LAS SHARE

หนังสือบริคณห์สนธิ — DNA ของบริษัท ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 3 เมษายน 2569

สารบัญ
  1. หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร
  2. องค์ประกอบบังคับ (มาตรา 1098)
  3. ข้อบังคับบริษัท (AOA) — ต่างจาก MOA อย่างไร
  4. วัตถุประสงค์บริษัท — กว้างไปหรือแคบไป
  5. ข้อกำหนด DBD ที่ต้องรู้
  6. ขั้นตอนการแก้ไข
  7. LAS Risk Assessment
  8. FAQ 5 ข้อ
  9. ตัวอย่างร่างวัตถุประสงค์
  10. กระบวนการแก้ไข DBD ปฏิบัติจริง
  11. สรุป

ถ้าบริษัทเปรียบเหมือนคน หนังสือบริคณห์สนธิก็คือ DNA — มันกำหนดตั้งแต่ชื่อ ที่อยู่ ไปจนถึงสิ่งที่บริษัทสามารถทำได้ทั้งหมด หลายธุรกิจจดทะเบียนบริษัทแล้วก็ลืมไปว่าเอกสารนี้มีอยู่ จนกระทั่งต้องการขยายธุรกิจหรือขอใบอนุญาตพิเศษ จึงพบว่าวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ครอบคลุมธุรกิจใหม่ไม่ได้ การเข้าใจหนังสือบริคณห์สนธิอย่างถ่องแท้จึงเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย

หนังสือบริคณห์สนธิคืออะไร

หนังสือบริคณห์สนธิ (Memorandum of Association หรือ MOA) คือเอกสารก่อตั้งบริษัทจำกัดที่ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098 เป็นขั้นตอนแรกสุดก่อนที่จะมีการประชุมจัดตั้งบริษัทและจดทะเบียนบริษัท

ในระบบกฎหมายไทย หนังสือบริคณห์สนธิมีสถานะเป็นเอกสารมหาชน (Public Document) ที่บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยเนื้อหาในหนังสือบริคณห์สนธิเป็นข้อเท็จจริงที่บุคคลภายนอกสามารถอ้างอิงได้ในการทำธุรกรรมกับบริษัท บริษัทไม่สามารถอ้างว่าบุคคลภายนอกไม่ทราบข้อมูลในเอกสารนี้ได้

หนังสือบริคณห์สนธิแตกต่างจากข้อบังคับบริษัท (Articles of Association หรือ AOA) ในแง่ที่ MOA เป็นกรอบภายนอกของบริษัท กำหนดขอบเขตอำนาจและวัตถุประสงค์ที่บริษัทสามารถดำเนินการได้ ในขณะที่ AOA เป็นกฎเกณฑ์ภายในสำหรับการบริหารจัดการองค์กร

องค์ประกอบบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1098

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙๗ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๑๐๙๗   บุคคลใด ๆ ตั้งแต่สองคนขึ้นไปจะเริ่มก่อการและตั้งเป็นบริษัทจำกัดก็ได้ โดยเข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิ และกระทำการอย่างอื่นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙๘ · PDF ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
      มาตรา ๑๐๙๘  หนังสือบริคณห์สนธินั้น ต้องมีรายการดังต่อไปนี้ คือ

      (๑) ชื่อบริษัทอันคิดจะตั้งขึ้น ซึ่งต้องมีคำว่า “จำกัด” ไว้ปลายชื่อนั้นด้วยเสมอไป

      (๒) ที่สำนักงานของบริษัทซึ่งบอกทะเบียนนั้นจะตั้งอยู่ ณ ที่ใดในพระราชอาณาเขต

      (๓) วัตถุที่ประสงค์ทั้งหลายของบริษัท

      (๔) ถ้อยคำสำแดงว่า ความรับผิดของผู้ถือหุ้นจะมีจำกัด

      (๕) จำนวนทุนเรือนหุ้นซึ่งบริษัทคิดกำหนดจะจดทะเบียนแบ่งออกเป็นหุ้นมีมูลค่ากำหนดหุ้นละเท่าไร

      (๖) ชื่อ สำนัก อาชีวะ และลายมือชื่อของบรรดาผู้เริ่มก่อการ ทั้งจำนวนหุ้นซึ่งต่างคนต่างเข้าชื่อซื้อไว้คนละเท่าใด

อ่านมาตรา ๑๐๙๗ และมาตรา ๑๐๙๘ ในกล่องด้านบนทั้งรายการ อย่าสรุปเหลือตารางอย่างเดียว

#รายการบังคับข้อกำหนดเพิ่มเติมมาตราอ้างอิง
1 ชื่อบริษัท ต้องมีคำว่า "จำกัด" ต่อท้ายเสมอ ชื่อต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายกับบริษัทอื่นที่จดทะเบียนแล้ว ป.พ.พ. มาตรา 1098 (1)
2 สำนักงานแห่งใหญ่ ระบุจังหวัดที่ตั้ง (ไม่ต้องระบุที่อยู่เต็ม แต่ต้องระบุจังหวัด) ป.พ.พ. มาตรา 1098 (2)
3 วัตถุที่ประสงค์ กิจกรรมทางธุรกิจที่บริษัทจะดำเนินการ ต้องชัดเจนและครอบคลุมกิจกรรมที่คาดว่าจะทำ ป.พ.พ. มาตรา 1098 (3)
4 ทุนจดทะเบียน ถ้อยคำสำแดงว่าความรับผิดของผู้ถือหุ้นมีจำกัด ป.พ.พ. มาตรา 1098 (4)
5 ทุนจดทะเบียน จำนวนทุนเรือนหุ้นที่แบ่งเป็นหุ้น พร้อมมูลค่าหุ้นละ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1117 มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าห้าบาท ป.พ.พ. มาตรา 1098 (5) และมาตรา 1117
6 ข้อมูลผู้เริ่มก่อการ ชื่อ สำนัก อาชีพ ลายมือชื่อ และจำนวนหุ้นที่ผู้เริ่มก่อการแต่ละคนเข้าชื่อซื้อ อย่างน้อย 2 คน ตามมาตรา 1097 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ป.พ.พ. มาตรา 1097 และมาตรา 1098 (6)
ข้อควรรู้: ผู้เริ่มก่อการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1097 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ต้องลงลายมือชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิ และต้องมีอย่างน้อย 2 คน (ลดจากเดิม 3 คน) ผู้เริ่มก่อการต้องเข้าชื่อซื้อหุ้นในหนังสือบริคณห์สนธิตามมาตรา 1098 (6) หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วอาจโอนหุ้นต่อไปได้ตามหลักการโอนหุ้นของบริษัทจำกัด

ข้อบังคับบริษัท (AOA) — ต่างจาก MOA อย่างไร

ข้อบังคับบริษัท (Articles of Association หรือ AOA) เป็นเอกสารที่กำหนดกฎเกณฑ์การบริหารงานภายในบริษัท ต่างจาก MOA ในหลายประการ:

ประเด็นหนังสือบริคณห์สนธิ (MOA)ข้อบังคับบริษัท (AOA)
วัตถุประสงค์ กำหนดขอบเขตภายนอกของบริษัท (ทำอะไรได้) กำหนดกฎภายในของบริษัท (บริหารอย่างไร)
ผลต่อบุคคลภายนอก บุคคลภายนอกผูกพันตามข้อมูลใน MOA ที่จดทะเบียน ผลต่อบุคคลภายในบริษัทเป็นหลัก
เนื้อหาหลัก ชื่อ สำนักงาน วัตถุประสงค์ ทุน ผู้เริ่มก่อการ การประชุม อำนาจกรรมการ การโอนหุ้น เงินปันผล เป็นต้น
การแก้ไข ต้องใช้มติพิเศษ (3/4) + จดทะเบียน ต้องใช้มติพิเศษ (3/4) + จดทะเบียน
หากไม่มี บังคับต้องมี ขาดไม่ได้ ใช้ข้อบังคับมาตรฐานของ DBD แทนได้

องค์ประกอบสำคัญของ AOA ที่ควรมี

วัตถุประสงค์บริษัท — กว้างไปหรือแคบไป

ปัญหาจากวัตถุประสงค์ที่แคบเกินไป

หากระบุวัตถุประสงค์ไว้แคบ เช่น "ขายอาหารและเครื่องดื่ม" เพียงอย่างเดียว เมื่อต้องการขยายธุรกิจไปในทิศทางใหม่ เช่น ให้บริการจัดงาน ขายสินค้าออนไลน์ หรือเปิดโรงแรม จะต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ในระหว่างนั้นบริษัทอาจไม่สามารถทำสัญญาในธุรกิจใหม่ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การกระทำของบริษัทที่นอกเหนือวัตถุประสงค์ (Ultra Vires) อาจนำไปสู่ปัญหาในการบังคับสัญญา แม้กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้การกระทำ Ultra Vires เป็นโมฆะโดยอัตโนมัติในทุกกรณี แต่อาจมีผลต่อความรับผิดของกรรมการและการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากหน่วยงานราชการ

ปัญหาจากวัตถุประสงค์ที่กว้างเกินไป

ในทางปฏิบัติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) มีแบบฟอร์มวัตถุประสงค์มาตรฐานจำนวนหลายสิบรายการ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกวัตถุประสงค์หลายรายการที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบางประเภทต้องระบุวัตถุประสงค์ให้ตรงกับประเภทใบอนุญาต เช่น:

ประเภทธุรกิจข้อกำหนดวัตถุประสงค์กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจท่องเที่ยวต้องระบุวัตถุประสงค์ด้านการท่องเที่ยวชัดเจนพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551
โรงแรมต้องระบุประกอบกิจการโรงแรมพ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547
คลินิก/สถานพยาบาลวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์ต้องชัดเจนพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541
ธุรกิจหลักทรัพย์ต้องตรงกับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ธุรกิจขนส่งต้องระบุประเภทการขนส่งให้ชัดพ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522

แนวทางที่ดีที่สุดในการร่างวัตถุประสงค์

แนวปฏิบัติที่แนะนำคือการระบุวัตถุประสงค์หลักที่ครอบคลุมธุรกิจในปัจจุบันและที่คาดว่าจะขยายใน 3-5 ปีข้างหน้า โดยใช้ถ้อยคำที่กว้างพอสมควร แต่ยังมีความเฉพาะเจาะจงเพียงพอที่จะขอใบอนุญาตที่จำเป็นได้ ตัวอย่างเช่น แทนที่จะระบุแค่ "ขายอาหาร" ควรระบุว่า "ประกอบธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริการจัดเลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง"

ข้อกำหนด DBD ที่ต้องรู้

กระบวนการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

1ตรวจสอบชื่อบริษัท: ยื่นขอตรวจสอบชื่อบริษัทที่ DBD หรือระบบออนไลน์ ว่าไม่ซ้ำหรือคล้ายบริษัทอื่น

2จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ: ยื่นแบบฟอร์ม บอจ.1 พร้อมเอกสารประกอบต่อนายทะเบียน ณ สำนักงาน DBD หรือออนไลน์

3ประชุมตั้งบริษัท: ทำกิจการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1108 (ตั้งข้อบังคับ ให้สัตยาบัน เลือกตั้งกรรมการชุดแรก เป็นต้น) ไม่ใช่บทกำหนดระยะ 3 เดือน

4จดทะเบียนบริษัท: กรรมการขอจดทะเบียนตามมาตรา 1111 และถ้าไม่จดภายในสามเดือนนับแต่ประชุมตั้งบริษัท บริษัทเป็นอันไม่ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 1112

ค่าธรรมเนียม DBD (อ้างอิงอัตราปัจจุบัน)

รายการค่าธรรมเนียม
จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ500 บาท
จดทะเบียนบริษัทจำกัด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] — เพดานทุนที่ผูกกับอัตรานี้ยังไม่ได้ยืนยันจากกฎกระทรวงฉบับล่าสุดของ dbd.go.th5,000 บาท
จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ500 บาท ต่อรายการ
ขอหนังสือรับรองบริษัท100 บาท ต่อฉบับ

ระยะเวลาจดทะเบียนออนไลน์

ปัจจุบัน DBD มีระบบจดทะเบียนออนไลน์ (e-Registration) ที่ช่วยลดเวลาดำเนินการ โดยปกติการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิออนไลน์ใช้เวลา 1-3 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง

ขั้นตอนการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ

เหตุที่ต้องแก้ไข

เหตุรายการที่ต้องแก้ไขมาตราอ้างอิง
เปลี่ยนชื่อบริษัทรายการชื่อบริษัทในหนังสือบริคณห์สนธิ + ข้อบังคับป.พ.พ. มาตรา 1145 ประกอบมาตรา 1023
ย้ายสำนักงานข้ามจังหวัดรายการสำนักงานแห่งใหญ่ป.พ.พ. มาตรา 1145 ประกอบมาตรา 1023
เพิ่ม/เปลี่ยนวัตถุประสงค์รายการวัตถุที่ประสงค์ป.พ.พ. มาตรา 1145 ประกอบมาตรา 1023
เพิ่มทุนจดทะเบียนรายการทุน + ออกหุ้นใหม่ป.พ.พ. มาตรา 1220 และมาตรา 1223
ลดทุนจดทะเบียนรายการทุน + ต้องแจ้งเจ้าหนี้ป.พ.พ. มาตรา 1224 (มติพิเศษ) มาตรา 1225 (ห้ามต่ำกว่า 1/4) และมาตรา 1226 (โฆษณา/บอกกล่าวเจ้าหนี้)

กระบวนการแก้ไข

  1. เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยคำบอกกล่าวเพื่อลงมติพิเศษต้องส่งก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 (ฉบับที่ 23 พ.ศ. 2565)
  2. ลงมติพิเศษ ต้องได้รับคะแนนเสียงข้างมากไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 ประกอบมาตรา 1145
  3. จดทะเบียนแก้ไข บริษัทมีหน้าที่นำมติพิเศษที่แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ/ข้อบังคับไปจดทะเบียนภายใน 14 วันนับแต่วันที่ได้ลงมติพิเศษ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1146 (ส่วนมาตรา 1023 เป็นบทว่าด้วยผลของการจดทะเบียนต่อบุคคลภายนอก ไม่ใช่บทกำหนดระยะเวลา) หากยื่นล่าช้าเกิน 14 วัน กรรมการอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499
คำเตือน: การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิล่าช้าเกินกำหนด 14 วันอาจมีผลทางกฎหมาย กรรมการที่ล่าช้าในการยื่นจดทะเบียนอาจมีความรับผิดส่วนตัว และการแก้ไขจะมีผลสมบูรณ์ต่อบุคคลภายนอกก็ต่อเมื่อจดทะเบียนแล้วเท่านั้น

LAS Risk Assessment

RISK HIGH — ความเสี่ยงสูง
วัตถุประสงค์ไม่ครอบคลุมธุรกิจที่ทำอยู่จริง
หากบริษัทดำเนินกิจกรรมนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ อาจเผชิญปัญหาในการขอใบอนุญาต การทำสัญญากับคู่ค้า และความรับผิดของกรรมการ ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาบางฉบับที่ทำนอกวัตถุประสงค์อาจถูกโต้แย้งความสมบูรณ์ได้

Option A: แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิให้ครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดก่อนดำเนินการต่อไป
Option B: ยกเลิกหรือระงับกิจกรรมที่นอกเหนือวัตถุประสงค์ชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขเอกสารเรียบร้อย
RISK MEDIUM — ความเสี่ยงกลาง
ข้อบังคับบริษัทไม่เหมาะสมกับขนาดและโครงสร้างธุรกิจ
บริษัทที่ใช้ข้อบังคับมาตรฐานของ DBD โดยไม่ได้ปรับให้เหมาะสม อาจพบปัญหาในการบริหารงาน เช่น ข้อกำหนดการประชุมที่ยุ่งยาก หรือขาดการคุ้มครองผู้ถือหุ้นส่วนน้อย การร่างข้อบังคับเฉพาะสำหรับบริษัทจะช่วยลดความขัดแย้งในอนาคต
RISK LOW — ความเสี่ยงต่ำ
วัตถุประสงค์กว้างพอสมควรและครอบคลุมกิจกรรมปัจจุบัน
หากวัตถุประสงค์ครอบคลุมกิจกรรมหลักและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง พร้อมทั้งมีข้อบังคับที่เหมาะสม ความเสี่ยงทางกฎหมายจาก MOA จะต่ำมาก ทบทวนปีละครั้งเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ

FAQ — คำถามที่ SME ถามบ่อย

Q1: บริษัทจำกัดกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องมีหนังสือบริคณห์สนธิเหมือนกันไหม?
A: ไม่เหมือนกัน หนังสือบริคณห์สนธิมีเฉพาะบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 และต้องจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนตามบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน (ลักษณะ 22 หมวด 2) ไม่ใช่ตามมาตรา 1012 เพียงมาตราเดียว
Q2: ถ้าวัตถุประสงค์ในหนังสือบริคณห์สนธิไม่ครอบคลุมธุรกิจที่ทำ สัญญาที่ทำกับลูกค้าจะใช้ไม่ได้ไหม?
A: ในกฎหมายไทย การกระทำ Ultra Vires (นอกวัตถุประสงค์) ไม่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติในทุกกรณี แต่อาจมีปัญหาในการบังคับคดีในบางสถานการณ์ และอาจทำให้กรรมการมีความรับผิดส่วนตัวได้ ควรแก้ไขวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมโดยเร็ว
Q3: สามารถระบุวัตถุประสงค์กว้าง ๆ ว่า "ประกอบธุรกิจทุกประเภทที่กฎหมายอนุญาต" ได้ไหม?
A: DBD มักไม่รับจดทะเบียนวัตถุประสงค์ที่กว้างเกินไปในลักษณะดังกล่าว แต่สามารถเลือกหลายรายการจากแบบฟอร์มวัตถุประสงค์มาตรฐานของ DBD ได้ โดยเลือกรายการที่ครอบคลุมกิจกรรมที่จะทำและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
Q4: ถ้าย้ายสำนักงานในจังหวัดเดิม ต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิไหม?
A: ไม่ต้อง เพราะหนังสือบริคณห์สนธิระบุเพียงจังหวัดที่ตั้ง ไม่ใช่ที่อยู่เต็ม แต่การย้ายสำนักงานข้ามจังหวัดเป็นการแก้ไขข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิซึ่งต้องมีมติพิเศษตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1145 และการแก้ไขจะถือเอาประโยชน์ต่อบุคคลภายนอกได้เมื่อจดทะเบียนแล้วตามมาตรา 1023
Q5: หนังสือบริคณห์สนธิต้องทำเป็นภาษาไทยเท่านั้นหรือเปล่า?
A: ใช่ เอกสารที่ยื่นต่อ DBD ต้องเป็นภาษาไทย บริษัทอาจมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษไว้ใช้ภายในหรือสำหรับผู้ถือหุ้นต่างชาติ แต่ฉบับที่มีผลทางกฎหมายและผูกพันคือฉบับภาษาไทยที่จดทะเบียนกับ DBD เสมอ

ตัวอย่างการร่างวัตถุประสงค์บริษัทที่ถูกต้อง

ตัวอย่างวัตถุประสงค์สำหรับธุรกิจประเภทต่าง ๆ

ต่อไปนี้คือตัวอย่างการเขียนวัตถุประสงค์บริษัทที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นพอสมควร เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ให้เหมาะสม ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ที่ยื่นจดทะเบียนต้องเลือกจากรายการของ DBD หรือขอเพิ่มเติมรายการใหม่ได้

ประเภทธุรกิจวัตถุประสงค์หลักที่ควรระบุวัตถุประสงค์เสริมที่แนะนำ
ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร คาเฟ่ และเครื่องดื่ม ประกอบธุรกิจจัดเลี้ยง (Catering) จำหน่ายอาหารออนไลน์และ Delivery, ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปหรือแช่แข็ง, บริการให้เช่าสถานที่จัดงาน
ธุรกิจ IT และซอฟต์แวร์ พัฒนาซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน และระบบสารสนเทศ ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้บริการ Cloud Computing, ให้คำปรึกษาด้าน IT, จำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ให้บริการ Cybersecurity
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า อสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์, ให้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์, ให้บริการสำนักงานสำเร็จรูป (Serviced Office)
ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก นำเข้า ส่งออก จำหน่ายสินค้าทุกประเภทที่กฎหมายอนุญาต ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม ให้บริการตัวแทนศุลกากร, ให้บริการโกดังสินค้าและโลจิสติกส์, ให้บริการที่ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ
ธุรกิจบริการวิชาชีพ ให้บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจ การเงิน และการบริหาร ให้บริการจัดฝึกอบรมและสัมมนา จัดพิมพ์และเผยแพร่สื่อ, ให้บริการ E-learning, วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่
คำเตือน: ตัวอย่างด้านบนเป็นแนวทางเท่านั้น วัตถุประสงค์ที่จะยื่น DBD ต้องสอดคล้องกับรายการในระบบของ DBD หากต้องการระบุวัตถุประสงค์นอกรายการมาตรฐาน ต้องยื่นขออนุมัติเพิ่มเติม ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าปกติ แนะนำให้ปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการจดทะเบียนนิติบุคคลก่อน

กระบวนการแก้ไข MOA — ขั้นตอนปฏิบัติ DBD

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ

1ตรวจสอบสาเหตุที่ต้องแก้ไข — ระบุให้ชัดว่าต้องการแก้ไขรายการใดใน MOA (ชื่อ / ที่ตั้ง / วัตถุประสงค์ / ทุน) เพื่อเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง

2จัดทำหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม — คำบอกกล่าวเพื่อลงมติพิเศษต้องส่งก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าสิบสี่วัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175

3จัดประชุมและลงมติพิเศษ — ต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3/4 ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม จดบันทึกรายงานการประชุมให้ครบถ้วน ระบุจำนวนคะแนนเสียงเห็นด้วย/คัดค้าน

4จัดเตรียมแบบฟอร์ม DBD — แบบ บอจ.4 (คำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติม) พร้อมรายการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ

5เอกสารประกอบที่ต้องยื่น

6ยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1023 การแก้ไขจะถือเอาประโยชน์ต่อบุคคลภายนอกได้เมื่อจดทะเบียนแล้ว ยื่นได้ที่สำนักงานหรือระบบ DBD e-Registration

7รับใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแก้ไข — เมื่อ DBD อนุมัติ จะออกหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลง การแก้ไขมีผลต่อบุคคลภายนอกนับจากวันที่จดทะเบียน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

WARNING #1 — ยื่นแก้ไขเกินกำหนด 14 วัน: หากยื่นล่าช้า กรรมการอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ซึ่งมีโทษปรับ ทางออก: ตั้งปฏิทินแจ้งเตือนทันทีหลังประชุม และมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งรับผิดชอบโดยตรง
WARNING #2 — วัตถุประสงค์ใหม่ขัดแย้งกับใบอนุญาตเดิม: บางกรณีการเพิ่มวัตถุประสงค์ใหม่อาจกระทบใบอนุญาตประกอบธุรกิจที่มีอยู่ เช่น ใบอนุญาตสุขาภิบาล ใบอนุญาตโรงงาน หรือใบอนุญาตนำเข้าส่งออก ควรปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนแก้ไข
WARNING #3 — ไม่มีองค์ประชุมเพียงพอสำหรับมติพิเศษ: หากผู้ถือหุ้นส่วนน้อยไม่ยอมมาประชุม อาจทำให้ไม่ครบองค์ประชุมหรือคะแนนเสียงไม่ถึง 3/4 ทางออก: สื่อสารกับผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนประชุม หรือใช้การมอบฉันทะ (Proxy) อย่างเป็นทางการ
WARNING #4 — ใช้รายงานการประชุม BOD แทนรายงาน AGM/EGM: การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิต้องใช้มติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ใช่แค่มติคณะกรรมการ ข้อผิดพลาดนี้พบบ่อยในบริษัท SME ที่กรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

สรุป

หนังสือบริคณห์สนธิเป็นเอกสารที่หลายคนมองข้ามหลังจากจดทะเบียนบริษัท แต่แท้จริงแล้วมันเป็นรากฐานทางกฎหมายของบริษัท กำหนดขอบเขตสิ่งที่บริษัทสามารถทำได้ การระบุวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น และการตรวจสอบให้สอดคล้องกับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง จะช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและนักลงทุน และเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต

← ตอนที่ 1 LAS SHARE 2/10 ตอนที่ 3 →

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ