คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว และสัญญาเช่าซื้อที่ไม่ทำเป็นหนังสือเป็นโมฆะ การจัดหาเครื่องจักรโรงงาน อุปกรณ์การแพทย์ และยานพาหนะสำหรับองค์กรธุรกิจ (Fleet & Equipment Financing) จึงมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง "สัญญาเช่าซื้อ" (Hire-Purchase) และ "สัญญาเช่าทรัพย์ดำเนินงาน" (Operating Lease) ซึ่งมีจุดชี้ขาด 3 ประการ: (1) ลักษณะการโอนกรรมสิทธิ์: ในสัญญาเช่าซื้อ เจ้าของให้คำมั่นว่าจะขายหรือจะให้ทรัพย์สินตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่าเมื่อผู้เช่าใช้เงินครบตามเงื่อนไขของสัญญา (ป.พ.พ. มาตรา 572) ส่วนสัญญาเช่าดำเนินงานเป็นการเช่าทรัพย์สินตามมาตรา 537 ซึ่งผู้ให้เช่ายังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และผู้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนเมื่อสิ้นสุดสัญญา (2) การบอกเลิกสัญญาและการกลับเข้าครองทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 574: เจ้าของทรัพย์สินบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เมื่อบอกเลิกแล้ว บรรดาเงินที่ใช้มาแล้วแต่ก่อนให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน และเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ ส่วนกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุด เจ้าของทรัพย์สินจะริบเงินและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง การบอกเลิกสัญญาทำด้วยการแสดงเจตนาแก่ผู้เช่าซื้อตามมาตรา 386 และมาตรา 574 ไม่ได้กำหนดระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้าไว้ ระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า เช่น 30 วัน จึงเป็นเรื่องที่คู่สัญญาควรตกลงไว้ในสัญญา และ (3) ผลกระทบทางบัญชี (TFRS 16): ผู้เช่าอาจต้องรับรู้สัญญาเช่าระยะยาวเกิน 12 เดือนเป็น สินทรัพย์สิทธิการใช้ (Right-of-Use Asset) และหนี้สินตามสัญญาเช่า (Lease Liability) ในงบดุลขององค์กรตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 16 (TFRS 16) ทั้งนี้ ข้อกำหนดโดยละเอียด รวมทั้งข้อยกเว้นและความแตกต่างระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า เป็นประเด็นทางการบัญชีที่ต้องตรวจจากมาตรฐานฉบับปัจจุบันร่วมกับผู้สอบบัญชี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทำสัญญาจัดหาเครื่องจักร CNC มูลค่า 30 ล้านบาท จากบริษัทลิสซิ่ง โดยใช้สัญญาเช่าซื้อผ่อนชำระ 36 งวด งวดละ 950,000 บาท
  2. ความเข้าใจผิด: โรงงานเข้าใจว่าตนจ่ายค่างวดมาแล้ว 30 งวด (เป็นเงินกว่า 28.5 ล้านบาท) เครื่องจักรย่อมตกเป็นของโรงงานเกือบสมบูรณ์แล้ว หากขาดสภาพคล่องจนค้างค่างวด 1 งวด บริษัทลิสซิ่งจะยึดเครื่องจักรไม่ได้
  3. จุดพลิก: เมื่อโรงงานผิดนัดงวดที่ 31 และ 32 ติดกัน 2 งวด บริษัทลิสซิ่งส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาและส่งทีมงานเข้ายึดเครื่องจักร CNC กลับไปหลังบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 พร้อมริบเงินค่างวด 28.5 ล้านบาททั้งหมด และนำเครื่องจักรไปขายทอดตลาดได้เพียง 5 ล้านบาท แล้วกลับมาฟ้องเรียก "ค่าขาดราคา" อีก 4 ล้านบาทจากโรงงาน ทำให้สายการผลิตของโรงงานหยุดชะงักและประสบปัญหาสภาพคล่องรุนแรง
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แยกความแตกต่างระหว่าง Hire-Purchase, Financial Lease และ Operating Lease, เหตุบอกเลิกสัญญาและการกลับเข้าครองทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574, ข้อสัญญาเรื่องการขายทอดตลาดและค่าขาดราคาที่ควรตกลงไว้ในสัญญา, การประเมินผลกระทบทางบัญชีตาม TFRS 16 ร่วมกับผู้สอบบัญชี, และ Checklist 10 จุดตรวจสัญญาเช่าเครื่องจักร

แกนหลักของกฎหมายเช่าซื้อและเช่าเครื่องจักร

สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาเฉพาะตาม ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 5 ซึ่งกฎหมายบังคับว่า "ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ" (มาตรา 572) และมาตรา 574 ให้เจ้าของทรัพย์สินบอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ ส่วนกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุด เจ้าของทรัพย์สินจะริบเงินที่ใช้มาแล้วและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง มาตรา 574 ไม่ได้บัญญัติว่าข้อสัญญาที่ให้บอกเลิกได้เมื่อผิดนัดเพียงงวดเดียวเป็นโมฆะ แต่ข้อสัญญาเช่นนั้นให้สิทธิเกินกว่ากรณีที่มาตรา 574 กำหนด หากอยู่ในสัญญาสำเร็จรูป อาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 และมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี โดยศาลพิเคราะห์พฤติการณ์ทั้งปวงตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-CC-18-01อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว สัญญาเช่าซื้อนั้นถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะป.พ.พ. มาตรา 572ลักษณะ 5 เช่าซื้อตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-CC-18-02ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเองป.พ.พ. มาตรา 573ลักษณะ 5 เช่าซื้อแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-18-03ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน และเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญาเพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อนและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่งป.พ.พ. มาตรา 574ลักษณะ 5 เช่าซื้อแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-18-04ผู้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ทุกเมื่อด้วยการส่งมอบทรัพย์สินคืนแก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง (มาตรา 573) ส่วนผลต่อเงินที่ชำระแล้ว หนี้ค้างชำระก่อนวันบอกเลิก และสิทธิเรียกค่าเสียหายต้องพิจารณาจากข้อสัญญาและบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยการเลิกสัญญา (มาตรา 391) ส่วนค่าขาดราคาเป็นถ้อยคำทางปฏิบัติที่มาตรา 572 ถึงมาตรา 574 ไม่ได้บัญญัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ป.พ.พ. มาตรา 573 และมาตรา 391ลักษณะ 5 เช่าซื้อ และลักษณะ 2 สัญญา หมวด 4 เลิกสัญญาแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-CC-18-05เจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินได้เมื่อได้บอกเลิกสัญญาตามมาตรา 574 แล้ว และการบอกเลิกสัญญาทำด้วยการแสดงเจตนาแก่ผู้เช่าซื้อตามมาตรา 386 ตัวบททั้งสองมาตราไม่มีถ้อยคำกำหนดระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่มีถ้อยคำที่ให้อำนาจใช้กำลังเข้ายึดทรัพย์สิน ส่วนผลของข้อตกลงที่ให้เข้ายึดทรัพย์สินโดยพลการ และความรับผิดทางแพ่งและทางอาญาของการเข้ายึดเช่นนั้น ต้องตรวจจากแหล่งที่ยืนยันได้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ป.พ.พ. มาตรา 386 และมาตรา 574 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา [ต้องยืนยันมาตรา]ลักษณะ 2 สัญญา หมวด 4 เลิกสัญญา และลักษณะ 5 เช่าซื้อแก้ไขแล้ว — LAS Audit

ตารางเปรียบเทียบประเภทสัญญาจัดหาอุปกรณ์

มิติการพิจารณา1. สัญญาเช่าซื้อ (Hire-Purchase)2. ลิสซิ่งทางการเงิน (Financial Lease)3. เช่าดำเนินงาน (Operating Lease)
กรรมสิทธิ์เมื่อครบสัญญาตกเป็นของผู้เช่าซื้อตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งเจ้าของให้คำมั่นว่าจะขายหรือจะให้ตกเป็นสิทธิเมื่อผู้เช่าใช้เงินครบ (ป.พ.พ. มาตรา 572)ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อ (Purchase Option)ส่งมอบทรัพย์สินคืน แก่ผู้ให้เช่า
หน้าที่บำรุงรักษาซ่อมแซมเป็นไปตามข้อสัญญา เพราะมาตรา 572 ถึงมาตรา 574 ไม่ได้กำหนดหน้าที่นี้ไว้เป็นไปตามข้อสัญญาผู้ให้เช่าจัดการซ่อมแซมที่จำเป็น ส่วนผู้เช่าบำรุงรักษาและซ่อมแซมเล็กน้อย เว้นแต่สัญญากำหนดเป็นอย่างอื่น (ป.พ.พ. มาตรา 550 และมาตรา 553)
การยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวผู้เช่าซื้อบอกเลิกได้ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินคืนตามมาตรา 573สัญญามักกำหนดห้ามบอกเลิกก่อนกำหนด (Non-cancellable) แต่หากสัญญาเข้านิยามเช่าซื้อตามมาตรา 572 ต้องพิจารณาสิทธิของผู้เช่าที่จะบอกเลิกสัญญาด้วยการส่งมอบทรัพย์สินคืนตามมาตรา 573 และผลของข้อสัญญาห้ามบอกเลิกนั้นด้วย [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]บอกเลิกได้ตามข้อกำหนดสัญญาเช่า
การบันทึกบัญชี TFRS 16 (ประเด็นทางการบัญชี ต้องตรวจจากมาตรฐานฉบับปัจจุบันร่วมกับผู้สอบบัญชี) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]บันทึกเป็น Right-of-Use Asset + หนี้สินบันทึกเป็น Right-of-Use Asset + หนี้สินบันทึกในงบดุล (เว้นแต่สัญญา ≤ 12 เดือน)

สัญญาเช่าดำเนินงานเป็นการเช่าทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537 ซึ่งผู้ให้เช่าตกลงให้ผู้เช่าได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ให้เช่าในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว (มาตรา 546) และต้องจัดการซ่อมแซมทุกอย่างที่จำเป็นในระหว่างเวลาเช่า เว้นแต่การซ่อมแซมชนิดที่กฎหมายหรือจารีตประเพณีให้ผู้เช่าต้องทำเอง (มาตรา 550) ส่วนผู้เช่าต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมอกับที่วิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และต้องบำรุงรักษาทั้งทำการซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย (มาตรา 553) สำหรับสัญญาลิสซิ่งทางการเงินที่ให้ผู้เช่ามีสิทธิเลือกซื้อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทนิยามเฉพาะ จึงต้องจำแนกตามเนื้อหาของสัญญาว่าเข้านิยามเช่าซื้อตามมาตรา 572 หรือเป็นการเช่าทรัพย์สินตามมาตรา 537 ซึ่งมีผลต่อการใช้มาตรา 573 และมาตรา 574

LAS Practice Note — การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อด้วยการส่งมอบทรัพย์สินคืนตามมาตรา 573

ผู้เช่าซื้อที่เริ่มขาดสภาพคล่องและคาดว่าจะผ่อนชำระต่อไปไม่ไหวควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายแต่เนิ่น ๆ และพิจารณาสิทธิบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 573 ซึ่งผู้เช่าบอกเลิกสัญญาได้ในเวลาใดเวลาหนึ่งด้วยการส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง เปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 574 เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กัน ซึ่งทำให้เงินที่ใช้มาแล้วแต่ก่อนถูกริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน และเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ ส่วนผลต่อเงินที่ชำระแล้ว หนี้ค้างชำระก่อนวันบอกเลิก และสิทธิเรียกค่าเสียหายเมื่อใช้สิทธิตามมาตรา 573 ต้องพิจารณาจากข้อสัญญาและบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยการเลิกสัญญา (มาตรา 391) ส่วนค่าขาดราคาเป็นถ้อยคำทางปฏิบัติที่มาตรา 572 ถึงมาตรา 574 ไม่ได้บัญญัติ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

ข้อต่อสู้ของผู้เช่าซื้อกับข้อเรียกร้องของบริษัทลิสซิ่ง Devil's Advocate

ข้อเรียกร้องของบริษัทลิสซิ่งข้อต่อสู้ของผู้เช่าซื้อตามกฎหมายไทยหลักฐานที่ชี้ขาด
เรียกค่าขาดราคาเต็มจำนวนตามยอดหนี้คงค้างในสัญญาลิสซิ่งนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ และไม่แจ้งวันประมูลให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้า [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ประกาศขายทอดตลาดและรายงานประเมินราคาอิสระ
บอกเลิกสัญญาเพราะผู้เช่าซื้อค้างชำระเพียงงวดเดียวการค้างชำระเพียงงวดเดียวไม่เข้ากรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 ผู้ให้เช่าซื้อจะอ้างมาตรา 574 ได้ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าผู้เช่าซื้อกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ หากผู้ให้เช่าซื้ออ้างข้อสัญญาที่ให้บอกเลิกได้เมื่อผิดนัดงวดเดียว ผู้เช่าซื้ออาจโต้แย้งว่า ข้อสัญญานั้นอยู่ในสัญญาสำเร็จรูปและทำให้ผู้ให้เช่าซื้อได้เปรียบเกินสมควร จึงมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540ใบเสร็จรับเงินค่างวดและสเตตเมนต์ธนาคาร
ส่งคนเข้าไปในโรงงานตัดโซ่คล้องประตูเพื่อยึดเครื่องจักรการเข้าไปยึดทรัพย์โดยพลการอาจก่อความรับผิดทางแพ่งและทางอาญา ซึ่งต้องตรวจตามประมวลกฎหมายอาญาฉบับทางการ [ต้องยืนยันมาตรา]ภาพถ่ายกล้องวงจรปิด (CCTV) และบันทึกประจำวันตำรวจ

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด เช่าซื้อรถบรรทุกหัวลาก 10 คัน คันละ 3 ล้านบาท รวม 30 ล้านบาท ผ่อนชำระ 48 งวด ชำระไปแล้ว 36 งวด เกิดวิกฤตราคาน้ำมันทำให้ค้างชำระงวดที่ 37 และ 38

กลยุทธ์ทางกฎหมายโดย LAS: (1) ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้ชำระภายใน 30 วัน, (2) ทีมทนายความเจรจาขอทำ Debt Restructuring Agreement ขยายเวลาผ่อนชำระจาก 12 งวดที่เหลือเป็น 24 งวด และขอลดดอกเบี้ย, (3) ตรวจสอบสัญญาไม่พบข้อตกลงเบี้ยปรับซ้ำซ้อน และบริษัทลิสซิ่งยอมรับเงื่อนไข ทำให้รถบรรทุกไม่ต้องถูกยึดและธุรกิจขนส่งสามารถดำเนินการต่อไปได้

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาเช่าซื้อและเช่าเครื่องจักร

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากค้างค่างวด 1 งวด บริษัทลิสซิ่งมีสิทธิมายึดทรัพย์ได้หรือไม่?
การค้างชำระเพียงงวดเดียวโดยลำพังยังไม่เข้ากรณีผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติด ๆ กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 แต่เจ้าของทรัพย์สินยังอาจบอกเลิกสัญญาได้หากผู้เช่าซื้อกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อสัญญา ถ้างวดที่ค้างเป็นงวดสุดท้าย เจ้าของทรัพย์สินจะริบเงินและกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง ทั้งนี้ สิทธิกลับเข้าครองทรัพย์สินเกิดขึ้นเมื่อได้บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว และมาตรา 574 ไม่มีถ้อยคำที่ให้อำนาจใช้กำลังเข้ายึดทรัพย์สิน
บริษัทลิสซิ่งสามารถเรียกดอกเบี้ยผิดนัดเกิน 15% ต่อปีได้หรือไม่?
เมื่อผ่อนชำระเป็นงวด เจ้าหนี้เรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1 และห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดตามมาตรา 224 ส่วนมาตรา 654 ซึ่งห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีและให้ลดดอกเบี้ยที่กำหนดไว้เกินกว่านั้นลงมาเป็นร้อยละ 15 ต่อปี เป็นบทบัญญัติในส่วนว่าด้วยกู้ยืมเงินของลักษณะยืม ขณะที่สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาอีกลักษณะหนึ่งตามมาตรา 572 การนำเพดานตามมาตรา 654 มาใช้กับดอกเบี้ยหรือเงินที่สัญญาเช่าซื้อกำหนดให้ชำระเมื่อผิดนัดจึงต้องตรวจจากแหล่งที่ยืนยันได้ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และข้อยกเว้นสำหรับสถาบันการเงินต้องตรวจจากกฎหมายเฉพาะ (พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 มาตรา 4 และมาตรา 6) หากเงินที่สัญญากำหนดให้ชำระเมื่อผิดนัดมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับและสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามมาตรา 383 และหากข้อตกลงนั้นอยู่ในสัญญาสำเร็จรูปหรือในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจ ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องรับภาระสูงเกินกว่าที่ควรเป็นตัวอย่างของข้อตกลงที่อาจถือได้ว่าทำให้ได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
เครื่องจักรที่เช่าซื้อติดตรึงตรากับตัวอาคารโรงงาน จะถือเป็น "ส่วนควบ" ของที่ดินหรือไม่?
เครื่องจักรที่ติดกับที่ดินหรือโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือเป็นส่วนควบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 146 และแม้ติดตั้งถาวร ก็ต้องพิจารณาตามมาตรา 144 ว่าเครื่องจักรเป็นสาระสำคัญในความเป็นอยู่ของอาคารและไม่อาจแยกออกได้นอกจากจะทำลายหรือทำให้บุบสลายหรือไม่ หากไม่เป็นส่วนควบ เจ้าของที่ดินย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในเครื่องจักรนั้น ส่วนสิทธิของผู้ให้เช่าซื้อในการกลับเข้าครองทรัพย์สินเกิดจากความเป็นเจ้าของและการบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 574
หากผู้เช่าซื้อนำทรัพย์สินที่ยังผ่อนไม่หมดไปขายต่อ จะมีความผิดทางอาญาหรือไม่?
การนำทรัพย์สินที่ยังเป็นของเจ้าของไปขายต่ออาจเป็นความผิดอาญาตามเงื่อนไขของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ความผิดฐานยักยอก) ซึ่งต้องตรวจองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ระหว่างสัญญาเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงเป็นของเจ้าของ ผู้เช่าซื้อเป็นเพียงผู้ครอบครอง (ป.พ.พ. มาตรา 572)

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ