คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การโอนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP Assignment) ในประเทศไทย โดยเฉพาะโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ซอฟต์แวร์) เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าสิ่งใดเป็นงานหรือสิทธิที่โอนได้ (ตัวอัลกอริทึมในฐานะแนวความคิดหรือขั้นตอนไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์) มี "แบบพิธีและข้อจำกัด" 3 ประการที่ผู้ประกอบการมักผิดพลาด: (1) แบบพิธีตามกฎหมายเฉพาะ: ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17 การโอนลิขสิทธิ์ต้อง ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอน หากไม่ระบุระยะเวลา กฎหมายให้ถือว่ามีกำหนดเพียง 10 ปีเท่านั้น ส่วนการโอนสิทธิบัตรต้อง ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 ประกอบมาตรา 38) และการโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน (พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 10) หากมิได้ปฏิบัติตามแบบ ให้พิจารณาผลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 [ต้องยืนยันมาตรา: พ.ร.บ.สิทธิบัตรมิได้บัญญัติผลไว้โดยชัดแจ้ง] (2) สิทธิธรรมสิทธิ์ (Moral Rights) ตามมาตรา 18: ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้สร้างสรรค์มีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งาน และมีสิทธิห้ามมิให้ผู้รับโอนหรือบุคคลอื่นบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นแก่งานจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ทายาทมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร ในทางสัญญาจึงควรใส่ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่า "สละสิทธิหรือสัญญาว่าจะไม่ใช้สิทธิธรรมสิทธิ์" (Covenant Not to Assert / Waiver of Moral Rights) พร้อมระบุขอบเขตการแก้ไขดัดแปลงที่ผู้สร้างสรรค์ยินยอม เพื่อให้นายจ้างหรือผู้รับโอนสามารถนำซอฟต์แวร์ไปแก้ไขต่อยอดได้โดยไม่ถูกฟ้อง (3) การรับรองความชำรุดบกพร่องและการไม่ละเมิดบุคคลภายนอก (IP Warranty & Indemnity): ผู้โอนต้องรับประกันความเป็นเจ้าของสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Sole Ownership) และต้องชดใช้ความเสียหายหากถูกบุคคลภายนอกฟ้องละเมิดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทสตาร์ทอัพจ้าง Software House พัฒนาแอปพลิเคชันหลักมูลค่า 4 ล้านบาท โดยมีสัญญาว่าจ้างระบุว่า "เมื่อชำระเงินครบ สิทธิทั้งหมดตกเป็นของบริษัท" แต่ไม่มีการลงนามในตราสารโอนลิขสิทธิ์ (IP Assignment Agreement) แยกต่างหาก
  2. ความเข้าใจที่ยังไม่ครบถ้วน: บริษัทคิดว่าตนจ่ายเงินค่าจ้างครบแล้ว ย่อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในซอร์สโค้ดและแอปพลิเคชัน 100% ซึ่งตรงกับหลักตั้งต้นตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ แต่ยังไม่พอที่จะปิดความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่สิทธิ
  3. จุดพลิก: เมื่อบริษัทนำระบบไปยื่นของบลงทุน Series A นักลงทุน VC ทำการตรวจสอบ IP Due Diligence และพบว่า ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์โดยการรับจ้าง เว้นแต่คู่สัญญาตกลงเป็นอย่างอื่น นักลงทุนจึงตรวจต่อว่าสัญญาจ้างสงวนสิทธิให้ผู้รับจ้างหรือไม่ ผู้รับจ้างใช้ส่วนประกอบของบุคคลภายนอกหรือโค้ดเปิดหรือไม่ และห่วงโซ่สิทธิจากผู้พัฒนารายบุคคลของ Software House ขาดตอนหรือไม่ (หากผู้พัฒนาเป็นลูกจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 9 เว้นแต่ทำเป็นหนังสือตกลงเป็นอย่างอื่น) เมื่อไม่มีหนังสือโอนลิขสิทธิ์ที่ระบุการโอนสิทธิในอนาคตและซอร์สโค้ดชัดเจน บริษัทจึงยังพิสูจน์ห่วงโซ่สิทธิให้ครบไม่ได้ และการระดมทุนอาจล่าช้าจนกว่าจะปิดความเสี่ยงนี้ หนังสือโอนตามมาตรา 17 จึงเป็นเครื่องมือยืนยันและปิดความเสี่ยง มิใช่เงื่อนไขที่ทำให้ผู้ว่าจ้างได้ลิขสิทธิ์
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: พิมพ์เขียวสัญญา IP Assignment 7 ชั้น, เทคนิคการเขียนขอบเขตการโอนสิทธิครอบคลุมทั่วโลกตลอดอายุการคุ้มครอง, ข้อสัญญา Waiver of Moral Rights ที่บังคับได้จริง, การจัดทำบัญชีส่งมอบซอร์สโค้ด (Source Code Escrow), และ Checklist 10 จุดตรวจ

แกนหลักของการโอนทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่าง (Intangible Asset) กฎหมายไทยจึงกำหนดเงื่อนไขและแบบแห่งนิติกรรมในการโอนที่เข้มงวดมาก: ลิขสิทธิ์โอนได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และจะกำหนดให้มีระยะเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ แต่ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย (มาตรา 17 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์) หากไม่ระบุระยะเวลา กฎหมายให้ถือว่ามีผลเพียง 10 ปี ส่วนการโอนสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 41) และการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 51) หากมิได้ปฏิบัติตาม ผลต่อความสมบูรณ์ของการโอนให้พิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 152 [ต้องยืนยันมาตรา: พ.ร.บ.เฉพาะทั้งสองฉบับมิได้บัญญัติผลไว้โดยชัดแจ้ง]

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-SHIELD-14-01การโอนลิขสิทธิ์โดยทางสัญญาต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ถ้ามิได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญา ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดเวลาสิบปีพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17 วรรคสามหมวด 1 ส่วนที่ 3 การโอนลิขสิทธิ์ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHIELD-14-02งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10หมวด 1 ส่วนที่ 1 การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-14-03ผู้ทรงสิทธิบัตรโอนสิทธิบัตรให้แก่บุคคลอื่นได้ (มาตรา 38) การโอนสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง (มาตรา 41) และการโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน (มาตรา 10)พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 10 มาตรา 38 และมาตรา 41หมวด 2 สิทธิบัตรการประดิษฐ์แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-14-04ผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งาน และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ทายาทมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษรพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18หมวด 1 ส่วนที่ 3 สิทธิธรรมสิทธิ์แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHIELD-14-05การโอนหรือการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (มาตรา 51) โอนได้ทั้งพร้อมหรือไม่พร้อมกิจการ (มาตรา 49) และเครื่องหมายชุดต้องโอนทั้งชุด (มาตรา 50) ส่วนข้อกำหนดเรื่องการทำเป็นหนังสือในการขอจดทะเบียนการโอนต้องตรวจตามกฎกระทรวง [ต้องยืนยันมาตรา: กฎกระทรวงว่าด้วยการขอจดทะเบียนการโอนเครื่องหมายการค้า]พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 49 มาตรา 50 และมาตรา 51หมวด 1 ส่วนที่ 4 การโอนเครื่องหมายแก้ไขแล้ว — LAS Audit

โครงสร้างพิมพ์เขียวสัญญา IP Assignment 7 ชั้น

  1. Layer 1: Definition of Assigned IP: ระบุรายการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างละเอียด (ซอร์สโค้ด, สถาปัตยกรรมระบบ, UI/UX, โดเมน, สิทธิบัตร, ฐานข้อมูล)
  2. Layer 2: Absolute & Irrevocable Assignment: ข้อความโอนสิทธิโดยเด็ดขาด ไม่อาจเพิกถอนได้ ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองตามกฎหมาย และมีผลครอบคลุมทั่วโลก (Worldwide, Perpetual)
  3. Layer 3: Transfer of Source Code & Documentation: หน้าที่ในการส่งมอบซอร์สโค้ด คีย์เข้ารหัส รหัสผ่านเซิร์ฟเวอร์ และคู่มือระบบ (Technical Documentation)
  4. Layer 4: Moral Rights Waiver & Non-Assertion Covenant: ข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรสละสิทธิและสัญญาว่าจะไม่ใช้สิทธิธรรมสิทธิ์ตามมาตรา 18 ต่อผู้รับโอนและลูกค้าของผู้รับโอน โดยระบุขอบเขตการแก้ไขดัดแปลงซึ่งผู้สร้างสรรค์ยินยอม
  5. Layer 5: Warranties of Title & Non-Infringement: คำรับประกันของผู้โอนว่าตนเป็นเจ้าของสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีภาระผูกพัน และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก (Clean IP)
  6. Layer 6: Indemnification: ข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายเต็มจำนวนหากมีบุคคลภายนอกฟ้องร้องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  7. Layer 7: Further Assurances: หน้าที่ของผู้โอนในการลงนามเอกสารเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อการจดทะเบียนโอนสิทธิต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในอนาคต

ตารางเปรียบเทียบ: License กับ Assignment

มิติการพิจารณา1. การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (IP License)2. การโอนสิทธิเด็ดขาด (IP Assignment)
ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้อนุญาต (Licensor)กรรมสิทธิ์โอนขาด ไปยังผู้รับโอน (Assignee)
สิทธิในการขายต่อหรือให้เช่าช่วงทำไม่ได้ เว้นแต่สัญญาอนุญาตกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (สำหรับเครื่องหมายการค้า: พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 79)ทำได้เสรีในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์
การจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ของ DIPการอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 41) สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 68)การโอนสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 41) การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 51)
การนับเป็นทรัพย์สินในงบดุลการบันทึกบัญชีของสิทธิที่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือนักบัญชีตรวจสอบเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง]การบันทึกบัญชีของสิทธิที่ได้รับโอนเป็นเรื่องของมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือนักบัญชีตรวจสอบเป็นรายกรณี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง]
LAS Practice Note — กับดัก 10 ปีตามมาตรา 17

ในสัญญาโอนลิขสิทธิ์ ต้องระบุระยะเวลาการโอนให้ชัดเจนว่า "ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย" (Full term of copyright protection) ห้ามละเลยหรือเขียนเพียงว่า "โอนให้โดยไม่มีกำหนดเวลา" เด็ดขาด เพราะ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17 วรรคสาม บัญญัติว่า ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลา สิบปี เท่านั้น เมื่อครบ 10 ปี ลิขสิทธิ์จะดีดกลับคืนไปเป็นของผู้โอนเดิมทันที

ข้อต่อสู้ของครีเอเตอร์/ผู้โอนกับผู้รับโอนสิทธิ Devil's Advocate

ข้ออ้างของครีเอเตอร์ / ผู้โอนเดิมข้อต่อสู้ของผู้รับโอนสิทธิตามกฎหมายไทยหลักฐานที่ชี้ขาด
ตนโอนเฉพาะซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรก ไม่ได้โอนสิทธิ์ในการอัปเดตหรือต่อยอดสัญญาโอนสิทธิระบุชัดเจนว่าครอบคลุมถึง Derivative Works และ Source Code Updates ทั้งหมดนิยาม Assigned IP และข้อสัญญา Derivative Works ในสัญญา
ผู้รับโอนนำผลงานไปแก้ไขจนบิดเบือน เสียชื่อเสียงตามสิทธิธรรมสิทธิ์ มาตรา 18ผู้โอนได้ทำสัญญา Covenant Not to Assert Moral Rights สละการใช้สิทธิดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรโดยชอบไว้แล้วข้อสัญญา Moral Rights Waiver ที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญา IP Assignment (มาตรา 18 เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร)
สัญญาไม่ได้จดทะเบียนต่อนายทะเบียน DIP จึงไม่มีผลสมบูรณ์งานซอฟต์แวร์เป็นงานลิขสิทธิ์ กฎหมายบังคับเพียงทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ไม่จำต้องจดทะเบียนตราสารโอนลิขสิทธิ์ลงลายมือชื่อสองฝ่ายถูกต้อง

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จ้างฟรีแลนซ์ 3 คนพัฒนาอัลกอริทึมป้องกันการโกงธุรกรรมการเงิน เมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์ บริษัทจัดทำสัญญา IP Assignment Agreement ให้ฟรีแลนซ์ทั้ง 3 คนลงนาม ทั้งนี้ ตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์โดยการรับจ้างเป็นหลักตั้งต้นอยู่แล้ว เว้นแต่คู่สัญญาตกลงเป็นอย่างอื่น การทำหนังสือโอนจึงเป็นการยืนยันและปิดความเสี่ยงเรื่องห่วงโซ่สิทธิ

โครงสร้างสัญญาที่รัดกุม: (1) ระบุในบัญชีทรัพย์สินที่โอนว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ซอร์สโค้ด ออบเจกต์โค้ด) เอกสารประกอบ และงานอื่นอันมีลิขสิทธิ์ โดยโอนสิทธิตลอดอายุความคุ้มครองลิขสิทธิ์ทั่วโลก ส่วนตัวอัลกอริทึมในฐานะแนวความคิดหรือขั้นตอนไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 6 วรรคสอง จึงควรคุ้มครองด้วยข้อสัญญารักษาความลับและการห้ามนำไปใช้ต่อ และอาจอาศัยความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 หากข้อมูลเข้านิยามของความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 ส่วนสิทธิตามกฎหมายสิทธิบัตรนั้น หากการประดิษฐ์ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 9 (2) และ (3) ซึ่งไม่คุ้มครองกฎเกณฑ์และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และระบบข้อมูลสำหรับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนออกสิทธิบัตรให้โอนสิทธิขอรับสิทธิบัตรโดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน (มาตรา 10) และเมื่อออกสิทธิบัตรแล้ว การโอนสิทธิบัตรต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ (มาตรา 41), (2) ระบุค่าตอบแทนแยกต่างหากชัดเจนเพื่อเป็นค่าซื้อขาดสิทธิ์, (3) ฟรีแลนซ์ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรสละสิทธิธรรมสิทธิ์ตามมาตรา 18 โดยยินยอมให้บริษัทแก้ไขดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์และเอกสารประกอบตามขอบเขตที่ระบุไว้ในข้อตกลง, (4) ฟรีแลนซ์ส่งมอบ Git Repository พร้อมจัดทำและรับรองรายการส่วนประกอบซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้ (พร้อมประเภทสัญญาอนุญาตของแต่ละส่วน) และรับรองว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอนุญาตเหล่านั้น โดยไม่มีส่วนใดที่ทำให้ผู้รับโอนต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดส่วนของตนโดยมิได้แจ้งไว้ [ต้องยืนยันข้อความสัญญาอนุญาตฉบับที่ใช้จริง]

ขั้นตอนการโอนสิทธิและส่งมอบทรัพย์สินทางปัญญา Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1ทำรายการตรวจสอบทรัพย์สินทางปัญญาที่จะโอน (IP Audit)ฝ่ายเทคโนโลยี / ทนายความSchedule of Assigned IP Assetsก่อนลงนามสัญญา
2ยกร่างสัญญา IP Assignment Agreement ตามโครงสร้าง 7 ชั้นทนายความ LASสัญญาโอนสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาฉบับสมบูรณ์ก่อนลงนามสัญญา
3ลงนามร่วมกันเป็นหนังสือโดยผู้โอนและผู้รับโอนตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (การมีพยานลงชื่อมิใช่เงื่อนไขตามตัวบท แต่ช่วยเป็นหลักฐาน)ผู้โอนและผู้รับโอนตราสารโอนลิขสิทธิ์ฉบับคู่ฉบับวันลงนาม
4ส่งมอบซอร์สโค้ดและจัดเก็บในระบบควบคุมปลอดภัย (Escrow)CTO / ผู้ดูแลระบบHandover Protocol & Verification Reportภายใน 7 วันหลังลงนาม
5ยื่นจดทะเบียนโอนสิทธิ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (หากเป็นสิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า)ตัวแทนทรัพย์สินทางปัญญาคำขอจดทะเบียนโอนสิทธิต่อ DIPควรยื่นโดยเร็วหลังลงนาม (ข้อเสนอในการบริหารสัญญา เนื่องจากมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.สิทธิบัตร และมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มิได้กำหนดเวลาไว้)

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาโอนสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

การโอนลิขสิทธิ์ต้องนำสัญญาไปจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่?
คำตอบ: งานลิขสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยไม่ต้องจดทะเบียน และการโอนลิขสิทธิ์กฎหมายบังคับเพียงทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อสองฝ่ายตามมาตรา 17 ก็มีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่จำต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน (แตกต่างจากสิทธิบัตรที่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร มาตรา 41 และเครื่องหมายการค้าที่ต้องจดทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า มาตรา 51)
พนักงานประจำสร้างสรรค์ผลงาน ลิขสิทธิ์ตกเป็นของใคร?
คำตอบ: ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 งานที่ผู้สร้างสรรค์สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง หากมิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ (ลูกจ้าง) แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงาน สัญญาจ้างจึงควรมีข้อตกลงเป็นหนังสือให้ลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์ในการจ้างเป็นของนายจ้าง ซึ่งควรแยกจากการโอนลิขสิทธิ์ภายหลังตามมาตรา 17 (ซึ่งมีผลสิบปีโดยปริยายหากมิได้กำหนดระยะเวลา) และสำหรับการประดิษฐ์ที่ลูกจ้างประดิษฐ์ขึ้นโดยการทำงานตามสัญญาจ้างหรือตามสัญญาจ้างที่มีวัตถุประสงค์ให้ทำการประดิษฐ์ สิทธิขอรับสิทธิบัตรย่อมตกได้แก่นายจ้าง เว้นแต่สัญญาจ้างจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น (พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 11)
Moral Rights สามารถเขียนว่า "โอนให้แก่นายจ้าง" ได้หรือไม่?
คำตอบ: มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้ผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์งาน และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย ทายาทมีสิทธิฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาโอนลิขสิทธิ์จึงควรมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุขอบเขตการแก้ไขดัดแปลงซึ่งผู้สร้างสรรค์ยินยอม และข้อตกลงว่าผู้สร้างสรรค์จะไม่ใช้สิทธิตามมาตรา 18 ต่อผู้รับโอนและลูกค้าของผู้รับโอน ทั้งนี้ตัวบทมิได้ใช้ถ้อยคำว่าโอนได้หรือโอนไม่ได้ ข้อตกลงจึงควรเขียนในลักษณะ "ตกลงสละสิทธิและสัญญาว่าจะไม่ใช้สิทธิธรรมสิทธิ์เพื่อขัดขวางการใช้งานผลงานของผู้รับโอน" ตามขอบเขตที่ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
หากผู้สร้างสรรค์เดิมนำซอร์สโค้ดที่โอนไปแล้ว ไปขายต่อให้บุคคลอื่น จะมีความผิดอย่างไร?
คำตอบ: หากการขายต่อนั้นเป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 30 ซึ่งเป็นบทเฉพาะสำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระวางโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และหากเป็นการกระทำเพื่อการค้า ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาทถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 69) ทั้งนี้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าเสียหายตามมาตรา 64 และเจ้าของลิขสิทธิ์ขอให้ศาลสั่งระงับการกระทำได้ตามมาตรา 65 เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้ง โดยผู้รับโอนมีสิทธิดังกล่าวต่อเมื่อการโอนสมบูรณ์ตามมาตรา 17 นอกจากนี้การขายต่ออาจเป็นการผิดสัญญา ผู้รับโอนจึงอาจเรียกค่าเสียหายทางแพ่งตามสัญญาได้ด้วย

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ