คำตอบสั้น — Quick Answer / TL;DR

ในการทำธุรกรรม M&A และการร่วมทุนในประเทศไทย ความเสี่ยงด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้าภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มักถูกละเลยจนกลายเป็น Deal Killer โดยมีระบบควบคุมการรวมธุรกิจ (Merger Control) 2 ระดับตามมาตรา 51: (1) การรวมธุรกิจที่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า (Pre-Merger Approval): หากการรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิด "การผูกขาด" หรือ "เป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด" (ส่วนแบ่งตลาด ≥ 50% และยอดขาย ≥ 1,000 ล้านบาท หรือ 3 รายแรกรวมกัน ≥ 75% และยอดขาย ≥ 1,000 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ เกณฑ์กำหนดโดยประกาศของ กขค. และการนับส่วนแบ่งตลาดต้องรวมกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ ตามมาตรา 5) ต้องยื่นขออนุญาตและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ก่อนปิดดีล มิฉะนั้นต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจ (มาตรา 81) (2) การรวมธุรกิจที่ต้องแจ้งผลภายหลัง (Post-Merger Notification): หากการรวมธุรกิจอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ (ตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนดตามมาตรา 51 ซึ่งต้องระบุส่วนแบ่งตลาด ยอดเงินขาย จำนวนทุน จำนวนหุ้น หรือจำนวนสินทรัพย์ไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าใด เช่น มียอดขายในตลาดรวมกันตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่เข้าเกณฑ์มีอำนาจเหนือตลาด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) ต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจต่อ กขค. ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รวมธุรกิจ และ (3) การตรวจสอบสัญญาการค้าต้องห้าม: ตรวจสอบว่าบริษัทเป้าหมายมีสัญญาการค้าที่เข้าข่ายฮั้วราคา แบ่งเขตการขาย (Hardcore Cartel มาตรา 54) หรือกำหนดราคาขายต่อขั้นต่ำ (Resale Price Maintenance: RPM ซึ่งอาจเข้าข่ายมาตรา 55 (1) ประกอบมาตรา 54 (1)) หรือไม่

สถานการณ์ที่ผู้ประกอบการมักพบจริง

  1. เหตุการณ์ (ตัวอย่างสมมติ): กองทุน Private Equity เข้าซื้อหุ้น 100% ในบริษัทจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาชั้นนำของไทยมูลค่า 2,500 ล้านบาท โดยกำหนดวันปิดดีล (Closing Date) ทันทีหลังตรวจ Due Diligence ด้านการเงินเสร็จสิ้น
  2. ความเข้าใจผิด: ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจว่าตนเป็นบริษัทเอกชนนอกตลาดหลักทรัพย์ และเป็นเพียงการซื้อหุ้นระหว่างผู้ถือหุ้นเดิมกับผู้ซื้อ ไม่ใช่การผูกขาดตลาด จึงปิดดีลและโอนหุ้นทันทีโดยไม่ตรวจสอบกฎหมายแข่งขันทางการค้า
  3. จุดพลิก (ตัวอย่างสมมติ มิใช่คำสั่งจริงของ กขค.): สมมติว่าภายหลังปิดดีล สำนักงาน กขค. มีหนังสือเรียกไต่สวน เนื่องจากบริษัทเป้าหมายมียอดขายปีละ 3,200 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์ยาเฉพาะทางรวมกันของผู้ซื้อและบริษัทเป้าหมายหลังการรวมธุรกิจเกินกว่าเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] การเข้าซื้อหุ้นดังกล่าวจึงอาจเข้าข่าย "การรวมธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดการมีอำนาจเหนือตลาด" ซึ่งต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า (Pre-merger Approval) ตามมาตรา 51 วรรคสอง และ กขค. อาจมีคำสั่งปรับทางปกครองผู้ซื้อตามมาตรา 81 ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรม ซึ่งสำหรับดีลมูลค่า 2,500 ล้านบาท เพดานค่าปรับเท่ากับ 12.5 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวบทมิได้กำหนดค่าปรับรายวันสำหรับการรวมธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต แต่ กขค. อาจมีคำสั่งเป็นหนังสือให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการรวมธุรกิจตามมาตรา 60
  4. สิ่งที่ได้จากบทความ: แผนผังเกณฑ์วัด Market Dominance และ Merger Control Trigger, ขั้นตอนการยื่นคำขออนุญาตต่อ กขค. (กรอบเวลา 90+15 วัน), การใส่ Condition Precedent เรื่อง Antitrust Clearance ในสัญญา SPA, การสแกนสัญญาการค้าเพื่อดักความเสี่ยง Cartel, และ Checklist 10 จุดตรวจ Antitrust DD

แกนหลักของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ได้ปฏิรูปบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (TCCT) ให้มีความเป็นอิสระและมีบทลงโทษที่รุนแรง ในบริบท M&A กฎหมายควบคุมทั้งการรวมธุรกิจผ่านการเข้าซื้อหุ้นของธุรกิจอื่น (Share Acquisition) และการเข้าซื้อทรัพย์สินของธุรกิจอื่น (Asset Acquisition) เพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อมตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด (มาตรา 51 (2) และ (3)) ซึ่งมิใช่การพิจารณาจากตัวเลขร้อยละเพียงอย่างเดียว ตัวเลขร้อยละของหุ้นหรือทรัพย์สิน (เช่น ร้อยละ 25 หรือร้อยละ 50) ต้องตรวจจากประกาศ กขค. ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] นอกจากนี้ การรวมธุรกิจยังรวมถึงการรวมกันอันมีผลให้ธุรกิจหนึ่งคงอยู่และอีกธุรกิจหนึ่งสิ้นสุดลงหรือเกิดเป็นธุรกิจใหม่ขึ้น (มาตรา 51 (1)) เช่น การควบรวมบริษัท (Merger/Amalgamation) ซึ่งสำหรับบริษัทจำกัดบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1238 และผลการสืบสิทธิอยู่ในมาตรา 1243 โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของตลาดที่ไม่เป็นธรรม

ขอบเขตของการรวมธุรกิจ ข้อยกเว้น และเกณฑ์ที่ กขค. ใช้พิจารณาอนุญาต

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 บัญญัติว่าการรวมธุรกิจ "หมายความรวมถึง" การกระทำสามลักษณะต่อไปนี้ ซึ่งมิใช่รายการที่จำกัดเพียงเท่านี้ โดยลักษณะที่สองและที่สามเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด

การรวมธุรกิจเพื่อปรับโครงสร้างภายในของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด ไม่อยู่ภายใต้บังคับหน้าที่แจ้งผลและหน้าที่ขออนุญาตตามมาตรา 51 ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจว่าเข้าหลักเกณฑ์ในประกาศดังกล่าวหรือไม่ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]

ในการพิจารณาคำขออนุญาต มาตรา 52 กำหนดให้ กขค. พิจารณาโดยคำนึงถึงความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ ประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง และการไม่กระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ของผู้บริโภคส่วนรวม ผู้ขออนุญาตจึงควรพิสูจน์ความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ (รวมถึงความเสี่ยงที่บริษัทเป้าหมายจะล้มละลาย) และแสดงว่าไม่กระทบประโยชน์สำคัญของผู้บริโภคส่วนรวม ส่วนหลัก Failing Firm และ Less Restrictive Alternative เป็นหลักจากต่างประเทศที่ กขค. อาจนำมาประกอบการพิจารณา มิใช่เกณฑ์ตามตัวบท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

ในสัญญาซื้อขายหุ้น ควรกำหนดมิให้คู่สัญญาสละเงื่อนไขเรื่องการอนุญาตของ กขค. เมื่อกฎหมายบังคับให้ต้องได้รับอนุญาต และภายหลังการรวมธุรกิจ หากผู้ซื้อกลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ต้องระวังมาตรา 50 ซึ่งห้ามกระทำการสี่ลักษณะ เช่น การกำหนดหรือรักษาระดับราคาซื้อหรือขายสินค้าหรือค่าบริการอย่างไม่เป็นธรรม

ผลกระทบเชิงธุรกิจ Business Consequences

กรอบกฎหมายและ Claim Ledger Legal Framework

Claim IDข้อความทางกฎหมายที่ยืนยันฐานกฎหมายปฐมภูมิตำแหน่งในแหล่งสถานะ
C-INVEST-03-01การรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการผูกขาด หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก่อนการรวมธุรกิจพ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 วรรคสองหมวด 3 การป้องกันการผูกขาดและการค้าที่ไม่เป็นธรรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-03-02การรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญในตลาดใดตลาดหนึ่ง ให้แจ้งผลการรวมธุรกิจต่อคณะกรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รวมธุรกิจพ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 51 วรรคหนึ่งหมวด 3 การป้องกันการผูกขาดและการค้าที่ไม่เป็นธรรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-03-03ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด หมายถึง ผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือหลายรายในตลาดใดตลาดหนึ่งซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายเกินกว่าเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (มาตรา 5) ตัวเลขที่บทความนี้ใช้ประเมินเบื้องต้น ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวที่มีส่วนแบ่งตลาด ≥ 50% และมียอดขาย ≥ 1,000 ล้านบาท หรือ 3 รายแรกรวมกันมีส่วนแบ่งตลาด ≥ 75% และยอดขาย ≥ 1,000 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทั้งนี้ เกณฑ์กำหนดโดยประกาศของ กขค. ซึ่งต้องทบทวนอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสามปีนับแต่วันออกประกาศ และการนับส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายต้องนับรวมของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด (มาตรา 5)ประกาศ กขค. เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] (ต้องระบุชื่อ ปี และเลขราชกิจจานุเบกษาของฉบับที่ใช้บังคับ) ประกอบมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560ราชกิจจานุเบกษาแก้ไขแล้ว — LAS Audit [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
C-INVEST-03-04ห้ามผู้ประกอบธุรกิจที่แข่งขันในตลาดเดียวกันร่วมกันกระทำการอันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน เช่น กำหนดราคา จำกัดปริมาณ ฮั้วประมูล หรือแบ่งท้องที่ (Hardcore Cartel: มาตรา 54) ส่วนมาตรา 55 ห้ามความตกลงร่วมกันในลักษณะที่ตัวบทระบุ ซึ่งรวมถึงกรณีระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่คู่แข่งขันในตลาดเดียวกัน (Non-Hardcore) โดยมีข้อยกเว้นตามมาตรา 56พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 54 และมาตรา 55หมวด 3 การป้องกันการผูกขาดและการค้าที่ไม่เป็นธรรมแก้ไขแล้ว — LAS Audit
C-INVEST-03-05ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง (รวมธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต) หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 53 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกินร้อยละศูนย์จุดห้าของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจพ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 81หมวด 6 บทกำหนดโทษ ส่วนที่ 2 โทษทางปกครองแก้ไขแล้ว — LAS Audit

ตารางเปรียบเทียบ: Pre-Merger Approval กับ Post-Merger Notification

มิติการพิจารณา1. การขออนุญาตล่วงหน้า (Pre-Merger Approval)2. การแจ้งผลภายหลัง (Post-Merger Notification)
เกณฑ์ทางเศรษฐกิจการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด (Market Dominance) ตามมาตรา 51 วรรคสองอาจก่อให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด (บทความนี้ใช้เกณฑ์เบื้องต้นคือยอดขายรวมกันในตลาด ≥ 1,000 ล้านบาท แต่ ไม่ถึงเกณฑ์ มีอำนาจเหนือตลาด [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])
จังหวะเวลาทางกฎหมายต้องได้รับอนุมัติก่อนปิดดีล (Pre-Closing)ปิดดีลได้ทันที แล้ว แจ้งผลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่รวมธุรกิจ (มาตรา 51 วรรคหนึ่ง)
ระยะเวลาการพิจารณา90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วันโดยต้องบันทึกเหตุผลและความจำเป็น รวมไม่เกิน 105 วัน (มาตรา 52)เป็นการแจ้งเพื่อทราบ (เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วน)
โทษกรณีฝ่าฝืนค่าปรับทางปกครองไม่เกิน ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรม (มาตรา 81) ทั้งนี้ ผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามมาตรา 60 ต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกิน 300,000 บาทต่อวัน (มาตรา 83)ค่าปรับทางปกครองไม่เกิน 200,000 บาท และปรับอีกไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่ (มาตรา 80)
LAS Practice Note — การกำหนดเงื่อนไข Antitrust Clearance ในสัญญา SPA

ในสัญญาซื้อขายหุ้น (SPA) สำหรับดีลมูลค่าสูง ทีมทนายความต้องระบุ Condition Precedent (CP) บังคับไว้เสมอว่า: "การปิดการซื้อขายหุ้น (Closing) จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อคู่สัญญาได้รับหนังสืออนุญาตหรือความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) หรือได้รับการยืนยันว่าธุรกรรมไม่อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 51 วรรคสอง โดยไม่มีเงื่อนไขที่เป็นภาระเกินสมควรแก่ผู้ซื้อ" และกำหนด Long-Stop Date เผื่อไว้อย่างน้อย 120 วันเพื่อรองรับกรอบเวลาการพิจารณาของ กขค. (เพดานตามมาตรา 52 คือ 105 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ ซึ่งยังไม่รวมเวลาเตรียมและยื่นคำขอ)

การตรวจสอบสัญญาการค้าต้องห้าม Commercial Agreements Audit

นอกจากการรวมธุรกิจแล้ว การทำ DD ต้องสแกนสัญญาการค้าของบริษัทเป้าหมาย 3 กลุ่มความเสี่ยง:

  1. Hardcore Cartel (มาตรา 54): ตรวจสอบว่าบริษัทเป้าหมายเคยทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงกับคู่แข่งในการกำหนดราคาขายร่วมกัน, การจำกัดปริมาณสินค้า, หรือการแบ่งพื้นที่ตลาดหรือไม่ (ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 54 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินร้อยละสิบของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการกระทำความผิดในปีแรกของการประกอบธุรกิจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 72)
  2. Non-Hardcore Agreements (มาตรา 55): สัญญากับคู่ค้าซึ่งรวมถึงผู้ที่มิใช่คู่แข่งขันในตลาดเดียวกัน ตัวอย่างข้อสัญญาที่อาจเข้าข่ายมาตรา 55 เช่น การแต่งตั้งผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียว (มาตรา 55 (3)) และเงื่อนไขหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อหรือการจำหน่ายที่บังคับให้ปฏิบัติตามที่ตกลงกัน (มาตรา 55 (4)) ส่วนข้อกำหนดห้ามขายสินค้าของคู่แข่ง (Exclusive Dealing) และการผูกมัดการซื้อสินค้าพ่วง (Tying) ต้องพิจารณาว่าเข้าถ้อยคำข้อใดของมาตรา 55 ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 55 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละสิบของรายได้ในปีที่กระทำความผิด (มาตรา 82) โดยปีแรกของการประกอบธุรกิจปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท ทั้งนี้ มาตรา 56 ยกเว้นมิให้ใช้มาตรา 55 แก่กรณีที่ระบุไว้ เช่น การกระทำระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด (มาตรา 56 (1)) การตกลงร่วมกันในธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า และการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคนิคหรือเศรษฐกิจ (มาตรา 56 (2)) และรูปแบบธุรกิจที่มีการให้ใช้สิทธิ เช่น แฟรนไชส์ (มาตรา 56 (3)) โดยการตกลงตามมาตรา 56 (2) และ (3) ต้องไม่สร้างข้อจำกัดที่เกินกว่าความจำเป็นในการบรรลุประโยชน์ดังกล่าว และไม่ก่อให้เกิดอำนาจผูกขาดหรือจำกัดการแข่งขันในตลาดนั้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้บริโภคด้วย (มาตรา 56 วรรคสอง) และผู้ประกอบธุรกิจอาจยื่นคำร้องขอให้ กขค. วินิจฉัยเป็นการล่วงหน้าตามมาตรา 59
  3. Unfair Trade Practices (มาตรา 57): การใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การกดราคาคู่ค้า (มาตรา 57 (2)) ส่วนการกำหนดราคาขายต่อขั้นต่ำ (Resale Price Maintenance: RPM) ระหว่างผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายกับผู้จำหน่ายซึ่งมิใช่คู่แข่งขัน อาจเข้าข่ายมาตรา 55 (1) ประกอบมาตรา 54 (1) ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 57 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละสิบของรายได้ในปีที่กระทำความผิด (มาตรา 82)

ข้อต่อสู้ของบริษัทกับสำนักงาน กขค. Devil's Advocate

ข้อกล่าวหาของสำนักงาน กขค.ข้อต่อสู้ของบริษัทตามกฎหมายและหลักเศรษฐศาสตร์หลักฐานที่ชี้ขาด
การรวมธุรกิจอาจทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดและยอดเงินขายเกินเกณฑ์การเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดตามประกาศ กขค. (มาตรา 5) [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] จึงต้องขออนุญาตล่วงหน้าตามมาตรา 51 วรรคสองการนิยามตลาดที่เกี่ยวข้อง (Relevant Market) กว้างกว่านั้น สินค้าทดแทนกันได้ทำให้ส่วนแบ่งตลาดที่แท้จริงต่ำกว่า 30%รายงานการวิเคราะห์ตลาดเชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Market Definition Study)
การเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 26% อาจเข้าข่ายเป็นการรวมธุรกิจตามกฎหมาย (ทั้งนี้ ตัวบทใช้เกณฑ์การเข้าซื้อเพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และสัดส่วนที่ถือเป็นเกณฑ์ต้องตรวจจากประกาศ กขค. [ต้องยืนยันแหล่งที่มา])เป็นการลงทุนแบบ Passive Investment ไม่มีสิทธิแต่งตั้งกรรมการและไม่มีสิทธิยับยั้ง (Veto Rights) ในการบริหารงานสัญญาผู้ถือหุ้น (SHA) และข้อบังคับบริษัทที่ตัดอำนาจควบคุม
สัญญา Exclusive Dealing อาจขัดต่อมาตรา 55 หรือมาตรา 57ข้อสัญญามีวัตถุประสงค์เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพและมีข้อยกเว้นทางเศรษฐศาสตร์ (Efficiency Justification) ซึ่งอาจอ้างข้อยกเว้นตามมาตรา 56 (2) ได้เฉพาะข้อกล่าวหาตามมาตรา 55 (มาตรา 56 ไม่ใช้กับมาตรา 57) โดยการตกลงนั้นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า และการส่งเสริมให้เกิดความก้าวหน้าทางเทคนิคหรือเศรษฐกิจ ไม่สร้างข้อจำกัดที่เกินกว่าความจำเป็น และไม่ก่อให้เกิดอำนาจผูกขาดหรือจำกัดการแข่งขันในตลาดนั้นอย่างมีนัยสำคัญคู่มือมาตรฐานการควบคุมคุณภาพและข้อมูลต้นทุน

ตัวอย่างสถานการณ์จำลอง Worked Example

ข้อเท็จจริงสมมติ: บริษัท A จำกัด เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 60 ในโรงพยาบาลเอกชน B ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 1,800 ล้านบาท ยอดขายของทั้งสองฝ่ายในเขตภาคตะวันออกรวมกัน 4,500 ล้านบาท

การประเมิน Antitrust DD: (1) ตลาดที่เกี่ยวข้องคือ บริการรักษาพยาบาลระดับตติยภูมิในเขต EEC, (2) ตรวจสอบพบว่าส่วนแบ่งตลาดรวมกันหลังซื้อหุ้นอยู่ที่ 42% (ต่ำกว่าเกณฑ์ที่บทความนี้ใช้ประเมินเบื้องต้นคือ 50% และเกณฑ์ 3 รายแรกรวมกัน 75% ประกอบกับยอดขาย 1,000 ล้านบาท [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) จึง อาจไม่เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด และอาจไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าตามมาตรา 51 วรรคสอง, (3) และหากมียอดขายในตลาดถึงเกณฑ์การแจ้งผลตามประกาศ กขค. (บทความนี้ใช้เกณฑ์เบื้องต้นคือยอดขายตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]) จึง ต้องยื่นแจ้งผลการรวมธุรกิจ (Post-merger Notification) ภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่รวมธุรกิจ (มาตรา 51 วรรคหนึ่ง) โดยวันที่รวมธุรกิจให้พิจารณาตามประกาศ กขค. [ต้องยืนยันแหล่งที่มา] ทำให้ดีลสามารถปิดได้โดยไม่ต้องรอผลการอนุญาตล่วงหน้า

Checklist 10 จุดตรวจกฎหมายแข่งขันทางการค้า

คำถามที่พบบ่อย Frequently Asked Questions

หากปิดดีลไปแล้วโดยไม่ขออนุญาตล่วงหน้า (Gun-Jumping) จะมีผลอย่างไร?
คำตอบ: ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง คือรวมธุรกิจโดยมิได้รับอนุญาต (ตัวบทใช้ถ้อยคำว่า "ผู้ใด" มิได้จำกัดเฉพาะผู้ซื้อ) หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 53 ต้องชำระค่าปรับทางปกครองตามมาตรา 81 ไม่เกินร้อยละ 0.5 ของมูลค่าธุรกรรมในการรวมธุรกิจ ซึ่งตัวบทมิได้กำหนดค่าปรับรายวันสำหรับกรณีนี้ (ค่าปรับไม่เกิน 200,000 บาท และปรับอีกไม่เกิน 10,000 บาทต่อวันตามมาตรา 80 ใช้เฉพาะกรณีไม่แจ้งผลการรวมธุรกิจตามมาตรา 51 วรรคหนึ่ง) นอกจากนี้ กขค. มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ระงับ หยุด หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงการรวมธุรกิจที่ฝ่าฝืนมาตรา 51 วรรคสอง (มาตรา 60) และผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกิน 300,000 บาทต่อวัน (มาตรา 83) ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างการเงินอย่างรุนแรง
การซื้อหุ้นในสัดส่วนไม่สูง (เช่น ต่ำกว่า 25%) ในบริษัทเป้าหมาย ต้องยื่นแจ้ง กขค. หรือไม่?
คำตอบ: ตามมาตรา 51 (3) การรวมธุรกิจรวมถึงการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดหรือบางส่วนของธุรกิจอื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการ ตามหลักเกณฑ์ที่ กขค. ประกาศกำหนด สัดส่วนการถือหุ้นเพียงอย่างเดียวจึงมิใช่เกณฑ์ตามตัวบท การซื้อหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 25 จึงต้องตรวจว่ามีข้อสัญญาหรือสิทธิที่ให้ควบคุมนโยบายการบริหาร การแต่งตั้งกรรมการ หรือการจัดการอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ และเข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศ กขค. หรือไม่ ส่วนตัวเลขร้อยละ 25 สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด และร้อยละ 50 สำหรับบริษัทจำกัดทั่วไปที่มักอ้างอิงกัน ต้องยืนยันจากประกาศ กขค. ฉบับที่ใช้บังคับ [ต้องยืนยันแหล่งที่มา]
การขออนุญาต Pre-Merger Approval ใช้เวลานานเท่าใด?
คำตอบ: ตามมาตรา 52 กขค. ต้องพิจารณาคำขอให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ และสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 15 วัน หากจำเป็น รวมเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 105 วัน
กฎหมายแข่งขันทางการค้ายกเว้นให้แก่รัฐวิสาหกิจหรือไม่?
คำตอบ: ตามมาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ หรือชุมนุมสหกรณ์ซึ่งมีกฎหมายรับรองและมีวัตถุประสงค์ดำเนินการทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพของเกษตรกร และธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลในเรื่องการแข่งขันทางการค้า แต่สำหรับรัฐวิสาหกิจ กฎหมายยกเว้นให้เฉพาะในส่วนที่ดำเนินการตามกฎหมายหรือมติของคณะรัฐมนตรีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ ผลประโยชน์ส่วนรวม หรือจัดให้มีสาธารณูปโภค (มาตรา 4 (2) ซึ่งใช้กับองค์การมหาชนและหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย) หากเป็นการดำเนินธุรกิจแข่งขันทางการค้าทั่วไป รัฐวิสาหกิจยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า

อ้างอิง — References

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข้อสงวน (Disclaimer): บทความนี้จัดทำโดย Legal Advance Solution Co., Ltd. เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปด้านกฎหมายเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี และไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ทนาย-ลูกความ กฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตก่อนดำเนินการใด ๆ ตามกฎหมาย | LAS Legal Hub — ข้อมูลกฎหมายเพื่อธุรกิจ