กฎหมายอาญา · จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ฮั้วประมูล (Bid Rigging) ในประเทศไทย องค์ประกอบความผิด บทลงโทษ และแนวทางป้องกัน ✓
✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 · นำฉบับที่ตรวจแล้วขึ้นเว็บไซต์เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569
Anti-Bid Rigging Act B.E. 2542 — Elements, Penalties & Prevention
ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS)
| 2 เมษายน 2569 (ปรับปรุง 20 มิถุนายน 2569)
| Risk: High
Table of Contents / สารบัญ
บทนำ — ปัญหาฮั้วประมูลในประเทศไทย
กรอบกฎหมายและขอบเขตการบังคับใช้
ความผิดของภาคเอกชนและความรับผิดของนิติบุคคล (มาตรา 4 ถึงมาตรา 9)
ความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (มาตรา 10 ถึงมาตรา 13)
ตารางเปรียบเทียบ: ฐานความผิด องค์ประกอบ และบทลงโทษ
บทบาท ป.ป.ช. และกลไกการบังคับใช้ (มาตรา 14 และมาตรา 15)
แนวทางป้องกัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เอกสารอ้างอิง
1. บทนำ — ปัญหาฮั้วประมูลในประเทศไทย
Introduction — The Problem of Bid Rigging in Thailand
การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Public Procurement) ถือเป็นกลไกสำคัญในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน โดยในแต่ละปีงบประมาณ หน่วยงานของรัฐทั่วประเทศดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเป็นมูลค่ารวมกันนับแสนล้านบาท ปัญหาทุจริตในกระบวนการเสนอราคา โดยเฉพาะ "การฮั้วประมูล" (Bid Rigging / Collusive Bidding) จึงเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ การแข่งขันอย่างเป็นธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการ
การฮั้วประมูลคือการสมคบกันระหว่างผู้เสนอราคาตั้งแต่สองรายขึ้นไป หรือระหว่างผู้เสนอราคากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้ผลการเสนอราคาเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาร่วมกัน การแบ่งงานกัน หรือการกีดกันไม่ให้ผู้เสนอราคารายอื่นเข้าแข่งขัน การกระทำเหล่านี้ทำลายหลักการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม (Free and Fair Competition) ซึ่งเป็นหัวใจของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ก่อนปี พ.ศ. 2542 การบังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมฮั้วประมูลต้องอาศัยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาทั่วไป ซึ่งมีข้อจำกัดด้านองค์ประกอบความผิดและบทลงโทษที่ยังไม่รุนแรงพอ รัฐสภาจึงตราพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือทางกฎหมายเฉพาะในการปราบปรามการทุจริตในกระบวนการเสนอราคา
Key Insight
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ถือเป็น "กฎหมาย ป.ป.ช." ฉบับหนึ่ง เนื่องจากมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัตินี้มอบอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะ
2. กรอบกฎหมายและขอบเขตการบังคับใช้
Legal Framework — Scope of the Anti-Bid Rigging Act B.E. 2542
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 120 ก และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มาตรา 2) ทั้งนี้ ทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ในรัชกาลที่ 9 โดยมีนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
⚖
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
2.1 นิยามสำคัญ (มาตรา 3)
มาตรา 3 กำหนดนิยามหลักไว้ดังนี้:
2.2 เจตนารมณ์ของกฎหมาย
หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติระบุเหตุผลในการประกาศใช้ว่า การจัดหาสินค้าและบริการของหน่วยงานของรัฐทุกแห่งเป็นการดำเนินการโดยใช้เงินของแผ่นดิน จึงต้องกระทำอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมและมีการแข่งขันกันอย่างเสรีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่รัฐ แต่เนื่องจากที่ผ่านมามีการกระทำในลักษณะสมยอมในการเสนอราคา ทำให้ไม่มีการแข่งขันอย่างแท้จริง อีกทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการทำความผิด จึงสมควรกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดเฉพาะ
ข้อควรระวัง — Lex Specialis
พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542 เป็นกฎหมายเฉพาะ (lex specialis) ที่ใช้บังคับแทนประมวลกฎหมายอาญาทั่วไปในความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ — ผู้ประกอบการต้องศึกษาฐานความผิดและโทษตามพระราชบัญญัตินี้โดยเฉพาะ ไม่ใช่อ้างอิงเพียงบทบัญญัติทั่วไป
📋
พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — กำกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง; ใช้ร่วมกับ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542 ในการกำหนดว่าพฤติกรรมใดเกิดขึ้น "ระหว่าง" กระบวนการเสนอราคา
3. ความผิดของภาคเอกชนและความรับผิดของนิติบุคคล (มาตรา 4 ถึงมาตรา 9)
Private-Sector Offences — Sections 4–9
พระราชบัญญัตินี้กำหนดฐานความผิดสำหรับผู้เสนอราคาภาคเอกชนไว้ 5 มาตรา ครอบคลุมพฤติกรรมตั้งแต่การสมยอมราคาไปจนถึงการเสนอราคาต่ำเกินจริงโดยทุจริต
มาตรา 4 — ตกลงร่วมกันในการเสนอราคา (Collusive Bidding)
มาตรา ๔ ผู้ใดตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี และปรับร้อยละห้าสิบของจำนวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหว่างผู้ร่วมกระทำความผิดนั้น หรือของจำนวนเงินที่มีการทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
ผู้ใดเป็นธุระในการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมตกลงกันในการกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ผู้นั้นต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่ง
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
องค์ประกอบ: (1) ตกลงร่วมกัน + (2) วัตถุประสงค์ให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้สิทธิทำสัญญา + (3) โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขัน หรือกีดกันสินค้า/บริการอื่น หรือเอาเปรียบอันมิใช่ธุรกิจปกติ
รูปแบบที่พบบ่อย: Cover Bidding (เสนอราคาเพื่อให้ดูว่ามีการแข่งขัน โดยตกลงล่วงหน้าว่าใครชนะ) · Bid Rotation (แบ่งโครงการกันเป็นระบบตามคิว) · Market Allocation (แบ่งพื้นที่หรือประเภทงาน)
โทษ: จำคุก 1–3 ปี + ปรับ 50% ของราคาสูงสุดหรือมูลค่าสัญญา (แล้วแต่ใดสูงกว่า)
หมายเหตุ: วรรคสอง — ผู้ "เป็นธุระชักชวน" ให้ผู้อื่นร่วมตกลง มีโทษเท่ากับผู้กระทำหลัก
มาตรา 5 — ให้ผลประโยชน์เพื่อจูงใจในการเสนอราคา (Corrupt Inducement)
มาตรา ๕ ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการเสนอราคา โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจูงใจให้ผู้นั้นร่วมดำเนินการใด ๆ อันเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นทำการเสนอราคาสูงหรือต่ำจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้า บริการ หรือสิทธิที่จะได้รับ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นไม่เข้าร่วมในการเสนอราคาหรือถอนการเสนอราคา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับร้อยละห้าสิบ...
ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 5 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาระสำคัญ: ครอบคลุมทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ (เรียก/รับ/ยอมจะรับ = ผู้ร่วมกระทำความผิด) เจตนาจูงใจ 3 ทาง: (1) ให้ผู้ใดได้สิทธิทำสัญญา (2) เสนอราคาสูง/ต่ำผิดปกติ (3) ถอนตัวหรือไม่เข้าร่วม
โทษ: จำคุก 1–5 ปี + ปรับ 50%
มาตรา 6 — ข่มขืนใจโดยใช้กำลังหรือขู่เข็ญ (Coercion)
มาตรา ๖ ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้จำยอมร่วมดำเนินการใด ๆ ในการเสนอราคาหรือไม่เข้าร่วมในการเสนอราคา หรือถอนการเสนอราคา หรือต้องทำการเสนอราคาตามที่กำหนด โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ ให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี และปรับร้อยละห้าสิบ...
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 6 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โทษ: จำคุก 5–10 ปี + ปรับ 50% — โทษหนักที่สุดในกลุ่มเอกชน เนื่องจากใช้กำลังหรือขู่เข็ญกระทบสิทธิและร่างกาย
มาตรา 7 — หลอกลวงทำให้ขาดโอกาสเสนอราคา (Fraudulent Exclusion)
มาตรา ๗ ผู้ใดใช้อุบายหลอกลวงหรือกระทำการโดยวิธีอื่นใดเป็นเหตุให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็นธรรมหรือให้มีการเสนอราคาโดยหลงผิด ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับร้อยละห้าสิบ...
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 7 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โทษ: จำคุก 1–5 ปี + ปรับ 50%
มาตรา 8 — เสนอราคาต่ำเกินจริงโดยทุจริต (Predatory Bid)
มาตรา ๘ ผู้ใดโดยทุจริตทำการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐโดยรู้ว่าราคาที่เสนอนั้นต่ำมากเกินกว่าปกติจนเห็นได้ชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้าหรือบริการ หรือเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐสูงกว่าความเป็นจริงตามสิทธิที่จะได้รับ โดยมีวัตถุประสงค์เป็นการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และการกระทำเช่นว่านั้นเป็นเหตุให้ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาได้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสามปี และปรับร้อยละห้าสิบ...
ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ เป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้กระทำผิดต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้นด้วย
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 8 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โทษ: จำคุก 1–3 ปี + ปรับ 50% + ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่รัฐต้องรับภาระ
มาตรา 9 — ความรับผิดของนิติบุคคล (Corporate Liability)
มาตรา ๙ ในกรณีที่การกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลใด ให้ถือว่าหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น หรือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลในเรื่องนั้น เป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดนั้น
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 9 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อควรระวัง — กรรมการและผู้บริหาร
มาตรา 9 ใช้หลัก "สันนิษฐาน" ว่ากรรมการ/ผู้บริหารที่มีอำนาจในนิติบุคคลเป็นตัวการร่วม เว้นแต่พิสูจน์ว่าไม่ได้รู้เห็น ภาระการพิสูจน์ตกแก่กรรมการ/ผู้บริหาร ไม่ใช่โจทก์
4. ความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (มาตรา 10 ถึงมาตรา 13)
Official Misconduct & Political Office — Sections 10–13
พระราชบัญญัตินี้แยกฐานความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐออกเป็น 3 ระดับตามพฤติการณ์ และกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงกว่าภาคเอกชน เนื่องจากเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของรัฐโดยตรง
มาตรา 10 — เจ้าหน้าที่รู้แต่ละเว้น (Wilful Omission by Official)
มาตรา ๑๐ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติ การพิจารณา หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาระสำคัญ: ความผิดเกิดจากการ "ละเว้น" ไม่ยกเลิกกระบวนการแม้ "รู้หรือควรรู้" ว่ามีการกระทำผิด — ไม่จำต้องมีการรับสินบนหรือสั่งการโดยตรง
โทษ: จำคุก 1–10 ปี + ปรับ 20,000–200,000 บาท
มาตรา 11 — ล็อกสเปก/ออกแบบเพื่อเอื้อประโยชน์ (Spec Rigging)
มาตรา ๑๑ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใดโดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
สาระสำคัญ: ครอบคลุม "ผู้ได้รับมอบหมาย" ด้วย (ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการ) — การล็อกสเปก (TOR ที่ออกแบบให้ผู้เสนอราคาเฉพาะรายผ่านคุณสมบัติ) ตรงกับฐานความผิดนี้
โทษ: จำคุก 5–20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต + ปรับ 100,000–400,000 บาท
มาตรา 12 — เจ้าหน้าที่เอื้ออำนวยผู้เสนอราคา (Official Facilitation)
มาตรา ๑๒ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โทษ: จำคุก 5–20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต + ปรับ 100,000–400,000 บาท
มาตรา 13 — ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (Political Officeholder)
มาตรา ๑๓ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือกรรมการหรืออนุกรรมการในหน่วยงานของรัฐซึ่งมิใช่เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจูงใจหรือทำให้จำยอมต้องยอมรับการเสนอราคาที่มีการกระทำความผิด ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 13 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โทษ: จำคุก 7–20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต + ปรับ 140,000–400,000 บาท — โทษจำคุกขั้นต่ำสูงที่สุดในพระราชบัญญัตินี้
5. ตารางเปรียบเทียบ: ฐานความผิด องค์ประกอบ และบทลงโทษ
Comparative Matrix — Offences, Elements & Penalties
5.1 ภาคเอกชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ
5.2 ลักษณะสำคัญของบทลงโทษ
โทษปรับ 50%: ในมาตรา 4 ถึงมาตรา 8 คำนวณจาก "จำนวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุด" หรือ "มูลค่าสัญญา" แล้วแต่ใดสูงกว่า — สำหรับโครงการมูลค่าสูงโทษปรับอาจมากกว่าโทษจำคุกในเชิงผลกระทบทางธุรกิจ
มาตรา 11 มาตรา 12 และมาตรา 13 มีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต: เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเผชิญโทษจำคุกได้ถึงตลอดชีวิต ซึ่งเป็นอัตราโทษที่สูงมากเมื่อเทียบกับความผิดทางเศรษฐกิจประเภทอื่น
มาตรา 9 — สันนิษฐานกรรมการร่วมผิด: นิติบุคคลที่ถูกดำเนินคดี กรรมการ/ผู้บริหารที่มีอำนาจถูกสันนิษฐานว่าเป็นตัวการ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่รู้เห็น
มาตรา 8 — ชดใช้ค่าเสียหายเพิ่ม: มาตรานี้เพิ่มภาระให้ผู้กระทำผิดต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่รัฐต้องรับภาระในภายหลัง
6. บทบาท ป.ป.ช. และกลไกการบังคับใช้ (มาตรา 14 และมาตรา 15)
NACC Investigative Powers — Sections 14–15
พระราชบัญญัตินี้มอบอำนาจสอบสวนหลักให้ ป.ป.ช. โดยเฉพาะ แทนที่การสอบสวนคดีอาญาตามปกติของพนักงานสอบสวน ดังบทบัญญัติต่อไปนี้
มาตรา ๑๔ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ ... ถ้าเห็นว่ามีมูลให้ดำเนินการ: (๑) กรณีผู้กระทำเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ/ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง → ดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. (๒) กรณีบุคคลอื่น → กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน (๓) กรณีเกี่ยวเนื่องกัน → ป.ป.ช. อาจดำเนินการรวมและส่งอัยการสูงสุดฟ้องในศาลที่มีเขตอำนาจ
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 14 — ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
6.1 อำนาจพิเศษในการสอบสวนตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัตินี้
แสวงหาพยานหลักฐาน: รวบรวมหลักฐาน เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ เรียกเอกสาร
มีคำสั่งแก่ข้าราชการ: สั่งให้ข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้างของหน่วยงานรัฐปฏิบัติการเพื่อรวบรวมพยาน
ขอหมายค้น: ขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจออกหมายเพื่อเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ทำการ สถานที่อื่นใด หรือยานพาหนะ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลาที่มีการประกอบกิจการ เพื่อตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่น และหากยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จในเวลาดังกล่าว ก็ดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ
ขอหมายจับ: ขอให้ศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหาที่มีมูล เพื่อส่งอัยการสูงสุด
สถานะพนักงานสอบสวน: ประธาน/กรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานสอบสวน และอาจแต่งตั้งอนุกรรมการ/พนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจเช่นเดียวกัน
6.2 ศาลที่มีเขตอำนาจ
6.3 การประสานงานกับหน่วยงานอื่น
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.): มักเป็นผู้พบเบาะแสเบื้องต้นจากการตรวจสอบงบประมาณ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI): สำหรับคดีซับซ้อนหรือมูลค่าความเสียหายสูง
กรมบัญชีกลาง: กำกับระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ข้อสังเกตด้านพยานหลักฐาน
คดีฮั้วประมูลมักพิสูจน์ยาก เนื่องจากการสมคบมักกระทำเป็นการลับ ป.ป.ช. จึงต้องอาศัยพยานแวดล้อม (Circumstantial Evidence) เช่น ความผิดปกติของราคาที่เสนอ รูปแบบการชนะประมูล ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เสนอราคา (ผู้ถือหุ้น/กรรมการร่วม/ที่อยู่เดียวกัน) และการที่ผู้แพ้ประมูลกลายเป็นผู้รับเหมาช่วง
7. แนวทางป้องกัน
Preventive Measures — Institutional, Legal & Operational
การป้องกันการฮั้วประมูลต้องอาศัยมาตรการทั้งในระดับนโยบาย ระดับสถาบัน และระดับปฏิบัติ ควบคู่กัน
7.1 มาตรการเชิงสถาบัน (Institutional Measures)
เสริมความโปร่งใสกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง: เปิดเผยข้อมูลทุกขั้นตอนผ่านระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ให้ประชาชนตรวจสอบได้
พัฒนา Data Analytics ตรวจจับรูปแบบผิดปกติ: ใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์รูปแบบการเสนอราคา (Bid Pattern Analysis) เช่น ราคาที่ใกล้เคียงกันผิดปกติหรือการชนะที่เป็นระบบ
สร้างกลไกแจ้งเบาะแส (Whistleblower Mechanism): จัดช่องทางแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัยพร้อมคุ้มครองผู้แจ้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
7.2 มาตรการเชิงกฎหมาย (Legal Measures)
พิจารณานำ Leniency Program มาใช้: เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกระทำผิดที่แจ้งเบาะแสก่อนได้รับการลดโทษ — มาตรการที่ใช้ได้ผลในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
เชื่อมโยงกฎหมายแข่งขันทางการค้า: ประสานการบังคับใช้ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542 ร่วมกับพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ซึ่ง มาตรา 54 (3) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจที่แข่งขันกันในตลาดเดียวกันตกลงร่วมกันเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะการประมูลหรือประกวดราคา หรือเพื่อมิให้เข้าร่วมการประมูล (Bid Rigging) โดยมีโทษอาญาตาม มาตรา 72 จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วน มาตรา 55 ครอบคลุมการร่วมกันจำกัดการแข่งขันในลักษณะอื่นซึ่งมีเพียงโทษปรับทางปกครอง — กลไกนี้จึงครอบคลุมการสมคบในตลาดเอกชนที่อาจไม่เข้าองค์ประกอบของ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล 2542 ด้วย
7.3 มาตรการเชิงปฏิบัติสำหรับหน่วยจัดซื้อ (Operational Measures)
8. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Frequently Asked Questions
การ Cover Bid (ส่งใบเสนอราคาเพื่อให้ดูว่ามีการแข่งขัน แต่ตกลงกันแล้วว่าใครชนะ) ผิดกฎหมายหรือไม่?
ผิดตามมาตรา 4 วรรคหนึ่ง เพราะเป็นการ "ตกลงร่วมกัน" เพื่อให้ผู้ใดผู้หนึ่งได้สิทธิทำสัญญา โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ทุกรายที่เข้าร่วมการตกลง รวมถึงผู้ที่ส่ง Cover Bid มีความผิดเท่ากัน
หากเจ้าหน้าที่รัฐพบว่าการจัดซื้อครั้งนั้นมีการฮั้ว แต่เลือกที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ จะมีความผิดหรือไม่?
มีความผิดตามมาตรา 10 ซึ่งบัญญัติว่าเจ้าหน้าที่ที่ "รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้" ว่ามีการกระทำผิด แต่ "ละเว้นไม่ดำเนินการยกเลิก" มีโทษจำคุก 1–10 ปี + ปรับ 20,000–200,000 บาท — แม้ไม่มีการรับสินบนโดยตรง
นิติบุคคลสามารถถูกดำเนินคดีได้หรือไม่? กรรมการบริษัทที่ไม่รู้เรื่องจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
มาตรา 9 กำหนดให้กรรมการ/ผู้บริหาร/ผู้มีอำนาจในนิติบุคคลที่กระทำผิดเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล ถูกสันนิษฐานว่าเป็น "ตัวการร่วม" โดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะพิสูจน์ว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็น ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่กรรมการ ไม่ใช่โจทก์
ใครเป็นผู้มีอำนาจสอบสวนคดีฮั้วประมูล?
ป.ป.ช. มีอำนาจสอบสวนหลักตามมาตรา 14 หากผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (รวมถึงเอกชนที่ร่วมกระทำผิดด้วย) คดีจะอยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่ถ้าผู้กระทำผิดเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับชาติ เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. หรือ ส.ว. คดีจะอยู่ในเขตอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนกรณีเอกชนล้วนโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกระทำผิด ป.ป.ช. จะกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในศาลอาญาทั่วไป
โทษปรับ "ร้อยละห้าสิบ" คำนวณอย่างไร?
ปรับ 50% ของ "จำนวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุด" หรือ "มูลค่าสัญญา" แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า เช่น หากมีการเสนอราคาสูงสุดที่ 100 ล้านบาท และมูลค่าสัญญาต่ำกว่านั้น โทษปรับเท่ากับ 50 ล้านบาท ทั้งนี้กฎหมายกำหนดเป็นอัตราตายตัวร้อยละ 50 มิใช่เพดานขั้นสูงที่ศาลจะใช้ดุลพินิจลดลงได้
เอกสารอ้างอิง
References & Legal Sources
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
⚖
พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
📋
พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — กำกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
⚖
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
🏛
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — กำหนดเขตอำนาจศาลสำหรับคดีเจ้าหน้าที่รัฐ
📊
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา — ครอบคลุมการสมคบในตลาดเอกชน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงอื่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) — www.nacc.go.th
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) — www.gprocurement.go.th
OECD, Guidelines for Fighting Bid Rigging in Public Procurement (2012)
บทความที่เกี่ยวข้อง
Related Articles
Disclaimer / ข้อจำกัดความรับผิด
ภาษาไทย: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่องสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. และ Legal Advance Solution Co., Ltd. ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำเนื้อหาในบทความนี้ไปใช้โดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
English: This article is prepared solely for academic and general informational purposes. It does not constitute legal advice for any specific matter. Readers should consult qualified legal counsel before acting on any information herein. The author and Legal Advance Solution Co., Ltd. disclaim all liability for any loss or damage arising from reliance on this article without professional consultation.
© 2026 ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. — Legal Advance Solution Co., Ltd. (LAS) — All Rights Reserved.