คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR
  1. การที่กรรมการเข้าทำนิติกรรมในนามบริษัทกับตนเอง (มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167): ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 ให้ความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการกับบริษัทบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทน และมาตรา 805 ห้ามตัวแทนเข้าทำนิติกรรมในนามของตัวการกับตนเองในนามของตนเอง หรือในฐานะตัวแทนของบุคคลภายนอก เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้ กรรมการจึงเข้าทำสัญญาในนามบริษัทกับตนเองไม่ได้หากไม่ได้รับความยินยอมของบริษัท ส่วนความยินยอมนั้นต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นหรือไม่ ตัวบทมิได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ ตามถ้อยคำของมาตรา 805 ข้อห้ามใช้กับกรณีที่กรรมการคนเดียวกันเป็นผู้เข้าทำนิติกรรมในนามบริษัท และในขณะเดียวกันเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเองหรือเป็นตัวแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หากกรรมการคนอื่นเป็นผู้ลงนามแทนบริษัทหรือมีผู้ลงนามร่วม ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง และบทความนี้มิได้อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้
  2. ข้อห้ามแข่งขัน (มาตรา 1168 วรรคสามและวรรคสี่): กรรมการจะประกอบการค้าขายใด ๆ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัท ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นไม่ได้ และบทบัญญัติที่กล่าวมาข้างต้นในมาตรา 1168 ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนของกรรมการด้วย (วรรคสี่) ทั้งนี้ มาตรา 1168 มิได้ห้ามการทำสัญญาซื้อขายระหว่างกรรมการกับบริษัท
  3. ผลของการฝ่าฝืน (มาตรา 1169): มาตรา 1168 มิได้บัญญัติผลของการฝ่าฝืนไว้โดยเฉพาะ และหมวดบริษัทจำกัดไม่มีบทบัญญัติที่ให้ผลกำไรของกรรมการตกเป็นของบริษัทหรือกำหนดอายุความหนึ่งปี หลักการเรียกเอาผลกำไรและการห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันทำการฝ่าฝืนเป็นบทบัญญัติของห้างหุ้นส่วน (ป.พ.พ. มาตรา 1038 และมาตรา 1067) สำหรับบริษัทจำกัด การเยียวยาที่หมวดบริษัทจำกัดบัญญัติไว้โดยตรงคือการฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการตามมาตรา 1169 เมื่อกรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท โดยผู้ฟ้องต้องพิสูจน์ความเสียหาย
  4. สิทธิของผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ และผลของการอนุมัติ (มาตรา 1169 และมาตรา 1170): ในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ (มาตรา 1169 วรรคหนึ่ง) นอกจากนี้ การเรียกร้องสินไหมทดแทนของบริษัทต่อกรรมการเช่นนั้น เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้ เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่ (มาตรา 1169 วรรคสอง) ทั้งนี้ วรรคสองมิได้กล่าวซ้ำถึงเงื่อนไขว่าบริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง แต่ใช้คำว่า "การเรียกร้องเช่นนี้" ซึ่งโยงกลับไปยังวรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องรอให้บริษัทไม่ยอมฟ้องร้องก่อนหรือไม่จึงเป็นประเด็นการตีความที่ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง อย่างไรก็ดี เมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติการที่กรรมการทำไปแล้ว กรรมการไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติหรือต่อบริษัทอีกต่อไป และผู้ถือหุ้นที่มิได้ให้อนุมัติต้องฟ้องคดีภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติ

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์: กรรมการบริษัททำสัญญาขายทรัพย์สินส่วนตัวให้แก่บริษัท หรือประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันเพื่อรับงานแข่งกับบริษัทเดิม ไม่ว่าโดยตนเองหรือผ่านบริษัทอื่นที่ตนจัดตั้งขึ้น โดยอ้างว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและทำในราคาตลาด ทั้งนี้ กรณีที่ดำเนินการผ่านบริษัทอื่นที่ตนจัดตั้งขึ้นจะเข้าข้อห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคสามหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
  2. ความเข้าใจผิด: กรรมการมักเข้าใจผิดว่าหากตนเองมีอำนาจลงนามในนามบริษัทอยู่แล้ว หรือทำธุรกรรมในราคาตลาด ย่อมสามารถทำสัญญาในนามบริษัทกับตนเองหรือประกอบธุรกิจประเภทเดียวกันได้ทันที โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมของบริษัทสำหรับสัญญากับตนเอง หรือความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นสำหรับการประกอบกิจการแข่งขัน
  3. จุดพลิก: เมื่อผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยพบเห็นธุรกรรมดังกล่าว ผู้ถือหุ้นอาจเรียกร้องให้บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการ หรือเอาคดีขึ้นว่าเองเมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 ความผูกพันของสัญญาต่อบริษัทอาจถูกโต้แย้ง และธุรกรรมที่มิได้ทำในราคาตลาดอาจมีประเด็นทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ซึ่งแยกต่างหากจากความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: ความเข้าใจในกรอบของบทบัญญัติตามกฎหมาย แนวปฏิบัติที่ดีในการขอความยินยอมและการอนุมัติ ช่องทางฟ้องร้องของผู้ถือหุ้น และแนวทางป้องกันความเสี่ยงผ่านนโยบายภายในองค์กร

ภูมิทัศน์กฎหมายหน้าที่ความซื่อสัตย์สุจริตของกรรมการบริษัท (Fiduciary Duty of Loyalty) ในประเทศไทย

ในระบบกฎหมายไทย การบริหารจัดการบริษัทจำกัดอยู่ภายใต้หลักการที่ว่า กรรมการบริษัทรับมอบหมายอำนาจจากบริษัทให้จัดการงานแทน ซึ่งก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ในลักษณะตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มาตรา 1167

จากนิติสัมพันธ์ดังกล่าว กรรมการจึงมีหน้าที่ความซื่อสัตย์สุจริต (Fiduciary Duty of Loyalty) ต่อบริษัท โดยต้องรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ และต้องหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของบริษัท (Conflict of Interest) อย่างไรก็ดี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้ใช้คำว่า "หน้าที่ซื่อสัตย์" และมิได้รวบรวมเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไว้ในมาตราเดียว บทบัญญัติที่ทำหน้าที่ดังกล่าวกระจายอยู่หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167 ซึ่งห้ามกรรมการในฐานะตัวแทนเข้าทำนิติกรรมในนามบริษัทกับตนเองเมื่อไม่ได้รับความยินยอมของบริษัท มาตรา 1168 วรรคสาม ซึ่งห้ามกรรมการประกอบการค้าขายแข่งขันกับบริษัทโดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น มาตรา 1185 ซึ่งห้ามผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น และมาตรา 1169 กับมาตรา 1170 ซึ่งว่าด้วยการฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการและผลของการที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติการที่กรรมการทำไป บทความนี้อธิบายแต่ละบทบัญญัติแยกจากกัน เพราะเงื่อนไข ผู้มีอำนาจให้ความยินยอม และผลทางกฎหมายของแต่ละบทแตกต่างกัน ทั้งนี้ บทความนี้กล่าวถึงเฉพาะบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนบริษัทมหาชนจำกัดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือมีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีบทบัญญัติเฉพาะเรื่องหน้าที่ของกรรมการและเงื่อนไขการฟ้องกรรมการโดยผู้ถือหุ้นแยกต่างหาก ซึ่งต้องตรวจจากตัวบทของกฎหมายเฉพาะนั้น

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

การละเลยข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจในหลายมิติ:

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

รหัส Claimฐานกฎหมายสาระสำคัญทางกฎหมายองค์ประกอบและเงื่อนไขสถานะ
C-SHARE-19-01ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167ความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการกับบริษัทความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการกับบริษัทและบุคคลภายนอกให้บังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนตรวจตรงตัวบท — LAS Audit
C-SHARE-19-02ป.พ.พ. มาตรา 1168 วรรคสามและวรรคสี่ข้อห้ามประกอบการค้าขายแข่งขันกับบริษัทห้ามกรรมการประกอบการค้าขายใด ๆ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัท ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น หรือไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัท โดยมิได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น และให้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนของกรรมการด้วย ตัวบทมิได้ห้ามการทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท และมิได้กล่าวถึงการเป็นกรรมการในบริษัทอื่นไว้โดยตรงแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-03ป.พ.พ. มาตรา 1168 และมาตรา 1169 (เทียบ ป.พ.พ. มาตรา 1038 และมาตรา 1067)ผลของการฝ่าฝืนข้อห้ามแข่งขันมาตรา 1168 มิได้บัญญัติผลของการฝ่าฝืนไว้โดยเฉพาะ และหมวดบริษัทจำกัดไม่มีบทบัญญัติที่ให้ผลกำไรของกรรมการตกเป็นของบริษัทหรือกำหนดอายุความหนึ่งปี สิทธิเรียกเอาผลกำไรและการห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันทำการฝ่าฝืนเป็นบทบัญญัติของห้างหุ้นส่วน (ป.พ.พ. มาตรา 1038 และมาตรา 1067) สำหรับบริษัทจำกัด การเยียวยาที่หมวดบริษัทจำกัดบัญญัติไว้โดยตรงคือการฟ้องเรียกสินไหมทดแทนตามมาตรา 1169 เมื่อบริษัทได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ยังต้องพิจารณาว่าบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนที่ใช้บังคับผ่านมาตรา 1167 เช่น มาตรา 810 และมาตรา 812 จะเป็นฐานเรียกร้องเพิ่มเติมได้เพียงใด ซึ่งตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรงสำหรับกรณีของกรรมการแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-04ป.พ.พ. มาตรา 1169การฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการ และสิทธิของผู้ถือหุ้นในการฟ้องคดี (Derivative Action)ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ ในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ (วรรคหนึ่ง) นอกจากนี้ การเรียกร้องเช่นนี้ เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้ เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่ (วรรคสอง) วรรคสองมิได้กล่าวซ้ำถึงเงื่อนไขว่าบริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง แต่เจ้าหนี้ต้องรอให้บริษัทไม่ยอมฟ้องร้องก่อนหรือไม่เป็นประเด็นการตีความแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-05พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499ความรับผิดทางอาญาที่อาจเกิดขึ้นแยกต่างหาก (กล่าวถึงในภาพรวม)นอกจากความรับผิดทางแพ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 แล้ว พระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่กำหนดความผิดทางอาญาเกี่ยวกับบริษัทจำกัด การกระทำของกรรมการในกรณีขัดกันแห่งผลประโยชน์จึงอาจต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาแยกต่างหาก บทความนี้กล่าวถึงพระราชบัญญัตินี้ในภาพรวมเท่านั้น โดยมิได้อ้างมาตรา องค์ประกอบความผิด หรืออัตราโทษใดแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-06ป.พ.พ. มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167สัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัท (Self-Dealing)ตัวแทนจะเข้าทำนิติกรรมในนามของตัวการกับตนเองในนามของตนเอง หรือในฐานะตัวแทนของบุคคลภายนอกไม่ได้ เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้ ตัวบทมิได้กำหนดว่าความยินยอมของบริษัทต้องมาจากองค์กรใด และมิได้บัญญัติผลของนิติกรรมที่ทำโดยฝ่าฝืนไว้ในตัวมาตราแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-07ป.พ.พ. มาตรา 1170ผลของการที่ที่ประชุมใหญ่อนุมัติการที่กรรมการทำไปเมื่อการที่กรรมการทำไปได้รับอนุมัติของที่ประชุมใหญ่แล้ว กรรมการไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติหรือต่อบริษัทอีกต่อไป และผู้ถือหุ้นที่มิได้ให้อนุมัติฟ้องคดีไม่ได้เมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-SHARE-19-08ป.พ.พ. มาตรา 1185ข้อห้ามออกเสียงของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษผู้ถือหุ้นคนใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้ออันใดซึ่งที่ประชุมจะลงมติ ห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นคนนั้นออกเสียงลงคะแนนด้วยในข้อนั้น ตัวบทใช้กับผู้ถือหุ้นในที่ประชุมใหญ่ มิใช่กับกรรมการในที่ประชุมคณะกรรมการ และมิได้นิยามคำว่าส่วนได้เสียเป็นพิเศษไว้แก้ไขแล้ว — LAS Audit

การจำแนกประเภทธุรกรรมขัดกันแห่งผลประโยชน์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มิได้จำแนกธุรกรรมขัดกันแห่งผลประโยชน์ออกเป็นประเภทไว้ การจำแนกด้านล่างเป็นการจัดหมวดเพื่อการศึกษาตามฐานกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งมีความสำคัญในทางปฏิบัติ เพราะแต่ละกรณีมีเงื่อนไข ผู้ให้ความยินยอม และผลทางกฎหมายแตกต่างกัน

  1. การทำสัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัท (Self-Dealing) — มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167: เมื่อกรรมการในฐานะตัวแทนของบริษัทเข้าทำนิติกรรมในนามบริษัทกับตนเองในนามของตนเอง หรือในฐานะตัวแทนของบุคคลภายนอก เช่น ลงนามแทนบริษัทในสัญญาซื้อที่ดินของตนเอง นิติกรรมนั้นต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้ เช่น บริษัทชำระหนี้ที่ถึงกำหนดแล้วแก่กรรมการ ตัวบทมิได้กำหนดว่าความยินยอมของบริษัทต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการ (ดูหัวข้อกระบวนการขอความยินยอมและการอนุมัติ) ตามถ้อยคำของมาตรา 805 ข้อห้ามใช้กับกรณีที่ตัวแทนคนเดียวกันเป็นผู้เข้าทำนิติกรรมในนามของตัวการ และในขณะเดียวกันเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเองหรือเป็นตัวแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนกรณีที่กรรมการคนอื่นเป็นผู้ลงนามแทนบริษัท หรือกรรมการผู้มีส่วนได้เสียเป็นเพียงผู้ลงนามร่วมคนหนึ่ง จะอยู่ในขอบเขตของมาตรา 805 เพียงใด ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง และบทความนี้มิได้อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้ ผู้อ่านจึงควรตรวจคำพิพากษาและความเห็นทางวิชาการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
  2. การประกอบการค้าขายแข่งขันกับบริษัท — มาตรา 1168 วรรคสามและวรรคสี่: ตัวบทห้ามกรรมการประกอบการค้าขายใด ๆ อันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของบริษัท ไม่ว่าทำเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่น และห้ามไปเข้าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดในห้างค้าขายอื่นซึ่งประกอบกิจการมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและแข่งขันกับกิจการของบริษัท เว้นแต่ได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น และให้ใช้บังคับตลอดถึงบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนของกรรมการด้วย ตัวบทมิได้กล่าวถึงการตั้งบริษัทใหม่ หรือการเป็นกรรมการในบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการแข่งขันไว้โดยตรง กรณีเช่นนี้จะเข้าข้อห้ามหรือไม่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าเป็นการประกอบการค้าขายแข่งขันเพื่อประโยชน์ตนหรือเพื่อประโยชน์ผู้อื่นหรือไม่ ซึ่งต้องนำข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีมาปรับกับถ้อยคำของมาตรา 1168 วรรคสาม
  3. การใช้โอกาสทางธุรกิจของบริษัทเพื่อประโยชน์ส่วนตัว (Corporate Opportunity): ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่มีบทบัญญัติเรื่องนี้ไว้เป็นการเฉพาะ คำว่า Self-Dealing และ Corporate Opportunity เป็นศัพท์ทางวิชาการที่ใช้อธิบายหน้าที่ซื่อสัตย์ของกรรมการ มิใช่ถ้อยคำในตัวบท ในกฎหมายไทย กรณีเช่นนี้ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนที่ใช้บังคับผ่านมาตรา 1167 และหน้าที่ใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 1168 วรรคหนึ่ง และหากเป็นการประกอบการค้าขายแข่งขันกับบริษัท ก็ต้องพิจารณามาตรา 1168 วรรคสามด้วย ส่วนศาลไทยจะรับหลักการแย่งชิงโอกาสทางธุรกิจเป็นหลักเฉพาะหรือไม่นั้น บทความนี้มิได้อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาหรือตำราในประเด็นนี้ อย่างไรก็ดี หากการกระทำนั้นทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนได้ตามมาตรา 1169

กระบวนการขอความยินยอมและการอนุมัติ Consent & Approval Process

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805 และมาตรา 1168 วรรคสามกำหนดเพียงว่ากรรมการต้องได้รับ "ความยินยอม" แต่มิได้บัญญัติวิธีการขอความยินยอม หน้าที่เปิดเผยข้อมูล หรือเสียงข้างมากเฉพาะเรื่องนี้ไว้ ขั้นตอนด้านล่างจึงเป็นขั้นตอนที่แนะนำ โดยแยกให้เห็นว่าส่วนใดมาจากตัวบทและส่วนใดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี

การฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการตามมาตรา 1169 และประเด็นอายุความ

เมื่อกรรมการกระทำการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167 หรือฝ่าฝืนมาตรา 1168 วรรคสาม หมวดบริษัทจำกัดมิได้วางกลไกเรียกคืนผลกำไรหรือกำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะ การเยียวยาที่หมวดบริษัทจำกัดบัญญัติไว้โดยตรงจึงอยู่ที่มาตรา 1169 นอกจากนี้ มาตรา 1167 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยตัวแทนมาใช้บังคับกับความเกี่ยวพันระหว่างกรรมการกับบริษัท จึงต้องพิจารณาด้วยว่ามาตรา 810 ซึ่งให้ตัวแทนส่งเงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนให้แก่ตัวการทั้งหมด และโอนสิทธิที่ได้มาในนามของตนเองแต่โดยฐานที่ทำการแทนตัวการให้แก่ตัวการ กับมาตรา 812 ซึ่งให้ตัวแทนรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อ เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทน หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจ จะเป็นฐานเรียกร้องเพิ่มเติมต่อกรรมการได้เพียงใด ซึ่งตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะสำหรับกรณีของกรรมการ ส่วนมาตรา 1169 มีสาระสำคัญและข้อพึงระวังดังนี้

LAS Practice Note: การออกแบบข้อกำหนด Related Party Transactions (RPT Policy) และข้อสัญญา Conflict of Interest ในข้อบังคับบริษัท

เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและสร้างธรรมาภิบาลในองค์กร บริษัทควรดำเนินการดังนี้:

  1. ยกร่างข้อบังคับบริษัท (Articles of Association): กำหนดขั้นตอนการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ให้ชัดเจน โดยระบุให้ธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการต้องผ่านการสอบทานและขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นเสมอ
  2. การจัดทำ Conflict of Interest Policy: บังคับให้กรรมการทุกคนต้องลงนามรับทราบและรายงานการมีส่วนได้เสีย (Disclosure of Interest) เป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งก่อนมีการทำธุรกรรม
  3. การแยกบันทึกมติที่ประชุม: ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ควรบันทึกไว้ให้ชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐานว่ากรรมการได้เปิดเผยส่วนได้เสียในลักษณะและขนาดใด กรรมการและผู้ถือหุ้นรายใดเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ถือหุ้นผู้มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษมิได้ออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้นตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1185 ห้ามไว้ ทั้งนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ดี เพราะมาตรา 1207 กำหนดให้กรรมการจัดให้จดบันทึกรายงานการประชุมและข้อมติทั้งหมดของที่ประชุมผู้ถือหุ้นและของที่ประชุมกรรมการลงไว้ในสมุดโดยถูกต้อง และให้เก็บรักษาสมุดนั้นไว้ ณ สำนักงานที่ได้จดทะเบียนของบริษัท แต่มิได้กำหนดว่าต้องบันทึกเรื่องส่วนได้เสียไว้อย่างไร และเมื่อบันทึกนั้นได้ลงลายมือชื่อของผู้เป็นประธานแห่งการประชุมนั้นหรือของผู้เป็นประธานแห่งการประชุมครั้งถัดมาแล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นหลักฐานอันถูกต้องแห่งข้อความที่ได้จดบันทึกไว้

ข้อต่อสู้ระหว่างฝ่ายกรรมการผู้ถูกกล่าวหากับบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อย Devil's Advocate

การวิเคราะห์ข้อต่อสู้ทางกฎหมาย

ข้อต่อสู้ของฝ่ายกรรมการ (Defendant)ข้อแย้งของฝ่ายบริษัท/ผู้ถือหุ้น (Plaintiff)
1. อ้างว่าทำธุรกรรมในราคาตลาด (Fair Market Value) บริษัทไม่ได้รับความเสียหาย1. หากกรรมการลงนามแทนบริษัทในสัญญากับตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมของบริษัท ย่อมเป็นการกระทำที่มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167 ห้ามไว้ ไม่ว่าราคาจะเป็นเท่าใด แต่การเรียกสินไหมทดแทนตามมาตรา 1169 ต้องพิสูจน์ความเสียหายของบริษัท ข้อต่อสู้เรื่องราคาตลาดจึงมีน้ำหนักในประเด็นความเสียหาย ฝ่ายโจทก์ควรเตรียมรายงานประเมินราคาที่เป็นอิสระเพื่อแสดงส่วนต่างระหว่างราคาที่บริษัทจ่ายกับมูลค่าที่แท้จริง
2. อ้างว่าคณะกรรมการบริษัท (Board) รับทราบ และอนุมัติให้ทำรายการแล้ว2. สำหรับการประกอบการค้าขายแข่งขัน มาตรา 1168 วรรคสามกำหนดให้ความยินยอมต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น มติคณะกรรมการจึงใช้แทนไม่ได้ สำหรับสัญญาระหว่างกรรมการกับบริษัท มาตรา 805 กำหนดเพียงความยินยอมของบริษัท มติคณะกรรมการที่กรรมการผู้มีส่วนได้เสียมิได้ร่วมลงมติจะเพียงพอเป็นความยินยอมของบริษัทหรือไม่ ตัวบทมิได้บัญญัติไว้ ฝ่ายโจทก์อาจโต้แย้งว่าไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อข้อบังคับกำหนดให้ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และมติคณะกรรมการไม่ก่อให้เกิดผลคุ้มครองตามมาตรา 1170 ซึ่งใช้เฉพาะการอนุมัติของที่ประชุมใหญ่
3. อ้างว่าคดีขาดอายุความ หรือที่ประชุมใหญ่ได้อนุมัติการนั้นแล้ว3. หมวดบริษัทจำกัดไม่มีอายุความหนึ่งปีสำหรับเรื่องนี้ (อายุความหนึ่งปีนับแต่วันทำการฝ่าฝืนเป็นบทบัญญัติของห้างหุ้นส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1038 และมาตรา 1067) อายุความจึงต้องพิจารณาตามลักษณะของมูลหนี้ที่ฟ้อง เพราะมาตรา 1169 มิได้กำหนดอายุความไว้ ส่วนข้อต่อสู้เรื่องการอนุมัติ มาตรา 1170 ให้กรรมการพ้นความรับผิดเฉพาะต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติและต่อบริษัท ผู้ถือหุ้นที่มิได้ให้อนุมัติยังฟ้องได้ภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติ และหากผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษร่วมออกเสียงโดยฝ่าฝืนมาตรา 1185 กรรมการหรือผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติได้ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติตามมาตรา 1195

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริง

นาย ก. ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท เอกซ์ จำกัด ได้นำที่ดินส่วนตัวมาขายให้แก่บริษัท เอกซ์ จำกัด ในราคา 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประเมินตลาดจริงถึง 20 ล้านบาท โดยนาย ก. ได้ใช้อำนาจกรรมการลงนามในสัญญาขายที่ดินและอนุมัติการจ่ายเงินโดยไม่เคยนำเรื่องเข้าขออนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัทในรูปแบบอื่นใด ต่อมาอีก 8 เดือน นาย ข. ผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยได้ตรวจพบรายการดังกล่าวในการตรวจสอบบัญชีประจำปี และเรียกร้องให้คณะกรรมการฟ้องร้อง แต่นาย ก. และกรรมการชุดเดิมปฏิเสธ

การประเมินทางกฎหมายและการดำเนินคดี (Walkthrough)

  1. ฐานกฎหมายที่ใช้กับข้อเท็จจริง: นาย ก. ลงนามแทนบริษัทในสัญญาซื้อที่ดินของตนเอง จึงต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167 ซึ่งห้ามตัวแทนเข้าทำนิติกรรมในนามของตัวการกับตนเองเมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการ และสัญญาซื้อขายที่ดินมิใช่นิติกรรมที่มีเฉพาะแต่การชำระหนี้ ข้อเท็จจริงนี้ไม่เข้ามาตรา 1168 วรรคสาม เพราะการขายที่ดินส่วนตัวให้บริษัทมิใช่การประกอบการค้าขายแข่งขันกับบริษัท
  2. ผลต่อสัญญา: มาตรา 805 มิได้บัญญัติผลของนิติกรรมที่ทำโดยฝ่าฝืนไว้ในตัวมาตรา สัญญาจะผูกพันบริษัทหรือไม่ และบริษัทจะให้ความยินยอมภายหลังได้เพียงใด ตัวบทมิได้บัญญัติไว้ และบทความนี้มิได้อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้ จึงไม่สรุปว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือโมฆียะ ผู้เกี่ยวข้องควรค้นและตรวจคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปผลต่อความผูกพันของสัญญา
  3. ความเสียหายและการใช้สิทธิตามมาตรา 1169: หากการกระทำของนาย ก. ทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากนาย ก. ได้ และเมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้อง นาย ข. ในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งย่อมเอาคดีนั้นขึ้นว่าได้ โดยต้องพิสูจน์ความเสียหาย เช่น ส่วนต่างระหว่างราคาที่บริษัทจ่ายกับมูลค่าที่แท้จริงของที่ดิน ซึ่งตามข้อเท็จจริงเบื้องต้นอยู่ที่ 20 ล้านบาท โดยศาลเป็นผู้กำหนดจำนวนสินไหมทดแทนตามพยานหลักฐาน คำขอท้ายฟ้องจึงเป็นการขอให้นาย ก. ชดใช้สินไหมทดแทนแก่บริษัท มิใช่การขอให้คืนผลกำไร
  4. ระยะเวลาและการอนุมัติภายหลัง: นาย ข. ควรยื่นฟ้องโดยไม่ชักช้า เพราะหมวดบริษัทจำกัดมิได้กำหนดอายุความสำหรับการฟ้องตามมาตรา 1169 ไว้เป็นการเฉพาะ และอายุความที่ใช้บังคับจึงขึ้นอยู่กับลักษณะของมูลหนี้ที่ฟ้องในแต่ละคดี (ดูหัวข้อการฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการ) หากต่อมาที่ประชุมใหญ่อนุมัติการที่นาย ก. ทำไป นาย ข. ซึ่งมิได้ให้อนุมัติต้องฟ้องภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติ (มาตรา 1170) และหากนาย ก. เป็นผู้ถือหุ้นด้วย นาย ก. ซึ่งเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมนั้นควรถือว่ามีส่วนได้เสียเป็นพิเศษและห้ามออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้น (มาตรา 1185)

Checklist 10 จุดตรวจการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการ Interested Director Checklist

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากกรรมการทำสัญญากับบริษัทโดยไม่ขอมติผู้ถือหุ้น แต่บริษัทได้ประโยชน์อย่างมาก สัญญานั้นจะยังผิดกฎหมายหรือไม่?
A1: มาตรา 1168 มิได้ห้ามกรรมการทำสัญญากับบริษัท ประเด็นนี้อยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805 ประกอบมาตรา 1167 ซึ่งห้ามกรรมการในฐานะตัวแทนเข้าทำนิติกรรมในนามบริษัทกับตนเองเมื่อไม่ได้รับความยินยอมของบริษัท ไม่ว่าบริษัทจะได้ประโยชน์หรือไม่ ตัวบทกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมของบริษัท แต่มิได้กำหนดว่าต้องเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น และมิได้บัญญัติผลของนิติกรรมที่ฝ่าฝืนไว้ในตัวมาตรา บทความนี้มิได้อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาในประเด็นนี้ ผู้อ่านจึงควรค้นและตรวจคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปผลต่อความผูกพันของสัญญา นอกจากนี้ ตามถ้อยคำของมาตรา 805 ข้อห้ามใช้กับกรณีที่กรรมการคนเดียวกันเป็นผู้เข้าทำนิติกรรมในนามบริษัท และในขณะเดียวกันเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเองหรือเป็นตัวแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หากกรรมการคนอื่นเป็นผู้ลงนามแทนบริษัทหรือมีผู้ลงนามร่วม ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง ส่วนความรับผิดทางแพ่งของกรรมการตามมาตรา 1169 ต้องอาศัยความเสียหายของบริษัท หากบริษัทได้ประโยชน์และไม่ได้รับความเสียหาย การฟ้องเรียกสินไหมทดแทนย่อมขาดองค์ประกอบสำคัญ
ความยินยอมของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นสามารถขออนุมัติตามหลัง (Ratification) การทำสัญญาได้หรือไม่?
A2: ควรขอความยินยอมก่อนทำสัญญาเสมอ หากทำสัญญาไปก่อนแล้ว ตัวบทที่ว่าด้วยผลของการอนุมัติของที่ประชุมใหญ่คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1170 ซึ่งบัญญัติว่า เมื่อการที่กรรมการทำไปได้รับอนุมัติของที่ประชุมใหญ่แล้ว กรรมการไม่ต้องรับผิดในการนั้นต่อผู้ถือหุ้นที่ให้อนุมัติหรือต่อบริษัทอีกต่อไป และผู้ถือหุ้นที่มิได้ให้อนุมัติต้องฟ้องคดีภายในหกเดือนนับแต่วันที่ประชุมใหญ่ให้อนุมัติ ในการลงมติดังกล่าว มาตรา 1185 ห้ามมิให้ผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้อที่ที่ประชุมจะลงมติออกเสียงลงคะแนนด้วยในข้อนั้น กรรมการที่เป็นผู้ถือหุ้นและเป็นคู่สัญญาในธุรกรรมนั้นควรถือว่ามีส่วนได้เสียเป็นพิเศษ แต่ตัวบทมิได้นิยามคำนี้ไว้ จึงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ส่วนความยินยอมตามมาตรา 805 จะให้ภายหลังได้หรือไม่ และหลักการให้สัตยาบันแก่การที่ตัวแทนทำไปโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนือขอบอำนาจตามมาตรา 823 จะนำมาใช้กับกรณีนี้ได้เพียงใด ตัวบทมิได้บัญญัติไว้โดยตรง เช่นเดียวกับผลของความยินยอมที่ให้ภายหลังต่อข้อห้ามแข่งขันตามมาตรา 1168 วรรคสาม ซึ่งตัวบทมิได้บัญญัติไว้เช่นกัน
ผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว มีหุ้นเพียง 1 หุ้น สามารถฟ้องกรรมการตามมาตรา 1169 ได้หรือไม่?
A3: ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 บัญญัติว่า ในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง "ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใด" จะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้ โดยไม่กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำ แต่ต้องเป็นกรณีที่กรรมการทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท และบริษัทไม่ยอมฟ้องร้องเอง คำตอบนี้ใช้กับบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ส่วนบริษัทมหาชนจำกัดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นต่อประชาชนหรือมีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีบทบัญญัติเฉพาะเรื่องเงื่อนไขการฟ้องกรรมการโดยผู้ถือหุ้นแยกต่างหาก ซึ่งต้องตรวจจากตัวบทของกฎหมายเฉพาะนั้น

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ