คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การควบคุมใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ: สถาปนิกและวิศวกรผู้ลงนามในแบบแปลนและรายการคำนวณต้องมีใบอนุญาตระดับที่ถูกต้อง (ภาคี สามัญ หรือวุฒิ) [ต้องยืนยันมาตรา] และนิติบุคคลต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนิติบุคคล [ต้องยืนยันมาตรา] ตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 เพื่อความชอบด้วยกฎหมายของแบบแปลนที่ใช้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 21 และมาตรา 26 รวมทั้งกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น
  2. กรรมสิทธิ์และลิขสิทธิ์ (BIM & CAD Files): สัญญาควรระบุชัดเจนว่าผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และไฟล์ต้นฉบับดิจิทัล หรือได้รับ Perpetual, Irrevocable License เพื่อนำไปใช้ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือต่อเติมกับผู้รับเหมารายอื่นได้โดยไม่ต้องขออนุญาตซ้ำ ป้องกันการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ในอนาคต ทั้งนี้ลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์โดยการรับจ้างตกแก่ผู้ว่าจ้างตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น และหากให้โอนลิขสิทธิ์ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน โดยหากไม่ระบุระยะเวลา ให้ถือว่าโอนมีกำหนดสิบปีตามมาตรา 17
  3. การันตีงบประมาณก่อสร้าง (Design-to-Budget): หากคู่สัญญาตกลงให้สถาปนิกรับประกันงบประมาณก่อสร้าง ต้องเขียนในสัญญาให้ชัดว่าใช้ราคาใดเป็นเกณฑ์ (เช่น ราคาประมูลต่ำสุดที่ผู้ว่าจ้างยอมรับ) เกณฑ์ส่วนเกิน (เช่น เกินร้อยละ 10 ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) และผลที่ตามมา (การแก้แบบโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม) ซึ่งเป็นข้อตกลงตามสัญญา มิใช่หน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนความรับผิดในข้อบกพร่องจากการออกแบบโครงสร้างเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600 หากมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายในห้าปีหากการที่ทำเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้ แต่ข้อจำกัดระยะเวลานี้ไม่ใช้บังคับเมื่อผู้รับจ้างได้ปิดบังความชำรุดบกพร่องนั้น และผู้ว่าจ้างต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏตามมาตรา 601 จึงควรกำหนดระยะเวลาความรับผิดในข้อบกพร่อง (Defect Liability Period) ของงานออกแบบโครงสร้างไว้ในสัญญาให้ชัดเจน โดยแบบแปลนจะเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดินตามมาตรา 600 หรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มักประสบปัญหาเมื่อแบบแปลนที่จ้างออกแบบด้วยราคาสูง ไม่สามารถนำไปยื่นขออนุญาตก่อสร้าง (อ.1 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) ได้เนื่องจากผู้ลงนามขาดคุณสมบัติ (พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 26) หรือพบว่าค่าก่อสร้างจริงพุ่งสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ (Budget Overrun) จนโครงการไม่คุ้มทุน จุดพลิกสำคัญคือเมื่อเจ้าของโครงการต้องการเปลี่ยนตัวผู้รับเหมาหรือสถาปนิกในเฟสถัดไป แต่มักถูกปฏิเสธการส่งมอบไฟล์ BIM/CAD หรือถูกขู่ฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ บทความนี้จะช่วยให้ท่านปิดช่องว่างเหล่านี้ด้วยสัญญาที่รัดกุม

ภูมิทัศน์สัญญาบริการวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมในประเทศไทย

สัญญาจ้างออกแบบในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั่วไป แต่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยกฎหมายวิชาชีพเฉพาะด้าน สัญญาที่ดีต้องสะท้อนถึงมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard of Care) ที่สถาปนิกและวิศวกรต้องยึดถือต่อสาธารณะ ควบคู่ไปกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้ว่าจ้าง

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim CodeLegal IssuePrimary AuthorityRemedy / Action
C-CC-25-01Professional License (Architect)พระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 [ต้องยืนยันมาตรา]ผลของการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถาปนิก ซึ่งต้องตรวจจากตัวบทว่าเป็นโทษทางอาญา การระงับงาน หรือผลต่อความสมบูรณ์ของสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
C-CC-25-02Professional License (Engineer)พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 [ต้องยืนยันมาตรา]ผลของการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมโดยไม่มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิศวกร ซึ่งต้องตรวจจากตัวบทว่าเป็นโทษทางอาญา การระงับงาน หรือผลต่อความสมบูรณ์ของสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
C-CC-25-03Copyright & BIM Ownershipพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 (ลิขสิทธิ์ในงานที่สร้างสรรค์โดยการรับจ้างตกแก่ผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น) และมาตรา 17 (การโอนลิขสิทธิ์)การโอนลิขสิทธิ์/สิทธิในการใช้งาน
C-CC-25-04Design-to-Budgetข้อตกลงตามสัญญา (Design-to-Budget Clause) ในสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ประกอบมาตรา 594สิทธิเรียกให้แก้ไขแบบโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม เมื่อสัญญากำหนดงบประมาณเป้าหมาย ราคาที่ใช้วัด และหน้าที่แก้แบบไว้ หากในระหว่างการออกแบบเห็นได้แน่นอนว่าแบบจะไม่เป็นไปตามข้อสัญญานั้นเพราะความผิดของผู้ออกแบบ ผู้ว่าจ้างบอกกล่าวให้แก้ไขภายในเวลาอันสมควรได้ตามมาตรา 594
C-CC-25-05Latent Design Defectsประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600 และมาตรา 601ความรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งมอบ หรือภายในห้าปีหากการที่ทำเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้ เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา โดยข้อจำกัดระยะเวลานี้ไม่ใช้บังคับเมื่อผู้รับจ้างได้ปิดบังความชำรุดบกพร่องนั้น และห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏ

การจำแนกประเภทงานออกแบบ: Schematic Design ถึง As-built Drawings

การส่งมอบงานต้องแบ่งเป็นระยะที่ชัดเจน:

  1. Schematic Design (SD): แนวคิดเบื้องต้น
  2. Design Development (DD): การพัฒนาแบบ
  3. Construction Documents (CD): แบบพิมพ์เขียวสำหรับก่อสร้างและยื่นขออนุญาต
  4. As-built Drawings: แบบที่สร้างจริงหลังสิ้นสุดโครงการ

กลไก Design-to-Cost และการควบคุมงบประมาณค่าก่อสร้าง

หากคู่สัญญาตกลงให้สถาปนิกรับประกันงบประมาณก่อสร้าง ต้องเขียนในสัญญาให้ชัดว่าใช้ราคาใดเป็นเกณฑ์ สัญญาควรกำหนด "Target Construction Cost" และใช้ราคาประมูลต่ำสุดที่ได้จากผู้รับเหมาและผู้ว่าจ้างยอมรับเป็นเกณฑ์ เมื่อราคานั้นสูงกว่างบประมาณเกินร้อยละ 10 (หรือตามที่ตกลง ซึ่งร้อยละ 10 เป็นข้อเสนอเชิงพาณิชย์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) สถาปนิกมีหน้าที่ปรับปรุงแบบ (Value Engineering) เพื่อให้ราคาอยู่ในเกณฑ์โดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการออกแบบเพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นข้อตกลงตามสัญญา มิใช่หน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กรรมสิทธิ์ในไฟล์ BIM / CAD และสิทธิ Moral Rights ของสถาปนิก

ในยุคดิจิทัล "ไฟล์ต้นฉบับ" (Native Files) เช่น .rvt (BIM) หรือ .dwg (CAD) มีค่ามากกว่ากระดาษ สัญญาควรระบุว่า:

LAS Practice Note: Design Defect Indemnity และ PI Insurance

การกำหนดให้สถาปนิก/วิศวกรต้องมีประกันความรับผิดแห่งวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดความเสียหายจากความผิดพลาดในการคำนวณโครงสร้าง จะมีแหล่งเงินชดเชยที่แน่นอน

ข้อต่อสู้ของสถาปนิก/วิศวกรกับเจ้าของโครงการ Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

กรณีศึกษา: โครงการคอนโดมิเนียมมูลค่า 500 ล้านบาท สถาปนิกออกแบบโดยเน้นความสวยงามจนราคาประมูลต่ำสุดที่ผู้ว่าจ้างยอมรับพุ่งไปถึง 620 ล้านบาท (เกินงบ 120 ล้านบาท หรือ 24%) นอกจากนี้ยังพบว่ามีการคำนวณขนาดเสาในแบบโครงสร้างผิดพลาด

Checklist 10 จุดตรวจสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

ถ้าสถาปนิกไม่ส่งมอบไฟล์ CAD ให้ เราสามารถหักเงินงวดสุดท้ายได้หรือไม่?
หากสถาปนิกไม่ส่งมอบไฟล์ที่ตกลงให้ส่งมอบ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิยึดหน่วงสินจ้างงวดที่ค้างไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 599 จนกว่าจะส่งมอบหรือสถาปนิกให้ประกันตามสมควร และควรระบุไฟล์ดิจิทัลเป็นงานส่งมอบ (Deliverables) ในสัญญาเพื่อให้ชัดเจน ส่วนการลดสินจ้างลงอย่างถาวรนั้น มาตรา 596 ให้ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลงได้เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือเมื่อสัญญามิได้กำหนดเวลาไว้และล่วงพ้นเวลาอันสมควรแก่เหตุแล้ว และถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาได้ แต่หากผู้ว่าจ้างยอมรับมอบงานแล้วโดยมิได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดเพื่อการที่ส่งมอบเนิ่นช้าตามมาตรา 597 ผู้ว่าจ้างจึงควรแสดงการอิดเอื้อนหรือสงวนสิทธิไว้เป็นหนังสือในขณะรับมอบ ส่วนการหักเงินตามอัตราหรือสูตรที่กำหนดไว้ล่วงหน้าต้องมีข้อสัญญารองรับ

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ