ทำไมต้องแยกให้ชัด? Why the Distinction Matters

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจจำนวนมากใช้ "สัญญาจ้างทำของ" เพื่อจ้างบุคคลธรรมดาให้ทำงานเป็นประจำ โดยหวังหลีกเลี่ยงภาระประกันสังคม ค่าชดเชย และกฎหมายแรงงาน แต่ศาลแรงงานและสรรพากรมองที่ เนื้อหาความสัมพันธ์จริง (substance over form) ไม่ใช่ชื่อสัญญา

ผลของการจัดประเภทผิดอาจรุนแรง ได้แก่ การถูกประเมินภาษีย้อนหลัง 5 ปี บวกเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และเบี้ยปรับ 100% รวมถึงภาระค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับแก้ไขครั้งที่ 9 พ.ศ. 2568 ที่อาจสูงถึง 400 วัน

ข้อควรระวัง — Critical ชื่อสัญญาไม่ใช่ตัวกำหนดประเภท — ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์จริง: ใครควบคุมวิธีทำงาน? จ่ายตามเวลาหรือผลสำเร็จ? ใครจัดหาเครื่องมือ?

นิยามตามกฎหมาย Statutory Definitions

สัญญาจ้างแรงงาน — ป.พ.พ. มาตรา 575

มาตรา ๕๗๕ อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

กล่าวโดยสรุป: สินจ้างผูกกับ เวลาที่ทำงาน ลูกจ้างอยู่ภายใต้การควบคุมของนายจ้าง และไม่จำต้องมีผลสำเร็จเฉพาะเจาะจง

สัญญาจ้างทำของ — ป.พ.พ. มาตรา 587

มาตรา ๕๘๗ อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงรับจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

กล่าวโดยสรุป: สินจ้างผูกกับ ผลสำเร็จของงาน ผู้รับจ้างมีอิสระในวิธีการทำงาน และต้องรับผิดชอบผลงานต่อผู้ว่าจ้าง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง Applicable Laws

⚖️
ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 — จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 ถึงมาตรา 586
ฐานสัญญาจ้างแรงงาน (บรรพ 3 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน)
⚖️
ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 7 — จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ถึงมาตรา 607
ฐานสัญญาจ้างทำของ (บรรพ 3 ลักษณะ 7 จ้างทำของ)
🛡️
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568)
ใช้บังคับเฉพาะกรณีจ้างแรงงานเท่านั้น
มาตรา 17 มาตรา 118 มาตรา 119 และมาตรา 123 (เลิกจ้าง-ค่าชดเชย)
💰
ประมวลรัษฎากร — เงินได้ประเภทที่ 1 และ 2/8
มาตรา 40 (1): เงินได้จ้างแรงงาน
มาตรา 40 (2) หรือ (8): เงินได้จากจ้างทำของ/รับเหมา

ตารางเปรียบเทียบ 7 จุดหลัก 7-Point Comparison Table

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบสัญญาทั้งสองประเภทใน 7 มิติที่มีผลกระทบทางกฎหมายและภาษีโดยตรง ใช้เป็น checklist เบื้องต้นในการจัดประเภทสัญญา

มิติเปรียบเทียบ จ้างทำของ (มาตรา 587) จ้างแรงงาน (มาตรา 575) ความเสี่ยงหากผิด
1. การควบคุมบังคับบัญชา ผู้รับจ้างมีอิสระกำหนดวิธีการทำงาน วันเวลา และสถานที่เอง — ผู้ว่าจ้างกำหนดแค่ผลงานที่ต้องการ นายจ้างมีอำนาจควบคุมและสั่งการวิธีทำงาน เวลา สถานที่ และกระบวนการโดยตรง (มาตรา 575) สูง
ศาลจัดเป็นจ้างแรงงาน
2. ผลสำเร็จของงานกับเวลา สินจ้างจ่าย เมื่องานสำเร็จ ตามมาตรา 587 และมาตรา 602 — ไม่ทำสำเร็จ ไม่ได้รับสินจ้างเต็ม สินจ้างจ่าย ตลอดเวลาที่ทำงานให้ ตามมาตรา 575 และมาตรา 580 — มีสิทธิรับค่าจ้างแม้ผลงานไม่สมบูรณ์ กลาง
ต้องดูการปฏิบัติจริง
3. เครื่องมือและสัมภาระ ผู้รับจ้างจัดหาเครื่องมือและสัมภาระเอง ตามมาตรา 588 — "เครื่องมือต่าง ๆ สำหรับใช้ทำการงานนั้น ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา" นายจ้างจัดหาเครื่องมือ วัสดุ สถานที่ทำงานให้แก่ลูกจ้าง ลูกจ้างไม่ต้องลงทุนเอง กลาง
ดูร่วมกับปัจจัยอื่น
4. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ผู้รับจ้างรับผิดในผลงานที่บกพร่อง (มาตรา 595 ถึงมาตรา 601) — ส่วนความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นแก่บุคคลภายนอก ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 428) นายจ้างร่วมรับผิดในการกระทำของลูกจ้างในทางการจ้าง ตามหลัก Respondeat Superior (ป.พ.พ. มาตรา 425) สูง
ความเสี่ยงต่อบุคคลที่สาม
5. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40 (2)) หรือประเภทที่ 8 (มาตรา 40 (8)) — อัตราหัก ณ ที่จ่าย 3% (นิติบุคคล) หรืออัตราก้าวหน้าสำหรับบุคคลธรรมดา เงินได้ประเภทที่ 1 (มาตรา 40 (1)) — หักภาษีอัตราก้าวหน้า นายจ้างต้องหักนำส่ง ยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน สูง
ผลต่างภาษีย้อนหลัง+เบี้ยปรับ
6. ประกันสังคม + คุ้มครองแรงงาน ผู้รับจ้างบุคคลธรรมดาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 (สมัครใจ) — ผู้ว่าจ้างไม่มีภาระสมทบ ไม่อยู่ใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน นายจ้างสมทบ 5% (สูงสุด 750 บาท/เดือน) ลูกจ้างสมทบ 5% — อยู่ใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ครบถ้วน รวมถึงมาตรา 17 มาตรา 118 และมาตรา 119 สูง
ค่าชดเชยสูงสุด 400 วัน
7. การเลิกสัญญา-ค่าชดเชย ตราบใดที่งานยังทำไม่แล้วเสร็จ ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาได้ตามมาตรา 605 แต่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รับจ้าง — ไม่มีค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 + จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 (30–400 วัน ขึ้นกับอายุงาน) เว้นแต่กรณีตามมาตรา 119 สูง
ค่าชดเชย+สินจ้างแทนการบอกกล่าว
วิธีใช้ตาราง นับแถวที่คำตอบชี้ไปยัง "จ้างแรงงาน" — หาก 5 แถวขึ้นไปชี้ไปทิศทางเดียวกัน ศาลแรงงานและสรรพากรมักจัดให้เป็นสัญญาจ้างแรงงาน โดยไม่คำนึงถึงชื่อสัญญา

1. การควบคุมบังคับบัญชา Control & Direction

มิตินี้คือหัวใจของการแยกสัญญา ศาลแรงงานไทยให้น้ำหนักกับ "อำนาจควบคุมวิธีทำงาน" มากที่สุด

ประเด็น จ้างทำของ จ้างแรงงาน
ผู้กำหนดวิธีทำงาน ผู้รับจ้างกำหนดเอง นายจ้างสั่งการ (มาตรา 575 และมาตรา 583)
เวลาและสถานที่ ผู้รับจ้างเลือกเอง นายจ้างกำหนด
การตรวจสอบระหว่างทำงาน ผู้ว่าจ้างตรวจตราได้ (มาตรา 592) แต่ไม่ใช่สั่งการ นายจ้างมีสิทธิสั่งและลงโทษทางวินัย
การห้ามให้บุคคลอื่นมาทำแทน ผู้รับจ้างจ้างช่วงได้ (มาตรา 607) เว้นแต่สาระสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคล ลูกจ้างให้บุคคลอื่นมาแทนต้องได้รับอนุญาตจากนายจ้าง (มาตรา 577)
Practical Note หากสัญญาระบุว่า "จ้างทำของ" แต่บริษัทกำหนดเวลาเข้า-ออกงาน ห้ามรับงานบริษัทอื่น และควบคุมกระบวนการทำงานรายวัน ศาลจะมองว่าเป็นจ้างแรงงานโดยปริยาย

2. ผลสำเร็จของงานกับเวลาทำงาน Result versus Time-Based Payment

ป.พ.พ. วางหลักไว้ชัดเจนในมาตรา 580 (จ้างแรงงาน) และมาตรา 602 (จ้างทำของ):

จ้างแรงงาน — ป.พ.พ. มาตรา 580

มาตรา ๕๘๐ ถ้าไม่มีกำหนดโดยสัญญาหรือจารีตประเพณีว่าจะพึงจ่ายสินจ้างเมื่อไร ท่านว่าพึงจ่ายเมื่องานได้ทำแล้วเสร็จ ถ้าการจ่ายสินจ้างนั้นได้กำหนดกันไว้เป็นระยะเวลา ก็ให้พึงจ่ายเมื่อสุดระยะเวลาเช่นนั้นทุกคราวไป

จ้างทำของ — ป.พ.พ. มาตรา 602

มาตรา ๖๐๒ อันสินจ้างนั้นพึงใช้ให้เมื่อรับมอบการที่ทำ ถ้าการที่ทำนั้นมีกำหนดว่าจะส่งรับกันเป็นส่วน ๆ และได้ระบุจำนวนสินจ้างไว้เป็นส่วน ๆ ไซร้ ท่านว่าพึงใช้สินจ้างเพื่อการแต่ละส่วนในเวลารับเอาส่วนนั้น
สัญญาณอันตราย หากสัญญา "จ้างทำของ" ของท่านจ่ายค่าจ้างรายเดือนเท่ากันทุกเดือนโดยไม่ขึ้นกับผลงาน นี่คือสัญญาณว่าความสัมพันธ์จริงเป็นจ้างแรงงาน

3. เครื่องมือและสัมภาระ Tools & Equipment

ป.พ.พ. มาตรา 588 บัญญัติชัดเจนว่าในสัญญาจ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาเครื่องมือ:

มาตรา ๕๘๘ เครื่องมือต่าง ๆ สำหรับใช้ทำการงานให้สำเร็จนั้น ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหา

แม้ว่า มาตรา 589 ถึงมาตรา 591 จะเปิดให้ผู้ว่าจ้างจัดหาสัมภาระได้ แต่กรณีนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนให้กลายเป็นจ้างแรงงาน หากองค์ประกอบอื่นชี้ชัดว่าเป็นจ้างทำของ

ประเด็น จ้างทำของ (มาตรา 588 ถึงมาตรา 591) จ้างแรงงาน
เครื่องมือหลัก ผู้รับจ้างจัดหา (มาตรา 588) นายจ้างจัดหาให้
สัมภาระ/วัสดุ ผู้รับจ้างจัดหา หรือผู้ว่าจ้างจัดหาได้ (มาตรา 589 และมาตรา 590) นายจ้างจัดหาให้โดยทั่วไป
ความรับผิดชอบเมื่อวัสดุบกพร่อง หากผู้รับจ้างรู้ว่าสัมภาระไม่เหมาะต้องแจ้ง ไม่เช่นนั้นรับผิด (มาตรา 591) นายจ้างรับผิดชอบ

4. ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก Third-Party Liability

ประเด็น จ้างทำของ จ้างแรงงาน
ความรับผิดของผู้ว่าจ้าง/นายจ้าง ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อให้เกิดแก่บุคคลภายนอกระหว่างทำงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ ในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 428) นายจ้างร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้างในทางการจ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 425)
กรณีผู้รับจ้างช่วง ผู้รับจ้างยังรับผิดต่อพฤติกรรมของผู้รับจ้างช่วง (มาตรา 607 วรรคท้าย) ลูกจ้างให้บุคคลอื่นทำแทนต้องได้รับอนุญาต (มาตรา 577)
ความรับผิดเรื่องงานบกพร่อง ผู้รับจ้างรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องที่ปรากฏขึ้นภายใน 1 ปีนับแต่วันส่งมอบ (5 ปี สำหรับสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน) ตามมาตรา 600 และต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องปรากฏ ตามมาตรา 601 ลูกจ้างรับผิดเมื่อกระทำโดยประมาทหรือจงใจ
ความเสี่ยงเชิงปฏิบัติ บริษัท ก จ้างทำของกับนาย ก (ผู้รับจ้าง) ให้ขนส่งสินค้า หากนาย ก เกิดอุบัติเหตุทำร้ายบุคคลภายนอก บริษัท ก โดยทั่วไปไม่ต้องรับผิดชอบ แต่หากความสัมพันธ์จริงเป็นจ้างแรงงาน บริษัท ก จะร่วมรับผิดตามมาตรา 425

5. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย Withholding Tax (WHT)

ประเด็น จ้างทำของ (มาตรา 40 (2) หรือ (8)) จ้างแรงงาน (มาตรา 40 (1))
ประเภทเงินได้ ประเภทที่ 2 (ค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำของ) หรือประเภทที่ 8 (รับเหมา มีค่าวัสดุ) ประเภทที่ 1 (เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงาน)
อัตราหัก ณ ที่จ่าย (นิติบุคคลจ่าย) ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40 (8) หัก 3% ทั้งกรณีผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไทย (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8) — ส่วนเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา ผู้จ่ายต้องหักตามอัตราก้าวหน้า (ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (1)) อัตราก้าวหน้าตามช่วงเงินได้สุทธิ (0–35%)
แบบนำส่ง ภ.ง.ด.53 (นิติบุคคล) / ภ.ง.ด.3 (บุคคลธรรมดา) ภ.ง.ด.1 (ทุกเดือน)
การหักค่าใช้จ่าย (ผู้รับ) มาตรา 40 (2) หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 50% แต่รวมกับมาตรา 40 (1) ต้องไม่เกิน 100,000 บาท (ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 ทวิ) — ส่วน มาตรา 40 (8) หักได้ตามความจำเป็นและสมควรตามจริง หรือเหมาตามอัตราที่พระราชกฤษฎีกากำหนด ซึ่งโดยทั่วไปสูงกว่า หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 50% แต่รวมกับมาตรา 40 (2) ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 ทวิ)
ความเสี่ยงหากจัดประเภทผิด ประเมินภาษีย้อนหลัง 5 ปี + เบี้ยปรับ 100% + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
จุดเสี่ยงสูง การหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภท (เช่น หัก 3% แทนที่จะเป็นอัตราก้าวหน้า) ไม่ได้หมายความว่าผู้รับเงินจะรับผิดฝ่ายเดียว — ผู้จ่ายอาจถูกประเมินส่วนต่างด้วย

6. ประกันสังคม + ความคุ้มครองแรงงาน Social Security & Labour Protection

ประเด็น จ้างทำของ จ้างแรงงาน
การนำส่งประกันสังคม ผู้ว่าจ้างไม่มีภาระ — ผู้รับจ้างบุคคลธรรมดาสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ (สมัครใจ เลือกจ่ายเงินสมทบ 70 / 100 / 300 บาทต่อเดือน ตามชุดสิทธิประโยชน์) นายจ้างนำส่ง 5% (สูงสุด 750 บาท/เดือน) + ลูกจ้างสมทบ 5% (สูงสุด 750 บาท/เดือน)
ความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ไม่บังคับใช้ — ไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปี ลาป่วย ลาคลอด ตามกฎหมาย บังคับใช้ครบ — วันหยุด ลาป่วย ลาคลอด 120 วัน (มาตรา 41 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) ลาช่วยคู่สมรส 15 วัน (มาตรา 41/1) เป็นต้น
กองทุนเงินทดแทน ไม่บังคับ นายจ้างนำส่งกองทุนเงินทดแทน
LPA ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับแก้ไขครั้งที่ 9 พ.ศ. 2568 เพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 120 วัน (มาตรา 41) และเพิ่มสิทธิลาช่วยดูแลคู่สมรสที่คลอดบุตร 15 วัน (มาตรา 41/1) — สิทธิเหล่านี้ใช้บังคับเฉพาะลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานเท่านั้น

7. การเลิกสัญญาและค่าชดเชย Termination & Severance

จ้างทำของ — ป.พ.พ. มาตรา 605

มาตรา ๖๐๕ ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใดผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

จ้างแรงงาน — พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 และมาตรา 118

มาตรา ๑๗ สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเกินสามเดือน...

ค่าชดเชยตามมาตรา 118 แบ่งตามอายุงาน:

อายุงาน ค่าชดเชยขั้นต่ำ (มาตรา 118) หมายเหตุ
120 วัน – ไม่ถึง 1 ปี 30 วัน ขั้นต่ำกฎหมาย
1 ปี – ไม่ถึง 3 ปี 90 วัน
3 ปี – ไม่ถึง 6 ปี 180 วัน
6 ปี – ไม่ถึง 10 ปี 240 วัน
10 ปี – ไม่ถึง 20 ปี 300 วัน
20 ปีขึ้นไป 400 วัน สูงสุดตามมาตรา 118 (6) — ขั้นนี้เพิ่มโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ฉบับที่ 9 ไม่ได้แก้ไข
ข้อควรระวัง — มาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเฉพาะกรณีที่ลูกจ้าง "ทุจริต จงใจทำให้เสียหาย ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหลังตักเตือนเป็นหนังสือ" เป็นต้น ตามมาตรา 119 — ต้องมีหลักฐานและขั้นตอนที่ถูกต้อง และต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือเลิกจ้างหรือแจ้งขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ (มาตรา 119 วรรคท้าย)

ความเสี่ยงจากการจัดประเภทผิด Misclassification Risk

ศาลแรงงานไทยและกรมสรรพากรใช้หลัก "substance over form" — หมายความว่า ชื่อสัญญาไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาด สิ่งที่พิจารณาคือความสัมพันธ์จริงในทางปฏิบัติ

8 ปัจจัยที่ศาลพิจารณา

# ปัจจัย ชี้ว่าจ้างแรงงาน ชี้ว่าจ้างทำของ
1 การควบคุม สั่งการวิธีทำงาน อิสระกำหนดวิธีเอง
2 ฐานค่าตอบแทน รายเดือน/รายวัน (เวลา) ต่อผลงาน/โครงการ
3 เครื่องมือ นายจ้างจัดหาให้ ผู้รับจ้างลงทุนเอง
4 การรับงานอื่น ห้ามรับงานบริษัทอื่น รับงานหลายรายพร้อมกันได้
5 สถานที่ทำงาน ต้องมาทำงานที่บริษัท ทำงานที่ไหนก็ได้
6 ความต่อเนื่อง ทำงานต่อเนื่องระยะยาว งานมีกำหนดเริ่ม-จบชัดเจน
7 ความเชี่ยวชาญเฉพาะ งาน generic ที่บริษัทฝึกให้ ผู้รับจ้างมีทักษะเฉพาะทาง
8 การแบกรับความเสี่ยง นายจ้างรับความเสี่ยงธุรกิจ ผู้รับจ้างรับความเสี่ยงผลงาน
กฎ 5/8 หาก 5 ใน 8 ปัจจัยชี้ไปว่าเป็นจ้างแรงงาน ความเสี่ยงสูงมากที่ศาลจะจัดประเภทใหม่ แม้สัญญาจะระบุว่าเป็นจ้างทำของก็ตาม

ผลกระทบเมื่อถูกจัดประเภทใหม่

Checklist — สัญญาจ้างทำของที่ถูกต้อง Proper Service Contract Checklist

ก่อนลงนามสัญญาจ้างทำของ ให้ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงต่อไปนี้เป็นจริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ในสัญญา:

# รายการตรวจสอบ ผ่าน / ไม่ผ่าน
1 ผู้รับจ้างมีอิสระกำหนดวิธีทำงาน วันเวลา และสถานที่เอง ตรวจสอบ
2 ค่าตอบแทนขึ้นอยู่กับผลสำเร็จงาน ไม่ใช่จำนวนวัน/ชั่วโมง ตรวจสอบ
3 ผู้รับจ้างใช้เครื่องมือและซอฟต์แวร์ของตนเอง ตรวจสอบ
4 ผู้รับจ้างรับงานจากลูกค้าหลายรายพร้อมกัน หรือมีธุรกิจของตนเอง ตรวจสอบ
5 สัญญาระบุผลงานที่ต้องส่งมอบและวันกำหนดส่งอย่างชัดเจน ตรวจสอบ
6 ไม่มีข้อห้ามรับงานบริษัทคู่แข่งโดยสมบูรณ์ (หรือมีเพียงกรณีจำกัด) ตรวจสอบ
7 ผู้รับจ้างรับผิดชอบภาษีและประกันสังคมของตนเองโดยชัดแจ้ง ตรวจสอบ
8 งานมีลักษณะเฉพาะ ไม่ใช่งานประจำวันของบริษัท ตรวจสอบ

สรุปย่อ — จุดสำคัญที่ต้องจำ

  • จ้างทำของ = ผลสำเร็จ + อิสระวิธีทำ + เครื่องมือตนเอง (ป.พ.พ. มาตรา 587)
  • จ้างแรงงาน = เวลา + ควบคุมโดยนายจ้าง + เครื่องมือของนายจ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 575)
  • ชื่อสัญญาไม่ชี้ขาด — พฤติการณ์จริงคือสิ่งที่ศาลพิจารณา
  • จัดประเภทผิด = ภาษีย้อนหลัง 5 ปี + ค่าชดเชยสูงสุด 400 วัน
  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับ 9/2568 ใช้บังคับเฉพาะจ้างแรงงาน

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

บริษัทสามารถเปลี่ยนสัญญาจ้างแรงงานเป็นจ้างทำของย้อนหลังได้ไหม?
ไม่ได้ในทางกฎหมาย — สิทธิและภาระที่เกิดขึ้นแล้วในช่วงจ้างแรงงานไม่สามารถลบล้างได้ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบสัญญาในภายหลัง ค่าชดเชย ภาษี และเงินสมทบที่ค้างอยู่ยังคงต้องชำระ
Freelancer ที่ทำงานให้บริษัทเดียว 3 ปี ถือว่าเป็นลูกจ้างไหม?
ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์จริง ไม่ใช่แค่จำนวนลูกค้า หากบริษัทนั้นควบคุมวิธีทำงาน เวลา สถานที่ และ Freelancer ใช้เครื่องมือของบริษัท ศาลแรงงานมักตัดสินว่าเป็นลูกจ้าง แม้จะมีสัญญาจ้างทำของ
สัญญาจ้างทำของต้องมีกำหนดเวลาสิ้นสุดไหม?
ไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติควรระบุกรอบเวลาหรือผลงานที่ชัดเจน เพราะสัญญาจ้างทำของที่ไม่มีกำหนดเวลาและทำงานต่อเนื่องยาวนานจะมีความเสี่ยงสูงที่ศาลจะมองว่าเป็นจ้างแรงงาน
ผู้รับจ้างเรียกร้องค่าชดเชยได้ไหมเมื่อผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา?
สำหรับสัญญาจ้างทำของแท้จริง — ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน แต่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการเลิกสัญญากะทันหันตามมาตรา 605 ป.พ.พ. อย่างไรก็ดี หากศาลตัดสินว่าเป็นจ้างแรงงาน ผู้รับจ้างมีสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 ทันที
บริษัทควรทำสัญญาแบบไหนกับที่ปรึกษาอิสระ?
สัญญาจ้างทำของเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยต้องระบุ: (1) ขอบเขตงานและผลงานที่ต้องส่งมอบอย่างชัดเจน (2) อัตราค่าตอบแทนตามผลงาน (3) ที่ปรึกษาใช้เครื่องมือของตนเอง (4) ไม่จำกัดการรับงานจากลูกค้าอื่น (5) ที่ปรึกษารับผิดชอบภาษีของตนเองโดยชัดแจ้ง
กรณี "จ้างเหมาบริการ" ของหน่วยงานรัฐแตกต่างกับเอกชนอย่างไร?
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 เพิ่มมาตรา 4/1 ซึ่งใช้กับกรณีที่หน่วยงานของรัฐ (ราชการส่วนกลาง/ภูมิภาค/ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด) จ้างบุคคลธรรมดาให้มาทำงานในลักษณะจ้างเหมาบริการ โดยหน่วยงานนั้นเป็นผู้ควบคุม กำกับ ดูแลการทำงาน — กฎหมายกำหนดให้ หน่วยงานที่จ้าง ต้องดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทน วันหยุด วันลา วันและเวลาทำงาน และเวลาพัก ไม่น้อยกว่าสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง และให้ข้อพิพาทอยู่ในเขตอำนาจศาลแรงงาน ส่วนภาคเอกชนยังคงใช้หลักการจำแนกประเภทสัญญาตามข้อเท็จจริงเช่นเดิม

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ