- มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งและตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (Effluent Quality SLAs & Standards): พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 (5) ให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน สัญญาจ้างบริหารและเดินระบบบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม (Wastewater O&M Agreement) จึงควรกำหนดค่าพารามิเตอร์คุณภาพน้ำทิ้งให้เข้มงวดกว่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] เพื่อเป็นแนวกันชนทางการค้า สำหรับระบบ Zero Liquid Discharge (ZLD) อัตราการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recovery Rate) เป็นตัวชี้วัดเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกัน (บทความนี้ใช้ร้อยละ 90 เป็นตัวอย่าง) มิใช่ค่าที่กฎหมายกำหนด
- การจัดสรรความรับผิดและหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays & Environmental Indemnity): ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายโดยไม่คำนึงว่าตนกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ (Strict Liability) เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามลพิษเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม การกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้เสียหายเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรั่วไหลนั้น สัญญาควรกำหนดให้ผู้รับจ้างชดใช้ความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่เกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้รับจ้าง ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างช่วง เช่น การเดินระบบบำบัดบกพร่อง การเติมสารเคมีไม่ถูกต้อง หรือการหยุดเดินเครื่องจนน้ำเสียล้นข้ามบ่อ โดยไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากน้ำเสียต้นทางเกินเกณฑ์ที่สัญญากำหนด ความชำรุดเดิมของระบบตามรายงานสภาพระบบแนบท้ายสัญญา หรือความผิดของโรงงานเอง และต้องระบุให้ชัดว่ารายการใดอยู่นอกเพดานความรับผิด ส่วนค่าปรับตามกฎหมายที่ตกแก่โรงงานเอง สัญญาควรกำหนดเป็นข้อตกลงให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนแก่โรงงานเมื่อค่าปรับนั้นเกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง
- การบริหารจัดการกากตะกอนตามกฎหมายสิ่งปฏิกูลอุตสาหกรรม (Sludge Management & Manifest Compliance): กากตะกอน (Sludge) ที่เกิดจากการตกตะกอนในระบบบำบัดจัดเป็นของเสียตามนิยามในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 ซึ่งรวมถึงกาก ตะกอนหรือสิ่งตกค้างจากน้ำเสียและของเสียประเภทอื่นที่อยู่ในสภาพของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ และการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] สัญญาควรกำหนดให้ชัดเจนว่าฝ่ายใดเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารและดำเนินการแทนโรงงาน โดยโรงงานยังต้องตรวจสอบเอกสารและรับผิดชอบต่อหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย และให้ผู้รับจ้างส่งกากตะกอนไปยังโรงงานปลายทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในประเภทที่ตรงกับวิธีบำบัดหรือกำจัดกากแต่ละรหัสตามที่กฎหมายกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: โรงงานฟอกย้อมและแปรรูปอาหารในนิคมอุตสาหกรรมว่าจ้างบริษัทผู้รับเหมาภายนอกมาบริหารจัดการเดินระบบบำบัดน้ำเสียและระบบรีไซเคิลน้ำ ZLD ต่อมาเกิดเหตุมอเตอร์เครื่องเติมอากาศระเบิดเสียหายและสารเคมีหมดสต็อก ผู้รับจ้างมิได้แจ้งเตือนโรงงานและปล่อยให้น้ำเสียที่มีค่าสีและค่า COD สูงล้นออกจากบ่อพักลงสู่คลองสาธารณะ ส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมากและชาวบ้านรวมตัวร้องเรียน
- ความเข้าใจผิด: เจ้าของโรงงานเข้าใจว่า เมื่อทำสัญญาจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญมาเดินระบบแล้ว บริษัทผู้รับจ้างย่อมเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว โรงงานไม่ต้องรับโทษปรับหรือรับผิดต่อชาวบ้าน
- จุดพลิก: สาระสำคัญทางกฎหมายคือ เนื่องจากการประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายจึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 39 สั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขหรือปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หากการระบายน้ำเสียฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าว ผู้ประกอบกิจการโรงงานอาจต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทตามมาตรา 45 และหากเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษซึ่งต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 70 ละเว้นไม่ทำการบำบัดน้ำเสียโดยใช้ระบบที่มีอยู่และลักลอบปล่อยทิ้งน้ำเสียออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกเขตแหล่งกำเนิดมลพิษของตน ย่อมต้องเสียค่าปรับรายวันในอัตราสี่เท่าของค่าใช้จ่ายประจำวันในการเดินระบบบำบัดน้ำเสียตลอดเวลาที่ดำเนินการเช่นนั้นตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเมื่อแหล่งกำเนิดมลพิษเป็นโรงงานอุตสาหกรรม เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเป็นผู้ออกคำสั่งปรับตามที่เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษแจ้งตามมาตรา 82 (3) ส่วนชาวบ้านผู้เสียหายมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งตามมาตรา 96 ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยความรับผิดทางแพ่ง มิใช่ฐานของการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อให้เกิดแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง แต่เมื่อเป็นความเสียหายจากมลพิษ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษรับผิดโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นสามประการ โรงงานจึงไม่อาจอาศัยการจ้างผู้เชี่ยวชาญเป็นเหตุให้พ้นความรับผิดต่อผู้เสียหายโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบสัญญาพบว่าไม่มีการวางหนังสือค้ำประกันผลงาน (Performance Bond) และไม่มีการประกันภัยความรับผิดต่อมลพิษ อีกทั้งผู้รับจ้างมีทรัพย์สินที่บังคับชำระหนี้ได้ไม่เพียงพอ โรงงานจึงไม่อาจได้รับชดใช้ค่าเสียหาย 20 ล้านบาทจากผู้รับจ้างได้จริง แม้จะมีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาก็ตาม ทั้งนี้ ทุนจดทะเบียนมิใช่เพดานความรับผิดของบริษัทผู้รับจ้าง เพราะเจ้าหนี้มีสิทธิให้ชำระหนี้ของตนจากทรัพย์สินของลูกหนี้จนสิ้นเชิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 214 ปัญหาที่แท้จริงคือฐานะทางการเงินและทรัพย์สินที่บังคับชำระหนี้ได้ของผู้รับจ้าง ส่วนหนังสือค้ำประกันผลงานเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ความรับผิดต่อมลพิษจึงควรอาศัยการประกันภัยหรือหลักประกันแยกต่างหาก
- สิ่งที่ได้จากบทความ: Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Industrial Wastewater & ZLD O&M Agreement, ตารางควบคุมค่าพารามิเตอร์น้ำเสีย, โครงสร้างข้อสัญญา Environmental Indemnity & Performance Bond, และขั้นตอนการกำกับดูแลผู้ควบคุมและผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสียที่ได้รับใบอนุญาต
ภาพรวมการบริหารระบบบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมและแนวคิด Zero Liquid Discharge ZLD
ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน (ESG) และแรงกดดันจากชุมชน ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยต้องยกระดับการบำบัดน้ำเสียจากการบำบัดเพื่อระบายทิ้งแบบเดิม ไปสู่ระบบ "การบำบัดน้ำเสียแบบไม่ปล่อยของเหลวออกนอกโรงงาน" (Zero Liquid Discharge: ZLD) ซึ่งเป็นการผสานกระบวนการตกตะกอนเคมี การกรองด้วยเมมเบรน (UF/RO) และการระเหยตกผลึก (Evaporation & Crystallization) เพื่อนำน้ำสะอาดกลับมาหมุนเวียนใช้ในกระบวนการผลิตให้ได้สัดส่วนสูงสุดเท่าที่ระบบทำได้ โดยสัญญาเดินระบบอาจกำหนดอัตราการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ไว้ เช่น ร้อยละ 90 ของปริมาณน้ำเสียที่ป้อนเข้าระบบ ตามตัวอย่างในหัวข้อที่ 5
สัญญาจ้างบริการเดินระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Operations & Maintenance Agreement) มิใช่เพียงสัญญาจ้างแรงงานหรือสัญญาบริการทั่วไป แต่เป็น "สัญญาควบคุมความเสี่ยงตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม" (Environmental Compliance Contract) ความผิดพลาดในการเดินระบบแม้เพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจนำไปสู่การถูกสั่งให้หยุดประกอบกิจการเป็นการชั่วคราวตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 39 หากการประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรงแก่บุคคลหรือทรัพย์สินที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงาน
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- การถูกสั่งให้หยุดประกอบกิจการหรือถูกสั่งปิดโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 39: ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ประกอบกิจการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 37 โดยไม่มีเหตุอันควร หรือเมื่อการประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง หากไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดก็สั่งปิดโรงงานได้ และในกรณีโรงงานจำพวกที่ 3 คำสั่งปิดโรงงานมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตด้วย ส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามมาตรา 37 สั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ความรับผิดทางแพ่งต่อชุมชนโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ: ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 เมื่อแหล่งกำเนิดมลพิษก่อให้เกิดหรือเป็นแหล่งกำเนิดของการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัย หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือของรัฐเสียหาย เช่น พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษนั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหาย ไม่ว่าการรั่วไหลหรือแพร่กระจายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของตนหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ามลพิษนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม จากการกระทำตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ที่ได้รับอันตรายหรือความเสียหายเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงหรือโดยอ้อมในการรั่วไหลหรือการแพร่กระจายของมลพิษนั้น ทั้งนี้ ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ทางราชการต้องรับภาระจ่ายจริงในการขจัดมลพิษด้วย ส่วนปัญหาว่าผู้รับจ้างเดินระบบเป็นบุคคลอื่นตามข้อยกเว้นประการที่สามหรือไม่ และผู้รับจ้างที่เข้าควบคุมระบบบำบัดเป็นผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษด้วยหรือไม่ เป็นปัญหาการตีความซึ่งบทความนี้ไม่ได้อ้างแนวคำพิพากษา เจ้าของโรงงานจึงไม่ควรถือว่าการจ้างผู้รับจ้างเดินระบบทำให้ตนพ้นความรับผิดต่อผู้เสียหายโดยอัตโนมัติ และสัญญาควรกำหนดสิทธิเรียกให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนแก่โรงงานเมื่อความเสียหายเกิดจากความผิดของผู้รับจ้างไว้ล่วงหน้า
- การเพิกถอนสิทธิประโยชน์ตามบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI): โรงงานที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขเรื่องการป้องกันและควบคุมมิให้เกิดผลเสียหายต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 20 (7)) อาจถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดหรือบางส่วนตามมาตรา 54 และเมื่อเพิกถอนสิทธิเกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคล ผู้ได้รับการส่งเสริมหมดสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกเพิกถอนตามมาตรา 55/1 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | แหล่งอ้างอิงทางการ | สถานะ |
|---|---|---|---|
| พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 ให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดเรื่องที่โรงงานต้องปฏิบัติ รวมถึงการให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะประจำโรงงาน (มาตรา 8 (3)) และมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการโรงงาน (มาตรา 8 (5)) ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 (3) หรือมาตรา 8 (5) หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามกฎกระทรวงดังกล่าวต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองแสนบาทตามมาตรา 45 | พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 และมาตรา 45 ส่วนกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 อยู่ในบัญชี 2 ท้ายพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ซึ่งความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชีนี้จะเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยได้ก็ต่อเมื่อตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โทษตามมาตรา 45 จึงยังเป็นโทษปรับทางอาญาจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาเช่นนั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 40 ที่อาจตราขึ้นภายหลังวันที่ 30 เมษายน 2569] | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| ปลัดกระทรวงหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวและปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อผู้ประกอบกิจการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 37 โดยไม่มีเหตุอันควร หรือเมื่อการประกอบกิจการอาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหายหรือความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง หากไม่แก้ไขภายในเวลาที่กำหนดก็สั่งปิดโรงงานได้ ส่วนพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตามมาตรา 37 สั่งให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืนหรือแก้ไขปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด | พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 37 และมาตรา 39 | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ต้องพิสูจน์ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเข้าข้อยกเว้นสามประการตามมาตรา 96 คือเหตุสุดวิสัยหรือการสงคราม การกระทำตามคำสั่งของรัฐ หรือการกระทำของผู้เสียหายเองหรือของบุคคลอื่นซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการรั่วไหล | พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 96 | krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| การบริหารจัดการกากตะกอนและการนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานเป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ใช้บังคับ | ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| สัญญาเดินระบบบำบัดน้ำเสียที่มุ่งผลสำเร็จคือคุณภาพน้ำทิ้งอาจเข้าลักษณะจ้างทำของ ซึ่งผู้รับจ้างตกลงทำการงานจนสำเร็จเพื่อสินจ้าง (มาตรา 587) ความรับผิดต่อความชำรุดบกพร่องของงานที่ส่งมอบเป็นไปตามมาตรา 600 คือเพียงที่ปรากฏภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายในห้าปีหากเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดินนอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้ เว้นแต่สัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น สัญญาจึงควรกำหนดระยะเวลารับประกันและความรับผิดต่อความเสียหายจากการเดินระบบไว้เป็นข้อสัญญาเอง | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 และมาตรา 600 | law.go.th / krisdika.go.th | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
มาตรฐานควบคุมน้ำทิ้งตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงาน ซึ่งออกตามกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อและปี พ.ศ. ของประกาศที่ใช้บังคับ] กำหนดเกณฑ์คุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องควบคุม โดยเกณฑ์แตกต่างกันตามประเภทของโรงงาน ค่าตัวเลขต่อไปนี้ใช้ประกอบการอธิบายเท่านั้น และทุกค่าต้องตรวจจากประกาศฉบับทางการก่อนนำไปกำหนดในสัญญา:
- ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH): อยู่ระหว่าง 5.5 ถึง 9.0 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ค่าบีโอดี (Biochemical Oxygen Demand: BOD): ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร (หรือ 60 มิลลิกรัมต่อลิตรตามประเภทโรงงานที่ได้รับผ่อนผัน) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ค่าซีโอดี (Chemical Oxygen Demand: COD): ไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อลิตร (หรือ 400 มิลลิกรัมต่อลิตรสำหรับบางประเภทโรงงาน) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- สารแขวนลอย (Total Suspended Solids: TSS): ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- สารละลายทั้งหมด (Total Dissolved Solids: TDS): ไม่เกิน 3,000 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือขึ้นอยู่กับค่า TDS ของน้ำใช้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
สถาปัตยกรรม Service Level Agreement: Effluent Parameters, Recovery Rate, และ Chemical Dosing
- Safety Buffer Parameter SLA: กำหนดเกณฑ์ควบคุมคุณภาพน้ำในสัญญาให้เข้มงวดกว่ามาตรฐานตามประกาศ ร้อยละ 10 ถึง 20 เพื่อเป็นแนวกันชน (เช่น กำหนด BOD ไม่เกิน 16 มิลลิกรัมต่อลิตร และ COD ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร) หากตรวจพบว่าค่าเกินแนวกันชน ผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขทันทีภายใน 2 ชั่วโมง (เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกันได้ มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด)
- Water Recovery Rate SLA (ระบบ ZLD): รับประกันอัตราการผลิตน้ำรีไซเคิลกลับคืนสู่โรงงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณน้ำเสียที่ป้อนเข้าระบบ (Feed Flow) (เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกันได้ มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด)
- Chemical Dosing Efficiency: กำหนดสูตรควบคุมการใช้สารเคมี (เช่น Coagulant, Flocculant, Anti-scalant) ให้อยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ไม่ประหยัดสารเคมีจนน้ำไม่ได้มาตรฐาน และไม่ใช้สารเคมีฟุ่มเฟือยจนเกิดตะกอนส่วนเกิน สารเคมีที่ใช้ในการเดินระบบอาจเป็นวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 4 (10) ซึ่งการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครองต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน ต้องได้รับใบอนุญาต หรือเป็นสิ่งต้องห้าม แล้วแต่ชนิดของวัตถุอันตรายตามมาตรา 18 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศระบุไว้ สัญญาจึงต้องกำหนดว่าฝ่ายใดเป็นผู้จัดหา เก็บรักษา และมีไว้ในครอบครองสารเคมีดังกล่าว และฝ่ายใดเป็นผู้แจ้งหรือผู้ถือใบอนุญาต ทั้งนี้ การจำแนกว่าสารเคมีแต่ละรายการเป็นวัตถุอันตรายหรือไม่ต้องตรวจจากประกาศฉบับทางการ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
อัตราการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ที่ระบุในสัญญาเดินระบบ ZLD เป็นตัวชี้วัดเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกัน มิใช่ค่าที่กฎหมายกำหนด สัญญาต้องกำหนดด้วยว่าส่วนที่ไม่ได้นำกลับมาใช้ เช่น น้ำเข้มข้น ผลึกเกลือ หรือกากตะกอน ซึ่งเป็นของเสียตามนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ฝ่ายใดเป็นผู้จัดเก็บ ขนส่ง และส่งกำจัด ภายใต้เงื่อนไขใด และฝ่ายใดเป็นผู้จัดเตรียมเอกสารขออนุญาตนำออกนอกบริเวณโรงงาน
หน้าที่ของผู้ควบคุมและผู้รับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสียที่ได้รับใบอนุญาต
ผู้ที่รับจ้างเป็นผู้ควบคุมหรือรับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสียต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 73 การรับจ้างโดยไม่ได้รับใบอนุญาตมีโทษตามมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน และเจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษที่จ้างบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนการเป็นผู้ควบคุมแล้วให้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกินห้าหมื่นบาทตามมาตรา 110 สัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้รับจ้างส่งสำเนาใบอนุญาตให้โรงงาน และแจ้งโรงงานทันทีเมื่อถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาต ส่วนบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเป็นหน้าที่ตามกฎกระทรวงซึ่งรัฐมนตรีออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ที่ให้กำหนดให้มีคนงานซึ่งมีความรู้เฉพาะประจำโรงงาน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อกฎกระทรวงและรูปแบบการขึ้นทะเบียนหรือการอนุญาตของกรมโรงงานอุตสาหกรรม]
ในกรณีที่โรงงานเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษซึ่งมีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นของตนเองตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องเก็บสถิติและข้อมูลซึ่งแสดงผลการทำงานของระบบในแต่ละวัน จัดทำบันทึกรายละเอียดไว้ ณ สถานที่ตั้งแหล่งกำเนิดมลพิษ และจัดทำรายงานสรุปผลการทำงานของระบบเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบที่กำหนดในกฎกระทรวงตามมาตรา 80 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อกฎกระทรวงและแบบรายงาน] หากเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษกำหนดให้ระบบต้องมีผู้ควบคุม ผู้ควบคุมมีหน้าที่ดำเนินการดังกล่าวแทนเจ้าของหรือผู้ครอบครอง และผู้ได้รับใบอนุญาตรับจ้างให้บริการบำบัดน้ำเสียมีหน้าที่ต้องดำเนินการเช่นเดียวกับเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ผู้ที่ไม่จัดเก็บสถิติ ข้อมูล หรือไม่ทำบันทึกหรือรายงานมีโทษตามมาตรา 106 และผู้ควบคุมหรือผู้รับจ้างให้บริการที่ทำบันทึกหรือรายงานโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จมีโทษตามมาตรา 107
สัญญาจึงควรกำหนดให้ผู้ควบคุมหรือผู้รับจ้างให้บริการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้:
- จัดทำบันทึกและรายงานสรุปผลการเดินระบบบำบัดน้ำเสียตามที่กฎหมายกำหนดเป็นประจำทุกเดือน และส่งสำเนาให้โรงงานตรวจก่อนยื่น
- ควบคุมการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่คู่สัญญาตกลงกัน และหากกฎหมายหรือประกาศที่ใช้บังคับกำหนดให้ผลวิเคราะห์ต้องมาจากห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียน ต้องเป็นห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์นั้น [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- แจ้งเตือนผู้บริหารโรงงานทันทีเมื่อพบความผิดปกติของเครื่องจักรหรือค่าพารามิเตอร์น้ำเสียเริ่มเบี่ยงเบน
การจัดการกากตะกอนอุตสาหกรรม Sludge Disposal Compliance
ความรับผิดตลอดวงจร (Cradle-to-Grave) ระบบรหัสของเสีย ใบกำกับการขนส่ง และกรณีกากของเสียถูกลักลอบทิ้ง อธิบายไว้ในบทความเรื่อง Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจ้างบริการรับกำจัดและบำบัดกากของเสียอุตสาหกรรม หัวข้อนี้สรุปเฉพาะประเด็นของกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียหรือระบบ ZLD ดังนี้
- กากตะกอนเป็นของเสียของโรงงาน: กากตะกอนจากระบบเป็นของเสียตามนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีที่มาจากโรงงานในฐานะแหล่งกำเนิดมลพิษ แม้ผู้รับจ้างจะเป็นผู้เดินระบบ สัญญาจึงควรระบุรหัสของเสียของกากตะกอนจากระบบบำบัดทางเคมีและระบบชีวภาพแยกกัน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ระบบรหัสของเสียตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ใช้บังคับ]
- การนำออกนอกโรงงานและโรงงานปลายทาง: การขออนุญาตนำกากตะกอนออกนอกบริเวณโรงงานเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้รับจ้างจัดเตรียมเอกสารแทนโรงงานได้ในฐานะงานธุรการ มิใช่การโอนหน้าที่ตามกฎหมาย และควรส่งกากตะกอนเฉพาะไปยังผู้รับบำบัดหรือกำจัดที่โรงงานอนุมัติ ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในประเภทที่ตรงกับวิธีบำบัดหรือกำจัดกากแต่ละรหัส [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- ใบอนุญาตขนส่ง: ผู้ขนส่งกากตะกอนเพื่อสินจ้างต้องได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 และหากกากตะกอนเป็นวัตถุอันตรายตามประเภทหรือชนิดและลักษณะการบรรทุกที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถชนิดที่สี่ตามมาตรา 95 (4) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน
ข้อต่อสู้ของผู้ให้บริการเดินระบบกับเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม Devil's Advocate
| ประเด็นข้อพิพาท | ข้ออ้างของผู้รับจ้างเดินระบบ | ข้อต่อสู้ของเจ้าของโรงงาน | ทางออกที่สมดุลในสัญญา |
|---|---|---|---|
| 1. น้ำเสียต้นทางเข้มข้นเกินเกณฑ์ (Shock Load) | ฝ่ายผลิตของโรงงานปล่อยน้ำเสียที่มีสารเคมีเข้มข้นผิดปกติ ทำให้จุลินทรีย์ตาย | ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบบ่อปรับสภาพน้ำ (Equalization Tank) ก่อนป้อนเข้าระบบ | กำหนดเกณฑ์ Maximum Inlet Shock Load ในสัญญา หากเกินเกณฑ์ โรงงานต้องร่วมรับผิดชอบค่าสารเคมีฟื้นฟู |
| 2. ความชำรุดของเครื่องจักรเดิม | ปั๊มน้ำและระบบท่อเดิมของโรงงานหมดอายุการใช้งาน ทำให้เดินระบบไม่ได้ | ผู้รับจ้างเข้ามาตรวจสอบระบบ (Site Audit) และรับงานไปแล้วโดยไม่มีข้อทักท้วง | ทำรายงานตรวจรับสภาพระบบ (Baseline Asset Condition Report) แนบท้ายสัญญาก่อนเริ่มงาน |
| 3. เพดานจำกัดความรับผิด | ผู้รับจ้างมักขอจำกัดความรับผิดไม่เกินค่าจ้างรายเดือนจำนวนหนึ่ง (หนึ่งถึงสามเดือนเป็นเพียงตัวอย่างเชิงพาณิชย์) คู่สัญญาตกลงเพดานเช่นนี้ได้ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา แต่ต้องผ่านการตรวจสามประการ ประการแรก ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 ประการที่สอง ข้อตกลงล่วงหน้าที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่นอันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อจะนำมาอ้างไม่ได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง ส่วนข้อตกลงในกรณีอื่นซึ่งไม่เป็นโมฆะมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง ประการที่สาม ถ้าสัญญาเป็นสัญญาสำเร็จรูป ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่เกิดจากการผิดสัญญาซึ่งทำให้ผู้กำหนดสัญญาได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน | หากเกิดเหตุมลพิษ โรงงานถูกสั่งปิด เสียหายวันละหลายล้านบาท | ไม่ควรจำกัดความรับผิดสำหรับกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับจ้างเอง และควรกำหนดโดยชัดแจ้งว่าค่าสินไหมทดแทนต่อบุคคลภายนอก ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และค่าปรับตามกฎหมายที่โรงงานต้องชำระเพราะการกระทำของผู้รับจ้างอยู่นอกเพดานความรับผิด (Limitation of Liability) ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าของคู่สัญญา มิใช่ผลบังคับของมาตรา 373 |
การวิเคราะห์ข้อตกลงจำกัดความรับผิดและการยกเว้นความเสียหายสืบเนื่องในสัญญาเดินเครื่องและบำรุงรักษา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 และพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 8 อธิบายไว้ในบทความเรื่อง พิมพ์เขียวและแม่แบบสัญญาบริหารจัดการและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Operations & Maintenance Agreement for Solar & Wind Power Plants) ซึ่งใช้หลักเดียวกันกับสัญญาเดินระบบบำบัดน้ำเสีย ส่วนมาตรา 368 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการตีความสัญญาไปตามความประสงค์ในทางสุจริต มิใช่ฐานของเพดานความรับผิด
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
A ผู้ว่าจ้าง ทำสัญญาจ้าง B ผู้รับจ้าง เดินระบบบำบัดน้ำเสียชีวภาพแบบ Activated Sludge ขนาด 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยใช้ Checklist และสัญญามาตรฐาน LAS Legal:
- การวางหลักประกัน: ผู้รับจ้างวาง Performance Bond จากธนาคารพาณิชย์วงเงิน 5,000,000 บาท และทำประกันภัย Environmental Impairment Liability วงเงิน 20,000,000 บาท
- การเกิดเหตุขัดข้อง: ในฤดูร้อน อุณหภูมิในบ่อสูงขึ้นจนจุลินทรีย์ตกตะกอนช้า ระบบเซนเซอร์ตรวจวัดอัตโนมัติแจ้งเตือนว่าค่า COD เข้าใกล้ 100 มิลลิกรัมต่อลิตรซึ่งเป็นแนวกันชนที่สัญญากำหนด
- การตอบสนอง: ผู้รับจ้างปรับลดอัตราการสูบน้ำเสียเข้าบ่อ และเติมเอนไซม์ชีวภาพช่วยย่อยสลายทันทีภายใน 90 นาที ส่งผลให้น้ำทิ้งที่ระบายออกจริงมีค่า COD เพียง 78 มิลลิกรัมต่อลิตร ผ่านมาตรฐานอย่างปลอดภัย ไม่ถูกหน่วยงานราชการตรวจสอบและไม่มีข้อพิพาท
Checklist 10 จุดตรวจสัญญา Industrial Wastewater Treatment & ZLD Operations Agreement
- กำหนดค่าพารามิเตอร์คุณภาพน้ำทิ้ง (BOD, COD, TSS, TDS, Heavy Metals) ให้เข้มงวดกว่ามาตรฐานกฎหมาย (Safety Buffer)
- ระบุตัวชี้วัดอัตราการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Recovery Rate SLA) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 สำหรับระบบ ZLD (เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกันได้ มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด) และระบุว่าส่วนที่ไม่ได้นำกลับมาใช้ เช่น น้ำเข้มข้น ผลึกเกลือ หรือกากตะกอน ฝ่ายใดเป็นผู้จัดเก็บ ขนส่ง และส่งกำจัด
- ระบุข้อกำหนดว่าผู้รับจ้างหรือผู้ควบคุมที่ส่งมาปฏิบัติงานต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 73 พร้อมส่งสำเนาใบอนุญาตให้โรงงาน และแจ้งโรงงานทันทีเมื่อถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาต
- กำหนดหน้าที่การจัดทำบันทึกและรายงานสรุปผลการเดินระบบตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 (ในกรณีที่ระบบบำบัดน้ำเสียเป็นของโรงงานเอง) และผลวิเคราะห์น้ำทุกเดือนจากห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ตามที่กำหนดในหัวข้อที่ 6
- มีข้อสัญญาชดใช้ความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Indemnity Clause) ให้ผู้รับจ้างชดใช้ความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีที่เกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของผู้รับจ้าง ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างช่วง โดยระบุให้ชัดว่ารายการใดอยู่นอกเพดานความรับผิด และไม่รวมน้ำเสียต้นทางเกินเกณฑ์ที่สัญญากำหนด ความชำรุดเดิมของระบบ หรือความผิดของโรงงานเอง
- บังคับให้ผู้รับจ้างวางหนังสือค้ำประกันผลงาน (Performance Bond) วงเงินร้อยละ 10 ถึง 15 ของมูลค่าสัญญา (เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกันได้ มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด)
- บังคับให้ผู้รับจ้างทำประกันภัยความรับผิดต่อมลพิษสิ่งแวดล้อม (Environmental Impairment Liability Insurance)
- ระบุขั้นตอนและหน้าที่การจัดการกากตะกอน (Sludge) และมอบหมายงานธุรการในการจัดเตรียมเอกสารขออนุญาตนำออกนอกบริเวณโรงงานให้ผู้รับจ้าง โดยโรงงานยังคงต้องตรวจสอบเอกสารและรับผิดชอบต่อหน่วยงานของรัฐตามกฎหมาย (การมอบหมายงานธุรการมิใช่การโอนหน้าที่ตามกฎหมาย)
- กำหนดกรอบเวลาการเข้าแก้ไขเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Protocol) ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมงกรณีเกิดเหตุมลพิษรั่วไหล (เป็นตัวอย่างเชิงพาณิชย์ที่คู่สัญญาตกลงกันได้ มิใช่อัตราหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด)
- ตรวจสอบว่าข้อจำกัดความรับผิดในสัญญาไม่ครอบคลุมกรณีกลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับจ้างเอง เพราะความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดในกรณีเช่นนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373 แต่มาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่ามาตรา 373 ไม่ใช้บังคับแก่ความผิดของบุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ หากโรงงานต้องการให้กลฉ้อฉลหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของลูกจ้างหรือผู้รับจ้างช่วงของผู้รับจ้างอยู่นอกเพดานความรับผิดด้วย จึงต้องระบุไว้โดยชัดแจ้ง และควรกำหนดโดยชัดแจ้งว่าค่าสินไหมทดแทนต่อบุคคลภายนอก ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และค่าปรับตามกฎหมายที่โรงงานต้องชำระเพราะการกระทำของผู้รับจ้างอยู่นอกเพดานความรับผิด ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าของคู่สัญญา มิใช่ผลบังคับของมาตรา 373
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 8 มาตรา 37 มาตรา 39 และมาตรา 45 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ส่วนกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
- พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 4 มาตรา 70 มาตรา 73 มาตรา 80 มาตรา 82 มาตรา 92 มาตรา 96 มาตรา 105 มาตรา 106 มาตรา 107 และมาตรา 110 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
- พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 4 และมาตรา 18
- พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 23 และมาตรา 95
- พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 มาตรา 42
- พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 20 มาตรา 54 และมาตรา 55/1
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 214 มาตรา 220 มาตรา 368 มาตรา 373 มาตรา 428 มาตรา 587 และมาตรา 600)
- พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 8
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)