การหมุนเวียนเงินสดระหว่าง "ผู้ถือหุ้น/กรรมการ" กับ "บริษัทจำกัด" มีกฎเกณฑ์ทางกฎหมายและภาษีที่เข้มงวด 2 ขา: (1) กรณี กรรมการ/ผู้ถือหุ้นกู้ยืมเงินบริษัท เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยรับตามราคาตลาด เมื่อบริษัทให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) และหากการให้กู้ยืมเงินของบริษัทเข้าลักษณะการให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ บริษัทผู้ให้กู้ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5) ส่วนกรณีที่กรรมการเบิกเงินไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีสัญญากู้ยืมและมติอนุมัติ อาจเข้าข่ายความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 41 ซึ่งเป็นความผิดทางพินัย (2) กรณี บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการ บริษัทสามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กรรมการได้ตามที่ตกลงกันจริง แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654) และต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (2) (ข) โดยทั้งสองกรณีต้องมี "หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่งเสมอ
สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง
- เหตุการณ์: เจ้าของบริษัทต้องการนำเงินสด 10 ล้านบาทของบริษัทไปวางมัดจำซื้อที่ดินส่วนตัว จึงให้ฝ่ายบัญชีโอนเงินออกแล้วบันทึกบัญชีเป็น "เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการระยะสั้น" โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยและไม่มีสัญญา
- ความเข้าใจผิด: คิดว่าตนเองเป็นเจ้าของบริษัท 100% เงินของบริษัทย่อมเป็นเงินของตน การยืมเงินตนเองไม่จำเป็นต้องทำสัญญาหรือคิดดอกเบี้ย
- จุดพลิก: สรรพากรเข้าตรวจสอบภาษี ทำการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลย้อนหลังโดยคิดดอกเบี้ยตามราคาตลาดที่สมมติไว้ที่ร้อยละ 5 ต่อปี (อิงจากดอกเบี้ยเงินฝากประจำหรือต้นทุนเงินกู้ของบริษัท) บวกเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 22 หรือมาตรา 26 แล้วแต่บทที่ใช้ประเมิน และเงินเพิ่มตามมาตรา 27 ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อการให้กู้ยืมเข้าลักษณะการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 91/2 (5) และไม่อยู่ในกรณีที่ได้รับยกเว้น ซึ่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 มาตรา 3 (32) ยกเว้นดอกเบี้ยที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเครือเดียวกันให้กู้ยืมกันเองและดอกเบี้ยเงินฝากหรือตั๋วเงินของสถาบันการเงิน และมาตรา 3 (33) ยกเว้นดอกเบี้ยจากเงินกองทุนสะสมพนักงานหรือทุนอื่นใดเพื่อพนักงานที่ให้พนักงานซึ่งเป็นสมาชิกกู้ยืม ภาระทั้งหมดนี้จึงอาจเป็นจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น เมื่อบริษัทประสบปัญหาการเงินและมีผู้ถือหุ้นรายอื่นเข้ามาร่วมทุน กรรมการถูกฟ้องคดีอาญาฐานยักยอกทรัพย์และเบียดบังทรัพย์สินของบริษัท
- สิ่งที่จะได้จากบทความ: เกณฑ์การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ไม่ถูกสรรพากรบวกกลับ, สัญญากู้ยืมเงินกรรมการที่รัดกุม, ขั้นตอนขออนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นตามข้อบังคับของบริษัท, และวิธีล้างบัญชีเงินกู้ยืมกรรมการอย่างถูกต้อง
นิยามและความแตกต่าง: นิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ถือหุ้น
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1015 บริษัทจำกัดเมื่อได้จดทะเบียนแล้ว ย่อมเป็น "นิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นทั้งหลาย" ทรัพย์สินและเงินสดในบัญชีธนาคารของบริษัทจึงไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ กรรมการเป็นเพียง "ตัวแทน" ผู้มีหน้าที่จัดการตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 และมีหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังตามมาตรา 1168 ดังนั้น การเคลื่อนย้ายเงินสดระหว่างบุคคลทั้งสองจึงต้องมีนิติกรรมรองรับเสมอ มิฉะนั้นจะเกิดข้อพิพาททางแพ่ง ภาษี และอาญาทันที
ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences
- Money (ภาษีและเบี้ยปรับ): หากบริษัทให้กรรมการกู้ยืมโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยรับตามราคาตลาดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ทำให้บริษัทต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น พร้อมเบี้ยปรับสูงสุด 1-2 เท่าและเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามประมวลรัษฎากร มาตรา 22 หรือมาตรา 26 และมาตรา 27 รวมทั้งภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากการให้กู้ยืมเข้าเงื่อนไขภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5)
- Control (ความรับผิดและคดีอาญา): การนำเงินบริษัทไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิได้เป็นไปเพื่อกิจการของบริษัท กรรมการมีความเสี่ยงต่อความผิดอาญาฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 41 และมาตรา 42 ทั้งนี้ ความผิดเกี่ยวกับการนำเงินไปใช้กับความผิดเกี่ยวกับการลงบัญชีเป็นคนละประเด็นกัน ต้องตรวจองค์ประกอบของความผิด รวมทั้งเจตนาทุจริต และอัตราโทษจากตัวบทฉบับทางการ
- Evidence/Timing: ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง บังคับว่าการกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป ต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้เป็นสำคัญ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้
กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework
| Claim ID | ข้อความทางกฎหมายที่ยืนยัน | ฐานกฎหมายปฐมภูมิ | ตำแหน่งในแหล่ง | สถานะ |
|---|---|---|---|---|
| C-SHARE-04-01 | การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ | ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง | ลักษณะ 9 ยืมใช้สิ้นเปลือง | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-SHARE-04-02 | ในกรณีโอนทรัพย์สินหรือให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินตามราคาตลาด | ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) | หมวด 3 ภาษีเงินได้ ส่วน 3 การเก็บภาษีจากบริษัทและหุ้นส่วนนิติบุคคล | ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit |
| C-SHARE-04-03 | การให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ 3 (รวมภาษีท้องถิ่นเป็นร้อยละ 3.3) | ประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5) มาตรา 91/5 และมาตรา 91/6 (3) | หมวด 5 ภาษีธุรกิจเฉพาะ | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-04-04 | ในการประกอบกิจการของบริษัท กรรมการต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง | ป.พ.พ. มาตรา 1168 วรรคหนึ่ง | ลักษณะ 22 บริษัทจำกัด ส่วนที่ 3 | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
| C-SHARE-04-05 | กรรมการที่ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัทเพื่อลวงให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์ อาจต้องรับโทษทางอาญาตามที่พระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนด (ต้องตรวจองค์ประกอบและอัตราโทษจากตัวบทฉบับทางการ) | พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา: ชื่อตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา] | ราชกิจจานุเบกษา | แก้ไขแล้ว — LAS Audit |
ตารางเปรียบเทียบภาระภาษีและเอกสารที่ต้องใช้
| มิติการพิจารณา | กรณี A: กรรมการ/ผู้ถือหุ้น กู้ยืมเงินบริษัท | กรณี B: บริษัท กู้ยืมเงินจากกรรมการ/ผู้ถือหุ้น |
|---|---|---|
| สถานะของผู้ให้กู้ | บริษัทเป็นเจ้าหนี้ (สินทรัพย์) | กรรมการเป็นเจ้าหนี้ (หนี้สินบริษัท) |
| อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ | เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินตามราคาตลาดหากคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ในทางปฏิบัติใช้เกณฑ์ไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ หรือต้นทุนเงินกู้ยืมที่บริษัทกู้มา (คำสั่ง ป.96/2543) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | ตามที่ตกลงกันจริง แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี มิฉะนั้นลดลงเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654) และห้ามคิดดอกเบี้ยในดอกเบี้ยที่ค้างชำระ เว้นแต่เข้าเงื่อนไขตาม ป.พ.พ. มาตรา 655 ส่วนเกณฑ์ทางภาษีที่ว่าไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
| ภาระภาษีของบริษัท | รับรู้ดอกเบี้ยเป็นรายได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% (ประมวลรัษฎากร มาตรา 67 และบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3) และหากเข้าเงื่อนไขภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5) ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ยื่นแบบ ภ.ธ.40) | บันทึกดอกเบี้ยจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ (หากกู้มาใช้ในกิจการจริง) |
| ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | กรรมการบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายดอกเบี้ยให้บริษัท | บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยที่จ่ายให้กรรมการ (ภ.ง.ด.2) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (2) (ข) |
| เอกสารที่ควรจัดทำ (และต้องจัดทำหากข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้) | สัญญากู้ยืมเงิน, มติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติการให้กู้ยืมตามข้อบังคับของบริษัท, ตารางผ่อนชำระ, หลักฐานโอนเงิน | สัญญากู้ยืมเงิน, รายงานการประชุมรับทราบวงเงินกู้, หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย |
ในทางปฏิบัติ กรมสรรพากรยอมรับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมแก่กรรมการตามแนวทางดังนี้: (1) หากบริษัทนำ เงินทุนหมุนเวียนของตนเองที่ไม่มีต้นทุนดอกเบี้ย มาให้กู้ สามารถคิดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า "อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี" ของธนาคารพาณิชย์, (2) หากบริษัท กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมา แล้วนำมาให้กรรมการกู้ต่อ บริษัทต้องคิดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า "อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่บริษัทจ่ายจริง" (เช่น MLR หรือ MOR) การคิดดอกเบี้ย 0% โดยอาศัย "ระเบียบสวัสดิการพนักงาน" ที่อนุมัติโดยชอบและเปิดให้พนักงานทุกคนกู้ได้ในเงื่อนไขเดียวกัน เป็นตัวอย่างของเหตุอันสมควรตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร (ต้องตรวจคำสั่งฉบับจริง) มิใช่เหตุเดียว [ต้องยืนยันมาตรา] [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
ข้อต่อสู้ของกรรมการกับมุมมองของสรรพากร Devil's Advocate
| ข้ออ้างของกรรมการ/ผู้กู้ | ข้อโต้แย้งของเจ้าพนักงานสรรพากร | หลักฐานเอกสารที่ชี้ขาด |
|---|---|---|
| เป็นเงินสำรองทดรองจ่ายเพื่อกิจการ ไม่ใช่เงินกู้ยืมส่วนตัว | ไม่มีใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารเบิกจ่ายรองรับภายในระยะเวลาอันควร ถือเป็นเงินยืมทดรองค้างนานที่เข้าลักษณะเงินกู้ยืม | ใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) พร้อมใบเสร็จรับเงินแนบภายในระยะเวลาอันควร |
| คิดดอกเบี้ย 0% ได้เพราะเป็นสวัสดิการของกรรมการ | ระเบียบสวัสดิการต้องเปิดให้พนักงานทั่วไปมีสิทธิกู้ ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงให้กรรมการคนเดียว มิฉะนั้นอาจถือว่าไม่มีเหตุอันสมควรตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] | คู่มือระเบียบสวัสดิการพนักงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรและมติบอร์ด |
| บริษัทกู้เงินกรรมการโดยไม่มีดอกเบี้ย ย่อมเป็นประโยชน์ต่อบริษัท | ยอมรับได้ในฝั่งบริษัท แต่หากมีการบันทึกดอกเบี้ยค้างจ่ายโดยมิได้จ่ายจริง การนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีต้องพิจารณาตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (9) | หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทจริง และสัญญากู้ยืมเงินระบุปลอดดอกเบี้ย |
ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example
ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด มีกรรมการผู้มีอำนาจคือนาย ก. ในปี 2568 บริษัทมีกำไรสะสมและเงินสดคงเหลือ 8 ล้านบาท นาย ก. โอนเงิน 5 ล้านบาทเข้าบัญชีส่วนตัวเพื่อซื้อคอนโดมิเนียม โดยนักบัญชีลงเป็น "เงินทดรองจ่ายกรรมการ" สิ้นปีไม่ได้คิดดอกเบี้ยและไม่มีการคืนเงิน
ประเด็นปัญหา: สรรพากรตรวจพบในปี 2569 และประเมินภาษีย้อนหลัง
การคำนวณความเสี่ยง: สมมติว่าดอกเบี้ยตามราคาตลาดที่เจ้าพนักงานประเมินใช้คำนวณเท่ากับร้อยละ 4 ต่อปี (อิงจากดอกเบี้ยเงินฝากประจำหรือต้นทุนเงินกู้ของบริษัท) เป็นดอกเบี้ย 200,000 บาท บริษัทต้องนำ 200,000 บาทนี้ไปรวมคำนวณกำไรสุทธิ เสียภาษีนิติบุคคลร้อยละ 20 (40,000 บาท) ซึ่งเป็นอัตราทั่วไป กิจการขนาดกลางและขนาดย่อมอาจมีอัตราต่างออกไป และหากเข้าเงื่อนไขภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องเสียเพิ่มอีก 6,600 บาท นอกจากนี้ยังต้องเสียเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระเพิ่ม เป็นเงิน 40,000 บาท ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 22 ในกรณีที่บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการไว้แล้ว และหากต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแต่มิได้ยื่นแบบ ภ.ธ.40 ภายในกำหนดเวลา ต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ 2 เท่าของ 6,000 บาท (ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3 ไม่รวมภาษีท้องถิ่น) เป็นเงิน 12,000 บาท ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 (2) ซึ่งนำมาใช้บังคับแก่ภาษีธุรกิจเฉพาะโดยมาตรา 91/21 (6) รวมทั้งเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 27 และมาตรา 89/1 แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
แนวทางแก้ไขและป้องกัน: (1) หากไม่มีสัญญากู้ยืมเงินในวันส่งมอบเงิน ควรทำสัญญากู้ยืมเงินหรือหนังสือรับสภาพหนี้ลงวันที่ตามความจริงโดยเร็ว โดยระบุวันที่ส่งมอบเงินและกำหนดเวลาคืนที่แน่นอน และไม่ลงวันที่ย้อนหลัง ทั้งนี้ผลทางภาษีสำหรับช่วงก่อนทำสัญญาต้องพิจารณาต่างหาก [ต้องยืนยันแหล่งที่มา], (2) ขออนุมัติการให้กรรมการกู้ยืมจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นตามข้อบังคับของบริษัท เพราะเมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติแล้ว กรรมการไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติหรือต่อบริษัทอีกต่อไป (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1170), (3) กำหนดดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และหากเข้าเงื่อนไขภาษีธุรกิจเฉพาะ ให้ยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือนภาษีพร้อมชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ (ถ้ามี) ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/10
ขั้นตอนปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย Action Steps
| ลำดับ | ขั้นตอนปฏิบัติ | ผู้รับผิดชอบ | เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดทำ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุนและกำหนดอัตราดอกเบี้ยตาม ป.96/2543 | CFO / ที่ปรึกษาบัญชี | บันทึกข้อความคำนวณต้นทุนดอกเบี้ยตลาด | ก่อนเบิกจ่ายเงิน |
| 2 | จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาและอนุมัติการให้กรรมการกู้ยืมตามข้อบังคับของบริษัท ซึ่งเมื่ออนุมัติแล้ว กรรมการไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติหรือต่อบริษัท (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1170) | เลขานุการบริษัท | รายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและมติอนุมัติ | ก่อนทำสัญญา |
| 3 | จัดทำสัญญากู้ยืมเงินเป็นลายลักษณ์อักษร | ฝ่ายกฎหมาย / ทนายความ | สัญญากู้ยืมเงินฉบับสมบูรณ์ ติดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 104 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5 | วันทำธุรกรรม |
| 4 | บันทึกบัญชี ออกใบแจ้งหนี้ดอกเบี้ย และยื่นแบบภาษี ภ.ธ.40 หรือ ภ.ง.ด.2 | ฝ่ายบัญชีและการเงิน | ใบเสร็จรับเงินดอกเบี้ย, แบบ ภ.ธ.40 / ภ.ง.ด.2 พร้อมสลิปโอน | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปสำหรับแบบ ภ.ธ.40 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/10 ส่วนแบบ ภ.ง.ด.2 ต้องนำส่งภาษีที่หักไว้พร้อมยื่นรายการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 52 และมาตรา 59 เว้นแต่จะมีการขยายกำหนดเวลา [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] |
ขอบเขตของบทความ: บทความนี้ใช้กับบริษัทจำกัดทั่วไป ส่วนบริษัทที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีกฎเพิ่มเติมว่ากรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องจะกระทำธุรกรรมกับบริษัทหรือบริษัทย่อยได้ต่อเมื่อธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามบทบัญญัตินั้น (มาตรา 89/12)
Checklist 10 จุดตรวจสัญญากู้ยืมเงินกรรมการ
- มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง)
- ติดอากรแสตมป์สัญญากู้ยืมเงินครบถ้วน (ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาทหรือเศษของ 2,000 บาท เสียอากร 1 บาท และถ้าคำนวณแล้วเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 104 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5
- มีมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอนุมัติการกู้ยืมเงินตามข้อบังคับของบริษัทอย่างเป็นทางการ ระบุวัตถุประสงค์ วงเงิน และระยะเวลาชัดเจน
- มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับคำสั่ง ป.96/2543 ไม่ต่ำกว่าเงินฝากประจำหรือต้นทุนเงินกู้ของบริษัท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] และไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654)
- ระบุระยะเวลาการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างชัดเจน (หลีกเลี่ยงการระบุคืนเมื่อทวงถามแบบไร้กำหนด)
- มีหลักฐานการโอนเงินผ่านระบบธนาคารชัดเจนทั้งขาให้กู้และขารับชำระคืน (ห้ามจ่ายเงินสด) และเมื่อรับชำระคืนต้องให้ผู้ให้กู้ลงลายมือชื่อในหลักฐานการรับชำระ หรือเวนคืนสัญญากู้ หรือแทงเพิกถอนในสัญญากู้ (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสอง) นอกเหนือจากหลักฐานการโอนเงิน
- จัดทำตารางคำนวณดอกเบี้ยรับและบันทึกบัญชีรายได้ดอกเบี้ยทุกสิ้นเดือน/สิ้นรอบบัญชี
- บริษัทผู้ให้กู้ยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือนภาษีพร้อมชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้ามี) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/10 (หากเข้าเงื่อนไขภาษีธุรกิจเฉพาะ)
- กรณีบริษัทกู้เงินจากกรรมการ บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 50 (2) (ข) และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร มาตรา 52 และมาตรา 59
- ตรวจสอบข้อห้ามในสัญญากู้ยืมเงินของธนาคาร (Bank Covenants) ว่าห้ามบริษัทให้กู้ยืมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่
สรุปสิ่งที่ควรจำ — Key Takeaways
- นิติบุคคลแยกต่างหาก: เงินบริษัทไม่ใช่เงินกระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวาของเจ้าของ การดึงเงินสดออกโดยไร้สัญญาเสี่ยงคดีอาญายักยอกทรัพย์
- ดอกเบี้ยต้องอิงราคาตลาด: ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (4) ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดหากไม่มีเหตุอันสมควร
- สัญญากู้และภาษีธุรกิจเฉพาะ: ต้องมีสัญญากู้ยืมเสมอ และหากการให้กู้ยืมเงินของบริษัทเข้าลักษณะการให้กู้ยืมเงินเป็นปกติธุระเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/2 (5) บริษัทผู้ให้กู้ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3 (รวมภาษีท้องถิ่นเป็นร้อยละ 3.3) ของดอกเบี้ยรับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 91/5 และมาตรา 91/6 (3) ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท
คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions
อ้างอิง — References
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 มาตรา 342 มาตรา 653 มาตรา 654 มาตรา 655 มาตรา 1015 มาตรา 1119 มาตรา 1167 มาตรา 1168 มาตรา 1170 มาตรา 1201 มาตรา 1202 มาตรา 1220 และมาตรา 1221
- พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 89/12
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 50 (2) (ข) มาตรา 52 มาตรา 59 มาตรา 65 ทวิ (4) มาตรา 65 ตรี (9) มาตรา 67 มาตรา 89 (2) มาตรา 89/1 มาตรา 91/2 (5) มาตรา 91/5 มาตรา 91/6 (3) มาตรา 91/10 มาตรา 91/21 (6) และมาตรา 104 พร้อมบัญชีอัตราภาษีเงินได้ท้ายหมวด 3 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 5
- คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการให้กู้ยืมเงินของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 มาตรา 3 (32) และ (33)
- พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 41 และมาตรา 42
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1015 (บริษัทที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้น เงินของบริษัทจึงมิใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้น) ส่วนองค์ประกอบความผิดฐานยักยอกทรัพย์อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 บทความนี้ไม่ได้อ้างแนวคำพิพากษาในประเด็นนี้
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ระบบสืบค้นกฎหมาย (OCS)