คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพหรือบริษัทเทคโนโลยี (Tech M&A) มักเผชิญ "ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น" ในแกนทรัพย์สินทางปัญญา 4 ประการที่ต้องทำ IP Due Diligence อย่างเข้มงวด: (1) การขาดห่วงโซ่แห่งกรรมสิทธิ์ (Chain of Title): ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 งานที่ลูกจ้างสร้างขึ้นลิขสิทธิ์ยังเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่จะมีสัญญาเป็นหนังสือระบุไว้เป็นอย่างอื่น และมาตรา 10 งานจ้างทำของเป็นของผู้ว่าจ้างเว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น, (2) การปนเปื้อนของ Open Source (GPL Copyleft Contamination): หากนำโค้ดที่ใช้สัญญาอนุญาต GPL มารวมเป็นงานเดียวกันกับโค้ดของบริษัทและแจกจ่ายสำเนาแก่ผู้อื่น ต้องเสนอซอร์สโค้ดของงานทั้งหมดแก่ผู้รับสำเนาภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อและการแจกจ่าย ต้องตรวจเป็นรายโมดูล [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง], (3) การโอนสิทธิบัตรที่อาจเป็นโมฆะ: ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ประกอบมาตรา 38 การโอนสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง (ใช้กับอนุสิทธิบัตรโดยอนุโลมตามมาตรา 65 ทศ) ส่วนการโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรก่อนมีการออกสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร หากมิได้ปฏิบัติตามแบบดังกล่าว การโอนอาจเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 [ต้องยืนยันมาตรา: ผลของการโอนที่ทำเป็นหนังสือแล้วแต่ยังมิได้จดทะเบียน], และ (4) ความลับทางการค้าที่ขาดระบบควบคุม จนสูญเสียสภาพความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 ซึ่งนิยามความลับทางการค้าว่าเป็นข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทผู้ลงทุนเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน FinTech มูลค่า 100 ล้านบาท โดยดูเฉพาะงบการเงิน งบดุล และยอดผู้ใช้งาน โดยตรวจสอบสัญญาเบื้องต้นเท่านั้น
  2. ความเข้าใจผิด: คิดว่าสตาร์ทอัพจ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดทั้งหมด และบริษัทจ่ายเงินเดือนแล้ว ทรัพย์สินทางปัญญาในซอฟต์แวร์ย่อมตกเป็นของบริษัทโดยสมบูรณ์
  3. จุดพลิก: หลังปิดดีล 3 เดือน อดีต Lead Developer ลาออกและยื่นโนติสแจ้งว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ใน Core Engine ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 9 เพราะสัญญาจ้างแรงงานเดิมไม่ได้เขียนข้อความโอนลิขสิทธิ์ไว้ (ตามมาตรา 9 ลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างยังมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงาน) พร้อมกันนั้น เมื่อตรวจสอบโค้ดพบว่ามีการนำโค้ด Open Source สัญญาอนุญาต GNU GPL v3 มาคอมไพล์รวม ทำให้ชุมชนนักพัฒนาเรียกร้องให้เปิดเผย Source Code ตามเงื่อนไขของสัญญาอนุญาต ดีลมูลค่า 100 ล้านบาทแทบกลายเป็นศูนย์ในชั่วข้ามคืน
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังตรวจสอบ IP Chain of Title 5 ขั้นตอน, วิธีตรวจจับ Open Source License Risk (Permissive กับ Copyleft), เช็กลิสต์การตรวจสัญญาจ้างฟรีแลนซ์/เอาท์ซอร์ส, และเงื่อนไขการวาง IP Escrow / Indemnity ในสัญญาซื้อขายหุ้น

ทำไม IP Due Diligence จึงเป็นหัวใจของธุรกิจยุคดิจิทัล

สำหรับบริษัทเทคโนโลยี ทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดไม่ใช่ที่ดินหรืออาคาร แต่คือ "ทรัพย์สินทางปัญญา" (Intangible Assets) ได้แก่ ซอร์สโค้ด อัลกอริทึม สิทธิบัตร ฐานข้อมูล และเครื่องหมายการค้า หากบริษัทเป้าหมายไม่มีสิทธิเด็ดขาดในทรัพย์สินเหล่านี้ ผู้ซื้อจะไม่ได้รับสิ่งใดเลยนอกจากเปลือกของบริษัท การทำ Due Diligence จึงต้องเจาะลึกถึงสัญญาการว่าจ้างและที่มาของโค้ดทุกบรรทัด

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-CC-07-01งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ให้ผู้สร้างสรรค์มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่จะได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9หมวด 1 ลิขสิทธิ์ ส่วนที่ 1ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-07-02งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10หมวด 1 ลิขสิทธิ์ ส่วนที่ 1ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-07-03การโอนสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้ปฏิบัติตามแบบดังกล่าว การโอนอาจเป็นโมฆะ [ต้องยืนยันมาตรา: ผลของการโอนที่ทำเป็นหนังสือแล้วแต่ยังมิได้จดทะเบียน]พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ประกอบมาตรา 38 (ใช้กับอนุสิทธิบัตรโดยอนุโลมตามมาตรา 65 ทศ) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152หมวด 2 สิทธิบัตรการประดิษฐ์แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-07-04ข้อมูลความลับทางการค้าที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับพ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3หมวด 1 บททั่วไปแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-07-05สิทธิขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ที่ลูกจ้างทำขึ้นโดยการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ย่อมตกเป็นของนายจ้าง เว้นแต่สัญญาระบุไว้เป็นอย่างอื่นพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 11หมวด 2 สิทธิบัตรการประดิษฐ์ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของค่าสิทธิที่จ่ายไปต่างประเทศ

ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่นเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) หากจ่ายจากหรือในประเทศไทยให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายต้องหักภาษีตามมาตรา 70 ในอัตราร้อยละ 15 ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ และนำส่งพร้อมยื่นรายการภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย หากผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้หักในอัตราร้อยละ 15 ตามมาตรา 50 (2) (ก) ผู้จ่ายที่มิได้หักและนำส่งภาษีให้ครบถ้วนต้องรับผิดร่วมกับผู้มีเงินได้ในภาษีส่วนที่ขาดตามมาตรา 54 ซึ่งมาตรา 70 ให้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ผู้จ่ายต้องพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศของผู้รับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 ด้วย ส่วนค่าตอบแทนการโอนทรัพย์สินทางปัญญาต้องจำแนกประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 เป็นรายกรณีก่อนกำหนดอัตรา ผู้ซื้อควรเรียกตรวจแบบยื่นรายการตามมาตรา 70 ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อและเลขแบบ] และหลักฐานการนำส่งภาษี

4 แกนหลักในการสแกน IP & Technology

  1. Copyright & Software Code: ตรวจสัญญาจ้างพนักงานทุกคนย้อนหลังว่ามีข้อความ "Assign all copyright to the Company" หรือไม่ และสัญญาจ้าง Outsource มีข้อตกลงเรื่องผลงานอย่างไร
  2. Open Source Software (OSS) Audit: ใช้เครื่องมือสแกนโค้ด (เช่น Black Duck หรือ FOSSA) เพื่อค้นหาไลบรารี Third-Party และเงื่อนไข License
  3. Patents & Trademarks: ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิบัตร มีการชำระค่าธรรมเนียมรายปีตั้งแต่ปีที่ห้าครบถ้วนหรือไม่ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 43) ทั้งนี้ มาตรา 43 ใช้กับอนุสิทธิบัตรโดยอนุโลมตามมาตรา 65 ทศ และอนุสิทธิบัตรมีอายุหกปีนับแต่วันขอรับ ต่ออายุได้สองคราว คราวละสองปี โดยยื่นคำขอภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ (มาตรา 65 สัตต) ส่วนเครื่องหมายการค้าให้ตรวจการต่ออายุ ซึ่งต้องยื่นคำขอภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 53 และมาตรา 54)
  4. Trade Secrets & Cybersecurity: ตรวจสอบมาตรการควบคุมการเข้าถึง (Access Control), NDA สำหรับพนักงานและพาร์ทเนอร์, และนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

ตารางเปรียบเทียบประเภทสัญญาอนุญาต Open Source Risk Matrix

ประเภท Licenseตัวอย่าง Licenseระดับความเสี่ยงต่อ Commercial Softwareผลกระทบและข้อกำหนดทางกฎหมาย
PermissiveMIT, Apache 2.0, BSDต่ำ (Low)อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ปิด Source Code ได้ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเรื่องประกาศลิขสิทธิ์และข้อความอนุญาตของสัญญาอนุญาตแต่ละฉบับ ซึ่งโดยทั่วไปต้องคงไว้ในสำเนาที่แจกจ่าย [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
Weak CopyleftLGPLปานกลาง (Medium)ความเสี่ยงผูกกับวิธีเชื่อมต่อและสิทธิของผู้ใช้ในการเปลี่ยนไลบรารี หากนำมาใช้แบบ Dynamic Linking โค้ดของบริษัทอาจไม่ถูกกระทบ แต่ต้องแสดงประกาศตามสัญญาอนุญาต และต้องให้ผู้ใช้เปลี่ยนไลบรารีหรือเชื่อมต่อใหม่ได้ ส่วนหากแก้ไขตัวไลบรารี ต้องเปิดเผยโค้ดส่วนที่แก้ไขนั้น [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
Weak CopyleftMPLปานกลาง (Medium)เป็น Copyleft ระดับไฟล์ ผูกกับไฟล์ที่มีการแก้ไข มิได้ผูกกับวิธีเชื่อมต่อ หากแก้ไขไฟล์ที่อยู่ภายใต้ MPL ต้องเปิดเผยโค้ดของไฟล์ที่แก้ไขนั้น [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
Strong Copyleft (Viral)GPL v2, GPL v3สูงมาก (Critical)หากนำมารวมเป็นงานเดียวกันกับ Proprietary Code และแจกจ่ายสำเนาแก่ผู้อื่น สัญญาอนุญาตกำหนดให้ต้องเสนอซอร์สโค้ดของงานทั้งหมดแก่ผู้รับสำเนาภายใต้เงื่อนไข GPL เดียวกัน ความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อและการแจกจ่าย ต้องตรวจเป็นรายโมดูล [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
Network / Cloud CopyleftAGPL v3วิกฤติต่อ SaaS (Fatal)หากบริษัทดัดแปลงโปรแกรมที่ใช้สัญญาอนุญาต AGPL v3 และเปิดให้ผู้ใช้โต้ตอบผ่านเครือข่าย สัญญาอนุญาตกำหนดให้ต้องเสนอซอร์สโค้ดของฉบับที่ดัดแปลงแก่ผู้ใช้เหล่านั้น การฝ่าฝืนอาจเป็นการใช้งานเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาตและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 (5) และมาตรา 30) [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
LAS Practice Note — กับดักมาตรา 9 และมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

นักกฎหมายและผู้บริหารมักจำสับสน: ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 9 (สัญญาจ้างแรงงาน) กฎหมายกำหนดให้ ลูกจ้างเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ เว้นแต่จะทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ดังนั้น หากสัญญาจ้างงานเขียนกว้าง ๆ ว่า "ปฏิบัติงานทั่วไป" โดยไม่มีข้อสัญญา IP Assignment ลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างย่อมเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างยังมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงาน ซึ่งเป็นสิทธิที่จำกัดกว่าการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงยังต้องมีข้อตกลงเป็นหนังสือหรือการโอนตามมาตรา 17 ในทางตรงกันข้าม มาตรา 10 (สัญญาจ้างทำของ) กฎหมายกำหนดให้ ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ เว้นแต่จะตกลงเป็นอย่างอื่น ในการทำ Due Diligence จึงต้องแยกสถานะของบุคลากรให้ออก และหากพบช่องว่าง ต้องจัดทำ "Confirmatory IP Assignment Agreement" ให้ผู้พัฒนาลงนามย้อนหลังก่อนปิดดีลเสมอ ทั้งนี้ ข้อตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 9 ที่ให้ลิขสิทธิ์เป็นของนายจ้างตั้งแต่เริ่มสร้างสรรค์ แตกต่างจากการโอนลิขสิทธิ์ภายหลังตามมาตรา 17 ซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน และหากมิได้กำหนดระยะเวลาไว้ให้ถือว่าโอนมีกำหนดสิบปี (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17) จึงควรระบุ "ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์" ไว้โดยชัดแจ้ง

ข้อต่อสู้ของสตาร์ทอัพกับมุมมองผู้ลงทุน Devil's Advocate

ข้ออ้างของบริษัทเป้าหมาย (Target)ข้อโต้แย้งของผู้ตรวจสอบ (Buyer / Legal)หลักฐานเอกสารที่ชี้ขาด
ผู้ก่อตั้ง (Founder) เป็นคนเขียนโค้ดเองทั้งหมด และเป็นเจ้าของหุ้นใหญ่ ย่อมไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์บริษัทที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 หากผู้ก่อตั้งไม่เคยโอนสิทธิให้บริษัท ลิขสิทธิ์ยังเป็นของผู้ก่อตั้งเป็นส่วนตัวสัญญาโอนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP Assignment Agreement) จาก Founder เข้าสู่บริษัท
ใช้ Open Source แค่เล็กน้อยในส่วนที่ไม่สำคัญ ไม่กระทบต่อระบบหลักหากนำโค้ดที่ใช้สัญญาอนุญาต GPL มารวมเป็นงานเดียวกันกับโค้ดของบริษัทและแจกจ่ายสำเนาแก่ผู้อื่น ต้องเสนอซอร์สโค้ดของงานทั้งหมดแก่ผู้รับสำเนาภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ความเสี่ยงจึงขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อและการแจกจ่าย ต้องตรวจเป็นรายโมดูล [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]รายงาน Software Bill of Materials (SBOM) และ Dependency Tree Audit
สิทธิบัตรยื่นจดทะเบียนแล้ว อยู่ในขั้นตอนพิจารณา ถือว่าได้รับความคุ้มครองแล้วคำขอรับสิทธิบัตรยังไม่ใช่สิทธิบัตร อาจถูกปฏิเสธหรือถูกคัดค้านได้ ต้องประเมินความเสี่ยงอิสระ (Freedom to Operate: FTO)รายงานสถานะคำขอรับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา และรายงานสืบค้น FTO

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด ต้องการเข้าซื้อหุ้น 80% ในบริษัท B จำกัด ซึ่งทำธุรกิจแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ ทีมกฎหมายเข้าทำ Due Diligence พบว่า:

การบริหารความเสี่ยงและการตัดสินใจ: (1) สั่งให้ระงับการโอนเงินค่าหุ้นชั่วคราว, (2) กำหนดให้เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent) ว่าบริษัทเป้าหมายต้องติดตามตัวฟรีแลนซ์มาลงนามใน Confirmatory IP Assignment ให้เสร็จสิ้น โดยต้องตรวจก่อนว่าความสัมพันธ์เป็นการรับจ้างตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หรือไม่ ข้อกำหนดของแพลตฟอร์มฟรีแลนซ์ตกลงเป็นอย่างอื่นหรือไม่ และกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญาที่ทำกับบุคคลต่างประเทศ [ต้องยืนยันมาตรา: พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481], (3) กำหนดให้ทีมพัฒนาทำการ Refactor โค้ดส่วนที่ติด AGPL v3 ออก และเขียนโมดูลใหม่ทดแทนก่อนปิดดีล, และ (4) กำหนดวงเงิน Indemnity เฉพาะเรื่อง IP ไว้อีก 30% ของมูลค่าซื้อขายเป็นเวลา 2 ปี

ขั้นตอนการทำ IP & Tech Due Diligence Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบผลลัพธ์ที่ต้องได้รับ (Output)กำหนดเวลา
1ขอรายการทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด (IP Register)เป้าหมาย (Target)เอกสารรายการเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ โดเมนเนมสัปดาห์ที่ 1
2ตรวจสอบสัญญาจ้างแรงงานและสัญญา Outsource ทุกฉบับฝ่ายกฎหมายผู้ซื้อตารางวิเคราะห์ Chain of Title และระบุจุดโอนสิทธิที่ขาดหายสัปดาห์ที่ 2
3รันซอฟต์แวร์สแกนหา Open Source และ Vulnerabilityผู้เชี่ยวชาญ Technical Due Diligenceรายงาน SBOM, ใบอนุญาตที่พบ, และระดับความเสี่ยง GPL/AGPLสัปดาห์ที่ 2-3
4สืบค้นสถานะทางทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาทนายความทรัพย์สินทางปัญญาหนังสือรับรองสถานะคำขอ/สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้าจาก DIPสัปดาห์ที่ 3
5สรุปผลและสะท้อนความเสี่ยงลงในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA)M&A Counselร่าง CP, Covenants, IP Reps & Warranties, และ Specific Indemnityก่อนลงนาม SPA

กลไกในสัญญาซื้อขายหุ้นและตัวอย่างการปรับราคา

ผลการตรวจสอบกลไกในสัญญาซื้อขายหุ้น
งานของลูกจ้างหากไม่มีข้อตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้ทำหนังสือโอนลิขสิทธิ์ตามมาตรา 17 เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (Condition Precedent) ของการโอนหุ้น
งานของผู้รับจ้างคำรับรองของผู้ขายว่างานสร้างขึ้นโดยการรับจ้างตามมาตรา 10 และไม่มีข้อตกลงให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้รับจ้าง พร้อมเปิดเผยโค้ดเดิมและโค้ดของบุคคลที่สามที่ปะปนอยู่
โอเพนซอร์ส Copyleftเงื่อนไขบังคับก่อนให้แยกหรือเปลี่ยนโมดูล และข้อชดใช้ความเสียหายเฉพาะเรื่อง (Specific Indemnity) สำหรับค่าเขียนโค้ดใหม่
ข้อพิพาทหรือภาษีค้างเงินกันไว้ในบัญชีตัวกลาง (Escrow Holdback) และข้อชดใช้เฉพาะเรื่องที่แยกจากเพดานความรับผิดทั่วไป

ตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง: บริษัท A จะซื้อหุ้นของบริษัท B ในราคา 200 ล้านบาท และตรวจพบว่า C พัฒนาระบบชำระเงินในฐานะผู้รับจ้าง โดยไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ และระบบจัดเก็บข้อมูลใช้ไลบรารี AGPL-3.0 หากพิสูจน์ได้ว่า C สร้างสรรค์งานโดยการรับจ้าง บริษัท B ย่อมเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ตามมาตรา 10 โดยไม่ต้องมีสัญญาโอน เว้นแต่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ความเสี่ยงจึงอยู่ที่หลักฐานการว่าจ้างและโค้ดเดิมของ C คู่สัญญาอาจตกลงว่า (1) บริษัท B ต้องได้รับหนังสือยืนยันการว่าจ้างจาก C และหนังสือโอนลิขสิทธิ์ในโค้ดเดิมตามมาตรา 17 (2) ผู้ตรวจสอบอิสระ (third-party auditor) ต้องยืนยันว่าโค้ดของบริษัท B มิได้รวมเป็นงานเดียวกับโมดูล AGPL หรือได้เปลี่ยนไปใช้ไลบรารีอื่นแล้ว และ (3) ลดราคาเหลือ 190 ล้านบาท และกันเงิน 30 ล้านบาทไว้ในบัญชีตัวกลาง 18 เดือน จำนวนเงิน ระยะเวลา และเพดานความรับผิดเป็นเรื่องที่คู่สัญญาเจรจากำหนดได้โดยอิสระ มิใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย

Checklist 10 จุดตรวจ IP & Tech Due Diligence

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากพนักงานลาออกไปแล้ว และพบว่าสัญญาจ้างเดิมไม่มีข้อสัญญาโอนลิขสิทธิ์ จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?
คำตอบ: ต้องติดต่ออดีตพนักงานเพื่อขอให้ลงนามใน "Confirmatory Assignment of Copyright" โดยอาจต้องจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ (Consideration) ตามสมควร หากพนักงานปฏิเสธ บริษัทอาจต้องทำการเขียนโค้ดส่วนนั้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด (Clean-room Rewrite) เพื่อตัดความเสี่ยง ทั้งนี้ การโอนลิขสิทธิ์ซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน และหากมิได้กำหนดระยะเวลาไว้ให้ถือว่าโอนมีกำหนดสิบปี (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17) จึงควรระบุ "ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์" ไว้โดยชัดแจ้ง
การใช้โค้ด Open Source สัญญาอนุญาต MIT License ปลอดภัยสำหรับบริษัทพาณิชย์หรือไม่?
คำตอบ: ปลอดภัยสูงมาก MIT License เป็นแบบ Permissive อนุญาตให้นำไปใช้ ปรับปรุง และขายเชิงพาณิชย์โดยไม่ต้องเปิดเผย Source Code ของตนเอง เพียงแต่ต้องคงประกาศลิขสิทธิ์และข้อความอนุญาตไว้ในสำเนาที่แจกจ่าย [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]
การจดทะเบียนลิขสิทธิ์ในประเทศไทยจำเป็นหรือไม่?
คำตอบ: ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่มีการสร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การนำไป "แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์" ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยให้มีหนังสือรับรองเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานเบื้องต้นในการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของต่อศาลและคู่ค้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: กฎกระทรวงและแนวปฏิบัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญา]
หากพบว่าซอฟต์แวร์ติดสัญญาอนุญาต AGPL v3 ผู้ซื้อควรทำอย่างไรในดีล M&A?
คำตอบ: ควรแยกแยะว่าโมดูลนั้นเชื่อมต่อกับระบบหลักอย่างไร หากเป็นระบบแกนกลางที่แยกไม่ออก ต้องสั่งให้ผู้ขายทำการ Refactor หรือเปลี่ยนไปใช้ไลบรารีอื่นที่มี License แบบ Permissive ให้เสร็จสิ้นก่อนการปิดดีล (Pre-closing Condition) มิฉะนั้นต้องหักลดมูลค่าซื้อขายลง

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ