LAS Legal Research Series #1
LAS

ฝากหุ้นชื่อคนอื่น:
ความเสี่ยงทางกฎหมายที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ ✓

✓ ตรวจทบทวนข้อกฎหมายล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 · ปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569

วิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายของการฝากถือหุ้นแทน (Nominee Shareholding) ในบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พร้อมหลักกฎหมายจากตัวบทและข้อเสนอเชิงป้องกัน

ธันย์ธรณ์เทพ แย้มอุทัย, Ph.D. Legal Advance Solution Co., Ltd. เมษายน 2569
ตอน 1: ฝากหุ้นชื่อคนอื่น ตอน 2: กรรมการแค่ชื่อ

1. บทนำ

ในทางปฏิบัติของการประกอบธุรกิจในประเทศไทย การให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนตน (Nominee Shareholding) เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุผลทางธุรกิจหรือเหตุผลส่วนตัว นอกจากนี้ยังพบการฝากถือหุ้นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำที่กฎหมายห้ามและมีโทษอาญา

ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือ เมื่อผู้ฝากหุ้น (Beneficial Owner) ต้องการเรียกหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) กลับประสบปัญหาในการบังคับให้โอนหุ้นคืน เนื่องจากทะเบียนผู้ถือหุ้นระบุชื่อของผู้ถือหุ้นแทน และกฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1141) ผู้ฝากหุ้นจึงต้องพิสูจน์ข้อตกลงฝากถือหุ้นให้ได้ก่อนจึงจะบังคับให้โอนหุ้นคืนได้

บทความฉบับนี้มุ่งวิเคราะห์กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงทางกฎหมายที่เกิดขึ้น และข้อเสนอเชิงป้องกันสำหรับผู้ประกอบการ โดยอ้างอิงตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ

2. กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2.1 ทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นหลักฐานสำคัญ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) กำหนดหลักการสำคัญเกี่ยวกับการโอนหุ้นและทะเบียนผู้ถือหุ้นไว้ในมาตรา 1129 ดังนี้:

"อันว่าหุ้นนั้นย่อมโอนกันได้โดยมิต้องได้รับความยินยอมของบริษัท เว้นแต่เมื่อเป็นหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น ซึ่งมีข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้น ๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่ง ตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

การโอนเช่นนี้จะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้ จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129
หลักกฎหมายสำคัญ: การโอนหุ้นจะใช้ยันบริษัทและบุคคลภายนอกได้ก็ต่อเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้วเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นย่อมอ้างสิทธิเป็นผู้ถือหุ้นต่อบริษัทและบุคคลภายนอกได้ ส่วนผลระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนต้องพิจารณาตามนิติกรรมที่แท้จริงของคู่กรณี

2.2 แบบของการโอนหุ้น

ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง กำหนดแบบของการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อไว้อย่างชัดเจน กล่าวคือต้อง:

  1. ทำเป็นหนังสือ
  2. ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน
  3. มีพยานอย่างน้อย 1 คนลงชื่อรับรอง
  4. ระบุเลขหมายหุ้นที่โอน

หากไม่ทำตามแบบดังกล่าว การโอนหุ้นย่อมตกเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง)

2.3 หลักความรับผิดของกรรมการ

สำหรับกรณีที่ผู้รับฝากหุ้นเป็นกรรมการของบริษัทด้วย กฎหมายกำหนดหน้าที่ความระมัดระวัง (Duty of Care) ไว้ดังนี้:

"ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้น กรรมการต้องใช้ความเอื้อเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1168 วรรคหนึ่ง

และหากกรรมการทำให้บริษัทเสียหาย ผู้ถือหุ้นมีสิทธิฟ้องคดีแทนบริษัท (Derivative Action) ตามมาตรา 1169:

"ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นขึ้นว่าก็ได้" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 วรรคหนึ่ง

2.4 เจตนาลวงและนิติกรรมอำพราง

การฝากถือหุ้นแทนอาจเข้าข่ายนิติกรรมอำพรางตามมาตรา 155 แห่ง ป.พ.พ.:

"การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต และต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

ถ้าการแสดงเจตนาลวงตามวรรคหนึ่งทำขึ้นเพื่ออำพรางนิติกรรมอื่น ให้นำบทบัญญัติของกฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมที่ถูกอำพรางมาใช้บังคับ" ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155

3. การวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมาย

3.1 สถานการณ์สมมติ

สถานการณ์สมมติ: ฝากหุ้นให้เพื่อนถือแทน

"เรา" เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการให้บริการด้านความงาม มีรายได้ดี ต่อมาเราประสบปัญหาส่วนตัวบางประการ จึงโอนหุ้นทั้งหมดของตนไปลงชื่อ"เพื่อน" ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและผู้ร่วมก่อตั้ง โดยตกลงด้วยวาจาว่าเพื่อนจะถือหุ้นแทนเราไปก่อนชั่วคราว

เมื่อเราแก้ไขปัญหาส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ขอให้เพื่อนโอนหุ้นคืน แต่เพื่อนปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้น และข้อตกลงด้วยวาจาไม่มีผลผูกพัน

3.2 ประเด็นกฎหมาย (Issues)

# ประเด็น หลักกฎหมาย
1 "เรา" ยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทอยู่หรือไม่? ป.พ.พ. มาตรา 1129 (ทะเบียนผู้ถือหุ้น)
2 ข้อตกลงด้วยวาจาให้ถือหุ้นแทนมีผลบังคับได้หรือไม่? ป.พ.พ. มาตรา 155 (เจตนาลวงและนิติกรรมอำพราง)
3 "เรา" จะฟ้องเรียกหุ้นคืนจาก "เพื่อน" ได้หรือไม่ และต้องพิสูจน์อะไร? ป.พ.พ. มาตรา 155 และภาระการพิสูจน์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1
4 หาก "เพื่อน" ดำเนินกิจการบริษัทต่อแล้วทำให้เสียหาย "เรา" มีสิทธิอย่างไร? ป.พ.พ. มาตรา 1169 (Derivative Action) และ ป.พ.พ. มาตรา 1141

3.3 การวิเคราะห์ตามหลัก IRAC

ประเด็นที่ 1: สถานะทางกฎหมายของ "เรา"

ตามหลักกฎหมาย เมื่อมีการจดแจ้งการโอนในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว ผู้รับโอนย่อมอ้างสิทธิเป็นผู้ถือหุ้นต่อบริษัทและบุคคลภายนอกได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสาม) ส่วนผลระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอนต้องพิจารณาตามนิติกรรมที่แท้จริงของคู่กรณี เมื่อ "เรา" ได้โอนหุ้นให้ "เพื่อน" โดยชอบด้วยแบบ และมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว "เพื่อน" ย่อมอ้างสิทธิเป็นผู้ถือหุ้นต่อบริษัทและบุคคลภายนอกได้ หากการโอนนั้นเป็นการโอนที่แท้จริง "เรา" ย่อมสิ้นสถานะการเป็นผู้ถือหุ้น แต่หากการโอนเกิดจากการแสดงเจตนาลวงเพื่อให้ "เพื่อน" ถือหุ้นแทน การโอนนั้นเป็นโมฆะระหว่างคู่กรณี (ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง) "เรา" จึงมีสิทธิยกความเป็นโมฆะนั้นขึ้นต่อ "เพื่อน" ได้ แต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นมิได้

ประเด็นที่ 2: ผลของข้อตกลงด้วยวาจา

การตกลงด้วยวาจาว่า "เพื่อน" จะถือหุ้นแทน "เรา" อาจเป็นนิติกรรมอำพราง (ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง) กล่าวคือ นิติกรรมที่ปรากฏภายนอกคือ "การโอนขายหุ้น" แต่นิติกรรมที่แท้จริงคือ "การฝากถือหุ้นแทน" ซึ่งต้องบังคับตามนิติกรรมที่ถูกอำพราง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือ ภาระการพิสูจน์ "เรา" ซึ่งกล่าวอ้างว่ามีข้อตกลงฝากถือหุ้นแทนมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1) แม้ในกรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง บทบัญญัติตอนท้ายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ก็ไม่ตัดสิทธิคู่ความที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าสัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ในเอกสารนั้นไม่สมบูรณ์ การมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงช่วยให้การพิสูจน์ทำได้ง่ายขึ้น หากมีเพียงข้อตกลงด้วยวาจาโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ การพิสูจน์ย่อมเป็นไปได้ยาก

ความเสี่ยงสำคัญ: เมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ "เรา" ต้องอาศัยพยานบุคคล พยานแวดล้อม หรือหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น ข้อความ LINE, อีเมล) เพื่อพิสูจน์ว่ามีข้อตกลงฝากถือหุ้นแทนจริง ซึ่งศาลจะพิจารณาน้ำหนักพยานเป็นรายกรณี

ประเด็นที่ 3: สิทธิเรียกหุ้นคืน

หาก "เรา" สามารถพิสูจน์ได้ว่าการโอนหุ้นเป็นนิติกรรมอำพราง "เรา" อาจฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ "เพื่อน" โอนหุ้นคืน โดยอาศัยหลักกฎหมายดังนี้:

ประเด็นที่ 4: ความเสียหายจากการบริหารของ "เพื่อน"

หาก "เพื่อน" เป็นกรรมการและทำให้บริษัทเสียหาย บริษัทฟ้องเรียกสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ และในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดฟ้องคดีนั้นได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1169) สิทธินี้เป็นของผู้ถือหุ้น "เรา" ซึ่งไม่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นต้องพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง (ป.พ.พ. มาตรา 1141) ก่อนจึงจะอ้างฐานะผู้ถือหุ้นได้ หาก "เพื่อน" มิได้เป็นกรรมการ ป.พ.พ. มาตรา 1169 ไม่ใช้บังคับแก่การกระทำของ "เพื่อน" "เรา" ต้องอาศัยสิทธิตามข้อตกลงที่มีต่อ "เพื่อน"

3.4 หลักกฎหมายจากตัวบทที่เกี่ยวข้อง

ตัวบท หลักกฎหมาย
ป.พ.พ. มาตรา 1169 วรรคหนึ่ง ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดฟ้องกรรมการแทนบริษัทได้เมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้อง ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นแล้วย่อมไม่อยู่ในความหมายของ "ผู้ถือหุ้น" ตามตัวบท
ป.พ.พ. มาตรา 1015 และมาตรา 1169 วรรคหนึ่ง สิทธิเรียกร้องเอาสินไหมทดแทนจากกรรมการเป็นของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นใช้สิทธินั้นแทนได้เมื่อบริษัทไม่ยอมฟ้อง
ป.พ.พ. มาตรา 1237 ศาลอาจสั่งให้เลิกบริษัทจำกัดตามเหตุใน ป.พ.พ. มาตรา 1237 เช่น การค้าของบริษัททำไปก็มีแต่ขาดทุนอย่างเดียวและไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1237 (3)) หรือมีเหตุอื่นใดทำให้บริษัทนั้นไม่สามารถที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1237 (5)) การจัดการของกรรมการที่ก่อความเสียหายอาจเป็นเพียงข้อเท็จจริงสนับสนุนเหตุเหล่านี้

4. สรุปความเสี่ยงจากการฝากถือหุ้นแทน

ระดับ ความเสี่ยง รายละเอียด
สูง สูญเสียความเป็นเจ้าของ ผู้ฝากหุ้นซึ่งไม่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นไม่อาจใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นต่อบริษัทได้โดยตรง แต่ยังมีสิทธิเรียกให้ผู้ถือหุ้นแทนโอนหุ้นคืนตามสัญญาและตามกฎหมายว่าด้วยตัวแทน หากพิสูจน์ข้อตกลงได้
สูง ภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้ฝากหุ้น ต้องพิสูจน์ว่ามีข้อตกลงฝากถือหุ้นแทน ซึ่งยากหากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
สูง ผู้ถือหุ้นแทนโอนหุ้นต่อให้บุคคลภายนอก บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้นได้รับความคุ้มครอง เพราะผู้ฝากหุ้นจะยกความเป็นโมฆะของการโอนขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลดังกล่าวมิได้ (ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง)
กลาง ผู้ถือหุ้นแทนลงมติเปลี่ยนแปลงบริษัท เปลี่ยนกรรมการ เพิ่มทุน แก้ไขข้อบังคับ โดยผู้ฝากหุ้นไม่มีสิทธิคัดค้าน
กลาง ถูกเจือจางหุ้น (Dilution) ผู้ถือหุ้นแทนออกเสียงลงมติพิเศษเพิ่มทุน (ป.พ.พ. มาตรา 1220) แล้วไม่รับซื้อหุ้นใหม่ที่บริษัทต้องเสนอแก่ผู้ถือหุ้นตามส่วนจำนวนหุ้น กรรมการจึงอาจขายหุ้นนั้นให้แก่ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือรับซื้อไว้เอง (ป.พ.พ. มาตรา 1222) ทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมลดลง
กลาง คดีใช้เวลานาน การฟ้องร้องเพื่อเรียกหุ้นคืนอาจใช้เวลาหลายปี ระหว่างนี้ผู้ฝากหุ้นไม่มีอำนาจบริหาร

5. ข้อเสนอเชิงป้องกันสำหรับผู้ประกอบการ

5.1 หลีกเลี่ยงการฝากถือหุ้นแทนโดยไม่มีสัญญา

หากจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน ควรดำเนินการดังนี้:

  1. ทำสัญญาฝากถือหุ้นแทน (Nominee Agreement) เป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายละเอียดหุ้น เงื่อนไขการโอนคืน และเหตุผลของการฝาก
  2. จัดทำหนังสือโอนหุ้นคืนที่ผู้ถือหุ้นแทนในฐานะผู้โอนลงนามไว้ล่วงหน้า โดยต้องให้ครบแบบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง คือทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานลงชื่อรับรองลายมือชื่ออย่างน้อยหนึ่งคน และแถลงเลขหมายของหุ้นที่โอน เมื่อประสงค์ให้โอนคืนจึงจดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ทั้งนี้ ความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นแทนจะโต้แย้งผลของตราสารที่ลงนามไว้ล่วงหน้ายังคงมีอยู่
  3. จัดทำหนังสือมอบฉันทะ (Proxy) ให้ผู้ฝากหุ้นออกเสียงแทนผู้ถือหุ้นแทน โดยทำเป็นหนังสือ (ป.พ.พ. มาตรา 1187) ลงวันและลงลายมือชื่อผู้ถือหุ้น ระบุจำนวนหุ้น ชื่อผู้รับฉันทะ และการประชุมครั้งคราวใดหรือระยะเวลาที่ตั้งไว้ (ป.พ.พ. มาตรา 1188) ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นแทนในฐานะตัวการอาจถอนการมอบฉันทะได้ทุกเมื่อ (ป.พ.พ. มาตรา 827) กลไกนี้จึงไม่ใช่หลักประกันที่แน่นอน
  4. เก็บหลักฐานการสื่อสารทุกช่องทาง รวมถึงข้อความอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล บันทึกการประชุม

5.2 โครงสร้างทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

ทางเลือก ข้อดี ข้อจำกัด
สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement) กำหนดสิทธิ หน้าที่ เงื่อนไขการโอนหุ้น ได้ชัดเจน ผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ผูกพันบุคคลภายนอก
ข้อจำกัดการโอนหุ้นในข้อบังคับบริษัท ข้อบังคับของบริษัทอาจกำหนดข้อจำกัดการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคหนึ่ง) ข้อจำกัดนี้ควบคุมการโอนของผู้ถือหุ้นทุกคน ต้องลงมติพิเศษแก้ไขข้อบังคับ (ป.พ.พ. มาตรา 1145) และบริษัทต้องนำไปจดทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่ได้มีการลงมติพิเศษ (ป.พ.พ. มาตรา 1146) ทั้งนี้ ข้อจำกัดนี้ไม่ใช่กลไกที่ทำให้ผู้ฝากหุ้นได้สิทธิในหุ้น
สิทธิซื้อคืน (Call Option) ให้สิทธิผู้ฝากหุ้นซื้อหุ้นคืนในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ควรทำสัญญาหรือคำมั่นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเป็นพยานหลักฐาน (ป.พ.พ. มาตรา 454) และเมื่อใช้สิทธิต้องโอนหุ้นให้ครบแบบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง
การจำนำหุ้น (Share Pledge) การจำนำหุ้นเป็นประกันการชำระหนี้ที่ผู้ถือหุ้นมีต่อผู้รับจำนำ (ป.พ.พ. มาตรา 747) หากเป็นใบหุ้นชนิดระบุชื่อต้องจดทะเบียนการจำนำไว้ในสมุดของบริษัทจึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ (ป.พ.พ. มาตรา 753) ไม่ให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุม และผู้จำนำยังคงเป็นผู้ถือหุ้น การจำนำจึงไม่ใช่ทางเลือกแทนการให้ผู้อื่นถือหุ้นแทน

5.3 สิ่งที่ไม่ควรทำ

ข้อควรระวัง:
  • ห้ามตกลงด้วยวาจาเพียงอย่างเดียว — ผู้ฝากหุ้นมีภาระการพิสูจน์ข้อตกลงฝากถือหุ้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1) และหากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ การพิสูจน์ย่อมเป็นไปได้ยาก
  • ห้ามไว้วางใจโดยไม่มีกลไกคุ้มครอง — ความสัมพันธ์ส่วนตัวไม่ใช่หลักประกันทางกฎหมาย
  • ห้ามโอนหุ้น 100% ให้บุคคลเดียว — ควรกระจายความเสี่ยง หรือคงหุ้นส่วนหนึ่งไว้ในชื่อตน
  • การที่ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในบริษัทจำกัดเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 ทั้งของผู้ถือหุ้นแทนและของคนต่างด้าวซึ่งยินยอมให้กระทำการดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้เลิกการถือหุ้นนั้น หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละหนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ นอกจากนี้ ข้อตกลงฝากถือหุ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวเสี่ยงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

6. บทสรุป

การฝากถือหุ้นแทนโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นความเสี่ยงทางกฎหมายที่ร้ายแรงที่สุดประการหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย เพราะกฎหมายให้ความสำคัญกับทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นหลัก ผู้ที่ไม่มีชื่อในทะเบียนไม่อาจใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นต่อบริษัทได้โดยตรง แม้จะเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ยังมีสิทธิเรียกให้ผู้ถือหุ้นแทนโอนหุ้นคืนตามสัญญาและตามกฎหมายว่าด้วยตัวแทน หากพิสูจน์ข้อตกลงได้

ในทางปฏิบัติ หากจำเป็นต้องมีการจัดโครงสร้างการถือหุ้นโดยให้บุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ควรจัดทำสัญญาที่ชัดเจน ออกแบบกลไกคุ้มครองที่เหมาะสม และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อให้สิทธิของทุกฝ่ายได้รับการคุ้มครองอย่างรอบด้าน

สรุปหลักการสำคัญ:
"ถ้าชื่อคุณไม่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้น คุณไม่อาจใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นต่อบริษัทได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้ง ผู้ลงทุน หรือผู้คิดไอเดียก็ตาม และต้องพิสูจน์ข้อตกลงฝากถือหุ้นให้ได้จึงจะเรียกหุ้นคืนได้"

อ้างอิง

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 22 หุ้นส่วนและบริษัท มาตรา 1012 ถึงมาตรา 1273/4
  2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 ว่าด้วยเจตนาลวงและนิติกรรมอำพราง
  3. พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36
  4. นิลุบล เลิศนุวัฒน์. "สิ่งที่ขาดหายไปในกฎหมายว่าด้วยการฟ้องคดีแทนบริษัท: ศึกษากรณีบริษัทจำกัด." วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 48 ฉบับที่ 1 (มีนาคม 2562)
  5. Legardy.com — ฐานข้อมูลกฎหมายไทย

Disclaimer: บทความฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการและให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะรายบุคคล สถานการณ์สมมติที่ใช้ในบทความไม่อ้างอิงถึงบุคคลหรือนิติบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ

← กลับหน้าหลัก ส.ก. Navigator

ดูบทความและบล็อกทั้งหมด →