LAS Legal Research Series #2
LAS

ลงชื่อเป็นกรรมการ "แค่ชื่อ":
ความรับผิดที่ตามมาทั้งแพ่งและอาญา ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569

วิเคราะห์ความรับผิดทางกฎหมายของผู้ที่ลงชื่อเป็นกรรมการบริษัทจำกัดโดยไม่ได้บริหารจริง ทั้งทางแพ่ง อาญา และภาษีอากร พร้อมอ้างอิงตัวบทกฎหมายและข้อเสนอเชิงป้องกัน

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. Legal Advance Solution Co., Ltd. เมษายน 2569
ตอน 1: ฝากหุ้นชื่อคนอื่น ตอน 2: กรรมการแค่ชื่อ

1. บทนำ

สถานการณ์ที่พบได้บ่อยครั้งในวงการธุรกิจไทย คือ การที่บุคคลหนึ่งถูกขอร้องจากเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก ให้ "ช่วยลงชื่อ" เป็นกรรมการบริษัท โดยผู้ถูกขอร้องมักเข้าใจว่าเป็นเพียงการ "ยืมชื่อ" ไม่ต้องทำงานจริง ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ

ความเข้าใจดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างร้ายแรง เพราะตามกฎหมายไทย กรรมการบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่ว่าจะได้เข้าไปบริหารจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ความรับผิดในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับการฝ่าฝืนหน้าที่และองค์ประกอบที่กฎหมายแต่ละฉบับกำหนด

บทความฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์ขอบเขตความรับผิดทางกฎหมายของ "กรรมการแค่ชื่อ" ทั้งในทางแพ่ง อาญา และภาษีอากร เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความเสี่ยงก่อนตัดสินใจรับตำแหน่ง

2. กรอบกฎหมาย: หน้าที่ของกรรมการบริษัทจำกัด

2.1 หน้าที่ความระมัดระวัง (Duty of Care)

"ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้น กรรมการต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง ว่าโดยเฉพาะ กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันในประการต่าง ๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ
(1) การใช้เงินค่าหุ้นนั้น ได้ใช้กันจริง
(2) จัดให้มีและรักษาไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งบรรดาสมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมายกำหนดไว้
(3) การแจกเงินปันผลหรือดอกเบี้ยให้เป็นไปโดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้
(4) บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคหนึ่ง
จุดสำคัญ: กฎหมายกำหนดมาตรฐานความระมัดระวังของกรรมการไว้ที่ระดับ "บุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง" (Prudent Businessperson Standard) ซึ่งหมายความว่า การไม่รู้เรื่อง ไม่ได้บริหาร หรือไม่เคยเข้าประชุม ไม่ทำให้กรรมการพ้นจากหน้าที่ต้อง "เอื้อเฟื้อสอดส่อง" ซึ่งมีอยู่โดยสภาพของตำแหน่ง แต่ความรับผิดต่อบริษัทยังต้องมีการฝ่าฝืนหน้าที่และความเสียหาย (ป.พ.พ. มาตรา 1169)

2.2 การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการ

"อันผู้เป็นกรรมการนั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้ง หรือถอนได้" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151

กรรมการที่ประสงค์จะลาออกต้องยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1153/1) แม้บริษัทยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง ชื่อของกรรมการผู้นั้นอาจยังปรากฏในทะเบียน ซึ่งทำให้บุคคลภายนอกผู้สุจริตอาจเข้าใจว่ายังเป็นกรรมการอยู่ จึงควรแจ้งนายทะเบียนและเก็บหลักฐานการส่งใบลาออกไว้ ความรับผิดสำหรับการกระทำที่เกิดก่อนการลาออกมีผลยังคงอยู่

2.3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

"ความเกี่ยวพันกันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้น ท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทน" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167

กรรมการจึงมีสถานะเป็นตัวแทนของบริษัท การกระทำภายในขอบอำนาจย่อมผูกพันบริษัท (ป.พ.พ. มาตรา 820) หากกรรมการกระทำโดยปราศจากอำนาจหรือนอกขอบอำนาจและบริษัทไม่ให้สัตยาบัน กรรมการต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว (ป.พ.พ. มาตรา 823) และหากกรรมการกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก ย่อมต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420

3. สถานการณ์สมมติและการวิเคราะห์

สถานการณ์สมมติ: เพื่อนชวนลงชื่อเป็นกรรมการ

"เพื่อน" ชวน "เรา" ให้ช่วยลงชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่เพื่อนกำลังจะจดทะเบียนตั้งใหม่ โดยบอกว่า "ลงชื่อแค่นี้เอง ไม่ต้องทำอะไร เพราะต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 คน" เราตกลงเซ็นเอกสาร โดยไม่ได้อ่านรายละเอียด

ผ่านไป 2 ปี บริษัทไม่ยื่นงบการเงิน ไม่จ่ายภาษี มีหนี้สินพอกพูน เราเริ่มได้รับหมายเรียกจากสรรพากร หนังสือทวงหนี้จากเจ้าหนี้ และแม้กระทั่งหมายเรียกจากศาล

3.1 ความรับผิดทางแพ่ง

ประเด็น หลักกฎหมาย ผล
ไม่จัดให้มีและรักษาสมุดบัญชีและเอกสารที่กฎหมายกำหนด (ส่วนการยื่นงบการเงินเป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11) ป.พ.พ. มาตรา 1168 (2) กรรมการรับผิดชอบร่วมกัน
จ่ายเงินปันผลโดยไม่ชอบ ป.พ.พ. มาตรา 1168 (3) กรรมการต้องรับผิดชอบร่วมกันให้การแจกเงินปันผลเป็นไปโดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 1168 (3)) หากการจ่ายเงินปันผลโดยมิชอบทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ และในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดฟ้องคดีนั้นได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1169) ส่วนเงินปันผลที่จ่ายโดยฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1201 หรือมาตรา 1202 เจ้าหนี้ของบริษัทเรียกให้คืนมายังบริษัทได้ เว้นแต่ผู้ถือหุ้นที่ได้รับไว้โดยสุจริต (ป.พ.พ. มาตรา 1203)
ทำนิติกรรมเกินขอบอำนาจ ป.พ.พ. มาตรา 1167 ประกอบมาตรา 823 หากบริษัทไม่ให้สัตยาบัน กรรมการรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัว เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าบุคคลภายนอกรู้อยู่ว่ากรรมการทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกขอบอำนาจ
กรรมการทำให้บริษัทเสียหาย ป.พ.พ. มาตรา 1169 บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ หากบริษัทไม่ยอมฟ้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดฟ้องแทนได้ (Derivative Action) และเจ้าหนี้ของบริษัทเรียกบังคับได้เท่าที่ยังคงสิทธิเรียกร้องแก่บริษัทอยู่

3.2 ความรับผิดทางอาญา

นอกจากความรับผิดทางแพ่งแล้ว กรรมการยังอาจมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายพิเศษหลายฉบับ:

กฎหมาย ความผิด โทษ
พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานกระทำหรือยินยอมให้กระทำการทำลาย ปลอม หรือลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัท เพื่อลวงให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ จำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (ความผิดทางพินัย มิใช่ความผิดอาญา) ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี (บริษัท) ไม่จัดให้มีการทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 8 หรือมาตรา 9
ไม่จัดให้มีผู้ทำบัญชีตาม พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 19 วรรคหนึ่ง
ไม่ยื่นงบการเงินตาม พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 11 วรรคหนึ่ง
ปรับไม่เกินสามหมื่นบาทและปรับเป็นรายวันอีกไม่เกินวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง (พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 28)
ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท (พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 29)
ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท (พ.ร.บ.การบัญชี มาตรา 30)
ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียวเหล่านี้เปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัยแล้วตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 39 (พระราชบัญญัติการบัญชีอยู่ในบัญชี 1 ลำดับที่ 16 ท้ายพระราชบัญญัตินั้น) อัตราข้างต้นจึงเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัย มิใช่โทษอาญา
ประมวลรัษฎากร มาตรา 37 ทวิ โดยเจตนาไม่ยื่นรายการที่ต้องยื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประมวลรัษฎากร มาตรา 90 และมาตรา 35 ไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนด (ประมวลรัษฎากร มาตรา 90) และไม่ยื่นรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกำหนด เว้นแต่จะแสดงว่าได้มีเหตุสุดวิสัย (ประมวลรัษฎากร มาตรา 35 ประกอบมาตรา 69) ปรับไม่เกินสองพันบาท
พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 96 และมาตรา 97 นายจ้างโดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนภายในสามสิบวัน (พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 ประกอบมาตรา 96) หรือยื่นแบบรายการเป็นเท็จ หรือไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบภายในกำหนดเวลา (พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 97) จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการไม่นำส่งเงินสมทบภายในกำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสองต่อเดือน (พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 49)
จุดสำคัญ: พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 ลงโทษบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทจำกัดที่กระทำหรือยินยอมให้กระทำการทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชี เอกสาร หรือหลักประกันของบริษัท หรือลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชีหรือเอกสารของบริษัท เพื่อลวงให้บริษัทหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การมีชื่อเป็นกรรมการในทะเบียนเพียงอย่างเดียวยังไม่ครบองค์ประกอบความผิด ต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานและได้กระทำหรือยินยอมให้กระทำการดังกล่าว

3.3 ความรับผิดทางภาษีอากร

กรมสรรพากรมีอำนาจเรียกเก็บภาษีค้างจ่ายจากบริษัท การค้างชำระภาษีเพียงอย่างเดียวไม่เป็นความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 37 หรือมาตรา 37 ทวิ ซึ่งต้องมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี ผู้ใดมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีด้วยการแจ้งข้อความเท็จหรือไม่ยื่นรายการอาจต้องรับโทษตามบทบัญญัติดังกล่าว และเมื่อนิติบุคคลกระทำความผิดในหมวดภาษีมูลค่าเพิ่ม กรรมการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานต้องรับโทษด้วย หากความผิดเกิดจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการทั้งที่มีหน้าที่ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 90/5) บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องมีดังนี้

4. "ไม่รู้เรื่อง" เป็นข้อแก้ตัวได้หรือไม่?

การอ้างว่าไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้บริหารไม่ทำให้กรรมการพ้นจากหน้าที่ใช้ความระมัดระวังตาม ป.พ.พ. มาตรา 1168 แต่ความรับผิดต่อบริษัทต้องพิสูจน์การฝ่าฝืนหน้าที่และความเสียหาย และความรับผิดทางอาญาในกฎหมายเฉพาะขึ้นอยู่กับว่ากรรมการสั่งการ กระทำ หรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำทั้งที่มีหน้าที่ ตามบทบัญญัติของกฎหมายแต่ละฉบับ ข้อแก้ตัวที่มักพบมีดังนี้

ข้อแก้ตัวที่มักใช้ ทำไมกฎหมายไม่ยอมรับ
"ลงชื่อแค่นี้เอง ไม่ได้บริหาร" ป.พ.พ. มาตรา 1168 กำหนดให้กรรมการ ทุกคน ต้อง "เอื้อเฟื้อสอดส่อง" — ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับกรรมการที่ไม่ได้บริหาร
"ไม่เคยลงนามในเอกสารใด ๆ" ป.พ.พ. มาตรา 1168 (2) กำหนดให้รับผิดชอบ "ร่วมกัน" ในเรื่องบัญชีและเอกสาร — ไม่จำเป็นต้องลงนามด้วยตนเอง
"ไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ" กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการรับค่าตอบแทนเป็นเงื่อนไขของความรับผิด — หน้าที่ของกรรมการเกิดขึ้นจากการดำรงตำแหน่ง แม้จะมิได้รับค่าตอบแทนก็ตาม
"ไม่รู้ว่าบริษัทมีหนี้" ป.พ.พ. มาตรา 1168 (2) กำหนดให้กรรมการต้อง "จัดให้มีและรักษา" สมุดบัญชี — การไม่รู้ว่าบริษัทมีหนี้อาจแสดงว่ากรรมการละเลยหน้าที่ดังกล่าว และหากการละเลยนั้นทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1169)

5. ความแตกต่างระหว่างกรรมการและผู้ถือหุ้น

ข้อสังเกตสำคัญ: หลายคนสับสนระหว่าง "กรรมการ" กับ "ผู้ถือหุ้น" — ทั้งสองมีสถานะทางกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างมาก
รายการ ผู้ถือหุ้น กรรมการ
ความรับผิด จำกัดเพียงเท่าค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ (ป.พ.พ. มาตรา 1096) รับผิดต่อบริษัทตามความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหน้าที่ใช้ความระมัดระวังตาม ป.พ.พ. มาตรา 1168 (ไม่จำกัดเพียงมูลค่าหุ้น แต่ไม่ใช่การรับผิดในหนี้ของบริษัทโดยสถานะกรรมการ)
ความรับผิดทางอาญา ไม่มี (เว้นแต่กระทำผิดเอง) มี เมื่อครบองค์ประกอบตามกฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 ประมวลรัษฎากร และพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
การแต่งตั้ง/ถอดถอน ซื้อขายหุ้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1129 ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ตั้งหรือถอนกรรมการ (ป.พ.พ. มาตรา 1151) เว้นแต่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามเวร กรรมการจะเลือกผู้อื่นตั้งขึ้นแทนก็ได้ โดยผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่กรรมการผู้ออกไปชอบที่จะอยู่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1155)
หน้าที่ตรวจสอบ ไม่มีหน้าที่โดยตรง ต้อง "เอื้อเฟื้อสอดส่อง" ตลอดเวลา

6. ข้อเสนอเชิงป้องกัน

6.1 สำหรับผู้ที่ถูกขอให้ลงชื่อเป็นกรรมการ

  1. ปฏิเสธ หากไม่มีเจตนาจะเข้าร่วมบริหารจริง — "ไม่" เป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด
  2. หากจำเป็นต้องรับตำแหน่ง ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ชัดเจน
  3. กำหนดเงื่อนไขการลาออกไว้ล่วงหน้า รวมถึงให้ผู้ถือหุ้นจัดหากรรมการทดแทนภายในกำหนด
  4. ตรวจสอบสถานะบริษัทอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุกไตรมาส — ดูงบการเงิน สถานะภาษี ประกันสังคม
  5. เก็บสำเนาเอกสารทุกอย่างที่ลงนาม — หนังสือรับรอง, หนังสือบริคณห์สนธิ, ข้อบังคับบริษัท

6.2 สำหรับผู้ที่เป็นกรรมการอยู่แล้วและต้องการออก

  1. ยื่นหนังสือลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งถึงบริษัทโดยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
  2. ติดตามให้บริษัทนำความไปจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง (ป.พ.พ. มาตรา 1157) หากบริษัทไม่ดำเนินการ กรรมการผู้ลาออกแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนทราบได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1153/1)
  3. เก็บหลักฐานการลาออกไว้ทุกช่องทาง (จดหมาย, อีเมล, LINE)
  4. ตรวจสอบสถานะผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (datawarehouse.dbd.go.th) ว่าชื่อถูกถอดออกจริง
คำเตือน: กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่งให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัท การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัท (ป.พ.พ. มาตรา 1153/1) แต่หากยังไม่มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง บุคคลภายนอกผู้สุจริตอาจยังเข้าใจว่าบุคคลนั้นเป็นกรรมการอยู่ จึงควรติดตามให้บริษัทนำความไปจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกรรมการภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง (ป.พ.พ. มาตรา 1157) และกรรมการผู้ลาออกจะแจ้งการลาออกของตนให้นายทะเบียนทราบด้วยก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1153/1)

7. บทสรุป

ตำแหน่งกรรมการบริษัทไม่ใช่เพียง "ชื่อในเอกสาร" แต่เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่และความรับผิดตามกฎหมายทั้งทางแพ่ง อาญา และภาษีอากร การอ้างว่าไม่รู้เรื่องหรือไม่ได้บริหารไม่ทำให้กรรมการพ้นจากหน้าที่ใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องตาม ป.พ.พ. มาตรา 1168 แต่ความรับผิดต่อบริษัทต้องมีการฝ่าฝืนหน้าที่และความเสียหาย (ป.พ.พ. มาตรา 1169) และความรับผิดทางอาญาในกฎหมายเฉพาะ เช่น พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 101 และประมวลรัษฎากร มาตรา 90/5 เกิดเมื่อความผิดของนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือการละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการทั้งที่มีหน้าที่

สรุปหลักการสำคัญ:
"กรรมการไม่ใช่เพียงชื่อในเอกสาร แต่เป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะได้เข้าไปบริหารจริงหรือไม่ก็ตาม และหากฝ่าฝืนหน้าที่อาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา"

อ้างอิง

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 (บริษัทจำกัด — ความรับผิดจำกัดของผู้ถือหุ้น)
  2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151 (การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการ)
  3. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1153/1 (การลาออกของกรรมการ)
  4. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 (กรรมการเป็นตัวแทนของบริษัท)
  5. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 (หน้าที่และความรับผิดร่วมกันของกรรมการ)
  6. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 (ผู้ถือหุ้นฟ้องแทนบริษัท — Derivative Action)
  7. พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42
  8. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 มาตรา 11 มาตรา 19 มาตรา 28 มาตรา 29 และมาตรา 30
  9. พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 39 และบัญชี 1 ท้ายพระราชบัญญัติ
  10. ประมวลรัษฎากร มาตรา 37 และมาตรา 37 ทวิ (ความผิดฐานหลีกเลี่ยงภาษีอากร)
  11. ประมวลรัษฎากร มาตรา 35 ประกอบมาตรา 69 และมาตรา 90 (ความผิดฐานไม่ยื่นรายการ)
  12. ประมวลรัษฎากร มาตรา 22 และมาตรา 27 (เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม)
  13. ประมวลรัษฎากร มาตรา 90/5 (ความรับผิดของกรรมการในความผิดของนิติบุคคล)
  14. พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 34 มาตรา 49 มาตรา 96 มาตรา 97 และมาตรา 101

Disclaimer: บทความฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะรายบุคคล สถานการณ์สมมติที่ใช้ในบทความไม่อ้างอิงถึงบุคคลหรือนิติบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ

← กลับหน้าหลัก ส.ก. Navigator

ดูบทความและบล็อกทั้งหมด →