง |
| 7 | มีผู้ค้ำประกันร่วมคนอื่นด้วยหรือไม่ | ผู้ค้ำหลายคนในหนี้รายเดียวกันมีความรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันระหว่างกัน ตามมาตรา 682 วรรคสอง | ป.พ.พ. มาตรา 682 วรรคสอง |
การค้ำประกันคือการรับความเสี่ยงทางการเงินของผู้อื่นมาเป็นของตน กฎหมายไทยฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2557 และ 2558 ได้สร้างกรอบคุ้มครองผู้ค้ำประกันที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะการห้ามข้อตกลงให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1 และหน้าที่บอกกล่าวเมื่อลูกหนี้ผิดนัดตามมาตรา 686
อย่างไรก็ตาม สิทธิเหล่านี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ค้ำประกันรู้สิทธิของตนและยกขึ้นต่อสู้ด้วยตนเอง ก่อนเซ็นสัญญาค้ำประกันใด ๆ ควรปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจ เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดขอบเขตความรับผิดที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้มิตรภาพหรือความสัมพันธ์ครอบครัวทำให้ละเลยการตรวจสอบเนื้อหาสัญญาอย่างรอบคอบ
ห้ามนำหลักในมาตราไปเล่าเป็นคำพิพากษาเลขคดีที่ยังเปิดหน้าไม่ได้ ให้อ่านกล่องตัวบทด้านบน แล้วใช้ตารางนี้เป็นกรอบจำสถาบัน
ในทางธุรกิจ SME มีหลักประกัน 3 ประเภทหลักที่ควรรู้จักและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ได้แก่ Personal Guarantee (ค้ำประกันส่วนบุคคล), Bank Guarantee (หนังสือค้ำประกันธนาคาร) และ Mortgage (จำนองอสังหาริมทรัพย์)
| ประเด็น | Personal Guarantee (ค้ำประกันส่วนบุคคล) |
Bank Guarantee (หนังสือค้ำประกันธนาคาร) |
Mortgage (จำนองอสังหาริมทรัพย์) |
|---|---|---|---|
| กฎหมายหลัก | ป.พ.พ. มาตรา 680 ถึงมาตรา 701 | ส่วนใหญ่ยังเป็น มาตรา 680 (ธนาคารเป็นผู้ค้ำประกัน) เว้นแต่เขียนเป็นการรับประกันอิสระชัดแจ้ง | ป.พ.พ. มาตรา 702 ถึงมาตรา 746 |
| ผู้ให้หลักประกัน | บุคคลธรรมดา / นิติบุคคล | ธนาคาร / สถาบันการเงิน | เจ้าของทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ |
| ความเสี่ยงต่อผู้ให้ประกัน | สูงมาก — เสี่ยงทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด | ต่ำ — ธนาคารเสี่ยงแต่เครดิต ไม่ใช่สินทรัพย์ | กลาง — เสี่ยงเฉพาะทรัพย์ที่จำนอง |
| ต้นทุน | ไม่มีค่าธรรมเนียม แต่รับความเสี่ยงส่วนตัว | ค่าธรรมเนียม 1-3% ต่อปีของวงเงิน | ค่าจดจำนอง 1% ของมูลหนี้ (ชำระครั้งเดียว) |
| เงื่อนไขการบังคับ | ต้องตรวจหนี้ถึงกำหนดและแจ้งผู้ค้ำประกันตามมาตรา 686 ผู้ค้ำประกันอาจขอให้เรียกลูกหนี้ก่อนตามมาตรา 688 และหากพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้ชำระได้และการบังคับไม่ยาก จึงขอให้บังคับจากทรัพย์สินลูกหนี้ก่อนตามมาตรา 689 | เรียกได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุตามเงื่อนไข ไม่ต้องพิสูจน์ผิดนัด | ต้องฟ้องบังคับจำนองและประมูลขายทอดตลาด |
| อายุความ | ต้องตรวจอายุความของหนี้ที่ค้ำและเวลาที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นรายกรณี; มาตรา 193/34 ไม่ได้กำหนดอายุความสองปีสำหรับการค้ำประกันเงินกู้ทุกกรณี | ตามกำหนดในหนังสือ BG (มีวันหมดอายุชัดเจน) | 10 ปี นับแต่หนี้ถึงกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 193/30) |
| ผลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหนี้ | ผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำประกันไม่ได้ตกลงด้วย → ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด (มาตรา ๗๐๐) | การเปลี่ยนแปลงหนี้ไม่กระทบ BG เว้นแต่ระบุไว้ใน BG | จำนองติดไปกับทรัพย์ ไม่กระทบจากการเปลี่ยนหนี้โดยตรง |
| สิทธิเกี่ยง | มี ตามมาตรา 689 | ไม่มี ธนาคารจ่ายก่อนแล้วค่อยไล่เบี้ยลูกค้า | ไม่มี — ศาลบังคับขายทอดตลาดทรัพย์นั้นได้เลย |
| ข้อตกลงโมฆะ มาตรา 681/1 | บังคับใช้เต็มที่ | บังคับใช้หากยังเป็นสัญญาค้ำประกัน เว้นแต่เขียนเป็นการรับประกันอิสระชัดแจ้ง | ไม่บังคับใช้ (คนละประเภทสัญญา) |
| นิยมใช้สถานการณ์ | สินเชื่อธุรกิจ กู้เงินบุคคล สัญญาเช่า | ประมูลงานรัฐ สัญญาก่อสร้าง Bid Bond | สินเชื่อขนาดใหญ่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย |
| แนะนำสำหรับ SME | หลีกเลี่ยงหากทำได้ หรือต้อง cap วงเงินไว้ | ดีที่สุดสำหรับผู้ค้ำ แต่ต้องมีวงเงินกับธนาคาร | เหมาะถ้ามีอสังหาริมทรัพย์พอและต้องการจำกัดความเสี่ยงส่วนตัว |
กรณีศึกษาต่อไปนี้รวบรวมจากคดีที่พบในทางปฏิบัติ ชื่อบุคคลและบริษัทเปลี่ยนเป็นตัวแทนเพื่อรักษาความลับ
นอกจาก Checklist ตรวจสอบสัญญาข้างต้น ผู้ค้ำประกันควรใช้ประเด็นต่อไปนี้ในการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อลดความเสี่ยงก่อนลงนาม:
| # | ประเด็นที่ควรต่อรอง | วิธีขอ | เหตุผลทางกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| 1 | ขอจำกัดวงเงินค้ำประกัน (Cap Liability) | ขอเพิ่มข้อความ "ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่เกิน [ระบุจำนวน] บาท" ในสัญญา | ป.พ.พ. มาตรา 681 อนุญาตให้ค้ำน้อยกว่าหนี้ประธานได้ เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยอมรับหากตัวเลขสมเหตุสมผล |
| 2 | ขอกำหนดวันสิ้นสุดสัญญาค้ำประกัน | ระบุ "สัญญาค้ำประกันนี้สิ้นสุดลงเมื่อ [วันที่ / เมื่อหนี้ลดเหลือ X บาท]" | ค้ำไม่มีกำหนด = ความเสี่ยงไม่สิ้นสุด การกำหนดวันสิ้นสุดเป็นสิ่งที่กฎหมายอนุญาตตามหลัก ป.พ.พ. มาตรา 680 |
| 3 | ขอแนบ Automatic Release Clause | ขอให้ระบุว่า "เมื่อหนี้ลดเหลือต่ำกว่า Y บาท หรือเมื่อหนี้ชำระครบ X% ผู้ค้ำพ้นความรับผิด" | เจ้าหนี้มักยินยอมเพราะลูกหนี้ยังมีหนี้อยู่บางส่วน และเป็นแรงจูงใจให้ลูกหนี้ชำระตรงเวลา |
| 4 | ขอกำหนดเงื่อนไขก่อนเรียกผู้ค้ำ (Conditions Precedent) | ระบุว่า "เจ้าหนี้จะเรียกผู้ค้ำประกันได้ก็ต่อเมื่อ (1) ฟ้องบังคับลูกหนี้แล้ว (2) ได้รับชำระไม่ครบ (3) แจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือแล้ว" | เป็นการ reinforce สิทธิเกี่ยงตามมาตรา 689 ในสัญญา ทำให้เจ้าหนี้ไม่สามารถข้ามขั้นตอนได้ |
| 5 | ขอ Prior Notice ก่อนเปลี่ยนแปลงหนี้ | ระบุว่า "ก่อนเจ้าหนี้จะขยายเวลา ลดดอกเบี้ย หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใดก็ตาม ต้องแจ้งและได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ค้ำประกันก่อน" | มาตรา ๗๐๐ วรรคหนึ่งกำหนดว่าถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น การระบุในสัญญาซ้ำยิ่งเพิ่มความชัดเจน |
| 6 | ขอสิทธิตรวจสอบสถานะหนี้ (Audit Right) | ระบุว่า "ผู้ค้ำประกันมีสิทธิขอดูบัญชีหนี้และสถานะการชำระของลูกหนี้ได้ทุกเมื่อ โดยเจ้าหนี้ต้องตอบภายใน 30 วัน" | ช่วยให้ผู้ค้ำติดตามความเสี่ยงตามหน้าที่บอกกล่าวของเจ้าหนี้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 |
| 7 | ขอจำกัดประเภทหนี้ที่ค้ำ (Specific Debt Scope) | ระบุว่า "ค้ำประกันเฉพาะสินเชื่อตามสัญญาเลขที่ [X] ลงวันที่ [Y] เท่านั้น ไม่รวมหนี้อื่นใดที่ลูกหนี้มีหรือจะมีกับเจ้าหนี้" | ป้องกันปัญหาสัญญาค้ำประกัน "หนี้ทุกประเภท" ที่ทำให้ผู้ค้ำต้องรับผิดหนี้ที่ไม่รู้ตัวว่ามี |
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ