✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. | LAS Legal | 29 สิงหาคม 2569 | ปรับปรุง 12 กันยายน 2569
บริษัทกำหนดให้กรรมการสองคนลงนามร่วมกัน แต่คู่ค้ากลับได้รับเอกสารที่มีกรรมการเพียงคนเดียวเป็นผู้เซ็น อีกฝ่ายอาจบอกว่า “เป็นผู้บริหารสูงสุดจึงเซ็นได้” ขณะที่ฝ่ายบริษัทอาจยืนยันว่า “ไม่มีมติอนุมัติจึงไม่ผูกพัน” ความขัดแย้งแบบนี้ไม่ได้แก้ด้วยการดูตำแหน่งบนบัตรนามบัตร แต่ต้องย้อนกลับไปดูอำนาจที่จดทะเบียนและระบบอนุมัติภายใน
สำหรับธุรกิจที่มีผู้ถือหุ้นหลายฝ่าย เรื่องนี้เชื่อมโยงกับ Minority Protection และการควบคุมการใช้อำนาจของบริษัทโดยตรง เพราะการลงนามผิดเงื่อนไขอาจทำให้เกิดข้อพิพาทเรื่องเงินกู้ การซื้อทรัพย์สิน การร่วมทุน หรือการให้หลักประกัน แม้คู่สัญญาจะตั้งใจทำธุรกรรมโดยสุจริตก็ตาม
บริษัทจำกัดเมื่อจดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1015 ส่วนมาตรา 1096 อธิบายรูปแบบบริษัทจำกัดและการจำกัดความรับผิดของผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นจึงรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ ส่วนการจัดการกิจการเป็นหน้าที่ของกรรมการภายใต้กฎหมาย ข้อบังคับ และมติของที่ประชุมที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 1111 เป็นรายการในคำขอจดทะเบียนบริษัทเมื่อจำนวนเงินตามมาตรา 1110 ได้ใช้เสร็จแล้ว โดย (5) ต้องระบุชื่อ อาชีวะ และที่สำนักของกรรมการทุกคน และ (6) ถ้าให้กรรมการต่างมีอำนาจจัดการโดยลำพัง ต้องแสดงอำนาจของกรรมการนั้น ๆ และบอกจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งจะลงชื่อเป็นสำคัญผูกพันบริษัทได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบภายนอก แต่ข้อมูลดังกล่าวต้องอ่านคู่กับข้อบังคับและมติภายใน ไม่ใช่ใช้แทนกันทั้งหมด และมาตรานี้ไม่ใช่กำหนดระยะเวลาสามเดือนหลังประชุมจัดตั้ง
| ชั้นอำนาจ | คำถามที่ต้องตอบ | หลักฐานหลัก |
|---|---|---|
| นิติบุคคล | คู่สัญญากำลังทำกับบริษัทใด ชื่อและเลขทะเบียนตรงกันหรือไม่ | หนังสือรับรองบริษัท |
| อำนาจที่เปิดเผย | ใครลงชื่อแทนได้ คนเดียวหรือร่วมกัน และต้องใช้ตราประทับหรือไม่ | รายการกรรมการและเงื่อนไขลงนามในหนังสือรับรองล่าสุด |
| อำนาจภายใน | ธุรกรรมนี้ต้องผ่านบอร์ดหรือผู้ถือหุ้นหรือมี Reserved Matter หรือไม่ | ข้อบังคับบริษัท มติบอร์ด มติผู้ถือหุ้น และข้อตกลงผู้ถือหุ้น |
| การมอบอำนาจ | ผู้ลงนามเป็นผู้รับมอบอำนาจหรือไม่ และอำนาจครอบคลุมธุรกรรมนี้หรือไม่ | หนังสือมอบอำนาจ มติอนุมัติ และเอกสารตัวตนที่จำเป็น |
เอกสารนี้ใช้เช็กชื่อบริษัท ที่ตั้ง กรรมการ และเงื่อนไขลงนามที่ยื่นต่อนายทะเบียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุรายการกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนบริษัทไว้ในคู่มือการจดทะเบียน การตรวจควรใช้ฉบับที่ออกใกล้วันลงนาม และควรเก็บหลักฐานวันที่ดาวน์โหลดหรือรับเอกสารไว้ในแฟ้มธุรกรรม
ข้อบังคับอาจกำหนดจำนวนกรรมการ วิธีประชุม องค์ประชุม การอนุมัติธุรกรรมสำคัญ การใช้ตราประทับ และสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย มาตรา 1144 วางหลักว่าบริษัทจำกัดให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนจัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง การเห็นชื่อกรรมการในหนังสือรับรองจึงยังไม่ตอบทุกคำถาม
ธุรกรรมบางประเภทต้องมีมติอนุมัติก่อน เช่น การกู้เงินหรือการให้หลักประกันตามเกณฑ์ภายในของบริษัท หรือเรื่องที่ข้อตกลงผู้ถือหุ้นกำหนดเป็น Reserved Matter มติที่ดีควรระบุคู่สัญญา วงเงิน ขอบเขตอำนาจ ผู้ลงนาม และเงื่อนไขสำคัญให้ตรวจย้อนกลับได้
ถ้าผู้ลงนามไม่ได้ใช้อำนาจในฐานะกรรมการโดยตรง ต้องตรวจผู้มอบอำนาจ ขอบเขตงาน วันมีผล การลงนามตามเงื่อนไขของบริษัท และเอกสารแนบ การเขียนคำว่า “ดำเนินการแทนบริษัทได้ทุกเรื่อง” โดยไม่มีขอบเขตอาจสร้างความเสี่ยงด้านการตีความและการควบคุมภายใน
ตราประทับอาจเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมตามข้อความที่จดทะเบียนหรือข้อบังคับ แต่ไม่ควรใช้ตราประทับเป็นเหตุผลเดียวที่จะละเลยการตรวจลายมือชื่อ อำนาจ และมติ หากเอกสารมีการแก้ไขหลายหน้า ควรให้ผู้มีอำนาจลงนามกำกับหน้าหรือใช้ระบบลงนามอิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจสอบตัวตนและการเปลี่ยนแปลงเอกสารได้
| สถานการณ์ | เอกสารที่ต้องมี | การตัดสินใจเบื้องต้น | จุดที่ต้องหยุดตรวจ |
|---|---|---|---|
| หนังสือรับรองกำหนดกรรมการคนเดียวลงชื่อและไม่กำหนดตราประทับ | หนังสือรับรองล่าสุด + สัญญา | เดินหน้าตรวจอำนาจตามเอกสารหลักได้ | ธุรกรรมอยู่ในรายการที่ต้องขอมติหรือไม่ |
| กำหนดกรรมการสองคนลงชื่อร่วม | หนังสือรับรอง + ลายมือชื่อครบตามเงื่อนไข | อย่ารับลายมือชื่อคนเดียวเป็นคำตอบสุดท้าย | ขาดกรรมการร่วม หรือตราประทับที่กำหนด |
| ผู้บริหารหรือพนักงานเป็นผู้ลงนาม | หนังสือมอบอำนาจ + มติอนุมัติ (ถ้าจำเป็น) | ตรวจขอบเขต วงเงิน และวันมีผลของอำนาจ | มอบอำนาจกว้างเกินไป เอกสารหมดอายุ หรือผู้มอบไม่มีอำนาจ |
| ธุรกรรมเป็นเรื่องสำคัญของกิจการ | หนังสือรับรอง + ข้อบังคับ + มติที่เกี่ยวข้อง | แยก “อำนาจเซ็น” ออกจาก “อำนาจอนุมัติ” | มติไม่ครบองค์ประชุมหรือไม่ถึงคะแนนเสียง |
| เงื่อนไขลงนามเพิ่งเปลี่ยน | มติเปลี่ยนแปลง + หลักฐานจดทะเบียน | ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ณ วันทำธุรกรรม | มติภายในมีแล้ว แต่ข้อมูลทะเบียนยังไม่สอดคล้อง |
ในทางปฏิบัติ ให้แยกคำถามออกเป็นสองข้อ: (ก) ผู้ลงนามแสดงอำนาจของบริษัทได้ถูกชั้นหรือไม่ และ (ข) บริษัทได้อนุมัติธุรกรรมนั้นตามกฎภายในหรือไม่ การตอบข้อแรกจากหนังสือรับรองไม่ได้ทำให้ข้อสองหายไป และการมีมติภายในก็ไม่ได้ทำให้เงื่อนไขลงนามที่จดทะเบียนถูกข้ามได้ทันที
ป.พ.พ. มาตรา 1166 วางหลักว่าการกระทำของกรรมการยังสมบูรณ์ แม้ภายหลังพบว่าการแต่งตั้งมีข้อบกพร่องหรือผู้ได้รับแต่งตั้งบกพร่องด้วยองค์คุณที่ควรมีสำหรับตำแหน่งกรรมการ ส่วนมาตรา 1167 ให้ความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการ บริษัท และบุคคลภายนอกอยู่ภายใต้บทว่าด้วยตัวแทน สองมาตรานี้จึงเป็น “ชั้นกฎหมายตัวแทน” ที่ต้องอ่านประกอบกับหนังสือรับรองและข้อบังคับ แต่ไม่ใช่ใบรับรองอัตโนมัติว่าการเซ็นไม่ครบเงื่อนไขหรือการอนุมัติภายในที่ขาดหายจะถูกแก้ให้ถูกต้องเสมอ
หากพบความไม่ตรงกัน เช่น กรรมการเซ็นไม่ครบจำนวน ใช้ตราประทับไม่ตรงเงื่อนไข หรือผู้รับมอบอำนาจลงนามเกินขอบเขต อย่าเขียนข้อสรุปตายตัวว่า “เป็นโมฆะ” หรือ “ผูกพันแน่นอน” โดยไม่มีการวิเคราะห์กฎหมายและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ควรขอเอกสารแก้ไข การยืนยันจากบริษัท หรือให้ที่ปรึกษาตรวจประเด็นการให้สัตยาบัน การปฏิบัติตามภายหลัง และพฤติการณ์ของคู่สัญญาเป็นรายกรณี
1Freeze facts: บันทึกวันที่ลงนาม รุ่นเอกสาร คู่สัญญา ผู้ลงนาม และสิ่งที่แนบ โดยไม่แก้ไขต้นฉบับ
2Verify authority: ขอหนังสือรับรองบริษัทล่าสุดและตรวจเงื่อนไขคนเดียว/ร่วม/ตราประทับ
3Verify approval: ตรวจข้อบังคับ มติบอร์ด มติผู้ถือหุ้น และข้อตกลงผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้อง
4Resolve gap: หากเอกสารไม่ครบ ให้หยุดการเบิกจ่ายหรือการส่งมอบที่ย้อนกลับไม่ได้ และขอหนังสือยืนยันหรือมติให้ถูกต้อง
มาตรา 1151 วางหลักว่าอันผู้เป็นกรรมการนั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้งหรือถอนได้ ต้องแยกกรณีตำแหน่งว่างเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามเวร ตามมาตรา 1155 ซึ่งกรรมการจะเลือกผู้อื่นตั้งขึ้นใหม่ให้เต็มที่ว่างได้ แต่ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่กรรมการผู้ออกไปนั้นชอบที่จะอยู่ได้ การเปลี่ยนตัวกรรมการจึงต้องแยก “มติที่อนุมัติภายใน” ออกจาก “การจดทะเบียนให้ข้อมูลภายนอกเป็นปัจจุบัน” เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ มาตรา 1157 กำหนดให้บริษัทนำความไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการเปลี่ยนเฉพาะเงื่อนไขลงนามโดยไม่เปลี่ยนตัวกรรมการ ต้องตรวจข้อบังคับว่าใครมีอำนาจอนุมัติ และบริษัทจะถือเอาประโยชน์ต่อบุคคลภายนอกจากข้อความที่บังคับให้จดทะเบียนยังไม่ได้จนกว่าจะจดแล้ว ตามมาตรา 1023 — อย่านับสิบสี่วันจากคู่มือปฏิบัติแทนตัวบทเมื่อเรื่องนั้นไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงกรรมการตามมาตรา 1157
สำหรับมติพิเศษ ป.พ.พ. มาตรา 1194 ใช้เมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ โดยที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ทั้งมาตรานี้พูดเฉพาะมติพิเศษ ไม่ได้แยกวรรคหนึ่งเป็นมติธรรมดาเกินกึ่งหนึ่ง การประชุมต้องแจ้งวาระและดำเนินการตามข้อบังคับและกฎหมาย การใช้รายงานประชุมผิดประเภทอาจทำให้หลักฐานการอนุมัติไม่พอ แม้ทุกคนในที่ประชุมจะเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกัน
มาตรา ๑๑๔๔ บรรดาบริษัทจำกัด ให้มีกรรมการคนหนึ่งหรือหลายคนด้วยกันจัดการตามข้อบังคับของบริษัท และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่แห่งผู้ถือหุ้นทั้งปวง
มาตรา ๑๑๖๘ ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้น กรรมการต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง
ว่าโดยเฉพาะ กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันในประการต่าง ๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(๑) การใช้เงินค่าหุ้นนั้น ได้ใช้กันจริง
(๒) จัดให้มีและรักษาไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งบรรดาสมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมายกำหนดไว้
(๓) การแจกเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้
(๔) บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่
อนึ่ง ท่านห้ามมิให้ผู้เป็นกรรมการประกอบการค้าขายใด ๆ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัทนั้น ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น
บทบัญญัติที่กล่าวมาข้างบนนี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนของกรรมการด้วย
มาตรา ๑๑๖๙ ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้
อนึ่ง การเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้ เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่
การที่บริษัทเป็นผู้ทำสัญญาไม่ได้แปลว่ากรรมการจะไม่มีความรับผิดทุกกรณี การจัดการกิจการอยู่ที่กรรมการตามข้อบังคับและอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา 1144 ส่วนมาตรา 1168 กำหนดให้กรรมการใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง และรับผิดชอบร่วมกันโดยเฉพาะในเรื่อง (1) การใช้เงินค่าหุ้นได้ใช้กันจริง (2) สมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมายกำหนด (3) การแจกเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้ถูกต้อง (4) บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่ พร้อมห้ามประกอบการค้าขายอันมีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับบริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท มาตรา 1169 ให้บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนได้ และถ้าบริษัทไม่ยอมฟ้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเรียกบังคับก็ได้เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่ — อย่าสรุปมาตรา 1168 เป็นบัญชีหน้าที่ “กฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติ” แบบรวม เพราะถ้อยคำนั้นไม่ใช่ตัวบทมาตรานี้
| พฤติการณ์ | ความเสี่ยงที่ต้องประเมิน | หลักฐานที่ควรเก็บ |
|---|---|---|
| เซ็นเกินเงื่อนไขโดยไม่ตรวจหนังสือรับรอง | ข้อพิพาทอำนาจและความเสียหายของบริษัท | หนังสือรับรอง รุ่นเอกสาร และบันทึกการตรวจ |
| อนุมัติธุรกรรมที่ขัดข้อบังคับหรือมติ | ความรับผิดจากการบริหารไม่เป็นไปตามหน้าที่ | ข้อบังคับ วาระประชุม มติ และเหตุผลทางธุรกิจ |
| ประกอบการค้าแข่งกับบริษัทโดยไม่ได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ | ห้ามตามมาตรา 1168 ทั้งการค้าแข่งเพื่อตนหรือผู้อื่น และการเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างที่แข่งกัน — ไม่ใช่แบบเปิดเผยผลประโยชน์ทั่วไปที่ตัวบทมาตรานี้ไม่ได้บัญญัติ | มติที่ประชุมใหญ่ที่ยินยอม และบันทึกว่ากรรมการผู้นั้นไม่ได้ลงมติในเรื่องที่ตนมีส่วนได้เสียตามข้อบังคับ (ถ้ามี) |
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นโครงสร้างเพื่อช่วยคุยกับที่ปรึกษา ไม่ใช่ข้อความสำเร็จรูปสำหรับใช้กับทุกบริษัท:
ในเอกสารจริงควรระบุผู้รับผิดชอบการตรวจหนังสือรับรอง วันตรวจ และเอกสารที่ถือเป็นเงื่อนไขก่อนการปฏิบัติตามสัญญา (condition precedent) ให้ชัดเจน โดยต้องปรับให้เข้ากับกฎหมายและข้อเท็จจริงของธุรกรรม
บทความนี้ใช้ตัวบทเป็นฐานในการอธิบายเชิงปฏิบัติ โดยตรวจสถานะกฎหมายจากระบบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่เข้าถึงได้ ณ วันที่ 12 กันยายน 2569 เอกสาร DBD ที่เชื่อมไว้เป็นคู่มือ/สำเนาอ้างอิง ไม่ใช่ตัวบท และไม่ใช้แทนกำหนดสิบสี่วันในมาตรา 1157 เงื่อนไขที่ขึ้นกับข้อเท็จจริง เช่น ผลของการลงนามเกินอำนาจ การให้สัตยาบัน ความสุจริตของคู่สัญญา และผลของการปฏิบัติตามภายหลัง ต้องตรวจเอกสารและแนวคำพิพากษาที่ตรงเรื่องก่อนให้ความเห็นเฉพาะราย