คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

การทำนิติกรรมของบริษัทจำกัดจะผูกพันบริษัทหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่ากรรมการผู้ลงนามได้กระทำ "ภายในขอบอำนาจ" หรือไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167 ซึ่งให้นำบทบัญญัติว่าด้วย "ตัวแทน" มาใช้บังคับ หากกรรมการลงนามไม่ตรงตามเงื่อนไขในหนังสือรับรอง (เช่น ต้องลงนามร่วมกันสองคนพร้อมประทับตรา แต่ลงนามคนเดียว) สัญญานั้น ไม่ผูกพันบริษัท ตามมาตรา 823 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1167 และบริษัทไม่ต้องรับผิด เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบัน (มาตรา 823) หรือมีพฤติการณ์เชิดกรรมการผู้นั้นเป็นตัวแทนเชิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตตามมาตรา 821 ส่วนกรรมการผู้ลงนามโดยปราศจากอำนาจหรือนอกขอบอำนาจจะต้อง รับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว ตามมาตรา 823 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1167 เมื่อบริษัทไม่ให้สัตยาบัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกรู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจ นอกจากนี้ โดยหลัก ข้อจำกัดอำนาจกรรมการที่ระบุไว้เพียงในรายงานการประชุมภายใน แต่มิได้จดทะเบียนในหนังสือรับรองนิติบุคคล และบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ทราบ ไม่ควรกระทบความผูกพันของบริษัทต่อบุคคลภายนอก ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามหลักตัวแทนในมาตรา 820 ถึงมาตรา 822

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: บริษัทจัดซื้ออุปกรณ์โรงงานมูลค่า 15 ล้านบาท โดยกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Managing Director) เป็นผู้ลงนามในสัญญาและใบสั่งซื้อเพียงลำพัง โดยมิได้ประทับตราสำคัญของบริษัท
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ขายเห็นนามบัตรระบุตำแหน่ง MD และกรรมการผู้นั้นเป็นผู้บริหารระดับสูง จึงเชื่อว่ามีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทได้ตามตำแหน่ง
  3. จุดพลิก: เมื่อส่งมอบสินค้า บริษัทปฏิเสธการชำระเงิน โดยอ้างหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งระบุอำนาจว่า "กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท" สัญญานี้จึงไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบัน หากบริษัทไม่ให้สัตยาบัน (เช่น ไม่รับเอาสินค้าไปใช้ประโยชน์) ผู้ขายย่อมบังคับเงิน 15 ล้านบาทตามสัญญาเอาจากบริษัทไม่ได้ และต้องฟ้องกรรมการให้รับผิดเป็นการส่วนตัวตามมาตรา 823 วรรคสอง เว้นแต่กรรมการจะพิสูจน์ได้ว่าผู้ขายรู้อยู่ว่ากรรมการไม่มีอำนาจ ทั้งกรรมการผู้นั้นอาจไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: หลักการตรวจสอบหนังสือรับรองนิติบุคคล (Affidavit Verification), ความแตกต่างระหว่างข้อจำกัดอำนาจภายในกับอำนาจตามทะเบียน, ทฤษฎีตัวแทนเชิด (Apparent Authority), การให้สัตยาบัน (Ratification), และวิธีป้องกันความรับผิดส่วนบุคคลของกรรมการ

สถานะของกรรมการ: ตัวแทนของนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1167

บริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคล ไม่มีตัวตนทางกายภาพ จึงต้องแสดงเจตนาผ่าน "กรรมการ" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 และ 1167 ซึ่งบัญญัติว่า ความเกี่ยวพันกันระหว่างกรรมการกับบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนมาใช้บังคับ ดังนั้น กรรมการจึงมีฐานะเสมือนตัวแทนของบริษัท และบริษัทคือตัวการ หากตัวแทนกระทำนอกเหนือขอบอำนาจ ตัวการย่อมไม่ผูกพัน เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-SHARE-05-01ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทนป.พ.พ. มาตรา 1167ลักษณะ 22 บริษัทจำกัด ส่วนที่ 3ตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHARE-05-03ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลาย อันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนป.พ.พ. มาตรา 820ลักษณะ 15 ตัวแทน หมวด 3แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-05-04บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตนป.พ.พ. มาตรา 821ลักษณะ 15 ตัวแทน หมวด 3แก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-05-05ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น ถ้าตัวการไม่ให้สัตยาบัน ท่านว่าตัวแทนย่อมต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยลำพังตนเอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกนั้นได้รู้อยู่ว่าตนทำการโดยปราศจากอำนาจ หรือทำนอกเหนือขอบอำนาจป.พ.พ. มาตรา 823ลักษณะ 15 ตัวแทน หมวด 3แก้ไขแล้ว — LAS Audit

อำนาจตามทะเบียนกับข้อจำกัดอำนาจภายใน Internal Restrictions

ประเด็นที่มักเกิดข้อพิพาทคือ: บริษัทมีมติคณะกรรมการว่า "การสั่งซื้อเกิน 1 ล้านบาท กรรมการต้องได้รับอนุมัติจากบอร์ดก่อน" แต่ข้อความนี้ มิได้จดทะเบียนในหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ หากกรรมการไปลงนามสั่งซื้อ 5 ล้านบาท สัญญานั้นผูกพันบริษัทหรือไม่?

หลักกฎหมายไทย: โดยหลัก ข้อจำกัดอำนาจภายในที่มิได้จดทะเบียนและบุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ทราบ ไม่ควรกระทบความผูกพันของบริษัทต่อบุคคลภายนอก ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามหลักตัวแทนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 ถึงมาตรา 822 หากบริษัทต้องผูกพันต่อบุคคลภายนอกและกรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท บริษัทย่อมฟ้องเรียกเอาสินไหมทดแทนจากกรรมการผู้นั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1169

ตารางเปรียบเทียบผลทางกฎหมายของการลงนาม

รูปแบบการลงนามผลต่อบริษัทคู่สัญญาผลต่อกรรมการผู้ลงนามทางออก / วิธีเยียวยา
1. ถูกต้องตามหนังสือรับรองครบถ้วนบริษัทผูกพันตามสัญญาสมบูรณ์ 100%ไม่ต้องรับผิดส่วนตัว (หากมิได้ค้ำประกันส่วนตัว)ปฏิบัติตามสัญญาตามปกติ
2. ฝ่าฝืนเงื่อนไขหนังสือรับรอง (เช่น ขาดลายเซ็นหรือตราประทับ)สัญญา ไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทให้สัตยาบันกรรมการต้อง รับผิดต่อคู่สัญญาเป็นการส่วนตัว ตามมาตรา 823 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1167 เมื่อบริษัทไม่ให้สัตยาบัน เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าคู่สัญญารู้อยู่ว่ากรรมการทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจต้องขอให้กรรมการผู้มีอำนาจครบถ้วนลงนามแก้ไขและประทับตราใหม่
3. ลงนามโดยบุคคลที่ถูกเชิด (Apparent Authority)บริษัท ต้องผูกพัน ต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต (มาตรา 821)อาจถูกบริษัทฟ้องละเมิดหรือเรียกค่าเสียหายคืนบุคคลภายนอกต้องพิสูจน์พฤติการณ์ที่บริษัทยินยอมให้เชิด
4. ลงนามถูกต้องตามทะเบียน แต่ขัดมติบอร์ดภายในโดยหลักบริษัทผูกพันต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตที่ไม่ทราบข้อจำกัดภายใน (มาตรา 1167 ประกอบมาตรา 820 มาตรา 821 และมาตรา 822)กรรมการถูกบริษัทฟ้องชดใช้ค่าเสียหายจากการฝ่าฝืนหน้าที่ (หน้าที่ตามมาตรา 1168 และสิทธิฟ้องตามมาตรา 1169)หากบริษัทต้องผูกพัน บริษัทชำระหนี้แล้วฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ (มาตรา 1169)
LAS Practice Note — ความสำคัญของ "ตราประทับสำคัญของบริษัท"

ในหนังสือรับรอง DBD ของบริษัทไทยส่วนใหญ่มักระบุเงื่อนไขว่า "...และประทับตราสำคัญของบริษัท" หากสัญญาขาดการประทับตรา หรือประทับตราที่ไม่ตรงกับดวงตราที่จดทะเบียนไว้ ณ DBD สัญญาย่อมไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบัน (มาตรา 823 วรรคหนึ่ง) หรือบริษัทมีพฤติการณ์เชิดให้ผู้ลงนามเป็นตัวแทนของตน (มาตรา 821 ประกอบมาตรา 822) ในการตรวจสัญญา ฝ่ายกฎหมายต้องขอสำเนา บอจ.3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง ซึ่งมีรายการตราประทับ) และเอกสารการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตราประทับหรืออำนาจกรรมการ (หากมี) มาเทียบกับหนังสือรับรองฉบับปัจจุบันเสมอ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

ข้อต่อสู้ของคู่สัญญาภายนอกกับบริษัทผู้ปฏิเสธหนี้ Devil's Advocate

ข้อต่อสู้ของบริษัท (ตัวการ)ข้อโต้แย้งของคู่สัญญาภายนอก (ผู้สุจริต)หลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ชี้ขาด
กรรมการลงนามคนเดียว ขัดกับหนังสือรับรองที่ต้องลงสองคน สัญญาไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบันบริษัทรับเอาสินค้าและนำไปใช้ประโยชน์ในโรงงานแล้ว ถือเป็นการ "ให้สัตยาบันโดยพฤตินัย" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 823ใบรับมอบสินค้าและหลักฐานการนำสินค้าไปใช้ประโยชน์ของบริษัท
ตราประทับในสัญญาไม่ใช่ตราประทับที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์บริษัทเคยใช้ตราประทับนี้ในการทำธุรกรรมและจ่ายเช็คให้แก่คู่สัญญามาโดยตลอด ถือเป็นตัวแทนเชิดตามมาตรา 821 ประกอบมาตรา 822พฤติกรรมการค้าที่ผ่านมา (Course of Dealing) และประวัติการรับชำระเงิน
กรรมการลงนามเกินวงเงิน 1 ล้านบาทโดยไม่มีมติบอร์ดอนุมัติ สัญญาไม่มีผลบังคับมติบอร์ดเป็นข้อบังคับภายในที่มิได้จดทะเบียน บุคคลภายนอกไม่อาจทราบได้ กฎหมายคุ้มครองบุคคลภายนอกผู้สุจริตผลของทะเบียนต่อบุคคลภายนอกเป็นไปตามมาตรา 1021 ถึงมาตรา 1023 กล่าวคือ เมื่อนายทะเบียนพิมพ์โฆษณาย่อรายการในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือว่าเอกสารและข้อความที่ลงทะเบียนเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวง (มาตรา 1022) และบริษัทจะถือเอาประโยชน์แก่บุคคลภายนอกเพราะข้อความอันบังคับให้จดทะเบียนยังไม่ได้จนกว่าจะได้จดทะเบียนแล้ว (มาตรา 1023) ส่วนข้อจำกัดอำนาจภายในที่มิได้จดทะเบียนจะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตได้หรือไม่ ให้พิจารณาตามหลักตัวแทน (มาตรา 1167 ประกอบมาตรา 820 ถึงมาตรา 822)

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด (ผู้รับเหมาก่อสร้าง) มีข้อกำหนดอำนาจในหนังสือรับรอง DBD ว่า "นาย ก. หรือ นาย ข. ลงลายมือชื่อร่วมกับ นาย ค. รวมเป็นสองคน และประทับตราสำคัญของบริษัท" นาย ก. คนเดียวได้ไปลงนามในสัญญาเช่าเครื่องจักรกลหนักมูลค่า 8 ล้านบาทกับ บริษัท B จำกัด (ผู้ให้เช่าเครื่องจักร) โดยประทับตราบริษัท แต่ไม่มี นาย ค. ร่วมลงนาม

การวิเคราะห์สิทธิและความรับผิด: (1) สัญญาเช่าเครื่องจักรนี้ไม่ผูกพัน บริษัท A จำกัด เพราะขาดลายมือชื่อของ นาย ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 1167 เว้นแต่บริษัทจะให้สัตยาบัน (2) หากบริษัท A จำกัด ไม่ได้รับเครื่องจักรหรือไม่ยินยอมรับเอาสัญญา บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าเช่า (3) หากบริษัท A จำกัด ไม่ให้สัตยาบัน บริษัท B จำกัด ฟ้อง นาย ก. ให้รับผิดเป็นการส่วนตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 วรรคสองได้ เว้นแต่ นาย ก. จะพิสูจน์ได้ว่าบริษัท B จำกัด รู้อยู่ว่า นาย ก. ไม่มีอำนาจลงนามคนเดียว

ขั้นตอนปฏิบัติในการตรวจสอบอำนาจลงนาม Action Steps

ขั้นตอนการดำเนินงานผู้รับผิดชอบเอกสารผลลัพธ์กำหนดเวลา
1คัดสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (Affidavit) จาก DBDฝ่ายจัดซื้อ / นิติกรหนังสือรับรอง DBD อายุไม่เกิน 1 เดือน (แนวปฏิบัติที่แนะนำ)ก่อนยกร่างสัญญา
2ตรวจสอบเงื่อนไขอำนาจกรรมการและรายการตราประทับใน บอจ.3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง) รวมทั้งเอกสารการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง (หากมี) เทียบกับหนังสือรับรองฉบับปัจจุบัน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]ฝ่ายกฎหมายบันทึกตรวจอำนาจกรรมการ (Signatory Checklist)ก่อนส่งร่างสัญญา
3กรณีมีการมอบอำนาจ ต้องตรวจหนังสือมอบอำนาจ (POA)ทนายความหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ถูกต้อง (10 บาทสำหรับการมอบอำนาจครั้งเดียว หรือ 30 บาทสำหรับการมอบอำนาจหลายครั้ง) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]วันลงนาม
4ตรวจดูลายมือชื่อและตราประทับในสัญญาต้นฉบับทุกหน้าผู้รับผิดชอบสัญญาสัญญาฉบับจริงที่มีลายเซ็นและตราประทับถูกต้องตรงตามทะเบียนขณะลงนาม

Checklist 10 จุดตรวจอำนาจกรรมการและความสมบูรณ์ของสัญญา

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากกรรมการลงนามคนเดียว แต่สัญญาเขียนว่า "ในฐานะกรรมการผู้จัดการ" บริษัทต้องรับผิดชอบหรือไม่?
คำตอบ: หากหนังสือรับรองของ DBD กำหนดว่าต้องลงนามสองคน แม้จะระบุตำแหน่งผู้จัดการ สัญญานั้นก็ไม่ผูกพันบริษัท เว้นแต่บริษัทจะได้แสดงพฤติการณ์เชิดกรรมการผู้นั้นต่อบุคคลภายนอกตามมาตรา 821 หรือให้สัตยาบันรับเอาหนี้ตามมาตรา 823
การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Signature) ของกรรมการ มีผลผูกพันบริษัทเหมือนการลงนามในกระดาษหรือไม่?
คำตอบ: ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นไปตามเงื่อนไขของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 9 ใช้แทนการลงลายมือชื่อได้ แต่ต้องตรวจว่าครบเงื่อนไขในหนังสือรับรอง รวมถึงเงื่อนไขการประทับตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามี)
หากกรรมการลงนามในสัญญาที่อยู่นอกวัตถุประสงค์ของบริษัท ผลจะเป็นอย่างไร?
คำตอบ: นิติกรรมที่อยู่นอกวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลโดยสิ้นเชิง (Ultra Vires) ไม่ผูกพันนิติบุคคลตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 66 ซึ่งบัญญัติให้นิติบุคคลมีสิทธิและหน้าที่ภายในขอบแห่งอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ และผู้เห็นชอบหรือผู้กระทำการนั้นต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา 76 วรรคสอง
บุคคลภายนอกมีหน้าที่ต้องตรวจสอบหนังสือรับรองของบริษัทคู่สัญญาหรือไม่?
คำตอบ: กฎหมายไม่ได้บัญญัติหน้าที่ตรวจสอบหนังสือรับรองไว้โดยตรง แต่เมื่อนายทะเบียนได้ลงพิมพ์โฆษณาย่อรายการในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ถือว่าข้อความที่ลงทะเบียน รวมถึงอำนาจของกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท เป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1022 ประกอบมาตรา 1111 (6)) บุคคลภายนอกที่ไม่ตรวจหนังสือรับรองจึงเสี่ยงต่อการถูกโต้แย้งว่าไม่สุจริตตามมาตรา 821 หรือรู้อยู่ว่าผู้ลงนามไม่มีอำนาจตามมาตรา 823 วรรคสอง

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ