คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การตรวจสอบสถานะทางศุลกากร (Customs Due Diligence) ในการเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการ (M&A) มุ่งเน้นความเสี่ยง 3 ประเด็นหลัก:

  1. การจำแนกพิกัดอัตราศุลกากร (HS Code) และราคาศุลกากร (Customs Valuation): ความเสี่ยงหลักเกิดจากการสำแดงพิกัดผิด (Misclassification) เพื่อลดภาระภาษีนำเข้า หรือการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงโดยไม่รวมค่าสิทธิ (Royalties) หรือค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (License Fees) เข้าในราคาศุลกากร ซึ่งขัดต่อหลักการตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 [ต้องยืนยันมาตรา] และความตกลงว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากรขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งใช้หลักการราคาธุรกรรม (Transaction Value)
  2. สิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI & Free Zone): การตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมการลงทุนหรือระเบียบเขตปลอดอากร หากพบว่ามีการนำวัตถุดิบหรือเครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นภาษีไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือจำหน่ายในประเทศโดยไม่ชำระภาษี ผลทางกฎหมายแยกตามฐานของสิทธิ กล่าวคือ สำหรับสิทธิตามบัตรส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอาจเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ และผู้ได้รับการส่งเสริมต้องเสียอากรเสมือนไม่เคยได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนมาแต่ต้น หรือตามส่วนที่ถูกเพิกถอน (พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 54 และ 55) หากมิได้แจ้งขอชำระหรือมิได้ชำระภายในกำหนดเวลาตามมาตรา 55 ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละหนึ่งต่อเดือนโดยไม่คิดทบต้น และหากยังมิได้ชำระภายในสามเดือนนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าของนั้นนำเข้ามาโดยหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากรและนำกฎหมายว่าด้วยศุลกากรมาใช้บังคับ ส่วนการจำหน่ายของจากเขตปลอดอากรในประเทศโดยไม่ชำระอากร อาจเป็นความผิดฐานลักลอบหรือหลีกเลี่ยงอากรซึ่งมีโทษทางอาญา โดยค่าปรับคำนวณตามฐานที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 และมาตรา 243 กำหนดไว้สำหรับแต่ละฐานความผิด
  3. อายุความการประเมินภาษีอากร: ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 พนักงานศุลกากรมีอำนาจประเมินภาษีย้อนหลังได้ 3 ปีนับแต่วันยื่นใบขนสินค้า และขยายได้อีก 2 ปี (รวมเป็น 5 ปี) กรณีมีเหตุจำเป็น (ระยะเวลาประเมินอากรและอายุความสิทธิเรียกเก็บอากรที่ขาดเริ่มนับแต่วันที่ได้ยื่นใบขนสินค้า การขยายระยะเวลาประเมินทำได้เมื่อมีเหตุจำเป็นไม่อาจประเมินอากรได้ภายในกำหนดสามปี โดยขอขยายต่ออธิบดีกรมศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 และมาตรา 21) แต่กรณีมีการสำแดงเท็จหรือหลีกเลี่ยงอากร ระยะเวลาเรียกเก็บอากรที่ขาดและอายุความคดีอาญาเป็นไปตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 และมาตรา 21 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. ผู้บริหารบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มักเชื่อว่า "เมื่อสินค้าผ่านพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยจากท่าเรือแล้ว ถือว่าจบกระบวนการ" แต่ในความเป็นจริง กรมศุลกากรมีหน่วยงาน "ตรวจสอบหลังการตรวจปล่อย" (Post-Clearance Audit) ที่สามารถเข้าตรวจสถานประกอบการเพื่อขอดูเอกสารย้อนหลังได้หลายปี [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] จุดพลิกมักเกิดขึ้นเมื่อบริษัทถูกตรวจสอบพบว่า "ซอฟต์แวร์" ที่ติดตั้งมากับเครื่องจักร หรือ "ค่าสิทธิ" ที่จ่ายให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ ไม่ถูกนำมารวมคำนวณเป็นราคาศุลกากร ทำให้บริษัทต้องแบกรับภาระภาษีย้อนหลังและเบี้ยปรับมหาศาล บทความนี้จะช่วยให้ท่านรู้วิธีปิดช่องว่างความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนการปิดดีล

ภูมิทัศน์กฎหมายศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศของไทย (พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560)

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายสมัยใหม่ที่เปลี่ยนผ่านจากระบบเดิม (พ.ศ. 2469) โดยเน้นความโปร่งใสและการปรับบทลงโทษให้เป็นธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ยังคงให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างกว้างขวางในการตรวจสอบย้อนหลัง (Post-Audit) และการตีความพิกัดศุลกากรที่ซับซ้อนตามระบบ Harmonized System (HS) ขององค์การศุลกากรโลก (WCO)

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

ความผิดพลาดด้านศุลกากรไม่ได้ส่งผลแค่ตัวเงิน แต่กระทบถึง Supply Chain ทั้งระบบ:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDLegal IssuePrimary Authority (Customs Act 2017)Risk Exposure
C-INVEST-08-01พิกัดศุลกากร (HS Code)พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 14 และมาตรา 19การประเมินส่วนต่างอากรย้อนหลัง
C-INVEST-08-02ราคาศุลกากร (Valuation)พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 16 และมาตรา 17; ประกาศกรมศุลกากรที่ 132/2560 [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]การบวกกลับค่า Royalties/Assists
C-INVEST-08-03สิทธิประโยชน์ (BOI/FZ)พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 54 และมาตรา 55การเพิกถอนสิทธิและเรียกคืนอากร
C-INVEST-08-04อายุความการประเมินพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19ตรวจสอบย้อนหลัง 3+2 ปี
C-INVEST-08-05บทลงโทษทางอาญาพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 มาตรา 243 และมาตรา 244โทษทางอาญา โดยค่าปรับคำนวณตามฐานที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 กำหนดไว้สำหรับแต่ละฐานความผิด

4 เสาหลักในการตรวจสถานะศุลกากร

  1. Tariff Classification (พิกัด): ตรวจสอบว่าสินค้าได้รับการจำแนกตามหลักการตีความ (GIR) อย่างถูกต้องหรือไม่
  2. Customs Valuation (ราคา): ราคาซื้อขายจริง (Transaction Value) ต้องรวมค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม เช่น ค่าสิทธิ ค่าตอบแทน หรือวัตถุดิบที่ผู้ซื้อจัดหาให้ผู้ผลิต (Assists) ตามหลักการของพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และความตกลงว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากรขององค์การการค้าโลก [ต้องยืนยันมาตรา]
  3. Rules of Origin (ถิ่นกำเนิด): การใช้สิทธิ FTA (เช่น Form D, Form E) ต้องเป็นไปตามเกณฑ์แปรสภาพอย่างพอเพียง
  4. Duty Privileges (สิทธิประโยชน์): ตรวจสอบว่าเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) หรือสิทธิเขตปลอดอากร (Free Zone) ยังคงมีผลสมบูรณ์ ทั้งนี้ สิทธิตามบัตรส่งเสริมการลงทุนมิได้โอนตามไปโดยอัตโนมัติในดีลซื้อทรัพย์สินหรือควบรวมกิจการ (ดูหัวข้อการตรวจสอบความเสี่ยง BOI และ Free Zone)

การตรวจสอบความเสี่ยง BOI และ Free Zone

ประเด็นที่มักตกหล่นในการ Due Diligence คือ การตัดบัญชีวัตถุดิบ (Raw Material Scrap & Re-export) และการบริหารสต็อกสินค้าในเขตปลอดอากร:

บทวิเคราะห์คดีสำแดงเท็จ (False Declaration) และความเห็นต่างทางเทคนิค Technical Dispute

กฎหมายศุลกากรแยกแยะระหว่าง:

LAS Practice Note: การออกแบบข้อสัญญา Tax & Customs Indemnity

ในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) หรือสัญญาซื้อขายทรัพย์สินหรือกิจการ ผู้ซื้อควรพิจารณากำหนดข้อความดังนี้ (เงื่อนไขบังคับก่อนตามมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ใช้กับดีลซื้อทรัพย์สิน ควบรวม หรือโอนกิจการ ส่วนในดีลซื้อหุ้น ผู้ได้รับการส่งเสริมยังเป็นนิติบุคคลเดิม):

ข้อต่อสู้ของฝ่ายบริษัทเป้าหมายกับกรมศุลกากร Devil's Advocate

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

กรณีศึกษา (ข้อเท็จจริงสมมติ): โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Target) ถูกตรวจสอบพบว่าใช้สิทธิ Form D ตามความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศสมาชิกอาเซียน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] แต่ผลการตรวจคุณสมบัติถิ่นกำเนิด (Verification) พบว่าสัดส่วน RVC ต่ำกว่า 40% [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

Checklist 10 จุดตรวจ Customs & Trade Duty Due Diligence

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากบริษัทปิดกิจการไปแล้ว กรมศุลกากรยังตามเรียกเก็บภาษีได้หรือไม่?
หากบริษัทเลิกกิจการและอยู่ระหว่างชำระบัญชี กรมศุลกากรเรียกเก็บอากรที่ขาดจากบริษัทซึ่งถือว่ายังตั้งอยู่เพื่อการชำระบัญชีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 และผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่จัดการใช้หนี้จากสินทรัพย์ของบริษัทตามมาตรา 1250 ทั้งนี้ภายในระยะเวลาที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 19 และมาตรา 21 กำหนด

• แหล่งอ้างอิง:

• พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 [ต้องยืนยันมาตรา]
• ประกาศกรมศุลกากรที่ 132/2560 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดราคาศุลกากร [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 และ 1250

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ